หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.กาญจนดิษฐ์ >ต.พลายวาส > ฟาร์มหอยนางรม
TL;DR: ฟาร์มหอยนางรม อยู่ที่แนวชายฝั่งอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยมีพื้นที่สำคัญที่ปากน้ำกะแดะ ปากคลองท่าทอง อ่าวท่านา อ่าวท้องเขา และอ่าวบางอุ่น เปิดการล่องเรือชมฟาร์มเป็นกิจกรรมตามรอบของผู้ให้บริการในพื้นที่ เวลา เวลาชมขึ้นอยู่กับรอบเรือและระดับน้ำ.

สุราษฎร์ธานี

ฟาร์มหอยนางรม

ฟาร์มหอยนางรม

วันเปิดทำการ: การล่องเรือชมฟาร์มเป็นกิจกรรมตามรอบของผู้ให้บริการในพื้นที่ ควรจัดเรือก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการ: เวลาชมขึ้นอยู่กับรอบเรือและระดับน้ำ โดยช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลงเหมาะสำหรับเห็นแนวหอยที่เกาะตามหลักซีเมนต์ได้ชัดเจน
 
ฟาร์มหอยนางรม สุราษฎร์ธานี ในอำเภอกาญจนดิษฐ์ คือหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวิถีประมงที่ช่วยอธิบายคำขวัญภาพจำของสุราษฎร์ธานีว่าเป็น “เมืองหอยใหญ่” ได้ชัดเจนที่สุด พื้นที่สำคัญกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวบ้านดอน โดยเฉพาะปากน้ำกะแดะ ปากคลองท่าทอง และพื้นที่เพาะเลี้ยงต่อเนื่องในตำบลกะแดะ ตำบลท่าทอง และตำบลพลายวาส นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเยือนเพียงเพื่อชิมหอยนางรมสด แต่ยังได้เห็นภูมิทัศน์การเพาะเลี้ยงจริง เรือประมงพื้นบ้าน หลักซีเมนต์ที่ใช้เป็นวัสดุให้หอยเกาะ ระบบนิเวศน้ำกร่อย ป่าชายเลน และความสัมพันธ์ระหว่างอ่าวบ้านดอนกับอาชีพของชุมชนชายฝั่งที่สืบต่อกันมายาวนาน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการคำตอบสั้น ๆ ว่าฟาร์มหอยนางรมสุราษฎร์ธานียังเที่ยวได้หรือไม่ คำตอบคือพื้นที่เพาะเลี้ยงในอำเภอกาญจนดิษฐ์ยังดำเนินการอยู่ และในปี 2026 ยังมีการตรวจแปลงผลิต “หอยนางรมสุราษฎร์ธานี” ตามมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI ในหลายพื้นที่ของอำเภอ ทั้งอ่าวท้องเขา ตำบลท่าทอง อ่าวท่านาในตำบลกะแดะ และอ่าวบางอุ่นในตำบลพลายวาส ขณะที่การท่องเที่ยวของอำเภอกาญจนดิษฐ์ยังประชาสัมพันธ์กิจกรรมล่องเรือชมฟาร์มหอย เรียนรู้การเลี้ยงหอย และสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังเชื่อมโยงอยู่กับอาชีพจริง ไม่ใช่สถานที่จัดแสดงที่สร้างขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
 
คำว่า “ฟาร์มหอยนางรม” ในบริบทของกาญจนดิษฐ์จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นสถานประกอบการแห่งเดียวที่มีประตูทางเข้า เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร และเวลาเปิด–ปิดตายตัว แต่เป็นภูมิทัศน์การผลิตที่กระจายอยู่ตามอ่าว ปากคลอง และพื้นที่น้ำกร่อยของชุมชนชายฝั่ง การเดินทางออกไปเห็นแปลงหอยจริงต้องอาศัยเรือและความรู้ของคนในพื้นที่ การวางแผนจึงแตกต่างจากการไปพิพิธภัณฑ์หรือสวนสาธารณะทั่วไป โดยต้องให้ความสำคัญกับระดับน้ำ สภาพทะเล รอบเรือ และจุดนัดหมายกับผู้ให้บริการมากกว่าเวลาเปิดประตูของสถานที่
 
จุดที่เข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับใช้เป็นฐานทำความรู้จักเรื่องหอยนางรมคือปากน้ำกะแดะ ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ บริเวณนี้เป็นทั้งชุมชนประมง แหล่งเรียนรู้ พื้นที่จำหน่ายอาหารทะเล และจุดเชื่อมต่อกับภูมิทัศน์ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีเวลาล่องเรือออกไปกลางอ่าวก็ยังสามารถสัมผัสบรรยากาศของแหล่งหอยได้ผ่านตลาดบ้านปากน้ำกะแดะ ร้านอาหารทะเล สวนสาธารณะ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมป่าชายเลน ส่วนผู้ที่ต้องการเห็นระบบเพาะเลี้ยงอย่างใกล้ชิดควรจัดเรือกับคนในพื้นที่เพื่อออกไปยังแนวฟาร์ม
 
เสน่ห์สำคัญของการมาเที่ยวที่นี่อยู่ที่การได้เห็นว่า “หอยใหญ่” ของสุราษฎร์ธานีไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงทางการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับสภาพพื้นที่ของอ่าวบ้านดอนโดยตรง อ่าวแห่งนี้มีลักษณะเป็นอ่าวตื้น รับอิทธิพลทั้งจากน้ำทะเลและน้ำจืดที่ไหลลงมาจากแผ่นดิน เกิดเป็นระบบน้ำกร่อยซึ่งมีธาตุอาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะต่อสิ่งมีชีวิตชายฝั่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายพื้นที่ปากน้ำกะแดะว่าเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการผสมกันของน้ำจืดกับน้ำเค็ม และยังมีการเพาะเลี้ยงหอยทะเลชนิดอื่น เช่น หอยแมลงภู่ หอยแครง และหอยตลับในพื้นที่โดยรอบด้วย
 
เมื่อมองจากเรือ ภูมิทัศน์ของฟาร์มหอยอาจดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่เห็นคือระบบการผลิตที่พึ่งพาจังหวะธรรมชาติอย่างมาก หลักซีเมนต์ แท่งปูน หรือวัสดุสำหรับให้ลูกหอยเกาะถูกจัดวางอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมกับกระแสน้ำและระดับน้ำ เมื่อระดับน้ำลดลง โครงสร้างเหล่านี้จะโผล่พ้นน้ำมากขึ้น นักท่องเที่ยวจึงมองเห็นกลุ่มหอยที่เกาะอยู่ตามผิววัสดุได้ชัดกว่าในช่วงน้ำสูง นี่คือเหตุผลที่การเดินทางช่วงเช้าหรือเลือกช่วงน้ำลงได้รับการแนะนำมาอย่างต่อเนื่องสำหรับการชมฟาร์มแบบดั้งเดิม
 
คำว่า “เพาะเลี้ยงตามธรรมชาติ” ไม่ได้หมายความว่าหอยทั้งหมดเป็นหอยป่าที่เก็บขึ้นมาจากทะเลโดยไม่มีการจัดการ แต่หมายถึงการใช้สภาพแวดล้อมธรรมชาติและลูกหอยที่สัมพันธ์กับระบบนิเวศชายฝั่งร่วมกับวัสดุและวิธีเพาะเลี้ยงของเกษตรกร ข้อกำหนดของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของสุราษฎร์ธานีอธิบายกระบวนการที่อาศัยลูกหอยจากธรรมชาติและการเลี้ยงในพื้นที่อ่าวบ้านดอน ก่อนนำหอยที่ได้ขนาดมาจัดการ ทำความสะอาด และเตรียมจำหน่าย กระบวนการนี้สะท้อนว่าภูมิปัญญาของผู้เลี้ยงหอยคือการทำงานร่วมกับกระแสน้ำ ความเค็ม อาหารธรรมชาติ และลักษณะพื้นท้องทะเล มากกว่าการควบคุมทุกปัจจัยแบบระบบปิด
 
หอยที่เป็นหัวใจของชื่อเสียงนี้คือหอยตะโกรมกรามขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้มาในเอกสารการขึ้นทะเบียนว่า Crassostrea belcheri และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Belcher’s Oyster หรือ White-scar Oyster เป็นหอยสองฝาที่พบได้ในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ลักษณะเด่นของหอยนางรมสุราษฎร์ธานีในมาตรฐาน GI คือมีเนื้อมาก สีขาวนวล สะอาด และมีคุณลักษณะเหมาะกับการบริโภคสด จนกลายเป็นสินค้าอาหารที่มีชื่อเชื่อมโยงกับจังหวัดอย่างแน่นแฟ้น
 
ความสำคัญของหอยนางรมสุราษฎร์ธานีได้รับการรับรองในระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย ภายใต้ทะเบียนเลขที่ สช 49100010 ซึ่งทำให้ชื่อ “หอยนางรมสุราษฎร์ธานี” ไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกสินค้าทั่วไป แต่ผูกอยู่กับแหล่งผลิต ลักษณะเฉพาะ และระบบควบคุมคุณภาพของพื้นที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงดำเนินการต่ออายุและอนุญาตผู้ใช้ตรา GI อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนกรกฎาคม 2026 มีรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI สำหรับหอยนางรมสุราษฎร์ธานี 38 ราย สะท้อนว่าอาชีพและระบบการผลิตยังมีบทบาททางเศรษฐกิจจริงในจังหวัด
 
ขอบเขตของหอยนางรม GI กว้างกว่าจุดที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า “ฟาร์มหอยนางรมกาญจนดิษฐ์” เพราะอ่าวบ้านดอนเชื่อมชายฝั่งหลายอำเภอ แต่กาญจนดิษฐ์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีภาพจำเด่นที่สุด โดยเฉพาะปากคลองท่าทองและปากน้ำกะแดะ ที่นี่มีทั้งชุมชนเก่า พื้นที่ประมง ฟาร์ม ร้านอาหาร และตลาดที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นวงจรตั้งแต่แหล่งผลิตไปจนถึงอาหารบนโต๊ะได้ในระยะทางไม่ไกลกัน
 
ประวัติการเลี้ยงหอยในกาญจนดิษฐ์เป็นอีกมิติที่ทำให้การเที่ยวฟาร์มมีความหมายมากขึ้น เอกสารการขึ้นทะเบียน GI กล่าวถึงการเริ่มเพาะเลี้ยงในพื้นที่ท่าทองราว พ.ศ. 2501 โดยอาศัยลูกหอยธรรมชาติจากบริเวณปากคลองท่าทอง ก่อนมีการทดลองและขยายการเลี้ยงในอ่าวบ้านดอนในช่วงต่อมา ความรู้ของผู้เลี้ยงค่อย ๆ พัฒนาจากการสังเกตธรรมชาติว่าลูกหอยชอบเกาะวัสดุชนิดใด พื้นที่แบบใดมีกระแสน้ำเหมาะสม และตำแหน่งใดมีระดับความเค็มพอดี จนเกิดเป็นอาชีพที่สร้างชื่อให้จังหวัด
 
เมื่อการเพาะเลี้ยงขยายตัว วัสดุสำหรับล่อลูกหอยและเลี้ยงหอยก็พัฒนาไปตามสภาพพื้นที่ หลักซีเมนต์ แท่งปูน และวัสดุที่มีพื้นผิวให้ตัวอ่อนเกาะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ฟาร์ม สิ่งที่นักท่องเที่ยวเห็นเป็นแนวเสาในทะเลจึงไม่ใช่โครงสร้างตกแต่ง แต่เป็นเครื่องมือผลิตอาหารที่ต้องวางในตำแหน่งสัมพันธ์กับน้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำ และสภาพพื้นทะเล การชมฟาร์มในช่วงน้ำลงจึงทำให้เข้าใจโครงสร้างการเลี้ยงได้ง่ายกว่าการนั่งเรือผ่านในช่วงที่ระดับน้ำปิดบังหลักส่วนใหญ่ไว้
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรสังเกตระหว่างล่องเรือคือความแตกต่างระหว่างภูมิทัศน์ฟาร์มหอยกับการประมงจับสัตว์น้ำทั่วไป การเพาะเลี้ยงหอยไม่ต้องให้อาหารเม็ดแก่หอยแบบการเลี้ยงสัตว์บางชนิด เพราะหอยกรองอาหารจากน้ำตามธรรมชาติ ดังนั้นคุณภาพของแหล่งน้ำ การหมุนเวียนของกระแสน้ำ และสมดุลของระบบนิเวศจึงเป็นต้นทุนที่สำคัญมาก การรักษาป่าชายเลน คลอง และคุณภาพน้ำบริเวณอ่าวจึงเชื่อมโยงกับความอยู่รอดของอาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ในปี 2026 หน่วยงานด้านพาณิชย์และคณะทำงาน GI ได้ลงตรวจแปลงฟาร์มหลายจุดในกาญจนดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง วันที่ 31 มีนาคมมีการตรวจฟาร์มในพื้นที่อ่าวท่านา หมู่ 6 และหมู่ 7 ตำบลกะแดะ รวมถึงอ่าวบางอุ่น หมู่ 3 ตำบลพลายวาส และวันที่ 1 เมษายนมีการตรวจพื้นที่อ่าวท้องเขา หมู่ 1 ตำบลท่าทอง ขณะที่การตรวจในระดับอำเภอยังครอบคลุมผู้ประกอบการหลายราย ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นภาพปัจจุบันว่าพื้นที่ชายฝั่งกาญจนดิษฐ์ยังคงเป็นแหล่งผลิตจริง ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าจากคู่มือท่องเที่ยวในอดีต
 
เดือนกรกฎาคม 2026 กรมทรัพย์สินทางปัญญายังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตหอยนางรมสุราษฎร์ธานีตามมาตรฐาน GI อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าห่วงโซ่การผลิตยังมีการควบคุมและพัฒนาต่อเนื่อง สำหรับนักท่องเที่ยว เรื่องนี้มีความหมายมากกว่าการเห็นตรารับรองบนผลิตภัณฑ์ เพราะช่วยอธิบายว่าเหตุใดชื่อแหล่งผลิตจึงสำคัญ และเหตุใดผู้บริโภคจึงควรแยกให้ออกระหว่าง “หอยนางรมที่ขายในสุราษฎร์ธานี” กับ “หอยนางรมสุราษฎร์ธานี” ที่อยู่ภายใต้ระบบ GI
 
ประสบการณ์ล่องเรือเป็นส่วนที่ทำให้ฟาร์มหอยแตกต่างจากการไปซื้อหอยที่ตลาด เส้นทางดั้งเดิมจากท่าเรือของหมู่บ้านท่าทองใช้เรือหางยาวขนาดรองรับผู้โดยสารประมาณ 10 คน และใช้เวลาเดินทางออกไปยังบริเวณฟาร์มราว 20 นาที ขนาดเรือ รอบเดินทาง และเงื่อนไขบริการจริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในวันเดินทาง ดังนั้นผู้ที่ตั้งใจออกเรือควรจัดการเรื่องเรือก่อนมาถึง โดยเฉพาะหากเดินทางเป็นกลุ่มหรือมีเวลาเที่ยวจำกัด
 
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมไม่ได้ขึ้นกับนาฬิกาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับระดับน้ำ หากจุดประสงค์หลักคือดูหอยที่เกาะตามแท่งหรือหลักซีเมนต์ ควรเลือกรอบที่น้ำลดจนมองเห็นโครงสร้างการเลี้ยง หากเดินทางช่วงน้ำสูง ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนเป็นแนวผิวน้ำ เรือ และเครื่องหมายของแปลงมากกว่า การสอบถามคนเรือเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงในวันนั้นจึงมีประโยชน์มากกว่าการยึดเวลาเดียวตลอดทั้งปี
 
การนั่งเรือออกจากฝั่งยังเปิดมุมมองต่อชุมชนที่ต่างจากการขับรถเที่ยว นักท่องเที่ยวจะเห็นเส้นทางน้ำที่ชาวบ้านใช้จริง เห็นเรือขนาดเล็กที่เชื่อมบ้านกับแปลงเพาะเลี้ยง เห็นแนวชายเลน และเห็นว่าพื้นที่ทะเลหน้าบ้านเป็นพื้นที่ทำงานมากกว่าจะเป็นชายหาดเพื่อการพักผ่อน การเที่ยวในลักษณะนี้จึงเหมาะกับคนที่สนใจวิถีชีวิต การผลิตอาหาร ระบบนิเวศ และเรื่องราวของชุมชน มากกว่าผู้ที่คาดหวังกิจกรรมทางทะเลแบบรีสอร์ต
 
การชมฟาร์มอย่างรับผิดชอบควรเริ่มจากการตระหนักว่าพื้นที่ในทะเลหลายส่วนคือแปลงประกอบอาชีพจริง ไม่ควรปีนป่าย จับ ดึง หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในแปลงหอยโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคนเรือและเจ้าของฟาร์ม ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ และไม่รบกวนสัตว์หรือพืชชายเลน การรักษาระยะห่างจากเครื่องมือประมงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องมารยาท แต่ช่วยป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและลดความเสี่ยงระหว่างอยู่บนเรือ
 
ปากน้ำกะแดะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากเห็นอีกด้านของเรื่องหอยหลังกลับขึ้นฝั่ง เพราะบริเวณตลาดบ้านปากน้ำกะแดะมีอาหารทะเลสดจำหน่าย โดยหอยนางรมเป็นสินค้าที่โดดเด่น นักท่องเที่ยวสามารถเห็นการคัดเลือกและแกะหอยใกล้แหล่งผลิต รวมทั้งพบอาหารทะเลชนิดอื่นและผลิตภัณฑ์แปรรูปของชุมชน การมาที่ตลาดหลังล่องเรือทำให้ลำดับประสบการณ์สมบูรณ์ขึ้น ตั้งแต่เห็นแหล่งน้ำ เห็นวิธีเพาะเลี้ยง จนมาถึงขั้นตอนที่ผลผลิตถูกนำขึ้นฝั่งและกลายเป็นอาหาร
 
สำหรับวัฒนธรรมการกิน หอยนางรมสุราษฎร์ธานีมักถูกจดจำจากขนาดเนื้อที่เต็มคำ สีขาวนวล และการกินสดกับเครื่องเคียงรสจัด ซึ่งช่วยให้รสเค็มหวานของหอยเด่นขึ้น ร้านอาหารในกาญจนดิษฐ์ยังนำหอยไปประกอบอาหารหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ที่ไม่ต้องการกินสดสามารถเลือกเมนูปรุงสุกได้ การเลือกกินที่ร้านหรือแหล่งจำหน่ายซึ่งดูแลวัตถุดิบสะอาดและเก็บรักษาอย่างเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์อาหารทะเลที่ดี
 
ความน่าสนใจของบ้านปากกะแดะไม่ได้จบที่อาหาร ชุมชนมีประวัติสัมพันธ์กับการประมงชายฝั่งมานาน และมีร่องรอยวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะศาลเจ้าปากน้ำกะแดะและศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชน การเดินจากตลาดไปยังพื้นที่ชุมชนทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวที่นี่ไม่ได้แยก “อาหาร” ออกจาก “วัฒนธรรม” เพราะเรือ ประมง ศาลเจ้า ตลาด และครอบครัวผู้เลี้ยงหอยล้วนเป็นส่วนของประวัติศาสตร์พื้นที่เดียวกัน
 
บริเวณทางเข้าตลาดยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเชิงระบบนิเวศปากน้ำกะแดะ เป็นทางเดินยกระดับระยะประมาณ 1 กิโลเมตรผ่านสภาพแวดล้อมป่าชายเลนและเปิดมุมมองออกสู่อ่าว จุดนี้เหมาะสำหรับใช้ทำความเข้าใจว่าป่าชายเลนทำหน้าที่เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างบกกับทะเลอย่างไร และเหตุใดระบบชายฝั่งที่สมบูรณ์จึงมีความหมายต่อทั้งสัตว์น้ำและอาชีพประมง ช่วงเย็นยังเป็นมุมชมท้องฟ้าและพระอาทิตย์ตกเหนือเวิ้งอ่าวที่แตกต่างจากภาพฟาร์มหอยในช่วงเช้า
 
หากมีเวลาเต็มวัน การจัดลำดับเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากล่องเรือในช่วงเช้าหรือรอบที่ตรงกับน้ำลง กลับขึ้นฝั่งมารับประทานอาหารทะเล จากนั้นเดินตลาดบ้านปากน้ำกะแดะและเส้นทางป่าชายเลน ก่อนแวะศาลเจ้าหรือขยายเส้นทางไปยังแหล่งประวัติศาสตร์ในอำเภอกาญจนดิษฐ์ เช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท่าทองที่วัดเขาพระนิ่ม วิธีนี้ทำให้หนึ่งวันมีทั้งธรรมชาติ อาหาร วิถีประมง และประวัติศาสตร์โดยไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือขึ้นเรือไปเกาะ
 
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท่าทองช่วยเติมบริบทให้กับชื่อ “ท่าทอง” ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ยินเมื่อพูดถึงฟาร์มหอย เมืองท่าทองเป็นชุมชนเก่าที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของพื้นที่สุราษฎร์ธานี การนำพิพิธภัณฑ์เข้ามาอยู่ในเส้นทางเดียวกับฟาร์มหอยจึงช่วยเปลี่ยนทริปจากการตามหาร้านอาหารทะเลเป็นการเรียนรู้ภูมิประเทศและพัฒนาการของชุมชนชายฝั่งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
 
อีกจุดที่เป็นที่รู้จักของกาญจนดิษฐ์คือศูนย์ฝึกลิงเกษตรกระแดะแจะ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาในสังคมสวนมะพร้าวของภาคใต้ แม้กิจกรรมและบริบทจะแตกต่างจากการเพาะเลี้ยงหอยโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อมองร่วมกันจะเห็นภาพเศรษฐกิจพื้นบ้านของกาญจนดิษฐ์ทั้งฝั่งเกษตรบนบกและประมงชายฝั่ง ผู้ที่สนใจวิถีชุมชนจึงสามารถใช้ฟาร์มหอยเป็นแกนกลางแล้วต่อยอดไปยังแหล่งเรียนรู้ลักษณะอื่นได้
 
สำหรับนักถ่ายภาพ ฟาร์มหอยมีความน่าสนใจจากเส้นสายของหลักเพาะเลี้ยงที่เรียงตัวบนผิวน้ำ เงาสะท้อนของท้องฟ้า เรือหางยาว และภาพคนทำงานในพื้นที่จริง ช่วงน้ำลดให้รายละเอียดของอุปกรณ์และตัวหอยมากกว่า ขณะที่ช่วงน้ำสูงให้ภาพของเวิ้งอ่าวกว้างและเรือที่เคลื่อนผ่านแนวฟาร์ม การถ่ายภาพคนทำงานหรือพื้นที่แปลงใกล้ ๆ ควรขออนุญาตเจ้าของหรือคนเรือก่อนเสมอ เพราะสถานที่นี้เป็นพื้นที่ประกอบอาชีพ ไม่ใช่ฉากสาธารณะที่ทุกส่วนเปิดให้เข้าไปได้โดยอิสระ
 
ผู้ที่เดินทางกับเด็กสามารถใช้การล่องเรือเป็นบทเรียนภาคสนามเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมได้ดี เพราะเด็กจะเห็นความเชื่อมโยงตั้งแต่น้ำกร่อย แพลงก์ตอน วัสดุให้หอยเกาะ การเติบโต การเก็บผลผลิต ไปจนถึงตลาด แต่ควรเลือกเรือที่เหมาะกับผู้โดยสาร ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการ และดูแลเด็กใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่บนเรือหรือบริเวณท่า
 
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกควรพิจารณาลักษณะการขึ้นลงเรือหางยาวก่อนตัดสินใจออกฟาร์ม เพราะท่าเรือและระดับเรือเปลี่ยนตามน้ำขึ้นน้ำลง หากไม่สะดวกลงเรือ ยังสามารถเที่ยวปากน้ำกะแดะผ่านตลาด ร้านอาหาร สวนสาธารณะ และทางเดินศึกษาธรรมชาติได้ จึงไม่จำเป็นต้องออกกลางอ่าวจึงจะสัมผัสเรื่องราวของหอยนางรมสุราษฎร์ธานี
 
การแต่งกายสำหรับล่องเรือควรเน้นความคล่องตัว รองเท้าไม่ลื่น เสื้อผ้าที่รับลมและละอองน้ำได้ และอุปกรณ์กันแดดที่เหมาะสม ควรเก็บโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ และของมีค่าไว้ในกระเป๋าที่ป้องกันน้ำระหว่างนั่งเรือ ส่วนผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางป่าชายเลนต่อหลังขึ้นฝั่งควรเตรียมน้ำดื่มและวางเวลาให้ไม่เร่งเกินไป เนื่องจากหนึ่งทริปอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงเมื่อรวมการนั่งเรือ รับประทานอาหาร และเดินชุมชน
 
อีกประเด็นที่ช่วยวางแผนได้ดีคือฤดูกาลผลิตกับฤดูกาลท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ข้อมูล GI ระบุว่าสุราษฎร์ธานีสามารถผลิตหอยได้ตลอดปี แต่การออกเรือในแต่ละวันยังขึ้นกับสภาพอากาศ กระแสน้ำ และการทำงานของผู้ประกอบการ ดังนั้นคำว่า “มีหอยตลอดปี” ไม่ได้แปลว่าทุกรอบเรือจะเหมือนกัน นักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายเฉพาะ เช่น ต้องการเห็นหลักหอยชัดเจน ต้องให้ความสำคัญกับระดับน้ำในวันที่เดินทางเป็นอันดับแรก
 
กาญจนดิษฐ์อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 18 กิโลเมตรตามเส้นทางหลัก การมีรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจึงสะดวกสำหรับทริปที่ต้องไปทั้งปากน้ำกะแดะ ท่าเรือ ร้านอาหาร และสถานที่ใกล้เคียง ผู้ที่มาจากสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีหรือสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีที่อำเภอพุนพินควรเดินทางเข้าสู่โซนเมืองหรือใช้รถรับจ้าง/รถเช่าต่อไปกาญจนดิษฐ์ เนื่องจากช่วงสุดท้ายจากถนนสายหลักไปยังชุมชนและท่าเรือไม่ใช่เส้นทางที่ควรวางแผนโดยอาศัยรถโดยสารทางไกลเพียงอย่างเดียว
 
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีให้ใช้เส้นทางไปทางอำเภอกาญจนดิษฐ์ตามทางหลวงหมายเลข 401 แล้วแยกเข้าสู่พื้นที่ตำบลกะแดะหากต้องการไปตลาดบ้านปากน้ำกะแดะและชุมชนชายฝั่ง หรือมุ่งสู่พื้นที่ท่าทองตามจุดนัดหมายของผู้ให้บริการเรือ สำหรับเส้นทางล่องเรือแบบดั้งเดิมสามารถเริ่มจากท่าเรือหมู่บ้านท่าทอง ใช้เรือหางยาวออกสู่ฟาร์มประมาณ 20 นาที การเดินทางจริงควรยึดจุดนัดหมายที่คนเรือแจ้ง เพราะแปลงเพาะเลี้ยงกระจายอยู่หลายอ่าวและหลายตำบล ไม่ได้มีท่าเรือกลางแห่งเดียวสำหรับฟาร์มทั้งหมด
 
หากเลือกปากน้ำกะแดะเป็นจุดหมายหลัก สามารถใช้พิกัดชุมชนบริเวณประมาณ 9.2074, 99.4772 เป็นแนวทางเข้าสู่พื้นที่ตลาดและชายฝั่ง ส่วนปากน้ำท่าทองอยู่บริเวณประมาณ 9.2320, 99.5054 พิกัดเหล่านี้เหมาะสำหรับทำความเข้าใจตำแหน่งของ 2 พื้นที่หลัก แต่ตำแหน่งแปลงหอยจริงอยู่ในทะเลและแตกต่างกันตามผู้ประกอบการ จึงควรใช้จุดนัดหมายของเรือเป็นข้อมูลสุดท้ายเมื่อจะลงเรือ
 
นักท่องเที่ยวที่ต้องการกินหอยใกล้แหล่งผลิตมีตัวเลือกหลายร้านรอบกะแดะ ทั้งร้านในอ่าวซีฟู้ด เคียงเลซีฟู้ด อารีซีฟู้ด และร้านอาหารที่เชื่อมกับผู้ประกอบการฟาร์มหลายแห่ง ข้อดีของการพักรับประทานอาหารในพื้นที่คือมีโอกาสได้พบอาหารทะเลหลากหลายชนิด ไม่ต้องจำกัดทริปไว้ที่หอยนางรมเพียงอย่างเดียว และยังช่วยกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจท้องถิ่นที่อยู่ในห่วงโซ่เดียวกับชุมชนประมง
 
ที่พักในกะแดะและกาญจนดิษฐ์มีขนาดเล็กถึงกลางมากกว่ารูปแบบรีสอร์ตขนาดใหญ่ ผู้ที่ต้องการประสบการณ์สอดคล้องกับธีมฟาร์มหอยสามารถพิจารณาสินมานะฟาร์มสเตย์ในตำบลพลายวาส ซึ่งเป็นที่พักกลางทะเลที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนผู้ที่ต้องการพักบนฝั่งมีบ้านพฤกษารีสอร์ต Woodenhousvilla, Donya Home และที่พักในท่าทองใหม่หลายแห่งให้เลือก การพักในอำเภอช่วยลดเวลาเดินทางหากต้องออกเรือเช้า แต่ผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านค้าและการเดินทางต่อไปยังจุดอื่นของจังหวัดก็สามารถพักในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีแล้วขับรถมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้
 
สิ่งที่ทำให้ฟาร์มหอยนางรมกาญจนดิษฐ์มีคุณค่ามากกว่าจุดเช็กอินคือความเป็น “พื้นที่ผลิตอาหารที่ยังมีชีวิต” นักท่องเที่ยวเห็นคนทำงานจริง เห็นธรรมชาติทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต และเห็นว่าอาหารหนึ่งจานเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ น้ำ ป่า อาชีพ ตลาด และความรู้ของชุมชนจำนวนมาก การเที่ยวลักษณะนี้จึงสร้างความเข้าใจได้ลึกกว่าการอ่านเพียงว่าหอยของสุราษฎร์ธานีมีขนาดใหญ่
 
ในมุมของการอนุรักษ์ การรักษาคุณภาพอ่าวบ้านดอนมีความสำคัญโดยตรงต่อผู้เลี้ยงหอย เพราะหอยเป็นสัตว์กรองกินอาหารจากน้ำ ความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ ตะกอน และระบบชายฝั่งย่อมส่งผลต่อการผลิตได้ การท่องเที่ยวที่เคารพพื้นที่ ลดขยะ และเลือกใช้บริการของผู้ประกอบการท้องถิ่นจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวอยู่ร่วมกับอาชีพของชุมชนได้โดยไม่เพิ่มภาระให้ระบบนิเวศ
 
การมาเที่ยวฟาร์มหอยยังช่วยให้เข้าใจคำว่า GI ได้ง่ายกว่าการอ่านฉลากสินค้า เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเห็นด้วยตาตนเองว่าภูมิศาสตร์มีผลต่ออาหารอย่างไร น้ำกร่อยของอ่าวบ้านดอน รูปแบบชายฝั่ง วัสดุเพาะเลี้ยง ความรู้ของเกษตรกร และวิธีจัดการหลังการเก็บเกี่ยวร่วมกันสร้างลักษณะเฉพาะของสินค้า GI ดังนั้น “แหล่งกำเนิด” จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพและเรื่องราวของอาหาร
 
สำหรับผู้ที่กำลังเลือกว่าจะไปเพียงตลาดหรือออกเรือด้วย หากมีเวลาน้อย การมาเดินตลาดบ้านปากน้ำกะแดะ รับประทานอาหารทะเล และเดินเส้นทางป่าชายเลนก็ให้ภาพรวมของชุมชนได้ดี แต่หากต้องการเข้าใจว่าหอยเติบโตอย่างไรและอยากเห็นภูมิทัศน์การผลิตจริง การล่องเรือคือส่วนที่ไม่ควรข้าม เพราะภาพหลักซีเมนต์ แนวแปลง และเรือของผู้เลี้ยงคือสิ่งที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดเชื่อมต่อกัน
 
หากต้องเลือกช่วงของวันสำหรับทริปเต็มรูปแบบ ช่วงเช้าเหมาะกับการออกเรือและหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมทุกอย่างไว้ช่วงบ่าย จากนั้นจึงใช้ช่วงสายถึงเที่ยงรับประทานอาหารและเดินตลาด ส่วนช่วงบ่ายสามารถเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า หรือสถานที่ในอำเภอ และกลับมาชมบรรยากาศชายเลนช่วงเย็นได้ การจัดทริปแบบนี้ยังมีเวลาสำรองหากรอบเรือต้องขยับตามระดับน้ำ
 
ภาพรวมของฟาร์มหอยนางรม สุราษฎร์ธานี จึงเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับคนชอบอาหารทะเล ที่นี่เป็นจุดเรียนรู้เรื่องอ่าวบ้านดอน ระบบนิเวศน้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาว มาตรฐาน GI ประวัติชุมชน การค้าของทะเล และวิถีประมงกาญจนดิษฐ์ในพื้นที่เดียวกัน การเดินทางมาปากคลองท่าทองและปากน้ำกะแดะโดยวางแผนให้ตรงกับระดับน้ำ พร้อมเผื่อเวลาสำหรับตลาดและชุมชน จะทำให้เข้าใจได้ชัดว่าทำไมสุราษฎร์ธานีจึงมีชื่อเสียงเรื่อง “หอยใหญ่” และทำไมแหล่งเพาะเลี้ยงชายฝั่งแห่งนี้จึงยังมีคุณค่าทั้งในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้จนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่ฟาร์มหอยนางรม สุราษฎร์ธานี
ที่ตั้งแนวชายฝั่งอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยมีพื้นที่สำคัญที่ปากน้ำกะแดะ ปากคลองท่าทอง อ่าวท่านา อ่าวท้องเขา และอ่าวบางอุ่น
ที่อยู่จุดท่องเที่ยวหลักบ้านปากกะแดะ หมู่ 7 ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160
พิกัดปากน้ำกะแดะประมาณ 9.2074, 99.4772
ปากน้ำท่าทองประมาณ 9.2320, 99.5054
ไฮไลต์ล่องเรือชมแปลงเพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติ เห็นหลักซีเมนต์และวัสดุให้หอยเกาะ เรียนรู้วิถีประมงอ่าวบ้านดอน และชิมอาหารทะเลใกล้แหล่งผลิต
ชนิดหอยสำคัญหอยตะโกรมกรามขาว (Crassostrea belcheri) หรือ Belcher’s Oyster / White-scar Oyster
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์“หอยนางรมสุราษฎร์ธานี” ทะเบียน GI เลขที่ สช 49100010
ประวัติการเพาะเลี้ยงในบริเวณท่าทองมีประวัติย้อนกลับไปราว พ.ศ. 2501 ก่อนพัฒนาและขยายพื้นที่เพาะเลี้ยงในอ่าวบ้านดอน
ลักษณะพื้นที่อ่าวตื้นและปากคลองที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล เกิดสภาพน้ำกร่อยเหมาะกับการเพาะเลี้ยงหอยและสัตว์น้ำชายฝั่ง
วิธีเพาะเลี้ยงที่พบใช้ลูกหอยและสภาพแวดล้อมธรรมชาติร่วมกับวัสดุล่อเกาะ เช่น หลักซีเมนต์ แท่งปูน และวัสดุที่เหมาะกับการเกาะของลูกหอย
พื้นที่สำคัญ / โซนเพาะเลี้ยง1. ปากน้ำกะแดะและอ่าวท่านา ตำบลกะแดะ
2. ปากคลองท่าทองและอ่าวท้องเขา ตำบลท่าทอง
3. อ่าวบางอุ่น ตำบลพลายวาส
วันเปิดทำการการล่องเรือเป็นไปตามรอบและการนัดหมายกับผู้ให้บริการในพื้นที่
เวลาเข้าชมที่เหมาะสมช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง เหมาะสำหรับเห็นหอยที่เกาะตามหลักซีเมนต์ได้ชัดเจน
การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 ไปอำเภอกาญจนดิษฐ์ แล้วเข้าสู่ปากน้ำกะแดะหรือจุดนัดหมายท่าเรือ เส้นทางดั้งเดิมจากท่าเรือหมู่บ้านท่าทองใช้เรือหางยาวออกสู่ฟาร์มประมาณ 20 นาที
สถานะปัจจุบันพื้นที่เพาะเลี้ยงยังดำเนินการอยู่ และมีการตรวจมาตรฐานแปลง GI ในอำเภอกาญจนดิษฐ์อย่างต่อเนื่องในปี 2026
สิ่งอำนวยความสะดวกในชุมชนตลาดอาหารทะเล ร้านอาหาร สวนสาธารณะ เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และพื้นที่จอดรถตามจุดบริการในชุมชน
ติดต่อข้อมูลพื้นที่เทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์ โทร. 077-379366
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดบ้านปากน้ำกะแดะ ประมาณ 1 กม.
2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเชิงระบบนิเวศปากน้ำกะแดะ ประมาณ 1 กม.
3. สวนสาธารณะปากน้ำกะแดะ ประมาณ 1 กม.
4. ศาลเจ้าปากน้ำกะแดะและศาลเจ้าแม่ทับทิม ประมาณ 1 กม.
5. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท่าทอง วัดเขาพระนิ่ม ประมาณ 8 กม.
6. ศูนย์ฝึกลิงเกษตรกระแดะแจะ ประมาณ 14 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ในอ่าวซีฟู้ด ประมาณ 1 กม. โทร. 092-242-3366
2. เคียงเลซีฟู้ด ประมาณ 1 กม. โทร. 077-255243
3. อารีซีฟู้ด ปากกะแดะ ประมาณ 1 กม. โทร. 077-379392
4. ฟาร์มหอยซีฟู้ด ประมาณ 6 กม. โทร. 083-1751439
5. สินมานะ ฟาร์มสเตย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 081-5977575
ที่พักใกล้เคียง1. สินมานะ ฟาร์มสเตย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 081-5977575
2. บ้านพฤกษา รีสอร์ต ประมาณ 7 กม. โทร. 098-2616449
3. Woodenhousvilla ประมาณ 7 กม. โทร. 063-4565959
4. Donya Home ประมาณ 9 กม. โทร. 098-0289185
5. Tongmai Hostel & Resort ประมาณ 14 กม. โทร. 093-5619628
6. Dark Sugar Resort ประมาณ 14 กม. โทร. 063-4672849
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ฟาร์มหอยนางรม สุราษฎร์ธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งเพาะเลี้ยงสำคัญอยู่ตามชายฝั่งอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยเฉพาะบริเวณปากน้ำกะแดะ ปากคลองท่าทอง และพื้นที่ต่อเนื่องในตำบลกะแดะ ท่าทอง และพลายวาส จุดที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายคือชุมชนบ้านปากกะแดะ
 
ถาม: ฟาร์มหอยนางรมยังเปิดให้เที่ยวในปี 2026 หรือไม่?
ตอบ: พื้นที่เพาะเลี้ยงยังดำเนินการอยู่ และในปี 2026 มีการตรวจมาตรฐานแปลงผลิต GI หลายพื้นที่ในอำเภอกาญจนดิษฐ์ การออกเรือชมฟาร์มควรจัดรอบกับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
ถาม: ควรไปชมฟาร์มหอยนางรมช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลงเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นหอยเกาะตามหลักซีเมนต์ เพราะระดับน้ำที่ลดลงทำให้โครงสร้างเพาะเลี้ยงปรากฏชัดกว่าในช่วงน้ำสูง
 
ถาม: จากท่าเรือหมู่บ้านท่าทองไปฟาร์มหอยใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางล่องเรือแบบดั้งเดิมจากท่าเรือหมู่บ้านท่าทองใช้เวลาประมาณ 20 นาทีด้วยเรือหางยาว ส่วนรอบและจุดหมายจริงขึ้นอยู่กับแปลงที่ผู้ให้บริการพาไปชม
 
ถาม: หอยนางรมสุราษฎร์ธานีเป็นหอยชนิดใด?
ตอบ: หอยสำคัญคือหอยตะโกรมกรามขาว หรือ Crassostrea belcheri ซึ่งเป็นชนิดที่เชื่อมโยงกับสินค้า GI “หอยนางรมสุราษฎร์ธานี” ทะเบียนเลขที่ สช 49100010
 
ถาม: ถ้าไม่ลงเรือสามารถเที่ยวปากน้ำกะแดะได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินตลาดบ้านปากน้ำกะแดะ ชิมอาหารทะเล เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน เที่ยวสวนสาธารณะ และเยี่ยมชมพื้นที่วัฒนธรรมของชุมชนได้โดยไม่ต้องออกเรือ
 
ถาม: ฟาร์มหอยนางรมเหมาะกับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ กาญจนดิษฐ์อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 18 กิโลเมตร สามารถจัดทริปล่องเรือช่วงเช้า รับประทานอาหารทะเล เดินตลาดและป่าชายเลน แล้วเที่ยวสถานที่ในอำเภอก่อนกลับเข้าเมืองได้ภายในวันเดียว

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์กลุ่ม: ●แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(8)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(34)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(7)
ถ้ำ ถ้ำ(18)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)