หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.เมืองสกลนคร >ต.ธาตุเชิงชุม > มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ สำหรับการติดต่อสำนักงาน เวลา 08.30 – 16.30 น. สำหรับสำนักงานและงานทะเบียน โดยพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด. การเดินทางสะดวก ใช้ถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 จากตัวเมืองสกลนคร มุ่งหน้าทางจังหวัดอุดรธานี.

สกลนคร

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ สำหรับการติดต่อสำนักงาน ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. สำหรับสำนักงานและงานทะเบียน โดยพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และหน่วยบริการอื่นมีเวลาให้บริการแยกต่างหาก
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (Sakon Nakhon Rajabhat University: SNRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในจังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่เลขที่ 680 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ห่างจากย่านใจกลางเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร มีประวัติเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูสกลนครเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2513 เปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏสกลนครในปี พ.ศ. 2538 และได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ในปี พ.ศ. 2569 สถาบันมีอายุครบ 62 ปีนับจากการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู และมีคณะทั้งหมด 7 คณะ ครอบคลุมศาสตร์ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่เปิดการเรียนการสอนรุ่นแรกในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตครู การพัฒนาบุคลากร การวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเป็นสถาบันที่มีความผูกพันกับชีวิตของประชาชนในจังหวัดสกลนครและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมายาวนาน จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งผลิตครูสำหรับโรงเรียนในท้องถิ่น มหาวิทยาลัยค่อย ๆ พัฒนาสู่การจัดการศึกษาหลายสาขาเพื่อรองรับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการพัฒนาระบบการศึกษา การผลิตบุคลากรด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม การประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร และการเพิ่มศักยภาพของชุมชนผ่านงานวิจัย ภารกิจเหล่านี้สะท้อนลักษณะสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมิได้มุ่งเพียงการมอบปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษา แต่ให้ความสำคัญกับการนำความรู้ไปสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น
 
ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอยู่บนถนนนิตโย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่เชื่อมจังหวัดสกลนครกับจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง บริเวณมหาวิทยาลัยมีอาคารเรียนของคณะต่าง ๆ อาคารสำนักงานอธิการบดี ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด อาคารกิจกรรมนักศึกษา หอประชุม สนามกีฬา พื้นที่พักอาศัย และพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่ภายในบริเวณ สภาพแวดล้อมดังกล่าวรองรับกิจกรรมทั้งทางวิชาการและการใช้ชีวิตของนักศึกษา โดยมีถนนและเส้นทางเดินภายในเชื่อมอาคารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
 
ภูมิศาสตร์ของจังหวัดสกลนครมีลักษณะโดดเด่นจากการตั้งอยู่บริเวณแอ่งสกลนคร มีหนองหารเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ และมีแนวเทือกเขาภูพานเป็นภูมิประเทศสำคัญทางตอนใต้ของจังหวัด พื้นที่ยังเป็นแหล่งชุมชนที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม ภาษา และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการทอผ้าและย้อมคราม เกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประเพณีทางพระพุทธศาสนา และวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายดังกล่าวทำให้จังหวัดสกลนครเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
 
ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยเริ่มต้นจากพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบราชการของจังหวัดในอดีต โดยบริเวณที่ตั้งสถาบันเดิมเป็นที่ดินของกระทรวงกลาโหมและกรมตำรวจ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนพลตำรวจภูธร 4 จังหวัดสกลนคร เมื่อกิจการของโรงเรียนดังกล่าวยุติลงและมีการรวมหน่วยงานเข้ากับพื้นที่อื่น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใช้ประโยชน์ใหม่ กระทรวงมหาดไทยเคยวางแผนใช้พื้นที่นี้สำหรับก่อสร้างศาลากลางจังหวัดสกลนคร และได้ก่อสร้างอาคารจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2506 แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนแผนไปสร้างศาลากลางจังหวัดในบริเวณศูนย์ราชการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
 
การเปลี่ยนแปลงแผนการใช้พื้นที่ครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดสกลนคร เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ขอรับที่ดินและอาคารที่ก่อสร้างไว้เพื่อนำมาใช้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีบทบาทสำคัญในการให้ส่งมอบพื้นที่และสิ่งก่อสร้างแก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนคร สถาบันจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 อาคารซึ่งเดิมมีแนวคิดใช้เป็นสถานที่ราชการจังหวัดจึงได้รับบทบาทใหม่ในการเป็นสถานศึกษาสำหรับผลิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา
 
ในปีการศึกษา 2507 โรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 70 คน แบ่งเป็นนักศึกษาชาย 48 คน และนักศึกษาหญิง 22 คน เนื่องจากสถาบันอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังต้องพัฒนาความพร้อมด้านบุคลากรและการจัดการเรียนการสอน จึงมีการฝากนักศึกษารุ่นแรกไปศึกษาที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี วิทยาลัยครูมหาสารคาม และวิทยาลัยครูอุดรธานี การฝากเรียนที่สถาบันอื่นสะท้อนลักษณะการพัฒนาระบบผลิตครูในยุคนั้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาเพื่อให้การเปิดรับนักศึกษาสามารถดำเนินไปได้ก่อนที่พื้นที่ใหม่จะมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์
 
นายจำนง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม เป็นอาจารย์ใหญ่ในระยะเริ่มต้นของโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนคร และมีบทบาทในการวางรากฐานการบริหารจัดการศึกษา ช่วงปีการศึกษา 2508 โรงเรียนรับนักศึกษาเพิ่มจำนวน 152 คน และมีครูอาจารย์ 18 คน ต่อมาในปีการศึกษา 2509 มีนักศึกษาใหม่ 146 คน และมีครูอาจารย์เพิ่มเป็น 24 คน โดยมีนายพจน์ ธัญญขันธ์ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักศึกษา บุคลากร และสิ่งก่อสร้างในช่วงแรกแสดงให้เห็นถึงความต้องการการศึกษาสายครูที่ขยายตัวในจังหวัดสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง
 
เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2513 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครเป็นวิทยาลัยครูสกลนคร การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาและการบริหารงาน โดยวิทยาลัยได้ขยายการผลิตครูทั้งภาคปกติและภาคค่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ปฏิบัติงานหรือมีข้อจำกัดด้านเวลาสามารถศึกษาต่อได้มากขึ้น การศึกษาสายครูในระยะดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความต้องการครูประจำการสำหรับโรงเรียนในเขตชนบท และช่วยเสริมสร้างบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่เด็กและเยาวชนในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ปีการศึกษา 2518 วิทยาลัยครูสกลนครเริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตเป็นปีแรก ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาของสถาบัน ต่อมาในปีการศึกษา 2519 มีการปรับระบบการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางของสภาการฝึกหัดครู และในปีการศึกษา 2521 ได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีแบบ 2 ปีหลังอนุปริญญา พร้อมดำเนินงานอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ การขยายรูปแบบการศึกษาดังกล่าวช่วยให้ครูที่ทำงานอยู่แล้วสามารถพัฒนาความรู้และคุณวุฒิได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาใหม่ทั้งหมด
 
ช่วงกลางทศวรรษ 2520 ถึงปลายทศวรรษ 2520 เป็นระยะที่วิทยาลัยครูสกลนครเริ่มมีบทบาทกว้างกว่าการผลิตครูเพียงอย่างเดียว โดยในปีการศึกษา 2528 ได้ขยายการเรียนการสอนเข้าสู่สาขาศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การพัฒนาดังกล่าวสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของความต้องการกำลังคนในประเทศ ซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ การจัดการ และศาสตร์อื่นที่สัมพันธ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ปีการศึกษา 2529 ยังมีโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการในหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปีและหลักสูตร 2 ปีหลัง ส่วนปีการศึกษา 2530 มีการเริ่มโครงการคุรุทายาทเพื่อสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครูสำหรับระบบการศึกษาของประเทศ
 
จุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามแก่กลุ่มวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า “สถาบันราชภัฏ” คำว่า “ราชภัฏ” จึงกลายเป็นชื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์ของสถาบันการศึกษาซึ่งมุ่งรับใช้ประชาชนและพัฒนาท้องถิ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 มีผลให้วิทยาลัยครูสกลนครเปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันราชภัฏสกลนคร และมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ กองสาสนะ เป็นอธิการบดีคนแรกของสถาบันราชภัฏสกลนคร
 
การได้รับสถานะเป็นสถาบันราชภัฏส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาในระยะต่อมา เพราะเปิดโอกาสให้สถาบันขยายภารกิจด้านวิชาการและการจัดการศึกษาหลายสาขาได้กว้างขึ้น นอกจากการผลิตครูซึ่งเป็นรากฐานเดิมแล้ว ยังมีการพัฒนาคณะและหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีการเกษตร และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม การขยายศาสตร์เหล่านี้ทำให้สถาบันสามารถผลิตบัณฑิตที่รองรับความต้องการบุคลากรของทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถานศึกษา และชุมชนท้องถิ่น
 
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นอีกหมุดหมายที่มีความสำคัญ เมื่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏสกลนครได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ภายหลังการเปลี่ยนสถานะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา สุวรรณไตรย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยช่วยให้สถาบันมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษา งานวิจัย และบริการวิชาการในระดับที่หลากหลายมากขึ้น
 
จากวันก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 จนถึงปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ และครบรอบ 62 ปีในปี พ.ศ. 2569 การเปลี่ยนแปลงจากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยในช่วงเวลาดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการของระบบอุดมศึกษาไทยที่ขยายตัวจากการมุ่งผลิตครูไปสู่การผลิตบุคลากรหลายวิชาชีพ และให้ความสำคัญกับการวิจัย การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาชุมชน และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับสังคม
 
ในปี พ.ศ. 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริต ชาญชิตปรีชา ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มีบทบาทกำกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยร่วมกับคณะผู้บริหาร คณบดี และหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยมีคณะทั้งหมด 7 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่เพิ่มเข้ามาในโครงสร้างของมหาวิทยาลัยและเริ่มจัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตในปีการศึกษา 2569
 
คณะพยาบาลศาสตร์เป็นพัฒนาการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการขยายบทบาทของมหาวิทยาลัยไปสู่ศาสตร์ด้านสุขภาพ โดยโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์เริ่มดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่ประกาศเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2567 ก่อนมีการดำเนินงานด้านการบริหารและการจัดตั้งคณะในปี พ.ศ. 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ได้รับอนุมัติจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตได้รับความเห็นชอบจากสภาการพยาบาลเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 จากนั้นได้เปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นแรกในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 และจัดปฐมนิเทศนิสิตนักศึกษาใหม่ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
 
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเป็นหลักสูตร 4 ปี มีจำนวนหน่วยกิตรวม 125 หน่วยกิต มุ่งผลิตพยาบาลวิชาชีพที่มีความรู้ ทักษะ และจริยธรรม เพื่อให้สามารถให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสภาการพยาบาลเป็นขั้นตอนสำคัญ เนื่องจากการศึกษาทางการพยาบาลเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้รับบริการและความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ การเปิดหลักสูตรดังกล่าวจึงเพิ่มทางเลือกการศึกษาด้านสุขภาพให้แก่เยาวชนในจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง
 
คณะครุศาสตร์ยังคงเป็นหน่วยงานที่สะท้อนรากฐานทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากสถาบันเริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู การจัดการศึกษาของคณะครุศาสตร์ครอบคลุมวิชาชีพครูในหลายกลุ่มสาระ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา พลศึกษา การศึกษาปฐมวัย การประถมศึกษา การศึกษาพิเศษ ดนตรีศึกษา คหกรรมศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษา นอกจากการสร้างความรู้เฉพาะวิชาแล้ว การศึกษาครูยังต้องให้ความสำคัญกับจิตวิทยาการเรียนรู้ การออกแบบการสอน การวัดและประเมินผล การจัดการชั้นเรียน และจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อให้บัณฑิตสามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม
 
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทในการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ประยุกต์ คอมพิวเตอร์ และสาธารณสุข โดยมีหลักสูตรด้านเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล วิทยาการข้อมูล วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขศาสตร์ ศาสตร์เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาระบบนิเวศ การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการวิจัยและความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่ต้องการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่
 
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย การเมือง ศิลปกรรม และการพัฒนาชุมชน หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ครอบคลุมด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชน ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ ภาษาจีน สารสนเทศศึกษาและการจัดการสื่อดิจิทัล ทัศนศิลป์ และดนตรี การมีศาสตร์หลายแขนงอยู่ภายในคณะเดียวกันช่วยสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงการศึกษาทางสังคมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมความสามารถด้านภาษาและการสื่อสารในสังคมที่มีความหลากหลายมากขึ้น
 
คณะวิทยาการจัดการมีความสำคัญต่อการเตรียมกำลังคนด้านบริหารธุรกิจ การบัญชี การตลาด การจัดการโลจิสติกส์ การจัดการธุรกิจค้าปลีก คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ธุรกิจเกมและอีสปอร์ต รัฐประศาสนศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ ศาสตร์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบธุรกิจและองค์กรสมัยใหม่ โดยเฉพาะการประยุกต์ระบบดิจิทัลเพื่อการจัดการข้อมูล การตลาด และการติดต่อสื่อสาร ในบริบทของจังหวัดสกลนครซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็ก ธุรกิจเกษตร การท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์ชุมชน ความรู้ด้านการจัดการยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการในท้องถิ่นได้
 
คณะเทคโนโลยีการเกษตรเป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด หลักสูตรด้านพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เทคนิคการสัตวแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และบริหารธุรกิจการเกษตร มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร การจัดการฟาร์ม การดูแลสุขภาพสัตว์ การแปรรูปอาหาร และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ งานวิจัยและกิจกรรมฝึกปฏิบัติในศาสตร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ที่สามารถนำไปใช้กับระบบเกษตรกรรมในพื้นที่ซึ่งต้องเผชิญปัจจัยด้านภูมิอากาศ ทรัพยากรน้ำ ต้นทุนการผลิต และความต้องการของตลาด
 
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจัดการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีโยธาและสถาปัตยกรรม และเทคโนโลยีเครื่องกลและการผลิต โดยมีการพัฒนารูปแบบหลักสูตรและเส้นทางการศึกษาที่สัมพันธ์กับผู้เรียนสายอาชีวศึกษาและผู้ต้องการต่อยอดทักษะทางวิชาชีพ การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัยห้องปฏิบัติการและการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจหลักการทำงานของระบบเทคนิคและนำไปประยุกต์ใช้กับสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพในอนาคต
 
นอกจากหลักสูตรระดับปริญญาตรีแล้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครยังมีบัณฑิตวิทยาลัยทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษาระดับสูง ครอบคลุมหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยมีศาสตร์ด้านการบริหารการศึกษา วิจัยหลักสูตรและการสอน การสอนวิทยาศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฟิสิกส์ สาธารณสุขศาสตร์ การจัดการธุรกิจดิจิทัล และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและพัฒนาสังคม การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามุ่งสนับสนุนการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การสร้างงานวิจัย และการประยุกต์องค์ความรู้ในระดับที่สูงขึ้น
 
ในปีการศึกษา 2569 บัณฑิตวิทยาลัยมีการประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ เพราะแสดงให้เห็นว่าการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยมีการปรับปรุงและพัฒนารายการหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ผู้สมัครจึงควรพิจารณาประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 และเงื่อนไขการรับเข้าแต่ละรอบควบคู่กับรายชื่อหลักสูตรที่เผยแพร่ในเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
 
ด้านสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใช้ตราราชภัฏซึ่งมีความสัมพันธ์กับพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ภายในตรามีองค์ประกอบที่สื่อถึงพระราชอำนาจและภูมิปัญญา โดยมีสีสำคัญ 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีเขียว สีทอง สีส้ม และสีขาว แต่ละสีมีความหมายเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ธรรมชาติ ความเจริญทางปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และความบริสุทธิ์แห่งความคิด ขณะที่สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครคือสีเขียวและสีชมพู ซึ่งปรากฏในธงและเครื่องหมายแสดงความเป็นสถาบัน
 
คำขวัญของมหาวิทยาลัยคือ “ปญฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต” แปลว่า “ปัญญาคือแสงสว่างส่องโลก” สะท้อนความเชื่อว่าการศึกษามีบทบาทสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยคือพระพุทธรัชปัญญาบารมี ส่วนต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือราชพฤกษ์หรือคูน ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่มีดอกสีเหลืองสดและมีความสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ของประเทศไทย การใช้สัญลักษณ์เหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่ากับสถาบัน รวมทั้งสะท้อนคุณค่าด้านปัญญา คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่น่าสนใจทั้งด้านประวัติศาสตร์ การศึกษา และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร 1 ของมหาวิทยาลัย อาคารดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทยประยุกต์สูง 2 ชั้น สร้างขึ้นตามแบบอาคารราชการในปี พ.ศ. 2506 ก่อนพื้นที่นี้จะเปลี่ยนมาใช้เป็นโรงเรียนฝึกหัดครู ประวัติของอาคารจึงมีความน่าสนใจ เพราะเป็นหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงอดีตของพื้นที่กับการพัฒนามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
 
พิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครมีรากฐานจากการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนครในปี พ.ศ. 2523 ตามนโยบายด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยมีภารกิจรวบรวม เก็บรักษา และจัดแสดงโบราณวัตถุและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดสกลนคร ต่อมาเมื่อหน่วยงานวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเปลี่ยนชื่อจากศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมาเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครในปี พ.ศ. 2559 การพัฒนาพิพิธภัณฑ์สะท้อนความสำคัญของการรักษามรดกท้องถิ่นและการทำให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น
 
ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครมีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ และวัฒนธรรมของชุมชนในจังหวัดสกลนคร รวมถึงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสำคัญที่พบในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ประติมากรรมทางศาสนา เทวรูป และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสังคมท้องถิ่น การจัดแสดงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าพื้นที่สกลนครมีร่องรอยความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมโบราณหลายยุค และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายชุมชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาอย่างยาวนาน
 
คุณค่าของพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครไม่ได้อยู่เพียงการจัดเก็บโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ทั้งสำหรับนักศึกษา นักเรียน นักวิจัย และประชาชนทั่วไป ผู้สนใจสามารถศึกษาความแตกต่างของศิลปกรรมแต่ละยุค ประวัติการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางศาสนากับวิถีชีวิตของชุมชน การจัดศึกษาดูงานควรติดต่อสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมล่วงหน้า เพื่อประสานงานเกี่ยวกับการเข้าชมและบริการนำชมหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม
 
สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยมีรากฐานจากงานด้านวัฒนธรรมของสถาบันที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ช่วงวิทยาลัยครู ต่อมาได้รับการปรับโครงสร้างจนเป็นสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมภายหลังการจัดตั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานดังกล่าวดำเนินภารกิจด้านการส่งเสริมภาษา การอนุรักษ์วัฒนธรรม การจัดกิจกรรมวิชาการและพิพิธภัณฑ์ และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ อีกทั้งยังมีศูนย์ศึกษาเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน
 
ภายในสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมมีศูนย์ภาษา ศูนย์เวียดนามศึกษา ศูนย์จีนศึกษา ศูนย์ลาวศึกษา และศูนย์ประสานงานนักศึกษาต่างชาติ โดยแต่ละศูนย์มีหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การมีศูนย์ศึกษาเหล่านี้สะท้อนความสำคัญของจังหวัดสกลนครในฐานะพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน การเรียนรู้เรื่องภาษาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศจึงช่วยขยายมุมมองของนักศึกษาให้เข้าใจบริบทสังคมและเศรษฐกิจในภูมิภาคได้มากขึ้น
 
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยยังมีสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านทรัพยากรห้องสมุดและระบบสารสนเทศ อาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารเรียนรวม อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อาคารคณะต่าง ๆ หอประชุมจามจุรี 1 และ 2 หอประชุมมหาวชิราลงกรณ สนามกีฬาราชพฤกษ์ ศูนย์กีฬาในร่ม หอพักนักศึกษา โรงอาหาร และโรงแรมภูพานเพลซ สถานที่เหล่านี้ทำหน้าที่สนับสนุนทั้งการศึกษา การประชุม การจัดกิจกรรม และการใช้ชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย
 
พระพุทธรัชปัญญาบารมีเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยที่มีความสำคัญด้านจิตใจและสัญลักษณ์ของสถาบัน การมีพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา คุณธรรม และวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสังคมไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีศาลเจ้าปู่หนองหญ้าไซเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อความเชื่อและความผูกพันของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยสถานที่ทางศาสนาและความเชื่อภายในสถาบันควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพตามธรรมเนียมและระเบียบของสถานที่
 
ประเพณีสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครคือพิธีไหว้ครู ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความเคารพและความกตัญญูต่อครูอาจารย์ รวมถึงความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยได้กำหนดจัดพิธีไหว้ครูในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมจามจุรี 1 กิจกรรมนี้มีความหมายทั้งสำหรับนักศึกษาใหม่และนักศึกษาปัจจุบัน เพราะเป็นโอกาสในการแสดงความเคารพต่อผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสืบทอดคุณค่าทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นสถาบันผลิตครูของมหาวิทยาลัย
 
วันที่ 17 กรกฎาคมยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2507 โดยในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมครบรอบ 62 ปีการสถาปนามหาวิทยาลัย เพื่อระลึกถึงพัฒนาการจากโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครมาสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร การจัดกิจกรรมในวาระครบรอบสถาบันเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงความทรงจำของศิษย์เก่า บุคลากร และนักศึกษารุ่นปัจจุบันเข้ากับประวัติศาสตร์การศึกษาและภารกิจการพัฒนาท้องถิ่น
 
อีกบทบาทที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยคือการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดสกลนครและมีความสัมพันธ์กับเทศกาลออกพรรษา ประเพณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำปราสาทจากขี้ผึ้งเพื่อเป็นพุทธบูชา และเป็นกิจกรรมที่ชุมชนมีส่วนร่วมทั้งด้านศิลปกรรม ความเชื่อ และการเฉลิมฉลอง ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งและกิจกรรมทางวัฒนธรรมของจังหวัดในช่วงวันที่ 20 – 26 ตุลาคม โดยมีส่วนร่วมทั้งด้านการแสดง การสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม และกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรม
 
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ร่วมจัดขบวนนำปราสาทผึ้งในงานประเพณีของจังหวัด โดยสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมมีบทบาทในการจัดขบวน ส่วนสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะครุศาสตร์ ได้สร้างสรรค์ปราสาทผึ้งร่วมสมัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมกับการประดิษฐ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถนำศาสตร์ทางการศึกษาและศิลปะมาสนับสนุนประเพณีของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมจริง
 
งานวิจัยด้านการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นอีกภารกิจที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับจังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะงานศึกษาเกี่ยวกับผ้าย้อมครามและผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชุมชน ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีการเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับอัตลักษณ์ไหมพื้นบ้านพันธุ์นางอ่อนโยนและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมย้อมครามเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลงานดังกล่าวเชื่อมโยงภูมิปัญญาการย้อมครามกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมสามารถดำเนินไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน
 
การทำงานด้านผ้าย้อมครามมีความสำคัญในบริบทของจังหวัดสกลนคร เพราะผ้าครามเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ด้านสี เทคนิคการย้อม ลวดลาย และความรู้ที่สืบทอดจากช่างฝีมือท้องถิ่น การนำงานวิจัยเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาวัตถุดิบ การจัดการคุณภาพ การสร้างแบรนด์ และการตลาด สามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการชุมชนได้ ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยเรียนรู้ว่าความรู้สมัยใหม่สามารถนำมาประยุกต์กับภูมิปัญญาดั้งเดิมได้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งคุณค่าทางวัฒนธรรม
 
มหาวิทยาลัยยังมีภารกิจด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษาและท้องถิ่นในศาสตร์อื่น ทั้งการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อม การเกษตรและอาหาร และการยกระดับบริการสาธารณะ การทำงานร่วมกันระหว่างคณะต่าง ๆ ทำให้เกิดโอกาสสร้างงานวิจัยแบบบูรณาการ เช่น การพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนเกษตรกร การพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับการศึกษา และการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการมาใช้กับวิสาหกิจชุมชน
 
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีความหลากหลายของหลักสูตรตั้งแต่การผลิตครู การเรียนทางวิทยาศาสตร์ การบริหารธุรกิจ ศิลปกรรม ภาษา เกษตรกรรม เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ไปจนถึงพยาบาลศาสตร์ ผู้สมัครควรพิจารณาความสนใจส่วนบุคคล ลักษณะรายวิชา ความถนัดทางวิชาการ รูปแบบการฝึกประสบการณ์ และแนวทางประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา ประกอบกับเกณฑ์การรับสมัครในปีการศึกษาที่ต้องการ เพราะบางหลักสูตรอาจมีการปรับปรุงชื่อ เปลี่ยนโครงสร้างรายวิชา หรือกำหนดจำนวนรับและคุณสมบัติผู้สมัครแตกต่างกันในแต่ละรอบ
 
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์การศึกษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครสามารถช่วยให้เข้าใจรากฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด ขณะที่การศึกษาดูงานกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์สามารถเปิดมุมมองเกี่ยวกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการประยุกต์เทคโนโลยีในภูมิภาค ส่วนสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นจุดที่เหมาะสำหรับผู้สนใจภาษาและวัฒนธรรมของสังคมลุ่มน้ำโขง
 
การเดินทางมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอเมืองสกลนครได้ ทั้งพระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีความสัมพันธ์กับศิลปกรรมขอม วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนในจังหวัด พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภายในวัดป่าสุทธาวาส รวมถึงสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์และพื้นที่พักผ่อนบริเวณหนองหาร สถานที่เหล่านี้ทำให้การเดินทางเพื่อเยี่ยมมหาวิทยาลัยสามารถต่อยอดสู่การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมได้ภายในทริปเดียว
 
สำหรับผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร ควรประสานงานกับสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเดินทาง เนื่องจากเวลาเปิดให้เข้าชมและการให้บริการอาจแตกต่างจากเวลาติดต่อสำนักงานทั่วไป รวมทั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการจัดนิทรรศการหรือกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ในส่วนของอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอพัก และพื้นที่เฉพาะทางวิชาการ การเข้าใช้พื้นที่ควรดำเนินการตามระเบียบของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะซึ่งจำเป็นต้องมีการประสานงานล่วงหน้า
 
การเดินทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครตั้งอยู่เลขที่ 680 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองสกลนครโดยใช้ถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าไปทางจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดอุดรธานีหรือจังหวัดใกล้เคียงสามารถใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 22 เข้าสู่จังหวัดสกลนครและเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยตามป้ายบอกทางหรือระบบนำทาง
 
สำหรับผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินสามารถใช้ท่าอากาศยานสกลนครแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถยนต์เช่าไปยังมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถลงที่สถานีขนส่งหรือจุดรับส่งผู้โดยสารในตัวเมืองสกลนครแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างตามความเหมาะสม เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีอาคารหลายแห่ง ผู้ที่ต้องการติดต่อสำนักงานอธิการบดี งานทะเบียน หรือคณะต่าง ๆ ควรตรวจสอบหมายเลขอาคารและจุดทางเข้าที่เหมาะสมก่อนเดินทาง เพื่อช่วยลดเวลาในการค้นหาสถานที่ภายในวิทยาเขต
 
ผู้ที่เดินทางมาสอบ สมัครเรียน เข้าร่วมการประชุม หรือทำธุระด้านเอกสารควรเผื่อเวลาในการติดต่อหน่วยงาน เพราะมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาและผู้มาใช้บริการจำนวนมากในช่วงเปิดภาคเรียนและช่วงรับสมัคร โดยเวลาติดต่อสำนักงานของหน่วยงานราชการทั่วไปอยู่ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม กองพัฒนานักศึกษาและหน่วยบริการบางประเภทอาจมีการให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ตามตารางของหน่วยงาน จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทางหากต้องการติดต่อในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์
 
สำหรับร้านอาหารและที่พักบริเวณมหาวิทยาลัยและตัวเมืองสกลนคร มีสถานประกอบการหลายรูปแบบรองรับทั้งนักศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เข้าร่วมประชุม และนักท่องเที่ยว โดยมีทั้งร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารไทย ร้านอาหารเวียดนาม ร้านกาแฟ และร้านอาหารนานาชาติ ส่วนที่พักมีทั้งโรงแรมภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย โรงแรมริมถนนนิตโย รีสอร์ต และโรงแรมในย่านตัวเมือง ผู้ที่เดินทางมาทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอาจเลือกที่พักใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อลดระยะเวลาเดินทาง ขณะที่ผู้ที่ต้องการเที่ยวชมเมืองสกลนครเพิ่มเติมอาจเลือกที่พักในตัวเมืองตามลักษณะการเดินทางของตนเอง
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครจึงมีคุณค่าทั้งในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน จากโรงเรียนฝึกหัดครูที่เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเพียง 70 คนในปี พ.ศ. 2507 สู่มหาวิทยาลัยที่มีคณะหลากหลายและเริ่มเปิดการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ในปี พ.ศ. 2569 สถาบันแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ขณะเดียวกันการมีพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาของจังหวัดสกลนครให้สามารถถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
 
ตารางสรุปข้อมูลมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
ชื่อภาษาอังกฤษSakon Nakhon Rajabhat University
ชื่อย่อมรสน. / SNRU
ประเภทมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ
จังหวัดและอำเภอตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
ที่อยู่เต็ม680 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000
พิกัดมหาวิทยาลัย17.18994, 104.09153
วันก่อตั้งสถาบันเดิม17 กรกฎาคม พ.ศ. 2507
ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู16 มกราคม พ.ศ. 2513
เปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏพ.ศ. 2538
ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
อายุสถาบันในปี 256962 ปี นับจากการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนคร
บุคคลสำคัญในระยะก่อตั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และนายจำนง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม
อธิการบดีในปี 2569ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริต ชาญชิตปรีชา
สีประจำมหาวิทยาลัยสีเขียวและสีชมพู
คำขวัญปญฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต – ปัญญาคือแสงสว่างส่องโลก
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ หรือคูน
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยพระพุทธรัชปัญญาบารมี
จำนวนคณะ7 คณะ
คณะและหน่วยงานด้านการศึกษา1. คณะครุศาสตร์
2. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
4. คณะวิทยาการจัดการ
5. คณะเทคโนโลยีการเกษตร
6. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
7. คณะพยาบาลศาสตร์
8. บัณฑิตวิทยาลัย
จุดเด่นทางวิชาการการผลิตครู การพัฒนาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาการข้อมูล ภาษาและวัฒนธรรม การจัดการธุรกิจ การเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และพยาบาลศาสตร์
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย1. พิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร อาคาร 1
2. สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม
3. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. อาคารสำนักงานอธิการบดี อาคาร 10
5. อาคารบัณฑิตวิทยาลัย
6. อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์
7. หอประชุมจามจุรี 1 และ 2
8. หอประชุมมหาวชิราลงกรณ
9. สนามกีฬาราชพฤกษ์
10. ศูนย์กีฬาในร่ม
11. พระพุทธรัชปัญญาบารมี
12. ศาลเจ้าปู่หนองหญ้าไซ
13. โรงแรมภูพานเพลซ
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญพิธีไหว้ครู กิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย กิจกรรมนักศึกษา การบริการวิชาการ และการมีส่วนร่วมในประเพณีแห่ปราสาทผึ้งจังหวัดสกลนคร
วันติดต่อสำนักงานวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
เวลาติดต่อสำนักงาน08.30 – 16.30 น.
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนครติดต่อสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเข้าชม โทร. 042-744-009
สิ่งอำนวยความสะดวกห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ อาคารเรียนรวม โรงอาหาร หอพักนักศึกษา สนามกีฬา หอประชุม จุดจอดรถ บริการสารสนเทศ และที่พักสำหรับผู้มาเยือนตามการให้บริการของสถานประกอบการ
การเดินทางใช้ถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 จากตัวเมืองสกลนคร มุ่งหน้าทางจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยอยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวภายในและใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร ภายในมหาวิทยาลัย
2. พระธาตุนารายณ์เจงเวง ตำบลธาตุนาเวง
3. พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส
4. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บริเวณหนองหาร
5. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อำเภอเมืองสกลนคร
ร้านอาหารในพื้นที่มหาวิทยาลัยและตัวเมือง1. ร้านนากี้ (Nagi Restaurant) โทร. 095-446-6665
2. ร้านอาหารบ้านสวนภู โทร. 082-465-6492
3. ครัว ณ คอน โทร. 083-026-5510
4. ร้านสะบันงา โทร. 088-983-1282
5. ร้าน 229 Restaurant โทร. 098-714-4229
ที่พักในพื้นที่มหาวิทยาลัยและตัวเมือง1. โรงแรมภูพานเพลซ โทร. 042-970-096
2. U Style Hotel โทร. 042-724-032
3. Color Ville Resort โทร. 042-972-558
4. นาไค รีสอร์ต สกลนคร โทร. 061-402-0632
5. โรงแรมทองประโชค โทร. 088-975-9497
โทรศัพท์มหาวิทยาลัย042-970-021, 042-970-094
โทรศัพท์สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน042-970-025
อีเมลมหาวิทยาลัยsaraban@snru.ac.th
เว็บไซต์ทางการwww.snru.ac.th
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และมีการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ปีการศึกษา 2569
 
คณะ / หน่วยงานหลักสูตรและสาขาวิชาที่เผยแพร่ในระบบมหาวิทยาลัย
คณะครุศาสตร์ระดับปริญญาตรี – ครุศาสตรบัณฑิต และสาขาที่เกี่ยวข้อง
1. คณิตศาสตร์
2. นวัตกรรมและคอมพิวเตอร์ศึกษา
3. การศึกษาปฐมวัย
4. พลศึกษา
5. สังคมศึกษา
6. ภาษาไทย
7. ภาษาอังกฤษ
8. ฟิสิกส์
9. วิทยาศาสตร์
10. คหกรรมศาสตร์
11. อุตสาหกรรม
12. การศึกษาพิเศษและภาษาอังกฤษ
13. เคมี
14. การประถมศึกษา
15. เกษตรศาสตร์
16. ดนตรีศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับปริญญาตรี – วิทยาศาสตรบัณฑิต
1. เคมี
2. ฟิสิกส์
3. ชีววิทยา
4. วิทยาการคอมพิวเตอร์
5. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล
6. วิทยาการข้อมูล
7. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
8. คณิตศาสตร์
ระดับปริญญาตรี – สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต
9. สาธารณสุขศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับปริญญาตรี – นิติศาสตรบัณฑิต
1. นิติศาสตร์
ระดับปริญญาตรี – รัฐศาสตรบัณฑิต
2. รัฐศาสตร์
ระดับปริญญาตรี – ศิลปศาสตรบัณฑิต
3. การท่องเที่ยว
4. การพัฒนาชุมชน
5. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
6. ภาษาอังกฤษ
7. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ
8. ภาษาจีน
9. สารสนเทศศึกษาและการจัดการสื่อดิจิทัล
ระดับปริญญาตรี – ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต
10. ทัศนศิลป์
11. ดนตรี
คณะวิทยาการจัดการระดับปริญญาตรี – บริหารธุรกิจบัณฑิต
1. บริหารธุรกิจ (มีแขนงวิชาการตลาด การจัดการทั่วไป การเงินการธนาคาร และการจัดการโลจิสติกส์)
2. การจัดการธุรกิจค้าปลีก
3. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
4. การจัดการธุรกิจเกมและอีสปอร์ต
ระดับปริญญาตรี – บัญชีบัณฑิต
5. การบัญชี
ระดับปริญญาตรี – รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
6. รัฐประศาสนศาสตร์
ระดับปริญญาตรี – นิเทศศาสตรบัณฑิต
7. นิเทศศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการเกษตรระดับปริญญาตรี – วิทยาศาสตรบัณฑิต
1. พืชศาสตร์
2. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
3. เทคนิคการสัตวแพทย์
4. สัตวศาสตร์
5. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
6. บริหารธุรกิจการเกษตร
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับปริญญาตรี – เทคโนโลยีบัณฑิต
1. เทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (แขนงวิชาไฟฟ้า และแขนงวิชาอิเล็กทรอนิกส์)
2. เทคโนโลยีโยธาและสถาปัตยกรรม (แขนงวิชาเทคโนโลยีโยธา และเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม)
3. เทคโนโลยีเครื่องกลและการผลิต (แขนงวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล และเทคโนโลยีการผลิต)
คณะพยาบาลศาสตร์ระดับปริญญาตรี – หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569 ระยะเวลาเรียน 4 ปี จำนวน 125 หน่วยกิต เปิดรับและปฐมนิเทศนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2569
บัณฑิตวิทยาลัยระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. สาขาวิชาชีพครู
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง
2. สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ระดับปริญญาโท – ครุศาสตรมหาบัณฑิต
3. การบริหารการศึกษา
4. การบริหารและพัฒนาการศึกษา
5. วิจัยหลักสูตรและการสอน
6. การสอนวิทยาศาสตร์
ระดับปริญญาโท – หลักสูตรอื่น
7. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
8. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน
9. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
10. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์
11. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
12. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล
ระดับปริญญาเอก – ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
13. การบริหารการศึกษา
ระดับปริญญาเอก – ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
14. การบริหารและพัฒนาการศึกษา
15. วิจัยหลักสูตรและการสอน
16. การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน
17. วิศวกรรมศาสตร์
18. ฟิสิกส์
19. คอมพิวเตอร์ศึกษา
ระดับปริญญาเอก – รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต
20. รัฐประศาสนศาสตร์
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 680 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: สำนักงานและงานทะเบียนเปิดให้ติดต่อโดยทั่วไปในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และหน่วยบริการอื่นมีตารางเวลาแยกต่างหาก
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 ในชื่อโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนคร ก่อนพัฒนาเป็นวิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ และได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีทั้งหมดกี่คณะในปี 2569?
ตอบ: มีทั้งหมด 7 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีคณะพยาบาลศาสตร์หรือไม่?
ตอบ: มีคณะพยาบาลศาสตร์ โดยได้รับอนุมัติจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และเริ่มเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2569
 
ถาม: ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีพิพิธภัณฑ์อะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร ตั้งอยู่ในอาคาร 1 ภายในมหาวิทยาลัย จัดแสดงข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมของจังหวัดสกลนคร ผู้สนใจควรติดต่อสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเข้าชม
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมีบทบาทด้านประเพณีท้องถิ่นอย่างไร?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง รวมทั้งมีการดำเนินงานด้านภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม และงานวิจัยเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ผ้าย้อมครามสกลนคร
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครอย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้ถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 จากตัวเมืองสกลนครมุ่งหน้าไปทางจังหวัดอุดรธานี หรือเดินทางโดยเครื่องบินไปยังท่าอากาศยานสกลนครแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถยนต์เช่าไปยังมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(9)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
วัด วัด(18)
โบสถ์ โบสถ์(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(7)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)