หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช >อ.ปากพนัง >ต.แหลมตะลุมพุก > พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำป..
TL;DR: พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อยู่ที่เลขที่ 61/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหูส่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80140 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่เลขที่ 61/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหูส่อง อำเภอปากพนัง ภายในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานที่แห่งนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของลุ่มน้ำปากพนังอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่อดีตอันรุ่งเรืองของเมืองท่าปากพนัง ปัญหาน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำท่วม ดินเปรี้ยว ดินเค็ม การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ไปจนถึงพระราชดำริและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำให้กลับมาเป็นฐานชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจปากพนังในมิติที่ลึกกว่าการชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำหรือแวะถ่ายภาพประตูระบายน้ำ เพราะเนื้อหาภายในอธิบายว่าทำไมลุ่มน้ำปากพนังจึงเคยเป็นพื้นที่สำคัญของภาคใต้ ทำไมเมืองปากพนังเคยรุ่งเรืองจากการค้าข้าวและการคมนาคมทางน้ำ และทำไมพื้นที่เดียวกันจึงเผชิญปัญหาหนักในระยะต่อมา ทั้งการรุกตัวของน้ำเค็ม การขาดแคลนน้ำจืด การเปลี่ยนระบบคมนาคม การขยายตัวของนากุ้ง การลดลงของพื้นที่นาข้าว และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การชมพิพิธภัณฑ์จึงทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพรวมของปากพนังทั้งในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ เมืองชลประทาน เมืองเกษตรกรรม เมืองประมง และพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีแม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขาเป็นแกนกลางของการดำรงชีวิต ผู้คนในพื้นที่พึ่งพาน้ำเพื่อทำนา ทำสวน ประมง การคมนาคม และการค้าขายมาต่อเนื่องยาวนาน เมืองปากพนังในอดีตจึงเติบโตขึ้นจากความอุดมสมบูรณ์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำและความสะดวกของเส้นทางน้ำ ข้าวจากทุ่งปากพนังมีชื่อเสียงและเป็นสินค้าสำคัญที่เชื่อมเมืองปากพนังกับตลาดในประเทศและต่างประเทศ การได้เรียนรู้เรื่องนี้จากพิพิธภัณฑ์ช่วยให้เข้าใจว่าพื้นที่ลุ่มน้ำไม่ใช่เพียงภูมิประเทศ แต่เป็นระบบชีวิตที่เชื่อมโยงคน น้ำ ดิน อาชีพ และชุมชนเข้าด้วยกัน
จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น กองทัพบกเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สนองพระราชดำริและเข้ามามีบทบาทในการดำเนินงาน ประกอบกับปี พ.ศ. 2539 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี จึงมีการจัดทำโครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นราชสักการะ เป็นอาคารทรงงานเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่ และเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของลุ่มน้ำปากพนัง
อาคารพิพิธภัณฑ์ออกแบบโดยกรมศิลปากร โดยเน้นลักษณะสถาปัตยกรรมประยุกต์ของท้องถิ่นภาคใต้ หลังคาทรงปั้นหยา และจัดพื้นที่ภายในให้เหมาะกับภารกิจหลายด้าน ทั้งห้องทรงงาน ห้องส่วนพระองค์ ห้องประชุม ห้องนิทรรศการถาวร พื้นที่นิทรรศการเคลื่อนที่ และพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำอาคาร ลักษณะอาคารจึงไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติที่ออกแบบให้สอดคล้องกับงานทรงงานในพื้นที่จริง ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ของประชาชน นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้สนใจเรื่องการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอย่างครบวงจร
ภายในอาคารมีห้องทรงงานส่วนพระองค์และห้องส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และความทรงจำของโครงการ ห้องส่วนพระองค์ได้รับการตกแต่งให้มีความเหมาะสมสำหรับการพักผ่อนพระอิริยาบถเมื่อเสด็จทรงงานในพื้นที่ และมีภาพวาดฝาผนังที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ส่วนนี้ทำให้ผู้เข้าชมเห็นว่าการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังไม่ใช่โครงการบนกระดาษ แต่เป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงติดตามปัญหาและพระราชทานแนวทางแก้ไขอย่างใกล้ชิด โดยยึดชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์แบ่งเนื้อหาเป็น 6 ส่วน เรียงลำดับอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจปัญหาและแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอย่างเป็นระบบ ส่วนที่ 1 คือ ย้อนอดีตลุ่มน้ำปากพนัง หรืออดีตกาลอันรุ่งโรจน์ของเมืองปากพนัง ส่วนที่ 2 คือ สภาพปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการ ส่วนที่ 3 คือ สาเหตุของปัญหา ส่วนที่ 4 คือ พระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพื้นที่โครงการ ส่วนที่ 5 คือ แผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และส่วนที่ 6 คือ ผลสำเร็จหลังโครงการเสร็จสิ้น รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญในภาคใต้
ส่วนที่ 1 ของนิทรรศการพาผู้ชมย้อนกลับไปยังยุครุ่งเรืองของปากพนัง เมืองปากพนังในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีบทบาทในการรวบรวมและส่งออกข้าวจากพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำปากพนัง ข้าวจากพื้นที่นี้มีคุณภาพดีและเป็นสินค้าสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้เมืองปากพนังอย่างกว้างขวาง นิทรรศการนำเสนอผ่านบทบรรยาย ภาพจำลองบรรยากาศท่าเรือ เมืองท่าการค้า เรือกำปั่น และข้อมูลจากพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จตรวจมณฑลนครศรีธรรมราช การเริ่มต้นด้วยภาพอดีตอันรุ่งเรืองทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเมืองปากพนังเคยมีฐานทรัพยากรและเศรษฐกิจที่เข้มแข็งเพียงใด
ส่วนที่ 2 อธิบายสภาพปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และคมนาคมเปลี่ยนไป เมืองปากพนังที่เคยพึ่งพาการคมนาคมทางน้ำต้องปรับตัวเมื่อเส้นทางคมนาคมทางบกขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันปัญหาราคาข้าวตกต่ำ การอพยพของผู้คนขึ้นไปหักร้างถางพงในเขตเขาหลวง การทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร และการเริ่มต้นขยายตัวของการเลี้ยงกุ้งกุลาดำล้วนส่งผลต่อระบบนิเวศและระบบเศรษฐกิจของพื้นที่ นิทรรศการส่วนนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นว่าปัญหาของลุ่มน้ำปากพนังไม่ได้เกิดจากเหตุเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่สะสมต่อเนื่อง
ส่วนที่ 3 เจาะลึกสาเหตุของปัญหาในลุ่มน้ำปากพนัง โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำจืดและการรุกตัวของน้ำเค็ม ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่กระทบต่อเกษตรกรรม ประมง และชีวิตประจำวันของประชาชน พื้นที่ปากพนังมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มใกล้ทะเล จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างละเอียด หากน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามามากเกินไป นาข้าว สวน และแหล่งน้ำจืดจะได้รับผลกระทบ หากระบายน้ำไม่ทันก็เกิดน้ำท่วม หากขาดน้ำในฤดูแล้งก็ทำให้การเกษตรเสียหาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาดินเปรี้ยว ดินเค็ม น้ำเสียจากนากุ้ง ความขัดแย้งระหว่างนาข้าวกับนากุ้ง และปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน นิทรรศการใช้แผนภูมิพื้นที่ วีดิทัศน์ แสง เสียง และข้อมูลประกอบเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของปัญหาอย่างชัดเจน
ส่วนที่ 4 ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพื้นที่โครงการ เนื้อหาส่วนนี้อธิบายความห่วงใยในทุกข์สุขของพสกนิกรและพระราชดำริที่พระราชทานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายวาระ พระองค์ทรงเข้าใจว่าพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังครอบคลุมหลายจังหวัดและมีระบบน้ำที่สัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน การแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดจึงไม่เพียงพอ ต้องวางแผนพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่การกักเก็บน้ำจืด การป้องกันน้ำเค็ม การระบายน้ำ การเกษตร ป่าไม้ การใช้ที่ดิน การพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ผู้เข้าชมจะเห็นแนวคิดการพัฒนาที่มองปัญหาแบบองค์รวมและให้ความสำคัญกับภูมิประเทศจริงของพื้นที่
ส่วนที่ 5 นำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยอธิบายความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงานด้านชลประทาน การเกษตร ป่าไม้ การบริหารจัดการน้ำ และการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาส่วนนี้ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าการพัฒนาลุ่มน้ำต้องใช้ทั้งวิศวกรรม ความรู้ท้องถิ่น การบริหารจัดการ และความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการสร้างประตูระบายน้ำหรือขุดคลองเท่านั้น แต่ต้องมีระบบติดตาม การวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และการปรับให้สอดคล้องกับสภาพน้ำจริงในแต่ละช่วงเวลา
ส่วนที่ 6 แสดงผลสำเร็จหลังการดำเนินโครงการ รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญในภาคใต้ นิทรรศการส่วนนี้ทำหน้าที่สรุปให้เห็นว่าการแก้ปัญหาลุ่มน้ำปากพนังส่งผลต่อพื้นที่อย่างไร ทั้งด้านการบรรเทาปัญหาน้ำเค็ม การเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำจืด การลดความเสียหายจากน้ำท่วม การฟื้นฟูระบบเกษตร และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พื้นที่ลุ่มน้ำที่เคยเผชิญความเสื่อมโทรมจึงกลายเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงน้ำ ดิน ป่า อาชีพ ชุมชน และการบริหารจัดการรัฐเข้าด้วยกัน
ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับพิพิธภัณฑ์และโครงการลุ่มน้ำปากพนัง ชื่อ “อุทกวิภาชประสิทธิ” มีความหมายเกี่ยวกับความสามารถในการแบ่งแยกน้ำจืดและน้ำเค็มให้สำเร็จ ประตูระบายน้ำแห่งนี้ช่วยควบคุมน้ำเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้าสู่แม่น้ำปากพนังและช่วยกักเก็บน้ำจืดไว้ใช้ในพื้นที่เหนือประตูระบายน้ำ ความสำคัญของประตูน้ำจึงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่ของโครงสร้างเท่านั้น แต่เป็นหัวใจของระบบบริหารจัดการน้ำที่ส่งผลต่อชีวิตของชาวนา ชาวสวน ชาวประมง ชุมชนริมน้ำ และระบบนิเวศของลุ่มน้ำปากพนัง
การชมพิพิธภัณฑ์ร่วมกับประตูระบายน้ำทำให้เข้าใจพื้นที่ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์อธิบายปัญหาและแนวคิดการพัฒนา ส่วนพื้นที่จริงรอบประตูระบายน้ำทำให้เห็นเครื่องมือและภูมิประเทศที่ใช้จัดการน้ำ ผู้เข้าชมจึงสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากนิทรรศการกับสิ่งที่เห็นภายนอกได้ทันที เช่น แม่น้ำปากพนัง พื้นที่ลุ่ม พื้นที่เกษตร การระบายน้ำ การกักน้ำจืด และความใกล้ชิดกับทะเล การเรียนรู้ลักษณะนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงานด้านชลประทาน เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเชิงพื้นที่
พิพิธภัณฑ์ยังมีห้องประชุมอเนกประสงค์และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเคลื่อนที่ ซึ่งใช้รองรับกิจกรรมราชการ งานประชุม นิทรรศการเฉพาะกิจ และกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ การที่สถานที่แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เล่าเรื่องอดีต แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับการวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังในปัจจุบันและอนาคต
การเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ทำได้สะดวกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยใช้เส้นทางไปอำเภอปากพนัง แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลหูส่องและพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง หากเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชโดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาทีตามสภาพการจราจร เมื่อเข้าสู่พื้นที่ปากพนังให้ใช้เส้นทางไปประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิและศูนย์อำนวยการโครงการลุ่มน้ำปากพนัง พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับพื้นที่ดำเนินโครงการ เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ทัศนศึกษา หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
วันเวลาเข้าชมหลักคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และไม่เก็บค่าเข้าชม สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์โดยปกติเป็นวันหยุด แต่สามารถประสานเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ ผู้ที่เดินทางเป็นคณะควรติดต่อหมายเลข 0 7551 7933, 0 7551 7534 หรือ 0 7541 6127 ล่วงหน้า เพื่อจัดเวลาและเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม การติดต่อก่อนเดินทางมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ หรือคณะที่ต้องการใช้ห้องประชุมและศึกษาดูงานระบบบริหารจัดการน้ำ
ผู้เข้าชมทั่วไปควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงสำหรับการเดินชมนิทรรศการภายในอาคาร อ่านข้อมูลสำคัญ และชมพื้นที่รอบโครงการ หากต้องการต่อด้วยประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ปากพนังริเวอร์ฟรอนต์ บ้านรังนก แหลมตะลุมพุก หรือร้านอาหารในตัวเมืองปากพนัง ควรจัดเวลาเป็นครึ่งวันหรือเต็มวัน เพราะปากพนังมีทั้งแหล่งเรียนรู้เชิงชลประทาน วิวแม่น้ำ วิถีประมง อาหารทะเล และประวัติศาสตร์เมืองท่า การเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์จะช่วยให้การเที่ยวจุดอื่นในอำเภอปากพนังมีบริบทและความหมายมากขึ้น
บรรยากาศการชมพิพิธภัณฑ์มีลักษณะสงบและเน้นการเรียนรู้ ผู้เข้าชมควรเดินชมตามลำดับนิทรรศการตั้งแต่ส่วนอดีตของลุ่มน้ำไปจนถึงผลสำเร็จของโครงการ เพราะลำดับนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของปัญหาและการแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน การข้ามชมเฉพาะบางส่วนอาจทำให้ไม่เห็นความเชื่อมโยงของระบบน้ำและสังคมในพื้นที่ การอ่านป้ายประกอบและชมสื่อมัลติมีเดียจะช่วยให้เข้าใจว่าการพัฒนาโครงการลุ่มน้ำปากพนังเป็นงานที่อาศัยทั้งความรู้ทางวิศวกรรม ความเข้าใจภูมิประเทศ ความร่วมมือของชุมชน และพระราชดำริที่มุ่งแก้ปัญหาให้ตรงกับชีวิตจริงของประชาชน
สำหรับชาวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายแนวคิดการพัฒนาแบบไทยในบริบทของน้ำ เกษตรกรรม และชุมชนชนบทได้ชัดเจน แม้พื้นที่ปากพนังอาจไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเท่าเมืองหลัก แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงให้เห็นตัวอย่างของการจัดการลุ่มน้ำในพื้นที่ที่มีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม การเกษตร ประมง และความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำ และโครงการพระราชดำริจะได้เห็นกรณีศึกษาที่เชื่อมโยงกับชีวิตของประชาชนจริงอย่างชัดเจน
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะช่วยเติมเต็มภาพของปากพนังอย่างครบถ้วน ผู้มาเยือนจะได้เข้าใจอดีตของเมืองท่าข้าว การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ปัญหาน้ำและดิน ความสำคัญของประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และพระราชดำริที่นำไปสู่การฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำ การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่เพียงการเข้าชมอาคารพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเรียนรู้ว่าการพัฒนาพื้นที่หนึ่งต้องเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจผู้คน และออกแบบการแก้ปัญหาให้สัมพันธ์กันทั้งระบบ
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 61/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหูส่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80140 |
| ที่อยู่ | พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหูส่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80140 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติที่เล่าเรื่องลุ่มน้ำปากพนัง โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องประชุม ห้องนิทรรศการถาวร 6 ส่วน และพื้นที่เรียนรู้เรื่องการจัดการน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำท่วม ดินเปรี้ยว ดินเค็ม และคุณภาพชีวิตของประชาชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2539 เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเพื่อถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสื่อถึงบทบาทของอาคารในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง |
| ลักษณะเด่น | อาคารสถาปัตยกรรมประยุกต์ท้องถิ่นภาคใต้ หลังคาทรงปั้นหยา ออกแบบโดยกรมศิลปากร ภายในมีห้องทรงงาน ห้องส่วนพระองค์ ห้องประชุมอเนกประสงค์ และนิทรรศการที่อธิบายวิวัฒนาการของลุ่มน้ำปากพนังอย่างเป็นลำดับ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชใช้เส้นทางไปอำเภอปากพนัง มุ่งหน้าไปตำบลหูส่องและพื้นที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ พิพิธภัณฑ์อยู่ในบริเวณศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ทัศนศึกษา หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการและยังใช้งานเป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ประชุม และพื้นที่ประสานงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ – วันศุกร์ หยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่สามารถประสานเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องส่วนพระองค์ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ห้องนิทรรศการถาวร พื้นที่นิทรรศการเคลื่อนที่ พื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำอาคาร และพื้นที่โดยรอบโครงการลุ่มน้ำปากพนัง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ห้องทรงงานส่วนพระองค์ 2. ห้องส่วนพระองค์ 3. ห้องประชุมอเนกประสงค์ 4. พื้นที่นิทรรศการเคลื่อนที่ 5. พื้นที่ทำงานเจ้าหน้าที่ประจำอาคาร 6. นิทรรศการส่วนที่ 1 ย้อนอดีตลุ่มน้ำปากพนัง / อดีตกาลอันรุ่งโรจน์เมืองปากพนัง 7. นิทรรศการส่วนที่ 2 สภาพปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการ 8. นิทรรศการส่วนที่ 3 สาเหตุของปัญหา เช่น น้ำจืดขาดแคลน น้ำเค็มรุกล้ำ ดินเปรี้ยว ดินเค็ม และอุทกภัย 9. นิทรรศการส่วนที่ 4 พระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพื้นที่โครงการ 10. นิทรรศการส่วนที่ 5 แผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 11. นิทรรศการส่วนที่ 6 ผลสำเร็จหลังโครงการเสร็จสิ้นและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญในภาคใต้ |
| ผู้ดูแล | ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 7551 7933, 0 7551 7534, 0 7541 6127 |
| โทรสาร | 0 7541 6128 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ประมาณ 500 ม. 2. ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ประมาณ 500 ม. 3. ปากพนังริเวอร์ฟรอนต์ ประมาณ 8 กม. 4. ตลาดน้ำปากพนัง / ย่านเมืองเก่าปากพนัง ประมาณ 8 กม. 5. บ้านรังนกปากพนัง ประมาณ 8 กม. 6. สะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ประมาณ 9 กม. 7. แหลมตะลุมพุก ประมาณ 24 กม. 8. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวเมืองนังซีฟู๊ด โรงแรมปากพนัง ประมาณ 8 กม. โทร. 075-517016 2. ร้านสตางค์ ปากพนัง ประมาณ 8 กม. โทร. 075-518-250 3. ร้านใส่ใจ @ ปากพนัง ประมาณ 8 กม. โทร. 097-354-8965, 081-535-8490 4. ร้านอาหารชาวเลโฮมสเตย์ @ ปากพนัง ประมาณ 11 กม. โทร. 089-813-1032 5. ชาวเลโฮมสเตย์ @ ปากพนัง โซนคาเฟ่ ประมาณ 11 กม. โทร. 075-518-789, 080-596-8189 6. ร้านเลอชา ชาชัก ปากพนัง ประมาณ 8 กม. โทร. 089-673-6026 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ปากพนัง วิลเลจ ประมาณ 10 กม. โทร. 095-246-8222 2. ชาวเลโฮมสเตย์ @ ปากพนัง ประมาณ 11 กม. โทร. 075-518-789, 080-596-8189 3. บ้านอากง โฮมสเตย์ ปากพนัง ประมาณ 11 กม. โทร. 095-165-1495 4. โอลิเวียรีสอร์ท ปากพนังฝั่งตะวันตก ประมาณ 10 กม. โทร. 075-370-869 5. หอพักปากพนัง ใกล้วัดบางทวด ประมาณ 11 กม. โทร. 089-699-9976 6. The Plug Hotel @ i-Biz Avenue อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 35 กม. โทร. 061-623-6555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 61/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหูส่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80140 ภายในพื้นที่ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ถาม: พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และหยุดวันเสาร์กับวันอาทิตย์ แต่สามารถประสานเข้าชมเป็นหมู่คณะได้
ถาม: พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมเวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้นิทรรศการถาวรเกี่ยวกับลุ่มน้ำปากพนังได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องส่วนพระองค์ ห้องประชุมอเนกประสงค์ และนิทรรศการถาวร 6 ส่วนที่เล่าเรื่องอดีตเมืองปากพนัง สภาพปัญหาลุ่มน้ำ สาเหตุของปัญหา พระมหากรุณาธิคุณ แผนการดำเนินงาน และผลสำเร็จของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑ์นานแค่ไหน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงสำหรับชมนิทรรศการภายในอาคาร และควรเผื่อเวลาครึ่งวันหากต้องการชมประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิหรือเที่ยวตัวเมืองปากพนังต่อ
ถาม: ถ้ามาเป็นหมู่คณะต้องติดต่ออย่างไร?
ตอบ: สามารถติดต่อพิพิธภัณฑ์ได้ที่หมายเลข 0 7551 7933, 0 7551 7534 หรือ 0 7541 6127 และควรประสานล่วงหน้าเพื่อจัดเวลาเข้าชมและเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ปากพนังริเวอร์ฟรอนต์ ตลาดน้ำปากพนัง บ้านรังนกปากพนัง สะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง แหลมตะลุมพุก และวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้ตามเส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำปากพนังและเมืองนครศรีธรรมราช
โทร : 075517933, 075517534
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




