หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยสะเก็ด >ต.เชิงดอย > วัดร้องขี้เหล็ก
TL;DR: วัดร้องขี้เหล็ก อยู่ที่บ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดเก่าแก่ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมไทยใหญ่ ไทยเขิน และศิลปกรรมล้านนาในอำเภอดอยสะเก็ด.
วัดร้องขี้เหล็ก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดร้องขี้เหล็ก ตั้งอยู่เลขที่ 154 บ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติยาวนานและมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านศิลปกรรมล้านนา วัดแห่งนี้เริ่มก่อตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2321 โดยชาวบ้านไทยใหญ่หรือเงี้ยว และชาวไทยเขินร่วมกันสร้างขึ้น จึงเป็นศาสนสถานที่สะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และศรัทธาของชุมชนดอยสะเก็ดได้อย่างชัดเจน จุดเด่นสำคัญของวัดคือวิหารโบราณศิลปกรรมล้านนาไทยที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2471 ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีฝุ่น ฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและวรรณกรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม
บ้านร้องขี้เหล็กเป็นชุมชนหมู่ 7 ในตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ตำบลเชิงดอยเป็นพื้นที่สำคัญที่มีทั้งวัดเก่า วัดชุมชน วัดบนดอย ชุมชนเกษตรกรรม โรงเรียน เส้นทางคมนาคม และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมหลายแห่ง วัดร้องขี้เหล็กจึงตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และวิถีชีวิตของผู้คน วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และเป็นแหล่งอนุรักษ์ศิลปกรรมที่มีคุณค่าของชุมชน
ประวัติการก่อตั้งวัดร้องขี้เหล็กเมื่อ พ.ศ. 2321 ทำให้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของพื้นที่ดอยสะเก็ด วัดไม่ได้เกิดขึ้นจากศรัทธาของกลุ่มคนเดียว แต่เกิดจากการร่วมสร้างของชุมชนไทยใหญ่และไทยเขิน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของล้านนา การมีรากฐานเช่นนี้ทำให้วัดร้องขี้เหล็กมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรูปแบบศิลปกรรม ความทรงจำของชุมชน และเรื่องราวที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมในภาคเหนือ
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 22585 พื้นที่ขนาดนี้เหมาะกับบทบาทของวัดชุมชนที่ต้องรองรับทั้งเขตสังฆาวาส เขตพุทธาวาส พื้นที่ประกอบพิธีกรรม อาคารเสนาสนะ และพื้นที่สาธารณะสำหรับชาวบ้านในโอกาสต่าง ๆ วัดร้องขี้เหล็กจึงเป็นพื้นที่ทางศาสนาที่มีองค์ประกอบครบถ้วนสำหรับการดำเนินกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชน ทั้งในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานบุญ และกิจกรรมการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาเอนกประสงค์ และวิหารโบราณ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนบทบาทของวัดในหลายมิติ อุโบสถใช้ประกอบสังฆกรรม ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ฟังธรรมและประชุมกิจกรรมทางศาสนา กุฏิสงฆ์เป็นที่พำนักของพระภิกษุ ศาลาเอนกประสงค์รองรับกิจกรรมของชุมชน ส่วนวิหารโบราณเป็นหัวใจสำคัญด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ของวัด
วิหารโบราณของวัดร้องขี้เหล็กสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2471 เป็นศิลปกรรมล้านนาไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาชาวบ้านและงานช่างพื้นถิ่นอย่างเด่นชัด หน้าบันประกอบด้วยไม้สักแกะสลักและประดับกระจกสีงดงาม ภายในประกอบด้วยเครื่องบนและเสาไม้สักกลมทั้งต้น การใช้ไม้สักในองค์ประกอบหลักของวิหารทำให้เห็นความเชี่ยวชาญของช่างท้องถิ่นและคุณค่าของวัสดุพื้นเมืองที่เคยมีบทบาทสูงในสถาปัตยกรรมล้านนา
เมื่อเข้าสู่ภายในวิหารโบราณ ผู้มาเยือนจะพบพระประธานปางมารวิชัยปูนปั้นปิดทององค์ใหญ่ มีพระพุทธรูปองค์เล็กประดิษฐานอยู่ด้านข้างข้างละ 2 องค์ บรรยากาศภายในวิหารให้ความรู้สึกสงบและมีพลังทางศรัทธา พระประธานปางมารวิชัยเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือกิเลสและอุปสรรคทางใจ จึงเหมาะกับตำแหน่งศูนย์กลางภายในวิหารที่ชาวบ้านและผู้มาเยือนใช้กราบไหว้ สวดมนต์ และตั้งจิตอธิษฐาน
ภายในวิหารยังมีธรรมาสน์บุษบกไม้สักที่งดงามและมีคุณค่าทางศิลปกรรม ธรรมาสน์เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดล้านนา เพราะใช้เป็นที่แสดงธรรมและสื่อถึงบทบาทของพระธรรมคำสอนในชีวิตชุมชน ธรรมาสน์บุษบกไม้สักที่ปรากฏในวัดร้องขี้เหล็กจึงไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ในศาสนพิธี แต่เป็นหลักฐานของงานช่างไม้ ศรัทธา และความประณีตของชุมชนที่สร้างสรรค์พื้นที่สำหรับการฟังธรรมให้มีความศักดิ์สิทธิ์และงดงาม
จุดเด่นที่สุดของวิหารโบราณคือภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นจีน ฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่ ภาพเหล่านี้ถ่ายทอดเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระมาลัยโปรดสัตว์ และวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องสุวรรณวงศ์หงส์หิน การใช้สีฝุ่นและฝีมือของช่างไทยใหญ่ทำให้จิตรกรรมมีเอกลักษณ์ต่างจากจิตรกรรมวัดทั่วไปในบางพื้นที่ ทั้งในด้านลายเส้น องค์ประกอบภาพ การเล่าเรื่อง และบรรยากาศทางศิลปะที่สะท้อนโลกวัฒนธรรมของผู้สร้าง
เรื่องพระเวสสันดรชาดกเป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยและล้านนา เนื้อเรื่องเน้นทานบารมี ความเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ การปรากฏเรื่องพระเวสสันดรชาดกบนผนังวิหารทำให้วิหารทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่สักการะและหนังสือภาพทางธรรม ผู้ที่เข้ามาในวิหารสามารถเรียนรู้คติธรรมผ่านภาพ เห็นตัวอย่างของการให้ การอดทน และความตั้งมั่นในคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
เรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์เป็นอีกเนื้อหาสำคัญที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนัง พระมาลัยเป็นพระอรหันต์ในคติพุทธที่เดินทางไปยังนรกและสวรรค์เพื่อนำเรื่องราวกลับมาเตือนใจมนุษย์ ภาพพระมาลัยจึงมีบทบาทด้านการสอนธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ชมตระหนักถึงผลของกรรม การทำความดี และการหลีกเลี่ยงความชั่ว เมื่ออยู่ในพื้นที่วิหาร ภาพเหล่านี้ช่วยให้ศิลปะกลายเป็นเครื่องมือปลูกฝังศีลธรรมของชุมชน
วรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องสุวรรณวงศ์หงส์หินเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้จิตรกรรมของวัดร้องขี้เหล็กมีเอกลักษณ์สูง เพราะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องชาดกหรือพุทธประวัติเท่านั้น แต่ยังบันทึกโลกวรรณกรรมพื้นบ้านไว้บนผนังวิหารด้วย การมีเรื่องสุวรรณวงศ์หงส์หินในงานจิตรกรรมทำให้เห็นว่าวัดเป็นพื้นที่รวมของศาสนา วรรณกรรม และความทรงจำของชุมชน ศิลปกรรมในวิหารจึงทำหน้าที่เป็นคลังความรู้ทางวัฒนธรรมของชาวบ้าน
ปูชนียวัตถุภายในวัดประกอบด้วยพระพุทธรูปปูน ธรรมาสน์สมัยโบราณ และพระพุทธรูปขนาดเล็ก สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าทั้งด้านศรัทธาและประวัติศาสตร์ พระพุทธรูปปูนสะท้อนรูปแบบงานช่างท้องถิ่น ธรรมาสน์โบราณสะท้อนบทบาทของการแสดงธรรม ส่วนพระพุทธรูปขนาดเล็กช่วยเติมความสมบูรณ์ให้พื้นที่สักการะภายในวัด เมื่อรวมกับวิหารโบราณและภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดร้องขี้เหล็กจึงเป็นสถานที่ที่มีทั้งปูชนียวัตถุ ศาสนวัตถุ และงานศิลป์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์
วัดร้องขี้เหล็กได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 วิสุงคามสีมาเป็นเขตที่กำหนดขึ้นเพื่อประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระอุโบสถ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าวัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานและสามารถรองรับกิจของคณะสงฆ์ได้อย่างเป็นทางการ
ด้านการศึกษา วัดร้องขี้เหล็กมีศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2521 บทบาทนี้สะท้อนว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน ศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ช่วยปลูกฝังหลักธรรม มารยาท วัฒนธรรม และความเข้าใจพระพุทธศาสนาให้คนรุ่นใหม่ เป็นการสืบทอดบทบาทดั้งเดิมของวัดไทยในฐานะสถานศึกษาของชุมชน
นอกจากศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์แล้ว วัดยังมีห้องสมุดและที่อ่านหนังสือพิมพ์สำหรับประชาชน รวมถึงหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดร้องขี้เหล็กมีบทบาททางสังคมชัดเจน เพราะเป็นทั้งพื้นที่ศาสนา พื้นที่รับรู้ข่าวสาร และพื้นที่บริการชุมชน หอกระจายข่าวช่วยเชื่อมโยงข่าวสารของหมู่บ้าน ส่วนห้องสมุดและที่อ่านหนังสือพิมพ์ทำให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงได้สำหรับคนในพื้นที่
วัดร้องขี้เหล็กยังเป็นพื้นที่ที่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิการ่วมประกอบกิจกรรมทางศาสนาในวิหารโบราณทุกวันพระและวันอาทิตย์ การใช้วิหารโบราณอย่างต่อเนื่องทำให้อาคารไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่แยกออกจากชีวิตผู้คน แต่ยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติศรัทธาที่มีชีวิต การใช้พื้นที่ศิลปกรรมในการประกอบกิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้คนในชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของและเห็นคุณค่าของมรดกที่ตนเองมี
อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นภายในวัดคือพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งมีความงดงามและเป็นจุดสักการะสำคัญ การตกแต่งด้วยกระจกสีทำให้พระธาตุมีประกายสว่างสะดุดตา และให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์เมื่อสะท้อนแสง พระธาตุลักษณะนี้เป็นจุดหมายที่ช่วยดึงความสนใจของผู้มาเยือน และยังเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
ภายในวัดยังมีพระเจ้าทันใจองค์ใหญ่สีขาวที่หันหน้าออกทางประตูวัด พระเจ้าทันใจเป็นพระพุทธรูปที่ผู้คนมักให้ความเคารพด้วยความเชื่อเรื่องการอธิษฐานและความสำเร็จตามความตั้งใจ การประดิษฐานพระเจ้าทันใจในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนช่วยสร้างความรู้สึกต้อนรับและเป็นมงคลแก่ผู้ที่เดินทางเข้าสู่วัด จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้วัดร้องขี้เหล็กมีความน่าสนใจทั้งในมิติศรัทธาและการเยี่ยมชม
ความสำคัญของวัดร้องขี้เหล็กอยู่ที่การเป็นวัดชุมชนซึ่งมีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือประวัติการก่อตั้งโดยชุมชนไทยใหญ่และไทยเขิน ชั้นที่สองคือสถาปัตยกรรมล้านนาและวิหารโบราณ ชั้นที่สามคือจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่นที่บันทึกทั้งคติธรรมและวรรณกรรมพื้นบ้าน ชั้นที่สี่คือบทบาทด้านการศึกษา ข่าวสาร และกิจกรรมของชุมชน เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้รวมกัน วัดร้องขี้เหล็กจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมที่มีความสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งในดอยสะเก็ด
สำหรับผู้มาเยือน วัดร้องขี้เหล็กเหมาะกับการแวะไหว้พระ ทำบุญ และชมศิลปกรรมอย่างสงบ วัดแห่งนี้ไม่ได้เหมาะเฉพาะกับผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่สนใจจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะล้านนา ประวัติชุมชนไทยใหญ่ ไทยเขิน และวรรณกรรมพื้นบ้าน ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในวิหารโบราณ เพราะรายละเอียดของภาพเขียนและองค์ประกอบไม้สักมีคุณค่ามากกว่าการชมแบบผ่านตา
ตำบลเชิงดอยและอำเภอดอยสะเก็ดมีวัดและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่สามารถจัดร่วมกับวัดร้องขี้เหล็กได้ โดยรายละเอียดสถานที่ใกล้เคียง ร้านอาหาร และที่พักจัดไว้ในตารางสรุปด้านล่างเพื่อให้วางแผนเดินทางได้ง่ายขึ้น เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ ได้เห็นทั้งวัดเก่า วัดบนดอย แหล่งธรรมชาติ และบรรยากาศชุมชนของดอยสะเก็ดในทริปเดียว
การเดินทาง ไปวัดร้องขี้เหล็กสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถเดินทางสู่อำเภอดอยสะเก็ด แล้วเข้าสู่ตำบลเชิงดอยและบ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนและเข้าถึงได้ด้วยถนนท้องถิ่น ผู้เดินทางควรใช้ชื่อวัดร้องขี้เหล็ก บ้านร้องขี้เหล็ก ตำบลเชิงดอย เป็นข้อมูลนำทาง และควรเผื่อเวลาเพื่อแวะชมวิหารโบราณอย่างเหมาะสม
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มายังอำเภอดอยสะเก็ดด้วยรถโดยสารหรือรถรับจ้าง แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่บ้านร้องขี้เหล็ก การเดินทางรูปแบบนี้ควรสอบถามเส้นทางและตกลงค่าโดยสารล่วงหน้า เพราะรถสาธารณะภายในชุมชนไม่ได้มีรอบถี่ตลอดทั้งวัน หากต้องการแวะหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน การเช่ารถพร้อมคนขับจะช่วยให้การเดินทางสะดวกและยืดหยุ่นกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดร้องขี้เหล็กคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการไหว้พระอย่างสงบ หากต้องการชมจิตรกรรมฝาผนังในวิหาร ควรเลือกช่วงที่มีแสงพอเหมาะและปฏิบัติตามมารยาทของวัดอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้แสงแฟลชในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อภาพเขียน และไม่สัมผัสผนังหรือองค์ประกอบไม้โบราณ
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง รักษาความสะอาด และไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่เหมาะสมและไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาทำบุญ วัดร้องขี้เหล็กมีวิหารโบราณและจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม การเข้าชมจึงควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อสถานที่ ศิลปกรรม พระสงฆ์ และชุมชนเจ้าของพื้นที่
เมื่อมองโดยรวม วัดร้องขี้เหล็กเป็นวัดราษฎร์มหานิกายเก่าแก่ของบ้านร้องขี้เหล็ก ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ วัดก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2321 โดยชุมชนไทยใหญ่และไทยเขิน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 มีวิหารโบราณศิลปกรรมล้านนาสร้างเมื่อ พ.ศ. 2471 ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่นฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่ ธรรมาสน์บุษบกไม้สัก พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี และพระเจ้าทันใจองค์ใหญ่สีขาว วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ชมศิลปกรรมล้านนา และเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมของชุมชนดอยสะเก็ดอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดร้องขี้เหล็ก |
| ที่ตั้ง | บ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 154 บ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 50220 |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2321 โดยชาวบ้านไทยใหญ่และไทยเขิน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 |
| พื้นที่ตั้งวัด | 5 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา โฉนดเลขที่ 22585 |
| อาคารเสนาสนะ | อุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, กุฏิสงฆ์, ศาลาเอนกประสงค์, วิหารโบราณศิลปกรรมล้านนาไทย |
| วิหารโบราณ | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2471 มีหน้าบันไม้สักแกะสลักประดับกระจกสี เครื่องบนและเสาไม้สักกลมทั้งต้น |
| จิตรกรรมฝาผนัง | จิตรกรรมสีฝุ่นจีน ฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระมาลัยโปรดสัตว์ และสุวรรณวงศ์หงส์หิน |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปปูน, พระประธานปางมารวิชัยปูนปั้นปิดทอง, ธรรมาสน์บุษบกไม้สัก, ธรรมาสน์สมัยโบราณ, พระพุทธรูปขนาดเล็ก, พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี, พระเจ้าทันใจองค์ใหญ่สีขาว |
| บทบาทด้านการศึกษาและชุมชน | มีศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอน พ.ศ. 2521 ห้องสมุดและที่อ่านหนังสือพิมพ์สำหรับประชาชน และหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน |
| ไฮไลต์ | วิหารโบราณล้านนาไทย จิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่นฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี และพระเจ้าทันใจองค์ใหญ่สีขาว |
| ลักษณะเด่น | วัดเก่าแก่ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมไทยใหญ่ ไทยเขิน และศิลปกรรมล้านนาในอำเภอดอยสะเก็ด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่อำเภอดอยสะเก็ด แล้วเข้าสู่ตำบลเชิงดอยและบ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในบ้านร้องขี้เหล็ก ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ประมาณ 4 กม. 2. วัดโพธิ์ทองเจริญ ประมาณ 5 กม. 3. วัดดอยกู่ ประมาณ 6 กม. 4. สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล ประมาณ 9 กม. 5. เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ประมาณ 13 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ลาดหน้า ป้าชวนพร ดอยสะเก็ด ประมาณ 3 กม. 2. ปลาสันเขื่อน ประมาณ 5 กม. โทร. 053-865-559, 081-882-9481 3. The Lemontree Garden & Restaurant ดอยสะเก็ด ประมาณ 7 กม. โทร. 093-415-0544 4. Sorn's Cafe, Restaurant And Bar ประมาณ 8 กม. โทร. 081-485-2801 5. G&M German Sausage ดอยสะเก็ด ประมาณ 15 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Him Doi House @ Doisaket ประมาณ 4 กม. โทร. 089-656-4959 2. Baan Chai Thung Resort ประมาณ 7 กม. 3. Suwanna Tara Resort & Spa ประมาณ 8 กม. โทร. 053-291-937 4. Lanna Inthan Hotel & Resort ประมาณ 9 กม. 5. Horizon Village & Resort ประมาณ 9 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดร้องขี้เหล็กอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดร้องขี้เหล็กตั้งอยู่เลขที่ 154 บ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: วัดร้องขี้เหล็กก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: วัดร้องขี้เหล็กก่อตั้งขึ้นเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2321 โดยชาวบ้านไทยใหญ่และไทยเขินร่วมกันสร้าง
ถาม: จุดเด่นของวัดร้องขี้เหล็กคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือวิหารโบราณศิลปกรรมล้านนาไทยที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2471 และมีจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่นฝีมือจิตรกรชาวไทยใหญ่
ถาม: จิตรกรรมฝาผนังในวัดร้องขี้เหล็กเล่าเรื่องอะไรบ้าง?
ตอบ: จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระมาลัยโปรดสัตว์ และวรรณกรรมท้องถิ่นสุวรรณวงศ์หงส์หิน
ถาม: วัดร้องขี้เหล็กได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดร้องขี้เหล็กได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464
ถาม: ภายในวัดร้องขี้เหล็กมีปูชนียวัตถุสำคัญอะไร?
ตอบ: ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูน พระประธานปางมารวิชัยปูนปั้นปิดทอง ธรรมาสน์บุษบกไม้สัก ธรรมาสน์สมัยโบราณ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี และพระเจ้าทันใจองค์ใหญ่สีขาว
ถาม: วัดร้องขี้เหล็กมีบทบาทด้านการศึกษาและชุมชนอย่างไร?
ตอบ: วัดมีศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2521 มีห้องสมุด ที่อ่านหนังสือพิมพ์สำหรับประชาชน และหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน
ถาม: เดินทางไปวัดร้องขี้เหล็กอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่อำเภอดอยสะเก็ด แล้วเข้าสู่ตำบลเชิงดอยและบ้านร้องขี้เหล็ก หมู่ 7 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




