หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สารภี >ต.สารภี > วัดปากกอง
TL;DR: วัดปากกอง อยู่ที่บ้านปากกอง หมู่ที่ 6 ถนนเชียงใหม่–ลำพูน ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก ใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูนจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอสารภี ผ่านตำบลสารภีไปยังบ้านปากกอง หมู่ที่ 6.
วัดปากกอง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดปากกอง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 15 บ้านปากกอง ถนนเชียงใหม่–ลำพูน หมู่ที่ 6 ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนบ้านปากกองที่มีบทบาทสำคัญต่อพื้นที่สารภีมาอย่างต่อเนื่อง วัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2402 เดิมชื่อวัดศรีบุญเรือง ริเริ่มสร้างโดยพ่อเฒ่าหนานต๊ะ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ปัจจุบันมีพระครูถาวรสาธุวัตร ฐิตาจาโร เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้มีพื้นที่ร่มรื่น กว้างขวาง เหมาะกับการทำบุญ กิจกรรมชุมชน งานประเพณี และการใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์ของชาวบ้าน
วัดปากกองตั้งอยู่ใกล้เขตรอยต่อจังหวัดลำพูน ทำให้วัดมีลักษณะเป็นวัดชุมชนบนเส้นทางเชื่อมระหว่างเชียงใหม่กับลำพูน ถนนเชียงใหม่–ลำพูนเป็นถนนสำคัญที่ผูกโยงชุมชน วัด บ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และเส้นทางคมนาคมเก่าแก่ของสารภีเข้าด้วยกัน วัดปากกองจึงไม่ได้เป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้าน แต่ยังเป็นศาสนสถานที่สะท้อนความสัมพันธ์ของชุมชนชายขอบจังหวัดเชียงใหม่กับพื้นที่ลำพูนอย่างใกล้ชิด
ชื่อ “ปากกอง” เป็นชื่อที่สัมพันธ์กับบ้านปากกองและภูมิทัศน์ของชุมชนในพื้นที่สารภี คำว่า “ปาก” มักให้ภาพของปากทาง ปากน้ำ หรือจุดเริ่มต้นของทางเข้าออก ส่วนคำว่า “กอง” อาจสัมพันธ์กับกลุ่มบ้าน กลุ่มคน หรือพื้นที่รวมตัวของชุมชน ชื่อวัดจึงทำหน้าที่บันทึกความเป็นหมู่บ้านและพื้นที่ตั้งถิ่นฐานไว้ในชื่อเดียวกับวัด เมื่อชุมชนใช้ชื่อบ้านปากกอง วัดจึงเป็นศูนย์กลางของชื่อหมู่บ้าน ศรัทธา และความทรงจำของคนในพื้นที่
ประวัติวัดปากกองเริ่มจากพื้นที่ที่เคยเป็นวัดร้างและป่ารกมาก่อน บริเวณวัดในอดีตมีสภาพเป็นป่าดงพงไพร มีวัชพืชปกคลุม และมีร่องรอยศาสนสถานเก่าหลงเหลืออยู่ พ่อเฒ่าหนานต๊ะเป็นผู้พบพระธาตุในพื้นที่และได้ครอบครองดูแลไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นทำลาย ต่อมาพระครูบาปัญญาได้มาพบสถานที่นี้ พ่อเฒ่าหนานต๊ะจึงนิมนต์ให้ท่านมาช่วยสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นวัด การเริ่มต้นเช่นนี้ทำให้วัดปากกองมีเรื่องราวของการฟื้นฟูพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์จากความรกร้างให้กลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้าน
เมื่อข่าวการสร้างวัดแพร่หลาย ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นใน พ.ศ. 2402 วัดได้รับการยกให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา พระครูบาปัญญาได้สร้างวิหาร ศาลา และโบสถ์ พร้อมตั้งชื่อวัดว่า “วัดศรีบุญเรือง” ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดปากกอง” ตามชื่อหมู่บ้านในเวลาต่อมา ประวัติช่วงนี้สะท้อนลักษณะสำคัญของวัดชุมชนล้านนา คือวัดเกิดจากการพบร่องรอยศรัทธาเดิม การอุปถัมภ์ของชาวบ้าน และการนำของพระสงฆ์ผู้มีบทบาททางจิตใจ
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดปากกอง เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตที่พระสงฆ์ใช้ประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจกรรมของคณะสงฆ์ เขตวิสุงคามสีมาของวัดกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร แสดงให้เห็นว่าวัดมีพื้นที่รองรับศาสนกิจสำคัญได้อย่างสมบูรณ์ และมีบทบาทมั่นคงในฐานะวัดประจำชุมชนบ้านปากกอง
พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 5 ตารางวา พร้อมที่ธรณีสงฆ์ 5 แปลง เนื้อที่รวม 4 ไร่ 1 งาน 3 ตารางวา อาณาเขตของวัดสัมพันธ์กับทางสาธารณะและทางหลวงแผ่นดิน สะท้อนลักษณะวัดที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนและเส้นทางสัญจรหลัก วัดปากกองจึงเข้าถึงง่ายและมีบทบาทเป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชนได้ดี ทั้งสำหรับการทำบุญ การจัดงานประเพณี การประชุมกิจกรรม และการใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ร่วมของชาวบ้าน
อาคารเสนาสนะสำคัญของวัดประกอบด้วยอุโบสถทรงไทยล้านนา ศาลาการเปรียญเป็นตึก 2 ชั้น หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดสามารถรองรับทั้งสังฆกรรม การทำบุญ การฟังธรรม การสวดมนต์ การจำพรรษาของพระสงฆ์ และงานบุญขนาดใหญ่ของชุมชนได้ครบถ้วน แม้วัดจะเป็นวัดชุมชน แต่มีพื้นที่และเสนาสนะที่ช่วยให้บทบาทของวัดขยายไปสู่กิจกรรมสาธารณะได้มากกว่าวัดขนาดเล็กทั่วไป
อุโบสถทรงไทยล้านนาเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในเชิงสังฆกรรม ผู้มาเยือนควรชมด้วยความเคารพ เพราะอุโบสถเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวิสุงคามสีมาและพิธีของคณะสงฆ์โดยตรง อาคารลักษณะไทยล้านนาช่วยสะท้อนรากทางศิลปกรรมของวัดในภาคเหนือ ทั้งรูปทรงหลังคา สัดส่วนอาคาร และบรรยากาศศาสนสถานที่เน้นความสงบ สำรวม และเหมาะแก่การประกอบพิธีกรรม
ศาลาการเปรียญ 2 ชั้นเป็นพื้นที่สำคัญของวัดปากกอง เพราะรองรับการฟังธรรม งานบุญ กิจกรรมชุมชน และการรวมตัวของชาวบ้านในโอกาสต่าง ๆ ศาลาการเปรียญในวัดชุมชนไม่ได้เป็นเพียงอาคารอเนกประสงค์ แต่เป็นพื้นที่ทางสังคมที่ทำให้คนในหมู่บ้านได้พบปะ ช่วยงานวัด รับฟังธรรม และสืบทอดวัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญร่วมกัน
หอสวดมนต์เป็นอีกพื้นที่ที่ช่วยรักษาจังหวะชีวิตทางศาสนาของวัด การสวดมนต์ ทำวัตร และกิจวัตรของพระสงฆ์ทำให้วัดมีชีวิตอยู่ทุกวัน ไม่ใช่เพียงเปิดใช้งานเฉพาะช่วงงานบุญใหญ่ หอสวดมนต์จึงเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในระดับวัดชุมชน และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงพระสงฆ์กับชาวบ้านผ่านเสียงสวดมนต์และกิจกรรมทางธรรม
กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษาของพระภิกษุและเป็นหัวใจของการดำรงศาสนกิจประจำวัน เมื่อมีพระสงฆ์อยู่ประจำ วัดสามารถทำหน้าที่รับบิณฑบาต ให้คำแนะนำทางธรรม ประกอบพิธีกรรม และดูแลความเรียบร้อยของศาสนสถานได้อย่างต่อเนื่อง วัดปากกองจึงไม่ใช่เพียงสถานที่มีอาคารเก่าและประวัติยาวนาน แต่เป็นวัดที่มีชีวิตในชุมชนสารภีอย่างแท้จริง
บทบาทของพระครูถาวรสาธุวัตร ฐิตาจาโร ในฐานะเจ้าอาวาสมีความสำคัญต่อวัดปากกองในปัจจุบัน เจ้าอาวาสของวัดชุมชนไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตใจ ดูแลศาสนสถาน ประสานกิจกรรมงานบุญ และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน การมีเจ้าอาวาสที่ชาวบ้านรู้จักและให้ความเคารพช่วยให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมใจของบ้านปากกองได้อย่างมั่นคง
วัดปากกองยังมีความทรงจำสำคัญเกี่ยวกับพระครูสิริธรรมโฆษิต หรือครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดปากกอง ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถืออย่างกว้างขวาง รูปหล่อของท่านได้รับการอัญเชิญประดิษฐานบริเวณหน้าวัดเพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้บูชาและระลึกถึงคุณูปการของท่านต่อวัดและชุมชน เรื่องราวของอดีตเจ้าอาวาสรูปนี้ช่วยเพิ่มมิติทางศรัทธาให้กับวัดปากกอง และทำให้วัดมีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์บุคคลและความเชื่อท้องถิ่น
ความสำคัญของวัดปากกองต่อสาธารณะประโยชน์ยังเห็นได้จากบทบาทของพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ที่เคยร่วมกันสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขของอำเภอสารภี ในประวัติการพัฒนาของโรงพยาบาลสารภี พระครูศิริธรรมโฆษิต เจ้าอาวาสวัดปากกองในขณะนั้น พร้อมประชาชนในอำเภอสารภีและตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูน ได้ร่วมจัดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอนและขยายบริการของโรงพยาบาล เรื่องนี้สะท้อนว่าวัดปากกองมีบทบาทไกลกว่าพื้นที่ศาสนา แต่ยังสัมพันธ์กับการดูแลชีวิตของคนในชุมชน
ปัจจุบันวัดปากกองเป็นพื้นที่ร่มรื่น กว้างขวาง และเหมาะแก่กิจกรรมสาธารณะหลากหลายรูปแบบ ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และการออกกำลังกายของชุมชน บทบาทเช่นนี้ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตในหลายมิติ ทั้งศรัทธา สุขภาพ ความสัมพันธ์ของผู้คน และการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
งานบุญและประเพณีที่สัมพันธ์กับวัดปากกอง ได้แก่ วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ รดน้ำดำหัว ยี่เป็ง และงานบุญของชุมชนบ้านปากกอง วัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านกลับมาพบกัน ทำบุญร่วมกัน ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร และช่วยกันดูแลศาสนสถาน ประเพณีเหล่านี้ทำให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทุกวัยในหมู่บ้าน
จุดเด่นของวัดปากกองสำหรับผู้มาเยือนคือประวัติการฟื้นจากพื้นที่วัดร้างเดิม เรื่องราวของพ่อเฒ่าหนานต๊ะและพระครูบาปัญญา ชื่อเดิมวัดศรีบุญเรือง อุโบสถทรงไทยล้านนา ศาลาการเปรียญ 2 ชั้น หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ร่มรื่น และรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสที่ชาวบ้านเคารพนับถือ วัดนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชนเก่าแก่ในอำเภอสารภีและต้องการเข้าใจชีวิตวัดในฐานะพื้นที่ศรัทธาและพื้นที่สาธารณะของชุมชน
บรรยากาศของวัดเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ พักใจ เดินชมพื้นที่วัด และเรียนรู้ประวัติชุมชนบ้านปากกอง ผู้มาเยือนควรใช้เวลา 30 – 60 นาทีในการชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ลานวัด และจุดสักการะสำคัญ หากมาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะได้บรรยากาศที่สบายและเหมาะกับการเดินชมมากกว่า
มารยาทในการเข้าชมวัดปากกองคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่จับต้องพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น ไม่ปีนหรือพิงโครงสร้างวัด และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่กำลังประกอบพิธี หากมีการใช้พื้นที่วัดเพื่อออกกำลังกายหรือกิจกรรมชุมชน ควรแยกพื้นที่ศาสนสถานกับพื้นที่กิจกรรมอย่างเหมาะสมและรักษาความสำรวมภายในเขตวัด
การเดินทาง ไปวัดปากกองสามารถใช้เส้นทางถนนเชียงใหม่–ลำพูนจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอสารภี ผ่านตำบลสารภีไปยังบ้านปากกอง หมู่ที่ 6 วัดตั้งอยู่ใกล้แนวเขตจังหวัดลำพูน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นสะดวกที่สุด ผู้ที่เดินทางตามแนวถนนต้นยางสามารถจัดเส้นทางเที่ยววัดปากกองร่วมกับวัดช่างเคิ่ง วัดสารภี วัดกอประจำโฮง วัดฮ่องกอก และวัดมงคลวนารามได้ในวันเดียว
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดปากกอง แล้วต่อไปยังวัดช่างเคิ่ง วัดสารภี วัดกอประจำโฮง วัดฮ่องกอก วัดมงคลวนาราม วัดต้นผึ้ง และวัดกองทราย หากต้องการขยายเส้นทาง สามารถเชื่อมไปยังกลุ่มวัดเวียงกุมกามและตำบลหนองผึ้งได้ การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้เห็นภาพสารภีผ่านวัดเก่า ถนนเชียงใหม่–ลำพูน ชุมชนริมทาง เขตต่อแดนเชียงใหม่–ลำพูน และวิถีล้านนาที่ดำรงอยู่ในชีวิตประจำวัน
โดยภาพรวม วัดปากกองเป็นวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศรัทธาชุมชน และสาธารณะประโยชน์ วัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2402 เดิมชื่อวัดศรีบุญเรือง มีเรื่องราวพ่อเฒ่าหนานต๊ะพบพระธาตุ พระครูบาปัญญาร่วมสร้างวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2489 และยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของบ้านปากกองในปัจจุบัน ผู้ที่สนใจวัดล้านนาในอำเภอสารภีควรบันทึกวัดแห่งนี้ไว้ในเส้นทางเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรม เพราะวัดปากกองเล่าเรื่องได้ครบทั้งอดีตวัดร้าง การฟื้นฟู ศรัทธาบุคคล งานบุญ และบทบาทของวัดต่อชีวิตชุมชน
| ชื่อสถานที่ | วัดปากกอง |
| ชื่อเดิม | วัดศรีบุญเรือง |
| ที่ตั้ง | บ้านปากกอง หมู่ที่ 6 ถนนเชียงใหม่–ลำพูน ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 15 บ้านปากกอง ถนนเชียงใหม่–ลำพูน หมู่ที่ 6 ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เนื้อที่วัด | 4 ไร่ 1 งาน 5 ตารางวา |
| ที่ธรณีสงฆ์ | 5 แปลง เนื้อที่รวม 4 ไร่ 1 งาน 3 ตารางวา |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ของบ้านปากกอง เดิมชื่อวัดศรีบุญเรือง มีประวัติฟื้นจากพื้นที่วัดร้าง อุโบสถทรงไทยล้านนา ศาลาการเปรียญ 2 ชั้น หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ร่มรื่น และบทบาทเป็นศูนย์รวมกิจกรรมศาสนา วัฒนธรรม และสาธารณะประโยชน์ของชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2402 โดยมีพ่อเฒ่าหนานต๊ะเป็นผู้ริเริ่มจากการพบพระธาตุในพื้นที่วัดร้าง และพระครูบาปัญญาเป็นพระสงฆ์สำคัญที่ช่วยสร้างวัดขึ้นใหม่ |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถทรงไทยล้านนา ศาลาการเปรียญตึก 2 ชั้น หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| พระสำคัญและผู้ดูแล | เจ้าอาวาส: พระครูถาวรสาธุวัตร ฐิตาจาโร |
| บุคคลสำคัญในประวัติวัด | พ่อเฒ่าหนานต๊ะ พระครูบาปัญญา และพระครูสิริธรรมโฆษิต หรือครูบาสิงห์แก้ว ญาณวโร อดีตเจ้าอาวาสที่ชาวบ้านเคารพนับถือ |
| บทบาทเด่นของวัด | ศูนย์รวมการทำบุญ ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ และการออกกำลังกายของชุมชนบ้านปากกอง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| งานบุญและกิจกรรมสำคัญ | วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ รดน้ำดำหัว ยี่เป็ง งานบุญชุมชนบ้านปากกอง และกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ |
| การเดินทาง | ใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูนจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอสารภี ผ่านตำบลสารภีไปยังบ้านปากกอง หมู่ที่ 6 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนในตำบลสารภี และยังใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดช่างเคิ่ง ตำบลสารภี ประมาณ 2 กม. 2. วัดสารภี ตำบลสารภี ประมาณ 3 กม. 3. วัดกอประจำโฮง ตำบลสารภี ประมาณ 4 กม. 4. วัดฮ่องกอก ตำบลสารภี ประมาณ 5 กม. 5. วัดมงคลวนาราม ตำบลสารภี ประมาณ 6 กม. 6. วัดกองทราย ตำบลหนองผึ้ง ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวน้ายา ยางเนิ้ง สารภี ประมาณ 5 กม. โทร. 095-830-4248 2. ร้านพี่รุ่ง ขัวมุงหมู่ 5 ประมาณ 6 กม. โทร. 061-065-7961 3. แซ่บอีสาน ขัวมุง ประมาณ 7 กม. โทร. 098-172-0983 4. เรสไทม์พิซซ่า ขัวมุง ประมาณ 7 กม. โทร. 081-472-0954 5. เดอะขัวมุง ประมาณ 8 กม. โทร. 083-313-3733, 062-495-0496 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 9Roomz ประมาณ 6 กม. โทร. 095-446-0758, 053-963-829 2. บ้านสารภี ประมาณ 7 กม. โทร. 053-321-942 3. เรือนทิพย์รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 098-556-6291 4. Baan Nam Ping Riverside Village ประมาณ 10 กม. โทร. 053-439040 5. Baan Hom Samunphrai ประมาณ 11 กม. โทร. 053-817-362, 081-885-1429 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดปากกองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดปากกองตั้งอยู่เลขที่ 15 บ้านปากกอง ถนนเชียงใหม่–ลำพูน หมู่ที่ 6 ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ถาม: วัดปากกองเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดปากกองเดิมชื่อวัดศรีบุญเรือง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดปากกองตามชื่อหมู่บ้านปากกอง
ถาม: วัดปากกองสร้างเมื่อใด?
ตอบ: วัดปากกองสร้างเมื่อ พ.ศ. 2402 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2489
ถาม: ใครเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดปากกอง?
ตอบ: พ่อเฒ่าหนานต๊ะเป็นผู้ริเริ่มจากการพบพระธาตุในพื้นที่วัดร้าง และพระครูบาปัญญาเป็นพระสงฆ์สำคัญที่ช่วยสร้างวัดขึ้นใหม่จนกลายเป็นวัดศรีบุญเรือง ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดปากกอง
ถาม: วัดปากกองมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถทรงไทยล้านนา ศาลาการเปรียญตึก 2 ชั้น หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดปากกองคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดปากกองคือพระครูถาวรสาธุวัตร ฐิตาจาโร
ถาม: วัดปากกองเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดปากกองเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เที่ยววัดปากกองแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดช่างเคิ่ง วัดสารภี วัดกอประจำโฮง วัดฮ่องกอก วัดมงคลวนาราม วัดกองทราย และเส้นทางเวียงกุมกามได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




