หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.โขงเจียม >ต.โขงเจียม > วัดถ้ำคูหาสวรรค์
TL;DR: วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อยู่ที่ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดถ้ำริมโขงที่รวมพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติ สรีระหลวงปู่คำคนิง จุดชมวิวแม่น้ำโขง.
วัดถ้ำคูหาสวรรค์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อุบลราชธานี เป็นวัดสำคัญของอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2222 ในพื้นที่ตำบลโขงเจียม ใกล้เขตชุมชนบ้านด่านใหม่และไม่ไกลจากแม่น้ำโขง วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ สักการะสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ชมถ้ำธรรมชาติ และชมวิวแม่น้ำโขงที่ทอดยาวไปสู่ฝั่งประเทศลาว จุดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงความสงบของพื้นที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังรวมถึงพระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ถ้ำคูหาสวรรค์ พระพุทธรูปภายในถ้ำ จุดชมวิวแม่น้ำโขง แม่น้ำสองสี และฆ้องขนาดใหญ่ที่กลายเป็นภาพจำของการมาเที่ยวโขงเจียม
วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวสายบุญและนักเดินทางที่ชอบธรรมชาติริมโขง เพราะในสถานที่เดียวกันมีทั้งพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติที่เดินชมได้สะดวก โลงแก้วบรรจุสรีระของพระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง และลานชมวิวที่มองเห็นภูมิประเทศฝั่งไทยกับฝั่งลาวได้ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากสามารถใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงในการเดินชมจุดสำคัญภายในวัด ส่วนผู้ที่ต้องการเก็บบรรยากาศให้ครบควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับถ่ายภาพ ชมวิว และเดินดูพื้นที่โดยรอบอย่างไม่เร่งรีบ
ประวัติของวัดถ้ำคูหาสวรรค์มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ หลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระสายวิปัสสนากรรมฐานผู้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและจำพรรษา วัดเริ่มเป็นที่รู้จักจากความศรัทธาของลูกศิษย์และชาวบ้านที่มีต่อหลวงปู่คำคนิง ภายหลังจากท่านมรณภาพ ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์จึงเก็บรักษาสรีระของท่านไว้ในโลงแก้วภายในถ้ำ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้ศรัทธาได้เข้าสักการะ นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นพื้นที่แห่งความเคารพ ความสงบ และความผูกพันระหว่างครูบาอาจารย์กับชุมชน
ภายในวัดมีบรรยากาศที่ผสมกันระหว่างศาสนสถานกับภูมิประเทศธรรมชาติของโขงเจียม พื้นที่วัดตั้งอยู่บนเนินและพื้นที่สูงริมแม่น้ำ ทำให้หลายจุดสามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์กว้างของลำน้ำโขง แม่น้ำมูล และฝั่งประเทศลาวได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดไม่แรง บรรยากาศจะเหมาะกับการเดินชม ถ่ายภาพ และนั่งพักสงบ ๆ หลังจากไหว้พระ ภาพของแม่น้ำกว้าง ภูเขาไกล และลมริมโขงทำให้วัดแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากวัดในเมืองทั่วไป
หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ ถ้ำคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติด้านหลังวัด ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่ให้ผู้มาเยือนได้กราบไหว้ บรรยากาศภายในถ้ำเย็น สงบ และเหมาะกับการสำรวมจิตใจ ผู้ที่เดินลงไปภายในถ้ำจะได้สัมผัสความเรียบง่ายของศาสนสถานที่ผูกกับธรรมชาติอย่างชัดเจน บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโลงแก้วบรรจุสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี จึงถือเป็นจุดที่ผู้มาเยือนให้ความเคารพเป็นพิเศษ ควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง และเดินชมด้วยความสำรวม
อีกจุดเด่นภายในวัดคือ พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ซึ่งเป็นเจดีย์สีขาวทรงเด่น ส่วนยอดมีสีทองและมีรูปแบบที่มองเห็นได้ชัดจากลานวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะกราบไหว้ก่อนเดินชมส่วนอื่นของวัด รูปทรงของเจดีย์ช่วยสร้างภาพจำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์ดูสง่างามเมื่อมองจากลานกว้าง โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดสะท้อนกับสีขาวและสีทองขององค์เจดีย์
บริเวณลานวัดยังมี ฆ้องขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงวัดถ้ำคูหาสวรรค์ ฆ้องขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ริมโขงและองค์ประกอบทางศาสนา ทำให้กลายเป็นจุดเช็กอินสำคัญของผู้ที่มาเที่ยวโขงเจียม นอกจากความโดดเด่นทางสายตา ฆ้องยังสื่อถึงคติความเป็นสิริมงคล เสียงแห่งธรรม และบรรยากาศของวัดที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ยังเป็นจุดชมวิวที่ดีของพื้นที่โขงเจียม เพราะมองเห็นแนวแม่น้ำโขงและภูมิประเทศฝั่งลาวได้กว้าง ผู้ที่สนใจปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีสามารถจัดเส้นทางไปต่อยังจุดชมวิวแม่น้ำสองสีหรือวัดโขงเจียม ซึ่งอยู่ในระยะใกล้กัน จุดนี้เกิดจากบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบางช่วงฤดูกาลจะเห็นความแตกต่างของสีน้ำชัดเจน กลายเป็นภาพธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอำเภอโขงเจียม
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดถ้ำคูหาสวรรค์สะท้อนบทบาทของอำเภอโขงเจียมในฐานะเมืองริมโขงที่มีความเชื่อทางพุทธศาสนา วัฒนธรรมชุมชน และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด พื้นที่นี้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมไปยังอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และจุดชมวิวแม่น้ำสองสี จึงเหมาะกับการจัดทริปแบบ 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน โดยใช้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นหนึ่งในจุดหลักของเส้นทางไหว้พระและชมธรรมชาติฝั่งตะวันออกของอุบลราชธานี
การเข้าชมวัดไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ทุกวันในช่วงเวลา 08.00 – 18.00 น. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนมากและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวแม่น้ำโขงและบรรยากาศสงบก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากมาในฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม ส่วนฤดูฝนควรระวังพื้นลื่นบริเวณทางเดินและบันไดลงถ้ำ
ในด้านมารยาทการเข้าชม วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นศาสนสถานที่ยังคงมีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญ นักท่องเที่ยวจึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า งดส่งเสียงดังในบริเวณถ้ำและพื้นที่สักการะ หลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสสิ่งของศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ เพื่อรักษาความสงบและความเรียบร้อยของพื้นที่ การถ่ายภาพสามารถทำได้ในหลายจุด แต่ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
การเดินทาง ไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วต่อไปยังอำเภอโขงเจียม จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปยังวัด ระยะทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 80 กม. ใช้เวลาขับรถราว 1–1.5 ชั่วโมงตามสภาพการจราจร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง เดินทางง่าย เหมาะกับการจัดทริปเช้าไปเย็นกลับหรือพักค้างคืนในโขงเจียมเพื่อเที่ยวต่อผาแต้มและแก่งตะนะ
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปยังอำเภอโขงเจียมด้วยรถโดยสารหรือรถตู้ท้องถิ่น แล้วต่อรถรับจ้างในพื้นที่เข้าสู่วัด การเดินทางแบบขนส่งสาธารณะควรตรวจรอบรถล่วงหน้าและวางแผนเวลาให้ชัดเจน เพราะรอบรถในพื้นที่อำเภออาจไม่ถี่เท่าตัวเมือง หากเดินทางเป็นกลุ่ม การเช่ารถพร้อมคนขับหรือเหมารถท้องถิ่นจะช่วยให้เที่ยวหลายจุดในวันเดียวได้สะดวกกว่า
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดถ้ำคูหาสวรรค์คือเริ่มจากไหว้พระและชมถ้ำภายในวัด จากนั้นไปจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่วัดโขงเจียม ต่อด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ หรือขับต่อไปยังอุทยานแห่งชาติผาแต้มเพื่อชมเสาเฉลียง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ และหน้าผาชมวิวแม่น้ำโขง หากต้องการเที่ยวช่วงเย็นหรือค่ำ สามารถปิดท้ายที่วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ซึ่งมีชื่อเสียงด้านภาพเรืองแสงบริเวณผนังอุโบสถ
สิ่งที่ทำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เหมาะกับบทความท่องเที่ยวและการวางแผนเดินทางคือความครบของประสบการณ์ในที่เดียว นักท่องเที่ยวได้ทั้งไหว้พระ ศึกษาประวัติพระสายปฏิบัติ ชมถ้ำธรรมชาติ ถ่ายภาพกับฆ้องขนาดใหญ่ มองวิวแม่น้ำโขง และเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวเด่นของโขงเจียมได้ในระยะไม่ไกล สถานที่นี้จึงเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวอุบลราชธานี โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นมิติของอีสานใต้ทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชุมชนริมแม่น้ำ
| ชื่อสถานที่ | วัดถ้ำคูหาสวรรค์ |
| ที่ตั้ง | ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | ถนนทางหลวงหมายเลข 2222 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 34220 |
| พิกัด | 15.32153, 105.48805 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำคูหาสวรรค์ โลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ จุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาว ฆ้องขนาดใหญ่ และบรรยากาศวัดสงบริมโขง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดเกี่ยวข้องกับหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระสายวิปัสสนากรรมฐาน ผู้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและจำพรรษา วัดเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521 และได้รับการจดทะเบียนตั้งวัดในปี พ.ศ. 2533 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับถ้ำภายในพื้นที่วัด คำว่า “คูหา” หมายถึงถ้ำหรือที่สงบ ส่วน “สวรรค์” สื่อถึงสถานที่อันร่มเย็นและเป็นมงคล |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดถ้ำริมโขงที่รวมพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติ สรีระหลวงปู่คำคนิง จุดชมวิวแม่น้ำโขง และองค์ประกอบทางศาสนาที่โดดเด่นในพื้นที่เดียวกัน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางอุบลราชธานี – พิบูลมังสาหาร – โขงเจียม แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2222 ระยะทางประมาณ 80 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่ไหว้พระ จุดชมวิว จุดถ่ายภาพ และร้านค้าขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ถ้ำคูหาสวรรค์และโลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี 2. พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ 3. พระอุโบสถสีขาว 4. จุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาว 5. ฆ้องขนาดใหญ่ 6. พื้นที่สวนและกล้วยไม้ภายในวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระทองสา ฐานทินโน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวแม่น้ำสองสี / วัดโขงเจียม ประมาณ 2 กม. 2. วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย ประมาณ 3 กม. 3. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ประมาณ 7 กม. 4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 20 กม. 5. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ประมาณ 22 กม. 6. เขื่อนปากมูล ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวโขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 045-351-027, 062-829-3697 2. ริมโขง ประมาณ 2 กม. โทร. 094-285-6322 3. ร้านลาบปลาโขงเจียม ประมาณ 3 กม. โทร. 045-351-283 4. CAFE DE KHONG ประมาณ 4 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174 5. พีรดา คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ โขงเจียม ประมาณ 5 กม. โทร. 093-358-4006 6. แม่น้ำสองสี ร้านอาหาร ประมาณ 2 กม. โทร. 064-152-9492, 045-350-170 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Khong Chiam Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 086-468-7431 2. Tohsang Heritage Khongjiam ประมาณ 4 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174-6 3. บ้านเคียงตะวัน โขงเจียม ประมาณ 3 กม. โทร. 099-039-4290 4. พิมจันรีสอร์ท โขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 094-512-8898, 084-829-7819 5. บ้านก้อนคำโขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 086-251-5051 6. โขงเจียม เพลส ประมาณ 2 กม. โทร. 065-608-3900 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดถ้ำคูหาสวรรค์ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2222 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้แม่น้ำโขงและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโขงเจียม
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์เปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไหว้พระ ชมถ้ำ และชมวิวได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดถ้ำคูหาสวรรค์คืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือถ้ำคูหาสวรรค์ โลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ฆ้องขนาดใหญ่ และจุดชมวิวแม่น้ำโขงกับฝั่งลาว
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์นานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ ชมถ้ำ สักการะหลวงปู่คำคนิง ถ่ายภาพ และชมวิวริมโขง
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์อย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีผ่านอำเภอพิบูลมังสาหารไปยังอำเภอโขงเจียม แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2222 ระยะทางประมาณ 80 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
ถาม: เที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์แล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถไปต่อที่จุดชมวิวแม่น้ำสองสี วัดโขงเจียม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และเขื่อนปากมูล
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า งดส่งเสียงดังในบริเวณถ้ำและพื้นที่สักการะ และเดินชมด้วยความสำรวมเพราะเป็นศาสนสถานที่ยังมีผู้มาทำบุญเป็นประจำ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




