หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.เมืองขอนแก่น >ต.ในเมือง > มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
TL;DR: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่199/19 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000 เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ฝ่ายรับสมัครและงานทะเบียน) เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน).
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ฝ่ายรับสมัครและงานทะเบียน)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน)
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern University: NEU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่เลขที่ 199/19 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 ในชื่อวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern College) โดยมี ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและผู้รับใบอนุญาต ด้วยการสนับสนุนของ ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิทยาลัยในระยะแรก ต่อมาได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่จัดการศึกษาครอบคลุมด้านวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ โดยยึดปรัชญา “คุณวุฒิ คุณธรรม คุณภาพ” และมุ่งพัฒนาบัณฑิตที่มีความรู้ทางวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และจิตสาธารณะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสังคม
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความสำคัญต่อระบบการศึกษาของจังหวัดขอนแก่นในฐานะมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนและประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษาได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาต่อในกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้มีความสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายสาขา ทั้งด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม วิชาชีพครู การบริหารภาครัฐ เทคโนโลยี และบริการสุขภาพ
ที่ตั้งมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น บริเวณถนนมิตรภาพซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมสายหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำเลดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการเดินทางจากพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ภายในมหาวิทยาลัยมีอาคารเรียน อาคารสำนักงาน ห้องปฏิบัติการ พื้นที่กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา ซึ่งรองรับนักศึกษาที่มีความสนใจในศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดเริ่มต้นก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ โดยคณะผู้ริเริ่มได้เตรียมการจัดตั้งสถาบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ภายใต้คำแนะนำของคณะที่ปรึกษาซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการและนักบริหารที่มีประสบการณ์ การดำเนินงานในช่วงแรกมุ่งสร้างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีความพร้อมด้านพื้นที่ อาคารสถานที่ เงินทุน และบุคลากร เพื่อรองรับการขยายโอกาสทางการศึกษาในภูมิภาค
พื้นที่ก่อตั้งวิทยาลัยตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองขอนแก่น โดยในเอกสารประวัติสถาบันระบุว่ามีพื้นที่ประมาณ 47 ไร่ 3 งาน 51.1 ตารางวา และอยู่ห่างจากขอบถนนมิตรภาพประมาณ 200 เมตร การเลือกพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีพื้นที่รองรับการก่อสร้างอาคารและการขยายกิจกรรมของสถาบันในระยะยาว
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญในประวัติของสถาบัน เมื่อมีการวางศิลาฤกษ์อาคารบริหาร ซึ่งต่อมาเป็นอาคารสำนักงานอธิการบดี การก่อสร้างอาคารและการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนถือเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมเปิดสถานศึกษา โดยมีการลงทุนในระยะแรกประมาณ 90 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมสำหรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้บทบาทของ ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ ผู้ริเริ่มก่อตั้งและผู้ได้รับอนุมัติเป็นผู้รับใบอนุญาต ร่วมกับ ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ซึ่งให้การสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันและได้รับแต่งตั้งเป็นนายกสภาวิทยาลัยในระยะแรก บุคคลทั้งสองจึงได้รับการกล่าวถึงในประวัติมหาวิทยาลัยในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการกำเนิดสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้
วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติการจัดตั้งวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นทางการ โดยนายสุบิน ปิ่นขยัน รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามออกใบอนุญาตจัดตั้งในชื่อวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ North Eastern College ซึ่งใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษว่า N.E.C. เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นทางกฎหมายของสถาบันและเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัดขอนแก่น
ในการรับมอบใบอนุญาตจัดตั้งวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้กล่าวถึงความพร้อมของวิทยาลัยด้านเงินทุน ที่ดิน และทรัพย์สิน ตลอดจนความสามารถในการดำเนินการขอจัดตั้งสถาบันได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สะท้อนให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มดำเนินการเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิทยาลัยสามารถเปิดการศึกษาได้ตามเป้าหมาย
เมื่อเริ่มจัดการศึกษาในปีการศึกษา พ.ศ. 2531 วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ การบัญชี การตลาด การเงินการธนาคาร และคอมพิวเตอร์ธุรกิจ การเลือกเปิดสอนสาขาเหล่านี้สอดคล้องกับความต้องการบุคลากรด้านการจัดการและธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตและภาคเอกชนมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปีการศึกษา พ.ศ. 2532 วิทยาลัยได้ขยายการจัดการศึกษาเข้าสู่ด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การขยายตัวดังกล่าวทำให้สถาบันไม่ได้มุ่งผลิตบัณฑิตด้านธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปีการศึกษา พ.ศ. 2533 สถาบันได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิตในสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา และต่อมาในปีการศึกษา พ.ศ. 2537 ได้ขยายไปสู่การศึกษาด้านการหนังสือพิมพ์ พัฒนาการนี้สะท้อนการตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรทางการสื่อสารและสื่อมวลชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการขยายตัวของธุรกิจสื่อในสังคมไทย
ในปีการศึกษา พ.ศ. 2535 วิทยาลัยเริ่มจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจทั่วไป หรือ M.B.A. นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสถาบันจากผู้จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีไปสู่การผลิตบุคลากรที่มีความรู้ขั้นสูงด้านการบริหารและการจัดการองค์กร
ช่วงปลายทศวรรษ 2530 ถึงต้นทศวรรษ 2540 เป็นระยะเวลาที่สถาบันขยายหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ปีการศึกษา พ.ศ. 2540 ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต และในปีการศึกษา พ.ศ. 2541 ได้เพิ่มสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา การขยายตัวดังกล่าวช่วยเพิ่มความหลากหลายทางวิชาการและรองรับผู้เรียนที่มีความสนใจแตกต่างกัน ทั้งด้านกฎหมาย การก่อสร้าง และวิชาชีพทางเทคนิค
วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2542 วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ North Eastern University โดยนายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในใบอนุญาต การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการของสถาบันที่มีการขยายการจัดการศึกษาและการผลิตบัณฑิตในหลายระดับอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 จึงเป็นวันก่อตั้งสถาบันในชื่อวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เป็นวันที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย การแยกความแตกต่างระหว่างวันทั้งสองมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจประวัติสถาบัน เพราะเป็นเหตุการณ์คนละช่วงเวลาที่มีความหมายต่างกัน
หลังได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัย การขยายหลักสูตรยังดำเนินต่อไป โดยในปีการศึกษา พ.ศ. 2543 มีการเพิ่มหลักสูตรบริหารธุรกิจด้านการจัดการ วิศวกรรมเครื่องกล และการศึกษาด้านวิชาชีพครู ปีการศึกษา พ.ศ. 2544 ได้เปิดสอนหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตและรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต แสดงให้เห็นการขยายบทบาทของมหาวิทยาลัยจากสาขาธุรกิจและวิศวกรรมศาสตร์ไปสู่การบริหารภาครัฐและวิชาชีพทางการศึกษา
ปีการศึกษา พ.ศ. 2545 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ในระยะเดียวกันได้พัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาด้านการบริหารการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาในภูมิภาค
ปี พ.ศ. 2546 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดทำความร่วมมือทางวิชาการกับ Murray State University ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนบุคลากรและโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาศูนย์ภาษาอังกฤษ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยระดับภูมิภาคกับเครือข่ายการศึกษาต่างประเทศ
ในปีการศึกษา พ.ศ. 2550 มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการพัฒนาคุณวุฒิด้านวิชาชีพทางการศึกษา ต่อมาในปีการศึกษา พ.ศ. 2551 สถาบันได้รับการรับรองวิทยฐานะเพื่อจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก และดำเนินการเปิดหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิตด้านการบริหารการศึกษาและบริหารธุรกิจ พัฒนาการดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยมีการจัดการศึกษาครอบคลุมระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
ปีการศึกษา พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยได้ขยายการศึกษาเข้าสู่ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ และจัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพื่อรองรับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารภาครัฐและศาสตร์ทางสังคม ขณะที่การพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษายังคงดำเนินต่อไปในช่วงปีการศึกษาต่อมา
ปีการศึกษา พ.ศ. 2559 เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างคณะ โดยมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์และปรับโครงสร้างหน่วยงานจากเดิม 8 คณะให้เหลือ 4 คณะ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายในการจัดกลุ่มศาสตร์ให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการและการพัฒนาหลักสูตร
จากนั้นมหาวิทยาลัยได้พัฒนาการจัดการศึกษาด้านการผลิตครูอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดสอนสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คอมพิวเตอร์ศึกษา การประถมศึกษา และการสอนภาษาอังกฤษ ตลอดจนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาด้านการบริหารและภาวะผู้นำทางการศึกษา หลักสูตรและการสอน และสาขาอื่นที่สัมพันธ์กับการพัฒนาการศึกษา
ในปีการศึกษา พ.ศ. 2565 มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมระบบอัจฉริยะและวิศวกรรมโยธาระดับบัณฑิตศึกษา รวมถึงการขยายการศึกษาด้านสังคมศาสตร์และวิชาชีพครู การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนความต้องการของสังคมที่ให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัล เทคโนโลยีอัตโนมัติ และการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทางมากขึ้น
การจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์และพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเป็นพัฒนาการสำคัญอีกด้านหนึ่ง โดยมีหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตฉบับใหม่ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาการพยาบาลตามเอกสารหลักสูตร การขยายการศึกษาเข้าสู่วิชาชีพพยาบาลช่วยเพิ่มบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบบริการสาธารณสุขและสังคมผู้สูงอายุ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดการศึกษาผ่านคณะหลัก 5 คณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ แต่ละคณะมีภารกิจทางวิชาการแตกต่างกัน โดยเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับทักษะการประกอบอาชีพและความต้องการกำลังคนในระดับภูมิภาค
คณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นหน่วยงานที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี โดยมีสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียนรู้ด้านวิศวกรรมต้องใช้ทั้งความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การออกแบบ การทดลอง และการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบวิธีแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับระบบพลังงานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลไฟฟ้า และระบบควบคุม ส่วนวิศวกรรมโยธามุ่งศึกษาโครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง การสำรวจ และการบริหารงานก่อสร้าง ขณะที่วิศวกรรมเครื่องกลเกี่ยวข้องกับระบบเครื่องจักร พลังงาน ความร้อน และกระบวนการทางกลศาสตร์ ความรู้เหล่านี้มีบทบาทโดยตรงต่ออุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
สาขาวิศวกรรมระบบอัจฉริยะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านระบบควบคุม การประมวลผลข้อมูล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ ส่วนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดียมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาระบบดิจิทัล การสื่อสารข้อมูล และการสร้างสื่อเทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำงานสมัยใหม่
คณะบริหารธุรกิจจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ โดยครอบคลุมการตลาดดิจิทัล การเป็นผู้ประกอบการและการจัดการสมัยใหม่ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล การจัดการกีฬาและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน และการบัญชี การจัดการศึกษากลุ่มนี้ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการบริหารองค์กร การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนธุรกิจ และการประยุกต์เทคโนโลยีในการทำงาน
สาขาการตลาดดิจิทัลมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ การวิเคราะห์ตลาด และการพัฒนาแบรนด์ ขณะที่การเป็นผู้ประกอบการและการจัดการสมัยใหม่ช่วยสร้างความเข้าใจด้านการดำเนินธุรกิจ การบริหารทรัพยากร การจัดการต้นทุน และการวางแผนกลยุทธ์สำหรับองค์กรหรือกิจการของตนเอง
การศึกษาด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานมีความสำคัญต่อจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการค้าในภูมิภาค ผู้เรียนต้องเข้าใจระบบขนส่ง การจัดการคลังสินค้า การวางแผนจัดซื้อ การประสานงานระหว่างองค์กร และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ส่วนการบัญชีเป็นศาสตร์ที่ช่วยสนับสนุนการจัดทำรายงานทางการเงิน การตรวจสอบ และการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ
คณะศึกษาศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการผลิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา โดยมีการจัดการศึกษาในกลุ่มสาขาการศึกษาปฐมวัย คอมพิวเตอร์ศึกษา การประถมศึกษา การสอนภาษาอังกฤษ และพลศึกษาและสุขศึกษา รวมถึงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาด้านการบริหารการศึกษา หลักสูตรและการสอน และการวิจัยด้านการศึกษา
การผลิตครูในยุคปัจจุบันต้องพัฒนาทั้งความรู้ในเนื้อหาวิชา ทักษะการสื่อสาร ความเข้าใจจิตวิทยาการเรียนรู้ และความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน นักศึกษาวิชาชีพครูจึงต้องเรียนรู้วิธีจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละวัย รวมถึงการประเมินผล การใช้เทคโนโลยีการศึกษา และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ในระดับบัณฑิตศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องรับผิดชอบการบริหารองค์กร การจัดการทรัพยากร การพัฒนาหลักสูตร และการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ การศึกษาระดับสูงจึงเชื่อมโยงกับการใช้ผลงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนานโยบายหรือแนวทางปฏิบัติภายในสถานศึกษา
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับรัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ ภาษา และการจัดการองค์กรหรือชุมชน โดยเน้นการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับสังคม การบริหารภาครัฐ กฎหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับองค์กร การเรียนรู้ในกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาผู้บริหารภาครัฐ บุคลากรด้านกฎหมาย และผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับชุมชนหรือการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
สาขารัฐประศาสนศาสตร์ช่วยพัฒนาความรู้เกี่ยวกับระบบราชการ การบริหารนโยบายสาธารณะ การจัดการองค์กรภาครัฐ และการบริการประชาชน ขณะที่นิติศาสตร์มุ่งพัฒนาความรู้ด้านหลักกฎหมาย การใช้เหตุผล และกระบวนการยุติธรรม ส่วนการศึกษาภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนเพื่อการสื่อสารช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานกับบุคคลจากหลากหลายภูมิหลัง
คณะพยาบาลศาสตร์มุ่งผลิตบุคลากรทางการพยาบาลที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทักษะการดูแลผู้ป่วย และจริยธรรมวิชาชีพ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตประกอบด้วยการเรียนรู้ภาคทฤษฎี การฝึกทักษะทางการพยาบาล และการฝึกประสบการณ์ในสถานการณ์การดูแลสุขภาพตามแผนการศึกษาและข้อกำหนดของสภาวิชาชีพ
วิชาชีพพยาบาลต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา การประเมินภาวะสุขภาพ การพยาบาลผู้ป่วย และทักษะการสื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัว ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ การพัฒนาบุคลากรในสาขานี้จึงมีความสำคัญต่อการยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ
ประเพณีสำคัญของคณะพยาบาลศาสตร์คือพิธีมอบหมวกและรับตะเกียงไนติงเกล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่การเรียนรู้และปฏิบัติงานในวิชาชีพพยาบาล โดยในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มีการจัดพิธีดังกล่าวสำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ณ หอประชุมประภากร คอนเวนชั่นฮอลล์ ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และผู้ปกครองเข้าร่วม
พิธีมอบหมวกและรับตะเกียงไนติงเกลมีความหมายเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์วิชาชีพพยาบาลและอุดมการณ์การดูแลผู้ป่วย โดยตะเกียงเป็นสัญลักษณ์ที่สัมพันธ์กับฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการพยาบาลสมัยใหม่ การประกอบพิธีดังกล่าวจึงเป็นการปลูกฝังความภาคภูมิใจ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านการบริการผู้ป่วยแก่ผู้เรียน
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยยังมีกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมนักศึกษา เช่น NEU Activity Ambassador 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ณ หอประชุมประภากร คอนเวนชั่นฮอลล์ กิจกรรมนี้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาแสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมในชีวิตมหาวิทยาลัย ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาต่างคณะและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้นอกห้องเรียน
พิธีประสาทปริญญาบัตรเป็นอีกกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัย โดยในปี พ.ศ. 2569 มีการจัดพิธีประสาทปริญญาบัตรและมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 งานดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของผู้เรียนและบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตเพื่อเข้าสู่การทำงานหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
ในพิธีดังกล่าวมหาวิทยาลัยได้รายงานผลการดำเนินงานด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมีการปรับปรุงหลักสูตร 6 หลักสูตร และเปิดหลักสูตรใหม่ 4 หลักสูตร อีกทั้งมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษารวม 258 ทุน สะท้อนการดำเนินงานเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา
ด้านงานวิจัย มหาวิทยาลัยได้รายงานการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาให้ชุมชนและสังคม รวม 1,063,527 บาท และสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติรวม 50 ผลงาน ในรอบการดำเนินงานที่นำเสนอในพิธีประสาทปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2568 ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความพยายามในการเชื่อมโยงการวิจัยกับประโยชน์ที่เกิดขึ้นในสังคม
ด้านการบริการวิชาการแก่ชุมชน มหาวิทยาลัยได้รายงานการดำเนินกิจกรรมบริการวิชาการและบำเพ็ญประโยชน์รวม 48 โครงการ พร้อมกิจกรรมบริจาคโลหิตที่มีผู้เข้าร่วม 160 คน และได้รับโลหิตรวมประมาณ 68,000 ซีซี การดำเนินกิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการนำทรัพยากรทางการศึกษาและความร่วมมือของบุคลากรกับนักศึกษาไปสนับสนุนประโยชน์ส่วนรวม
การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเป็นอีกภารกิจที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประเพณีท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวคิด “ฮีต 12 คอง 14” ซึ่งเกี่ยวข้องกับจารีตประเพณีและแนวทางดำเนินชีวิตของชุมชนอีสาน มหาวิทยาลัยมีการส่งเสริมกิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมและสามารถนำองค์ความรู้ไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมร่วมสมัย
ชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความสัมพันธ์กับที่ตั้งและบทบาทของสถาบันโดยตรง โดยใช้ชื่อภูมิภาคอีสานเป็นอัตลักษณ์เพื่อสะท้อนความมุ่งหมายที่จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชื่อภาษาอังกฤษคือ North Eastern University และใช้อักษรย่อ NEU
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2531 ไม่ใช่ชื่อเดิมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งเคยใช้ชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือในระยะเริ่มต้นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐช่วงทศวรรษ 2500 ทั้งสองแห่งเป็นสถาบันการศึกษาคนละแห่ง มีประวัติการก่อตั้งและโครงสร้างบริหารแยกจากกันโดยสิ้นเชิง
อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือสะท้อนผ่านปรัชญา “คุณวุฒิ คุณธรรม คุณภาพ” ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ และจริยธรรม มหาวิทยาลัยยังมีเอกลักษณ์ด้านการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการพัฒนาชุมชน” และมุ่งสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพสูง มีจิตสาธารณะ และสามารถนำองค์ความรู้ไปสนับสนุนความเข้มแข็งของสังคม
สีประจำมหาวิทยาลัยประกอบด้วยสีเหลือง สีชมพู และสีฟ้า ส่วนต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน ซึ่งเป็นไม้ดอกที่มีความสัมพันธ์กับภูมิทัศน์และวัฒนธรรมของจังหวัดขอนแก่น ดอกราชพฤกษ์สีเหลืองที่ออกเป็นช่อสวยงามจึงมีความหมายเชื่อมโยงทั้งกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและภาพจำของภูมิภาคอีสาน
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยองค์ประกอบที่สื่อถึงภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความรู้ และความก้าวหน้าทางวิทยาการ โดยมีรูปแผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ภายในรูปเฟือง พร้อมองค์ประกอบแสงสว่างและข้อความชื่อมหาวิทยาลัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สัญลักษณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงแนวคิดการศึกษากับการพัฒนาท้องถิ่นและเทคโนโลยี
ด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมีแนวทางการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ Green University โดยให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย การเดินทาง และสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการบูรณาการความรู้ด้านความยั่งยืนเข้ากับการจัดการศึกษา การพัฒนาในทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาหลากหลายประเภท ได้แก่ ห้องเรียนปรับอากาศ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมศาสตร์ ห้องปฏิบัติการด้านการสื่อสาร และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ยังมีศาลจำลองเพื่อใช้ในการเรียนรู้ด้านนิติศาสตร์ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนฝึกฝนกระบวนการทางกฎหมายและพัฒนาทักษะการใช้เหตุผลในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงการปฏิบัติงานจริง
หอประชุมประภากร คอนเวนชั่นฮอลล์ เป็นสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยที่ใช้รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น พิธีทางการศึกษา กิจกรรมนักศึกษา และพิธีสำคัญของคณะต่าง ๆ ส่วนอาคารสำนักงานอธิการบดีมีความสำคัญทั้งในด้านการบริหารและประวัติศาสตร์ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอาคารบริหารที่เริ่มก่อสร้างในระยะก่อตั้งสถาบัน
ในด้านการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล มหาวิทยาลัยมีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนงานทะเบียน การบริหารข้อมูลนักศึกษา และการค้นคว้าทางวิชาการ รวมถึงระบบห้องสมุดอัตโนมัติและบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในพื้นที่มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินงานทางการศึกษาและการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศเป็นระบบมากขึ้น
ผู้ที่สนใจศึกษาต่อสามารถเลือกศึกษาข้อมูลหลักสูตรตามระดับและคณะที่เกี่ยวข้อง โดยมหาวิทยาลัยมีการเผยแพร่ข้อมูลหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู การพิจารณาศึกษาต่อควรคำนึงถึงคุณสมบัติผู้สมัคร ระยะเวลาศึกษา รูปแบบการเรียน ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาของแต่ละหลักสูตร
นักศึกษาที่มีพื้นฐานจากสายสามัญและสายอาชีพสามารถศึกษารายละเอียดการรับสมัครได้จากหน่วยงานรับสมัครของมหาวิทยาลัย โดยผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงควรสอบถามหลักเกณฑ์การเทียบโอนรายวิชาเป็นรายหลักสูตร ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนควบคู่กับการทำงานควรตรวจสอบว่าหลักสูตรที่สนใจมีการจัดการเรียนในวันหยุดหรือมีรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตารางชีวิตหรือไม่
อีกประเด็นสำคัญสำหรับนักศึกษาคือมาตรฐานภาษาอังกฤษ โดยมหาวิทยาลัยมีการจัดอบรมและทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR สำหรับนักศึกษา การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มความพร้อมด้านการสื่อสาร การศึกษาค้นคว้า และการประกอบอาชีพในสภาพแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงกับนานาชาติ
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสถานที่ที่สามารถศึกษาพัฒนาการของอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัดขอนแก่น ทั้งเรื่องประวัติการก่อตั้ง วิสัยทัศน์การพัฒนาชุมชน และการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพต่าง ๆ ผู้ที่ต้องการศึกษาดูงานอย่างเป็นทางการควรประสานมหาวิทยาลัยล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ ศาลจำลอง หรือพื้นที่เรียนรู้ที่ต้องมีผู้ดูแล
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือขนส่งสาธารณะในเมืองขอนแก่น โดยตั้งจุดหมายที่เลขที่ 199/19 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ผู้เดินทางจากต่างจังหวัดสามารถใช้ถนนมิตรภาพเข้าสู่เขตเมืองขอนแก่น จากนั้นเดินทางต่อไปยังทางเข้ามหาวิทยาลัยตามระบบนำทาง ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางควรตรวจสอบสายรถและจุดลงที่เหมาะสมก่อนออกเดินทาง
ผู้เดินทางจากสนามบินขอนแก่นสามารถใช้บริการรถรับจ้างหรือรถเช่าเพื่อเข้าสู่เมืองแล้วเดินทางต่อมายังมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟขอนแก่นและใช้รถรับจ้างเดินทางต่อได้ การวางแผนเส้นทางและเวลาการเดินทางล่วงหน้ามีความสำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีนัดติดต่อสำนักงาน สมัครเรียน สอบสัมภาษณ์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีกำหนดเวลาแน่นอน
สำหรับการติดต่อฝ่ายรับสมัครและงานทะเบียน ข้อมูลบริการของหน่วยงานระบุวันเปิดทำการเป็นวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และสามารถติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 043-222959 ถึง 043-222961 ทั้งนี้เวลาเรียนของแต่ละหลักสูตร การเข้าใช้พื้นที่อาคาร และกำหนดการกิจกรรมพิเศษเป็นคนละส่วนกับเวลาติดต่อสำนักงาน ผู้ที่ต้องการรับบริการเฉพาะด้านควรติดต่อหน่วยงานล่วงหน้า
เมื่อเดินทางมามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้มาเยือนสามารถเชื่อมโยงเส้นทางกับสถานที่สำคัญในตัวเมืองขอนแก่น เช่น ศาลหลักเมืองขอนแก่น ตลาดต้นตาล บึงแก่นนคร พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น โดยสถานที่แต่ละแห่งสะท้อนมิติทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในเมืองขอนแก่น
นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้พัฒนาจากวิทยาลัยเอกชนที่เริ่มต้นด้วยหลักสูตรบริหารธุรกิจ ไปสู่มหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมหลายสาขาวิชาชีพ โดยมีการปรับโครงสร้างคณะ พัฒนาหลักสูตร ขยายการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ความสำคัญของมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงไม่ได้อยู่เพียงการเป็นสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาเอกชนของจังหวัดขอนแก่น แต่ยังรวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การขยายโอกาสทางการศึกษาในภาคอีสาน การพัฒนาบุคลากรด้านวิชาชีพ การวิจัยและบริการวิชาการ ตลอดจนการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้ปรัชญา “คุณวุฒิ คุณธรรม คุณภาพ” ที่สะท้อนความมุ่งหมายในการพัฒนาคนให้สามารถสร้างคุณค่าต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | North Eastern University (NEU) |
| ประเภทมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยเอกชน |
| ที่อยู่ | 199/19 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000 |
| วันก่อตั้ง | 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 |
| วันที่ได้รับสถานะมหาวิทยาลัย | 27 ธันวาคม พ.ศ. 2542 |
| ชื่อเดิม | วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern College) |
| ผู้ก่อตั้ง | ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ และ ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ผู้มีบทบาทสนับสนุนการก่อตั้ง |
| อธิการบดีในปี 2569 | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกอร บุญมี |
| ประวัติสำคัญ | เริ่มเตรียมจัดตั้ง พ.ศ. 2522 วางศิลาฤกษ์อาคารบริหาร พ.ศ. 2530 ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งวิทยาลัย พ.ศ. 2531 และเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2542 |
| ปรัชญา | คุณวุฒิ คุณธรรม คุณภาพ |
| เอกลักษณ์ | มหาวิทยาลัยแห่งการพัฒนาชุมชน |
| อัตลักษณ์บัณฑิต | บัณฑิตคุณภาพสูง มีจิตสาธารณะ พัฒนาชุมชน |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีเหลือง สีชมพู สีฟ้า |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูน) |
| คณะ | 1. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 2. คณะบริหารธุรกิจ 3. คณะศึกษาศาสตร์ 4. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 5. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ระดับการศึกษา | ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูตามหลักสูตรที่จัดการศึกษา |
| จุดเด่นทางวิชาการ | วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารธุรกิจ วิชาชีพครู รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ |
| สถานที่สำคัญภายใน | อาคารสำนักงานอธิการบดี หอประชุมประภากร คอนเวนชั่นฮอลล์ ห้องสมุด ศาลจำลอง ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์ |
| ประเพณีและกิจกรรม | พิธีประสาทปริญญาบัตร พิธีมอบหมวกและรับตะเกียงไนติงเกล กิจกรรมนักศึกษา กิจกรรมบริการวิชาการ และการสืบสานวัฒนธรรมฮีต 12 คอง 14 |
| วันเปิดทำการสำนักงาน | วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ฝ่ายรับสมัครและงานทะเบียน) |
| เวลาติดต่อสำนักงาน | 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องเรียนปรับอากาศ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม ระบบสารสนเทศนักศึกษา และบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต |
| การเยี่ยมชม | การศึกษาดูงานและการเข้าชมห้องปฏิบัติการเฉพาะทางควรประสานมหาวิทยาลัยล่วงหน้า |
| การเดินทาง | ใช้ถนนมิตรภาพเข้าสู่เขตอำเภอเมืองขอนแก่น เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือขนส่งสาธารณะในเมือง |
| สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองขอนแก่น | 1. ศาลหลักเมืองขอนแก่น 2. ตลาดต้นตาล 3. บึงแก่นนคร 4. พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น |
| ร้านอาหารในเมืองขอนแก่น | 1. ฮาลองเบย์ อาหารเวียดนามขอนแก่น 2. พริกไทย Kitchen 3. ตำกระเทย ขอนแก่น 4. จ่าบราวน์ลาบเป็ด 5. Food by Fire |
| ที่พักในเมืองขอนแก่น | 1. Panwalee Hotel 2. Beyond 21 Hotel 3. L Hotel 4. Tonwa Resort 5. Charoen Thani Hotel Khon Kaen |
| โทรศัพท์ | 043-222959 ถึง 043-222961 |
| เว็บไซต์ทางการ | https://neu.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการด้านการศึกษา มีหลักฐานกิจกรรมและการให้บริการทางวิชาการในปี พ.ศ. 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อมูลหลักสูตรที่เผยแพร่ถึงปีการศึกษา 2569
| คณะ / หน่วยงาน | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะวิศวกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า 2. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา 3. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล 4. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบอัจฉริยะ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 6. กลุ่มหลักสูตรระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ปริญญาโท1. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา |
| คณะบริหารธุรกิจ | ปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดดิจิทัล 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการและการจัดการสมัยใหม่ 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล 4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการกีฬาและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ 5. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน 6. หลักสูตรบัญชีบัณฑิต ปริญญาโท1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต 2. บัญชีมหาบัณฑิต ปริญญาเอก1. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต |
| คณะศึกษาศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 2. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 3. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา 4. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ 5. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา ประกาศนียบัตรบัณฑิต1. ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู 2. ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ปริญญาโท1. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและภาวะผู้นำทางการศึกษา 2. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 3. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษาและการศึกษาปฐมวัย 4. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาและนวัตกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) ปริญญาเอก1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและภาวะผู้นำทางการศึกษา 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาและนวัตกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) |
| คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 2. นิติศาสตรบัณฑิต 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 5. กลุ่มสาขาการจัดการองค์กรและชุมชนสมัยใหม่ 6. กลุ่มสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ปริญญาโท1. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต 2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 199/19 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: ฝ่ายรับสมัครและงานทะเบียนเผยแพร่เวลาให้บริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยเวลาการเรียนการสอนและการใช้พื้นที่อื่นของมหาวิทยาลัยอาจแตกต่างกัน
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 ในชื่อวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2542
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ?
ตอบ: ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและผู้รับใบอนุญาต โดยได้รับการสนับสนุนจาก ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิทยาลัยในระยะแรก
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มี 5 คณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน?
ตอบ: เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มดำเนินการในฐานะวิทยาลัยเอกชนก่อนเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคณะพยาบาลศาสตร์หรือไม่?
ตอบ: มีคณะพยาบาลศาสตร์และหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โดยหลักสูตรฉบับใหม่ พ.ศ. 2567 ได้รับความเห็นชอบจากสภาการพยาบาลตามเอกสารหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแห่งเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2531 ส่วนมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติการก่อตั้งแยกต่างหาก แม้ในอดีตมหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยใช้ชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือในระยะเริ่มต้น
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยได้หรือไม่?
ตอบ: ผู้สนใจศึกษาดูงานควรติดต่อหน่วยงานของมหาวิทยาลัยล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมห้องปฏิบัติการ ศาลจำลอง หรือพื้นที่เฉพาะทางที่ต้องมีผู้ดูแล
ถาม: ติดต่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างไร?
ตอบ: โทรศัพท์ 043-222959 ถึง 043-222961 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการ https://neu.ac.th/
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยเอกชน
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




