หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.ยะรัง >ต.เขาตูม > มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
TL;DR: มหาวิทยาลัยฟาฏอนี อยู่ที่135/8 หมู่ 3 บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 94160 เปิดวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี (สำนักงานรับสมัครนักศึกษา เวลา 08.30 – 15.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานรับสมัครนักศึกษา.

ปัตตานี

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

วันเปิดทำการ: วันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี (สำนักงานรับสมัครนักศึกษา ยกเว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 15.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานรับสมัครนักศึกษา ไม่ใช่เวลาเปิดปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด)
 
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี (Fatoni University) เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 135/8 หมู่ 3 บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 94160 มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของนักวิชาการมุสลิมที่ต้องการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ทางวิชาการควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรมอิสลาม มหาวิทยาลัยได้รับอนุญาตจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2541 ภายใต้ชื่อวิทยาลัยอิสลามยะลา ก่อนเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550 และเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในปี พ.ศ. 2556 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเปิดการศึกษาทั้งด้านอิสลามศึกษา นิติศาสตร์ ภาษา สังคมศาสตร์ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีทั้งหลักสูตรปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก พร้อมบทบาทด้านการวิจัยและการพัฒนาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีความโดดเด่นจากการผสมผสานการศึกษาสมัยใหม่เข้ากับองค์ความรู้และคุณค่าทางศาสนาอิสลาม ภายใต้แนวทางการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทั้งความรู้ ความรับผิดชอบต่อตนเอง และความสามารถในการสร้างประโยชน์แก่สังคม ความสำคัญของมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตบุคลากรทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการผลิตครู นักกฎหมาย นักภาษา นักบริหาร นักวิจัย และผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชนที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในสังคมร่วมสมัยได้
 
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในชุมชนบ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนมลายูมุสลิมในภาคใต้ บริเวณโดยรอบประกอบด้วยชุมชนที่อยู่อาศัย สถานศึกษา มัสยิด พื้นที่เกษตรกรรม และสถานประกอบการท้องถิ่น สภาพแวดล้อมดังกล่าวเอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและผ่านการใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการศึกษาภาษาอาหรับ ภาษามลายู อิสลามศึกษา และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม
 
จังหวัดปัตตานีมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวข้องกับการค้าทางทะเล วัฒนธรรมมลายู และพัฒนาการของศาสนาอิสลามในคาบสมุทรมลายู พื้นที่อำเภอยะรังยังเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีสำคัญซึ่งสะท้อนการตั้งถิ่นฐานและความรุ่งเรืองของชุมชนในยุคก่อน การจัดตั้งมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในพื้นที่จึงมีความหมายต่อการสร้างศูนย์กลางองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษากับประวัติศาสตร์ ศาสนา ภาษา และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพ
 
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยฟาฏอนีเริ่มต้นจากแนวคิดของกลุ่มนักวิชาการมุสลิมที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในประเทศซาอุดีอาระเบีย บุคคลสำคัญในกลุ่มผู้ริเริ่ม ได้แก่ นายอิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา นายอิสมาแอ อาลี นายอับดุลฮาลีม ไซซิง นายญิฮาด บูงอตาหยง และนายอาหมัดอูมาร์ จะปะเกีย กลุ่มผู้ริเริ่มมีความเห็นร่วมกันว่าประเทศไทยควรมีสถาบันอุดมศึกษาอิสลามที่สามารถจัดการศึกษาในระดับสูง ส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทางศาสนาควบคู่กับความรู้ในศาสตร์อื่น
 
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากให้ความสำคัญกับการศึกษาศาสนาอิสลาม แต่โอกาสในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่เน้นศาสตร์อิสลามโดยตรงยังมีข้อจำกัด ผู้สนใจบางส่วนจำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาต่างประเทศ การจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาอิสลามในประเทศไทยจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาครูและนักวิชาการ และสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งสังคมไทยและโลกมุสลิม
 
ในปี พ.ศ. 2526 กลุ่มผู้ริเริ่มได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินโครงการจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามเอกชนภาคใต้ โดยเริ่มพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ แหล่งงบประมาณ และรูปแบบการดำเนินงานของสถาบัน การดำเนินโครงการในช่วงแรกต้องอาศัยความร่วมมือจากนักวิชาการ ผู้นำศาสนา ผู้สนับสนุนในท้องถิ่น และองค์กรจากต่างประเทศ เพื่อสร้างพื้นฐานด้านที่ดิน อาคาร บุคลากร และงบประมาณก่อนเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นทางการ
 
ช่วงกลางทศวรรษ 2520 เป็นระยะเวลาสำคัญของการจัดหาพื้นที่และงบประมาณสำหรับโครงการ โดยคณะกรรมการได้จัดซื้อที่ดินบริเวณบ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อรองรับการพัฒนาสถาบันในระยะยาว ขณะเดียวกันมีการจัดหาพื้นที่อีกแห่งบริเวณบ้านปารามีแต ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งมีความเหมาะสมสำหรับการเริ่มดำเนินงานด้านการศึกษาเนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่เมืองยะลาได้สะดวกกว่า
 
การพัฒนาสถาบันได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา ซึ่งมีบทบาทสนับสนุนงบประมาณด้านอาคารและระบบสาธารณูปโภค การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างนักวิชาการและองค์กรในโลกมุสลิม โดยมีเป้าหมายให้เกิดสถาบันอุดมศึกษาที่สามารถจัดการศึกษาอิสลามในประเทศไทยอย่างมีมาตรฐาน
 
ในช่วงเวลาก่อนการเปิดดำเนินงาน มีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้ขึ้นเพื่อเป็นองค์กรรับผิดชอบโครงการและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบัน มูลนิธิมีบทบาทในการบริหารทรัพย์สิน ประสานงานผู้สนับสนุน และดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งวิทยาลัย การมีองค์กรรองรับอย่างเป็นระบบช่วยให้โครงการสามารถพัฒนาต่อเนื่องจากแนวคิดของกลุ่มนักวิชาการไปสู่สถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
 
วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2541 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากทบวงมหาวิทยาลัยอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนประเภทวิทยาลัย ภายใต้ชื่อ “วิทยาลัยอิสลามยะลา” การได้รับใบอนุญาตถือเป็นก้าวสำคัญของการศึกษาระดับอุดมศึกษาอิสลามในประเทศไทย โดยเป็นการเปิดโอกาสให้สถาบันที่มีเป้าหมายเฉพาะด้านการศึกษาศาสนาและศาสตร์ร่วมสมัยสามารถดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานอุดมศึกษา
 
วิทยาลัยอิสลามยะลาเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 200 คน ใน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาชะรีอะฮ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายอิสลาม และสาขาวิชาอุศูลุดดีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักการศาสนาอิสลาม การเริ่มต้นด้วยสองศาสตร์นี้แสดงถึงรากฐานทางวิชาการของสถาบันที่มุ่งพัฒนาความรู้เกี่ยวกับหลักศาสนา การตีความ และการประยุกต์ใช้หลักการอิสลามในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาสังคม
 
สาขาวิชาชะรีอะฮ์มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจระบบกฎหมายอิสลาม หลักนิติศาสตร์อิสลาม และการนำหลักการทางศาสนาไปใช้กับชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชน ขณะที่อุศูลุดดีนเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาหลักศรัทธา ความเชื่อ และรากฐานทางความคิดของศาสนาอิสลาม การมีศาสตร์ทั้งสองเป็นจุดเริ่มต้นช่วยสร้างบุคลากรด้านการศึกษา ศาสนา และงานวิชาการ ซึ่งต่อมามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรระดับสูงของมหาวิทยาลัย
 
ในช่วงเริ่มดำเนินงาน วิทยาลัยใช้พื้นที่บ้านปารามีแต ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลาเป็นศูนย์กลางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ดังกล่าวทำให้ชื่อวิทยาลัยอิสลามยะลามีความสัมพันธ์กับจังหวัดยะลาอย่างชัดเจน แม้ต่อมามหาวิทยาลัยจะพัฒนาพื้นที่การศึกษาที่บ้านโสร่ง จังหวัดปัตตานี แต่พื้นที่ยะลายังคงมีความสำคัญในประวัติศาสตร์และโครงสร้างการศึกษาของสถาบัน โดยเฉพาะงานด้านภาษานานาชาติ
 
หลังจากเริ่มการศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันได้ขยายสู่การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยเริ่มเปิดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในปีการศึกษา พ.ศ. 2544 และจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2545 เพื่อดูแลมาตรฐานการเรียนการสอน การทำวิทยานิพนธ์ การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรระดับสูง การดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้สถาบันมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการผลิตนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษาและสาขาที่เกี่ยวข้อง
 
วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2543 มูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้ได้จัดพิธีวางศิลารากฐานสำหรับการพัฒนาอาคารในพื้นที่บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยมีการสนับสนุนจากต่างประเทศ รวมถึงราชวงศ์และองค์กรในประเทศกาตาร์ การพัฒนาพื้นที่แห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการเติบโตของสถาบันในระยะยาว และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ การวิจัย และการใช้ชีวิตของนักศึกษา
 
ในปี พ.ศ. 2545 มีพิธีเปิดอาคารชีคกอซิม บิน มุหัมมัด อาลษานีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของการพัฒนาพื้นที่บ้านโสร่ง การเปิดอาคารดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการจัดสัมมนาวิชาการระดับภูมิภาคอาเซียนเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาอิสลาม และการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศเพื่อนบ้าน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความตั้งใจในการพัฒนามหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดเฉพาะการจัดการศึกษาในท้องถิ่น แต่ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายวิชาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2547 มีพิธีเปิดวิทยาลัยอิสลามยะลา ณ พื้นที่บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีอย่างเป็นทางการ การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้วิทยาลัยมีพื้นที่รองรับอาคารเรียน สำนักงาน และกิจกรรมที่สอดคล้องกับการเติบโตของจำนวนนักศึกษาและหลักสูตร การขยายพื้นที่การศึกษาจากจังหวัดยะลามาสู่จังหวัดปัตตานีจึงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของประวัติสถาบัน
 
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550 วิทยาลัยอิสลามยะลาได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทจากวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา” การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการพัฒนาของสถาบันทั้งด้านวิชาการ การบริหาร และการจัดการศึกษาหลายระดับ โดยมหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการศึกษาในศาสตร์อิสลามควบคู่กับศาสตร์วิชาชีพอื่นตามหลักสูตรที่ได้รับอนุญาต
 
ในปี พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาเป็น “มหาวิทยาลัยฟาฏอนี” โดยประวัติสถาบันระบุวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เป็นวันเปลี่ยนชื่อ การเปลี่ยนชื่อมีความหมายต่ออัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เพราะช่วยสะท้อนความเชื่อมโยงกับพื้นที่ปัตตานีและประวัติศาสตร์ของภูมิภาค ขณะที่ยังคงรักษารากฐานการจัดการศึกษาด้านอิสลามศึกษาและเป้าหมายการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม
 
ชื่อ “ฟาฏอนี” สัมพันธ์กับชื่อปัตตานีที่ปรากฏในบริบทภาษาอาหรับและมลายู และมีความเกี่ยวข้องกับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของดินแดนปัตตานีซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านศาสนา ภาษา และการเรียนรู้ของชุมชนมุสลิมในภูมิภาค การใช้ชื่อดังกล่าวจึงทำให้มหาวิทยาลัยมีอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่นและสามารถสื่อสารในบริบทวิชาการนานาชาติได้อย่างชัดเจน
 
ผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติมหาวิทยาลัยคือรองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิชาการผู้ริเริ่มโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาอิสลาม และมีบทบาทในการพัฒนามหาวิทยาลัยตลอดหลายช่วงเวลา บุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งคือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งมีบทบาทในสภามหาวิทยาลัยและการสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งสองท่านเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสถาบันตั้งแต่ช่วงก่อตั้งและการขยายบทบาทในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
ในปี พ.ศ. 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมีคณะผู้บริหารรับผิดชอบงานด้านวิชาการ การบริหาร วิจัยและนวัตกรรม การพัฒนานักศึกษา การบริการวิชาการ และความสัมพันธ์กับสังคม การบริหารมหาวิทยาลัยในช่วงปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม
 
แนวคิดสำคัญของมหาวิทยาลัยคือการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ทางวิชาการและมีคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางอิสลาม โดยเว็บไซต์มหาวิทยาลัยใช้ข้อความ “My University is My Paradise” เพื่อสะท้อนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดูแลทั้งการศึกษาและคุณภาพชีวิตของนักศึกษา การจัดกิจกรรมฮาลาเกาะห์อัลกุรอานและการส่งเสริมตัรบียะห์อิสลามียะห์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานักศึกษาในด้านความรู้ บุคลิกภาพ ความรับผิดชอบ และการดำเนินชีวิต
 
การเรียนรู้ด้านศาสนาอิสลามภายในมหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องกับการศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน อัสสุนนะฮ์ หลักศรัทธา กฎหมายอิสลาม และจริยธรรมอิสลาม โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจหลักการทางศาสนาอย่างเป็นระบบ และนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต การสอน การวิจัย และการทำงานร่วมกับสังคม ศาสตร์เหล่านี้ยังมีความสำคัญต่อการผลิตครูและบุคลากรทางศาสนาที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบริบทของชุมชน
 
มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีโครงสร้างการศึกษาที่ครอบคลุมคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศึกษาศาสตร์ และคณะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตามรายชื่อคณะในฐานข้อมูลหลักสูตรและระบบรับสมัครปีการศึกษา พ.ศ. 2569 โดยมีบัณฑิตวิทยาลัยและวิทยาลัยนานาชาติเป็นหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาการศึกษาระดับสูงและการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ
 
คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์เป็นหน่วยงานทางวิชาการที่มีความเชื่อมโยงกับรากฐานของมหาวิทยาลัยโดยตรง เปิดการศึกษาด้านชะรีอะฮ์ อิสลามศึกษา นิติศาสตร์ อัลกุรอานและอัสสุนนะฮ์ และอุศูลุดดีนและดะอฺวะฮ์ หลักสูตรบางสาขาจัดการศึกษาในรูปแบบนานาชาติ ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ทางศาสนาและทักษะภาษาที่ใช้ในการศึกษาตำราทางวิชาการจากต่างประเทศ
 
สาขาวิชาชะรีอะฮ์เน้นการศึกษากฎหมายอิสลามและหลักการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ขณะที่สาขาวิชาอิสลามศึกษามุ่งศึกษาองค์ความรู้ด้านศาสนาในภาพรวม ส่วนสาขาวิชาอัลกุรอานและอัสสุนนะฮ์ให้ความสำคัญกับการศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานและแบบอย่างของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด สำหรับสาขาวิชาอุศูลุดดีนและดะอฺวะฮ์เกี่ยวข้องกับหลักการศาสนาและการเผยแผ่ความรู้ทางศาสนาอย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับผู้รับสาร
 
การจัดการศึกษานิติศาสตร์ภายในคณะเดียวกับศาสตร์อิสลามช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาระบบกฎหมายไทยและเข้าใจประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม สิทธิ หน้าที่ และกระบวนการยุติธรรม ความรู้ด้านกฎหมายมีความสำคัญต่อทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน และสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาเรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม
 
คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทด้านภาษา เศรษฐศาสตร์ การบริหารจัดการ และสังคมศาสตร์ โดยมีหลักสูตรและสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายูและภาษาอินโดนีเซียเพื่อธุรกิจและการสื่อสาร การบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐศาสตร์การเงิน และการจัดการนวัตกรรมและการสร้างธุรกิจ หลักสูตรเหล่านี้สนับสนุนการพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพในองค์กรธุรกิจ หน่วยงานของรัฐ และกิจการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภูมิภาค
 
การศึกษาภาษาอาหรับมีความสำคัญต่อการเข้าถึงองค์ความรู้ทางศาสนาและวัฒนธรรมในโลกอาหรับ ตลอดจนการทำงานด้านการแปล การสื่อสาร และความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่วนการศึกษาภาษาอังกฤษมีบทบาทต่อการพัฒนาทักษะสากลและการทำงานในองค์กรที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ขณะที่ภาษามลายูและภาษาอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน การจัดการศึกษาหลายภาษาจึงเป็นหนึ่งในจุดแข็งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
 
ด้านการบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ช่วยพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร การวางแผนธุรกิจ การจัดการนวัตกรรม เศรษฐศาสตร์ และการบริหารงานภาครัฐ โดยเฉพาะการบริหารจัดการท้องถิ่นและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชน การจัดการทรัพยากร และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดการศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสาขาวิชาเทคโนโลยีและวิทยาการดิจิทัลหลักสูตรนานาชาติ และสาขาวิชาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ การใช้ข้อมูล และการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจและองค์กร ส่วนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์อาหารเข้ากับข้อกำหนดด้านคุณภาพและมาตรฐานฮาลาล
 
การศึกษาด้านผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารตามมาตรฐานฮาลาล กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัยอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ การแปรรูป และการควบคุมมาตรฐาน การจัดการศึกษาด้านนี้จึงช่วยส่งเสริมการสร้างบุคลากรที่สามารถทำงานในอุตสาหกรรมอาหารและกิจการที่เกี่ยวข้องได้
 
คณะศึกษาศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย อิสลามศึกษา ภาษาอาหรับ วิทยาศาสตร์ทั่วไป ภาษาอังกฤษ และภาษามลายูและเทคโนโลยีการศึกษา หลักสูตรเหล่านี้ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ด้านเนื้อหาวิชา ควบคู่กับความเข้าใจเรื่องหลักสูตร วิธีสอน การวัดและประเมินผล จิตวิทยาการศึกษา และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้
 
ความโดดเด่นของการศึกษาครูที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนีอยู่ที่ความเชื่อมโยงกับสังคมพหุวัฒนธรรมของภาคใต้ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษามลายู และวิชาศาสนาอิสลาม การผลิตครูที่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของผู้เรียนช่วยสนับสนุนการสื่อสารในห้องเรียนและการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น ขณะเดียวกันการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูยังช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจริงภายในสถานศึกษา
 
คณะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพปรากฏในฐานข้อมูลหลักสูตรปี พ.ศ. 2569 โดยมีหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนตะวันออก การจัดการศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพช่วยขยายขอบเขตทางวิชาการของมหาวิทยาลัยจากศาสตร์ด้านศาสนา สังคม และเทคโนโลยีไปสู่การศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพและการดูแลบุคคล การศึกษาด้านนี้เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านสุขภาพตามขอบเขตของหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจัดการศึกษา
 
มหาวิทยาลัยมีบัณฑิตวิทยาลัยทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยเปิดสอนในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิสลามศึกษา ภาษาและวรรณคดีอาหรับ รัฐศาสตร์ การบริหารการศึกษา วิทยาการทางการศึกษาและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และการสอนภาษาอังกฤษ รวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีบทบาทในการพัฒนานักวิจัย นักวิชาการ ครู และผู้บริหารที่ต้องการศึกษาองค์ความรู้เฉพาะทางในระดับสูง
 
วิทยาลัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีที่ตั้งในพื้นที่บ้านปารามีแต ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โดยมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะภาษา รวมถึงการเชื่อมโยงผู้เรียนกับองค์ความรู้จากต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่การศึกษาที่จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานีช่วยสะท้อนประวัติการพัฒนาสถาบันจากวิทยาลัยอิสลามยะลาสู่มหาวิทยาลัยฟาฏอนีในปัจจุบัน
 
ด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมีหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยและบริการวิชาการซึ่งมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และเชื่อมโยงการศึกษากับความต้องการของชุมชน การศึกษาด้านอิสลามศึกษา ภาษา สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์มีโอกาสนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาสังคม การบริหารจัดการชุมชน การศึกษา และเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงการผลิตงานวิจัยที่สร้างความเข้าใจต่อสังคมและวัฒนธรรมของจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
มหาวิทยาลัยฟาฏอนียังมีระบบสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและสำนักวิทยบริการ ซึ่งให้บริการทรัพยากรสารสนเทศทั้งรูปแบบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล การเข้าถึงฐานข้อมูลและระบบออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถศึกษาค้นคว้า แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และใช้บริการด้านวิชาการได้สะดวกขึ้น การพัฒนาระบบดิจิทัลมีความสำคัญต่อสถาบันที่เปิดรับนักศึกษาจากหลายพื้นที่และมีหลักสูตรนานาชาติในหลายสาขา
 
สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของสถาบัน ให้บริการหนังสือ ทรัพยากรสารสนเทศ ระบบยืมคืน และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการใช้ห้องสมุด โดยในปี พ.ศ. 2569 สำนักวิทยบริการได้จัดกิจกรรมเปิดโลกการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาใหม่ เพื่อแนะนำการใช้ทรัพยากรห้องสมุดและบริการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การจัดกิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาใหม่เข้าใจวิธีค้นคว้าข้อมูลและใช้แหล่งเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีเวลาให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.30 – 16.00 น. โดยปิดให้บริการวันศุกร์ ตารางดังกล่าวแตกต่างจากเวลาให้บริการของสำนักงานรับสมัครและบางหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนใช้ห้องสมุดหรือเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้โดยเฉพาะ
 
ภายในมหาวิทยาลัยยังมีอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม พื้นที่ทำงานร่วมกัน ศูนย์กิจกรรม และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับสนับสนุนการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ช่วยพัฒนาทั้งความรู้และคุณภาพชีวิตนักศึกษา อาคารและสถานที่สำคัญที่ใช้จัดกิจกรรมทางวิชาการ ได้แก่ อาคารคณะศึกษาศาสตร์ อาคารบัณฑิตวิทยาลัย อาคารคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ และอาคารซึ่งใช้สำหรับการประชุมและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
 
หอประชุมวันมูหะมัดนอร์ มะทาเป็นสถานที่สำคัญสำหรับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ใช้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร การประชุม และกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 21 สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา พ.ศ. 2568 ณ หอประชุมแห่งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวสะท้อนบทบาทของหอประชุมในฐานะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาสำคัญของนักศึกษาและศิษย์เก่า
 
มหาวิทยาลัยยังมีพื้นที่ประกอบศาสนกิจและมัสยิดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตตามแนวทางอิสลาม พื้นที่เหล่านี้มีบทบาทในการประกอบละหมาดและกิจกรรมทางศาสนา ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาและบุคลากร การมีสถานที่ประกอบศาสนกิจภายในมหาวิทยาลัยช่วยให้การเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันสัมพันธ์กับหลักปฏิบัติทางศาสนาได้อย่างเหมาะสม
 
วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีให้ความสำคัญกับการอ่านและศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน การปลูกฝังจริยธรรม และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครูอาจารย์ โดยกิจกรรมฮาลาเกาะห์อัลกุรอานเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ผ่านการรวมกลุ่มเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความเข้าใจในหลักศาสนา การเรียนรู้ลักษณะนี้มีบทบาทต่อการพัฒนาด้านความคิด การฝึกวินัย และความรับผิดชอบต่อตนเอง
 
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ได้จัดกิจกรรมมัจลิสคอตัมอัลกุรอาน ซึ่งเป็นกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการอ่านและศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน โดยมีคณาจารย์และผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้และรับข้อคิดทางศาสนา กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนการให้ความสำคัญกับการศึกษาศาสนาในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการเรียนรู้ทางวิชาการในศาสตร์ต่าง ๆ
 
กิจกรรมทางศาสนายังสัมพันธ์กับเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการถือศีลอดและการทบทวนตนเองของชาวมุสลิม ปฏิทินการศึกษาของมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2569 มีการกำหนดกิจกรรมมาอัลกุรอานและกิจกรรมเอียะติ๊กาฟในช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยกิจกรรมเอียะติ๊กาฟเกี่ยวข้องกับการอุทิศเวลาเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจและการใคร่ครวญทางจิตใจ การจัดกิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงปฏิทินการศึกษากับวิถีชีวิตทางศาสนาของนักศึกษา
 
อีกกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญคือการจัดงานด้านวิชาชีพครู โดยคณะศึกษาศาสตร์มีประวัติการจัดกิจกรรมวันครูหรือ Muallim Day เพื่อแสดงความสำคัญของบทบาทครูและการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้ในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569 คณะศึกษาศาสตร์ยังจัดกิจกรรม EDU FTU Open House เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับคณะและแนวทางการศึกษาต่อภายในมหาวิทยาลัย
 
พิธีประสาทปริญญาบัตรเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย เพราะเป็นโอกาสในการแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาและสะท้อนความสำเร็จของการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาตนเอง การจัดพิธีระดับมหาวิทยาลัยยังเป็นพื้นที่พบปะระหว่างคณาจารย์ บัณฑิต ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า ตลอดจนเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของสถาบันกับหน่วยงานและชุมชนภายนอก
 
ในด้านการพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรม การใช้ชีวิตร่วมกัน การเรียนรู้ความรับผิดชอบ และการบริการสังคม การมีนักศึกษาจากหลายพื้นที่และนักศึกษานานาชาติช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางภาษาและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ภาษาอาหรับ ภาษามลายู และภาษาอังกฤษในกิจกรรมทางวิชาการและการสื่อสารตามบริบทของหลักสูตร
 
มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีบทบาทต่อการพัฒนาชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านการจัดการศึกษา การผลิตครู การวิจัย และการบริการวิชาการ การพัฒนาบุคลากรด้านศาสนาและการศึกษามีความสำคัญต่อโรงเรียนและสถาบันการเรียนรู้ของชุมชน ส่วนการพัฒนาความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ การบริหารท้องถิ่น เทคโนโลยี และอาหารฮาลาลสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการและองค์กรที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการทำงาน
 
การเชื่อมโยงกับต่างประเทศเป็นอีกส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากสถาบันมีประวัติความร่วมมือกับองค์กรและสถาบันการศึกษาในโลกมุสลิม รวมถึงเครือข่ายการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน การเปิดหลักสูตรนานาชาติและการพัฒนาทักษะภาษาเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนสามารถศึกษาต่อ ทำงานวิจัย และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้คนจากต่างประเทศได้
 
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีความน่าสนใจในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกของประเทศไทย ผู้สนใจสามารถศึกษาประวัติการก่อตั้งจากวิทยาลัยอิสลามยะลา พัฒนาการของพื้นที่การศึกษาระหว่างจังหวัดยะลาและปัตตานี และบทบาทของการศึกษาด้านอิสลามในสังคมร่วมสมัย การเข้าชมสำนักวิทยบริการ อาคารวิชาการ หรือกิจกรรมทางศาสนาควรประสานงานกับมหาวิทยาลัยก่อนเดินทาง โดยเคารพข้อกำหนดด้านการแต่งกายและการใช้สถานที่ของแต่ละหน่วยงาน
 
ผู้ที่ต้องการติดต่อสำนักงานรับสมัครนักศึกษาสามารถดำเนินการได้ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 15.30 น. โดยติดต่อโทรศัพท์ 083-0487436 ส่วนการติดต่อมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปสามารถใช้หมายเลข 073-418613 การแยกเวลาติดต่อสำนักงานรับสมัครออกจากเวลาเปิดปิดพื้นที่ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีห้องเรียน ห้องสมุด กิจกรรมศาสนา และหน่วยงานอื่นซึ่งอาจมีตารางการดำเนินงานต่างกัน
 
การเดินทาง มหาวิทยาลัยฟาฏอนีตั้งอยู่เลขที่ 135/8 หมู่ 3 บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 94160 ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนสายหลักเข้าสู่อำเภอยะรัง แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลเขาตูมและบ้านโสร่ง โดยค้นหาชื่อมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในระบบนำทางเพื่อระบุตำแหน่งวิทยาเขตจังหวัดปัตตานีให้ถูกต้อง ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองปัตตานีสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ ส่วนผู้เดินทางจากจังหวัดยะลาสามารถใช้เส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานีมายังอำเภอยะรังได้
 
สำหรับผู้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ควรตรวจสอบเส้นทางรถโดยสารและจุดต่อรถเข้าสู่พื้นที่บ้านโสร่งล่วงหน้า เนื่องจากมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในอำเภอยะรังซึ่งอยู่นอกเขตใจกลางเมืองปัตตานี ผู้ที่เดินทางโดยรถไฟสามารถใช้สถานีรถไฟในพื้นที่จังหวัดปัตตานีหรือจังหวัดยะลาแล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์ตามเส้นทางที่เหมาะสม การตรวจสอบจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนี จังหวัดปัตตานีมีความสำคัญ เนื่องจากมหาวิทยาลัยยังมีหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดยะลา
 
ผู้ที่มาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสามารถจัดเวลาเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานีได้ โดยเฉพาะเมืองโบราณยะรัง ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของชุมชนในยุคต้นของคาบสมุทรมลายู รวมถึงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และศาสนาในจังหวัด เช่น มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี มัสยิดกรือเซะ และวัดช้างให้ การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้เดินทางได้เรียนรู้ความหลากหลายทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมของภูมิภาคอย่างรอบด้าน
 
จากการรวมตัวของนักวิชาการมุสลิมเพื่อสร้างสถาบันอุดมศึกษาในทศวรรษ 2520 สู่การจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามยะลาในปี พ.ศ. 2541 การเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2550 และการใช้ชื่อมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในปี พ.ศ. 2556 สถาบันแห่งนี้ได้พัฒนาการจัดการศึกษาที่มีอัตลักษณ์เฉพาะและตอบสนองความต้องการของสังคมในหลายมิติ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังคงมีบทบาทในการสร้างบัณฑิตด้านอิสลามศึกษา กฎหมาย ภาษา การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์ร่วมสมัย พร้อมทั้งพัฒนางานวิจัยและความสัมพันธ์กับชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยฟาฏอนีจึงเป็นสถาบันที่มีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์การศึกษา การสืบทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์บนพื้นฐานความรู้คู่คุณธรรม
 
ตารางสรุปข้อมูลมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
ชื่อภาษาอังกฤษFatoni University (FTU)
ประเภทมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกของประเทศไทย
ที่ตั้งหลักบ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
ที่อยู่135/8 หมู่ 3 บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 94160
สถานที่การศึกษาอีกแห่งพื้นที่บ้านปารามีแต ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่เดิมของวิทยาลัยอิสลามยะลาและวิทยาลัยนานาชาติ
ชื่อเดิม1. วิทยาลัยอิสลามยะลา
2. มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา
วันก่อตั้ง3 เมษายน พ.ศ. 2541
วันเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย14 มิถุนายน พ.ศ. 2550
วันเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนี3 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ตามประวัติสถาบัน
อายุสถาบันในปี 256928 ปีนับจากการก่อตั้ง และ 19 ปีนับจากการเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย
ผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญ1. รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา
2. นายอิสมาแอ อาลี
3. นายอับดุลฮาลีม ไซซิง
4. นายญิฮาด บูงอตาหยง
5. นายอาหมัดอูมาร์ จะปะเกีย
6. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา บุคคลสำคัญด้านสภามหาวิทยาลัยและการสนับสนุนสถาบัน
องค์กรก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้
อธิการบดีรองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา
แนวคิดการศึกษาพัฒนาความรู้ทางวิชาการควบคู่คุณธรรมและจริยธรรมอิสลาม ภายใต้แนวคิด My University is My Paradise
คณะที่ปรากฏในระบบหลักสูตรปี 25691. คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์
2. คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์
3. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. คณะศึกษาศาสตร์
5. คณะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
หน่วยงานการศึกษาอื่นบัณฑิตวิทยาลัย และวิทยาลัยนานาชาติ
ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท ปริญญาเอก และหลักสูตรประกาศนียบัตรแบบชุดวิชา
จุดเด่นทางวิชาการอิสลามศึกษา ชะรีอะฮ์ อัลกุรอานและอัสสุนนะฮ์ ภาษาอาหรับ ภาษามลายู นิติศาสตร์ การผลิตครู การบริหารท้องถิ่น วิทยาการดิจิทัล และการวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล
สถานที่สำคัญภายใน1. หอประชุมวันมูหะมัดนอร์ มะทา
2. สำนักวิทยบริการและห้องสมุดมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
3. อาคารคณะศึกษาศาสตร์
4. อาคารคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์
5. อาคารบัณฑิตวิทยาลัย
6. มัสยิดและพื้นที่ประกอบศาสนกิจ
7. ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่กิจกรรมนักศึกษา
กิจกรรมและประเพณีสำคัญ1. กิจกรรมฮาลาเกาะห์อัลกุรอาน
2. กิจกรรมมัจลิสคอตัมอัลกุรอาน
3. กิจกรรมมาอัลกุรอาน
4. กิจกรรมเอียะติ๊กาฟช่วงเดือนรอมฎอน
5. พิธีประสาทปริญญาบัตร
6. กิจกรรมวันครู Muallim Day และกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ
วันติดต่อสำนักงานรับสมัครวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี
เวลาติดต่อสำนักงานรับสมัคร08.30 – 15.30 น.
วันและเวลาห้องสมุดวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี 08.30 – 18.00 น.
วันเสาร์ 08.30 – 16.00 น.
ปิดวันศุกร์
การเยี่ยมชมและศึกษาดูงานประสานงานกับมหาวิทยาลัยล่วงหน้า โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเข้าพื้นที่ การแต่งกาย และการใช้สถานที่ประกอบศาสนกิจ
สิ่งอำนวยความสะดวกห้องสมุด ระบบสื่อสารและการเรียนรู้ดิจิทัล ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม พื้นที่กิจกรรม พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และบริการสนับสนุนนักศึกษา
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองปัตตานีหรือจังหวัดยะลาเข้าสู่อำเภอยะรัง ต่อไปยังตำบลเขาตูมและบ้านโสร่ง โดยใช้ชื่อมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในระบบนำทาง
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานีที่เดินทางเชื่อมต่อได้1. เมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง
2. ชุมชนดงต้นหยี อำเภอยะรัง
3. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี
4. มัสยิดกรือเซะ อำเภอเมืองปัตตานี
5. วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม อำเภอโคกโพธิ์
ร้านอาหารและคาเฟ่ในตำบลเขาตูมและอำเภอยะรัง1. Fatoni Cafe & Roastery ตำบลเขาตูม โทร. 061-1515710
2. ร้านริซกีซาลาเปาและก๋วยเตี๋ยวเรือ ตำบลเขาตูม โทร. 081-3683343
3. Bubble Street @FTU ตำบลเขาตูม โทร. 091-3126525
4. Lazeo Coffee ตำบลเขาตูม โทร. 098-7272713
5. ร้านน้ำชาและก๋วยเตี๋ยวกำปงกะยัง ตำบลเขาตูม โทร. 080-8899276
ที่พักในจังหวัดปัตตานีสำหรับผู้เดินทางมาติดต่อมหาวิทยาลัย1. โรงแรมเดอะวูดส์ ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี โทร. 091-4790666
2. โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี โทร. 073-335093
3. โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี โทร. 073-450570
4. Blue Lapan Inn Pattani อำเภอเมืองปัตตานี โทร. 061-2213699
5. Santisook Midtown อำเภอเมืองปัตตานี โทร. 098-7498884
โทรศัพท์มหาวิทยาลัย073-418613
โทรศัพท์สำนักงานรับสมัคร083-0487436
โทรศัพท์สำนักวิทยบริการ086-9940023
เว็บไซต์ทางการhttps://ftu.ac.th/
เว็บไซต์รับสมัครhttps://admission.ftu.ac.th/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการด้านการเรียนการสอน การรับสมัครนักศึกษา การวิจัย และกิจกรรมวิชาการในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยฟาฏอนี ปีการศึกษา 2569
 
คณะและระดับการศึกษาหลักสูตรและสาขาวิชาที่ปรากฏในข้อมูลหลักสูตรและระบบรับสมัครมหาวิทยาลัย
คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ปริญญาตรี
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชะรีอะฮฺ
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
3. นิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ (หลักสูตรนานาชาติ)
5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุศูลุดดีนและดะอฺวะฮฺ (หลักสูตรนานาชาติ)
คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริญญาตรี
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอาหรับ (หลักสูตรนานาชาติ)
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (หลักสูตรนานาชาติ)
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและภาษาอินโดนีเซียเพื่อธุรกิจและการสื่อสาร (หลักสูตรนานาชาติ)
4. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. เศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงิน
6. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมและการสร้างธุรกิจ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและวิทยาการดิจิทัล (หลักสูตรนานาชาติ)
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล
คณะศึกษาศาสตร์ปริญญาตรี
1. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
2. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
3. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอาหรับ
4. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
5. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
6. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและเทคโนโลยีการศึกษา
คณะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนตะวันออก
บัณฑิตวิทยาลัยประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
ปริญญาโท
2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอาหรับ
4. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์
5. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการทางการศึกษาและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
6. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
7. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
ปริญญาเอก
8. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษา
9. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอาหรับ
10. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการทางการศึกษาและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
11. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
วิทยาลัยนานาชาติหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะภาษานานาชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านปารามีแต ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีที่ตั้งหลักเลขที่ 135/8 หมู่ 3 บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 94160 และมีหน่วยงานการศึกษาอีกแห่งในพื้นที่ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
 
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: สำนักงานรับสมัครนักศึกษาเปิดวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 15.30 น. และปิดวันศุกร์กับวันเสาร์ ส่วนห้องสมุดและหน่วยงานอื่นมีตารางให้บริการเฉพาะ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: ได้รับอนุญาตจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2541 ในนามวิทยาลัยอิสลามยะลา เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550 และเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในปี พ.ศ. 2556
 
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยฟาฏอนี?
ตอบ: มหาวิทยาลัยเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักวิชาการมุสลิม โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา และนักวิชาการผู้ร่วมริเริ่มหลายท่าน ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้
 
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลหรือเอกชน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกของประเทศไทย
 
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: ระบบหลักสูตรและรับสมัครปี 2569 แสดงคณะ 5 คณะ ได้แก่ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศึกษาศาสตร์ และคณะการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ นอกจากนี้ยังมีบัณฑิตวิทยาลัยและวิทยาลัยนานาชาติ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีหลักสูตรนานาชาติหรือไม่?
ตอบ: มีหลักสูตรนานาชาติหลายสาขา เช่น อัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ อุศูลุดดีนและดะอฺวะฮฺ ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายูและภาษาอินโดนีเซียเพื่อธุรกิจและการสื่อสาร และเทคโนโลยีและวิทยาการดิจิทัล
 
ถาม: สมัครเรียนมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถตรวจสอบสาขาวิชาและประกาศรับสมัครผ่านเว็บไซต์ https://admission.ftu.ac.th/ หรือติดต่อสำนักงานรับสมัครนักศึกษา โทร. 083-0487436

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเอกชนกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยเอกชน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(13)
มัสยิด มัสยิด(5)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
น้ำตก น้ำตก(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(3)