หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.ท่าฉาง >ต.ท่าฉาง > ประเพณีลากพระ
TL;DR: ประเพณีลากพระ อยู่ที่บริเวณสะพานนริศและริมแม่น้ำตาปี ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000. การเดินทางสะดวก ค้นหา “สะพานนริศ สุราษฎร์ธานี” ในระบบนำทาง จากสนามบินประมาณ 30 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีประมาณ 16 กิโลเมตร.

สุราษฎร์ธานี

ประเพณีลากพระ

ประเพณีลากพระ

วันจัดงาน: 23–31 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน
วันชักพระ: 27 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
 
ประเพณีลากพระ หรือประเพณีชักพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นงานบุญออกพรรษาครั้งใหญ่ของชาวปักษ์ใต้ มีศูนย์กลางที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี สะพานนริศ และเส้นทางขบวนภายในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จุดเด่นคือขบวนเรือพนมพระทางบกและทางน้ำกว่าร้อยลำ พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน การทำบุญกับวัดจำนวนมากในพื้นที่เดียว การแข่งขันเรือยาว และศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น งานประจำปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 23–31 ตุลาคม 2569 ส่วนพิธีชักพระและขบวนสำคัญจัดวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือวันถัดจากวันออกพรรษา
 
ประเพณีลากพระ สุราษฎร์ธานี หรือที่ชาวสุราษฎร์ธานีเรียกกันแพร่หลายว่า “ประเพณีชักพระ” เป็นหนึ่งใน ประเพณีไทย ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ชุมชน วัด แม่น้ำ และวิถีชีวิตของชาวใต้ได้ชัดเจนที่สุด คำว่า “ลากพระ” และ “ชักพระ” หมายถึงพิธีเดียวกัน คือการอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกของเรือพนมพระ แล้วให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันชักลากออกจากวัดไปตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อบำเพ็ญกุศล สักการะ และสมโภชร่วมกัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดงานในระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นภาพจำสำคัญของเมือง โดยมีทั้งชักพระทางบก ชักพระทางน้ำ ทอดผ้าป่าหน้าบ้าน และแข่งเรือยาวรวมอยู่ในเทศกาลเดียว
ประเพณีชักพระเป็น ประเพณีภาคใต้ ที่แพร่หลายในหลายจังหวัด แต่สุราษฎร์ธานีมีรูปแบบโดดเด่นจากการรวมวัดและชุมชนทั่วจังหวัดเข้าสู่พื้นที่เมืองบ้านดอน เรือพนมพระจำนวนมากจอดเรียงตามแนวริมแม่น้ำตาปี เปิดให้ประชาชนร่วมทำบุญและรับน้ำพระพุทธมนต์จากหลายวัดภายในวันเดียว ภาพของเชือกเส้นใหญ่ที่มีผู้คนช่วยกันจับ ภาพนางลากและนางรำหน้าขบวน เสียงกลองโพนที่ดังต่อเนื่อง และยอดบุษบกเหนือเรือพระ ทำให้งานมีพลังทั้งในฐานะพิธีทางศาสนาและมหกรรมวัฒนธรรมของเมือง
งานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 ยังคงจัดขึ้นตามกำหนด ระหว่างวันที่ 23–31 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน โดยมีพิธีเปิดและวันชักพระในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ศูนย์กลางของงานอยู่บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปีและสะพานนริศ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ขณะที่กิจกรรมพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านและเส้นทางขบวนขยายไปตามถนนและชุมชนในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี การกำหนดวันชักพระยึดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี จึงเปลี่ยนวันที่ตามปฏิทินสุริยคติในแต่ละปี
 
วันออกพรรษาและวันชักพระเป็นคนละวัน วันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันที่พระสงฆ์สิ้นสุดการจำพรรษาและทำสังฆกรรมปวารณา ส่วนประเพณีชักพระของสุราษฎร์ธานีจัดในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 สำหรับปี 2569 วันออกพรรษาตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม และวันชักพระตรงกับวันที่ 27 ตุลาคม ความแตกต่างหนึ่งวันนี้สำคัญต่อการวางแผนเดินทาง เพราะคืนวันออกพรรษาเป็นช่วงชมพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน ส่วนรุ่งเช้าวันแรม 1 ค่ำเป็นช่วงชักพุ่ม ทำบุญ และชมขบวนเรือพนมพระ
 
คติของประเพณีชักพระสัมพันธ์กับพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษาและแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อสิ้นพรรษาจึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนมารอรับเสด็จและถวายอาหารอย่างพร้อมเพรียง คตินี้เชื่อมโยงกับประเพณีตักบาตรเทโวและการอัญเชิญพระพุทธรูปออกสู่ชุมชน เรือพนมพระจึงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แทนพาหนะรับเสด็จ ขณะที่การร่วมจับเชือกชักพระสื่อถึงการร่วมแรงร่วมใจนำพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นศูนย์กลางของชีวิตชุมชน
ความสำคัญของประเพณีลากพระไม่ได้อยู่ที่ขบวนอันงดงามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกระบวนการเตรียมงานที่เชื่อมคนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน ก่อนถึงวันชักพระประมาณ 10–15 วัน หรือบางวัดเริ่มเตรียมล่วงหน้านานกว่านั้น พระสงฆ์ ช่างฝีมือ เยาวชน และชาวบ้านจะช่วยกันซ่อมโครงเรือ สร้างบุษบก ตัดลวดลาย ระบายสี ประดับผ้า และจัดองค์ประกอบของขบวน งานหนึ่งลำต้องอาศัยทั้งช่างไม้ ช่างศิลป์ ผู้จัดดอกไม้ ผู้ดูแลระบบไฟ ผู้จัดหาเชือกและอุปกรณ์ ตลอดจนคนฝึกขบวนนางรำ การทำเรือพนมพระจึงเป็นโรงเรียนวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนทุกปี
 
เรือพนมพระคือหัวใจทางศิลปกรรมของงาน คำเรียกในพื้นที่มีทั้งเรือพระ รถพระ และเรือพนมพระ โครงสร้างส่วนบนทำเป็นบุษบกสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป โดยช่างจะออกแบบฐาน ลายกนก หน้ากระดาน ซุ้ม และยอดให้รับกันทั้งลำ หลายวัดสร้างส่วนหัวและท้ายเป็นรูปพญานาค หงส์ ครุฑ หรือสัตว์ในวรรณคดี เพื่อให้ขบวนมีบุคลิกเฉพาะของวัด งานประดับต้องมองเห็นได้จากระยะไกล แต่ยังคงพื้นที่สำหรับพระพุทธรูป เครื่องสักการะ พระสงฆ์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมั่นคง
 
เรือพระบกในอดีตใช้ไม้ขนาดใหญ่ 2 ท่อนรองรับโครงบุษบก คล้ายเลื่อนที่ต้องใช้แรงคนชักลากไปบนพื้นดิน การเคลื่อนเรือพระจึงเป็นการลากจริงตามความหมายของชื่อประเพณี เมื่อถนนและระบบขนส่งเปลี่ยนแปลง หลายวัดปรับฐานเป็นรถยนต์หรือรถลากเพื่อให้เดินทางจากวัดมายังตัวเมืองได้ปลอดภัยขึ้น แม้รูปแบบทางเทคนิคเปลี่ยนไป แต่เชือกชักพระและการเดินร่วมขบวนยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการมีส่วนร่วม เรือพนมพระทางบกจะเดินทางผ่านชุมชนหรือรวมตัวในเส้นทางขบวนจากบริเวณหน้าศาลากลางไปยังสะพานนริศและริมแม่น้ำตาปี
 
เรือพนมพระทางน้ำสืบเนื่องจากภูมิประเทศของภาคใต้ที่มีแม่น้ำ คลอง และชุมชนริมน้ำจำนวนมาก รูปแบบดั้งเดิมใช้เรือ 1–3 ลำผูกเป็นฐานแพ วางโครงบุษบกไว้ตรงกลาง แล้วใช้เรือพายหรือเรือลากพาไปตามลำน้ำ สำหรับสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปีเป็นเวทีสำคัญของขบวนทางน้ำ ภาพเรือพระที่สะท้อนกับผิวน้ำและเสียงกลองจากทั้งฝั่งน้ำและฝั่งเมืองทำให้ผู้ชมเห็นรากของประเพณีที่ผูกกับการคมนาคมทางน้ำของบ้านดอนอย่างชัดเจน
 
ความแตกต่างระหว่างชักพระทางบกกับชักพระทางน้ำอยู่ที่พาหนะและภูมิประเทศ แต่มีจุดหมายเดียวกัน คืออัญเชิญพระพุทธรูปออกให้ประชาชนได้สักการะและร่วมบุญ เรือพระบกเหมาะกับวัดที่อยู่ลึกจากลำน้ำและสามารถเดินทางตามถนน ส่วนเรือพระน้ำเป็นรูปแบบของวัดริมน้ำหรือชุมชนที่เชื่อมต่อแม่น้ำตาปี การจัดงานสุราษฎร์ธานีรักษาทั้ง 2 รูปแบบไว้ในพื้นที่เดียว จึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจพัฒนาการจากวัฒนธรรมแม่น้ำสู่เมืองสมัยใหม่โดยไม่ต้องแยกไปชมหลายอำเภอ
 
ก่อนถึงวันชักพระ ชุมชนจะมีการประโคมฆ้อง กลอง ตะโพน และกลองโพน ซึ่งต้นฉบับท้องถิ่นเรียกว่า “คุมโพน” หรือ “คุมพระ” การประโคมทำหน้าที่ทั้งซ้อมจังหวะ เตรียมขบวน และส่งสัญญาณให้คนในหมู่บ้านรู้ว่างานบุญกำลังใกล้เข้ามา เสียงกลองไม่ได้เป็นเพียงดนตรีประกอบ แต่ช่วยกำหนดจังหวะการเดินและจังหวะออกแรงของคนชักลาก เมื่องานเข้าสู่วันจริง เสียงโพนจะสร้างความต่อเนื่องให้ขบวนและเชื่อมผู้ชมตามสองข้างทางเข้ากับการเคลื่อนของเรือพระ
 
คืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นช่วงที่เมืองสุราษฎร์ธานีเปลี่ยนเป็นถนนแห่งพุ่มผ้าป่า บ้าน ร้านค้า หน่วยงาน และชุมชนจัดพุ่มไว้หน้าสถานที่ของตน ใช้กิ่งไม้หรือต้นไม้เป็นแกน แขวนผ้า เครื่องอัฏฐบริขาร ของใช้ และปัจจัยถวายพระ หลายแห่งสร้างฉากพุทธประวัติ ชาดก สวรรค์ นรก หรือเรื่องสอนใจ ประดับไฟให้ชมได้ตลอดค่ำคืน ประเพณีนี้เรียกว่า “พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน” และเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้งานชักพระสุราษฎร์ธานีแตกต่างจากจังหวัดอื่นอย่างชัดเจน
 
พุ่มผ้าป่าหน้าบ้านทำให้การทอดผ้าป่าเคลื่อนจากวัดเข้ามาถึงหน้าบ้านของประชาชน เจ้าของพุ่มจัดอาหารใส่ปิ่นโตหรือภาชนะ เตรียมผ้าและของจำเป็นสำหรับพระสงฆ์ แล้วร่วมเฝ้าพุ่มในคืนออกพรรษา รุ่งเช้าวันแรม 1 ค่ำ พระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ เดินตามสลากที่ได้รับไปยังพุ่มแต่ละจุดเพื่อประกอบพิธีชักผ้า เจ้าของบ้านและผู้ร่วมบุญนั่งพนมมือ จากนั้นถวายสิ่งของและภัตตาหาร พิธีช่วงเช้านี้ทำให้แนวคิดเรื่อง “บุญถึงหน้าบ้าน” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
 
พัฒนาการของพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านในเมืองสุราษฎร์ธานีมีหลักฐานเล่าสืบกันว่า นางพยอม สารสิน ชักชวนให้ฟื้นการทอดผ้าป่าหน้าบ้านขึ้นในปี 2467 และเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานีรับช่วงจัดงานต่อมา เมื่อถึงปี 2530 จังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นว่างานชักพระและทอดผ้าป่ามีขนาดใหญ่ ดึงดูดประชาชนจากต่างพื้นที่ จึงยกระดับเป็นงานประจำจังหวัด ลำดับเวลาดังกล่าวช่วยอธิบายว่าเหตุใดเทศบาล ชุมชน และบ้านเรือนในเขตเมืองจึงมีบทบาทต่อพิธีนี้มากพอ ๆ กับวัด
 
ในวันชักพระ ชาวบ้านเริ่มทำบุญตั้งแต่เช้าตรู่ หลายพื้นที่ตักบาตรและถวายอาหารหน้าเรือพระ เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารแล้วจึงอัญเชิญพระพุทธรูปและเคลื่อนขบวนเข้าสู่จุดชุมนุม ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เรือพนมพระจากวัดต่าง ๆ เดินทางมารวมบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปีและสะพานนริศ เรือแต่ละลำจอดเป็นแนวให้ประชาชนกราบพระ ถวายปัจจัย รับน้ำพระพุทธมนต์ และชมรายละเอียดงานช่างได้ใกล้กว่าช่วงขบวนเคลื่อน
 
แนวคิด “ไหว้พระร้อยวัด รับน้ำมนต์ร้อยขัน มหัศจรรย์วันเดียว” สรุปประสบการณ์สำคัญของงานสุราษฎร์ธานีได้ตรงที่สุด เพราะวัดจากอำเภอต่าง ๆ นำเรือพนมพระมารวมในพื้นที่เดียว ผู้ร่วมงานจึงสามารถเดินทำบุญต่อเนื่องหลายวัดโดยไม่ต้องเดินทางไปตามวัดซึ่งกระจายอยู่ทั่วจังหวัด จำนวนเรือที่เข้าร่วมแต่ละปีขึ้นอยู่กับการลงทะเบียนและความพร้อมของวัด แต่ภาพรวมของงานมักมีเรือพนมพระจากกว่าร้อยวัด และในปี 2569 การประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระบุว่ามีเรือพระบกและเรือพระน้ำรวมมากกว่า 100 ลำ
 
การถวายขนมต้มเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของประเพณี ขนมต้มของภาคใต้ทำจากแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นก้อน มีทั้งแบบห่อใบพ้อและรูปแบบที่ต่างกันตามท้องถิ่น ขนมมีขนาดพอเหมาะสำหรับพกพาและถวายเป็นเสบียงแก่พระสงฆ์ ในบริบทของงานชักพระ ขนมต้มจึงเป็นทั้งอาหารทำบุญ ของแบ่งปัน และสิ่งที่เชื่อมพิธีทางศาสนากับครัวเรือน เพราะครอบครัวต้องเตรียมวัตถุดิบ ห่อ และต้มร่วมกันก่อนวันงาน
 
“ซัดต้ม” เป็นกิจกรรมที่เกิดจากขนมต้มซึ่งเตรียมมาร่วมบุญ ผู้เล่นแบ่งฝ่ายและปาขนมต้มใส่กันตามกติกาของพื้นที่ เดิมเป็นการละเล่นหลังถวายภัตตาหารหรือในช่วงพักของขบวน ทำให้ผู้คนได้สนุกและคลายความเหนื่อยจากการชักลาก อย่างไรก็ตาม ผู้ชมควรแยกให้ออกระหว่างขนมต้มที่จัดไว้ถวายพระกับส่วนที่ใช้ในการละเล่น และควรเข้าร่วมเฉพาะในพื้นที่หรือช่วงที่ผู้จัดกำหนด ไม่ควรปาสิ่งของในแนวขบวนหรือบริเวณที่มีพระพุทธรูปและพระสงฆ์
 
การแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำตาปีเติมมิติของวัฒนธรรมสายน้ำให้กับงานชักพระ ฝีพายต้องฝึกจังหวะ การออกแรง และการฟังสัญญาณให้พร้อมกัน เรือที่เคลื่อนไปด้วยแรงของคนทั้งลำจึงสะท้อนคุณค่าเดียวกับเชือกชักพระ คือความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ การแข่งขันปัจจุบันมีการกำหนดประเภทเรือและจำนวนฝีพายตามระเบียบของแต่ละปี รวมถึงการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน ผู้ชมสามารถชมได้จากแนวริมเขื่อนแม่น้ำตาปี แต่ต้องอยู่หลังเขตกั้นและไม่ลงไปในจุดปล่อยเรือหรือพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่
ขบวนนางลากและนางรำช่วยถ่ายทอดอัตลักษณ์ของวัดและชุมชนในรูปแบบการแสดง ผู้ร่วมขบวนแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือเครื่องแต่งกายที่ออกแบบให้เข้ากับเรือพนมพระ ใช้ท่ารำและจังหวะกลองนำหน้าขบวน ความงามของส่วนนี้ไม่ได้แยกจากพิธี เพราะนางลากทำหน้าที่เชื้อเชิญและแสดงความพร้อมของชุมชน ผู้ชมควรเว้นทางให้ขบวนเคลื่อน ไม่เดินตัดหน้าเรือพระ และหลีกเลี่ยงการยืนถ่ายภาพกลางแนวเชือก
 
ศิลปะบนเรือพนมพระเป็นผลงานร่วมสมัยที่ต่อยอดจากลายไทยและจินตภาพทางพระพุทธศาสนา ช่างแต่ละชุมชนตีความหัวเรือ ฐานบุษบก สัตว์หิมพานต์ และแสงประดับแตกต่างกัน บางลำเน้นโครงสร้างแบบประเพณี บางลำใช้วัสดุเบาและระบบไฟสมัยใหม่ การประกวดเรือพนมพระช่วยกระตุ้นให้วัดรักษามาตรฐานงานช่าง แต่คุณค่าหลักยังอยู่ที่การทำงานร่วมกันและการอัญเชิญพระพุทธรูปอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ความหรูหราหรือเงินที่ใช้ตกแต่งเพียงอย่างเดียว
 
งานชักพระสุราษฎร์ธานีมีความหมายต่อสังคมเกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำด้วย ความเชื่อดั้งเดิมเชื่อมอานิสงส์ของการลากพระกับฝนฟ้าตามฤดูกาลและความอุดมสมบูรณ์ เมื่อพิจารณาในมิติชุมชน พิธีเกิดขึ้นหลังสิ้นฤดูจำพรรษาในช่วงที่ผู้คนกลับมาทำกิจกรรมสาธารณะร่วมกัน การแบ่งแรง แบ่งอาหาร และแบ่งหน้าที่ในขบวนช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหมู่บ้าน รวมทั้งถ่ายทอดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมจากผู้ใหญ่สู่เยาวชน
 
ประเพณีลากพระยังสร้างพื้นที่ให้คนต่างชุมชนพบกันอย่างเท่าเทียม เมื่อเรือพระเคลื่อนผ่านหน้าบ้าน ผู้ที่รออยู่ริมทางออกมาจับเชือกและช่วยชักช่วงหนึ่ง ก่อนส่งต่อให้คนในพื้นที่ถัดไป ภาพการรับช่วงเชือกแสดงให้เห็นว่าพิธีไม่ได้เป็นของวัดใดวัดหนึ่ง แต่เป็นงานบุญร่วมของเมือง ความสามัคคีจึงไม่ได้ถูกกล่าวถึงในเชิงนามธรรมเท่านั้น หากปรากฏผ่านแรงดึงที่ต้องเกิดพร้อมกัน การควบคุมขบวน และการดูแลความปลอดภัยของผู้ร่วมงานจำนวนมาก
 
สำหรับผู้ที่ต้องการชมสาระทางศาสนาให้ครบ ควรมาถึงตัวเมืองตั้งแต่คืนวันออกพรรษาเพื่อเดินชมพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน แล้วตื่นเช้าชมพิธีชักพุ่มและขบวนชักพระในวันรุ่งขึ้น ช่วงเช้าเหมาะกับการเห็นการถวายอาหาร การเตรียมเรือ และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน ช่วงกลางวันเหมาะกับการเดินทำบุญตามแนวเรือพนมพระ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงประดับ การแสดงวัฒนธรรม และบรรยากาศริมแม่น้ำตาปี กิจกรรมของแต่ละวันแตกต่างกัน จึงควรตรวจประกาศรายวันของผู้จัดก่อนเดินทาง
พื้นที่หลักของงานแบ่งตามหน้าที่ได้เป็น 4 ส่วน ส่วนแรกคือริมเขื่อนแม่น้ำตาปีและสะพานนริศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเรือพนมพระ เวทีกิจกรรม และการชมเรือยาว ส่วนที่ 2 คือเส้นทางขบวนเรือพนมพระทางบกจากบริเวณหน้าศาลากลางเข้าสู่ตัวเมืองและริมแม่น้ำ ส่วนที่ 3 คือแม่น้ำตาปีสำหรับขบวนชักพระทางน้ำและการแข่งขันเรือ ส่วนที่ 4 คือถนน ชุมชน บ้าน ร้านค้า และหน่วยงานในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีซึ่งตั้งพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน ขอบเขตปิดถนน จุดจอด และตำแหน่งเวทีอาจปรับตามแผนจราจรของปีนั้น
 
พื้นที่สะพานนริศเป็นจุดอ้างอิงที่เหมาะที่สุดสำหรับตั้งระบบนำทาง พิกัดศูนย์กลางโดยประมาณคือ 9.145623, 99.323642 อยู่ริมแม่น้ำตาปีในตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 อย่างไรก็ตาม งานครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าพิกัดเดียว ผู้ที่ขับรถควรเลือกจุดจอดด้านนอกเขตงานแล้วเดินต่อ เพราะวันขบวนหลักมีคนจำนวนมากและมีการจัดการจราจรเป็นช่วง ๆ การเดินภายในตัวเมืองช่วยให้เข้าถึงพุ่มผ้าป่า เรือพระ และตลาดอาหารได้ง่ายกว่าการเคลื่อนรถระยะสั้น
 
การเดินทาง: จากท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเข้าสู่สะพานนริศมีระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้รถแท็กซี่ รถเช่า หรือรถรับส่งเข้าเมือง จากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีที่อำเภอพุนพินมีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร สามารถต่อรถแท็กซี่ รถสองแถว หรือรถโดยสารเข้าเขตตลาด จากสถานีขนส่งผู้โดยสารสุราษฎร์ธานีใช้เวลาราว 15–20 นาทีเมื่อการจราจรปกติ ผู้ที่พักในย่านถนนหน้าเมือง ตลาดศาลเจ้า หรือริมแม่น้ำตาปีสามารถเดินไปยังพื้นที่งานได้ การใช้รถสาธารณะและการเดินเหมาะที่สุดในวันชักพระ เนื่องจากเส้นทางหน้าศาลากลาง สะพานนริศ และถนนใกล้ริมเขื่อนอาจมีการปิดหรือจำกัดการผ่าน
 
ผู้ใช้รถส่วนตัวควรเผื่อเวลามากกว่าวันปกติและหลีกเลี่ยงการจอดกีดขวางทางเข้าออกวัด จุดกลับรถ ทางขึ้นสะพาน และเส้นทางฉุกเฉิน การจอดรถใกล้เรือพนมพระไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะขบวนต้องใช้พื้นที่กว้างในการเลี้ยวและจัดแนว หากเดินทางพร้อมผู้สูงอายุหรือเด็ก ควรกำหนดจุดนัดหมายที่เห็นชัดนอกแนวขบวน เตรียมหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ร่วมกลุ่ม และหลีกเลี่ยงบริเวณคอขวดช่วงขบวนเคลื่อนผ่าน
 
สภาพอากาศปลายเดือนตุลาคมของสุราษฎร์ธานีอยู่ในช่วงที่มีโอกาสเกิดฝน ผู้ร่วมงานควรพกร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบไม่รบกวนคนรอบข้าง เลือกรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี และใส่อุปกรณ์กันน้ำให้โทรศัพท์หรือกล้อง การกางร่มขนาดใหญ่บริเวณหน้าขบวนอาจบดบังผู้ชมด้านหลัง จึงควรยืนด้านข้างเมื่อฝนตก พื้นไม้ ทางลาด และขอบเขื่อนอาจลื่นกว่าปกติ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กใกล้แม่น้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
 
การแต่งกายควรสุภาพและเคลื่อนไหวสะดวก เสื้อที่คลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงความยาวเหมาะสม และรองเท้าสำหรับเดินนานช่วยให้เข้าร่วมทั้งพิธีและกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่ติดขัด เมื่อต้องขึ้นพื้นที่เรือพระหรือบริเวณที่จัดไว้ให้กราบพระ ควรทำตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ถอดรองเท้าเมื่อกำหนด ไม่สัมผัสพระพุทธรูป บุษบก เครื่องสักการะ หรือเชือกที่กำลังรับน้ำหนักโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
การถ่ายภาพทำได้ในพื้นที่สาธารณะ แต่ควรให้พิธีมาก่อนภาพที่ต้องการ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใกล้พระสงฆ์และผู้ประกอบพิธี ไม่ยกกล้องหรือไม้เซลฟีกีดขวางแนวเชือก และไม่ปีนฐานเรือพระเพื่อหามุมสูง หากต้องการถ่ายภาพบุคคลใกล้ ๆ โดยเฉพาะเด็ก นางรำ หรือเจ้าของพุ่มผ้าป่า ควรขออนุญาตก่อน ช่วงที่เหมาะกับการเก็บรายละเอียดเรือคือหลังขบวนจอดเรียงแล้ว เพราะผู้ชมสามารถเดินดูงานช่างโดยไม่รบกวนการเคลื่อนขบวน
 
การทำบุญกับเรือพนมพระควรเตรียมธนบัตรมูลค่าเหมาะสมหรือใช้ช่องทางที่วัดจัดไว้โดยตรง ไม่ควรวางเงินบนองค์พระหรือส่วนตกแต่งที่ไม่ได้จัดเป็นที่รับบริจาค หากต้องการรับน้ำพระพุทธมนต์ให้ต่อคิวและใช้ภาชนะตามที่วัดเตรียม การทำบุญหลายวัดไม่จำเป็นต้องเร่งให้ครบจำนวนมาก คุณค่าของงานอยู่ที่ความตั้งใจและการเรียนรู้ความหมายของประเพณีมากกว่าจำนวนจุดที่แวะ
 
อาหารภายในงานสะท้อนรสชาติของเมืองสุราษฎร์ธานี ทั้งอาหารปักษ์ใต้ ขนมพื้นบ้าน อาหารทะเล เครื่องดื่ม และของกินจากตลาดในตัวเมือง ผู้เดินทางควรเลือกร้านที่จัดพื้นที่ปรุงสะอาด เก็บอาหารร้อนและเย็นเหมาะสม และมีจุดทิ้งขยะชัดเจน การพกกระบอกน้ำและถุงผ้าช่วยลดขยะจากงานขนาดใหญ่ แต่ไม่ควรนำภาชนะเข้าไปวางบนเรือพนมพระหรือบริเวณประกอบพิธี ตลาดศาลเจ้าและย่านถนนหน้าเมืองอยู่ใกล้พื้นที่งาน จึงสามารถกระจายไปรับประทานอาหารนอกช่วงคนหนาแน่นได้
 
ผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และครอบครัวที่มีเด็กควรเลือกชมเรือพนมพระในช่วงที่ขบวนจอดแล้วมากกว่ายืนในจุดเลี้ยวหรือจุดเริ่มเคลื่อน แผงกั้น สายไฟ และพื้นต่างระดับอาจทำให้บางช่วงสัญจรลำบาก ควรสอบถามเจ้าหน้าที่หน้างานเรื่องทางเข้าที่สะดวกและห้องน้ำใกล้ที่สุด การมาช่วงเช้าก่อนฝูงชนหนาแน่นหรือช่วงวันหลังพิธีเปิดช่วยให้เดินทำบุญและดูเรือได้สบายขึ้น
 
ความปลอดภัยทางน้ำเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกิจกรรมส่วนหนึ่งเกิดริมแม่น้ำตาปี ผู้ชมควรอยู่ในพื้นที่ที่ผู้จัดอนุญาต ไม่ยืนบนขอบเขื่อนหรือโป๊ะที่ไม่ได้เปิดใช้งาน ไม่ลงเรือส่วนตัวเข้าใกล้สนามแข่ง และไม่ปล่อยเด็กอยู่ใกล้น้ำตามลำพัง หากเกิดฝนหนัก ลมแรง หรือเจ้าหน้าที่สั่งเปลี่ยนพื้นที่ ควรปฏิบัติตามทันที เส้นทางริมน้ำที่สวยในเวลาปกติอาจแออัดมากในช่วงพิธีและการแข่งขันเรือยาว
 
หน่วยงานหลักของงานคือเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งร่วมดำเนินงานกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัด ชุมชน หน่วยงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ความปลอดภัย และภาคีในพื้นที่ หมายเลขติดต่อเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีคือ 077-272-513 ใช้สอบถามข้อมูลภาพรวมและติดตามประกาศของผู้จัดได้ ส่วนกำหนดการรายกิจกรรม จุดปิดถนน และเวลาแข่งขันควรยึดประกาศประจำปีจากช่องทางของเทศบาลและเพจงานชักพระสุราษฎร์
 
งานชักพระส่งผลต่อเศรษฐกิจเมืองในหลายระดับ วัดและชุมชนสั่งซื้อวัสดุ งานช่าง และอาหารล่วงหน้า ร้านค้าในตัวเมืองรองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก โรงแรมใกล้ริมแม่น้ำมีความต้องการสูง และผู้ผลิตสินค้าพื้นถิ่นมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังต้องเดินคู่กับการรักษาความหมายของพิธี หากกิจกรรมพาณิชย์รบกวนเส้นทางเรือพระ เสียงสวด หรือพื้นที่ทำบุญ งานจะสูญเสียสมดุลระหว่างเทศกาลกับศาสนพิธี
 
ในมิติการอนุรักษ์ ประเพณีชักพระต้องดูแลทั้งวัตถุและความรู้ วัตถุคือโครงเรือ บุษบก ลวดลาย เครื่องดนตรี และเครื่องแต่งกาย ส่วนความรู้คือวิธีออกแบบให้โครงรับน้ำหนัก การผูกเรือทางน้ำ การจัดจังหวะโพน การฝึกขบวน และลำดับพิธี ความรู้เหล่านี้ถ่ายทอดผ่านการลงมือทำมากกว่าการอ่านเอกสาร การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนช่วยงานจึงสำคัญกว่าการให้เยาวชนเป็นเพียงผู้แสดงในวันจริง
 
ความท้าทายของงานสมัยใหม่คือการรองรับผู้ชมจำนวนมากโดยไม่ทำลายคุณค่าของพื้นที่ แม่น้ำตาปีต้องรับทั้งขบวนเรือ การแข่งขัน และการจัดเวที ถนนในเมืองต้องรองรับทั้งขบวนทางบก คนเดิน และการจราจรประจำวัน ขณะเดียวกันเรือพนมพระมีขนาดและระบบไฟซับซ้อนขึ้น การวางแผนความปลอดภัย การจัดระยะห่าง และการควบคุมสายไฟจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานประเพณี ไม่ใช่งานเบื้องหลังที่แยกขาดจากวัฒนธรรม
 
ผู้เดินทางที่มีเวลา 1 วันควรเน้นคืนออกพรรษาและเช้าวันชักพระ หากมาถึงเย็นวันที่ 26 ตุลาคม 2569 สามารถเดินชมพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน รับประทานอาหารในย่านตลาดศาลเจ้า และสำรวจเส้นทางไปสะพานนริศล่วงหน้า เช้าวันที่ 27 ตุลาคมควรเริ่มจากพิธีชักพุ่มและขบวนเรือพนมพระ จากนั้นจึงเดินทำบุญบริเวณริมแม่น้ำตาปี ช่วงบ่ายเลือกชมรายละเอียดเรือหรือการแข่งขัน ส่วนค่ำชมกิจกรรมวัฒนธรรมตามพื้นที่ที่ผู้จัดประกาศ
 
ผู้เดินทางที่มีเวลา 2–3 วันสามารถลดความเร่งรีบด้วยการแบ่งวันแรกสำหรับพุ่มผ้าป่าและย่านเมืองเก่า วันที่ 2 สำหรับขบวนชักพระ ทำบุญ และเรือยาว และวันที่ 3 สำหรับชมเรือพนมพระที่ยังจอดสมโภช รวมถึงเที่ยวศาลหลักเมือง วัดไทร ตลาดศาลเจ้า และสวนสาธารณะเกาะลำพู รูปแบบนี้เหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการถ่ายภาพงานช่าง เพราะไม่ต้องแย่งพื้นที่ช่วงขบวนหลักตลอดวัน
 
การเลือกที่พักควรพิจารณาระยะเดินมากกว่าการเดินทางด้วยรถ โรงแรมในย่านถนนหน้าเมืองและตลาดอยู่ใกล้สะพานนริศ สามารถกลับที่พักระหว่างวันได้ แต่เสียงกิจกรรมและการปิดถนนอาจกระทบการเข้าออก ผู้ที่ต้องเดินทางต่อไปสนามบิน สถานีรถไฟ หรือท่าเรือดอนสักควรเผื่อเวลาพิเศษและแจ้งที่พักเรื่องเวลารถล่วงหน้า การจองห้องพักก่อนเทศกาลช่วยลดความเสี่ยงที่ที่พักใกล้งานเต็ม
 
ประเพณีลากพระ สุราษฎร์ธานีจึงเป็นมากกว่างานแห่พระหลังออกพรรษา ภายในเทศกาลเดียวมีพุทธประวัติ ศรัทธา งานช่าง ดนตรี อาหาร การละเล่น การแข่งขันทางน้ำ และระบบความร่วมมือของคนทั้งจังหวัด ผู้ที่เข้าใจลำดับตั้งแต่คืนพุ่มผ้าป่า รุ่งเช้าชักพุ่ม ขบวนเรือพนมพระ การทำบุญ และการสมโภช จะเห็นว่าความยิ่งใหญ่ของงานไม่ได้วัดจากจำนวนเรือเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่วัด บ้าน และเมืองช่วยกันทำให้ศรัทธาเคลื่อนออกมาพบผู้คนได้จริง
 
ชื่องานงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569
ชื่อที่ใช้เรียกประเพณีลากพระ, ประเพณีชักพระ, งานชักพระสุราษฎร์ธานี
วันจัดงานปี 256923–31 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน
วันชักพระ27 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
วันออกพรรษา26 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ลักษณะงานงานบุญออกพรรษา ประกอบด้วยชักพระทางบก ชักพระทางน้ำ พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน ทำบุญกับเรือพนมพระ แข่งเรือยาว และกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม
จุดเด่นเรือพนมพระทางบกและทางน้ำมากกว่า 100 ลำ การทำบุญกับวัดจำนวนมากในพื้นที่เดียว พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน ขบวนนางลากและนางรำ เสียงกลองโพน และการแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำตาปี
ความเป็นมาสืบเนื่องจากคติพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังสิ้นพรรษา ชุมชนอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นเรือพนมพระและร่วมกันชักลากเพื่อบำเพ็ญกุศล
พัฒนาการสำคัญพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านได้รับการฟื้นขึ้นในปี 2467 และจังหวัดสุราษฎร์ธานียกระดับงานชักพระ–ทอดผ้าป่าเป็นงานประจำจังหวัดในปี 2530
สถานที่จัดงานหลักริมเขื่อนแม่น้ำตาปี สะพานนริศ เส้นทางหน้าศาลากลาง–สะพานนริศ และพื้นที่ในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
ที่อยู่บริเวณสะพานนริศและริมแม่น้ำตาปี ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
พิกัดศูนย์กลางโดยประมาณ9.145623, 99.323642
พื้นที่กิจกรรม1. ริมเขื่อนแม่น้ำตาปีและสะพานนริศ
2. เส้นทางขบวนเรือพนมพระทางบก
3. แม่น้ำตาปีสำหรับชักพระทางน้ำและแข่งเรือยาว
4. พื้นที่พุ่มผ้าป่าหน้าบ้านทั่วเขตเทศบาล
หน่วยงานผู้จัดและดูแลเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัด ชุมชน และหน่วยงานภาคี
การเดินทางค้นหา “สะพานนริศ สุราษฎร์ธานี” ในระบบนำทาง จากสนามบินประมาณ 30 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีประมาณ 16 กิโลเมตร ผู้พักในย่านหน้าเมืองและตลาดสามารถเดินเข้าสู่พื้นที่งานได้
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ไม่เดินตัดขบวน ไม่จับองค์พระหรือบุษบก ไม่ยืนกีดขวางเชือกชักพระ อยู่หลังแนวกั้นริมแม่น้ำ และปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ประมาณ 0.8 กิโลเมตร
2. ตลาดศาลเจ้าและวัดไทร ประมาณ 0.7 กิโลเมตร
3. ตลาดสะพานโค้ง 100 ปี ประมาณ 0.9 กิโลเมตร
4. สวนสาธารณะเกาะลำพู ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
5. วัดพัฒนาราม หรือวัดหลวงพ่อพัฒน์ ประมาณ 1.8 กิโลเมตร
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ทิพย์รส ประมาณ 0.1 กิโลเมตร โทร. 084-246-2262
2. บ้านเลขที่ 5 สาขาแยกสะพานนริศ ประมาณ 0.2 กิโลเมตร โทร. 087-547-7345
3. เสรีแต่เตี้ยม สาขาตลาดศาลเจ้า ประมาณ 0.8 กิโลเมตร โทร. 081-895-2065
4. Day & Night of Surat Thani ประมาณ 4.5 กิโลเมตร โทร. 077-405-795
5. ร้านลำพู 1 ปากน้ำตาปี ประมาณ 7 กิโลเมตร โทร. 077-285-120, 065-994-4954
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมราชธานี ประมาณ 0.3 กิโลเมตร โทร. 077-203-141, 077-203-142
2. โรงแรมซีบีดี สุราษฎร์ธานี ประมาณ 0.3 กิโลเมตร โทร. 077-281-999
3. My Place @ Surat Hotel ประมาณ 0.5 กิโลเมตร โทร. 077-272-288
4. Blu Monkey Hub & Hotel Suratthani ประมาณ 1.2 กิโลเมตร โทร. 092-539-5939
5. Orchid Riverview Hotel ประมาณ 1.8 กิโลเมตร โทร. 077-380-666
ติดต่อเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โทร. 077-272-513
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีลากพระ สุราษฎร์ธานี ปี 2569 จัดวันไหน?
ตอบ: งานจัดระหว่างวันที่ 23–31 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน โดยวันชักพระและพิธีเปิดตรงกับวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
 
ถาม: วันออกพรรษากับวันชักพระเป็นวันเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่วันเดียวกัน วันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ส่วนชักพระจัดในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 สำหรับปี 2569 ตรงกับวันที่ 26 และ 27 ตุลาคมตามลำดับ
 
ถาม: งานชักพระสุราษฎร์ธานีจัดที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์กลางอยู่บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปีและสะพานนริศ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี รวมถึงเส้นทางขบวนหน้าศาลากลางและพื้นที่พุ่มผ้าป่าหน้าบ้านทั่วเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
 
ถาม: ควรไปชมงานวันใดจึงจะเห็นประเพณีครบที่สุด?
ตอบ: ควรอยู่ในตัวเมืองตั้งแต่คืนวันที่ 26 ตุลาคมเพื่อชมพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน แล้วชมพิธีชักพุ่ม ขบวนเรือพนมพระทางบกและทางน้ำ และการทำบุญในวันที่ 27 ตุลาคม 2569
 
ถาม: เรือพระบกกับเรือพระน้ำต่างกันอย่างไร?
ตอบ: เรือพระบกติดตั้งบุษบกบนฐานรถหรือรถลากเพื่อเคลื่อนตามถนน ส่วนเรือพระน้ำใช้เรือหรือแพเป็นฐานและเคลื่อนในแม่น้ำ ทั้ง 2 รูปแบบอัญเชิญพระพุทธรูปออกให้ประชาชนสักการะและร่วมบุญ
 
ถาม: พุ่มผ้าป่าหน้าบ้านคืออะไร?
ตอบ: พุ่มผ้าป่าหน้าบ้านคือพุ่มที่ประชาชน ร้านค้า และหน่วยงานจัดไว้หน้าสถานที่ของตนในคืนออกพรรษา แขวนผ้า ของใช้ และภัตตาหารถวายพระ ก่อนที่พระสงฆ์จะมาชักผ้าในรุ่งเช้าวันแรม 1 ค่ำ
 
ถาม: เดินทางไปงานชักพระสุราษฎร์ธานีอย่างไร?
ตอบ: ตั้งระบบนำทางไปที่สะพานนริศ จากสนามบินสุราษฎร์ธานีประมาณ 30 กิโลเมตร และจากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีประมาณ 16 กิโลเมตร ในวันชักพระควรใช้รถสาธารณะหรือจอดนอกเขตงานแล้วเดินต่อ
 
ถาม: ต้องเตรียมอะไรไปชมงานชักพระ?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อผ้าสุภาพ รองเท้ากันลื่น ร่มพับหรือเสื้อกันฝน น้ำดื่ม อุปกรณ์กันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และเงินทำบุญมูลค่าเหมาะสม พร้อมปฏิบัติตามแนวกั้นและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(8)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(34)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(7)
ถ้ำ ถ้ำ(18)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)