หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.โขงเจียม >ต.ห้วยไผ่ > เสาเฉลียง
TL;DR: เสาเฉลียง อยู่ที่ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 04.30 – 19.30 น. จุดเด่นคือ มีส่วนฐาน ส่วนเสาหินคอด และแผ่นหินด้านบนคล้ายหมวกเห็ด เกิดจากชั้นหินที่แข็งและอ่อนถูกกัดกร่อนไม่เท่ากัน.
เสาเฉลียง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 04.30 – 19.30 น.
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
เสาเฉลียง อุบลราชธานี คือหนึ่งในภูมิทัศน์หินทรายที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมความงามของประติมากรรมธรรมชาติ เรียนรู้ธรณีวิทยาของชั้นหินทรายอายุนับร้อยล้านปี และเที่ยวต่อไปยังผาแต้ม ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ จุดชมวิวแม่น้ำโขง น้ำตกสร้อยสวรรค์ และแหล่งท่องเที่ยวริมโขงในอำเภอโขงเจียมได้ในเส้นทางเดียวกัน
เสาเฉลียงตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือกลุ่มเสาหินทรายรูปร่างคล้ายดอกเห็ดขนาดใหญ่ ตั้งเรียงอยู่บนลานหินท่ามกลางป่าเต็งรังและภูมิประเทศแบบที่ราบสูงริมแม่น้ำโขง ลักษณะของเสาเฉลียงทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นได้ชัดเจนว่าธรรมชาติสามารถสร้างรูปทรงที่แปลกตาได้ด้วยเวลา น้ำ ลม ความร้อน ความเย็น และกระบวนการกัดกร่อนที่ดำเนินต่อเนื่องอย่างยาวนาน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีในมิติที่ลึกกว่าการชมวิวทั่วไป เสาเฉลียงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะสถานที่นี้เชื่อมโยงทั้งธรรมชาติ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ก่อนประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงในพื้นที่โขงเจียมได้อย่างชัดเจน เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณเสาเฉลียง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหินทรายสีอ่อนที่ถูกสลักโดยธรรมชาติให้เป็นเสาคอดตรงกลางและมีแผ่นหินขนาดใหญ่แผ่กว้างอยู่ด้านบน คล้ายเห็ดยักษ์ที่ยืนอยู่บนลานหิน ความงามของเสาหินเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการแกะสลักของมนุษย์ แต่เกิดจากพลังธรรมชาติที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานมาก
ชื่อ “เสาเฉลียง” มีความหมายผูกกับคำท้องถิ่น โดยมักอธิบายว่าแผลงมาจากคำว่า “สะเลียง” ซึ่งหมายถึงเสาหิน ชื่อนี้สะท้อนรูปร่างของหินที่เห็นได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเสาหินทรายเหล่านี้ตั้งขึ้นจากพื้นลานหินคล้ายเสาธรรมชาติ แต่ละแท่งมีส่วนฐาน ส่วนคอด และส่วนบนที่แตกต่างกันตามความแข็งของชั้นหิน การกัดเซาะ และรอยแตกของเนื้อหิน เมื่อมองจากระยะใกล้จะเห็นลวดลายของชั้นหิน ร่องรอยเม็ดทราย กรวด และองค์ประกอบของเนื้อหินที่ค่อย ๆ บันทึกเรื่องราวของสภาพแวดล้อมในอดีตไว้บนผิวหินอย่างชัดเจน
ลักษณะทางธรณีวิทยาของเสาเฉลียงเกิดขึ้นจากกระบวนการผุพังอยู่กับที่และการกัดกร่อนของหินทรายในชั้นหินที่มีความแข็งไม่เท่ากัน ชั้นหินที่แข็งกว่าจะทนต่อการสึกกร่อนได้มากกว่า จึงคงเหลือเป็นแผ่นหินด้านบนคล้ายดอกเห็ด ส่วนชั้นหินที่อ่อนกว่าถูกน้ำ ลม และสภาพอากาศกัดกร่อนมากกว่า จึงค่อย ๆ คอดเล็กลงกลายเป็นส่วนลำต้นหรือส่วนค้ำยัน เสาเฉลียงจึงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของภูมิประเทศแบบเสาหินทราย ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างชั้นหิน ความแข็งของหิน รอยแตกตามธรรมชาติ และการกร่อนที่เกิดขึ้นทีละน้อยเป็นเวลานาน
ข้อมูลดั้งเดิมเกี่ยวกับเสาเฉลียงมักกล่าวถึงหินทราย 2 ช่วงอายุ คือหินทรายยุคครีเตเซียสที่มีอายุประมาณ 130 ล้านปีในส่วนบน และหินทรายยุคไดโนเสาร์ที่มีอายุประมาณ 180 ล้านปีในส่วนเสาหินด้านล่าง ภาพรวมนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเสาเฉลียงเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับหินทรายอายุนับร้อยล้านปี ไม่ใช่ก้อนหินที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคใกล้ปัจจุบัน เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับคำอธิบายทางธรณีวิทยาเรื่องความแตกต่างของชั้นหิน การทนต่อการกัดกร่อน และการพังทลายตามธรรมชาติ จะเห็นว่าเสาเฉลียงเป็นผลจากทั้งองค์ประกอบของหินและพลังของเวลาอย่างแท้จริง
กระบวนการเกิดเสาเฉลียงเริ่มจากชั้นหินทรายที่วางตัวเป็นแนวราบหรือเกือบราบ แต่ละชั้นมีเม็ดทราย แร่ และวัสดุประสานที่แตกต่างกัน ทำให้ความแข็งแรงของหินไม่เท่ากัน เมื่อเกิดรอยแตกตามธรรมชาติ น้ำฝน น้ำไหลตามผิวลานหิน ลม และความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในแต่ละวันจึงค่อย ๆ ทำให้ชั้นหินบางส่วนผุกร่อน รอยแตกกลายเป็นทางผ่านของน้ำ การกัดเซาะเกิดขึ้นทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ส่วนที่เปราะบางถูกพัดพาออกไป ส่วนที่แข็งแรงกว่าคงเหลืออยู่ จนเกิดเป็นเสาหินทรงดอกเห็ดที่ตั้งอยู่บนลานหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
รายละเอียดของชั้นหินที่เสาเฉลียงทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าในเชิงการเรียนรู้สูงมาก ส่วนล่างของเสาหินทำหน้าที่เป็นฐานหรือชั้นรองรับ มีเนื้อหินทรายที่แสดงแนวชั้นและองค์ประกอบของเม็ดทราย ส่วนกลางมีลักษณะเป็นเสาหรือคอดหินซึ่งถูกกร่อนมากกว่า และส่วนบนมีลักษณะคล้ายร่มหรือหมวกเห็ด เป็นชั้นหินที่คงทนกว่าและยังคงแผ่กว้างอยู่ด้านบน เมื่อเดินชมรอบ ๆ จะเห็นว่ารูปทรงของแต่ละแท่งไม่เหมือนกัน บางแท่งสูง บางแท่งเตี้ย บางแท่งมีแผ่นหินส่วนบนกว้างมาก และบางส่วนมีหินแผ่นใหญ่พาดหรือวางตัวในลักษณะที่ดูราวกับถูกจัดวาง แต่ทั้งหมดเป็นผลจากกลไกของธรรมชาติ
ในมุมของการท่องเที่ยว เสาเฉลียงเป็นสถานที่ที่เดินชมได้ไม่ยากเมื่อเทียบกับจุดธรรมชาติหลายแห่งในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไม่นานในการชมกลุ่มเสาหิน ถ่ายภาพ และอ่านภูมิทัศน์โดยรอบ แต่หากต้องการเก็บรายละเอียดเชิงลึก ควรใช้เวลาช้า ๆ เพื่อสังเกตชั้นหิน ลวดลายผิวหิน รอยกัดเซาะ และสภาพพืชพรรณรอบลานหิน บริเวณนี้ให้บรรยากาศแบบป่าโปร่ง มีต้นไม้เตี้ยแคระแกรนและพืชทนแล้งที่ขึ้นตามลานหิน สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ของผาแต้มซึ่งเป็นที่ราบสูงริมโขง มีแสงแดดค่อนข้างแรงในช่วงกลางวัน และให้บรรยากาศสวยเป็นพิเศษในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่
เสาเฉลียงยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่เชื่อมต่อกับจุดสำคัญหลายแห่ง โดยอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1–1.5 กิโลเมตร จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดทริปแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากเสาเฉลียงเพื่อชมภูมิประเทศหินทราย จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวผาแต้มและเส้นทางชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นภาพเขียนโบราณบนผนังหน้าผาริมแม่น้ำโขงจำนวนมาก ภาพเหล่านี้สะท้อนร่องรอยของมนุษย์ในอดีต ทั้งภาพคน สัตว์ มือ ลายเรขาคณิต และเครื่องมือจับปลา ทำให้อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์มนุษย์ไว้ในภูมิทัศน์เดียวกัน
ผาแต้มซึ่งอยู่ใกล้เสาเฉลียงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียง เพราะตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทยด้านริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอชมแสงแรก ก่อนจะกลับมาชมเสาเฉลียงหรือเดินเส้นทางภาพเขียนสีในช่วงที่อากาศยังไม่ร้อนมาก การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้เที่ยวได้ครบและลดความเหนื่อยจากแดดบนลานหิน โดยเฉพาะในฤดูร้อนและช่วงกลางวัน เพราะพื้นที่ผาแต้มมีลักษณะเป็นลานหินโล่งและป่าโปร่ง ทำให้รับแดดโดยตรงมากกว่าพื้นที่ป่าทึบ
นอกจากบทบาทด้านธรณีวิทยาและภูมิทัศน์แล้ว เสาเฉลียงยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพมาก จุดเด่นอยู่ที่รูปทรงของหินซึ่งมีเอกลักษณ์สูง ถ่ายได้ทั้งภาพกว้างที่แสดงกลุ่มเสาหินกับท้องฟ้า ภาพระยะกลางที่เห็นชั้นหินและรูปร่างคล้ายดอกเห็ด และภาพใกล้ที่เก็บรายละเอียดผิวหิน การเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นช่วยให้แสงไม่แข็งเกินไป เงาของเสาหินจะช่วยเน้นรูปทรงและมิติของหินทรายได้ชัดขึ้น ส่วนในช่วงกลางคืน พื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มได้รับการยอมรับในฐานะพื้นที่เหมาะสำหรับกิจกรรมดูดาวและถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ เพราะเป็นลานหินโล่ง ห่างจากแสงรบกวน และมีทัศนียภาพเปิดกว้าง
โซนสำคัญที่ควรทำความเข้าใจเมื่อมาเที่ยวเสาเฉลียงคือบริเวณลานเสาหิน จุดจอดรถ เส้นทางเดินชมธรรมชาติใกล้เสาเฉลียง ทางต่อไปยังผาแต้ม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดชมวิวแม่น้ำโขง พื้นที่กางเต็นท์ บ้านพักรับรอง และเส้นทางไปยังน้ำตกหรือแหล่งธรรมชาติอื่นของอุทยาน โซนเหล่านี้ช่วยให้การวางแผนเที่ยวเป็นระบบมากขึ้น ผู้ที่มีเวลาจำกัดสามารถเน้นเสาเฉลียง ผาแต้ม และภาพเขียนสีในครึ่งวัน ส่วนผู้ที่มีเวลามากขึ้นสามารถเพิ่มน้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์ หรือเดินทางต่อไปยังแม่น้ำสองสีและวัดถ้ำคูหาสวรรค์ในอำเภอโขงเจียมได้
การเดินทาง ไปเสาเฉลียงสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าอำเภอพิบูลมังสาหาร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม แล้วใช้เส้นทางโขงเจียม–ศรีเมืองใหม่ ประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2112 อีกประมาณ 9 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกขวาไปผาแต้ม เสาเฉลียงตั้งอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1.5 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนลาดยางและเข้าถึงได้ค่อนข้างสะดวก เหมาะสำหรับทริปครอบครัว นักท่องเที่ยวทั่วไป ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินป่าหนัก
หากเริ่มเดินทางจากอำเภอโขงเจียม นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางแบบสั้นได้โดยขับรถขึ้นอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ชมเสาเฉลียง แล้วต่อไปยังผาแต้มและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่พักในโขงเจียมและต้องการเที่ยวช่วงเช้า ส่วนผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีควรเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้น เพราะระยะทางจากตัวเมืองถึงเขตอุทยานค่อนข้างไกล การออกเดินทางเช้าจะช่วยให้มีเวลาชมสถานที่ครบ ไม่ต้องเร่งรีบ และสามารถแวะรับประทานอาหารในโขงเจียมหรือริมแม่น้ำโขงหลังจบทริปได้สะดวก
ค่าเข้าชมเสาเฉลียงใช้ร่วมกับค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม โดยอัตราปัจจุบันสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติคือผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท เมื่อชำระค่าเข้าชมแล้วสามารถเที่ยวจุดสำคัญภายในเขตอุทยานตามเงื่อนไขของพื้นที่ได้ นักท่องเที่ยวควรเก็บบัตรหรือหลักฐานการชำระไว้ระหว่างอยู่ในเขตอุทยาน และควรตรวจสอบประกาศของอุทยานก่อนเดินทางในกรณีที่ต้องการไปพื้นที่เดินป่า น้ำตก หรือพื้นที่ที่อาจมีการปิดฟื้นฟูตามฤดูกาล
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเที่ยวเสาเฉลียงคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงฤดูฝนและปลายฝนต้นหนาว พื้นที่ผาแต้มจะมีความเขียวของพืชพรรณและบรรยากาศสดชื่นขึ้น ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ดูดาว และเดินเที่ยวกลางแจ้ง สำหรับฤดูร้อนยังสามารถเที่ยวได้ แต่ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และรองเท้าที่เดินบนพื้นหินได้มั่นคง เพราะลานหินบางช่วงอาจร้อนและมีพื้นไม่เรียบ
มารยาทในการเที่ยวเสาเฉลียงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สถานที่ ไม่ควรปีนป่ายเสาหินหรือแผ่นหินด้านบน ไม่ขีดเขียน ไม่เคาะหิน ไม่เก็บหินหรือวัสดุธรรมชาติออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งขยะบนลานหิน เสาหินเหล่านี้ใช้เวลานับล้านปีในการก่อรูป การดูแลให้คงสภาพเดิมจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้มาเยือนทุกคน การชมเสาเฉลียงอย่างถูกวิธีทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นยังคงใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไปในระยะยาว
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว เสาเฉลียงเป็นจุดเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ดีมาก เพราะเด็กสามารถเห็นภาพจริงของคำว่า “การกัดกร่อน” “ชั้นหิน” “เสาหิน” และ “เวลาในทางธรณีวิทยา” ได้โดยไม่ต้องอาศัยคำอธิบายซับซ้อนมาก เมื่อเห็นหินทรงดอกเห็ดที่เกิดจากส่วนแข็งและส่วนอ่อนของหินถูกกร่อนไม่เท่ากัน เด็กจะเข้าใจธรรมชาติได้ง่ายขึ้น ผู้ปกครองสามารถเชื่อมโยงความรู้เรื่องน้ำฝน ลม แม่น้ำ ความร้อน ความเย็น และการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลกเข้ากับสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ทันที
สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงลึก เสาเฉลียงควรถูกมองเป็นมากกว่าจุดถ่ายรูป เพราะเป็นหลักฐานของกระบวนการธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศของอีสานตอนล่าง ชั้นหินทรายในภูมิภาคนี้สะท้อนประวัติศาสตร์ทางธรณีที่ยาวนาน พื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มยังประกอบด้วยหน้าผา ลานหิน ป่าเต็งรัง น้ำตก จุดชมวิว และภาพเขียนสีโบราณที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ตั้งแต่อดีต การเที่ยวเสาเฉลียงจึงเปิดโอกาสให้เข้าใจว่าแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งแห่งสามารถมีคุณค่าได้หลายมิติพร้อมกัน ทั้งความงาม ความรู้ ความทรงจำของพื้นที่ และความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
บรรยากาศโดยรอบเสาเฉลียงให้ความรู้สึกเงียบ โปร่ง และกว้าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกจากความแออัดของเมืองใหญ่ ลานหินและป่าโปร่งทำให้มองเห็นท้องฟ้าได้กว้างกว่าพื้นที่ป่าทั่วไป เมื่อลมพัดผ่านยอดไม้และเสาหินตั้งนิ่งอยู่กลางแสงแดด ผู้มาเยือนจะรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา ความเรียบง่ายของพื้นที่นี้เองทำให้เสาเฉลียงยังคงมีเสน่ห์ เพราะไม่มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เข้ามาบดบังรูปทรงของหินและภูมิทัศน์เดิม
การเที่ยวเสาเฉลียงสามารถเชื่อมกับอาหารและที่พักในอำเภอโขงเจียมได้อย่างลงตัว หลังเที่ยวอุทยาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางลงมายังตัวอำเภอเพื่อรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขง ชิมเมนูปลาแม่น้ำ อาหารอีสาน และอาหารพื้นบ้าน หรือเลือกพักในที่พักริมโขงเพื่อชมแม่น้ำสองสีและบรรยากาศสงบของชายแดนไทย–ลาว ที่พักในโขงเจียมมีทั้งรีสอร์ตริมแม่น้ำ โรงแรมขนาดเล็ก เกสต์เฮาส์ และที่พักในเขตอุทยานสำหรับผู้ที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ การเลือกพักค้างคืนช่วยให้มีเวลาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มและเที่ยวเสาเฉลียงโดยไม่ต้องเร่งรีบ
โดยสรุป เสาเฉลียง อุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ควรค่าแก่การเดินทาง เพราะเป็นทั้งจุดชมประติมากรรมหินทรายรูปทรงดอกเห็ด แหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยา จุดเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวผาแต้ม และสถานที่ที่สะท้อนพลังของธรรมชาติในช่วงเวลายาวนาน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นความงามที่ไม่ได้เกิดจากการสร้างขึ้นใหม่ แต่เกิดจากความอดทนของหิน การทำงานของน้ำและลม และเวลาหลายล้านปีที่ค่อย ๆ สร้างภูมิทัศน์ให้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี
| ชื่อสถานที่ | เสาเฉลียง อุทยานแห่งชาติผาแต้ม |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Sao Chaliang, Pha Taem National Park |
| ที่ตั้ง | ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 34220 |
| ไฮไลต์ | เสาหินทรายธรรมชาติรูปทรงคล้ายดอกเห็ด เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ลม และสภาพอากาศเป็นเวลานาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับชั้นหินทรายอายุนับร้อยล้านปี โดยมีคำอธิบายดั้งเดิมว่าหินทรายส่วนบนอยู่ในยุคครีเตเซียสประมาณ 130 ล้านปี และส่วนเสาหินด้านล่างเกี่ยวข้องกับหินทรายในยุคไดโนเสาร์ประมาณ 180 ล้านปี |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “เสาเฉลียง” มักอธิบายว่าแผลงมาจาก “สะเลียง” หมายถึงเสาหิน สอดคล้องกับรูปร่างเสาหินทรายที่ตั้งอยู่บนลานหิน |
| ลักษณะเด่น | มีส่วนฐาน ส่วนเสาหินคอด และแผ่นหินด้านบนคล้ายหมวกเห็ด เกิดจากชั้นหินที่แข็งและอ่อนถูกกัดกร่อนไม่เท่ากัน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม จากนั้นใช้เส้นทางโขงเจียม–ศรีเมืองใหม่และทางหลวงหมายเลข 2112 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เสาเฉลียงอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1.5 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 04.30 – 19.30 น. |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร ร้านสินค้าที่ระลึก และห้องประชุมภายในพื้นที่อุทยาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานเสาเฉลียง, จุดจอดรถ, เส้นทางเดินชมธรรมชาติ, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, จุดชมวิวผาแต้ม, ทางเดินชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์, จุดชมวิวแม่น้ำโขง, ลานกางเต็นท์ และพื้นที่ดูดาว |
| ผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติผาแต้ม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 045-252581, 089-8105532 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติผาแต้ม Phataem National Park และระบบจองที่พักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ผาแต้มและจุดชมวิวแม่น้ำโขง ประมาณ 2 กม. 2. ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ประมาณ 2 กม. 3. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 2 กม. 4. น้ำตกสร้อยสวรรค์ ประมาณ 25 กม. 5. แม่น้ำสองสี โขงเจียม ประมาณ 20 กม. 6. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ประมาณ 20 กม. 7. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารลุงหนวด ผาแต้ม ประมาณ 3 กม. โทร. 096-172-3512 2. ครัวโขงเจียม ประมาณ 20 กม. โทร. 045-351027, 062-829-3697 3. แพลำโขง ประมาณ 20 กม. โทร. 091-918-9168 4. พรนภาปลาจุ่ม โขงเจียม ประมาณ 20 กม. โทร. 080-162-2469 5. ร้านลาบปลาโขงเจียม ประมาณ 21 กม. โทร. 045-351283 6. จันทร์ดารา โขงเจียม ประมาณ 20 กม. โทร. 098-242-4464 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 2 กม. โทร. 045-252581 2. ผาแต้ม & แก่งพิศมัยริเวอร์ไซด์ ประมาณ 12 กม. โทร. 093-321-9889 3. Khong Chiam Orchid Riverside Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 098-916-8771 4. Tohsang Heritage Khongjiam ประมาณ 20 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351174-6 5. Sedhapura By Tohsang ประมาณ 20 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351174-6 6. โรงแรมโขงเจียม ประมาณ 20 กม. โทร. 045-351074, 086-468-7431 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เสาเฉลียง อุบลราชธานี เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เสาเฉลียงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เวลา 04.30 – 19.30 น.
ถาม: เสาเฉลียงต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เสาเฉลียงใช้ค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ถาม: เสาเฉลียงเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: เสาเฉลียงเกิดจากการกัดเซาะและกัดกร่อนของหินทรายโดยน้ำ ลม ฝน และสภาพอากาศ ชั้นหินที่แข็งกว่าคงเหลือเป็นส่วนบน ส่วนที่อ่อนกว่าถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นส่วนเสาหินคอดคล้ายดอกเห็ด
ถาม: เสาเฉลียงอยู่ใกล้ผาแต้มมากแค่ไหน?
ตอบ: เสาเฉลียงอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1–1.5 กม. จึงสามารถเที่ยวร่วมกับผาแต้ม จุดชมวิวแม่น้ำโขง และภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ได้ในทริปเดียวกัน
ถาม: ควรไปเที่ยวเสาเฉลียงช่วงเวลาใดดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงสวยสำหรับถ่ายภาพ และสามารถจัดทริปร่วมกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มได้
ถาม: เดินทางไปเสาเฉลียงจากตัวเมืองอุบลราชธานีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม แล้วใช้เส้นทางโขงเจียม–ศรีเมืองใหม่และทางหลวงหมายเลข 2112 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
ถาม: เสาเฉลียงเหมาะกับการพาเด็กไปเที่ยวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและธรณีวิทยาที่เห็นภาพจริงของชั้นหิน การกัดกร่อน และเสาหินทรายรูปทรงแปลกตา แต่ควรดูแลเด็กไม่ให้ปีนป่ายหินหรือเดินออกนอกเส้นทาง
ถาม: ใกล้เสาเฉลียงมีที่พักและร้านอาหารหรือไม่?
ตอบ: มีทั้งที่พักในอุทยาน ที่พักริมโขงในอำเภอโขงเจียม และร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่ง โดยสามารถดูตัวเลือกพร้อมระยะทางและเบอร์ติดต่อในตารางสรุปด้านบน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




