หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยหล่อ >ต.สองแคว > วัดหลังถ้ำ
TL;DR: วัดหลังถ้ำ อยู่ที่บ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแคว.
วัดหลังถ้ำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดหลังถ้ำ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 240 หมู่ที่ 1 บ้านแม่ขาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50160 เป็นวัดชุมชนที่มีประวัติย้อนหลังไปถึง พ.ศ. 2481 และมีความสัมพันธ์กับบ้านแม่ขานอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านพระพุทธศาสนา การศึกษา และวิถีชุมชน จุดสำคัญภายในวัดประกอบด้วยวิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร โรงครัว พระประธานปางมารวิชัยที่สร้างด้วยทองเหลือง พระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระอัครสาวกประทับยืน พระเจดีย์ และกลองหลวงศิลปะล้านนา
ความน่าสนใจของวัดหลังถ้ำไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือสถาปัตยกรรมเชิงท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ประวัติของวัดซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถาน โรงเรียน และชุมชนชนบทในพื้นที่ดอยหล่อได้อย่างชัดเจน วัดเคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่การศึกษาให้กับเด็กในท้องถิ่น ก่อนที่โรงเรียนจะย้ายออกไปและวัดเข้าสู่ช่วงร้าง จากนั้นชาวบ้านแม่ขานหลังถ้ำได้ร่วมกันฟื้นฟูวัดขึ้นมาอีกครั้งใน พ.ศ. 2519 ทำให้วัดหลังถ้ำเป็นตัวอย่างของศาสนสถานที่ดำรงอยู่ได้ด้วยแรงศรัทธาและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
วัดตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 1099 เลขที่ดิน 16 โดยพื้นที่ตั้งวัดมีทางสาธารณประโยชน์อยู่โดยรอบทั้งด้านเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก นอกจากนี้ยังมีที่ธรณีสงฆ์อีก 1 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 72 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 1174 เลขที่ดิน 15 พื้นที่ธรณีสงฆ์ด้านตะวันออกจดลำน้ำขาน ด้านใต้จดเขตฝาย ด้านตะวันตกจดทางสาธารณประโยชน์ ส่วนด้านเหนือจดที่ดินเอกชน ลักษณะดังกล่าวทำให้วัดมีความเชื่อมโยงกับทั้งเส้นทางชุมชนและระบบน้ำของพื้นที่บ้านแม่ขาน
ตำบลสองแควเป็นชุมชนในอำเภอดอยหล่อที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นยังมีความสัมพันธ์กับขนบล้านนาอย่างชัดเจน วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดรวมตัวของคนในหมู่บ้านและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางสังคม วัดหลังถ้ำตั้งอยู่ในบ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 และเป็น 1 ในกลุ่มวัดของตำบลสองแควร่วมกับวัดทุ่งท้อ วัดสองแคว วัดหัวข่วง วัดป่าลาน และวัดพระธาตุโขงขาว
เมื่อมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น วัดหลังถ้ำสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2481 โดยไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างในประวัติที่สืบค้นได้ ช่วงแรกวัดมีบทบาทมากกว่าการเป็นศาสนสถาน เพราะได้เปิดพื้นที่ภายในวัดเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กในชุมชน การที่วัดทำหน้าที่เป็นสถานที่เรียนสะท้อนภาพของสังคมชนบทในอดีตที่วัด พระสงฆ์ และการศึกษาเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมีสถานศึกษาแยกออกมาเป็นสถาบันเฉพาะอย่างที่พบในปัจจุบัน
ต่อมาโรงเรียนภายในวัดได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่ตำบลสันติสุขและใช้ชื่อว่าโรงเรียนบ้านแม่ขาน หลังจากโรงเรียนย้ายออกไป วัดหลังถ้ำเข้าสู่ช่วงที่กลายเป็นวัดร้าง ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติวัด เพราะสถานที่ซึ่งเคยเป็นทั้งพื้นที่ศาสนาและการศึกษาของชุมชนต้องหยุดบทบาทลงชั่วระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคนบ้านแม่ขานกับวัดไม่ได้สิ้นสุดลง
พ.ศ. 2519 ชาวบ้านแม่ขานหลังถ้ำร่วมกันบูรณะและสร้างวัดขึ้นมาใหม่ การฟื้นฟูครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนอีกครั้ง ชาวบ้านได้กราบนิมนต์พระบุญทาจากวัดสองแควมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปแรกหลังการฟื้นฟู จากนั้นมีพระสุทัศเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 พระสมพรเป็นรูปที่ 3 พระอธิการดวงแก้ว จิรธัมโม เป็นรูปที่ 4 และในประวัติวัดบันทึกพระอธิการศรีไทย ปภัสสโร เป็นรูปที่ 5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา
ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การสร้างวัดใน พ.ศ. 2481 การทำหน้าที่เป็นโรงเรียน การเข้าสู่ภาวะวัดร้าง และการบูรณะโดยชาวบ้านใน พ.ศ. 2519 ทำให้วัดหลังถ้ำมีประวัติที่แตกต่างจากวัดซึ่งพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่เคยหยุดช่วง การกลับมาของวัดเกิดจากแรงสนับสนุนของคนในชุมชนโดยตรง จึงสามารถมองวัดแห่งนี้ในฐานะหลักฐานของความผูกพันระหว่างชุมชนกับสถาบันพระพุทธศาสนาในพื้นที่บ้านแม่ขานได้อย่างชัดเจน
อาคารเสนาสนะสำคัญของวัดประกอบด้วย วิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่หลักสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปและประกอบกิจกรรมทางศาสนา ศาลาการเปรียญ สำหรับกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชน กุฏิสงฆ์ สำหรับเป็นที่พำนักของพระภิกษุ ศาลาบาตร และ โรงครัว ที่รองรับกิจกรรมภายในวัด โครงสร้างเหล่านี้สะท้อนรูปแบบของวัดชุมชนที่มีพื้นที่ทั้งสำหรับพระสงฆ์ การประกอบพิธี และกิจกรรมร่วมกันของคนในหมู่บ้าน
ภายในวัดมีปูชนียวัตถุหลายรายการ โดยพระพุทธรูปสำคัญคือ พระประธานปางมารวิชัยสร้างด้วยทองเหลือง ปางมารวิชัยเป็นพุทธลักษณะที่พบอย่างแพร่หลายในวัดไทย สื่อถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะมารก่อนการตรัสรู้ ผู้เดินทางมาวัดสามารถเริ่มต้นการเยี่ยมชมด้วยการกราบพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนชมองค์ประกอบทางศาสนาอื่นภายในบริเวณวัด
วัดยังประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัย และพระอัครสาวกประทับยืน พระพุทธรูปและรูปเคารพเหล่านี้ทำให้พื้นที่ภายในวัดมีองค์ประกอบด้านพุทธศิลป์มากกว่าการเป็นวัดชุมชนทั่วไปเพียงอย่างเดียว การจัดวางพระประธานร่วมกับพระอัครสาวกเป็นรูปแบบที่ช่วยสะท้อนภาพของพระพุทธศาสนาเถรวาทซึ่งพระพุทธองค์และพระสาวกมีบทบาทในพื้นที่ประกอบศาสนกิจอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ พระเจดีย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด แม้รายละเอียดด้านปีสร้าง รูปแบบสถาปัตยกรรม หรือสิ่งที่ประดิษฐานภายในพระเจดีย์จะไม่มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับระบุเพิ่มเติม แต่การมีพระเจดีย์ร่วมกับวิหาร พระประธาน และพระพุทธรูปต่าง ๆ ทำให้วัดหลังถ้ำมีองค์ประกอบหลักของศาสนสถานแบบวัดพุทธในภาคเหนือค่อนข้างครบถ้วน
สิ่งที่โดดเด่นอีกชิ้นหนึ่งของวัดคือ กลองหลวงศิลปะล้านนา กลองเป็นสิ่งที่มีบทบาทในวัดภาคเหนือมาอย่างยาวนาน ใช้ประกอบกิจกรรมในบริบทของวัดและชุมชน การปรากฏของกลองหลวงที่วัดหลังถ้ำจึงเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมวัดกับรากทางวัฒนธรรมล้านนาของชุมชนสองแคว และเป็นสิ่งที่ผู้สนใจมรดกทางวัฒนธรรมควรสังเกตเมื่อเดินชมบริเวณวัด
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น จุดเด่นของวัดหลังถ้ำจึงไม่ควรถูกมองแยกออกจากบริบทของตำบลสองแคว ชุมชนในพื้นที่มีวัดกระจายอยู่ตามหมู่บ้านหลายแห่ง และวัดแต่ละแห่งทำหน้าที่เชื่อมโยงชาวบ้านกับกิจกรรมทางศาสนาและวิถีล้านนา วัดหลังถ้ำในบ้านแม่ขานเป็นหนึ่งในเครือข่ายวัดชุมชนเหล่านี้ และประวัติการที่ชาวบ้านรวมตัวกันฟื้นฟูวัดใน พ.ศ. 2519 ยิ่งสะท้อนบทบาทของชุมชนต่อการดำรงอยู่ของศาสนสถานได้ชัดเจน
ชื่อ “วัดหลังถ้ำ” เป็นชื่อที่ใช้เรียกวัดมาอย่างต่อเนื่องและปรากฏในบัญชีวัดของตำบลสองแคว รวมถึงฐานข้อมูลทางศาสนาและแผนที่หลายแห่ง ขณะเดียวกันพื้นที่ตั้งวัดสัมพันธ์กับบ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 จึงมักพบการอ้างถึงชุมชนในรูป “บ้านแม่ขานหลังถ้ำ” ในประวัติการบูรณะวัด ชื่อวัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของพื้นที่และช่วยแยกวัดแห่งนี้ออกจากวัดชื่อคล้ายกันในจังหวัดอื่นอย่างชัดเจน
ผู้ที่เดินทางมาวัดหลังถ้ำควรใช้เวลาเยี่ยมชมอย่างเรียบง่าย เริ่มจากกราบพระประธานภายในวิหาร ชมพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระอัครสาวก พระเจดีย์ และสังเกตกลองหลวงศิลปะล้านนา จากนั้นจึงเดินดูบรรยากาศรอบศาลาการเปรียญและพื้นที่วัด การเที่ยวลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน และวิถีล้านนา มากกว่าการมองหาสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์จำนวนมาก
บรรยากาศของวัดสัมพันธ์กับลักษณะชุมชนชนบทของอำเภอดอยหล่อ และแตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ผู้มาเยือนสามารถใช้การเยี่ยมชมวัดหลังถ้ำเป็นโอกาสทำความเข้าใจชีวิตของชุมชนรอบนอกเมือง ที่วัดยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางศาสนาและเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของหมู่บ้าน การเคารพความสงบ แต่งกายสุภาพ ลดเสียง และไม่เข้าไปในพื้นที่สงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นมารยาทสำคัญสำหรับการมาเยือน
ในด้านบทบาทต่อชุมชน ประวัติของวัดแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าวัดเคยเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรง การเปิดโรงเรียนภายในพื้นที่วัดในช่วงแรกทำให้วัดเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้และศูนย์กลางศาสนา เมื่อโรงเรียนย้ายออกไป แม้วัดจะเคยร้าง แต่การที่คนบ้านแม่ขานกลับมาร่วมกันบูรณะใน พ.ศ. 2519 แสดงให้เห็นว่าความสำคัญของวัดในสายตาชุมชนยังคงอยู่ การบูรณะจึงไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารขึ้นใหม่ แต่เป็นการนำพื้นที่ทางจิตใจของชุมชนกลับคืนมา
ตำบลสองแควมีวัฒนธรรมที่ผูกพันกับพุทธศาสนาและประเพณีล้านนา การทำบุญ การใช้วัดเป็นพื้นที่พบปะของชุมชน และการดูแลศาสนสถานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางสังคมในพื้นที่ แม้จะไม่มีรายละเอียดเฉพาะของงานประจำปีวัดหลังถ้ำที่เพียงพอสำหรับระบุชื่อ วัน หรือกำหนดการอย่างเจาะจง แต่บริบทของชุมชนช่วยให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ดำรงอยู่ภายในระบบวัฒนธรรมเดียวกับวัดล้านนาชุมชนอื่นในอำเภอดอยหล่อ
ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องวัดท้องถิ่นของเชียงใหม่จะพบว่าวัดหลังถ้ำมีคุณค่าในอีกมิติหนึ่ง เพราะประวัติของวัดไม่ได้เน้นเรื่องตำนานหรือบุคคลสำคัญระดับประเทศ แต่เป็นประวัติของคนในหมู่บ้าน การศึกษา การร้าง และการฟื้นฟูด้วยแรงของชุมชน เรื่องราวลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจว่าศาสนสถานในชนบทดำรงอยู่ได้อย่างไร และเหตุใดวัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างชุมชนภาคเหนือมายาวนาน
ด้านการเที่ยวเชื่อมโยง วัดหลังถ้ำเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางไหว้พระและศึกษาชุมชนตำบลสองแคว เพราะในตำบลเดียวกันมีวัดทุ่งท้อ วัดสองแคว วัดหัวข่วง วัดป่าลาน และวัดพระธาตุโขงขาว การกระจายตัวของวัดเหล่านี้ตามหมู่บ้านสะท้อนโครงสร้างชุมชนแบบล้านนาที่วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละพื้นที่ ผู้ที่มีรถส่วนตัวสามารถวางเส้นทางเยี่ยมหลายวัดในวันเดียวได้สะดวกกว่าการพึ่งพาขนส่งสาธารณะ
จากข้อมูลพิกัดกริดของศาสนสถานในตำบลสองแคว วัดทุ่งท้ออยู่ใกล้วัดหลังถ้ำมากที่สุดในกลุ่มวัดที่มีข้อมูลพิกัด รองลงมาคือวัดพระธาตุโขงขาว วัดสองแคว วัดหัวข่วง และวัดป่าลาน ทำให้เส้นทางวัดชุมชนตำบลสองแควสามารถจัดต่อเนื่องกันได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับเข้าเมืองเชียงใหม่ การเดินทางลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นวิถีชนบทของดอยหล่ออย่างชัดเจนมากกว่าการเดินทางเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหลัก
การเดินทาง หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า มุ่งลงทางใต้สู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 ปลายทางคือวัดหลังถ้ำ เลขที่ 240 การค้นชื่อ “วัดหลังถ้ำ ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ” หรือ “Wat Lang Tham, Song Khwae, Doi Lo” ในระบบนำทางช่วยลดความสับสนกับวัดหลังถ้ำในจังหวัดอื่นได้
สำหรับผู้เดินทางเป็นครั้งแรก ควรเผื่อเวลาในการเข้าสู่ถนนท้องถิ่นของตำบลสองแควและใช้ระบบนำทางจนถึงพื้นที่บ้านแม่ขาน เมื่อถึงวัดควรจอดรถในบริเวณที่ไม่รบกวนทางเข้าออกของวัดและชุมชน หากต้องการถ่ายภาพพระสงฆ์ พื้นที่กุฏิ หรือกิจกรรมทางศาสนา ควรขออนุญาตก่อน การเที่ยววัดชุมชนควรเน้นความเคารพต่อพื้นที่จริงมากกว่าการใช้สถานที่เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าหรือบ่ายที่ไม่ร้อนจัด โดยเวลาเปิดทำการที่เผยแพร่สำหรับวัดคือ 08.00 - 17.00 น. ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมพิธี ทำบุญเฉพาะกิจ หรือพบพระสงฆ์ควรตรวจสอบกับพื้นที่อีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะกิจกรรมของวัดชุมชนอาจขึ้นอยู่กับวันพระ งานบุญ และกิจกรรมของหมู่บ้าน
ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ ของวัด เช่น ลำดับการฟื้นฟู อาคารเสนาสนะ กลองหลวง และความสัมพันธ์กับโรงเรียนเดิม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ทำให้วัดหลังถ้ำแตกต่างจากการเที่ยววัดแบบเน้นสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว การเยี่ยมวัดจึงเป็นเสมือนการอ่านประวัติบ้านแม่ขานผ่านพื้นที่จริง ตั้งแต่ยุคที่วัดเป็นสถานศึกษาไปจนถึงการกลับมาเป็นศูนย์รวมทางศาสนาของชุมชนอีกครั้ง
วัดหลังถ้ำจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ผู้สนใจประวัติวัดล้านนา ผู้ที่ชอบเยี่ยมวัดชุมชนซึ่งยังไม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และผู้ที่ต้องการออกจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่เพื่อสัมผัสพื้นที่ดอยหล่อในอีกมุมหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดของสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จำนวนสิ่งก่อสร้าง แต่คือเรื่องราวความต่อเนื่องระหว่างวัด ชาวบ้านแม่ขาน และวิถีชุมชนตำบลสองแควที่ดำรงมาหลายทศวรรษ
จากวัดที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2481 สู่สถานที่เรียนของเด็กในหมู่บ้าน จากช่วงเวลาที่กลายเป็นวัดร้าง สู่การบูรณะร่วมกันใน พ.ศ. 2519 และการกลับมามีพระสงฆ์ดูแลอีกครั้ง วัดหลังถ้ำสะท้อนความหมายของคำว่า “วัดชุมชน” ได้ชัดเจน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้พบเพียงวิหาร พระพุทธรูป พระเจดีย์ หรือกลองหลวงเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสร่องรอยของความร่วมมือและศรัทธาที่ทำให้ศาสนสถานเล็ก ๆ แห่งหนึ่งสามารถกลับมามีชีวิตและดำรงบทบาทอยู่ในบ้านแม่ขานจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดหลังถ้ำ |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ตั้ง | บ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 240 หมู่ที่ 1 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160 |
| พิกัดโดยประมาณ | 18.52451, 98.85581 |
| ปีสร้างวัด | พ.ศ. 2481 |
| ประวัติสำคัญ | เคยเปิดเป็นโรงเรียนภายในวัด ต่อมาโรงเรียนย้ายออกและวัดกลายเป็นวัดร้าง ก่อนชาวบ้านแม่ขานหลังถ้ำร่วมกันบูรณะวัดขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2519 |
| พื้นที่ตั้งวัด | 2 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา |
| ที่ธรณีสงฆ์ | 1 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 72 ตารางวา |
| อาคารสำคัญ | วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร และโรงครัว |
| ปูชนียวัตถุ | พระประธานปางมารวิชัยสร้างด้วยทองเหลือง พระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระอัครสาวกประทับยืน และพระเจดีย์ |
| จุดเด่นทางวัฒนธรรม | กลองหลวงศิลปะล้านนา และประวัติการฟื้นฟูวัดโดยชุมชนบ้านแม่ขาน |
| ลำดับเจ้าอาวาสที่บันทึกไว้ | 1. พระบุญทา 2. พระสุทัศ 3. พระสมพร 4. พระอธิการดวงแก้ว จิรธัมโม 5. พระอธิการศรีไทย ปภัสสโร บันทึกตั้งแต่ พ.ศ. 2546 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| การเดินทาง | เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแคว บ้านแม่ขาน หมู่ที่ 1 |
| สถานะปัจจุบัน | ยังมีสถานะเป็นวัดในตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ และปรากฏอยู่ในบัญชีศาสนสถานของพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดทุ่งท้อ ประมาณ 1 กม. 2. วัดพระธาตุโขงขาว ประมาณ 2 กม. 3. วัดสองแคว ประมาณ 3 กม. 4. วัดหัวข่วง ประมาณ 4 กม. 5. วัดป่าลาน ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารและคาเฟ่ในพื้นที่ดอยหล่อ | 1. ใจชา Coffee ตำบลสองแคว 2. ice coffee ตำบลสองแคว 3. สวนอาหารครัวดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ 4. DOK JIK Coffee Homemade อำเภอดอยหล่อ 5. PHANSA COFFEE อำเภอดอยหล่อ |
| ที่พักในพื้นที่ดอยหล่อ | 1. De Aerng Boutique Hotel อำเภอดอยหล่อ 2. Green Tree Resort อำเภอดอยหล่อ 3. Bandin Resort อำเภอดอยหล่อ 4. Chiang Mai Inthanon Golf and Natural Resort พื้นที่ใกล้อำเภอดอยหล่อ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหลังถ้ำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหลังถ้ำตั้งอยู่เลขที่ 240 หมู่ที่ 1 บ้านแม่ขาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160
ถาม: วัดหลังถ้ำสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดหลังถ้ำสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2481 โดยประวัติที่มีอยู่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง
ถาม: ทำไมวัดหลังถ้ำจึงเคยเป็นวัดร้าง?
ตอบ: วัดเคยเปิดโรงเรียนภายในพื้นที่ ต่อมาโรงเรียนย้ายไปตั้งที่ตำบลสันติสุขในชื่อโรงเรียนบ้านแม่ขาน หลังจากนั้นวัดเข้าสู่ช่วงร้าง ก่อนชาวบ้านแม่ขานหลังถ้ำร่วมกันฟื้นฟูใน พ.ศ. 2519
ถาม: วัดหลังถ้ำมีอะไรสำคัญให้ชม?
ตอบ: จุดสำคัญประกอบด้วยพระประธานปางมารวิชัยสร้างด้วยทองเหลือง พระพุทธชินราช พระอัครสาวกประทับยืน พระเจดีย์ วิหาร และกลองหลวงศิลปะล้านนา
ถาม: วัดหลังถ้ำเกี่ยวข้องกับชุมชนบ้านแม่ขานอย่างไร?
ตอบ: วัดเคยเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนของชุมชน และหลังจากกลายเป็นวัดร้าง ชาวบ้านแม่ขานหลังถ้ำได้ร่วมกันบูรณะวัดขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2519 ทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
ถาม: วัดหลังถ้ำเปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาเปิดทำการที่เผยแพร่คือ 08.00 - 17.00 น. ทุกวัน
ถาม: สามารถเที่ยววัดใกล้เคียงต่อจากวัดหลังถ้ำได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางต่อไปยังวัดทุ่งท้อ วัดพระธาตุโขงขาว วัดสองแคว วัดหัวข่วง และวัดป่าลาน ซึ่งอยู่ในตำบลสองแควและพื้นที่ใกล้เคียงกัน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



