หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันป่าตอง >ต.ยุหว่า > วัดศรีเกิด (ยุหว่า)
TL;DR: วัดศรีเกิด (ยุหว่า) อยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 108 หรือเส้นทางเชียงใหม่–ฮอด มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง.
วัดศรีเกิด (ยุหว่า)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดศรีเกิด ตั้งอยู่เลขที่ 79 หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติสำคัญและมีรากความทรงจำผูกพันกับชุมชนยุหว่ามาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า “วัดหนองหมื่น” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2421 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ต่อมาเรื่องเล่าของวัดเกี่ยวข้องกับหนองหมื่น กลุ่มชาวกะเหรี่ยงหรือยางจำนวนมากที่มาทำบุญร่วมกับครูบาอินตา การปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน การอยู่ปริวาสกรรม และการเกิดขึ้นของต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีใกล้กุฏิของครูบาอินตา จนนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อจากวัดหนองยางหมื่นมาเป็น “วัดศรีเกิด” ที่ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน
วัดศรีเกิดเป็นวัดเก่าอีกแห่งหนึ่งของตำบลยุหว่า มีความสำคัญในฐานะวัดชุมชนที่สะท้อนทั้งประวัติศาสนา ประวัติหมู่บ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับภูมิทัศน์ท้องถิ่น ชื่อเดิม “วัดหนองหมื่น” เชื่อมโยงกับหนองหมื่นซึ่งอยู่ใกล้วัดประมาณ 100 เมตร ชื่อ “วัดหนองยางหมื่น” เชื่อมโยงกับเรื่องเล่ากลุ่มชาวกะเหรี่ยงหรือยางจำนวนหนึ่งหมื่นคนที่มาร่วมทำบุญ ส่วนชื่อ “วัดศรีเกิด” เชื่อมโยงกับต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีที่เกิดขึ้นใกล้กุฏิของครูบาอินตา แล้วชาวบ้านช่วยกันนำมาปลูกไว้ในวัด ประวัติชื่อวัดที่เปลี่ยนผ่านเช่นนี้ทำให้วัดศรีเกิดมีมิติทางวัฒนธรรมมากกว่าการเป็นวัดที่มีอาคารศาสนสถานเพียงอย่างเดียว
ตำบลยุหว่าเป็นพื้นที่สำคัญของอำเภอสันป่าตอง มีวัดชุมชนเก่าและวัดที่มีบทบาททางสังคมหลายแห่ง เช่น วัดสันป่าตอง วัดต้นโชค วัดต้นผึ้ง วัดกู่คำ วัดกิ่วแลหลวง วัดบ้านกลาง วัดร้องสร้าน และวัดมะกับตอง วัดศรีเกิดจึงควรอ่านร่วมกับเครือข่ายวัดเหล่านี้ เพราะพื้นที่ยุหว่าเป็นพื้นที่ที่วัด บ้าน โรงเรียน ลำเหมือง ถนน พื้นที่นา และชุมชนหัตถกรรมอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่น ผู้มาเยือนวัดศรีเกิดจึงไม่ได้เห็นเพียงศาสนสถานหนึ่งแห่ง แต่ได้เห็นชั้นประวัติของชุมชนที่พระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางของการรวมตัวและการสืบทอดวิถีล้านนา
ที่ดินตั้งวัดศรีเกิดมีเนื้อที่ 9 ไร่ 52 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 507668 อาณาเขตทิศเหนือประมาณ 118 เมตร จดที่ดินของราษฎร ทิศใต้ประมาณ 118 เมตร จดที่ดินของราษฎร ทิศตะวันออกประมาณ 74 เมตร จดที่สวนของราษฎร และทิศตะวันตกประมาณ 74 เมตร จดที่สวนของราษฎร รายละเอียดอาณาเขตเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ชุมชนที่มีที่ดินของชาวบ้านและสวนรายรอบ วัดจึงไม่ใช่พื้นที่ที่แยกตัวออกจากชีวิตผู้คน แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของชุมชนยุหว่าโดยตรง
สภาพพื้นที่รอบวัดที่จดที่ดินและสวนของราษฎรช่วยให้มองเห็นรากของวัดบ้านล้านนาได้ชัดเจน วัดในระดับหมู่บ้านจำนวนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ชีวิตจริง มีบ้าน มีสวน มีนา มีลำเหมือง และมีทางสัญจรเชื่อมต่อกัน วัดศรีเกิดจึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายทั้งทางศาสนาและทางสังคม เพราะเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม ร่วมพิธีกรรม และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เครือญาติ พระสงฆ์ และชุมชนผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ประวัติการสร้างวัดศรีเกิดเริ่มจากการที่ชาวบ้านได้นิมนต์ท่านครูบาอินตา จากวัดบ้านกลาง ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้านหมู่ที่ 8 พื้นที่ตั้งวัดอยู่ใกล้หนองหมื่น จึงเรียกกันว่า “วัดหนองหมื่น” ในช่วงแรก ชื่อนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับแหล่งน้ำและภูมิประเทศเดิมของชุมชน ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของชื่อวัดในภาคเหนือที่มักผูกกับหนองน้ำ ลำเหมือง ต้นไม้ หรือสภาพพื้นที่ที่ผู้คนจดจำร่วมกัน
ต่อมามีกลุ่มชาวกะเหรี่ยงหรือยางจำนวนมากมาทำบุญร่วมกับท่านครูบาอินตา ซึ่งเป็นพระที่มีศีลธรรม ประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นพระที่เคยอยู่ปริวาสกรรม เรื่องเล่านี้ทำให้วัดหนองหมื่นมีความหมายกว้างออกไปจากวัดชุมชนขนาดเล็ก เพราะกลายเป็นพื้นที่รวมศรัทธาของผู้คนจำนวนมากจนเกิดชื่อเรียก “วัดหนองยางหมื่น” ชื่อนี้เป็นหลักฐานเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนความทรงจำของชาวบ้านต่อเหตุการณ์ทางศรัทธาที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่
หลังจากนั้นมีต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีเกิดขึ้นใกล้กุฏิของท่านครูบาอินตา ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดต้นไม้โพธิ์หรือไม้สะหลีมาปลูกไว้ในวัด เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชื่อวัด เพราะต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีมีความหมายทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้ง คำว่า “ศรี” หรือ “สลี” ในบริบทล้านนามีความหมายเชิงสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความงาม การเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีเกิด” จึงมีความหมายในเชิงมงคลและเชื่อมโยงกับการเกิดขึ้นของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่วัด
วัดศรีเกิดจึงมีประวัติชื่อที่ซ้อนกันหลายชั้น ชั้นแรกคือวัดหนองหมื่นที่ผูกกับแหล่งน้ำใกล้วัด ชั้นที่สองคือวัดหนองยางหมื่นที่ผูกกับศรัทธาของกลุ่มชาวกะเหรี่ยงหรือยางจำนวนมาก และชั้นที่สามคือวัดศรีเกิดที่ผูกกับต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีที่เกิดขึ้นใกล้กุฏิของครูบาอินตา ชั้นประวัติเหล่านี้ทำให้วัดมีความโดดเด่นในเชิงเรื่องเล่าและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เหมาะกับการนำเสนอเป็นวัดที่มีประวัติชื่ออันมีชีวิต ไม่ใช่เพียงวัดที่มีปีสร้างและอาคารเสนาสนะเท่านั้น
วัดศรีเกิดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 วิสุงคามสีมาเป็นเขตสำคัญสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ เช่น การอุปสมบทและพิธีกรรมทางพระวินัยที่ต้องดำเนินภายในเขตสีมา การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานของคณะสงฆ์และชุมชน เมื่อพิจารณาร่วมกับปีสร้างวัด พ.ศ. 2421 จะเห็นว่าวัดศรีเกิดมีการพัฒนาเป็นวัดที่มีสถานะมั่นคงตั้งแต่ช่วงต้นของประวัติวัด
ปัจจุบันวัดศรีเกิดมีอาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอพระไตรปิฎก พระบรมธาตุ ศาลาบำเพ็ญบุญ และมีกำแพงล้อมรอบบริเวณวัด องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดศรีเกิดมีความครบถ้วนทั้งด้านสังฆกรรม การไหว้พระ การเรียนรู้ การจำพรรษาของพระสงฆ์ การบำเพ็ญกุศล และการจัดกิจกรรมของชุมชน วัดจึงทำหน้าที่ได้ทั้งในระดับศาสนา ระดับสังคม และระดับวัฒนธรรมของหมู่บ้าน
อุโบสถของวัดศรีเกิดเป็นพื้นที่สำคัญที่สัมพันธ์กับวิสุงคามสีมาโดยตรง เป็นอาคารที่ใช้สำหรับสังฆกรรมของพระสงฆ์และเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความเคารพเป็นพิเศษ อุโบสถไม่ใช่เพียงอาคารศาสนาที่สวยงาม แต่เป็นเครื่องหมายของความสมบูรณ์ของวัดในเชิงพระวินัย ผู้มาเยือนควรมองอุโบสถในฐานะหัวใจหนึ่งของวัดที่ทำให้ศาสนกิจของคณะสงฆ์ดำเนินไปได้อย่างถูกต้องและเป็นระเบียบ
วิหารของวัดศรีเกิดเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้าถึงได้มากที่สุด เพราะเป็นสถานที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ วิหารเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนได้ชัดเจน เมื่อมีวันพระ งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า หรือกิจกรรมตามวาระของหมู่บ้าน ผู้คนมักมารวมตัวกันในพื้นที่วิหารและพื้นที่วัดเพื่อแสดงศรัทธาร่วมกัน
ศาลาการเปรียญของวัดศรีเกิดทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางสำหรับการฟังธรรม การประชุม การเตรียมงานบุญ การต้อนรับศรัทธา และกิจกรรมของชุมชน ศาลาการเปรียญในวัดบ้านล้านนามักเป็นพื้นที่ที่ใช้งานหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะการฟังธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้ามาร่วมแรงกันในวาระสำคัญของหมู่บ้าน อาคารนี้จึงสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่สาธารณะของชุมชน
กุฏิสงฆ์เป็นองค์ประกอบที่ทำให้วัดศรีเกิดเป็นศาสนสถานที่มีชีวิตต่อเนื่อง เพราะเป็นที่จำพรรษาและปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ วัดที่มีพระสงฆ์ดูแลต่อเนื่องสามารถรักษากิจวัตรทางพระพุทธศาสนาได้ ทั้งการทำวัตร สวดมนต์ รับบิณฑบาต การประกอบพิธีกรรม และการเป็นที่พึ่งทางใจของชุมชน กุฏิสงฆ์จึงไม่ใช่เพียงที่พักของพระภิกษุ แต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วัดดำรงบทบาททางศาสนาได้ทุกวัน
หอพระไตรปิฎกเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มมิติด้านการเรียนรู้และการสืบทอดพระธรรมให้กับวัดศรีเกิด หอพระไตรปิฎกเป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับการเก็บรักษาคัมภีร์ พระธรรม และเอกสารทางพระพุทธศาสนา วัดที่มีหอพระไตรปิฎกย่อมแสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่พิธีกรรม แต่ยังมีบทบาทด้านความรู้ การสืบทอดคำสอน และการรักษามรดกทางพระพุทธศาสนาในระดับชุมชน
พระบรมธาตุและศาลาบำเพ็ญบุญเป็นอีกสององค์ประกอบที่ทำให้วัดศรีเกิดมีความสมบูรณ์ พระบรมธาตุเป็นจุดที่ผู้มาเยือนควรสักการะด้วยความสำรวม เพราะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของศรัทธาในพระพุทธศาสนา ส่วนศาลาบำเพ็ญบุญมีบทบาทต่อกิจกรรมของชาวบ้าน ทั้งงานทำบุญ งานอุทิศส่วนกุศล งานบำเพ็ญกุศล และการรองรับผู้มาร่วมพิธี ศาลาบำเพ็ญบุญจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมศาสนากับชีวิตครอบครัวและเครือญาติของชุมชนโดยตรง
กำแพงที่ล้อมรอบบริเวณวัดช่วยกำหนดขอบเขตของศาสนสถานให้ชัดเจน และทำให้พื้นที่วัดมีความเป็นระเบียบ เหมาะกับการรองรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมชุมชน การมีกำแพงวัดยังสะท้อนพัฒนาการของวัดจากพื้นที่ศรัทธาของหมู่บ้านสู่ศาสนสถานที่มีขอบเขตชัดเจนและพร้อมรองรับกิจกรรมของชุมชนอย่างเป็นระบบ
ปูชนียวัตถุและสิ่งสำคัญของวัดศรีเกิดที่ควรชม ได้แก่ พระพุทธรูปโบราณ พระบรมธาตุ อุโบสถ วิหาร หอพระไตรปิฎก และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าต้นโพธิ์หรือไม้สะหลี แม้ข้อมูลบางส่วนของวัดจะมุ่งเน้นประวัติชื่อวัดและรายนามเจ้าอาวาส แต่เมื่ออ่านร่วมกับองค์ประกอบศาสนสถานที่มีอยู่ จะเห็นว่าวัดศรีเกิดเป็นวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านศรัทธา พื้นที่พิธีกรรม และความทรงจำทางวัฒนธรรม
การบริหารและการปกครองของวัดศรีเกิดมีรายนามเจ้าอาวาสที่สืบต่อกันอย่างเป็นลำดับ ได้แก่ พระอธิการอินตา อินทวโร พ.ศ. 2421–2442 พระอธิการมูล กนฺตวีโร พ.ศ. 2443–2457 พระอธิการเตชา เตชกโร พ.ศ. 2458–2472 พระอธิการปัญญา คนฺธสีโล พ.ศ. 2473–2486 พระคำ ติสฺสวณฺโณ พ.ศ. 2487–2500 พระอธิการคำปัน อาภสฺสโร พ.ศ. 2501–2512 พระอธิการใจ๋ ญาวโร พ.ศ. 2513–2528 พระครูถา เตชวณฺโณ พ.ศ. 2529–2539 และพระครูบัญชา ปสนฺโน หรือพระครูวิรุฬห์สัทธาวัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา
พระครูบัญชา ปสนฺโน หรือพระครูวิรุฬห์สัทธาวัฒน์ เป็นเจ้าอาวาสที่ปรากฏในลำดับประวัติวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนมีความสำคัญต่อการรักษาศาสนสถาน การดูแลกิจของพระสงฆ์ การนำศรัทธาชาวบ้าน การจัดงานบุญ การบำเพ็ญกุศล และการประสานงานกับชุมชนโดยรอบ วัดที่มีประวัติชื่อและความทรงจำท้องถิ่นลึกเช่นวัดศรีเกิด ยิ่งต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่องเพื่อรักษาทั้งศาสนกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
วัดศรีเกิดมีบทบาทต่อชุมชนหลายระดับ ระดับแรกคือบทบาททางจิตใจ วัดเป็นสถานที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และยึดเหนี่ยวศรัทธาของชาวบ้าน ระดับที่สองคือบทบาททางพิธีกรรม วัดรองรับวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมตามวาระของครอบครัว ระดับที่สามคือบทบาททางประวัติท้องถิ่น วัดเก็บเรื่องเล่าของหนองหมื่น กะเหรี่ยงหรือยางหมื่นคน และไม้สะหลีเอาไว้ ระดับที่สี่คือบทบาททางวัฒนธรรม วัดเป็นหนึ่งในเครือข่ายวัดเก่าในตำบลยุหว่าและอำเภอสันป่าตอง
ประเพณีและงานบุญของวัดศรีเกิดสอดคล้องกับวิถีวัดชุมชนล้านนา เช่น วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล งานทำบุญตามวาระของครอบครัว และกิจกรรมของหมู่บ้าน อาคารภายในวัด เช่น อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญบุญ และพื้นที่วัด ช่วยรองรับกิจกรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ งานบุญของวัดบ้านไม่ได้เป็นเพียงพิธีทางศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้ร่วมแรง ร่วมใจ และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัด พระสงฆ์ และเครือญาติ
จุดเด่นที่ควรชมเมื่อมาเยือนวัดศรีเกิด ได้แก่ ประวัติชื่อวัดที่เปลี่ยนจากวัดหนองหมื่น วัดหนองยางหมื่น มาสู่วัดศรีเกิด พระบรมธาตุ พระพุทธรูปโบราณ อุโบสถ วิหาร หอพระไตรปิฎก ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญบุญ และบรรยากาศวัดชุมชนเก่าในตำบลยุหว่า ผู้ที่สนใจประวัติท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับเรื่องไม้สะหลีหรือโพธิ์ที่เกี่ยวข้องกับที่มาของชื่อวัด เพราะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วัดศรีเกิดมีเอกลักษณ์เฉพาะ
บรรยากาศของวัดศรีเกิดเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่า วัดชุมชนล้านนา เรื่องเล่าท้องถิ่น และเส้นทางวัดในอำเภอสันป่าตอง วัดตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับวัดต้นโชค วัดร้องสร้าน วัดสันป่าตอง วัดต้นผึ้ง และวัดอื่น ๆ ในยุหว่าได้สะดวก ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างช้า ๆ เริ่มจากการไหว้พระในวิหารหรือพื้นที่ที่วัดจัดไว้ แล้วชมพระบรมธาตุ หอพระไตรปิฎก ศาลาการเปรียญ และบริเวณวัดด้วยความสำรวม
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่พระสงฆ์ และไม่เข้าไปในเขตพักสงฆ์หรือพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีงานบุญ งานศพ หรือกิจกรรมของชุมชน ควรให้ความสำคัญกับเจ้าของพื้นที่ก่อนเสมอ วัดศรีเกิดยังเป็นศาสนสถานที่ใช้งานจริงของชุมชนหมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า การเดินชมอย่างสำรวมจึงช่วยให้การท่องเที่ยววัดเกิดประโยชน์และไม่รบกวนวิถีปกติของคนในพื้นที่
การเดินทาง ไปวัดศรีเกิดสามารถเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 หรือเส้นทางเชียงใหม่–ฮอด มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง จากนั้นเข้าสู่ตำบลยุหว่าและพื้นที่หมู่ที่ 8 วัดตั้งอยู่เลขที่ 79 ในพื้นที่ชุมชนยุหว่า เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ หากใช้แผนที่นำทางควรค้นหาชื่อ “วัดศรีเกิด ยุหว่า สันป่าตอง” เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับวัดศรีเกิดในตัวเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย หรือต่างอำเภอ
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะกับวัดศรีเกิดคือเส้นทางวัดในตำบลยุหว่า ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากวัดศรีเกิด แล้วต่อไปยังวัดต้นโชค วัดร้องสร้าน วัดสันป่าตอง วัดต้นผึ้ง วัดกู่คำ และศูนย์หัตถกรรมไม้แกะสลักตำบลยุหว่า หากต้องการขยายเส้นทางให้ครอบคลุมประวัติศาสตร์มากขึ้น สามารถเดินทางต่อไปยังตำบลบ้านกลางเพื่อเที่ยววัดศรีนวรัฐ วัดท่ากาน และโบราณสถานเวียงท่ากานได้ในวันเดียวกัน
โดยสรุป วัดศรีเกิดเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติท้องถิ่น และวัฒนธรรมชุมชน จุดแข็งของวัดอยู่ที่ปีสร้าง พ.ศ. 2421 การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2436 เรื่องราวจากวัดหนองหมื่นสู่วัดหนองยางหมื่นและวัดศรีเกิด ความเกี่ยวข้องกับครูบาอินตา ไม้สะหลีหรือโพธิ์ พระบรมธาตุ หอพระไตรปิฎก อาคารเสนาสนะครบถ้วน และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของหมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในมิติของวัดบ้านล้านนาและชีวิตชุมชนท้องถิ่นของสันป่าตองอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดศรีเกิด (ยุหว่า) |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 79 หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120 |
| พิกัด | ละติจูด 18.6146, ลองจิจูด 98.87922 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ของตำบลยุหว่า เดิมชื่อวัดหนองหมื่น ต่อมาเรียกวัดหนองยางหมื่น ก่อนเปลี่ยนเป็นวัดศรีเกิดจากเรื่องต้นโพธิ์หรือไม้สะหลี มีพระบรมธาตุ หอพระไตรปิฎก อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ และพระพุทธรูปโบราณ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 โดยชาวบ้านนิมนต์ครูบาอินตาจากวัดบ้านกลางมาเป็นประธานก่อสร้างบริเวณใกล้หนองหมื่น จึงมีชื่อเดิมว่าวัดหนองหมื่น |
| ชื่อเดิมของวัด | วัดหนองหมื่น และวัดหนองยางหมื่น |
| ที่มาของชื่อวัด | ชื่อวัดศรีเกิดมาจากเหตุการณ์ที่มีต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีเกิดขึ้นใกล้กุฏิของครูบาอินตา ชาวบ้านจึงช่วยกันนำมาปลูกไว้ในวัด และเปลี่ยนชื่อจากวัดหนองยางหมื่นเป็นวัดศรีเกิด |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 |
| ที่ดินของวัด | ที่ดินตั้งวัด 9 ไร่ 52 ตารางวา โฉนดเลขที่ 507668 |
| อาณาเขต | ทิศเหนือประมาณ 118 เมตร จดที่ดินของราษฎร ทิศใต้ประมาณ 118 เมตร จดที่ดินของราษฎร ทิศตะวันออกประมาณ 74 เมตร จดที่สวนของราษฎร และทิศตะวันตกประมาณ 74 เมตร จดที่สวนของราษฎร |
| ลักษณะพื้นที่ | เป็นวัดชุมชนในหมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า ตั้งอยู่ในบริบทที่ดินและสวนของราษฎร รายรอบด้วยพื้นที่ชุมชนของอำเภอสันป่าตอง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอพระไตรปิฎก พระบรมธาตุ ศาลาบำเพ็ญบุญ พื้นที่พระพุทธรูป และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอพระไตรปิฎก พระบรมธาตุ ศาลาบำเพ็ญบุญ และกำแพงล้อมรอบบริเวณวัด |
| ปูชนียวัตถุ | พระพุทธรูปโบราณ พระบรมธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลปัจจุบัน | พระครูบัญชา ปสนฺโน หรือพระครูวิรุฬห์สัทธาวัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา |
| รายนามเจ้าอาวาสที่มีการบันทึก | พระอธิการอินตา อินทวโร, พระอธิการมูล กนฺตวีโร, พระอธิการเตชา เตชกโร, พระอธิการปัญญา คนฺธสีโล, พระคำ ติสฺสวณฺโณ, พระอธิการคำปัน อาภสฺสโร, พระอธิการใจ๋ ญาวโร, พระครูถา เตชวณฺโณ และพระครูบัญชา ปสนฺโน |
| ความสำคัญในพื้นที่ | เป็นวัดเก่าและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนหมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า มีประวัติผูกพันกับหนองหมื่น กลุ่มชาวกะเหรี่ยงหรือยางจำนวนมาก ครูบาอินตา และไม้สะหลีที่เป็นที่มาของชื่อวัด |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 108 หรือเส้นทางเชียงใหม่–ฮอด มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลยุหว่าและพื้นที่หมู่ที่ 8 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีรายชื่อในทะเบียนวัด และเป็นศาสนสถานของชุมชนหมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอพระไตรปิฎก ศาลาบำเพ็ญบุญ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสันป่าตอง ประมาณ 1.5 กม. 2. วัดต้นโชค ประมาณ 2 กม. 3. วัดร้องสร้าน ประมาณ 2 กม. 4. วัดต้นผึ้ง ประมาณ 3 กม. 5. วัดกู่คำ ตำบลยุหว่า ประมาณ 4 กม. 6. ศูนย์หัตถกรรมไม้แกะสลักตำบลยุหว่า ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ตามสั่งโภชนา หน้าโรงพยาบาลสันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 093-154-8468 2. น้องเปิ้ลอาหารตามสั่ง หลังโรงพยาบาลสันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 095-467-7147 3. Khunnai Gallery สันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 061-316-5599, 081-960-5911 4. นราชาชัก สาขาสันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 093-209-8939 5. Virgin Ville Cafe & Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 080-365-4642 6. ครัวป้านงค์ สันป่าตอง ประมาณ 3 กม. โทร. 085-934-1984 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นอนเบาเบา ที่พักสันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 063-539-9952 2. โรงแรมอ็อกฟอร์ด ประมาณ 2 กม. โทร. 091-069-9557 3. ฝันรักรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 061-936-4951 4. โฮมไทย รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 063-952-8228 5. Tai Resort Sanpatong ประมาณ 5 กม. โทร. 063-096-7000 6. Kaomai Lanna Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 053-481-201 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีเกิด (ยุหว่า) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีเกิดตั้งอยู่เลขที่ 79 หมู่ที่ 8 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: วัดศรีเกิดสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดศรีเกิดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436
ถาม: วัดศรีเกิดเดิมชื่อว่าอะไร?
ตอบ: วัดศรีเกิดเดิมชื่อวัดหนองหมื่น ต่อมามีชื่อเรียกว่าวัดหนองยางหมื่น ก่อนเปลี่ยนเป็นวัดศรีเกิด
ถาม: ชื่อวัดศรีเกิดมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดศรีเกิดมาจากเหตุการณ์ที่มีต้นโพธิ์หรือไม้สะหลีเกิดขึ้นใกล้กุฏิของครูบาอินตา แล้วชาวบ้านช่วยกันนำมาปลูกไว้ในวัด
ถาม: วัดศรีเกิดมีสิ่งสำคัญอะไรให้ชม?
ตอบ: สิ่งสำคัญของวัด ได้แก่ พระพุทธรูปโบราณ พระบรมธาตุ อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอพระไตรปิฎก และศาลาบำเพ็ญบุญ
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเกิด?
ตอบ: เจ้าอาวาสในลำดับประวัติวัดปัจจุบันคือพระครูบัญชา ปสนฺโน หรือพระครูวิรุฬห์สัทธาวัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา
ถาม: เดินทางไปวัดศรีเกิดอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 108 หรือเส้นทางเชียงใหม่–ฮอด มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลยุหว่าและพื้นที่หมู่ที่ 8
ถาม: เที่ยววัดศรีเกิดร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสันป่าตอง วัดต้นโชค วัดร้องสร้าน วัดต้นผึ้ง วัดกู่คำ และศูนย์หัตถกรรมไม้แกะสลักตำบลยุหว่าได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว



