หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ >อ.เมือง >ต.กระบี่น้อย > อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา
TL;DR: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อยู่ที่ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 - 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม มีเนื้อที่ประมาณ 31,325 ไร่ โดดเด่นด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้น น้ำตก ถ้ำ ลำธาร จุดชมวิว และยอดเขาพนมเบญจาซึ่งสูงประมาณ 1,397 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดกระบี่ ภายในมีแหล่งท่องเที่ยวเด่นอย่างน้ำตกห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเค เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ้ำเขาผึ้ง ลานกางเต็นท์ และเส้นทางเดินป่าระยะไกลสู่ยอดเขาพนมเบญจา โดยบริเวณที่ทำการอุทยานและน้ำตกเปิดให้เที่ยวตามเวลาปกติ ส่วนเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจาเป็นเส้นทางตามฤดูกาลที่ต้องตรวจสอบประกาศและขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางทุกครั้ง
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ตั้งอยู่เลขที่ 170 หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เป็นผืนป่าเขาขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดกระบี่ เพราะเป็นแหล่งต้นน้ำของลำคลองหลายสาย เป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า เป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ของป่าดิบชื้นภาคใต้ และเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นกระบี่ในมุมภูเขา ป่า น้ำตก และทะเลหมอก อุทยานแห่งนี้แตกต่างจากภาพจำของกระบี่ที่มักผูกกับทะเล เกาะ และหาดทราย เพราะเขาพนมเบญจาแสดงให้เห็นว่ากระบี่มีทรัพยากรธรรมชาติทางบกที่สมบูรณ์และมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพื้นที่ชายฝั่ง
พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาครอบคลุมอำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม มีแนวเทือกเขาทอดตัวในแนวเหนือจรดใต้ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงซับซ้อน สลับกับลำธาร หุบเขา น้ำตก ถ้ำ หน้าผา และป่าดงดิบที่มีความชื้นสูง พื้นที่หลายช่วงมีไอหมอกปกคลุมในตอนเช้าและหลังฝนตก ทำให้บรรยากาศเย็น ร่มครึ้ม และเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างแท้จริง จุดสูงสุดคือยอดเขาพนมเบญจา ซึ่งสูงประมาณ 1,397 เมตรจากระดับน้ำทะเล และถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดกระบี่
ความสำคัญของเขาพนมเบญจาไม่ได้อยู่ที่ความสูงของยอดเขาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นผืนป่าต้นน้ำของเมืองกระบี่ สายน้ำที่เกิดจากป่าเขาในพื้นที่นี้ไหลลงสู่คลองกระบี่ใหญ่ คลองโตน และลำห้วยหลายสาย ก่อนหล่อเลี้ยงชุมชน เกษตรกรรม และระบบนิเวศปลายน้ำ บทบาทเช่นนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนกระบี่โดยตรง
ในอดีตพื้นที่ป่าเขาพนมเบญจาได้รับการสำรวจและเสนอให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อรักษาสภาพป่า ทิวทัศน์ น้ำตก และความหลากหลายทางธรรมชาติของเทือกเขา ต่อมาจึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ทำให้พื้นที่ป่าผืนนี้ได้รับการดูแลภายใต้ระบบอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ การจัดการพื้นที่จึงมีทั้งภารกิจด้านการอนุรักษ์ การลาดตระเวน การป้องกันไฟป่า การดูแลนักท่องเที่ยว การบริการด้านข้อมูล และการควบคุมกิจกรรมที่อาจกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
สภาพป่าของอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาระดับต่ำถึงระดับสูง มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เฟิร์น มอส กล้วยไม้ป่า หวาย ไผ่ ปาล์มป่า และพืชพื้นล่างหลากชนิด ป่าบางช่วงมีความชื้นสูงตลอดปี บางช่วงเป็นป่าโปร่งริมลำธาร และบางช่วงเป็นทางขึ้นเขาที่ร่มครึ้มด้วยเรือนยอดไม้ พรรณไม้เหล่านี้ช่วยรักษาหน้าดิน ลดการพังทลาย กักเก็บน้ำ และสร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์ป่าจำนวนมาก
สัตว์ป่าที่มีรายงานในพื้นที่เขาพนมเบญจามีหลายกลุ่ม ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และแมลงป่า เช่น สมเสร็จ เลียงผา หมีควาย เสือปลา และสัตว์ป่าขนาดเล็กอีกหลายชนิด แม้นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจไม่ได้พบสัตว์ใหญ่โดยง่าย แต่การมีสัตว์เหล่านี้สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าได้ดี นอกจากนี้พื้นที่อุทยานยังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียง เพราะมีนกมากกว่า 218 ชนิด เช่น นกอินทรี นกเงือก นกหัวขวาน และนกป่าภาคใต้ชนิดอื่น ๆ เหมาะสำหรับนักดูนกและผู้ที่สนใจความหลากหลายทางชีวภาพ
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจของอุทยานคือ น้ำตกห้วยโต้ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาพนมเบญจา มีทั้งหมด 11 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะต่างกัน ทั้งหน้าผาสูง แอ่งน้ำ ลานหิน และทางน้ำไหลผ่านป่าร่มครึ้ม ชื่อชั้นน้ำตกที่มักถูกกล่าวถึง เช่น วังสามหาบ วังชก วังจงลอย วังดอยปรง วังเทวดา และวังโตนพริ้ว บางชั้นมีความสูงประมาณ 70 - 80 เมตร และมีแอ่งน้ำเหมาะสำหรับพักผ่อนหรือเล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัยและอนุญาตให้ใช้ได้
น้ำตกห้วยโต้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าถึงธรรมชาติได้ไม่ยาก เพราะอยู่ไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและพื้นที่จอดรถ เส้นทางช่วงล่างเดินได้สะดวกกว่าการเดินป่าระยะไกล แต่ยังคงให้บรรยากาศป่าดิบชื้นที่ชัดเจน เสียงน้ำตก ความเย็นจากละอองน้ำ ร่มเงาของต้นไม้ และหินขนาดใหญ่ริมลำธารทำให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของคนกระบี่และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลมาสู่ป่าเขา
น้ำตกห้วยโต้มีน้ำไหลตลอดปี แต่ปริมาณน้ำและความแรงของสายน้ำเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงฝนตกต่อเนื่องน้ำจะมาก สายน้ำสวยและป่าชุ่มชื้น แต่ทางเดินอาจลื่นและต้องระวังน้ำป่า ส่วนช่วงแล้งปริมาณน้ำอาจลดลง แต่ยังเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและพักผ่อนในพื้นที่อุทยาน นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ลงเล่นน้ำในจุดอันตราย ไม่ปีนหน้าผาน้ำตก และไม่ขึ้นไปยังชั้นสูงโดยไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีเจ้าหน้าที่แนะนำ
อีกจุดสำคัญคือ น้ำตกห้วยสะเค อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 1.2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกจากหน้าผาสูง มี 3 ชั้น และมีแอ่งน้ำใสสะอาด สายน้ำของน้ำตกสายนี้ไหลไปรวมกับคลองโตน ก่อนลงสู่คลองกระบี่ใหญ่ น้ำตกห้วยสะเคให้บรรยากาศสงบกว่าน้ำตกห้วยโต้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินต่อเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติอีกเล็กน้อยและสนใจเส้นทางที่ให้ความรู้สึกเป็นป่ามากขึ้น การเที่ยวบริเวณนี้ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียกและปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยของอุทยาน
ภายในอุทยานยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ป่าแบบไม่ต้องเดินขึ้นยอดเขา เส้นทางเหล่านี้ผ่านป่าดิบชื้น พรรณไม้ขนาดใหญ่ สมุนไพรป่า ลำห้วย และจุดสังเกตธรรมชาติหลายแบบ บางเส้นทางสามารถเดินต่อไปยังน้ำตกห้วยโต้หรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักดูนก นักถ่ายภาพธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการเดินป่าระยะสั้นเพื่อสัมผัสป่าโดยไม่ต้องใช้เวลาหลายวัน
จุดท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจคือ ถ้ำเขาผึ้ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานและมีหินงอกหินย้อยสวยงาม บริเวณรอบถ้ำมีป่าและภูมิประเทศหินปูนที่ช่วยเสริมความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวภายในเขาพนมเบญจา ถ้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าน้ำตก เพราะสภาพพื้นอาจลื่น มืด และมีส่วนที่เปราะบาง นักท่องเที่ยวควรเข้าชมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย และไม่ขีดเขียนหรือทำลายผนังถ้ำ
กิจกรรมที่ท้าทายที่สุดของอุทยานคือการเดินป่าขึ้น ยอดเขาพนมเบญจา ซึ่งเป็นเป้าหมายของนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสยอดเขาสูงที่สุดของกระบี่ เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวทั่วไปแบบเดินเล่น เพราะต้องใช้เวลา ความแข็งแรง การเตรียมอุปกรณ์ และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ การขึ้นยอดเขาพนมเบญจาเปิดเฉพาะช่วงที่อุทยานอนุญาต และมีช่วงปิดฟื้นฟูหรือปิดเพื่อความปลอดภัยตามฤดูกาล โดยเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจาเป็นเส้นทางที่ต้องสอบถามสถานะล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ
เส้นทางเดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจามี 2 แนวทางหลักตามข้อมูลดั้งเดิม เส้นทางแรกเริ่มจากบริเวณน้ำตกห้วยโต้ ใช้เวลาประมาณ 4 วัน 3 คืน นักเดินป่าต้องผ่านชั้นน้ำตก เดินต่อไปตามลำธาร เลี้ยวซ้ายบริเวณต้นยางใหญ่ พักค้างคืนที่เขาลูกช้าง เดินต่อไปยังควนน้ำค้าง พักค้างอีกคืน แล้วเดินต่อจนถึงเชิงเขาพนม ก่อนขึ้นยอดเขาและพักบนยอดอีก 1 คืน เส้นทางนี้ให้ประสบการณ์ป่าดิบชื้น ลำธาร น้ำตก และสันเขาอย่างครบถ้วน แต่เหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมและเดินร่วมกับเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
เส้นทางที่สองเริ่มจากการเดินทางโดยรถยนต์ไปยังฐานปฏิบัติการบางสร้าน ระยะทางจากที่ทำการอุทยานประมาณ 60 กิโลเมตร จากนั้นเดินจากฐานปฏิบัติการขึ้นสู่ยอดเขาพนมเบญจา ใช้เวลารวมประมาณ 3 วัน 2 คืน โดยพักค้างบนยอดเขา 1 คืน แล้วเดินลงมาพักที่ควนน้ำค้างอีก 1 คืน ก่อนลงมายังที่ทำการอุทยานในวันถัดไป เส้นทางนี้ใช้เวลาน้อยกว่าเส้นทางแรก แต่ยังต้องใช้ความพร้อมทางร่างกาย การวางแผนอุปกรณ์ และการประสานงานกับอุทยานอย่างเป็นระบบ
จุดเด่นของการเดินป่าระยะไกลสู่ยอดเขาพนมเบญจาคือการได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของป่าตามระดับความสูง ได้พบลำธาร น้ำตก ถ้ำ เพิงผา พรรณไม้ สัตว์ป่า ร่องรอยสัตว์ ทะเลหมอก และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองกระบี่และภูมิประเทศโดยรอบได้ในวันที่อากาศเปิด อากาศบนยอดเขาเย็นสบายกว่าพื้นราบ โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน จึงเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวกระบี่ในรูปแบบชายทะเลอย่างสิ้นเชิง
สถานะปัจจุบันของอุทยานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือพื้นที่ท่องเที่ยวหลักบริเวณที่ทำการอุทยาน น้ำตกห้วยโต้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเปิดให้เข้าชมตามเวลาปกติเมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราวจากสภาพอากาศหรือน้ำป่า ส่วนที่สองคือเส้นทางเดินป่าระยะไกลและเส้นทางยอดเขาพนมเบญจา ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบควบคุมตามฤดูกาล ในปี 2569 เส้นทางเดินขึ้นเขาพนมเบญจาอยู่ในรายการปิดการท่องเที่ยวและพักแรมตามประกาศฤดูกาลระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและลดความเสี่ยงในช่วงฝน ดังนั้นผู้ที่ต้องการเดินป่าระยะไกลต้องสอบถามอุทยานก่อนทุกครั้ง
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาจากตัวเมืองกระบี่ทำได้สะดวก โดยจากอำเภอเมืองกระบี่ไปยังสามแยกบ้านตลาดเก่า จากนั้นใช้ถนนศรีตรังหรือเส้นทางตลาดเก่า-บ้านห้วยโต้ ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยาน หากนับจากตัวเมืองกระบี่ ระยะทางรวมประมาณ 20 - 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 30 - 45 นาทีตามสภาพจราจร เส้นทางเป็นถนนลาดยาง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือการเหมารถจากตัวเมืองกระบี่
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้รถสองแถวหรือรถโดยสารท้องถิ่นจากบริเวณตลาดเก่าไปยังน้ำตกห้วยโต้ได้ แต่รอบรถอาจไม่ถี่เท่าพื้นที่ท่องเที่ยวหลักริมทะเล จึงควรตรวจสอบเวลารถล่วงหน้า หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือมีเวลาจำกัด การเช่ารถหรือเหมารถจะสะดวกกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวร่วมกับวัดถ้ำเสือ เขาขนาบน้ำ ตัวเมืองกระบี่ หรือแหล่งธรรมชาติอื่นในเส้นทางเดียวกัน
ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาใช้อัตรากลุ่มอุทยานแห่งชาติที่กำหนดโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คือคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่าธรรมเนียมนี้เป็นค่าเข้าพื้นที่อุทยาน ไม่รวมค่าบริการอื่น เช่น ค่าพักแรม ค่ากางเต็นท์ ค่าเช่าอุปกรณ์ หรือค่าบริการเจ้าหน้าที่นำทางสำหรับเส้นทางเดินป่าระยะไกล ผู้เดินทางควรเตรียมเงินสดและบัตรประจำตัวไว้ให้พร้อม
อุทยานมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ลานจอดรถ ร้านค้าสวัสดิการ พื้นที่พักผ่อน ลานกางเต็นท์ บ้านพักหรือที่พักของอุทยานตามจำนวนที่เปิดให้บริการ และเส้นทางเดินไปยังน้ำตกหลัก บริเวณน้ำตกห้วยโต้เข้าถึงได้ง่ายกว่าส่วนอื่น จึงเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวัน ส่วนผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรจองที่พักผ่านระบบของกรมอุทยานแห่งชาติหรือติดต่อที่ทำการอุทยานโดยตรง เพราะจำนวนบ้านพัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ขึ้นอยู่กับการเปิดให้บริการในแต่ละช่วง
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถมาเดินชมศูนย์บริการและน้ำตกห้วยโต้ได้ นักถ่ายภาพสามารถเลือกช่วงเช้าหรือหลังฝนเพื่อเก็บภาพหมอก น้ำตก และป่าชุ่มชื้น นักดูนกสามารถเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติในช่วงเช้า นักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นห้องเรียนเรื่องป่าดิบชื้นและแหล่งต้นน้ำ ส่วนสายเดินป่าจริงจังสามารถวางแผนขึ้นยอดเขาพนมเบญจาในช่วงที่เส้นทางเปิดและมีเจ้าหน้าที่อนุญาต
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวเขาพนมเบญจาขึ้นอยู่กับกิจกรรม หากต้องการเล่นน้ำตกและเห็นสายน้ำสวย ช่วงหลังฝนหรือช่วงฤดูฝนที่ฝนไม่ตกหนักต่อเนื่องจะให้บรรยากาศป่าชุ่มชื้นและน้ำตกมีน้ำมาก แต่ต้องระวังน้ำป่าและพื้นลื่น หากต้องการเดินป่าระยะไกล ควรเลือกช่วงที่อุทยานเปิดเส้นทางและอากาศมีความปลอดภัยกว่า โดยหลีกเลี่ยงช่วงปิดฟื้นฟูตามประกาศ ส่วนการเที่ยวแบบครึ่งวันบริเวณน้ำตกห้วยโต้สามารถวางแผนได้ตลอดปีเมื่อพื้นที่เปิดตามปกติ
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานคือไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะที่รบกวนผู้อื่น ไม่ลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยง ไม่เดินออกนอกเส้นทาง ไม่ขึ้นเส้นทางป่าระยะไกลโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงฝนตก น้ำหลาก หรือมีประกาศเตือนด้านความปลอดภัย การท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติต้องให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมชาติมากกว่าการใช้พื้นที่เพียงเพื่อความสนุกระยะสั้น
หากต้องการจัดทริปแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากตัวเมืองกระบี่ในช่วงเช้า เดินทางไปยังอุทยาน แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินชมน้ำตกห้วยโต้ พักผ่อนริมลำธาร แล้วกลับตัวเมืองกระบี่เพื่อรับประทานอาหารหรือเที่ยวเขาขนาบน้ำ หากมีเวลามากขึ้น สามารถเพิ่มน้ำตกห้วยสะเค เส้นทางศึกษาธรรมชาติ หรือแวะวัดถ้ำเสือในวันเดียวกัน สำหรับผู้ที่ต้องการค้างคืน ควรวางแผนลานกางเต็นท์หรือที่พักใกล้อุทยาน แล้วใช้ช่วงเช้าเดินชมป่า ดูนก และถ่ายภาพน้ำตกก่อนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามา
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา กระบี่ เป็นแหล่งธรรมชาติที่ครบทั้งภูเขาสูง ป่าดิบชื้น น้ำตก ลำธาร ถ้ำ สัตว์ป่า นก และเส้นทางเดินป่าระยะไกล เป็นสถานที่ที่ช่วยเติมภาพกระบี่ให้สมบูรณ์กว่าการเที่ยวทะเลเพียงอย่างเดียว น้ำตกห้วยโต้เหมาะกับการเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำในจุดปลอดภัย น้ำตกห้วยสะเคเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสงบมากขึ้น ส่วนยอดเขาพนมเบญจาเหมาะกับนักเดินป่าที่เตรียมตัวจริงจัง เมื่อวางแผนเดินทางตามฤดูกาล ตรวจสอบประกาศอุทยาน และเคารพกฎการอนุรักษ์ ที่นี่จะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ธรรมชาติทางบกที่ดีที่สุดของจังหวัดกระบี่
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา |
| ที่ตั้ง | ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม |
| ที่อยู่ | 170 หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000 |
| พิกัด | ประมาณ 8.2400, 98.9000 บริเวณที่ทำการอุทยานและน้ำตกห้วยโต้ |
| พื้นที่ | ประมาณ 31,325 ไร่ |
| ไฮไลต์ | อุทยานแห่งชาติทางบกสำคัญของกระบี่ ยอดเขาพนมเบญจาสูงประมาณ 1,397 เมตร น้ำตกห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเค ป่าดิบชื้น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดูนก ถ้ำ ลานกางเต็นท์ และเส้นทางเดินป่าระยะไกล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ผืนป่าเขาพนมเบญจา น้ำตก ลำธาร ถ้ำ สัตว์ป่า และแหล่งต้นน้ำสำคัญของจังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบทบาทด้านการอนุรักษ์ป่าดิบชื้นภาคใต้และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ |
| ลักษณะเด่นทางธรรมชาติ | เทือกเขาสูงแนวเหนือจรดใต้ ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ลำธาร น้ำตก ถ้ำ เพิงผา ทะเลหมอก จุดชมวิว และสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงนกมากกว่า 218 ชนิด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกระบี่ไปยังสามแยกบ้านตลาดเก่า ใช้ถนนศรีตรังหรือเส้นทางตลาดเก่า-บ้านห้วยโต้ ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถสองแถวท้องถิ่นจากตลาดเก่าไปน้ำตกห้วยโต้ |
| ระยะทางจากตัวเมืองกระบี่ | ประมาณ 20 - 25 กม. ตามจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ |
| สถานะปัจจุบัน | บริเวณที่ทำการอุทยาน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว น้ำตกห้วยโต้ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติเปิดให้เที่ยวตามเวลาปกติเมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว ส่วนเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจาเป็นเส้นทางตามฤดูกาลและต้องตรวจสอบประกาศก่อนเดินทาง |
| ช่วงปิดเส้นทางเดินป่าระยะไกล | ปี 2569 เส้นทางเดินขึ้นเขาพนมเบญจาอยู่ในช่วงปิดการท่องเที่ยวและพักแรมตามฤดูกาลระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 - 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว น้ำตกห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเค เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ้ำเขาผึ้ง ลานกางเต็นท์ บ้านพักอุทยาน เส้นทางคอนางนอน เส้นทางเดินป่าสู่ยอดเขาพนมเบญจา และฐานปฏิบัติการบางสร้าน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ลานจอดรถ ร้านค้าสวัสดิการ พื้นที่พักผ่อน บ้านพัก ลานกางเต็นท์ เส้นทางเดินไปน้ำตก และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 075-660-716, 075-660-717 |
| เว็บไซต์ / ระบบจองที่พัก | ระบบจองบ้านพักและพื้นที่พักแรมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกห้วยโต้ ประมาณ 0.5 กม. 2. น้ำตกห้วยสะเค ประมาณ 1.2 กม. 3. วัดถ้ำเสือ ประมาณ 18 กม. 4. เขาขนาบน้ำ ประมาณ 23 กม. 5. ลานปูดำและตัวเมืองกระบี่ ประมาณ 24 กม. 6. ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ ประมาณ 34 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านค้าสวัสดิการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ประมาณ 0 กม. 2. บ้านสวนเขาคราม ประมาณ 20 กม. โทร. 082-422-3828, 063-532-4463, 081-797-2590 3. เรือนทิพย์ กระบี่ ประมาณ 22 กม. โทร. 075-656-222 4. โกตุง กระบี่ ประมาณ 23 กม. โทร. 075-656-822 5. ร้านอาหารเรือนไม้ กระบี่ ประมาณ 25 กม. โทร. 089-288-3232 6. กระชังขนาบน้ำวิวซีฟู้ด ประมาณ 28 กม. โทร. 085-933-3971, 086-266-7555, 081-272-7779 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ประมาณ 0 กม. โทร. 075-660-716, 075-660-717 2. Phanom Bencha Mountain Resort ประมาณ 12 กม. โทร. 081-089-6135 3. The Fong Krabi Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 083-529-9788 4. Crystal Hotel Krabi ประมาณ 21 กม. โทร. 075-623-274 5. The Pineapple Hotel Krabi ประมาณ 22 กม. โทร. 075-622-622, 075-622-623, 075-622-624 6. The Apex Private Pool Villa Krabi ประมาณ 25 กม. โทร. 084-069-9123 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาอยู่ที่ 170 หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวหลักบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ถาม: ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ไม่รวมค่าที่พัก ค่ากางเต็นท์ หรือค่าบริการอื่นที่ใช้เพิ่มเติม
ถาม: น้ำตกห้วยโต้เหมาะสำหรับเล่นน้ำหรือไม่?
ตอบ: น้ำตกห้วยโต้มีแอ่งน้ำหลายจุดและเหมาะสำหรับพักผ่อนหรือเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัยและอนุญาตให้ลงเล่นได้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงจุดน้ำลึก น้ำแรง หรือพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ห้ามเข้า
ถาม: เดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจาได้ตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: เดินขึ้นยอดเขาพนมเบญจาไม่ได้ตลอดปี เพราะเป็นเส้นทางตามฤดูกาลและมีช่วงปิดฟื้นฟูเพื่อความปลอดภัย ในปี 2569 เส้นทางเดินขึ้นเขาพนมเบญจาปิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม ผู้สนใจต้องสอบถามอุทยานก่อนเดินทาง
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจามีที่พักหรือกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ตามจำนวนที่อุทยานเปิดให้บริการ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรจองผ่านระบบของกรมอุทยานแห่งชาติหรือติดต่ออุทยานโดยตรงก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองกระบี่ไปทางสามแยกบ้านตลาดเก่า ใช้ถนนศรีตรังหรือเส้นทางตลาดเก่า-บ้านห้วยโต้ ระยะทางประมาณ 20 - 25 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถสองแถวท้องถิ่น
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับคนรักธรรมชาติ ครอบครัว นักดูนก นักถ่ายภาพ ผู้ที่ชอบน้ำตก นักเรียน นักศึกษา และนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสป่าดิบชื้น ยอดเขา น้ำตก และธรรมชาติทางบกของจังหวัดกระบี่
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




