หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา >อ.กะปง >ต.เหล > วัดนารายณิการาม
TL;DR: วัดนารายณิการาม อยู่ที่หมู่ 3 ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในชุมชนตำบลเหล มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ และเป็นแหล่งรวมหลักฐานโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับเมืองตะโกลาและวัฒนธรรมอินเดียใต้.

พังงา

วัดนารายณิการาม

วัดนารายณิการาม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
 
วัดนารายณิการาม จังหวัดพังงา หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดเหล เป็นวัดเก่าแก่ในตำบลเหล อำเภอกะปง ที่มีคุณค่าทั้งในฐานะวัดราษฎร์ของชุมชน แหล่งเรียนรู้โบราณคดี และพื้นที่เก็บรักษาร่องรอยวัฒนธรรมอินเดียที่เข้ามาสู่คาบสมุทรภาคใต้เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมเทวรูปจำลองพระนารายณ์ พระลักษมณ์ และพระแม่นางสีดา เรียนรู้เรื่องเมืองตะโกลา เมืองท่าโบราณของตะกั่วป่า และชมโบราณวัตถุที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนโบราณฝั่งอันดามันกับโลกการค้าทางทะเลในอดีต
 
วัดนารายณิการามตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา รหัสไปรษณีย์ 82170 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ และได้รับการจดทะเบียนตั้งวัดในปี พ.ศ. 2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2478 แม้วัดในฐานะสถาบันสงฆ์จะมีพัฒนาการชัดเจนในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 แต่พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญเก่าแก่กว่านั้นมาก เพราะเป็นแหล่งที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบเทวรูปและศิลาจารึกโบราณที่มีอายุราว 1,300–1,400 ปี หลักฐานเหล่านี้ทำให้วัดนารายณิการามเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของอำเภอกะปงสำหรับการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ยุคต้นของเมืองตะกั่วป่าและการติดต่อกับอินเดียใต้
 
ประวัติของวัดในฐานะวัดชุมชนเริ่มจากชื่อเดิมว่า วัดเหล่ หรือวัดเหล ตามชื่อบ้านและตำบลในพื้นที่ มีข้อมูลว่าชาวบ้านผู้มีศรัทธาได้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด ระยะแรกสิ่งปลูกสร้างภายในวัดเป็นอาคารเสนาสนะชั่วคราว ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นวัดที่มีความมั่นคงขึ้นตามลำดับ เจ้าอาวาสรูปแรกที่ปรากฏในประวัติวัดคือพระบี้ ต่อมาในช่วงหลังวัดมีบทบาทเด่นขึ้นในสมัยพระครูโสภณวิริยาภรณ์ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาวัดและการดูแลหลักฐานโบราณคดีในพื้นที่ การที่ชื่อวัดผูกกับคำว่า นารายณ์ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดพุทธในปัจจุบันกับกลุ่มโบราณวัตถุในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่ค้นพบในชุมชนนี้
 
สิ่งที่ทำให้วัดนารายณิการามแตกต่างจากวัดทั่วไปคือการเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคติพระนารายณ์หรือพระวิษณุในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ภายในวัดมีเทวรูปจำลองพระนารายณ์ เทวรูปพระลักษมณ์ และเทวรูปพระแม่นางสีดา โดยเทวรูปพระนารายณ์และพระลักษมณ์องค์จริงได้รับการเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาและจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จังหวัดภูเก็ต ส่วนพระแม่นางสีดาหรือภูเทวีองค์จริงยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่วัดนารายณิการามตามข้อมูลท้องถิ่นและข้อมูลด้านศิลปกรรมที่ระบุถึงการนำชิ้นส่วนกลับมาเก็บรักษาที่วัด เทวรูปกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาศิลปะอินเดียแบบปัลลวะตอนปลายและการแพร่เข้ามาของวัฒนธรรมอินเดียในภาคใต้ฝั่งอันดามัน
 
เทวรูปพระนารายณ์หรือพระวิษณุจากเขาพระนารายณ์และเขาเวียงในตำบลเหลเป็นหลักฐานที่ทำให้พื้นที่อำเภอกะปงมีชื่อปรากฏในวงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีภาคใต้ เทวรูปเหล่านี้เกี่ยวข้องกับลัทธิไวษณพนิกาย ซึ่งนับถือพระวิษณุหรือพระนารายณ์เป็นเทพสำคัญ การพบเทวรูปพระนารายณ์ พระลักษมณ์ พระราม พระนางสีดา ศิวลึงค์ ชิ้นส่วนจักร ชิ้นส่วนชายผ้าทรง และชิ้นส่วนเทวรูปอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน ทำให้เห็นว่าพื้นที่แถบตำบลเหลไม่ได้เป็นเพียงชุมชนเกษตรกรรมธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เคยสัมพันธ์กับเครือข่ายการค้า การเดินทาง และความเชื่อจากอินเดียใต้ในอดีต
 
อีกหลักฐานสำคัญภายในวัดคือศิลาจารึกเขาพระนารายณ์ หรือจารึกหลักที่ 26 ซึ่งมีความสำคัญระดับชาติ จารึกนี้ใช้อักษรปัลลวะและภาษาทมิฬ มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 และกล่าวถึงสระชื่อศรีอวนินารณัม รวมถึงกลุ่มมณิคราม ซึ่งเป็นสมาคมพ่อค้าชาวอินเดียใต้ที่มีบทบาทในการค้าโบราณ หลักฐานนี้ทำให้พื้นที่ตะกั่วป่าและกะปงสัมพันธ์กับเส้นทางการค้าทางทะเลในมหาสมุทรอินเดียอย่างชัดเจน เพราะเมืองตะโกลา หรือเมืองตะกั่วป่าเดิม เป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของฝั่งทะเลอันดามันที่เชื่อมต่อโลกอินเดียกับคาบสมุทรไทย
 
ชื่อเมืองตะโกลาเป็นประเด็นสำคัญเมื่อพูดถึงวัดนารายณิการาม เพราะวัดแห่งนี้เก็บรักษาหลักฐานที่ช่วยอธิบายรากฐานของเมืองตะกั่วป่าในอดีต เมืองตะโกลาเป็นชื่อที่ปรากฏในบริบทของเมืองท่าการค้าโบราณ ผู้คนในพื้นที่มีการติดต่อกับพ่อค้าและชุมชนจากอินเดียใต้ หลักฐานจากจารึกและเทวรูปชี้ให้เห็นว่าบริเวณนี้มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม การมาเยือนวัดนารายณิการามจึงไม่ใช่เพียงการเข้าไปชมวัดหรือสักการะเทวรูปเท่านั้น แต่เป็นการมองเห็นชั้นประวัติศาสตร์ของพังงาที่ลึกไปไกลถึงยุคที่คาบสมุทรภาคใต้เป็นสะพานเชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออกผ่านการค้าทางทะเล
 
ภายในวัดมีพื้นที่สำคัญที่ควรชมหลายส่วน ส่วนแรกคือวิหารหลังเก่าซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สะท้อนลักษณะสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ ภายในวิหารมีพระประธานและวัตถุเก่าแก่ที่ขุดพบหรือได้รับการถวายจากชาวบ้าน เช่น หม้อ ไห ถ้วย ชาม มีด หอก ดาบ แหลน และหลาว วัตถุเหล่านี้อาจดูเป็นของใช้ธรรมดา แต่เมื่อจัดวางอยู่ในบริบทของวัดและชุมชนเก่า สิ่งเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานของวิถีชีวิต การทำมาหากิน การป้องกันตนเอง และการดำรงอยู่ของชุมชนในอดีต
 
บริเวณใกล้แท่นบูชาพระพุทธรูปภายในวิหารยังมีหินสลักเก่าแก่อายุมากกว่า 1,000 ปี รูปร่างคล้ายดอกบัวบานหรือจักร ซึ่งเกี่ยวข้องกับคติพระวิษณุหรือพระนารายณ์ อีกชิ้นหนึ่งเป็นแขนของพระนารายณ์องค์จริงที่แยกออกจากองค์เทวรูปเดิม หลักฐานเหล่านี้ทำให้วิหารเก่าของวัดนารายณิการามมีสถานะเป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างพระพุทธศาสนาในชุมชนปัจจุบันกับความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูในอดีต ภายในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งพระประธาน เครื่องมือชุมชน และชิ้นส่วนศิลปกรรมโบราณที่สะท้อนความหลากหลายของความเชื่อบนคาบสมุทรภาคใต้
 
อีกพื้นที่สำคัญคือศาลามุขบริเวณลานกว้างด้านล่างของวัด ซึ่งใช้เป็นที่ประดิษฐานและจัดแสดงโบราณวัตถุ ภายในมีเทวรูปพระนารายณ์จำลองที่สลักจากหินโดยมีขนาดและฝีมือใกล้เคียงกับองค์จริง เทวรูปพระรามจำลอง รูปนางสีดา ศิวลึงค์ และโบราณวัตถุอื่น ๆ พื้นที่นี้ทำหน้าที่คล้ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของวัด เป็นจุดที่ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอ่านป้าย ดูรายละเอียด และทำความเข้าใจว่าการค้นพบโบราณวัตถุเหล่านี้มีความหมายต่อประวัติศาสตร์กะปงและตะกั่วป่าอย่างไร
 
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือพิพิธภัณฑ์เทพนารายณ์ภรณ์ภายในวัดเป็นอีกจุดสำคัญที่ช่วยให้การเที่ยววัดนารายณิการามมีเนื้อหาลึกกว่าการไหว้พระตามปกติ ภายในรวบรวมโบราณวัตถุและสิ่งของเก่าแก่จำนวนมาก ทั้งเครื่องถ้วยชาม ถ้วยลายคราม โอ่ง ไห ปืน ตู้ นาฬิกา ภาชนะดินเผา เครื่องมือทำมาหากิน และวัตถุที่ชาวบ้านตะกั่วป่าและอำเภอกะปงร่วมกันบริจาคให้วัดเก็บรักษา สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดทำหน้าที่เป็นคลังความทรงจำของชุมชน เพราะไม่ได้เก็บเฉพาะศิลปวัตถุชิ้นสำคัญระดับชาติ แต่ยังเก็บของใช้ที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้คนในท้องถิ่น
 
ประวัติการค้นพบและการเคลื่อนย้ายเทวรูปยังเป็นเรื่องที่ทำให้วัดนารายณิการามมีมิติทางประวัติศาสตร์มากขึ้น กลุ่มเทวรูปพระวิษณุและเทวรูปบริวารถูกกล่าวถึงในเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเขาพระนารายณ์และเขาเวียง มีเรื่องเล่าว่าเดิมเทวรูปอยู่บนยอดเขาเวียง ต่อมาถูกเคลื่อนย้ายลงมาในช่วงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และภายหลังในช่วงการสร้างทางหลวงสาย 401 สุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า เกิดเหตุโจรกรรมและทำลายชิ้นส่วนบางส่วนของเทวรูป ทำให้กรมศิลปากรเข้ามาดำเนินการเก็บรักษาเทวรูปสำคัญและจารึกไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ การมีองค์จำลองและชิ้นส่วนบางส่วนอยู่ที่วัดจึงช่วยให้ชุมชนยังคงมีพื้นที่สักการะและเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง
 
แม้เทวรูปบางองค์จะถูกย้ายไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง แต่การมีองค์จำลองอยู่ที่วัดนารายณิการามไม่ได้ลดความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ ตรงกันข้าม วัดยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างแหล่งกำเนิดของโบราณวัตถุ ชุมชนผู้ดูแลความทรงจำ และผู้มาเยือนที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์จากพื้นที่จริง การได้ชมองค์จำลอง ณ สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภูมิประเทศ เส้นทาง และบริบทของเมืองโบราณได้ดีกว่าการเห็นวัตถุในตู้จัดแสดงเพียงอย่างเดียว
 
ในฐานะวัดราษฎร์ วัดนารายณิการามยังคงเป็นศูนย์กลางศาสนกิจของชุมชนตำบลเหล มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาตามประเพณี เช่น งานบุญ การทอดกฐิน และกิจกรรมของชุมชน วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งโบราณคดีที่หยุดนิ่ง แต่เป็นสถานที่ที่พระพุทธศาสนา วิถีชาวบ้าน และมรดกโบราณอยู่ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง และไม่จับต้องโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะวัตถุจำนวนมากมีอายุมากและเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ควรรักษาไว้
 
การชมวัดนารายณิการามควรเริ่มจากพื้นที่วัดโดยรวมเพื่อรับรู้บรรยากาศของวัดชุมชน จากนั้นจึงเดินชมวิหารเก่า พระประธาน หินสลัก ชิ้นส่วนเทวรูป และศาลาจัดแสดงโบราณวัตถุ หากมีเวลา ควรอ่านข้อมูลประกอบเกี่ยวกับเทวรูปพระนารายณ์ ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์ และเมืองตะโกลา เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของวัดอย่างเต็มที่ จุดเด่นของวัดไม่ใช่ความใหญ่โตหรือความหรูหรา แต่เป็นการรวบรวมหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวของพังงาในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ตั้งแต่โลกการค้าทางทะเลยุคโบราณจนถึงวัดราษฎร์ในชุมชนปัจจุบัน
 
วัดแห่งนี้ยังช่วยเปลี่ยนภาพจำของอำเภอกะปงจากพื้นที่ธรรมชาติ น้ำตก บ่อน้ำพุร้อน และชุมชนเกษตร ให้กลายเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานระดับภูมิภาคและระดับชาติ ผู้ที่เดินทางมากะปงจึงไม่ควรมองวัดนารายณิการามเป็นเพียงจุดแวะสั้น ๆ แต่ควรจัดเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อชมทั้งวัด ศาลาโบราณวัตถุ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ หากเดินทางกับครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียน วัดนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีสำหรับอธิบายเรื่องศิลาจารึก การค้าทางทะเล ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่สู่ชุมชนพุทธในปัจจุบัน
 
ในมุมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดนารายณิการามเหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดร่วมกับเส้นทางอำเภอกะปงและตะกั่วป่า นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากวัดนารายณิการามเพื่อเรียนรู้ประวัติเมืองตะโกลา จากนั้นต่อไปยังบ่อน้ำพุร้อนรมณีย์ สวนสาธารณะอุทยานพระนารายณ์ เมืองเก่าตะกั่วป่า หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในกะปง เส้นทางนี้จะทำให้เห็นภาพพังงาที่หลากหลายกว่าทะเล เพราะมีทั้งวัดเก่า โบราณวัตถุ เมืองท่าโบราณ น้ำพุร้อน ชุมชนท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้าน
 
การเดินทาง ไปวัดนารายณิการามสามารถใช้เส้นทางหมายเลข 401 สายตะกั่วป่า-สุราษฎร์ธานี หากเริ่มจากที่ว่าการอำเภอกะปง วัดอยู่ห่างประมาณ 14 กม. มีทางแยกเข้าสู่ตำบลเหลประมาณ 2 กม. เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ผู้เดินทางจากตะกั่วป่าหรือเขาหลักสามารถวางแผนให้วัดนารายณิการามเป็นจุดแวะในเส้นทางกะปงได้สะดวก ส่วนผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองพังงาควรเผื่อเวลาเดินทางให้เหมาะกับสภาพถนนและสภาพอากาศ โดยเฉพาะในฤดูฝนของภาคใต้
 
บริเวณวัดมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับผู้มาเยือน ได้แก่ ที่จอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ และพื้นที่ที่เข้าถึงได้สำหรับผู้พิการตามข้อมูลสถานที่ วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เหมาะกับการไปช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนมาก หากต้องการชมโบราณวัตถุอย่างละเอียด ควรหลีกเลี่ยงช่วงที่วัดมีกิจกรรมงานบุญขนาดใหญ่ เพราะอาจมีผู้คนจำนวนมากและไม่สะดวกต่อการเดินดูรายละเอียด ภายในวัดควรรักษาความสงบ ไม่ปีนป่ายแท่นจัดแสดง ไม่เคลื่อนย้ายวัตถุ และไม่ถ่ายภาพในมุมที่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ
 
ข้อมูลผู้ดูแลวัดในปัจจุบันระบุพระครูโสภณประชานุกูลเป็นเจ้าอาวาส วัดมีพระจำพรรษาและยังคงมีบทบาทในกิจกรรมศาสนาของชุมชน ผู้ที่ต้องการสอบถามเรื่องการทำบุญ การเข้าชมเป็นหมู่คณะ หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภายในวัดควรติดต่อวัดล่วงหน้าเพื่อความเรียบร้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือคณะศึกษาดูงานที่ต้องการใช้พื้นที่วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
 
วัดนารายณิการามจึงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของพังงาที่ควรได้รับการรู้จักมากขึ้น เพราะมีครบทั้งมิติศาสนา ประวัติวัด สิ่งปลูกสร้างพื้นถิ่น โบราณวัตถุ เทวรูป ศิลาจารึก และเรื่องราวเมืองตะโกลา การมาเยือนวัดแห่งนี้ทำให้เห็นว่าพังงาไม่ได้มีเพียงทะเลหรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังมีรากฐานทางวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับอินเดียใต้ การค้าทางทะเล และการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณ วัดนารายณิการามจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวพังงาอย่างเข้าใจพื้นที่ เห็นคุณค่าของมรดกท้องถิ่น และได้ข้อมูลครบทั้งสำหรับการวางแผนเที่ยวและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในครั้งเดียว
 
ชื่อสถานที่วัดนารายณิการาม หรือวัดเหล
ที่ตั้งหมู่ 3 ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
ที่อยู่ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา 82170
พิกัด8.78318, 98.42681
ไฮไลต์เทวรูปจำลองพระนารายณ์ พระลักษมณ์ พระแม่นางสีดา ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์ และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภายในวัด
ประวัติ / สมัย / ยุควัดเดิมเรียกว่าวัดเหล่หรือวัดเหล สร้างเป็นวัดชุมชนราว พ.ศ. 2420 จดทะเบียนตั้งวัดในปี พ.ศ. 2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2478 และเกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุอายุราวพุทธศตวรรษที่ 11–14
ที่มาของชื่อชื่อเดิมว่าวัดเหลตามชื่อบ้านและตำบล ต่อมาชื่อวัดนารายณิการามสัมพันธ์กับการประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์และหลักฐานโบราณคดีในพื้นที่
ลักษณะเด่นเป็นวัดราษฎร์มหานิกายในชุมชนตำบลเหล มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ และเป็นแหล่งรวมหลักฐานโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับเมืองตะโกลาและวัฒนธรรมอินเดียใต้
สิ่งปลูกสร้าง / พื้นที่สำคัญวิหารหลังเก่าสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้
อุโบสถ
ศาลามุขจัดแสดงโบราณวัตถุ
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือพิพิธภัณฑ์เทพนารายณ์ภรณ์
กุฏิเจ้าอาวาสและพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน
โบราณวัตถุสำคัญเทวรูปพระนารายณ์จำลอง
เทวรูปพระลักษมณ์จำลอง
เทวรูปพระแม่นางสีดา
ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์
ศิวลึงค์
ชิ้นส่วนพระกรพระลักษมณ์
ชิ้นส่วนชายผ้าทรงพระนารายณ์
หินสลักรูปคล้ายดอกบัวหรือจักร
เครื่องถ้วยชาม โอ่ง ไห ปืน ตู้ นาฬิกา และเครื่องมือโบราณ
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญของเมืองตะโกลา เมืองตะกั่วป่าโบราณ การเผยแพร่วัฒนธรรมอินเดียเข้าสู่ภาคใต้ และบทบาทของพ่อค้าชาวทมิฬในเส้นทางการค้าฝั่งอันดามัน
การเดินทางจากที่ว่าการอำเภอกะปง ใช้เส้นทางหมายเลข 401 สายตะกั่วป่า-สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 14 กม. แล้วแยกเข้าตำบลเหลประมาณ 2 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งเรียนรู้โบราณคดีของชุมชนตำบลเหล อำเภอกะปง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ
ห้องน้ำสาธารณะ
พื้นที่เข้าถึงได้สำหรับผู้พิการ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโสภณประชานุกูล
เบอร์ติดต่อหลัก086-272-7880
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. สวนสาธารณะอุทยานพระนารายณ์ ประมาณ 2 กม.
2. วังเวียง พื้นที่โบราณคดีตำบลเหล-ตำบลท่านา ประมาณ 4 กม.
3. บ่อน้ำพุร้อนรมณีย์ ประมาณ 14 กม.
4. แกรนด์แคนยอนกะปง ประมาณ 15 กม.
5. เมืองเก่าตะกั่วป่า ประมาณ 19 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านกะปงอาหาร ประมาณ 6 กม.
2. Hug Kapong Cafe ประมาณ 9 กม.
3. ณ ปลายวา N PLAI WA ประมาณ 12 กม. โทร. 065-552-9163
4. ครัวริมธาร ประมาณ 14 กม. โทร. 080-443-1545
5. เกศวลี Garden & Cafe ประมาณ 15 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Lake View Resort กะปง ประมาณ 7 กม. โทร. 081-893-1899
2. บ้านสวนจำลองรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 093-759-7754
3. รีสอร์ทกะปง ATV ประมาณ 11 กม. โทร. 081-737-7401
4. กะปง การ์เด้น รีสอร์ท ประมาณ 13 กม.
5. นาวา ธารา รีสอร์ท ตะกั่วป่า ประมาณ 15 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดนารายณิการามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดนารายณิการามตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดเหล
 
ถาม: วัดนารายณิการามมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดนี้มีความสำคัญทั้งด้านศาสนาและโบราณคดี เพราะเป็นแหล่งประดิษฐานเทวรูปจำลองพระนารายณ์ พระลักษมณ์ พระแม่นางสีดา และเกี่ยวข้องกับศิลาจารึกเขาพระนารายณ์ซึ่งสะท้อนบทบาทเมืองตะโกลาและวัฒนธรรมอินเดียใต้
 
ถาม: เทวรูปพระนารายณ์องค์จริงอยู่ที่วัดนารายณิการามหรือไม่?
ตอบ: เทวรูปพระนารายณ์องค์จริงได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จังหวัดภูเก็ต ส่วนที่วัดนารายณิการามมีองค์จำลองให้ประชาชนได้สักการะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่
 
ถาม: ภายในวัดนารายณิการามมีสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีวิหารหลังเก่าสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ อุโบสถ ศาลามุขจัดแสดงโบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน
 
ถาม: ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์สำคัญอย่างไร?
ตอบ: ศิลาจารึกเขาพระนารายณ์ใช้อักษรปัลลวะและภาษาทมิฬ มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 กล่าวถึงกลุ่มมณิครามและช่วยยืนยันบทบาทของพ่อค้าชาวอินเดียใต้ในพื้นที่ตะกั่วป่าโบราณ
 
ถาม: วัดนารายณิการามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. เหมาะกับการเข้าชมช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนมาก
 
ถาม: เดินทางไปวัดนารายณิการามอย่างไร?
ตอบ: จากที่ว่าการอำเภอกะปงใช้เส้นทางหมายเลข 401 สายตะกั่วป่า-สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 14 กม. แล้วแยกเข้าสู่ตำบลเหลอีกประมาณ 2 กม.
 
ถาม: เที่ยววัดนารายณิการามแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถไปต่อที่สวนสาธารณะอุทยานพระนารายณ์ วังเวียง บ่อน้ำพุร้อนรมณีย์ แกรนด์แคนยอนกะปง และเมืองเก่าตะกั่วป่าได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
วัด วัด(18)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(12)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(8)
น้ำตก น้ำตก(21)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(28)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(11)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(7)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(3)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)