หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ออน >ต.ออนเหนือ > วัดดอนทราย
TL;DR: วัดดอนทราย อยู่ที่เลขที่ 96 หมู่ 8 บ้านดอนทราย ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสันกำแพง–แม่ออน เข้าตำบลออนเหนือและบ้านดอนทราย หมู่ 8 ค้นหา “วัดดอนทราย ออนเหนือ แม่ออน.

เชียงใหม่

วัดดอนทราย

วัดดอนทราย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดดอนทราย ตั้งอยู่เลขที่ 96 หมู่ 8 บ้านดอนทราย ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย รหัสวัด 350230101 ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2477 มีพื้นที่วัด 2 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ก่อนประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานประจำบ้านดอนทรายที่เติบโตควบคู่กับชุมชนเกษตรของตำบลออนเหนือมานานกว่า 90 ปี จุดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติการก่อตั้งโดยแรงศรัทธาของคนในพื้นที่ การฟื้นฟูวัดหลังช่วงที่ไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษา ตลอดจนการพัฒนาศาสนสถานสำคัญ ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงครัว และพระธาตุเจดีย์
 
ข้อมูลทะเบียนวัดปัจจุบันยังแสดงวัดดอนทรายในหมู่ 8 ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดมหานิกายอย่างต่อเนื่อง จึงยืนยันได้ว่าวัดยังมีสถานะเป็นวัดในระบบคณะสงฆ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลออนเหนือยังปรากฏชื่อวัดดอนทรายร่วมกับวัดหนองหอย วัดหัวฝาย และวัดออนหลวยในกิจกรรมถวายเทียนพรรษาของตำบล แสดงให้เห็นว่าวัดยังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายศาสนสถานที่ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
ประวัติของวัดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2477 โดยมีพญาผาบเป็นผู้อุปถัมภ์การสร้างวัด และมีพระพรหมาเข้ามาอยู่จำพรรษาในระยะแรก การมีชื่อผู้อุปถัมภ์และพระภิกษุรูปแรก ๆ ปรากฏในประวัติวัดช่วยให้เห็นภาพการเกิดศาสนสถานในสังคมชนบทของแม่ออนยุคนั้นอย่างชัดเจน วัดไม่ได้เกิดขึ้นจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ แต่เกิดจากความต้องการของชุมชนที่จะมีพื้นที่ทางพระพุทธศาสนาของตนเอง และอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของผู้มีศรัทธาในการสร้างและดูแล
 
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งหลังการก่อตั้ง วัดดอนทรายไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาและเข้าสู่ภาวะวัดร้าง เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของวัดชุมชนขนาดเล็กในอดีต เพราะจำนวนพระสงฆ์ การเดินทาง และกำลังสนับสนุนจากประชาชนมีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของศาสนสถาน จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2507 เมื่อประชาชนในพื้นที่ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดและอาราธนาพระภิกษุสามเณรกลับเข้ามาจำพรรษาอีกครั้ง การฟื้นวัดครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของบ้านดอนทรายและดำเนินศาสนกิจต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
 
หากนับจาก พ.ศ. 2477 ถึง พ.ศ. 2569 วัดดอนทรายมีอายุประมาณ 92 ปี แต่หากมองจากช่วงการฟื้นฟูใน พ.ศ. 2507 วัดก็มีประวัติการใช้งานอย่างต่อเนื่องหลังการบูรณะมากกว่า 60 ปี เรื่องราวทั้ง 2 ช่วงทำให้วัดดอนทรายมีคุณค่าในฐานะหลักฐานของพลังชุมชน เพราะครั้งหนึ่งวัดเคยเงียบลงจากการไม่มีพระจำพรรษา ก่อนที่ชาวบ้านจะเป็นผู้ร่วมกันนำชีวิตทางศาสนากลับคืนสู่พื้นที่อีกครั้ง
 
ลำดับเจ้าอาวาสที่บันทึกไว้ช่วยให้เห็นพัฒนาการการบริหารวัดหลังการฟื้นฟู พระบุญรัตน์ จิตฺตทนฺโต ทำหน้าที่ในช่วง พ.ศ. 2507–2512 ต่อมาพระอธิการอานนท์ ธมฺมธีโร ดำรงตำแหน่งช่วง พ.ศ. 2521–2532 พระอธิการสมบูรณ์ อชิโต ช่วง พ.ศ. 2533–2552 และพระพัฒน์พงษ์ สุมงฺคโล ช่วง พ.ศ. 2553–2559 หลังจากนั้น พระอธิการชาตรี อตฺถคุโณ ได้รับแต่งตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2560 โดยเอกสารข้อมูลวัดของศูนย์การเรียนรู้ตำบลออนเหนือซึ่งรับรองเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565 ระบุท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนทราย
 
ข้อมูลต้นฉบับเดิมที่ระบุพระพัฒน์พงษ์ สุมงฺคโลเป็นเจ้าอาวาสจึงเป็นข้อมูลในช่วงก่อน พ.ศ. 2560 ขณะที่ข้อมูลวัดรุ่นหลังระบุการเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นพระอธิการชาตรี อตฺถคุโณ การใช้ข้อมูลลำดับเจ้าอาวาสช่วยป้องกันความสับสนระหว่างข้อมูลประวัติในช่วงเวลาต่างกัน และยังทำให้เห็นว่าพระพัฒน์พงษ์มีบทบาทสำคัญในช่วงที่วัดกำลังพัฒนาอุโบสถและเขตวิสุงคามสีมา ก่อนส่งต่อการบริหารให้เจ้าอาวาสรุ่นต่อมา
 
วัดดอนทรายได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร และประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 วิสุงคามสีมาเป็นเขตที่ใช้สำหรับอุโบสถและสังฆกรรมสำคัญตามพระวินัย เช่น การอุปสมบท การได้รับเขตวิสุงคามสีมาจึงเป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาวัดจากศาสนสถานประจำหมู่บ้านไปสู่วัดที่มีองค์ประกอบพร้อมรองรับกิจของคณะสงฆ์อย่างสมบูรณ์ขึ้น
 
อุโบสถ ของวัดสร้างใน พ.ศ. 2550 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 5 เมตร ยาว 12 เมตร ปีสร้างสอดคล้องกับปีที่วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จึงเป็นศาสนสถานสำคัญของพัฒนาการวัดในยุคปัจจุบัน ผู้มาเยือนควรชมอุโบสถในฐานะพื้นที่ของสังฆกรรมและเป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่วัดได้รับการยกระดับด้านโครงสร้างทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
 
รายละเอียดพระประธานประจำอุโบสถ ทั้งปาง ขนาด และปีสร้าง ไม่ปรากฏครบถ้วนในทะเบียนข้อมูลวัดที่เผยแพร่ จึงไม่ควรนำรายละเอียดของพระประธานจากวัดอื่นหรือรูปแบบทั่วไปของวัดล้านนามาใช้แทน สิ่งที่กล่าวได้อย่างชัดเจนคืออุโบสถเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างใน พ.ศ. 2550 และตั้งอยู่ภายในเขตวิสุงคามสีมาของวัด
 
ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารสำคัญอีกหลังหนึ่ง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2533 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 5 เมตร ยาว 30 เมตร ศาลาการเปรียญมีขนาดยาวกว่าอุโบสถอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับการรองรับกิจกรรมที่มีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ฟังธรรม ประชุมศรัทธา งานกฐิน ผ้าป่า หรืองานพิธีของครอบครัว ศาลาจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างคณะสงฆ์กับคนในชุมชนได้โดยตรง
 
พื้นที่วัดยังมีกุฏิสงฆ์คอนกรีตเสริมเหล็ก 1 หลังสำหรับพระภิกษุที่จำพรรษา มีโรงครัว 1 หลังสำหรับเตรียมอาหารในงานบุญ และมี พระธาตุเจดีย์ 1 องค์ ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญภายในบริเวณวัด แม้เอกสารสาธารณะที่พบยังไม่ระบุปีสร้าง รูปแบบสถาปัตยกรรม หรือประวัติการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอย่างละเอียด แต่การมีพระธาตุเจดีย์ในทะเบียนอาคารของวัดยืนยันได้ว่าพระธาตุเป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ศาสนา
 
ในทางกลับกัน รายละเอียดของวิหาร หอสวดมนต์ หอระฆัง ศาลาอเนกประสงค์ และศาลาบำเพ็ญกุศลไม่ได้มีข้อมูลขนาดหรือปีสร้างที่กรอกครบในเอกสารวัดฉบับที่ตรวจพบ จึงไม่ควรเติมรายละเอียดจากการคาดเดา ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีหลักฐานชัดเจน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงครัว และพระธาตุเจดีย์ ซึ่งเพียงพอที่จะสะท้อนพัฒนาการและการใช้งานของวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 5371 โดยด้านเหนือจดทางสาธารณประโยชน์ ด้านใต้และด้านตะวันตกจดบ้านเรือนของประชาชน และด้านตะวันออกจดทุ่งนา รายละเอียดอาณาเขตนี้ช่วยให้เห็นภูมิทัศน์ของวัดอย่างชัดเจน วัดไม่ได้ตั้งโดดเดี่ยวอยู่บนภูเขา แต่ฝังตัวอยู่ระหว่างบ้านเรือนกับพื้นที่เกษตร เป็นลักษณะของวัดประจำหมู่บ้านที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของชุมชนโดยตรง
 
บ้านดอนทราย หมู่ 8 เป็นหนึ่งใน 10 หมู่บ้านของตำบลออนเหนือ ในแผนข้อมูลท้องถิ่นช่วง พ.ศ. 2567–2569 บ้านดอนทรายมีประชากร 484 คน แบ่งเป็นชาย 246 คน หญิง 238 คน ตำบลออนเหนือทั้งตำบลมีประชากรราว 3,229 คน พื้นที่จึงยังมีลักษณะเป็นชุมชนชนบทขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับเขตเมืองเชียงใหม่ ทำให้วัดประจำหมู่บ้านยังมีบทบาทต่อความสัมพันธ์ของผู้คนค่อนข้างมาก
 
ตำบลออนเหนือมีโครงสร้างพื้นที่ที่ประกอบด้วยบ้านแม่รวม บ้านหนองหอย บ้านขุนออน บ้านแม่วอง บ้านหัวฝาย บ้านออนหลวย บ้านดอนทราย บ้านขุนทา และบ้านแม่ป่าขาง ชุมชนเหล่านี้เชื่อมกันด้วยถนนท้องถิ่นและเส้นทางที่ต่อออกสู่ถนนสายหลักของแม่ออน วัดดอนทรายจึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัดในตำบลเดียวกับวัดหนองหอย วัดหัวฝาย และวัดออนหลวย
 
การอยู่ร่วมกันของวัดหลายแห่งในตำบลเดียวกันสะท้อนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานแบบหมู่บ้านของล้านนา แต่ละชุมชนมีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของตนเอง ขณะเดียวกันเมื่อมีงานระดับตำบล เช่น การถวายเทียนพรรษา หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนสามารถเชื่อมกิจกรรมระหว่างหลายวัดเข้าด้วยกัน จึงเกิดทั้งความผูกพันระดับหมู่บ้านและเครือข่ายทางศาสนาระดับตำบล
 
บ้านดอนทรายยังปรากฏอยู่ในเครือข่าย ป่าชุมชน ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยข้อมูลกรมป่าไม้ระบุป่าชุมชนบ้านดอนทราย หมู่ 8 ตำบลออนเหนือ พื้นที่ลักษณะนี้สะท้อนความสัมพันธ์ของชาวบ้านกับทรัพยากรป่าและพื้นที่ธรรมชาติรอบหมู่บ้าน นอกเหนือจากทุ่งนาและพื้นที่เกษตรที่อยู่ใกล้ตัววัดแล้ว ป่าชุมชนยังมีบทบาทด้านการอนุรักษ์ แหล่งอาหาร และระบบนิเวศของชุมชนแม่ออน
 
เมื่อพิจารณาร่วมกัน วัด ทุ่งนา บ้านเรือน และป่าชุมชนจึงเป็นองค์ประกอบหลักของภูมิทัศน์บ้านดอนทราย วัดดูแลมิติด้านจิตใจและวัฒนธรรม พื้นที่เกษตรสร้างรายได้และอาหาร ส่วนป่าชุมชนช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การเที่ยววัดดอนทรายจึงมีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นภาพแม่ออนในระดับหมู่บ้าน มากกว่าการเดินทางเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัด
 
ตำบลออนเหนือมีการคมนาคมเชื่อมกับพื้นที่แม่ออนได้ค่อนข้างสะดวก มีทั้งทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1317 และทางหลวงชนบทที่เชื่อมตัวอำเภอกับพื้นที่ตำบล รวมถึงถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต และถนนลูกรังภายในหมู่บ้าน การพัฒนาโครงข่ายถนนทำให้วัดดอนทรายซึ่งเคยเป็นวัดชนบทสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้เส้นทางสันกำแพง–แม่ออน มุ่งสู่อำเภอแม่ออน แล้วเข้าสู่ตำบลออนเหนือและบ้านดอนทราย หมู่ 8 วัดตั้งอยู่ในชุมชนและใกล้พื้นที่เกษตร ไม่จำเป็นต้องขับรถขึ้นถนนภูเขาสูงแบบเส้นทางแม่กำปอง ผู้ใช้ระบบนำทางควรค้นชื่อ “วัดดอนทราย ออนเหนือ แม่ออน เชียงใหม่” เพราะประเทศไทยมีวัดชื่อวัดดอนทรายหลายจังหวัด
 
ตำแหน่งวัดจากข้อมูลพิกัดภูมิสารสนเทศอยู่ประมาณ 18.78228, 99.26010 พิกัดดังกล่าวสอดคล้องกับพื้นที่ออนเหนือและช่วยแยกวัดออกจากวัดดอนทรายในจังหวัดอื่นได้อย่างชัดเจน เมื่อนำทางควรตรวจให้แน่ใจว่าหมุดปลายทางอยู่หมู่ 8 ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
 
สำหรับผู้สนใจประวัติพระพุทธศาสนา จุดที่ควรชมเป็นลำดับแรกคืออุโบสถ พ.ศ. 2550 ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการได้รับวิสุงคามสีมา จากนั้นจึงชมพระธาตุเจดีย์และศาลาการเปรียญ พ.ศ. 2533 การดูอาคารตามลำดับเวลาเช่นนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการวัดชัดขึ้น จากช่วงฟื้นฟูหลัง พ.ศ. 2507 ไปสู่การสร้างศาลาใน พ.ศ. 2533 และการสร้างอุโบสถพร้อมพัฒนาสีมาในช่วง พ.ศ. 2550–2553
 
วัดเหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศสงบ เพราะไม่ได้เป็นวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่หรือมีพื้นที่การค้าอยู่ภายในจำนวนมาก การมาในช่วงเช้าจะได้อากาศสบายและมีโอกาสเห็นวิถีชุมชนโดยรอบ ขณะที่ช่วงเย็นบรรยากาศของหมู่บ้านจะค่อย ๆ เงียบลง ผู้ที่ต้องการทำบุญสามารถเตรียมของถวายตามความเหมาะสมและปฏิบัติตามกิจของพระสงฆ์ในวันนั้น
 
วัดดอนทรายยังเหมาะกับผู้สูงอายุและครอบครัว เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ไม่ต้องเดินขึ้นเขาหรือใช้เส้นทางธรรมชาติระยะไกล สามารถแวะกราบพระ ชมอุโบสถ พระธาตุ และบรรยากาศรอบวัดก่อนเดินทางต่อไปยังวัดหรือแหล่งท่องเที่ยวในแม่ออน การใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีเหมาะกับการชมวัดโดยไม่เร่งรีบ
 
การแต่งกายควรสุภาพ ปกปิดหัวไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถหรืออาคารที่กำหนด ไม่เข้าเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เสียงเบา หากมีชาวบ้านประกอบพิธี งานศพ งานกฐิน หรือกิจกรรมทางศาสนา ควรให้พื้นที่แก่ผู้ร่วมพิธีก่อนการถ่ายภาพ วัดดอนทรายยังเป็นพื้นที่ใช้งานจริงของคนในชุมชน การรักษามารยาทจึงสำคัญกว่าการจัดมุมถ่ายภาพ
 
ในช่วงเข้าพรรษา วัดเป็นหนึ่งในจุดที่องค์การบริหารส่วนตำบลออนเหนือและคนในพื้นที่เข้าร่วมถวายเทียนพรรษา กิจกรรมดังกล่าวเชื่อมวัดดอนทรายกับวัดอื่นในตำบล ได้แก่ วัดหนองหอย วัดหัวฝาย และวัดออนหลวย แสดงให้เห็นว่าประเพณีเข้าพรรษายังคงมีบทบาทเป็นกิจกรรมร่วมของชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น
 
หลังออกพรรษา วัดยังเข้าร่วมประเพณี กฐิน เช่นเดียวกับวัดชุมชนทั่วไปในแม่ออน ข้อมูล พ.ศ. 2568 ระบุว่ามีกำหนดทอดกฐินวัดดอนทรายในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. การมีวัดดอนทรายอยู่ในบัญชีกฐินร่วมสมัยเป็นหลักฐานอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนว่าวัดยังดำเนินกิจกรรมพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน
 
กฐินมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนร่วมกันถวายผ้าและบริวารกฐิน บำรุงวัด และจัดอาหารสำหรับผู้มาร่วมงาน ลูกหลานที่ย้ายไปทำงานในพื้นที่อื่นสามารถกลับมาร่วมบุญกับครอบครัว ขณะที่คนในหมู่บ้านช่วยกันเตรียมสถานที่ ทำให้กฐินมีทั้งมิติทางศาสนาและการรวมชุมชนในเวลาเดียวกัน
 
กิจกรรมวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และงานบุญของครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทวัดชุมชน แม้เอกสารที่ตรวจพบไม่ได้ให้รายละเอียดงานประจำปีเฉพาะของวัดดอนทรายอย่างครบถ้วน จึงไม่ควรสร้างชื่อประเพณีเฉพาะวัดขึ้นเอง แต่สามารถกล่าวได้ว่าวัดยังเป็นศาสนสถานที่ใช้ประกอบกิจทางพระพุทธศาสนาตามปฏิทินของชุมชนออนเหนืออย่างต่อเนื่อง
 
ในเชิงเส้นทางท่องเที่ยว วัดดอนทรายสามารถเชื่อมกับวัดในออนเหนือได้ง่าย วัดออนหลวย เป็นหนึ่งในวัดราษฎร์มหานิกายของตำบลออนเหนือและอยู่ไม่ไกลจากบ้านดอนทราย วัดหนองหอย และ วัดหัวฝาย ก็อยู่ในตำบลเดียวกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดชุมชนหลายแห่งเพื่อเข้าใจรูปแบบการตั้งถิ่นฐานและศรัทธาของออนเหนือ
 
หากต้องการขยายเส้นทางไปทางออนกลาง สามารถต่อไปยัง วัดพระธาตุดอยผาตั้ง ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับครูบาศรีวิชัยและพระธาตุสำคัญของแม่ออน จากนั้นเดินทางต่อไป ถ้ำเมืองออน ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติและศาสนาที่มีหินงอกหินย้อยและพื้นที่สักการะภายในถ้ำ เส้นทางนี้ทำให้สามารถเริ่มจากวัดชุมชนขนาดเล็กแล้วค่อยต่อไปยังศาสนสถานและแหล่งธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากขึ้น
 
อีกทางเลือกคือเดินทางต่อไป น้ำพุร้อนสันกำแพง ในโซนบ้านสหกรณ์ ซึ่งมีพื้นที่น้ำแร่ร้อน สวน และบริการพักผ่อน เหมาะกับการจัดเป็นทริปเต็มวัน โดยช่วงเช้าสามารถเที่ยววัดดอนทรายและวัดรอบออนเหนือ ช่วงสายต่อวัดพระธาตุดอยผาตั้งหรือถ้ำเมืองออน แล้วปิดท้ายด้วยน้ำพุร้อนในช่วงบ่าย
 
เส้นทางครึ่งวันสามารถจัดวัดดอนทราย–วัดออนหลวย–วัดหัวฝาย–วัดหนองหอย เพื่อเน้นวัดชุมชนในตำบลเดียวกัน ส่วนทริปเต็มวันสามารถเพิ่มวัดพระธาตุดอยผาตั้ง ถ้ำเมืองออน และแหล่งกินเที่ยวในออนกลางหรือบ้านสหกรณ์ วิธีนี้ช่วยให้เห็นแม่ออนตั้งแต่ชุมชนเกษตร วัดประจำหมู่บ้าน ไปจนถึงแหล่งธรรมชาติและการท่องเที่ยวสมัยใหม่
 
ที่พักซึ่งอยู่ในตำบลออนเหนือโดยตรงและตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันได้คือ ม่อนรวมสุขโฮมสเตย์เชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ 1 บ้านแม่รวม ตำบลออนเหนือ เป็นที่พักที่ได้รับตรา STAR 5 ดาวของโครงการ TAT STAR และยังมีรายการที่พักปัจจุบันในระบบค้นหาโรงแรม โทร. 063-893-9772 เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักในออนเหนือโดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าเมืองเชียงใหม่
 
นอกจากนี้พื้นที่ออนเหนือยังมีที่พักขนาดเล็กในลักษณะโฮมสเตย์กระจายอยู่ตามชุมชน โดยผู้ที่ต้องการตัวเลือกมากขึ้นสามารถใช้โซนออนกลางและบ้านสหกรณ์ซึ่งอยู่ไม่ไกล เช่น Lakeview Resort, Sheruta 108, Sabai Sabai Retreat และที่พักอื่นในแม่ออนตอนล่าง การพักในโซนนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อถ้ำเมืองออน น้ำพุร้อน หรือเส้นทางแม่กำปองในวันถัดไป
 
ด้านร้านอาหารและคาเฟ่ ตัวเลือกในออนเหนือมีลักษณะกระจายตามชุมชนมากกว่าการรวมตัวเป็นย่านท่องเที่ยว ร้านอาหารบ้านสราญรัตน์ อยู่หมู่ 7 ตำบลออนเหนือ โทร. 083-827-6908 เป็นหนึ่งในกิจการที่มีรายการสถานที่ปัจจุบันในตำบล ส่วนผู้ที่เดินทางต่อไปออนกลางสามารถเลือก หอมกรุ่น เฮือนกาแฟ @ แม่ออน โทร. 086-401-4144 หรือเดินทางต่อไปโซนบ้านสหกรณ์ซึ่งมีร้านอาหารและคาเฟ่มากขึ้น
 
หากต้องการอาหารไทยในพื้นที่แม่ออน มี แม่ออนโภชนา โทร. 090-130-0210 ส่วนผู้เดินทางไปบ้านสหกรณ์สามารถเลือก ร้านฮ่อมดอย แม่ออน โทร. 098-626-7478 และ ร้านเจ้าจันทร์ แม่ออน โทร. 095-698-9449 ร้านเหล่านี้อยู่ในเส้นทางเที่ยวแม่ออนและช่วยเพิ่มตัวเลือกหลังจากชมวัดหรือเดินทางต่อไปน้ำพุร้อน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการกาแฟระหว่างทริป แม่ออนคอฟฟี่ ในบ้านสหกรณ์ โทร. 096-594-8934 เป็นร้านที่เปิดให้บริการทุกวันตามรายการสถานที่ปัจจุบัน สามารถเชื่อมกับเส้นทางถ้ำเมืองออนและน้ำพุร้อนได้สะดวก การเลือกกินหรือพักตามทิศทางที่เดินทางต่อจะช่วยลดการย้อนเส้นทาง เพราะร้านและที่พักในแม่ออนกระจายตามหลายตำบล
 
การพักค้างคืน 1 คืนช่วยให้เที่ยวพื้นที่ได้ละเอียดกว่าแบบไปเช้าเย็นกลับ วันที่แรกสามารถเริ่มจากวัดดอนทรายและวัดต่าง ๆ ในออนเหนือ จากนั้นไปวัดพระธาตุดอยผาตั้งและถ้ำเมืองออน วันที่สองจึงเลือกขึ้นเส้นห้วยแก้ว–แม่กำปอง หรือลงไปเที่ยวพื้นที่แม่ทาและโครงการหลวงตามความสนใจ เป็นการเชื่อมแม่ออนหลายโซนโดยไม่ต้องเร่งขับรถกลับเชียงใหม่ช่วงเย็น
 
วัดดอนทรายเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดชุมชนมากกว่าวัดที่เน้นความอลังการ จุดที่มีคุณค่าคือเรื่องราวการสร้างโดยพญาผาบ การมีพระพรหมาจำพรรษาในยุคแรก ช่วงที่วัดร้าง การฟื้นฟูโดยชาวบ้านใน พ.ศ. 2507 การสร้างศาลาการเปรียญ พ.ศ. 2533 และการสร้างอุโบสถพร้อมรับวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2550 ประวัติเหล่านี้ทำให้วัดมีพัฒนาการที่อ่านได้เป็นลำดับและเชื่อมกับคนในพื้นที่อย่างชัดเจน
 
คุณค่าของพระธาตุเจดีย์ภายในวัดก็อยู่ที่การเป็นปูชนียสถานของชุมชน แม้ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะร่วมสมัยที่อธิบายปีสร้างและรายละเอียดการบรรจุพระธาตุอย่างครบถ้วน การที่พระธาตุถูกบันทึกเป็นองค์ประกอบของวัดโดยตรงก็เพียงพอให้ผู้มาเยือนรับรู้ว่าพื้นที่นี้มีจุดศักดิ์สิทธิ์นอกเหนือจากอุโบสถและศาลาการเปรียญ
 
ในด้านสถาปัตยกรรม วัดดอนทรายจึงควรมองผ่านอาคารที่มีข้อมูลชัดเจนมากกว่าการตีความจากรูปแบบทั่วไป อุโบสถคอนกรีตเสริมเหล็ก พ.ศ. 2550 แสดงการพัฒนาวัดในยุคใหม่ ส่วนศาลาการเปรียญคอนกรีตเสริมเหล็ก พ.ศ. 2533 แสดงการลงทุนด้านพื้นที่กิจกรรมของชุมชนก่อนหน้านั้นเกือบ 2 ทศวรรษ การเปรียบเทียบอาคาร 2 หลังช่วยให้เห็นลำดับการพัฒนาวัดได้จริงโดยไม่ต้องเติมข้อมูลจากการคาดเดา
 
จุดที่น่าสนใจอีกประการคือที่ตั้งด้านตะวันออกของวัดจดทุ่งนา ทำให้วัดมีความสัมพันธ์ทางภูมิทัศน์กับพื้นที่เกษตรโดยตรง ในชุมชนออนเหนือซึ่งประชาชนจำนวนมากมีพื้นฐานด้านการเกษตร วัดจึงไม่ได้ตั้งแยกออกจากแหล่งทำกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชีวิตประจำวัน ชาวบ้านสามารถเดินทางจากบ้านและไร่นามาทำบุญได้โดยง่าย
 
การมีป่าชุมชนบ้านดอนทรายยิ่งเพิ่มมิติด้านธรรมชาติให้หมู่บ้าน พื้นที่ป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนสะท้อนการร่วมกันดูแลทรัพยากรของคนในพื้นที่ เมื่อเชื่อมป่าชุมชนกับทุ่งนาและวัด จะเห็นโครงสร้างชุมชนชนบทแม่ออนที่ยังมีธรรมชาติ เกษตร และพระพุทธศาสนาอยู่ใกล้กันอย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่ชอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดดอนทรายจึงให้ภาพที่แตกต่างจากวัดพระธาตุหรือวัดเก่าแก่หลายร้อยปี คุณค่าของวัดอยู่ที่การบอกเล่าประวัติศตวรรษที่ 20 ของหมู่บ้าน ตั้งแต่การก่อตั้งก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงร้าง การฟื้นวัดหลัง พ.ศ. 2507 ไปจนถึงการพัฒนาศาสนสถานช่วง พ.ศ. 2533–2553 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ระบบถนน การศึกษา และเศรษฐกิจของแม่ออนเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
 
วัดดอนทรายในปัจจุบันจึงเป็นมากกว่าสถานที่แวะไหว้พระ เป็นหลักฐานของความสามารถของชุมชนในการรักษาศาสนสถานของตนเองหลังเคยผ่านช่วงที่ไม่มีพระจำพรรษา เป็นพื้นที่ทำบุญของบ้านดอนทราย เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัดตำบลออนเหนือ และอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ทุ่งนา บ้านเรือน และป่าชุมชนที่ยังสะท้อนวิถีชนบทของแม่ออน
 
หากมีเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ การใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเพื่อกราบพระ ชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ พระธาตุ และเดินดูบรรยากาศรอบวัดก็เพียงพอ แต่หากต้องการเข้าใจพื้นที่อย่างละเอียด ควรเชื่อมวัดดอนทรายกับวัดออนหลวย วัดหัวฝาย วัดหนองหอย และวัดพระธาตุดอยผาตั้ง เมื่อมองวัดเหล่านี้ร่วมกันจะเห็นว่าแต่ละหมู่บ้านในแม่ออนมีศาสนสถานเป็นแกนสำคัญของชุมชนและต่างรักษาประวัติของตนเองไว้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
 
วัดดอนทรายจึงเหมาะกับผู้ที่มองหาการท่องเที่ยวแบบสงบ เรียบง่าย และมีบริบท ไม่ว่าจะเป็นผู้สนใจวัดชุมชน วิถีเกษตร ศาสนสถานในออนเหนือ หรือเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างออนเหนือกับออนกลาง การมาเยือนด้วยความเข้าใจประวัติการฟื้นวัดและบทบาทของชาวบ้านจะช่วยให้เห็นคุณค่าของสถานที่ได้มากกว่าการมองเพียงอาคารที่ตั้งอยู่ริมถนนในหมู่บ้าน
 
ชื่อสถานที่วัดดอนทราย
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
รหัสวัด350230101
ที่อยู่เลขที่ 96 หมู่ 8 บ้านดอนทราย ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
พิกัดประมาณ 18.78228, 99.26010
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 - 17.00 น.
ปีตั้งวัดพ.ศ. 2477
อายุวัดประมาณ 92 ปีใน พ.ศ. 2569
ผู้มีบทบาทในการก่อตั้งพญาผาบเป็นผู้อุปถัมภ์ และพระพรหมาเป็นพระภิกษุที่เข้ามาจำพรรษาในระยะแรก
การฟื้นฟูวัดพ.ศ. 2507 ชาวบ้านร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์หลังวัดเคยไม่มีพระจำพรรษา และอาราธนาพระสงฆ์กลับเข้ามาอยู่ประจำ
พื้นที่วัด2 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา
โฉนดที่ดินเลขที่ 5371
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553
อุโบสถอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 5 เมตร ยาว 12 เมตร สร้าง พ.ศ. 2550
ศาลาการเปรียญอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 5 เมตร ยาว 30 เมตร สร้าง พ.ศ. 2533
เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างอื่นกุฏิสงฆ์คอนกรีตเสริมเหล็ก 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง และพระธาตุเจดีย์ 1 องค์
เจ้าอาวาสที่บันทึกล่าสุดพระอธิการชาตรี อตฺถคุโณ เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2560 ตามข้อมูลวัดที่รับรอง พ.ศ. 2565
อดีตเจ้าอาวาสพระบุญรัตน์ จิตฺตทนฺโต, พระอธิการอานนท์ ธมฺมธีโร, พระอธิการสมบูรณ์ อชิโต และพระพัฒน์พงษ์ สุมงฺคโล
กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาวันพระ เข้าพรรษา ถวายเทียนพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทำบุญของชุมชน
กฐินที่มีข้อมูลล่าสุด5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น.
บริบทชุมชนบ้านดอนทราย หมู่ 8 เป็นชุมชนเกษตรในตำบลออนเหนือ มีทุ่งนา บ้านเรือน และป่าชุมชนอยู่โดยรอบ
ประชากรบ้านดอนทราย484 คน ตามแผนข้อมูลท้องถิ่นช่วง พ.ศ. 2567–2569
ทรัพยากรชุมชนพื้นที่เกษตรและป่าชุมชนบ้านดอนทราย หมู่ 8
การเดินทางจากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสันกำแพง–แม่ออน เข้าตำบลออนเหนือและบ้านดอนทราย หมู่ 8 ค้นหา “วัดดอนทราย ออนเหนือ แม่ออน เชียงใหม่” ในระบบนำทาง
สถานะปัจจุบันยังอยู่ในทะเบียนวัดปัจจุบันและมีการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดออนหลวย – ประมาณ 2–3 กม.
2. วัดหนองหอย – ประมาณ 3 กม.
3. วัดหัวฝาย – ประมาณ 4 กม.
4. วัดพระธาตุดอยผาตั้ง – ประมาณ 4–5 กม.
5. ถ้ำเมืองออน – ประมาณ 6 กม.
6. น้ำพุร้อนสันกำแพง – ประมาณ 8–10 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. ร้านอาหารบ้านสราญรัตน์ – ตำบลออนเหนือ โทร. 083-827-6908
2. หอมกรุ่น เฮือนกาแฟ @ แม่ออน – ประมาณ 4–5 กม. โทร. 086-401-4144
3. แม่ออนโภชนา – ประมาณ 6–7 กม. โทร. 090-130-0210
4. ร้านฮ่อมดอย แม่ออน – ประมาณ 7–8 กม. โทร. 098-626-7478
5. ร้านเจ้าจันทร์ แม่ออน – ประมาณ 8 กม. โทร. 095-698-9449
6. แม่ออนคอฟฟี่ – ประมาณ 8 กม. โทร. 096-594-8934
ที่พักใกล้เคียง1. ม่อนรวมสุขโฮมสเตย์เชียงใหม่ – บ้านแม่รวม ตำบลออนเหนือ โทร. 063-893-9772
2. Lakeview Resort Mae On – โซนแม่ออนตอนล่าง โทร. 092-889-5622
3. Sheruta 108 – ตำบลออนกลาง โทร. 080-262-3998
4. Sabai Sabai Retreat – ตำบลออนกลาง โทร. 094-729-6449
5. The Oriental Village Chiangmai – ตำบลออนกลาง โทร. 095-532-6174
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดดอนทราย แม่ออน อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดดอนทรายตั้งอยู่เลขที่ 96 หมู่ 8 บ้านดอนทราย ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 พิกัดประมาณ 18.78228, 99.26010
 
ถาม: วัดดอนทรายสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยมีพญาผาบเป็นผู้อุปถัมภ์ และมีพระพรหมาเข้ามาจำพรรษาในระยะแรก ต่อมาวัดเคยไม่มีพระจำพรรษาก่อนชาวบ้านร่วมกันบูรณะใน พ.ศ. 2507
 
ถาม: วัดดอนทรายได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เขตสีมากว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดดอนทรายคือใคร?
ตอบ: เอกสารข้อมูลวัดที่รับรองเมื่อ พ.ศ. 2565 ระบุพระอธิการชาตรี อตฺถคุโณ เป็นเจ้าอาวาส โดยเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2560 แทนพระพัฒน์พงษ์ สุมงฺคโลซึ่งดำรงตำแหน่งช่วง พ.ศ. 2553–2559
 
ถาม: วัดดอนทรายมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งปลูกสร้างที่มีข้อมูลชัดเจน ได้แก่ อุโบสถคอนกรีตเสริมเหล็กสร้าง พ.ศ. 2550 ศาลาการเปรียญสร้าง พ.ศ. 2533 กุฏิสงฆ์ โรงครัว และพระธาตุเจดีย์ 1 องค์
 
ถาม: วัดดอนทรายเปิดเวลาใด?
ตอบ: ข้อมูลสถานที่เผยแพร่เวลาเปิดทุกวัน 08.00–17.00 น. การเข้าภายในอาคารศาสนสถานควรปฏิบัติตามการเปิดใช้งานและกิจของพระสงฆ์ในวันนั้น
 
ถาม: วัดดอนทรายมีประเพณีหรือกิจกรรมสำคัญอะไร?
ตอบ: วัดเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน เช่น ถวายเทียนพรรษา วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน และผ้าป่า โดยข้อมูล พ.ศ. 2568 ระบุกำหนดทอดกฐินวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น.
 
ถาม: เที่ยววัดดอนทรายแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อวัดออนหลวย วัดหนองหอย วัดหัวฝาย วัดพระธาตุดอยผาตั้ง ถ้ำเมืองออน และน้ำพุร้อนสันกำแพง เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางวัดชุมชนและธรรมชาติในอำเภอแม่ออนแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดดอนทราย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)