หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา >อ.แม่ใจ >ต.แม่ใจ > อุทยานแห่งชาติแม่ปืม
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแม่ปืม เปิดทุกวัน สำหรับพื้นที่บริการท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชม เวลา ด่านเข้าออกอุทยาน 06.00–18.00 น. และเวลาบริการทั่วไป 08.00–16.30 น.
อุทยานแห่งชาติแม่ปืม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน สำหรับพื้นที่บริการท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชม
เวลาเปิดทำการ: ด่านเข้าออกอุทยาน 06.00–18.00 น. และเวลาบริการทั่วไป 08.00–16.30 น. การเข้าพักค้างคืนเป็นไปตามระเบียบของอุทยาน
อุทยานแห่งชาติแม่ปืม จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากผืนป่า ภูเขา และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย โดยมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติและเขตบริการท่องเที่ยวหลักบริเวณบ้านป่าตึง หมู่ 8 ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา จุดเด่นที่สุดคืออ่างเก็บน้ำแม่ปืมที่มีทิวทัศน์กว้างไกล โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ เป็นสถานที่เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตก พักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ ดูนก เดินศึกษาธรรมชาติ พายเรือคายัค และกางเต็นท์พักแรมท่ามกลางบรรยากาศสงบของธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติแม่ปืมได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 120 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2552 ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนที่ 97 ก มีพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาประมาณ 219,266 ไร่ หรือ 350.82 ตารางกิโลเมตร แม้จะมีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด แต่บริเวณอ่างเก็บน้ำและที่ทำการอุทยานในอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นจุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวรู้จักและสามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวก
ความพิเศษของอุทยานแห่งชาติแม่ปืมไม่ได้อยู่เพียงความงดงามของอ่างเก็บน้ำ แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศป่าไม้ที่มีความหลากหลาย ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา รวมถึงพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำแม่ปืมและลำน้ำแม่แก้วที่มีความสำคัญต่อระบบน้ำของชุมชน พื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้จึงมีบทบาทในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการเป็นแหล่งพักผ่อนและศึกษาธรรมชาติของจังหวัดพะเยา
บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ปืมมีสภาพภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาของวัน ในยามเช้าแสงอาทิตย์อ่อนส่องผ่านแนวภูเขาและผิวน้ำ บางวันมีหมอกลอยอยู่เหนือผืนน้ำ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและเหมาะกับการชมธรรมชาติ ขณะที่ช่วงเย็นแสงแดดจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีท้องฟ้าและสะท้อนลงบนอ่างเก็บน้ำ เกิดเป็นทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ
พื้นที่บริการของอุทยานจัดกิจกรรมท่องเที่ยวไว้หลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมบนบกและกิจกรรมทางน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสะพานพอใจสกายวอร์กวิว คล้องรักษ์ฝากใจไว้ที่แม่ปืม เดินศึกษาธรรมชาติเสือนอน ปั่นจักรยาน ดูนก และกางเต็นท์พักแรม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคและกิจกรรมทางน้ำอื่นตามการเปิดให้บริการของเจ้าหน้าที่ ทำให้การเที่ยวแม่ปืมสามารถจัดได้ทั้งแบบวันเดียวและพักค้างคืน
ประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เริ่มต้นจากความพยายามของภาครัฐในการรักษาผืนป่าที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา หลังจากป่าไม้หลายส่วนได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากร กรมป่าไม้จึงพิจารณาจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์เพื่อให้ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าทางธรรมชาติได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2537 และวันที่ 7 เมษายน 2537 คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดเชียงรายได้พิจารณาเรื่องการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องและมีมติเห็นชอบในหลักการ ต่อมาจังหวัดเชียงรายได้มีหนังสือลงวันที่ 20 มิถุนายน 2537 เสนอรายงานสำรวจเบื้องต้นให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดตั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปืม ป่าแม่พุง ป่าห้วยต้นยาง และป่าห้วยแม่แก้วเป็นอุทยานแห่งชาติ
พื้นที่สำรวจในระยะแรกมีขนาดประมาณ 219,087 ไร่ ครอบคลุมผืนป่าตามแนวภูเขาของอำเภอพานและอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ตลอดจนพื้นที่จังหวัดพะเยาที่เกี่ยวข้องกับป่าแม่ปืม การดำเนินงานมีเป้าหมายรักษาป่าต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติที่มีความโดดเด่น พร้อมกำหนดแนวเขตที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการในระยะยาว
กรมป่าไม้ได้มอบหมายให้นายชวลิต โล่ห์คุณสมบัติ นักวิชาการป่าไม้จากอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมและทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติในระยะดำเนินการจัดตั้ง การสำรวจครอบคลุมข้อมูลสภาพภูมิประเทศ ป่าไม้ แหล่งน้ำ และความสำคัญของพื้นที่ต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
ในการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติครั้งที่ 2/2538 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2538 มีการพิจารณาข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ทั้งป่าแม่ปืมและป่าแม่พุง ป่าดอยปุย ป่าห้วยต้นยาง และป่าห้วยแม่แก้ว โดยพื้นที่ที่นำมาพิจารณามีขนาดประมาณ 227,312 ไร่ หรือ 363.70 ตารางกิโลเมตร และมีคุณสมบัติสำคัญด้านการเป็นป่าต้นน้ำของลำน้ำแม่ปืมและลำน้ำแม่แก้ว
กระบวนการจัดตั้งดำเนินต่อเนื่องผ่านการสำรวจและกำหนดแนวเขต จนกระทั่งวันที่ 25 ธันวาคม 2552 อุทยานแห่งชาติแม่ปืมได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ มีพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา 219,266 ไร่ หรือ 350.82 ตารางกิโลเมตร การประกาศดังกล่าวทำให้อุทยานแห่งชาติแม่ปืมเป็นพื้นที่อนุรักษ์ภายใต้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 120 ของประเทศไทย
พื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้มีความสำคัญต่อจังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย เพราะครอบคลุมผืนป่าที่เชื่อมโยงกับต้นน้ำและระบบนิเวศภูเขา การบริหารจัดการอุทยานจึงไม่ได้มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า การดูแลสัตว์ป่า การรักษาแหล่งน้ำ และการพัฒนาการท่องเที่ยวธรรมชาติในบริเวณที่เหมาะสม
ที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีความสัมพันธ์กับลำน้ำแม่ปืมซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญภายในพื้นที่อนุรักษ์ น้ำจากพื้นที่ภูเขาไหลลงสู่ลำห้วยแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม ก่อนเชื่อมโยงกับระบบน้ำของชุมชนโดยรอบ การใช้ชื่อลำน้ำเป็นชื่ออุทยานสะท้อนความสำคัญของทรัพยากรน้ำต่อภูมิประเทศและชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีลักษณะเป็นแนวภูเขาสูงชันทอดตัวตามแนวเหนือ–ใต้ และแบ่งพื้นที่ธรรมชาติออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่ป่าดอยปุยและพื้นที่ป่าแม่ปืม ทั้งสองส่วนมีความสำคัญต่อการรักษาสภาพป่าและระบบต้นน้ำ แต่มีลักษณะการกระจายตัวของภูเขา ลำน้ำ และพื้นที่ราบบนสันเขาแตกต่างกัน
พื้นที่ป่าดอยปุยมีแนวภูเขาทอดยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 27 กิโลเมตร มีระดับความสูงของภูมิประเทศประมาณ 403–936 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่แก้วซึ่งไหลผ่านบริเวณโขดหินธรรมชาติ ลักษณะของลำธารที่มีหินอยู่ตลอดแนวทำให้ระบบน้ำในพื้นที่มีความโดดเด่นทางภูมิประเทศและมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้
พื้นที่ป่าแม่ปืมมีแนวภูเขาทอดยาวประมาณ 32 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่ลาดเขาทางด้านตะวันออกและตะวันตก แนวเขามีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 4 กิโลเมตร และเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยแม่ปืม พื้นที่ส่วนนี้มีระดับความสูงของภูมิประเทศประมาณ 403–978 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ความแตกต่างของระดับความสูงทำให้เกิดหุบเขา ลำธาร และพื้นที่ป่าที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลาย
แนวภูเขาและผืนป่าของแม่ปืมทำหน้าที่รับน้ำฝนจากลมมรสุม ก่อนปล่อยน้ำผ่านระบบลำห้วยธรรมชาติลงสู่พื้นที่ต่ำ ชั้นดิน พืชพรรณ และระบบรากของต้นไม้ช่วยรักษาความชื้นและลดการไหลบ่าของน้ำฝน การรักษาพื้นที่ป่าจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลทรัพยากรน้ำในระยะยาว
สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เป็นแบบมรสุมเขตร้อน มีฤดูฝนที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และฤดูหนาวที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส และในเดือนธันวาคมอุณหภูมิต่ำสุดอาจอยู่ประมาณ 9–12 องศาเซลเซียสตามลักษณะอากาศที่รายงานไว้ในข้อมูลอุทยาน
ฝนส่วนใหญ่ตกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม โดยปริมาณฝนเฉลี่ยที่บันทึกไว้ประมาณ 1,550 มิลลิเมตรต่อปี ในช่วงที่ได้รับความชื้นมาก ป่าไม้จะมีสีเขียวสดและลำน้ำธรรมชาติมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนฤดูแล้งจะเห็นการเปลี่ยนสีและการผลัดใบของต้นไม้ในป่าเต็งรังอย่างชัดเจน ทำให้แม่ปืมมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
อ่างเก็บน้ำแม่ปืม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในอุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 5,100 ไร่ตามข้อมูลกรมอุทยานแห่งชาติ และมีความจุประมาณ 43 ล้านลูกบาศก์เมตรตามข้อมูลหน่วยงานท้องถิ่น อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบน้ำและเป็นจุดพักผ่อนที่มีทิวทัศน์สวยงามจากการโอบล้อมของป่าไม้และภูเขา
ผืนน้ำกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำทำให้เกิดพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาอยู่ไกลออกไป ความเปลี่ยนแปลงของแสงและสภาพอากาศช่วยสร้างบรรยากาศหลากหลาย ช่วงเช้าผิวน้ำอาจมีลักษณะสงบพร้อมหมอกบางเหนืออ่าง ส่วนช่วงเย็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับผิวน้ำจนเกิดภาพที่เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพ
บริเวณริมอ่างเก็บน้ำมีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน ชมวิว และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ลักษณะภูมิประเทศที่ติดกับผืนน้ำช่วยให้มีความรู้สึกเปิดกว้างเมื่อเปรียบเทียบกับการท่องเที่ยวในป่าที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น นักท่องเที่ยวจึงสามารถเลือกใช้เวลาสบาย ๆ ริมน้ำ หรือร่วมกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ภายในพื้นที่บริการ
อ่างเก็บน้ำแม่ปืมยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั่วคราวของนกน้ำในบางช่วงของปี โดยเฉพาะกลุ่มนกเป็ดน้ำที่เดินทางเข้ามาใช้พื้นที่ในฤดูหนาวและช่วงต้นปี การมีผืนน้ำขนาดใหญ่ร่วมกับพื้นที่ป่ารอบอ่างช่วยสร้างแหล่งอาหารและแหล่งพักของนกหลายชนิด จึงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบดูนกและศึกษาธรรมชาติ
การชมพระอาทิตย์ตกที่อ่างเก็บน้ำแม่ปืม เป็นกิจกรรมที่มีเสน่ห์จากความกว้างของผิวน้ำและแนวภูเขา ในช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงแดดจะเริ่มอ่อนลง ทำให้สีของน้ำและภูเขามีความนุ่มนวลมากขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนต่ำ แสงสีส้มและสีทองอาจสะท้อนบนผิวน้ำ เกิดทิวทัศน์ที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากช่วงกลางวัน
การชมวิวริมอ่างเก็บน้ำไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมผจญภัย นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามพื้นที่จัดไว้ นั่งพักผ่อน และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้าได้อย่างเต็มที่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่ปืมเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างสงบ รวมถึงครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ
สะพานพอใจสกายวอร์กวิว คล้องรักษ์ฝากใจไว้ที่แม่ปืม เป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อการท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำจากมุมมองที่แตกต่าง สะพานแห่งนี้เป็นจุดถ่ายภาพและจุดเดินชมวิวที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถมองเห็นผืนน้ำและพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบได้อย่างกว้างขวาง
สะพานชมวิวเป็นองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่บริการของแม่ปืมมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่นักท่องเที่ยวอาจเน้นการนั่งพักริมอ่างเก็บน้ำหรือการกางเต็นท์ การมีทางเดินชมวิวช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีเวลาไม่มากสามารถสัมผัสบรรยากาศของสถานที่ได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินเล่นและถ่ายภาพธรรมชาติ
ชื่อกิจกรรมคล้องรักษ์ฝากใจไว้ที่แม่ปืมสะท้อนลักษณะจุดท่องเที่ยวที่ใช้ความทรงจำและบรรยากาศเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำและภูเขาผ่านพื้นที่ที่จัดไว้ โดยควรรักษาความสะอาดและไม่กระทำสิ่งใดที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างสะพานหรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติเสือนอน เป็นอีกกิจกรรมสำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีระยะทางประมาณ 875 เมตรตามข้อมูลการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้สภาพป่าและภูมิประเทศในระยะทางที่ไม่ยาวมาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติและต้องการเดินศึกษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องใช้เวลาเดินป่าหลายชั่วโมง
ระหว่างการเดินศึกษาธรรมชาติสามารถสังเกตชนิดของต้นไม้ ลักษณะป่าและพื้นดิน รวมถึงความแตกต่างของพรรณไม้ที่ขึ้นอยู่ร่วมกัน เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจว่าระบบนิเวศป่าไม้ไม่ได้ประกอบด้วยต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพืชขนาดเล็ก แมลง สัตว์ และจุลินทรีย์ที่สัมพันธ์กับดินและสภาพความชื้น
การเดินศึกษาธรรมชาติเสือนอนเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับการเรียนรู้ผ่านการสังเกตโดยตรง โดยเฉพาะการศึกษาป่าผลัดใบและความสำคัญของป่าไม้ต่อการรักษาความสมดุลธรรมชาติ ผู้ที่เดินเส้นทางนี้ควรใช้ทางเดินที่จัดไว้ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากป่า และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังรบกวนสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้เคียง
กิจกรรมดูนกที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีความโดดเด่นจากการมีทั้งแหล่งน้ำและป่าไม้ในบริเวณเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวเอื้อต่อการพบเห็นนกหลายชนิดที่มีรูปแบบการดำรงชีวิตแตกต่างกัน เช่น นกที่อาศัยตามพุ่มไม้ นกที่หากินตามพื้นป่า และนกน้ำที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำ
กรมอุทยานแห่งชาติระบุว่าพื้นที่แม่ปืมมีนกมากกว่า 40 ชนิด เช่น นกเขาเขียว นกเปล้าธรรมดา นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกปรอดเหลืองหัวจุก และเหยี่ยวดง การพบเห็นนกแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของนก การสังเกตในช่วงเช้ามักมีความน่าสนใจจากกิจกรรมหากินของนกและอากาศที่ไม่ร้อนจัด
นกเป็ดน้ำที่เข้ามาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูหนาวเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้แม่ปืมมีความน่าสนใจทางธรรมชาติ แหล่งน้ำขนาดใหญ่สามารถเป็นพื้นที่พักและหากินของนกตามวงจรฤดูกาล การชมควรใช้ระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้นกตื่นตกใจหรือเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรบกวนของมนุษย์
กิจกรรมพายเรือคายัค เป็นกิจกรรมทางน้ำที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสัมผัสทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำแม่ปืมจากระดับผิวน้ำ การเคลื่อนตัวด้วยเรือในบริเวณที่ได้รับอนุญาตเปิดโอกาสให้มองเห็นภูเขา แนวป่า และขอบอ่างเก็บน้ำจากมุมมองที่ต่างจากการเดินชมบนฝั่ง
กิจกรรมทางน้ำของอุทยานประกอบด้วยการพายเรือคายัคและกิจกรรมอื่นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ การใช้เรือต้องปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัย สวมอุปกรณ์ชูชีพที่เหมาะสม และใช้บริการเฉพาะบริเวณที่เปิดให้ทำกิจกรรม เนื่องจากสภาพลม ฝน และระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำมีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง
การท่องเที่ยวทางน้ำยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอ่างเก็บน้ำกับพื้นที่ป่าโดยรอบ แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศหลายกลุ่ม และการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตามฤดูกาลสามารถส่งผลต่อพื้นที่ชายฝั่ง พืชพรรณ และสัตว์ที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ การใช้พื้นที่อย่างระมัดระวังจึงช่วยรักษาสภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ
การปั่นจักรยานและการเดินออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมบนบกที่อุทยานจัดไว้เป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ที่ชอบกิจกรรมเบา ๆ สามารถเลือกเดินตามบริเวณที่จัดไว้ ขณะที่ผู้ที่สนใจปั่นจักรยานต้องใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาตและคำนึงถึงการใช้พื้นที่ร่วมกับนักท่องเที่ยวคนอื่น
ลักษณะของอุทยานที่มีทั้งพื้นที่เปิดโล่งริมอ่างเก็บน้ำและแนวป่าเป็นองค์ประกอบช่วยให้การออกกำลังกายมีบรรยากาศแตกต่างจากสวนสาธารณะในเมือง การเดินหรือปั่นจักรยานท่ามกลางธรรมชาติยังเปิดโอกาสให้สังเกตพืชพรรณ นก และภูมิทัศน์ตามเส้นทางโดยไม่ต้องใช้กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
ป่าเต็งรังและปรากฏการณ์ป่าเปลี่ยนสี เป็นเอกลักษณ์สำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เนื่องจากผืนป่าบางส่วนประกอบด้วยต้นไม้ผลัดใบซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ช่วงฤดูแล้งใบไม้จำนวนมากเริ่มเปลี่ยนสีและร่วงหล่น ทำให้ภาพรวมของผืนป่าเกิดสีเหลือง ส้ม น้ำตาล และแดงในบางบริเวณ ก่อนที่พรรณไม้จะผลิใบใหม่เมื่อสภาพความชื้นเหมาะสม
การเปลี่ยนสีของป่าเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่สัมพันธ์กับการลดการสูญเสียน้ำของต้นไม้ในฤดูแล้ง ต้นไม้ผลัดใบจะลดจำนวนใบเมื่อมีน้ำไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตตามปกติ เมื่อถึงฤดูฝนใบใหม่จะค่อย ๆ เจริญเติบโต ทำให้ป่ากลับมามีสีเขียวสด ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของพืชในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ
ป่าดิบแล้งและป่าสนเขา ช่วยเพิ่มความหลากหลายของระบบนิเวศแม่ปืม ป่าดิบแล้งมีพรรณไม้ที่สามารถคงความเขียวชอุ่มภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่วนป่าสนเขามีไม้สนที่เจริญเติบโตตามพื้นที่สูงบางแห่ง ต้นสนสองใบเป็นหนึ่งในพรรณไม้สำคัญที่ปรากฏในรายชื่อพันธุ์ไม้ของอุทยาน
พรรณไม้สำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ได้แก่ สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง ชิงชัน เต็ง รัง เหียง พลวง สนสองใบ และไม้วงศ์ก่อ ความหลากหลายของพรรณไม้เหล่านี้สะท้อนความแตกต่างของดิน ความชื้น ระดับความสูง และลักษณะสภาพป่าในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองส่วน
สัตว์ป่าของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกหลายชนิด โดยกรมอุทยานแห่งชาติกล่าวถึงสัตว์ เช่น เก้ง หมูป่า เสือปลา กระจง กระเล็นปลายขนหูสั้น และกระรอก สัตว์เหล่านี้มีบทบาทในระบบนิเวศแตกต่างกัน ทั้งการกินพืช การควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก และการใช้ประโยชน์จากเมล็ดพันธุ์หรือผลไม้ในป่า
การพบเห็นสัตว์ป่าระหว่างท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และพฤติกรรมของสัตว์ โดยสัตว์จำนวนมากหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้คนและเสียงรบกวน การอนุรักษ์ถิ่นอาศัยจึงมีความสำคัญมากกว่าการคาดหวังว่าจะพบสัตว์ป่าระหว่างการเดินทาง ผู้มาเยือนควรไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ไล่ตาม และไม่ออกนอกพื้นที่ที่จัดไว้
พื้นที่ต้นน้ำลำธารของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีความสำคัญต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียง เพราะภูเขาและผืนป่าช่วยรองรับน้ำฝนก่อนปล่อยลงสู่ลำน้ำแม่ปืมและลำน้ำแม่แก้ว การรักษาพื้นที่ป่าให้ต่อเนื่องกันช่วยลดการพังทลายของดินและสนับสนุนกระบวนการดูดซับน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพของแหล่งน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
อ่างเก็บน้ำแม่ปืมยังมีความสำคัญต่อการเก็บกักน้ำของพื้นที่ โดยการมีอ่างเก็บน้ำร่วมกับป่าต้นน้ำช่วยสร้างระบบที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่รับน้ำและพื้นที่เก็บน้ำ ความสัมพันธ์นี้ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่ปืมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ ไม่ใช่เพียงการรักษาทิวทัศน์สำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น
โซนท่องเที่ยวและบริการของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีพื้นที่ศูนย์กลางอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติริมอ่างเก็บน้ำแม่ปืม ซึ่งรองรับการติดต่อเจ้าหน้าที่ การพักแรม การใช้บ้านพัก และการทำกิจกรรมธรรมชาติ พื้นที่นี้เชื่อมโยงกับบริเวณสะพานชมวิว ลานกางเต็นท์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นหลักของการท่องเที่ยว
ระบบจองที่พักของกรมอุทยานแห่งชาติระบุโซนที่ทำการอุทยานเป็นพื้นที่ให้บริการบ้านพัก ห้องประชุม เต็นท์ และลานกางเต็นท์ บ้านพักแม่ปืม 101 เป็นหนึ่งในบ้านพักที่เปิดให้จองในระบบทางการ รองรับผู้เข้าพัก 6 คน มี 3 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านพักตามรายการของกรมอุทยานแห่งชาติ
บ้านพักอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนโดยไม่ใช้เต็นท์ ลักษณะการพักในบ้านพักเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการมีพื้นที่พักผ่อนเป็นสัดส่วน ขณะเดียวกันยังสามารถออกมาเดินชมอ่างเก็บน้ำหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่อุทยานจัดไว้ได้อย่างสะดวก
ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติแม่ปืม เป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชื่นชอบการพักผ่อนกลางแจ้ง เพราะสามารถสัมผัสบรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำและความสงบของป่าในช่วงกลางคืน ผู้พักแรมสามารถชมแสงยามเย็นเหนืออ่างเก็บน้ำและตื่นขึ้นมาสัมผัสอากาศยามเช้าโดยไม่ต้องเดินทางจากที่พักภายนอก
อุทยานประกาศค่าบริการใช้พื้นที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่นำเต็นท์มาเอง 30 บาทต่อคนต่อคืน โดยการเข้าพักต้องเป็นไปตามระเบียบของอุทยาน พื้นที่พักแรมมีบริการห้องน้ำและจุดบริการพื้นฐานภายในเขตบริการ นักท่องเที่ยวต้องรักษาความสะอาด เก็บเศษอาหาร และไม่สร้างเสียงดังที่รบกวนผู้เข้าพักรายอื่นหรือสัตว์ป่า
การกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำมีบรรยากาศแตกต่างจากการกางเต็นท์บนยอดดอย เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบริเวณที่สามารถมองเห็นผืนน้ำได้กว้างและมีลมพัดผ่าน การเลือกตำแหน่งกางเต็นท์จึงต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ รวมถึงการระบายน้ำของพื้นดินในช่วงฝนตก เพื่อให้การพักแรมปลอดภัยและสะดวกสบาย
สิ่งอำนวยความสะดวกของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ประกอบด้วยสำนักงาน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าสวัสดิการ ครัวพอใจ บ้านพัก ห้องน้ำ จุดซักล้าง จุดทิ้งขยะ และพื้นที่พักแรม โดยมีแนวทางออกแบบสิ่งก่อสร้างให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและคำนึงถึงการจัดการของเสีย สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นที่บริการรองรับทั้งนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับและผู้ที่พักค้างคืนได้
การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่อนุรักษ์มีความสำคัญต่อการลดผลกระทบจากการใช้พื้นที่ของนักท่องเที่ยว การกำหนดทางเดิน จุดทิ้งขยะ และสถานที่พักแรมช่วยให้กิจกรรมท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ในบริเวณที่สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะปล่อยให้ผู้มาเยือนกระจายตัวเข้าไปใช้พื้นที่ป่าที่เปราะบาง
การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปืมในฤดูหนาว เหมาะกับการชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำ กางเต็นท์ และดูนกน้ำ โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีที่อุณหภูมิลดลงและบรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำมีความเย็นสบาย นกน้ำบางกลุ่มเข้ามาใช้พื้นที่ตามวงจรฤดูกาล ทำให้การชมธรรมชาติในช่วงนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น
ฤดูหนาวยังเป็นช่วงที่การพักแรมมีบรรยากาศเฉพาะตัว เพราะสามารถสัมผัสอากาศเย็นและความเงียบสงบในเวลากลางคืนได้ การเตรียมเสื้อกันหนาวและเครื่องนอนที่เหมาะสมช่วยให้พักผ่อนได้อย่างสบาย โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมที่อุณหภูมิอาจลดลงมากกว่าช่วงอื่นของปี
ฤดูร้อนกับป่าเปลี่ยนสีแม่ปืม เป็นอีกช่วงเวลาที่มีความสวยงามแตกต่างจากฤดูหนาว ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณหลายบริเวณจะผลัดใบ ทำให้เห็นสีเหลืองและน้ำตาลของใบไม้ตัดกับแนวภูเขาและอ่างเก็บน้ำ ภาพของผืนป่าเปลี่ยนสีเป็นปรากฏการณ์ตามวงจรธรรมชาติที่สะท้อนความสามารถในการปรับตัวของพรรณไม้ต่อฤดูกาล
ในฤดูร้อนควรคำนึงถึงอุณหภูมิที่สูงและความแห้งของพื้นที่ป่าเป็นพิเศษ การเดินกลางแจ้งในช่วงบ่ายอาจมีแดดแรง ขณะที่เศษใบไม้แห้งตามพื้นป่ามีความเสี่ยงจากไฟป่า การใช้พื้นที่จึงควรระมัดระวังเรื่องการก่อไฟและการทิ้งวัสดุที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ
ฤดูฝนของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีความโดดเด่นจากสีเขียวสดของป่าไม้และบรรยากาศชุ่มชื้น ลำน้ำตามธรรมชาติได้รับน้ำฝนเพิ่มขึ้น ส่วนอ่างเก็บน้ำมีทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามปริมาณน้ำและสภาพท้องฟ้า การเดินชมธรรมชาติในฤดูนี้สามารถสัมผัสความสดชื่นของพื้นที่ป่า แต่ต้องระมัดระวังถนนลื่นและทางเดินที่มีดินเปียกชื้น
กิจกรรมทางน้ำและการเดินป่าอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและสภาพอากาศแปรปรวน การใช้เรือควรเป็นไปตามการอนุญาตของเจ้าหน้าที่และคำนึงถึงลมแรงหรือฝนฟ้าคะนอง ส่วนการเดินป่าควรอยู่ในเส้นทางที่เปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่ปืม สามารถเดินทางจากตัวเมืองพะเยาด้วยรถยนต์ตามทางหลวงหมายเลข 1 เส้นทางพะเยา–เชียงราย ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 754 ให้เลี้ยวเข้าสู่ทางแยกไปยังอุทยานอีกประมาณ 6 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองพะเยาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 23 กิโลเมตร
ทางเข้าหลักนำไปสู่บริเวณที่ทำการอุทยานและพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำแม่ปืม นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้าถึงพื้นที่บริการได้สะดวก และเหมาะกับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวจากตัวเมืองพะเยาไปยังอำเภอแม่ใจหรือเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงราย
ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดเชียงรายสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าลงมาทางอำเภอพานและอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา จากนั้นเข้าสู่ถนนเชื่อมไปยังอ่างเก็บน้ำแม่ปืมตามป้ายบอกทาง การเดินทางด้วยรถส่วนตัวช่วยให้สามารถจัดเวลาเที่ยวชมสะพาน จุดชมวิว และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีทั้งแหล่งธรรมชาติและศาสนสถานในจังหวัดพะเยา โดยบริเวณอำเภอแม่ใจมีวัดพระธาตุมุงเมือง ส่วนตัวเมืองพะเยามีวัดศรีโคมคำ กว๊านพะเยา หอวัฒนธรรมนิทัศน์ และชุมชนที่ทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถจัดรวมในเส้นทางเดินทางจากอุทยานกลับเข้าสู่ตัวเมือง
วัดพระธาตุมุงเมืองเป็นศาสนสถานในอำเภอแม่ใจที่สามารถเชื่อมโยงกับการเที่ยวธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแม่ปืมได้ ขณะที่วัดศรีโคมคำเป็นวัดสำคัญของจังหวัดพะเยา มีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์เมือง การจัดเส้นทางเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมร่วมกันทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอัตลักษณ์ของจังหวัดในหลายมิติ
กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อภูมิทัศน์และชีวิตของเมืองพะเยา บรรยากาศริมกว๊านแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำแม่ปืม เพราะมีพื้นที่เมือง ร้านอาหาร และชุมชนอยู่โดยรอบ การเที่ยวชมแหล่งน้ำทั้งสองแห่งจึงช่วยให้เห็นบทบาทของแหล่งน้ำที่มีต่อธรรมชาติและเมืองในลักษณะที่แตกต่างกัน
หอวัฒนธรรมนิทัศน์เป็นสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพะเยา ซึ่งสามารถจัดเป็นจุดแวะเที่ยวร่วมกับวัดศรีโคมคำและกว๊านพะเยาได้ ส่วนชุมชนผลิตภัณฑ์ผักตบชวาแสดงถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรมท้องถิ่น ทำให้เส้นทางเที่ยวมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต
บทบาทของอุทยานแห่งชาติแม่ปืมต่อชุมชน มีความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการท่องเที่ยว ผืนป่าช่วยรักษาระบบต้นน้ำและแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ขณะที่อ่างเก็บน้ำและเขตบริการท่องเที่ยวเป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ธรรมชาติและใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน
การท่องเที่ยวยังสร้างความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบ ทั้งร้านอาหาร ที่พัก และการให้บริการต่าง ๆ ผู้มาเยือนที่เดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่ปืมสามารถใช้บริการจากชุมชนอำเภอแม่ใจและตัวเมืองพะเยา ช่วยให้การท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่กับเป้าหมายการอนุรักษ์
ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เริ่มจากการเคารพกฎระเบียบ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่ทิ้งขยะบริเวณป่าหรืออ่างเก็บน้ำ การรักษาความสะอาดมีความสำคัญต่อคุณภาพแหล่งน้ำและความปลอดภัยของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ผู้ที่ใช้พื้นที่กางเต็นท์ต้องเก็บขยะและเศษอาหารให้เป็นระเบียบ ไม่ส่งเสียงดังเกินสมควร และไม่ก่อไฟนอกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อนุญาต การปฏิบัติตามระเบียบช่วยลดความเสี่ยงจากไฟป่าและช่วยให้ผู้พักแรมรายอื่นสามารถสัมผัสความสงบของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
การพายเรือและกิจกรรมทางน้ำต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยใช้เสื้อชูชีพและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ลงน้ำในบริเวณที่ไม่ได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางน้ำเมื่อมีฝนฟ้าคะนองหรือลมแรง ส่วนการเดินป่าควรเลือกเส้นทางที่เปิดให้บริการและใช้รองเท้าที่เหมาะสม
อุทยานแห่งชาติแม่ปืม จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากการรวมกันของป่าไม้ ภูเขา และอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงาม ภายในอุทยานมีทั้งสะพานชมวิว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิจกรรมดูนก พายเรือ บ้านพัก และลานกางเต็นท์ ทำให้รองรับการท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแต่ยังต้องการความสะดวกในการเดินทางจากตัวเมืองพะเยา
ความสำคัญของแม่ปืมไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกหรือจุดกางเต็นท์เท่านั้น แต่ยังเป็นผืนป่าที่ช่วยรักษาต้นน้ำของลำน้ำแม่ปืมและลำน้ำแม่แก้ว เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด และเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กับชุมชน การท่องเที่ยวอย่างเคารพธรรมชาติและดูแลทรัพยากรของพื้นที่จึงช่วยรักษาคุณค่าของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไปในระยะยาว
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติแม่ปืม จังหวัดพะเยา |
| ที่ตั้งที่ทำการอุทยาน | หมู่ 8 บ้านป่าตึง ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา 56130 |
| พิกัดบริเวณที่ทำการ | 19.353554, 99.867305 |
| จังหวัดที่ครอบคลุม | พะเยาและเชียงราย |
| ประเภทสถานที่ | อุทยานแห่งชาติ พื้นที่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ |
| วันที่ประกาศจัดตั้ง | 25 ธันวาคม 2552 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 120 ของประเทศไทย |
| พื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา | 219,266 ไร่ หรือ 350.82 ตารางกิโลเมตร |
| ผู้ดูแล | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| หัวหน้าอุทยาน | นายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู ตามข้อมูลทางราชการวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันสำหรับพื้นที่บริการท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชม |
| เวลาเปิดด่าน | 06.00–18.00 น. |
| เวลาบริการทั่วไป | 08.00–16.30 น. |
| ค่าเข้าชมชาวไทย | ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท |
| ค่าเข้าชมชาวต่างชาติ | ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท |
| ค่าบริการยานพาหนะ | รถยนต์ 30 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท |
| ค่าพื้นที่กางเต็นท์ | 30 บาทต่อคนต่อคืน สำหรับการนำเต็นท์มาเอง |
| โทรศัพท์ | 093-265-3035, 088-290-9433 |
| เว็บไซต์บริการของกรมอุทยาน | https://booking.dnp.go.th/parksdetail.php?id=107 |
| พื้นที่ธรรมชาติหลัก | 1. ป่าดอยปุย 2. ป่าแม่ปืม |
| โซนและจุดบริการท่องเที่ยว | 1. โซนที่ทำการอุทยาน – ศูนย์บริการ บ้านพัก และลานกางเต็นท์ 2. อ่างเก็บน้ำแม่ปืม – จุดชมวิวและกิจกรรมทางน้ำ 3. สะพานพอใจสกายวอร์กวิว – จุดเดินชมและถ่ายภาพ 4. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเสือนอน – เส้นทางเดินธรรมชาติ 5. พื้นที่สังเกตนก – บริเวณอ่างเก็บน้ำและแนวป่า |
| แหล่งน้ำสำคัญ | อ่างเก็บน้ำแม่ปืม ลำน้ำแม่ปืม และลำน้ำแม่แก้ว |
| อ่างเก็บน้ำแม่ปืม | พื้นที่ผิวน้ำประมาณ 5,100 ไร่ ความจุประมาณ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร |
| เส้นทางศึกษาธรรมชาติ | เส้นทางเสือนอน ระยะทางประมาณ 875 เมตร |
| ลักษณะป่า | ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา |
| พรรณไม้สำคัญ | สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง ชิงชัน เต็ง รัง เหียง พลวง สนสองใบ และไม้วงศ์ก่อ |
| สัตว์ป่า | เก้ง หมูป่า เสือปลา กระจง กระเล็น กระรอก และนกหลายชนิด |
| กิจกรรม | ชมวิวพระอาทิตย์ตก เดินศึกษาธรรมชาติ ดูนก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน เดินออกกำลังกาย และกางเต็นท์พักแรม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าสวัสดิการ ครัวพอใจ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ จุดซักล้าง และพื้นที่จอดรถ |
| บ้านพักอุทยาน | บ้านพักแม่ปืม 101 รองรับ 6 คน มี 3 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ รวมถึงบ้านพักอื่นในระบบจองของกรมอุทยานแห่งชาติ |
| การเดินทางจากเมืองพะเยา | ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 17 กม. ถึงหลักกิโลเมตรที่ 754 แล้วเลี้ยวเข้าสู่อุทยานอีกประมาณ 6 กม. รวมประมาณ 23 กม. |
| สถานที่ท่องเที่ยวภายในและใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำแม่ปืม – ภายในอุทยาน 2. สะพานพอใจสกายวอร์กวิว – ภายในเขตบริการ 3. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเสือนอน – ประมาณ 875 เมตรตามเส้นทางเดิน 4. วัดพระธาตุมุงเมือง อำเภอแม่ใจ – ประมาณ 11 กม. จากอุทยานตามฐานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว 5. หอวัฒนธรรมนิทัศน์ – ประมาณ 19 กม. จากอุทยานตามฐานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว 6. หมู่บ้านผลิตภัณฑ์ผักตบชวา – ประมาณ 19 กม. จากอุทยานตามฐานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว 7. วัดศรีโคมคำ – ประมาณ 20 กม. จากอุทยานตามฐานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว 8. กว๊านพะเยา – เขตเมืองพะเยา |
| ร้านอาหารในพื้นที่เชื่อมโยง | 1. ครัวพอใจ – ภายในเขตบริการอุทยาน โทร. 093-265-3035 2. ครัวเดือนเพ็ญ – ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา 3. ลาบลุงใจ – ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา โทร. 091-139-0278 4. ร้านมุมม่วน – ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา 5. บีส์คิทเช่น พะเยา – ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ โทร. 081-797-1912 |
| ที่พักในอุทยานและพื้นที่เชื่อมโยง | 1. บ้านพักแม่ปืม 101 – ภายในอุทยาน โทร. 093-265-3035 2. กลุ่มบ้านพักพอใจ – ภายในเขตบริการอุทยาน โทร. 093-265-3035 3. ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติแม่ปืม – ภายในอุทยาน โทร. 093-265-3035 4. ไอยา เกสต์เฮ้าส์ พะเยา – ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา โทร. 095-315-0757 5. อุ๊ยแก้ว โฮมสเตย์ – ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา 6. นาคา ธารา รีสอร์ท – ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปืมตั้งอยู่หมู่ 8 บ้านป่าตึง ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา พื้นที่อุทยานครอบคลุมจังหวัดพะเยาและเชียงราย
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมเปิดให้เข้าชมกี่โมง?
ตอบ: ด่านเข้าออกเปิดเวลา 06.00–18.00 น. ทุกวันตามประกาศอุทยาน ส่วนบริการทั่วไปมีเวลาทำการ 08.00–16.30 น. และการพักค้างคืนเป็นไปตามข้อกำหนดของพื้นที่พักแรม
ถาม: ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติแม่ปืมเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่ารถยนต์ 30 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท และค่าพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาทต่อคนต่อคืน
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมสามารถกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: อุทยานมีลานกางเต็นท์บริเวณเขตบริการใกล้อ่างเก็บน้ำแม่ปืม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน และมีบ้านพักอุทยานสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนแบบบ้านพัก
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำ เดินชมสะพานพอใจสกายวอร์กวิว ดูนก เดินศึกษาธรรมชาติเสือนอน พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน และกางเต็นท์พักแรม
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมห่างจากตัวเมืองพะเยากี่กิโลเมตร?
ตอบ: จากตัวเมืองพะเยาถึงที่ทำการอุทยานประมาณ 23 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 17 กิโลเมตร แล้วเข้าทางแยกไปอุทยานอีกประมาณ 6 กิโลเมตร
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปืม?
ตอบ: ฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์ ดูนกน้ำ และชมบรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำ ฤดูร้อนเหมาะกับการชมป่าเปลี่ยนสี ส่วนฤดูฝนมีความโดดเด่นจากป่าไม้เขียวชอุ่ม โดยกิจกรรมกลางแจ้งต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมประกาศจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่ปืมได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2552 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 120 ของประเทศไทย มีพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา 219,266 ไร่ หรือ 350.82 ตารางกิโลเมตร
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




