หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันป่าตอง >ต.ทุ่งสะโตก > วัดหัวริน
TL;DR: วัดหัวริน อยู่ที่บ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนเก่าแก่ที่มีอาณาเขตสัมพันธ์กับลำเหมืองหลายด้าน และมีบทบาทด้านศาสนา ชุมชน และการฟื้นฟูเชิงพุทธในพื้นที่สันป่าตอง.
วัดหัวริน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดหัวริน เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 12 บ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ มีที่ดินตั้งวัดประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตามหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 38 ประวัติวัดระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1025 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1750 ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลา หอพระไตรปิฎก โรงครัว และปูชนียวัตถุสำคัญคือเจดีย์ วัดยังมีบทบาทร่วมสมัยในฐานะพื้นที่ศาสนา ชุมชน และการฟื้นฟูเชิงพุทธของพื้นที่อำเภอสันป่าตอง
วัดหัวริน เป็นวัดสำคัญของบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 12 บ้านหัวริน และสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานประจำชุมชนที่มีความผูกพันกับบ้านหัวรินมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม งานบุญประจำปี และการเป็นพื้นที่รวมใจของชาวบ้านในตำบลทุ่งสะโตก จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติระบุถึงการสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1025 มีอาณาเขตสัมพันธ์กับลำเหมืองหลายด้าน และมีปูชนียสถานสำคัญคือเจดีย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของวัด
ชื่อ “วัดหัวริน” สัมพันธ์โดยตรงกับบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ของตำบลทุ่งสะโตก ชื่อวัดและชื่อหมู่บ้านจึงทำหน้าที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ในเชิงชุมชน วัดหัวรินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา แต่เป็นหลักหมายของหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนรู้จัก ใช้งาน และผูกพันในรอบชีวิต ตั้งแต่การทำบุญส่วนตัว การร่วมงานบุญของหมู่บ้าน การประกอบพิธีสำคัญ ไปจนถึงการใช้พื้นที่วัดในกิจกรรมสาธารณะและกิจกรรมเชิงสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ที่ดินตั้งวัดหัวรินมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตามหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 38 พื้นที่ของวัดมีขนาดเพียงพอสำหรับรองรับอาคารเสนาสนะหลายประเภท ทั้งอุโบสถ วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลา หอพระไตรปิฎก โรงครัว และพื้นที่ลานวัด การมีพื้นที่วัดขนาดนี้ทำให้วัดสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนได้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านศาสนกิจของพระสงฆ์ งานบุญของศรัทธาชาวบ้าน และการรองรับผู้ที่เดินทางมาทำบุญหรือร่วมกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ
อาณาเขตของวัดหัวรินสะท้อนภูมิทัศน์ของวัดชุมชนล้านนาอย่างชัดเจน ทิศเหนือประมาณ 1 เส้น 15 วา จดลำเหมือง ทิศใต้ประมาณ 2 เส้น 11 วา จดลำเหมือง ทิศตะวันออกประมาณ 2 เส้น 10 วา จดลำเหมือง ส่วนทิศตะวันตกประมาณ 2 เส้น 10 วา จดลำเหมืองและบ้าน การที่วัดมีลำเหมืองล้อมรอบหลายด้านแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับระบบน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และวิถีชุมชนท้องถิ่นของอำเภอสันป่าตอง ลำเหมืองไม่ได้เป็นเพียงแนวเขตของวัด แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศและระบบชีวิตของชุมชนบ้านหัวริน
บริบทของตำบลทุ่งสะโตกทำให้วัดหัวรินมีความหมายมากขึ้น เพราะตำบลนี้มีวัดหลายแห่งกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ วัดหัวรินจึงเป็นหนึ่งในเครือข่ายวัดชุมชนที่ช่วยค้ำจุนพระพุทธศาสนา วิถีล้านนา และความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ วัดในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นควบคู่กับการตั้งบ้านเรือน ระบบน้ำ ทุ่งนา และเส้นทางสัญจรท้องถิ่น บ้านหัวรินจึงไม่ได้มีวัดเป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มีวัดเป็นศูนย์กลางทางสังคมที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนหลายรุ่นเข้าหากัน
ประวัติวัดหัวรินระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1025 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1750 ตัวเลขปีดังกล่าวทำให้วัดหัวรินถูกวางอยู่ในฐานะวัดเก่าแก่ของพื้นที่อย่างเด่นชัด การได้รับวิสุงคามสีมามีความสำคัญต่อสถานะของวัด เพราะเกี่ยวข้องกับเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะการใช้อุโบสถและการดำเนินพิธีกรรมตามพระธรรมวินัย วัดที่มีอุโบสถและได้รับวิสุงคามสีมาจึงมีความพร้อมในเชิงศาสนสถานมากกว่าสถานที่ปฏิบัติธรรมทั่วไป
การบริหารงานและการปกครองของวัดหัวรินมีพระครูวิวิธประชานุกูล เตชปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสของวัดชุมชนมีบทบาทกว้างกว่าการดูแลอาคารและพื้นที่วัด เพราะต้องประสานงานระหว่างพระสงฆ์ ศรัทธาชาวบ้าน ผู้นำชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ และผู้ที่มาใช้พื้นที่วัดในกิจกรรมต่าง ๆ วัดหัวรินยังปรากฏในกิจกรรมกฐินและกิจกรรมเชิงสังคมร่วมสมัยของพื้นที่ จึงสะท้อนว่าวัดยังคงเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนเท่านั้น
บทบาทร่วมสมัยของวัดหัวรินมีความโดดเด่นจากการเป็นพื้นที่ของศูนย์ฟื้นฟูวัดหัวริน หรือศูนย์ฟื้นฟูและปฏิบัติธรรมเชิงพุทธ อำเภอสันป่าตอง กิจกรรมลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าวัดยังมีบทบาทต่อสังคมในมิติที่กว้างขึ้น โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำบุญหรือพิธีกรรมตามเทศกาล แต่ยังเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต สุขภาพจิต การปรับพฤติกรรม และการดูแลผู้คนในชุมชนผ่านแนวทางทางพระพุทธศาสนา บทบาทเช่นนี้ทำให้วัดหัวรินเป็นศาสนสถานที่มีคุณค่าทั้งด้านจิตใจและด้านสังคมร่วมสมัย
อาคารเสนาสนะของวัดหัวรินประกอบด้วยอุโบสถ กุฏิสงฆ์ วิหาร ศาลา หอพระไตรปิฎก และโรงครัว องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดสามารถรองรับทั้งพิธีกรรมสงฆ์ กิจวัตรของพระภิกษุ งานบุญของชาวบ้าน และกิจกรรมชุมชนได้ครบถ้วน อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรม วิหารเป็นพื้นที่ไหว้พระและรวมศรัทธา กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษาและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ศาลาเป็นพื้นที่รองรับงานบุญและการรวมตัวของชุมชน หอพระไตรปิฎกเกี่ยวข้องกับการรักษาพระธรรม ส่วนโรงครัวรองรับงานบุญและกิจกรรมที่ต้องจัดอาหารร่วมกัน
อุโบสถของวัดหัวรินเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดด้านสังฆกรรม เพราะอุโบสถเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของคณะสงฆ์ เช่น การทำอุโบสถกรรม การสวดปาติโมกข์ และพิธีที่เกี่ยวข้องกับเขตวิสุงคามสีมา เมื่อวัดมีประวัติการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา การมีอุโบสถจึงยิ่งสะท้อนฐานะของวัดในเชิงพระธรรมวินัย ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับอุโบสถในฐานะพื้นที่สงฆ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และควรปฏิบัติตนด้วยความสำรวม
วิหารของวัดหัวรินทำหน้าที่เป็นพื้นที่หลักสำหรับการไหว้พระ ฟังธรรม และประกอบกิจกรรมทางศาสนาของศรัทธาชาวบ้าน วัดชุมชนล้านนามักใช้วิหารเป็นหัวใจของศาสนสถาน เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้าถึงได้มากกว่าอุโบสถในบางโอกาส วิหารจึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับผู้มาเยือนในการเริ่มต้นสักการะ ทำจิตใจให้สงบ และสัมผัสบรรยากาศของวัดหัวรินในฐานะวัดประจำหมู่บ้าน
กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่ที่ทำให้วัดหัวรินดำรงบทบาทของวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง พระสงฆ์ในวัดชุมชนทำหน้าที่ทั้งรับศรัทธา ประกอบพิธีกรรม ให้คำแนะนำทางจิตใจ และเป็นผู้นำทางธรรมในงานบุญหรือกิจกรรมสำคัญของหมู่บ้าน การมีกุฏิสงฆ์จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่พักอาศัยของพระภิกษุ แต่เป็นฐานสำคัญของการรักษาพระพุทธศาสนาในพื้นที่บ้านหัวริน
ศาลาภายในวัดหัวรินเป็นพื้นที่รองรับงานบุญและการรวมตัวของชุมชน ใช้ได้ทั้งงานฟังธรรม งานบำเพ็ญกุศล งานกฐิน งานผ้าป่า การประชุมศรัทธา และกิจกรรมชาวบ้านตามโอกาสต่าง ๆ ศาลาในวัดชุมชนมีความสำคัญมาก เพราะทำให้วัดสามารถรองรับผู้คนจำนวนมากได้อย่างเป็นระบบ เมื่อมีงานบุญ ชาวบ้านสามารถมาร่วมกิจกรรม พักคอย จัดเครื่องไทยธรรม หรือช่วยกันดูแลความเรียบร้อยได้สะดวก
หอพระไตรปิฎกของวัดหัวรินสะท้อนบทบาทด้านพระธรรมและการรักษาความรู้ทางพระพุทธศาสนา หอพระไตรปิฎกหรือหอไตรในวัดไทยและวัดล้านนามีความหมายในฐานะพื้นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์หรือเอกสารทางธรรม แม้ไม่มีรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะอาคารหรือปีสร้าง แต่การมีหอพระไตรปิฎกในเสนาสนะของวัดช่วยเพิ่มมิติด้านการศึกษาและการสืบทอดพระธรรมให้กับวัดหัวรินอย่างชัดเจน
โรงครัวเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนความเป็นวัดชุมชนอย่างชัดเจน งานบุญของวัดในภาคเหนือมักเกี่ยวข้องกับการจัดอาหาร ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ และเลี้ยงผู้มาร่วมงาน ชาวบ้านมักช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ ทำอาหาร จัดสำรับ ล้างภาชนะ และดูแลผู้มาร่วมงาน โรงครัวจึงเป็นพื้นที่ที่ศรัทธาถูกแสดงออกผ่านการลงแรงร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการถวายปัจจัยหรือการเข้าร่วมพิธีเท่านั้น
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดหัวรินคือเจดีย์ เจดีย์ในวัดชุมชนล้านนามักเป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา แม้ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุรูปทรง ขนาด หรือปีสร้างของเจดีย์อย่างละเอียด แต่การที่เจดีย์ถูกระบุเป็นปูชนียวัตถุของวัดแสดงให้เห็นว่าเจดีย์เป็นจุดสำคัญที่ควรสักการะเมื่อมาเยือนวัดหัวริน ผู้มาเยือนควรเดินชมโดยรอบด้วยความสำรวม ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์เจดีย์โดยไม่จำเป็น และให้ความเคารพต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด
จุดเด่นของวัดหัวรินอยู่ที่ความเป็นวัดชุมชนที่เชื่อมโยงกับลำเหมืองและบ้านเรือนหลายด้าน ภูมิทัศน์ของวัดจึงให้ภาพของวัดล้านนาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางระบบน้ำและวิถีชาวบ้าน วัดไม่ได้แยกตัวออกจากชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เมื่อมีงานบุญ งานกฐิน หรือกิจกรรมทางศาสนา พื้นที่วัดจะกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้วัดหัวรินมีทั้งคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และสังคม
งานบุญและประเพณีสำคัญของวัดหัวริน ได้แก่ งานกฐิน ผ้าป่า การทำบุญในวันพระ การทำบุญเข้าพรรษา ออกพรรษา และกิจกรรมทางศาสนาตามรอบปี โดยเฉพาะข้อมูลกฐินสามัคคีประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ระบุวันทอดกฐินในเดือนพฤศจิกายน แสดงว่าวัดยังคงมีวงรอบงานบุญร่วมสมัยที่เชื่อมโยงพระสงฆ์ ศรัทธาชาวบ้าน และผู้ร่วมบุญจากภายนอก งานกฐินเป็นประเพณีสำคัญของวัดไทย เพราะเป็นช่วงที่ชาวพุทธร่วมกันถวายผ้ากฐินและปัจจัยเพื่อบำรุงวัดหลังออกพรรษา
บทบาทของวัดหัวรินต่อชุมชนบ้านหัวรินจึงมีหลายมิติ วัดเป็นสถานที่ศรัทธา เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เป็นพื้นที่กิจกรรมทางสังคม และเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการดูแลผู้คนผ่านแนวทางเชิงพุทธ การที่วัดมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสาธารณสุขและกิจกรรมฟื้นฟูในพื้นที่สะท้อนว่าวัดยังคงปรับบทบาทให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังรักษาแกนหลักของความเป็นวัดชุมชนล้านนาไว้ครบถ้วน
สิ่งที่ควรชมภายในวัดหัวริน ได้แก่ อุโบสถ วิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ ศาลา หอพระไตรปิฎก โรงครัว และลานวัด โดยควรเริ่มจากการไหว้พระในพื้นที่ที่เปิดให้สักการะ จากนั้นเดินชมเจดีย์และองค์ประกอบของวัดอย่างสงบ หากมีพระสงฆ์หรือผู้ดูแลอยู่ในพื้นที่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด โดยเฉพาะพื้นที่อุโบสถ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ที่ใช้สำหรับกิจกรรมเฉพาะของพระสงฆ์หรือศูนย์ฟื้นฟู
บรรยากาศของวัดหัวรินเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าในอำเภอสันป่าตอง วัดชุมชนล้านนา เส้นทางเที่ยวเชิงศรัทธา และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน วัดไม่ได้โดดเด่นด้วยความเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีคุณค่าจากประวัติที่เก่าแก่ การมีลำเหมืองรอบวัด บทบาทด้านศาสนา และบทบาททางสังคมร่วมสมัย ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่ยังทำงานกับชุมชนจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่สวยงามสำหรับแวะชมระยะสั้น
ข้อควรปฏิบัติเมื่อไปวัดหัวรินคือแต่งกายสุภาพ สำรวมกายวาจา ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพื้นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ ไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้ และเคารพกิจกรรมของวัดหรือศูนย์ฟื้นฟูที่อาจดำเนินอยู่ในพื้นที่ หากมีงานบุญหรือกิจกรรมชุมชน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสงฆ์ ผู้ดูแล หรือผู้นำชุมชน เพราะวัดหัวรินยังเป็นพื้นที่ใช้งานจริงของทั้งพระสงฆ์ ชาวบ้าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่
การเดินทาง ไปวัดหัวรินสามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งสะโตกและบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ หากค้นหาเส้นทางควรใช้คำว่า วัดหัวริน ทุ่งสะโตก หรือ วัดหัวริน สันป่าตอง เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับวัดชื่อเดียวกันในจังหวัดอื่น เส้นทางสามารถจัดเป็นทริปวัดชุมชนในตำบลทุ่งสะโตกได้อย่างเหมาะสม
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะกับวัดหัวรินคือเส้นทางวัดและชุมชนในตำบลทุ่งสะโตก เริ่มจากวัดหัวรินเพื่อไหว้พระและชมเจดีย์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดพนัง วัดทุ่งเกี๋ยง วัดสว่างอารมณ์ วัดศรีบุญเรือง วัดปราสาท หรือโบราณสถานเวียงท่ากาน เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของวัด หมู่บ้าน ลำเหมือง ทุ่งนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเชียงใหม่ตอนใต้ได้ชัดเจนขึ้น
โดยรวมแล้ว วัดหัวรินเป็นวัดที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ในเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมของอำเภอสันป่าตอง ความสำคัญของวัดอยู่ที่ประวัติการสร้างที่เก่าแก่ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา การมีอุโบสถ วิหาร หอพระไตรปิฎก เจดีย์ และบทบาทร่วมสมัยในฐานะพื้นที่ฟื้นฟูเชิงพุทธของชุมชน หากต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมที่ลึก สงบ และเข้าใจวัดชุมชนล้านนาผ่านพื้นที่จริง วัดหัวรินเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสำหรับการแวะเยี่ยมชมอย่างตั้งใจ
| ชื่อสถานที่ | วัดหัวริน |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 12 บ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120 |
| สังกัด | คณะสงฆ์มหานิกาย |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ |
| เนื้อที่ตั้งวัด | ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตามหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 38 |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1025 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1750 |
| อาณาเขต | ทิศเหนือประมาณ 1 เส้น 15 วา จดลำเหมือง ทิศใต้ประมาณ 2 เส้น 11 วา จดลำเหมือง ทิศตะวันออกประมาณ 2 เส้น 10 วา จดลำเหมือง ทิศตะวันตกประมาณ 2 เส้น 10 วา จดลำเหมืองและบ้าน |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนเก่าแก่ที่มีอาณาเขตสัมพันธ์กับลำเหมืองหลายด้าน และมีบทบาทด้านศาสนา ชุมชน และการฟื้นฟูเชิงพุทธในพื้นที่สันป่าตอง |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | เจดีย์ |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ กุฏิสงฆ์ วิหาร ศาลา หอพระไตรปิฎก และโรงครัว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ วิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ ศาลา หอพระไตรปิฎก โรงครัว ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวิวิธประชานุกูล เตชปญฺโญ |
| บทบาทร่วมสมัย | เป็นพื้นที่ศูนย์ฟื้นฟูวัดหัวริน หรือศูนย์ฟื้นฟูและปฏิบัติธรรมเชิงพุทธ อำเภอสันป่าตอง |
| งานบุญที่พบข้อมูลล่าสุด | กฐินสามัคคีประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดทอดกฐินวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. |
| เบอร์โทร | 053-830-430 |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดในชุมชนบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งสะโตกและบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพนัง ประมาณ 2 กม. 2. วัดทุ่งเกี๋ยง ประมาณ 3 กม. 3. วัดสว่างอารมณ์ ประมาณ 5 กม. 4. วัดศรีบุญเรือง ประมาณ 6 กม. 5. โบราณสถานเวียงท่ากาน ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. โฮงลาบแม่วาง88 ประมาณ 4 กม. โทร. 081-062-2544 2. สามแสบอาหารตามสั่ง ประมาณ 6 กม. 3. ลุงต๋ากาแฟ ประมาณ 6 กม. โทร. 086-672-5722 4. ครัวป้าพรรณอาหารตามสั่ง สันป่าตอง ประมาณ 7 กม. โทร. 084-609-6109 5. ทุ่งสะโตก@สันป่าตอง ประมาณ 7 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Kaomai Lanna Resort ประมาณ 5.1 กม. 2. Lan Long Khao Cafe & Resort ประมาณ 5.1 กม. 3. Elephant House And Pool Villas ประมาณ 6.4 กม. 4. Tai Resort ประมาณ 8 กม. 5. Home At 9 ประมาณ 12 กม. โทร. 088-636-2679 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวรินอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวรินตั้งอยู่เลขที่ 12 บ้านหัวริน หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120
ถาม: วัดหัวรินสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ประวัติวัดระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1025 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1750
ถาม: วัดหัวรินมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีอุโบสถ กุฏิสงฆ์ วิหาร ศาลา หอพระไตรปิฎก โรงครัว เจดีย์ และลานวัด
ถาม: ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดหัวรินคืออะไร?
ตอบ: ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดหัวรินคือเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดสักการะและศูนย์รวมศรัทธาภายในวัด
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวริน?
ตอบ: พระครูวิวิธประชานุกูล เตชปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวริน
ถาม: วัดหัวรินมีบทบาทร่วมสมัยอะไรที่น่าสนใจ?
ตอบ: วัดหัวรินเป็นพื้นที่ของศูนย์ฟื้นฟูวัดหัวริน หรือศูนย์ฟื้นฟูและปฏิบัติธรรมเชิงพุทธ อำเภอสันป่าตอง ซึ่งสะท้อนบทบาทของวัดต่อชุมชนในมิติการดูแลและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
ถาม: เดินทางไปวัดหัวรินได้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งสะโตกและบ้านหัวริน หมู่ที่ 11 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่
ถาม: ควรเที่ยววัดหัวรินร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดพนัง วัดทุ่งเกี๋ยง วัดสว่างอารมณ์ วัดศรีบุญเรือง และโบราณสถานเวียงท่ากานได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว



