หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เวียงแหง >ต.เมืองแหง > วัดกำแพงใหม่
TL;DR: วัดกำแพงใหม่ อยู่ที่เลขที่ 82 บ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดกำแพงใหม่

วัดกำแพงใหม่

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดกำแพงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 82 บ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีรากประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงประมาณ พ.ศ. 2456 หรือมากกว่า 110 ปี วัดมีชื่อเดิมว่า “วัดกำแพงงาม” และเติบโตขึ้นพร้อมกับชุมชนบ้านป่าไผ่ในแอ่งเวียงแหง ปัจจุบันยังเป็นวัดที่ใช้งานจริง มีพระภิกษุและสามเณรสังกัดวัด มีบทบาทด้านการศึกษาพระธรรม และเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาระดับชุมชนและระดับอำเภอ เจ้าอาวาสที่ยืนยันได้ในช่วงปัจจุบันคือพระครูปราการวรศาสน์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเมืองแหงและมีบทบาทด้านการศึกษาของโรงเรียนเวียงแหงปริยัติศึกษา วัดกองลม วัดกำแพงใหม่จึงมีความสำคัญพร้อมกันทั้งในฐานะวัดเก่าแก่ ศูนย์รวมศรัทธาของบ้านป่าไผ่ แหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา และจุดเชื่อมโยงกับภูมิทัศน์โบราณคดีของเมืองเวียงแหง
 
ตำแหน่งปัจจุบันของวัดอยู่บริเวณบ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหง ในแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาของอำเภอเวียงแหง พิกัดประมาณ 19.55970, 98.63297 สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 732 เมตร พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชน บ้านเรือน ถนน พื้นที่เกษตร และแนวภูเขาที่โอบล้อมแอ่งเวียงแหงไว้ ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้วัดมีบรรยากาศต่างจากวัดในเขตเมืองเชียงใหม่อย่างชัดเจน เพราะวัดยังอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของชุมชนบนพื้นที่สูงที่มีการเกษตร ป่าไม้ และวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นส่วนสำคัญของภูมิทัศน์
 
วัดกำแพงใหม่มีรหัสวัด 350200102 และยังปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดมหานิกายของตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหงในปัจจุบัน การมีชื่ออยู่ในทะเบียนคณะสงฆ์ร่วมกับหลักฐานกิจกรรมของวัดใน พ.ศ. 2568-2569 รวมถึงรายชื่อสามเณรที่สังกัดวัดในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. 2568 ยืนยันได้ว่าวัดยังมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีสถานะเป็นวัดร้างหรือเป็นเพียงโบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยว
 
พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก เลขที่ 142 อาณาเขตเดิมด้านเหนือประมาณ 50 วา จดบ้านเรือนราษฎร ด้านใต้ประมาณ 50 วา จดพื้นที่ป่าช้า ด้านตะวันออกประมาณ 120 วา จดทางเดิน และด้านตะวันตกประมาณ 120 วา จดทางเดิน ลักษณะของอาณาเขตดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ติดกับพื้นที่อยู่อาศัย เส้นทางสัญจร และพื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมในวงจรชีวิตของชุมชน วัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหมู่บ้านอย่างแท้จริง ไม่ได้แยกตัวออกจากชุมชนโดยรอบ
 
วัดเริ่มก่อสร้างประมาณ พ.ศ. 2456 ในช่วงปลายรัชกาลที่ 6 และมีชื่อเดิมว่า วัดกำแพงงาม ชื่อดังกล่าวยังปรากฏในความทรงจำและกิจกรรมของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน ดังเห็นได้จากการจัดงานมุทิตาจิตถวายแด่พระครูปราการวรศาสน์ใน พ.ศ. 2568 ซึ่งยังมีการใช้ชื่อวัดกำแพงงามในชื่องาน การดำรงอยู่ของชื่อเก่าและชื่อปัจจุบันควบคู่กันจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์วัดและบ้านป่าไผ่
 
ช่วงเวลาการก่อตั้งวัดมีความสำคัญเมื่อวางไว้ในบริบทของเวียงแหง ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 พื้นที่นี้ยังเป็นหุบเขาห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ การเดินทางระหว่างหมู่บ้านและการติดต่อกับพื้นที่ภายนอกใช้เส้นทางที่จำกัด วัดประจำชุมชนจึงเป็นสถาบันที่มีบทบาทพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการประกอบศาสนกิจ การศึกษา การอบรมศีลธรรม การพบปะของชาวบ้าน การประกอบพิธีศพ และการจัดงานบุญต่าง ๆ วัดกำแพงใหม่จึงเติบโตขึ้นจากความจำเป็นทางศาสนาและสังคมของผู้คนในพื้นที่ ไม่ใช่จากการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยว
 
บ้านป่าไผ่เป็นชุมชนสำคัญของตำบลเมืองแหง ปัจจุบันยังคงเป็นหมู่ที่ 3 และอยู่ในพื้นที่ราบของแอ่งเวียงแหง มีแม่น้ำแตงและแม่น้ำแพมเป็นทรัพยากรน้ำสำคัญ ชุมชนมีพื้นฐานด้านเกษตรกรรมมายาวนาน โดยพื้นที่ราบและที่ราบเชิงเขาเหมาะกับการทำนา ปลูกกระเทียม เลี้ยงสัตว์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่า การดำรงอยู่ของวัดกลางชุมชนจึงสัมพันธ์โดยตรงกับวิถีเกษตรของชาวบ้าน
 
บ้านป่าไผ่ยังมีป่าชุมชนที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องและได้รับการยอมรับด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในลุ่มน้ำแม่แตงและบริเวณต้นน้ำระดับสูง มีทั้งเขตอนุรักษ์และเขตใช้ประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านกับป่าไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเก็บของป่า แต่รวมถึงการทำแนวกันไฟ การดูแลแหล่งน้ำ การรักษาพื้นที่ต้นน้ำ และการวางระบบใช้ทรัพยากรร่วมกัน วัดในฐานะศูนย์รวมทางจิตใจจึงอยู่ภายในชุมชนที่มีมิติด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กับวิถีศาสนา
 
ความน่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือบ้านป่าไผ่อยู่ในภูมิทัศน์ของเมืองโบราณเวียงแหง งานศึกษาทางโบราณคดีพบว่าพื้นที่แอ่งเวียงแหงมีประวัติการอยู่อาศัยของมนุษย์ยาวนานหลายพันปี และในช่วงประวัติศาสตร์พบโบราณสถานกระจายอยู่ทั่วแอ่งมากกว่า 50 แห่ง เมืองเวียงแหงเคยรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 ซึ่งสอดคล้องกับยุครุ่งเรืองของล้านนา ก่อนจะลดความสำคัญลงจากสภาพเมืองชายแดนและเหตุการณ์สงครามในเวลาต่อมา
 
บริเวณบ้านป่าไผ่มีความสำคัญต่อการศึกษาทางโบราณคดีโดยตรง เพราะการศึกษาพื้นที่เมืองโบราณเวียงแหงมีการขุดค้นบริเวณวัดกำแพงงามร้างและวัดป่าสักร้าง โดยพระครูปราการวรศาสน์ เจ้าอาวาสวัดกำแพงใหม่ มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของนักโบราณคดี ความสัมพันธ์นี้ทำให้วัดกำแพงใหม่ไม่ได้เชื่อมโยงเพียงกับวัดกำแพงงามในฐานะชื่อเดิมเท่านั้น แต่ยังอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีร่องรอยทางโบราณคดีสำคัญของแอ่งเวียงแหงด้วย
 
อย่างไรก็ตาม วัดกำแพงใหม่ในปัจจุบันและโบราณสถานวัดกำแพงงามร้างควรมองแยกกันในเชิงกายภาพ แม้ชื่อและประวัติชุมชนจะสัมพันธ์กัน วัดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันคือวัดกำแพงใหม่ บ้านป่าไผ่ ขณะที่พื้นที่วัดกำแพงงามร้างมีความสำคัญในฐานะแหล่งโบราณคดี การเดินทางมายังวัดจึงเปิดโอกาสให้เข้าใจทั้งพระพุทธศาสนาที่มีชีวิตอยู่ในชุมชนและร่องรอยศาสนสถานจากชุมชนโบราณในพื้นที่เดียวกัน
 
อาคารเสนาสนะที่บันทึกไว้ในช่วงการพัฒนาวัดประกอบด้วย วิหาร ศาลาบาตร และกุฏิสงฆ์ โดยในช่วงที่จัดทำประวัติวัด วิหารยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนธรรมชาติของวัดชุมชนที่อาคารต่าง ๆ ถูกสร้าง ขยาย และบูรณะตามกำลังศรัทธาของชาวบ้านและพระสงฆ์ในแต่ละยุค เมื่อวัดดำรงอยู่มานานกว่าศตวรรษ รูปลักษณ์ของอาคารย่อมผ่านการปรับปรุงหลายครั้ง ไม่ควรมองสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันว่าเป็นรูปแบบเดียวกับช่วงเริ่มตั้งวัดทุกประการ
 
วิหาร ทำหน้าที่เป็นหัวใจของศาสนกิจ ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นพื้นที่ทำวัตร สวดมนต์ ฟังธรรม และประกอบพิธีของพระสงฆ์กับชาวบ้าน ภายในวัดชุมชนภาคเหนือ วิหารมีความสำคัญมากกว่าอาคารเชิงสถาปัตยกรรม เพราะเป็นพื้นที่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับญาติโยมเกิดขึ้นเป็นประจำ วันพระ งานบุญ และพิธีสำคัญส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงกับพื้นที่วิหารโดยตรง
 
ศาลาบาตร เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนวิถีวัดดั้งเดิม ใช้รองรับภัตตาหาร เครื่องไทยธรรม หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการถวายอาหารและการทำบุญของญาติโยม แม้ศาลาบาตรจะไม่ได้เป็นอาคารที่นักท่องเที่ยวทั่วไปให้ความสนใจมากเท่าวิหารหรือเจดีย์ แต่ในวัดชุมชน อาคารลักษณะนี้ช่วยให้เห็นระบบการใช้พื้นที่ที่สัมพันธ์กับกิจวัตรของพระสงฆ์อย่างชัดเจน
 
กุฏิสงฆ์ เป็นพื้นที่พำนักของพระภิกษุและสามเณร มีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา การทำวัตร และกิจวัตรประจำวันของผู้บวช เนื่องจากวัดกำแพงใหม่ยังมีพระและสามเณรสังกัดอยู่ ผู้มาเยือนควรถือว่าบริเวณกุฏิเป็นพื้นที่ส่วนตัวและไม่เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การชมวัดควรเน้นพื้นที่ศาสนสถานและพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดให้ญาติโยมเข้าใช้งาน
 
ประวัติการบริหารวัดสะท้อนความต่อเนื่องของพระสงฆ์หลายรุ่น เจ้าอาวาสรูปแรกที่มีการบันทึกคือพระแปง อตฺตคุตฺโต ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2456-2477 ตามด้วยพระเป็ง สีลสุทฺโธ พ.ศ. 2477-2500 และพระบุญส่ง อตฺตทนฺโธ พ.ศ. 2500-2506 รายชื่อเหล่านี้เชื่อมช่วงการตั้งวัดในยุคแรกเข้าสู่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชุมชนชนบทภาคเหนือเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงด้านการคมนาคมและการปกครองมากขึ้น
 
ต่อมามีพระอธิการปัน คมฺภีรปญฺโญ พระมหาสมบูรณ์ ฉนฺทงฺกโร ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วง พ.ศ. 2513-2514 พระอธิการเกษม สุเมโธ พ.ศ. 2514-2516 พระใบฎีกาบุญช่วย กนฺตาจาโร พ.ศ. 2516-2521 พระแก้ง กตปุญฺโญ พ.ศ. 2521-2522 พระอธิการบุญทา อภิโชโต พ.ศ. 2522-2524 และพระปวน ทีปธมฺโม ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ตามลำดับ รายชื่อเหล่านี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของสถาบันสงฆ์ในบ้านป่าไผ่ตลอดหลายทศวรรษ
 
เจ้าอาวาสที่ยืนยันได้ในยุคปัจจุบันคือ พระครูปราการวรศาสน์ หรือพระนพดล ซึ่งใน พ.ศ. 2568 ยังได้รับการระบุว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดกำแพงใหม่ เจ้าคณะตำบลเมืองแหง และผู้อำนวยการโรงเรียนเวียงแหงปริยัติศึกษา วัดกองลม ในปีเดียวกันท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรและพัดยศ โดยมีชุมชนและสถานศึกษาในอำเภอเข้าร่วมงานมุทิตาจิตอย่างกว้างขวาง
 
บทบาทของพระครูปราการวรศาสน์ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในวัดกำแพงใหม่ เพราะท่านมีหน้าที่ด้านการปกครองคณะสงฆ์ในฐานะเจ้าคณะตำบลเมืองแหง และมีบทบาทด้านการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม เมื่อถึง พ.ศ. 2569 ท่านยังปรากฏในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนปริยัติศึกษาและเป็นประธานในการประชุมเครือข่ายผู้บริหารการศึกษาของอำเภอเวียงแหง แสดงถึงความต่อเนื่องของบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่
 
วัดกำแพงใหม่มีความสำคัญด้านการศึกษาพระธรรมอย่างชัดเจน ในรายชื่อผู้เข้าสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. 2568 มีสามเณรจากวัดกำแพงใหม่หลายรูป ได้แก่ สามเณรแสนดี แสนหลี สามเณรณัฐวุฒิ ฟ้าอินทร์ สามเณรสว่าง แสงจันทร์ สามเณรชุนวู นักปราชญ์ และสามเณรใจจอม นักปราชญ์ การมีสามเณรหลายรูปเข้าสู่ระบบการศึกษาพระธรรมแสดงให้เห็นว่าวัดยังเป็นพื้นที่บวชเรียนและสร้างโอกาสด้านการศึกษาศาสนาแก่เยาวชนในปัจจุบัน
 
บทบาทนี้มีรากต่อเนื่องมานาน เอกสารการสอบธรรมในช่วงก่อนหน้ายังมีทั้งพระภิกษุและสามเณรสังกัดวัดกำแพงใหม่อยู่หลายราย การบวชเรียนในพื้นที่ชายแดนและอำเภอภูเขามีความสำคัญต่อครอบครัวจำนวนไม่น้อย เพราะวัดทำหน้าที่ทั้งให้การศึกษาพระธรรม สร้างระเบียบวินัย และเชื่อมเยาวชนเข้ากับระบบการศึกษาของคณะสงฆ์
 
ความสัมพันธ์กับโรงเรียนเวียงแหงปริยัติศึกษายิ่งทำให้บทบาทการศึกษาของวัดชัดขึ้น แม้โรงเรียนตั้งอยู่ที่วัดกองลม แต่พระครูปราการวรศาสน์จากวัดกำแพงใหม่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ทำให้วัดกำแพงใหม่เชื่อมอยู่ในเครือข่ายการศึกษาพระปริยัติธรรมของอำเภอโดยตรง พระภิกษุและสามเณรในเวียงแหงจึงไม่ได้แยกการเรียนรู้ตามวัดแต่ละแห่งอย่างโดดเดี่ยว แต่มีระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงวัดหลายแห่งเข้าด้วยกัน
 
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าวัดยังมีบทบาทต่อชุมชนในปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เมื่ออำเภอเวียงแหงจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ณ วัดกำแพงใหม่ โดยมีนายอำเภอเวียงแหง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการตำรวจ และประชาชนเข้าร่วม วัดจึงยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีสำคัญที่สามารถรองรับทั้งฝ่ายสงฆ์ ภาครัฐ และประชาชนในระดับอำเภอ
 
พิธีดังกล่าวยังมีพระครูกันตศีลานุยุต เจ้าคณะอำเภอเวียงแหงและเจ้าอาวาสวัดกองลมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสังฆาธิการในอำเภอ ทำให้เห็นว่าวัดกำแพงใหม่ทำงานอยู่ภายในเครือข่ายคณะสงฆ์เวียงแหงอย่างใกล้ชิด วัดจึงมีบทบาททั้งในระดับหมู่บ้านผ่านพระครูปราการวรศาสน์และในระดับอำเภอผ่านการรองรับกิจกรรมของคณะสงฆ์ส่วนรวม
 
ในอดีตวัดยังเคยเป็นสถานที่จัดกฐินของเยาวชนและชุมชน การจัดกฐินที่วัดกำแพงใหม่มีการมีส่วนร่วมของนักเรียนในอำเภอและพระสงฆ์จากพื้นที่ เป็นตัวอย่างของการส่งต่อประเพณีแก่คนรุ่นใหม่ งานกฐินไม่เพียงเป็นพิธีถวายผ้าแก่พระสงฆ์หลังออกพรรษา แต่ยังเป็นโอกาสที่ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนร่วมมือกันทำบุญและช่วยดูแลศาสนสถาน
 
ช่วงเข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นช่วงที่วัดชุมชนอย่างวัดกำแพงใหม่มีความเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ แม้ตารางงานประจำปีของวัดจะไม่ได้เผยแพร่เป็นปฏิทินสาธารณะต่อเนื่อง แต่บทบาทด้านการศึกษาและพิธีกรรมที่ปรากฏในช่วงหลายปีช่วยยืนยันว่าประเพณีพุทธยังเป็นองค์ประกอบหลักของชีวิตวัด
 
วัดยังสัมพันธ์กับแนวคิด “บวร” หรือบ้าน วัด โรงเรียนอย่างชัดเจน บ้านป่าไผ่เป็นชุมชนที่มีครอบครัว พื้นที่เกษตรและป่าชุมชน วัดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจ ขณะที่โรงเรียนและระบบพระปริยัติธรรมทำหน้าที่ด้านการศึกษา การทำงานร่วมกันขององค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้ชุมชนขนาดไม่ใหญ่สามารถรักษาประเพณี ศาสนา และระบบการช่วยเหลือกันได้ต่อเนื่อง
 
นอกจากพระพุทธศาสนาแล้ว บ้านป่าไผ่ยังมีความสำคัญด้านการจัดการป่าชุมชน พื้นที่ป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และทรัพยากรสำหรับการดำรงชีวิต ชุมชนมีทั้งเขตอนุรักษ์และเขตใช้ประโยชน์ มีการจัดการไฟป่าและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากร การมาเที่ยววัดกำแพงใหม่จึงสามารถมองให้กว้างกว่าการชมอาคาร โดยเห็นว่าวัดตั้งอยู่ในชุมชนที่ศาสนา เกษตร และการอนุรักษ์ธรรมชาติพัฒนาควบคู่กัน
 
ความสัมพันธ์กับโบราณคดีทำให้วัดมีมิติที่หาได้ยากจากวัดชุมชนทั่วไป เมืองโบราณเวียงแหงเคยมีความเจริญในยุคล้านนา มีโบราณสถานมากกว่า 50 แห่งกระจายอยู่รอบแอ่ง และมีหลักฐานพระพุทธรูปศิลปะล้านนาจากวัดต่าง ๆ เช่น วัดห้วยหกและวัดเวียงแหง การที่พื้นที่วัดกำแพงงามร้างและป่าสักร้างใกล้บ้านป่าไผ่ได้รับการขุดค้น ทำให้ชุมชนนี้อยู่ภายในเขตที่มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเมืองเวียงแหงในอดีต
 
การเที่ยววัดกำแพงใหม่จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจทั้งวัดเก่าและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการสักการะภายในวิหาร ชมพื้นที่ส่วนกลางและองค์ประกอบของวัด จากนั้นมองออกไปยังชุมชนบ้านป่าไผ่และภูเขารอบแอ่ง เพื่อเข้าใจว่าศาสนสถานแห่งนี้เกิดและเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบใด หากมีความสนใจด้านโบราณคดี การศึกษาเรื่องเมืองโบราณเวียงแหงเพิ่มเติมจะช่วยให้การชมวัดมีความหมายมากขึ้น
 
สิ่งที่ควรชมภายในวัดเป็นอันดับแรกคือวิหารซึ่งเป็นพื้นที่ศรัทธาหลัก ตามด้วยศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ และภาพรวมของลานวัด ผู้มาเยือนไม่ควรจำกัดความสนใจเฉพาะอาคารที่มีการตกแต่งสวยงาม เพราะการวางตำแหน่งของอาคาร ถนน บ้านเรือน และพื้นที่ชุมชนรอบวัดสามารถบอกเล่าบทบาทของวัดได้ชัดเจนไม่แพ้สถาปัตยกรรม
 
บรรยากาศของวัดเป็นแบบวัดชุมชน ไม่ได้มีพื้นที่ร้านค้าหรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ภายใน จุดเด่นจึงอยู่ที่ความสงบและการได้เห็นการใช้งานจริงของศาสนสถาน ผู้ที่มาช่วงเช้าหรือช่วงที่ไม่มีงานพิธีจะได้สัมผัสบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะกับการสักการะ นั่งพัก และชมภูมิประเทศของเมืองแหงอย่างไม่เร่งรีบ
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ปกปิดหัวไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่วิหารหรือพื้นที่ที่กำหนด ไม่ขึ้นไปบนฐานพระพุทธรูป และหลีกเลี่ยงการเข้าเขตกุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบพระภิกษุหรือสามเณรกำลังเรียนหนังสือ ทำวัตร หรือฉันภัตตาหาร ควรรักษาระยะและไม่รบกวน การขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลเป็นมารยาทสำคัญสำหรับวัดที่มีการบวชเรียนจริง
 
วัดนายางเป็นจุดเชื่อมเส้นทางที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะตั้งอยู่ในบ้านป่าไผ่เช่นเดียวกับวัดกำแพงใหม่ วัดนายางเคยมีสถานะเป็นวัดร้าง ก่อนมหาเถรสมาคมมีมติใน พ.ศ. 2555 ให้ยกขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาอีกครั้ง การเที่ยว 2 วัดภายในชุมชนเดียวกันช่วยให้เห็นทั้งวัดที่มีการสืบต่ออย่างยาวนานและวัดโบราณที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่
 
อีกจุดหนึ่งคือวัดพระธาตุกำแพงงาม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดกำแพงใหม่และมีชื่อเชื่อมโยงกับภูมินามกำแพงงาม การจัดเส้นทางให้รวมพื้นที่ดังกล่าวเข้าด้วยกันเหมาะสำหรับผู้สนใจโบราณสถานและชื่อสถานที่เก่าของบ้านป่าไผ่ ทั้งนี้พื้นที่โบราณสถานควรเข้าชมด้วยความระมัดระวัง ไม่เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุหรือเข้าไปในจุดที่มีการควบคุม
 
วัดกองลมอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรและเป็นวัดสำคัญด้านการปกครองคณะสงฆ์ของอำเภอ พระครูกันตศีลานุยุต เจ้าอาวาสวัดกองลมดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเวียงแหง การชมวัดกองลมต่อจากวัดกำแพงใหม่จึงช่วยให้เข้าใจโครงสร้างคณะสงฆ์ในพื้นที่ ตั้งแต่วัดระดับชุมชนและเจ้าคณะตำบลไปจนถึงศูนย์กลางระดับอำเภอ
 
วัดเวียงแหงเป็นอีกแห่งที่ควรอยู่ในเส้นทางเดียวกัน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณเวียงแหงและพุทธศิลป์ล้านนา งานทางโบราณคดีพบพระพุทธรูปศิลปะล้านนาจากพื้นที่วัดเวียงแหงและวัดห้วยหก ทำให้การเดินทางระหว่างวัดกำแพงใหม่ วัดเวียงแหง และวัดห้วยหกสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในแอ่งเวียงแหงได้อย่างมีเนื้อหา
 
ผู้ที่ต้องการเพิ่มธรรมชาติในทริปสามารถเดินทางต่อน้ำตกแม่หาด ซึ่งอยู่ในตำบลเมืองแหงเช่นเดียวกัน การเที่ยวช่วงเช้าที่วัดกำแพงใหม่และวัดรอบเมืองแหง แล้วเดินทางไปน้ำตกในช่วงบ่ายเหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติในวันเดียว อย่างไรก็ตาม สภาพน้ำและเส้นทางน้ำตกเปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงควรตรวจสภาพพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
อาหารในเขตเมืองแหงมีทั้งอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ และร้านอาหารแบบร่วมสมัย ร้านป้าขิ่นเป็นหนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมือง เช่น ลาบคั่ว แกงแค และอาหารตามฤดูกาล ส่วนเวียงแหงกาแฟเหมาะสำหรับพักดื่มกาแฟ ขณะที่ Chapter four และสุขใจคาเฟ่เป็นตัวเลือกของร้านกาแฟและอาหารในพื้นที่ศูนย์กลางอำเภอ ทำให้ผู้เดินทางไม่จำเป็นต้องกลับออกจากเวียงแหงเพื่อหาอาหารระหว่างวัน
 
ตัวเลือกที่พักในตำบลเมืองแหงมีทั้งรีสอร์ท โฮมสเตย์และห้องพักขนาดเล็ก เมืองแหงรีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหงเช่นเดียวกับวัด จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ใกล้พื้นที่บ้านป่าไผ่ ครูเอ้โฮมสเตย์และห้องพักน้องเพลงอยู่บริเวณโรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม บ้านสมหวังรีสอร์ทอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำเภอ ส่วนห้องพักเชียงตุงอยู่บ้านเวียงแหง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักแล้วเที่ยวต่อในเช้าวันถัดไป
 
การพักค้างคืนในเมืองแหงเหมาะสำหรับผู้เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากเส้นทางเข้าเวียงแหงมีทางโค้งและช่วงขึ้นลงเขาจำนวนมาก การเที่ยวไปกลับภายในวันเดียวทำให้ต้องใช้เวลาบนถนนมากและอาจต้องขับรถในเวลากลางคืน หากพักอย่างน้อย 1 คืน สามารถแบ่งเที่ยววัดและชุมชนเมืองแหงในวันแรก แล้วเดินทางต่อแสนไหหรือเปียงหลวงในวันถัดไปได้อย่างสบายกว่า
 
ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณปลายปีถึงต้นปีเป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินทางมากที่สุด อากาศในแอ่งเวียงแหงเย็นกว่าตัวเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน ทิวเขารอบแอ่งให้บรรยากาศสงบ ส่วนฤดูฝนมีข้อดีคือป่าไม้และพื้นที่เกษตรเขียวชอุ่ม แต่ผู้ขับรถควรระวังถนนเปียก หมอก และทัศนวิสัยบนเส้นทางภูเขา
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอเชียงดาว จากนั้นเข้าสู่เส้นทางอำเภอเวียงแหงและเดินทางต่อเข้าตำบลเมืองแหง เมื่อถึงบริเวณบ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 สามารถใช้พิกัดประมาณ 19.55970, 98.63297 หรือค้นหาชื่อ “วัดกำแพงใหม่” ในระบบนำทาง วัดอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางอำเภอและโรงพยาบาลเวียงแหง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
 
ก่อนเดินทางควรตรวจสภาพเบรก ยาง น้ำมัน และระบบไฟของรถให้พร้อม เพราะแม้ช่วงเมืองแหงจะเป็นพื้นที่ราบในหุบเขา แต่เส้นทางก่อนเข้าสู่อำเภอมีทางโค้งต่อเนื่อง การเดินทางในเวลากลางวันช่วยให้มองเห็นถนนได้ดีกว่าและยังมีเวลาแวะชมวิวระหว่างทาง หากไม่คุ้นเคยกับเส้นทางควรหลีกเลี่ยงการออกจากเวียงแหงในช่วงค่ำโดยไม่จำเป็น
 
เส้นทางแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากวัดกำแพงใหม่ ต่อไปวัดนายาง วัดพระธาตุกำแพงงาม วัดกองลม และวัดเวียงแหง ส่วนเส้นทางเต็มวันสามารถเพิ่มวัดห้วยหกและน้ำตกแม่หาด การเดินทางลักษณะนี้ใช้พื้นที่ตำบลเมืองแหงเป็นหลัก จึงไม่ต้องขับไกลไปถึงชายแดนและเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการเห็นทั้งวัดเก่า ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติของอำเภอ
 
หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน วันแรกควรเน้นกลุ่มวัดเมืองแหงและบ้านป่าไผ่ วันที่ 2 สามารถเดินทางต่อไปตำบลแสนไหเพื่อสักการะพระธาตุแสนไห จากนั้นเลือกขึ้นไปเปียงหลวงเพื่อชมวัดและชุมชนไทใหญ่ เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างของพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลอย่างชัดเจน ตั้งแต่ชุมชนคนเมืองในแอ่งเวียงแหง พื้นที่ศรัทธาพระธาตุของแสนไห ไปจนถึงวัฒนธรรมชายแดนของเปียงหลวง
 
วัดกำแพงใหม่เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่า ประวัติศาสตร์ชุมชน โบราณคดีล้านนา และการศึกษาพระพุทธศาสนา มากกว่าผู้ที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จุดแข็งของวัดคือความต่อเนื่องของเรื่องราว ตั้งแต่การก่อตั้งราว พ.ศ. 2456 ชื่อเดิมวัดกำแพงงาม การสืบทอดเจ้าอาวาสหลายยุค บทบาทของพระครูปราการวรศาสน์ และการมีพระภิกษุสามเณรบวชเรียนอยู่ในยุคปัจจุบัน
 
อีกเหตุผลที่ทำให้วัดมีคุณค่าคือการตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่ากว่าวัดหลายศตวรรษ แอ่งเวียงแหงมีหลักฐานชุมชนโบราณและศาสนสถานจำนวนมาก การขุดค้นวัดกำแพงงามร้างและป่าสักร้างในพื้นที่บ้านป่าไผ่ช่วยยืนยันว่าแถบนี้มีความสำคัญทางโบราณคดี การเดินทางมายังวัดจึงเท่ากับเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีทั้งพระพุทธศาสนาปัจจุบันและชั้นประวัติศาสตร์ของล้านนาซ้อนทับกันอยู่
 
เมื่อมองในระดับชุมชน วัดยังเชื่อมกับป่าชุมชนบ้านป่าไผ่และระบบทรัพยากรของลุ่มน้ำแม่แตง ทำให้เรื่องราวของวัดไม่ได้จำกัดอยู่กับศาสนา แต่สัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐาน การเกษตร ป่าไม้ และการดูแลต้นน้ำ ชาวบ้านใช้วัดเป็นศูนย์รวมด้านจิตใจ ขณะที่ร่วมกันจัดการทรัพยากรที่รองรับชีวิตประจำวัน เป็นภาพของชุมชนชนบทเหนือที่ศาสนาและสิ่งแวดล้อมยังเชื่อมโยงกันอย่างเป็นรูปธรรม
 
สำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเวียงแหงให้ลึกกว่าภาพของเมืองชายแดน วัดกำแพงใหม่เป็นจุดเริ่มต้นที่มีเนื้อหามากแห่งหนึ่ง เพราะสามารถเชื่อมจากประวัติวัดไปสู่บ้านป่าไผ่ จากบ้านป่าไผ่ไปสู่ป่าชุมชน จากชื่อวัดกำแพงงามไปสู่โบราณสถาน และจากบทบาทของเจ้าอาวาสไปสู่การศึกษาพระปริยัติธรรมในระดับอำเภอ เมื่อพิจารณาทุกมิติร่วมกัน วัดแห่งนี้จึงเป็นทั้งศาสนสถานที่ยังมีชีวิต หลักฐานของชุมชนเก่า และประตูสู่การทำความเข้าใจภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ของแอ่งเวียงแหงได้อย่างครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่วัดกำแพงใหม่
ชื่อเดิมวัดกำแพงงาม
ชื่อภาษาอังกฤษWat Kamphaeng Mai
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
รหัสวัด350200102
ที่อยู่เลขที่ 82 บ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350
พิกัด19.55970, 98.63297
ระดับความสูงประมาณ 732 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เริ่มก่อสร้างประมาณ พ.ศ. 2456
พื้นที่ตั้งวัดประมาณ 6 ไร่ ตาม น.ส.3 ก เลขที่ 142
อาณาเขตเดิมทิศเหนือจดบ้านเรือนราษฎร ทิศใต้จดป่าช้า ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจดทางเดิน
สิ่งปลูกสร้างสำคัญวิหาร ศาลาบาตร และกุฏิสงฆ์
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ของบ้านป่าไผ่ที่มีประวัติกว่า 110 ปี เชื่อมโยงกับพื้นที่โบราณคดีเมืองเวียงแหง และยังมีบทบาทด้านการศึกษาพระธรรมในปัจจุบัน
เจ้าอาวาสที่ยืนยันล่าสุดพระครูปราการวรศาสน์ (นพดล)
บทบาททางคณะสงฆ์เจ้าคณะตำบลเมืองแหง และผู้อำนวยการโรงเรียนเวียงแหงปริยัติศึกษา วัดกองลม
เจ้าอาวาสในประวัติ1. พระแปง อตฺตคุตฺโต พ.ศ. 2456-2477
2. พระเป็ง สีลสุทฺโธ พ.ศ. 2477-2500
3. พระบุญส่ง อตฺตทนฺโธ พ.ศ. 2500-2506
4. พระอธิการปัน คมฺภีรปญฺโญ
5. พระมหาสมบูรณ์ ฉนฺทงฺกโร พ.ศ. 2513-2514
6. พระอธิการเกษม สุเมโธ พ.ศ. 2514-2516
7. พระใบฎีกาบุญช่วย กนฺตาจาโร พ.ศ. 2516-2521
8. พระแก้ง กตปุญฺโญ พ.ศ. 2521-2522
9. พระอธิการบุญทา อภิโชโต พ.ศ. 2522-2524
10. พระปวน ทีปธมฺโม ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ตามประวัติวัด
บทบาทด้านการศึกษามีพระภิกษุและสามเณรสังกัดวัดในระบบการศึกษาพระธรรม โดย พ.ศ. 2568 มีสามเณรจากวัดหลายรูปเข้าสอบธรรมสนามหลวง
สถานะปัจจุบันยังเปิดใช้งาน เป็นวัดในทะเบียนมหานิกาย และยังใช้จัดพิธีทางพระพุทธศาสนาระดับอำเภอใน พ.ศ. 2569
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
การเดินทางจากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านเชียงดาว แล้วเข้าสู่เส้นทางอำเภอเวียงแหง มุ่งหน้าตำบลเมืองแหงและบ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดนายาง ประมาณ 1 กม.
2. วัดพระธาตุกำแพงงาม ประมาณ 2 กม.
3. วัดกองลม ประมาณ 3 กม.
4. วัดเวียงแหง ประมาณ 4 กม.
5. วัดห้วยหก ประมาณ 5 กม.
6. น้ำตกแม่หาด ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. Wiang Haeng Coffee ประมาณ 3 กม. โทร. 087-496-5932
2. Chapter four ประมาณ 3 กม. โทร. 090-742-4044
3. ร้านป้าขิ่น ประมาณ 4 กม. โทร. 089-854-9071
4. สุขใจคาเฟ่ ประมาณ 4 กม. โทร. 098-981-1177
5. ชามุกจับดูด ซูชิคำโต ประมาณ 4 กม. โทร. 084-117-0101
ที่พักใกล้เคียง1. เมืองแหงรีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 1 กม. โทร. 088-430-5658
2. ห้องพักน้องเพลง ประมาณ 2 กม.
3. ครูเอ้โฮมสเตย์ ประมาณ 2 กม. โทร. 087-179-4631
4. บ้านสมหวัง รีสอร์ท ประมาณ 3 กม.
5. Chiang Tung Apartment / ห้องพักเชียงตุง ประมาณ 4 กม. โทร. 053-477-251, 089-835-4932, 082-895-6271
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกำแพงใหม่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดกำแพงใหม่ตั้งอยู่เลขที่ 82 บ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350 พิกัดประมาณ 19.55970, 98.63297
 
ถาม: วัดกำแพงใหม่สร้างเมื่อใด?
ตอบ: วัดเริ่มก่อสร้างประมาณ พ.ศ. 2456 จึงมีประวัติยาวนานกว่า 110 ปี และเดิมใช้ชื่อว่าวัดกำแพงงาม
 
ถาม: วัดกำแพงใหม่กับวัดกำแพงงามเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ตอบ: ประวัติวัดกำแพงใหม่ระบุว่าชื่อเดิมคือวัดกำแพงงาม ขณะเดียวกันในพื้นที่บ้านป่าไผ่ยังมีโบราณสถานวัดกำแพงงามร้างซึ่งเคยได้รับการขุดค้นทางโบราณคดี จึงควรแยกวัดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันออกจากพื้นที่โบราณสถานร้างในเชิงกายภาพ
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดกำแพงใหม่คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ยืนยันล่าสุดคือพระครูปราการวรศาสน์ หรือพระนพดล ซึ่งยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเมืองแหง และมีบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมในอำเภอเวียงแหง
 
ถาม: วัดกำแพงใหม่ยังเปิดใช้งานอยู่หรือไม่?
ตอบ: ยังเปิดใช้งาน วัดยังอยู่ในทะเบียนมหานิกาย มีสามเณรสังกัดวัดเข้าสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. 2568 และในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ยังเป็นสถานที่จัดพิธีสำคัญของอำเภอเวียงแหง
 
ถาม: ภายในวัดกำแพงใหม่มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: องค์ประกอบสำคัญของวัด ได้แก่ วิหาร ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ และบรรยากาศของวัดชุมชนเก่าแก่ นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจจากความเชื่อมโยงกับพื้นที่โบราณคดีเมืองเวียงแหงและวัดกำแพงงามร้าง
 
ถาม: สามารถเที่ยววัดกำแพงใหม่ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อวัดนายาง วัดพระธาตุกำแพงงาม วัดกองลม วัดเวียงแหง วัดห้วยหก และน้ำตกแม่หาดได้ โดยสถานที่ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลเมืองแหงและเดินทางเชื่อมต่อกันได้สะดวก
 
ถาม: วัดกำแพงใหม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจวัดเก่า ประวัติศาสตร์ล้านนา โบราณคดี ชุมชนท้องถิ่น และการศึกษาพระพุทธศาสนา รวมถึงผู้ที่ต้องการเที่ยวเวียงแหงในมุมสงบและลึกกว่าสถานที่ท่องเที่ยวกระแสหลัก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดกำแพงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)