หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง >อ.ปะเหลียน >ต.เกาะสุกร > เกาะเหลาเหลียง
TL;DR: เกาะเหลาเหลียง อยู่ที่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เปิดเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนพฤษภาคม เวลา เหมาะสำหรับเดินทางด้วยเรือช่วงกลางวัน โดยเวลาเรือเข้าออกขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ.
เกาะเหลาเหลียง

วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนพฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติช่วงกลางเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม
เวลาเปิดทำการ: เหมาะสำหรับเดินทางด้วยเรือช่วงกลางวัน โดยเวลาเรือเข้าออกขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ สภาพคลื่นลม และประกาศอุทยาน
เกาะเหลาเหลียง จังหวัดตรัง เป็นเกาะทะเลอันดามันที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา พื้นที่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จุดเด่นของเกาะคือภูเขาหินปูนสูงชันที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีฟ้าอมเขียว แนวปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์ กัลปังหาหลากสี ฝูงปลาการ์ตูน ปลาทะเลสวยงาม และบรรยากาศสงบคล้ายเกาะส่วนตัว เกาะเหลาเหลียงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวทะเลตรังในมุมธรรมชาติจริง ไม่เน้นความพลุกพล่าน และต้องการเห็นภูมิประเทศหินปูนกลางทะเลที่แตกต่างจากเกาะชายหาดทั่วไป
เกาะเหลาเหลียงเป็นหนึ่งในหมู่เกาะเภตรา ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะหินปูนที่มีความสำคัญทั้งด้านภูมิประเทศ ระบบนิเวศทางทะเล และการอนุรักษ์ เกาะแห่งนี้อยู่ในเขตสัมปทานรังนกนางแอ่นมาเป็นเวลานาน ทำให้พื้นที่จำนวนมากไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นรีสอร์ตถาวรหรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์แบบหนาแน่น ธรรมชาติบนเกาะและใต้ทะเลจึงยังคงมีความสวยงามในระดับสูง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสหาดทราย น้ำทะเล หน้าผา ถ้ำทะเล ปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำในพื้นที่ที่ยังมีข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ
เกาะเหลาเหลียงประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะที่ตั้งอยู่ใกล้กัน คือ เกาะเหลาเหลียงน้อง หรือเกาะเหลาเหลียงเหนือ และเกาะเหลาเหลียงพี่ หรือเกาะเหลาเหลียงใต้ ทั้งสองเกาะมีบุคลิกต่างกัน เกาะเหลาเหลียงน้องเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักมากกว่า เพราะมีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส แนวปะการังทางด้านตะวันออก หน้าผาสูง และพื้นที่พักแบบเต็นท์หรือซีแคมป์ตามฤดูกาล ส่วนเกาะเหลาเหลียงพี่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนประมงและสัมปทานรังนกนางแอ่น สามารถเที่ยวชมชายหาดและภูมิทัศน์ได้ในบางรูปแบบ แต่ไม่ใช่พื้นที่พักค้างคืนของนักท่องเที่ยวทั่วไป
สถานะของเกาะเหลาเหลียงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เปิดตามฤดูกาล ไม่ใช่สถานที่ปิดถาวร แต่การเดินทางต้องยึดรอบเปิดเกาะและประกาศของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเป็นหลัก โดยพื้นที่เกาะเหลาเหลียงมีช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติเป็นประจำในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นฤดูทะเลสวยของฝั่งอันดามัน การวางแผนเที่ยวจึงควรตรวจฤดูกาลก่อนจองเรือ ที่พัก หรือแพ็กเกจกิจกรรมทุกครั้ง
ความงามของเกาะเหลาเหลียงเริ่มตั้งแต่ระหว่างนั่งเรือเข้าใกล้ตัวเกาะ ภาพภูเขาหินปูนสูงชันที่โผล่ขึ้นจากผืนน้ำทำให้เกาะมีเอกลักษณ์ชัดเจน หน้าผาหินปูนสีเทาอมขาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าและสีเขียว กลายเป็นฉากธรรมชาติที่ดูสงบแต่ทรงพลัง พื้นที่ชายหาดมีทรายขาวละเอียดและโอบรับกับแนวเขาหินปูนอย่างสวยงาม เหมาะกับการพักผ่อน เดินเล่น ถ่ายภาพ และชมทะเลแบบไม่เร่งรีบ จุดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกาะเหลาเหลียงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเกาะทะเลตรังที่คนรักธรรมชาติควรไปเยือนสักครั้ง
ทะเลรอบเกาะเหลาเหลียงมีชื่อเสียงเรื่องแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ โดยเฉพาะบริเวณเกาะเหลาเหลียงน้องที่มีแนวปะการังสวยงามทางด้านตะวันออก นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำตื้นเพื่อชมปะการัง ดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน กัลปังหา และปลาทะเลสีสันสดใสได้ในช่วงที่ทะเลสงบ ความพิเศษของพื้นที่นี้คือโลกใต้ทะเลยังมีความสมบูรณ์และหลากหลาย จึงเหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นดำน้ำตื้นและผู้ที่ชื่นชอบทะเลแบบจริงจัง อย่างไรก็ตาม การดำน้ำควรทำตามแนวทางของผู้ให้บริการหรือเจ้าหน้าที่ ไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสัตว์น้ำ และไม่ใช้ครีมกันแดดที่ทำลายระบบนิเวศทะเล
กิจกรรมบนเกาะเหลาเหลียงมีความหลากหลายกว่าการเดินเล่นริมชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัครอบเกาะ ชมหน้าผาหินปูนจากผิวน้ำ ลอดอุโมงค์ทะเลในช่วงน้ำลง เดินชมเส้นทางธรรมชาติในพื้นที่ที่อนุญาต ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ปีนผา และโรยตัวกับผู้ให้บริการที่มีอุปกรณ์มาตรฐาน กิจกรรมบางประเภทขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพน้ำ ผู้ประกอบการ และข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ จึงควรวางแผนกับผู้ให้บริการที่รู้เส้นทางและยึดความปลอดภัยเป็นหลัก
การพายเรือคายัครอบเกาะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เห็นเกาะเหลาเหลียงในมุมใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเรือคายัคสามารถเคลื่อนผ่านแนวหน้าผา ช่องหิน และเวิ้งน้ำตื้นได้อย่างนุ่มนวล เมื่อพายอยู่ใกล้ภูเขาหินปูน นักท่องเที่ยวจะเห็นรอยกัดเซาะของคลื่น ลายชั้นหิน เพิงผา และโพรงเล็ก ๆ ที่เกิดจากธรรมชาติ การพายคายัคควรเลือกช่วงทะเลนิ่งและมีผู้ดูแลเส้นทาง เพราะบริเวณเกาะหินปูนบางช่วงมีกระแสน้ำและแนวหินที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
อีกกิจกรรมที่ทำให้เกาะเหลาเหลียงแตกต่างจากเกาะทะเลทั่วไปคือการปีนผา หน้าผาหินปูนสูงชันของเกาะทำให้พื้นที่นี้เคยเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักปีนผาและนักเดินทางสายผจญภัย ลักษณะผาหินปูนมีทั้งผนังตั้งชัน โพรงหิน หินย้อย และพื้นผิวที่เหมาะกับการปีนในบางจุด การปีนผาบนเกาะควรทำเฉพาะในเส้นทางที่ผู้ให้บริการหรือผู้เชี่ยวชาญจัดไว้เท่านั้น ต้องใช้อุปกรณ์มาตรฐาน มีผู้ควบคุม และปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพราะภูมิประเทศหินปูนกลางทะเลมีทั้งความชื้น ลมทะเล และพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ
ถ้ำรังนกเป็นอีกจุดเด่นสำคัญของเกาะเหลาเหลียง พื้นที่ถ้ำและหน้าผาสูงของเกาะเป็นแหล่งรังนกนางแอ่น ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีระบบดูแลและการใช้ประโยชน์เฉพาะ นักท่องเที่ยวสามารถชมถ้ำรังนกได้จากระยะที่เหมาะสม โดยบางช่วงจะมองเห็นได้ชัดในเวลาน้ำลด การชมถ้ำลักษณะนี้ควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้แสงรบกวน ไม่เข้าใกล้พื้นที่หวงห้าม และไม่รบกวนการอยู่อาศัยของนก เพราะพื้นที่รังนกเป็นทั้งแหล่งธรรมชาติและพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ต้องได้รับการควบคุม
ที่พักบนเกาะเหลาเหลียงมีลักษณะเฉพาะ เพราะเกาะไม่ได้พัฒนาเป็นรีสอร์ตถาวรแบบเกาะท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เป็นที่พักแบบซีแคมป์หรือเต็นท์พักขนาดใหญ่บนเกาะเหลาเหลียงน้องตามฤดูกาล เต็นท์ถูกออกแบบให้พักสบายกว่าการกางเต็นท์ทั่วไป มีพื้นที่ภายในแบ่งเป็นส่วนนั่งเล่นและส่วนนอน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น เตียง หมอน ผ้าห่ม พัดลมไฟฟ้า และโคมไฟ ที่พักรูปแบบนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แต่ยังคงความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพักค้างคืนบนเกาะ
การพักค้างคืนบนเกาะเหลาเหลียงให้ประสบการณ์แตกต่างจากการเที่ยวแบบวันเดย์ทริปอย่างชัดเจน ช่วงกลางวันนักท่องเที่ยวจะได้ใช้เวลากับทะเล หาดทราย ดำน้ำ และกิจกรรมผจญภัย ส่วนช่วงเย็นจะได้เห็นแสงตกกระทบหน้าผาหินปูน น้ำทะเลเปลี่ยนสี และบรรยากาศเกาะที่เงียบลงหลังเรือส่วนใหญ่กลับฝั่ง ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่เหมาะกับการนั่งฟังเสียงคลื่น ดูดาว ตกหมึกตามกิจกรรมที่จัดไว้ หรือชมสิ่งมีชีวิตชายหาดบางชนิดโดยไม่รบกวนธรรมชาติ ประสบการณ์แบบนี้คือเสน่ห์ของการพักแบบซีแคมป์กลางทะเล
เกาะเหลาเหลียงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งคนรักทะเล นักดำน้ำ นักถ่ายภาพ คู่รัก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบธรรมชาติแบบสงบ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกแบบโรงแรมขนาดใหญ่ ร้านค้าเยอะ หรือกิจกรรมกลางคืนคึกคัก จุดหมายนี้เหมาะกับคนที่ยอมรับเงื่อนไขของเกาะอนุรักษ์ได้ เช่น การใช้ไฟฟ้าและน้ำอย่างจำกัด การปฏิบัติตามเวลาของเรือ การเคารพพื้นที่รังนก การไม่ออกนอกเส้นทาง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างระมัดระวัง
การเดินทาง ไปเกาะเหลาเหลียงต้องใช้เรือจากฝั่งจังหวัดตรังหรือเส้นทางที่ผู้ประกอบการกำหนด นักท่องเที่ยวนิยมซื้อแพ็กเกจกับผู้ให้บริการทัวร์หรือที่พัก เพราะเกาะอยู่กลางทะเลและไม่มีเรือโดยสารสาธารณะที่เดินทางไปกลับตลอดวันเหมือนเกาะชุมชน เส้นทางเดินเรือมักเชื่อมกับท่าเรือฝั่งตรัง เช่น ท่าเรือบ้านเจ้าไหม ท่าเรือปากเมง หรือเส้นทางที่ผู้ประกอบการจัดรับส่งตามฤดูกาล เวลาเดินทางด้วยเรือขึ้นอยู่กับจุดออกเรือ สภาพคลื่นลม และประเภทเรือ โดยควรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเดินทางทุกครั้ง
การจัดทริปเกาะเหลาเหลียงควรวางแผนตามฤดูกาลทะเลอันดามันเป็นหลัก ช่วงที่เหมาะที่สุดคือช่วงเปิดฤดูกาลหลังมรสุม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงต้นฤดูร้อน เพราะทะเลมักสงบ น้ำใส และเหมาะกับการดำน้ำ ส่วนช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติและเป็นฤดูมรสุม การออกเรือในช่วงนี้ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวทั่วไป การเลือกเวลาถูกต้องช่วยให้เห็นความสวยของเกาะได้เต็มที่และช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
หากมีเวลาจำกัด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวเกาะเหลาเหลียงแบบวันเดย์ทริป โดยใช้เวลาเดินเล่นบนหาด ถ่ายภาพ ดำน้ำตื้น และชมบรรยากาศเกาะ แต่ถ้าต้องการสัมผัสเกาะให้ลึกขึ้น การพักค้างคืน 1 คืนบนเกาะเหลาเหลียงน้องจะให้ประสบการณ์ครบกว่า เพราะมีเวลาสำหรับชมเช้า เย็น กลางคืน และกิจกรรมหลายประเภทโดยไม่เร่งรีบ การพักค้างคืนควรจองล่วงหน้าและตรวจเงื่อนไขการเปิดให้บริการก่อนเสมอ เนื่องจากที่พักบนเกาะมีจำนวนจำกัดและเปิดเฉพาะช่วงฤดูกาล
การเตรียมตัวไปเกาะเหลาเหลียงควรคำนึงถึงลักษณะเกาะที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์และเดินทางด้วยเรือ สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่ เสื้อผ้าที่แห้งง่าย ชุดว่ายน้ำ ผ้าขนหนู รองเท้าแตะรัดส้นหรือรองเท้าลุยน้ำ หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อทะเล ยาประจำตัว ถุงกันน้ำ และเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว นักท่องเที่ยวที่มีอาการเมาเรือควรเตรียมยาเมาเรือก่อนออกเดินทาง และควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่ออยู่บนเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ
ข้อควรปฏิบัติสำคัญคือไม่เหยียบปะการัง ไม่จับปลาหรือสัตว์ทะเล ไม่เก็บเปลือกหอยหรือปะการัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ ไม่เข้าใกล้ถ้ำรังนกโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปีนผาหรือออกนอกพื้นที่โดยไม่มีผู้ดูแล เกาะเหลาเหลียงมีความงามเพราะยังรักษาธรรมชาติไว้ได้ดี การท่องเที่ยวที่เหมาะสมจึงต้องช่วยให้ธรรมชาติคงอยู่ ไม่ใช่ใช้พื้นที่จนเสื่อมสภาพ
เกาะเหลาเหลียงสามารถเที่ยวร่วมกับเกาะใกล้เคียงในทะเลตรังและทะเลสตูลตอนบนได้ เช่น เกาะเภตรา เกาะสุกร เกาะลิบง เกาะกระดาน และเส้นทางหมู่เกาะทะเลตรังอื่น ๆ แต่ควรจัดเส้นทางกับผู้ให้บริการที่รู้พื้นที่ เพราะแต่ละเกาะมีฤดูกาล ข้อจำกัด และระยะเดินเรือต่างกัน การวางแผนที่ดีจะช่วยให้ทริปสมดุลระหว่างการพักผ่อน ดำน้ำ ถ่ายภาพ และเดินทางโดยไม่เหนื่อยเกินไป
จุดแข็งของเกาะเหลาเหลียงคือการรวมความงามของทะเลตรังไว้หลายชั้นในพื้นที่เดียว ทั้งหาดทรายขาว น้ำทะเลใส หน้าผาหินปูนสูง ถ้ำรังนก กิจกรรมทางทะเล โลกใต้น้ำ และการพักแบบซีแคมป์ เกาะแห่งนี้ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายรูป แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าทะเลอันดามันตอนล่างมีความหลากหลายทั้งด้านธรรมชาติ การอนุรักษ์ และวิถีการใช้พื้นที่ของผู้คนชายฝั่ง
โดยสรุป เกาะเหลาเหลียง จังหวัดตรัง เป็นจุดหมายทะเลที่เหมาะกับผู้รักธรรมชาติและต้องการสัมผัสเกาะหินปูนกลางทะเลในบรรยากาศสงบ จุดเด่นอยู่ที่เกาะแฝด เหลาเหลียงน้องและเหลาเหลียงพี่ หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการัง กัลปังหา ปลาทะเล ถ้ำรังนก กิจกรรมคายัค ดำน้ำ ปีนผา และที่พักแบบซีแคมป์ตามฤดูกาล การเดินทางควรจองเรือหรือแพ็กเกจกับผู้ให้บริการล่วงหน้า ตรวจช่วงเปิดเกาะ และเคารพกฎของอุทยานเพื่อให้การเที่ยวเกาะเหลาเหลียงสวย ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทะเลตรังในระยะยาว
| ชื่อสถานที่ | เกาะเหลาเหลียง |
| ที่ตั้ง | ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา |
| ที่อยู่ | เกาะเหลาเหลียง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง 92120 |
| พิกัด | ประมาณ 7.114094, 99.425757 |
| ไฮไลต์ | เกาะแฝดหินปูน หาดทรายขาว น้ำทะเลใส แนวปะการัง กัลปังหา ปลาการ์ตูน ถ้ำรังนก กิจกรรมคายัค ดำน้ำ ปีนผา และที่พักแบบซีแคมป์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นเกาะหินปูนในหมู่เกาะเภตรา มีหน้าผาสูงล้อมรอบ ชายหาดสวย น้ำทะเลใส และธรรมชาติใต้ทะเลอุดมสมบูรณ์ |
| เกาะหลัก | เกาะเหลาเหลียงน้อง หรือเกาะเหลาเหลียงเหนือ และเกาะเหลาเหลียงพี่ หรือเกาะเหลาเหลียงใต้ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและอยู่ในเขตสัมปทานรังนกนางแอ่น ทำให้ธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์และมีข้อจำกัดด้านการใช้พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยเรือจากฝั่งจังหวัดตรังตามเส้นทางของผู้ประกอบการ เช่น ท่าเรือบ้านเจ้าไหม ท่าเรือปากเมง หรือจุดรับส่งที่ผู้ให้บริการกำหนดตามฤดูกาล |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดท่องเที่ยวตามฤดูกาล ไม่ได้ปิดถาวร และมีช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม |
| วันเปิดทำการ | เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนพฤษภาคม |
| เวลาเปิดทำการ | เหมาะสำหรับเดินทางด้วยเรือช่วงกลางวัน โดยเวลาเรือเข้าออกขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ สภาพคลื่นลม และประกาศอุทยาน |
| ค่าเข้าชม / ค่าใช้จ่าย | ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรากลุ่มที่ 1: คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท โดยไม่รวมค่าเรือ ที่พัก และกิจกรรมพิเศษ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เต็นท์พักแบบซีแคมป์ตามฤดูกาล ร้านอาหารบริเวณเกาะเหลาเหลียงน้อง บริการเรือ บริการกิจกรรมทางทะเล และอุปกรณ์พื้นฐานตามแพ็กเกจของผู้ให้บริการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เกาะเหลาเหลียงน้อง, เกาะเหลาเหลียงพี่, ชายหาด, หน้าผาหินปูน, แนวปะการังด้านตะวันออก, พื้นที่ซีแคมป์, ถ้ำรังนก, อุโมงค์ทะเลช่วงน้ำลง และจุดพายคายัครอบเกาะ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่ | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้ให้บริการท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา โทร. 074-740-272, เหลาเหลียงบีช โทร. 097-252-6563 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการเหลาเหลียงบีช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. เกาะเหลาเหลียงพี่ ประมาณ 1 กม. 2. เกาะเหลาเหลียงน้อง ประมาณ 1 กม. 3. เกาะเภตรา ประมาณ 11 กม. 4. เกาะลิบง ประมาณ 16 กม. 5. เกาะสุกร ประมาณ 17 กม. 6. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา / อ่าวนุ่น ประมาณ 20 กม. 7. เกาะกระดาน ประมาณ 29 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารเหลาเหลียงบีช ประมาณ 0 กม. โทร. 097-252-6563 2. Dugong Bar Koh Sukorn ประมาณ 22 กม. โทร. 087-495-9460 3. เรือนไม้คาเฟ่ เกาะสุกร ประมาณ 23 กม. โทร. 061-882-7800 4. เกาะสุกร ภูชี้เล ซีฟู้ด@สี่แยกสาริกา ประมาณ 23 กม. โทร. 080-146-3549 5. บ้านสวน ณ ณิน ปะเหลียน ประมาณ 35 กม. โทร. 061-985-1538 6. แหลมหยงสตาร์ ซีไซด์ ประมาณ 30 กม. โทร. 089-875-0694 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Laoliang Beach Sea Camping ประมาณ 0 กม. โทร. 097-252-6563 2. Cameron Island Resort เกาะสุกร ประมาณ 22 กม. โทร. 061-297-9890 3. Sukorn Andaman Beach Resort ประมาณ 23 กม. โทร. 081-416-2526 4. Dugong Koh Sukorn ประมาณ 22 กม. โทร. 087-495-9460 5. Inglay Koh Sukorn Trang Resort ประมาณ 23 กม. โทร. 065-450-6959 6. Koh Sukorn Homestay ประมาณ 24 กม. โทร. 090-545-9614 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เกาะเหลาเหลียงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เกาะเหลาเหลียงอยู่ในตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
ถาม: เกาะเหลาเหลียงเปิดให้เที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เกาะเหลาเหลียงเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม
ถาม: เกาะเหลาเหลียงมีเกาะอะไรบ้าง?
ตอบ: เกาะเหลาเหลียงประกอบด้วยเกาะเหลาเหลียงน้องหรือเกาะเหลาเหลียงเหนือ และเกาะเหลาเหลียงพี่หรือเกาะเหลาเหลียงใต้
ถาม: เกาะเหลาเหลียงมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: กิจกรรมเด่นคือดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก พายคายัค ชมถ้ำรังนก เดินเล่นชายหาด ถ่ายภาพหน้าผาหินปูน ปีนผา และพักแบบซีแคมป์ตามฤดูกาล
ถาม: เกาะเหลาเหลียงพักค้างคืนได้หรือไม่?
ตอบ: พักค้างคืนได้บนเกาะเหลาเหลียงน้องในรูปแบบซีแคมป์หรือเต็นท์พักตามฤดูกาล โดยต้องจองกับผู้ให้บริการล่วงหน้า
ถาม: เดินทางไปเกาะเหลาเหลียงอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยเรือจากฝั่งจังหวัดตรังตามเส้นทางที่ผู้ประกอบการกำหนด เช่น ท่าเรือบ้านเจ้าไหม ท่าเรือปากเมง หรือจุดรับส่งตามแพ็กเกจท่องเที่ยว
ถาม: ค่าเข้าเกาะเหลาเหลียงเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรากลุ่มที่ 1 คือคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท โดยไม่รวมค่าเรือ ที่พัก และกิจกรรมพิเศษ
ถาม: เที่ยวเกาะเหลาเหลียงควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรปฏิบัติตามกฎอุทยาน ไม่เหยียบปะการัง ไม่เก็บสิ่งธรรมชาติ ไม่รบกวนถ้ำรังนก สวมเสื้อชูชีพเมื่อเดินทางทางเรือ และเลือกเดินทางเฉพาะช่วงทะเลปลอดภัย
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●หมู่เกาะ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




