หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.กมลาไสย >ต.หนองแปน > พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่)
TL;DR: พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่) อยู่ที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เจดีย์ก่ออิฐทรงแปดเหลี่ยม ฐานย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีร่องรอยปูนปั้นทวารวดี.
พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
พระธาตุยาคู หรือพระธาตุใหญ่ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโบราณสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง และเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเขตเมืองโบราณแห่งนี้ จุดเด่นอยู่ที่รูปทรงเจดีย์แปดเหลี่ยมก่ออิฐที่สะท้อนร่องรอยการก่อสร้างและบูรณะต่อเนื่องถึง 3 สมัย คือ ทวารวดี อยุธยา และรัตนโกสินทร์ รอบองค์พระธาตุมีหลักฐานใบเสมาหินทรายสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติและชาดก ซึ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ศิลปกรรม พุทธศาสนา และวิถีศรัทธาของชุมชนบ้านเสมาในอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์
พระธาตุยาคูตั้งอยู่ภายในพื้นที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบกว้าง มีบรรยากาศสงบ เปิดมุมมองให้เห็นองค์เจดีย์อิฐขนาดใหญ่ตั้งเด่นท่ามกลางสนามโล่งและภูมิทัศน์แบบชนบทอีสานตอนกลาง สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระธาตุ ศึกษาโบราณสถาน เดินชมสถาปัตยกรรมทวารวดี และทำความเข้าใจรากทางวัฒนธรรมของลุ่มน้ำชี ลำน้ำปาว และลำน้ำพาน ซึ่งเป็นบริบทสำคัญของการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเมืองฟ้าแดดสงยาง
เมืองฟ้าแดดสงยางเป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเมืองมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบเป็นรูปวงรี แสดงให้เห็นการวางผังชุมชนโบราณที่มีระบบป้องกันเมืองและระบบจัดการพื้นที่ชัดเจน ภายในพื้นที่พบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก ทั้งโบราณสถาน กองอิฐ ฐานศาสนสถาน เศษภาชนะดินเผา ใบเสมา และหลักฐานเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาแบบทวารวดี พระธาตุยาคูจึงไม่ใช่เพียงเจดีย์องค์หนึ่งที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นศูนย์กลางของความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงเมืองโบราณ ชุมชน พิธีกรรม และศรัทธาของผู้คนในพื้นที่เข้าด้วยกัน
คำว่า “ยาคู” หรือ “ญาคู” ในภาษาพื้นเมืองอีสานหมายถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่หรือพระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าองค์พระธาตุแห่งนี้เป็นที่บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ ความหมายของชื่อนี้ทำให้พระธาตุยาคูมีสถานะทางจิตใจมากกว่าโบราณสถานทั่วไป เพราะเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความเคารพต่อพระพุทธศาสนา ความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ และความผูกพันของชุมชนกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมายาวนาน
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระธาตุยาคูมีความสำคัญมาก เพราะองค์เจดีย์แสดงร่องรอยการก่อสร้างหลายยุคอย่างชัดเจน ส่วนฐานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ และมีร่องรอยปูนปั้นประดับที่สัมพันธ์กับศิลปะทวารวดี ถัดขึ้นไปเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซ้อนทับบนฐานเดิม ซึ่งเป็นลักษณะการก่อสร้างและบูรณะในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและยอดเจดีย์เป็นงานต่อเติมในสมัยรัตนโกสินทร์ การมองพระธาตุยาคูจึงเหมือนการอ่านประวัติศาสตร์ผ่านชั้นอิฐ ชั้นฐาน และรูปทรงสถาปัตยกรรมที่ซ้อนทับกันทีละยุค
ความโดดเด่นของฐานเจดีย์ที่เป็นรูปแปดเหลี่ยมช่วยทำให้พระธาตุยาคูแตกต่างจากโบราณสถานหลายแห่งในอีสาน รูปแบบนี้สร้างความรู้สึกมั่นคงและสมดุลเมื่อมองจากระยะไกล ส่วนเมื่อเข้าไปใกล้จะเห็นรายละเอียดของการก่ออิฐ การลดหลั่นของฐาน และจังหวะของมุขที่ยื่นออกมาแต่ละทิศ ลักษณะดังกล่าวสะท้อนความชำนาญในการก่อสร้างของช่างโบราณ รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าพระธาตุยาคูเคยได้รับความสำคัญอย่างต่อเนื่อง จึงมีการบูรณะเสริมความมั่นคงและต่อเติมองค์เจดีย์ในเวลาต่อมา
พระธาตุยาคูยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งศึกษาศิลปกรรมทวารวดีของอีสาน เพราะบริเวณรอบองค์พระธาตุพบใบเสมาหินทรายแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติและชาดก ใบเสมาเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกการแพร่กระจายของพุทธศาสนาและคติการกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนโบราณ ภาพสลักบนใบเสมาไม่ได้เป็นเพียงงานศิลป์เพื่อความงาม แต่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางธรรมและเป็นสื่อการเรียนรู้ศาสนาสำหรับผู้คนในอดีต
ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมสูงมาก เพราะช่วยให้เข้าใจลักษณะพุทธศาสนาในสมัยทวารวดีของภาคอีสาน การสลักภาพนูนต่ำบนหินทรายต้องอาศัยฝีมือช่างและความเข้าใจในคติพุทธอย่างลึกซึ้ง เมื่อพิจารณาร่วมกับตำแหน่งของพระธาตุยาคูภายในเมืองโบราณ จะเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนาและความเชื่อของชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน
ประเด็นที่ทำให้พระธาตุยาคูได้รับการกล่าวถึงอยู่เสมอ คือเรื่องเล่าที่ว่าเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงครามและทำลายสิ่งต่าง ๆ ภายในเมืองฟ้าแดดสงยาง พระธาตุยาคูกลับไม่ถูกทำลาย เรื่องเล่านี้ทำให้ชาวบ้านยิ่งเคารพนับถือพระธาตุ เพราะมองว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครอง และเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของเมืองฟ้าแดดสงยางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ แม้เมืองโบราณจะเหลือเพียงร่องรอยคูเมือง คันดิน และโบราณสถาน แต่พระธาตุยาคูยังคงเป็นหลักหมายทางใจที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของพื้นที่
ในเชิงโบราณคดี พระธาตุยาคูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร พื้นที่นี้มีการขุดแต่งและบูรณะเพื่อเสริมความมั่นคงขององค์พระธาตุ รวมถึงการศึกษาโบราณสถานบริวารและหลักฐานรอบข้าง การบูรณะดังกล่าวทำให้ผู้มาเยือนในปัจจุบันสามารถเห็นรูปทรงของพระธาตุได้ค่อนข้างชัดเจน และสามารถเดินชมองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยังรักษาคุณค่าดั้งเดิมไว้ได้ดี
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่พระธาตุยาคู สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความนิ่งสงบขององค์เจดีย์อิฐสีแดงน้ำตาลที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่โล่ง สีของอิฐเก่าเมื่อกระทบแสงแดดจะเปลี่ยนโทนไปตามช่วงเวลา ตอนเช้าให้ความรู้สึกนุ่มและสงบ ส่วนช่วงบ่ายถึงเย็นจะเห็นเงาและผิวอิฐชัดเจนยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวที่สนใจถ่ายภาพมักเลือกเดินวนรอบองค์พระธาตุเพื่อหามุมที่เห็นทั้งฐานเจดีย์ รูปทรงแปดเหลี่ยม และยอดพระธาตุในเฟรมเดียวกัน
การเดินชมพระธาตุยาคูควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เป็นเพียงการแวะถ่ายภาพแล้วจากไป ผู้มาเยือนควรเดินสังเกตฐานเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ มองร่องรอยอิฐเก่าและแนวฐานเดิม จากนั้นจึงสำรวจบริเวณโดยรอบเพื่อเชื่อมโยงพระธาตุกับเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ภาพรวมของสถานที่จะเข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อมองพระธาตุในฐานะส่วนหนึ่งของเมือง ไม่ใช่แค่เจดีย์องค์เดียว
พื้นที่สำคัญภายในบริเวณพระธาตุยาคูประกอบด้วยองค์พระธาตุหลัก ฐานโบราณสถานหมายเลข 10 เจดีย์บริวาร กลุ่มใบเสมา พื้นที่โล่งรอบเจดีย์ และแนวเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางที่เชื่อมโยงกันในเชิงภูมิทัศน์ บริเวณใกล้เคียงยังมีวัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม ซึ่งเป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านนำใบเสมาหินและโบราณวัตถุจากพื้นที่มารวบรวมไว้ ทำให้การเที่ยวพระธาตุยาคูสามารถต่อยอดเป็นเส้นทางเรียนรู้เรื่องใบเสมาและชุมชนบ้านเสมาได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พระธาตุยาคูยังมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมและประเพณีของชาวบ้านเสมา ทุกปีในช่วงวันเพ็ญเดือน 6 หรือช่วงเดือนพฤษภาคม จะมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูและงานบุญบั้งไฟ โดยมีการบูชาพระธาตุ การสรงน้ำ การขอฝน และการทำบุญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน ประเพณีนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ และวิถีเกษตรกรรมของชาวอีสานอย่างลึกซึ้ง
งานบุญบั้งไฟที่พระธาตุยาคูไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริงหรือการจุดบั้งไฟเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นพิธีกรรมที่ชาวบ้านใช้สื่อสารความปรารถนาเรื่องฝน ฟ้า น้ำ และความร่มเย็นของหมู่บ้าน ในสังคมเกษตรกรรม ฝนคือปัจจัยสำคัญต่อการทำนาและการดำรงชีวิต การจัดงานบุญบั้งไฟที่เชื่อมโยงกับพระธาตุจึงทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาและศูนย์รวมพลังของชุมชน
อีกประเพณีสำคัญที่ทำให้พระธาตุยาคูเป็นที่รู้จักในวงกว้าง คือเทศกาลมาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสาน ซึ่งจัดขึ้นบริเวณโบราณสถานเมืองฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู ในช่วงงานจะมีการประดับธุงอีสานจำนวนมากจนเกิดภาพ “ทะเลธุง” หลากสีที่โบกสะบัดท่ามกลางโบราณสถานอายุกว่าพันปี ธุงเป็นงานหัตถกรรมและเครื่องบูชาตามคติอีสาน การนำธุงมาประดับรอบพระธาตุจึงทำให้พื้นที่โบราณสถานมีชีวิตชีวาและกลายเป็นภาพจำที่โดดเด่นของกาฬสินธุ์
เทศกาลมาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลาย เช่น พิธีบวงสรวงพระธาตุยาคู การรำบูชาพระธาตุ ขบวนแห่สักการะพระธาตุ การเวียนเทียน และการแสดงที่เล่าเรื่องเมืองฟ้าแดดสงยางในอดีต บรรยากาศของงานทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าโบราณสถานไม่ได้เป็นเพียงซากอิฐเก่า แต่เป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนยังใช้งานทางวัฒนธรรม สร้างความทรงจำร่วม และถ่ายทอดอัตลักษณ์ให้คนรุ่นใหม่
ในช่วงเทศกาล ผู้มาเยือนจะเห็นผู้คนแต่งกายพื้นเมือง สีสันของผ้าแพรวา ผ้านุ่งตีนแดง ธุงอีสาน และขบวนรำที่เชื่อมโยงหมู่บ้านต่าง ๆ ของจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน ภาพเหล่านี้ช่วยขยายความหมายของพระธาตุยาคูจากโบราณสถานทางศิลปกรรมไปสู่พื้นที่วัฒนธรรมมีชีวิต ซึ่งเป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ควรทำความเข้าใจว่าพระธาตุยาคูเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของพุทธศาสนาในอีสานตอนกลาง พื้นที่ลุ่มน้ำชีและลำน้ำปาวเป็นเส้นทางสำคัญของการตั้งถิ่นฐานและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การพบใบเสมาและโบราณสถานจำนวนมากในเมืองฟ้าแดดสงยางชี้ให้เห็นว่าเมืองแห่งนี้เคยมีบทบาทสำคัญทางศาสนาและพิธีกรรม พระธาตุยาคูจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมอดีตของภูมิภาคนี้เข้ากับปัจจุบัน
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป พระธาตุยาคูเป็นสถานที่ที่เข้าใจง่ายและเดินชมไม่ยาก เพราะองค์พระธาตุตั้งเด่นอยู่ในพื้นที่โล่ง ผู้ที่ไม่ชำนาญด้านโบราณคดีก็สามารถสัมผัสความเก่าแก่และความงดงามของสถานที่ได้ทันที ส่วนผู้ที่ต้องการศึกษาเชิงลึกสามารถสังเกตชั้นฐาน องค์ประกอบของอิฐ รูปทรงแปดเหลี่ยม และตำแหน่งของใบเสมาเพื่อทำความเข้าใจการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต
เวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวพระธาตุยาคูคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ หากเดินทางในช่วงเทศกาลทะเลธุงอีสานหรือประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมาก กิจกรรมทางวัฒนธรรมต่อเนื่อง และมีจุดถ่ายภาพหลายมุม การมาในช่วงเทศกาลให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากวันปกติ เพราะจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระธาตุ ชุมชน และพิธีกรรมอย่างชัดเจน
สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเข้าเยี่ยมชมพระธาตุยาคูคือแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ ไม่ปีนขึ้นบนส่วนที่ห้ามเข้า ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุ ไม่ขีดเขียนบนอิฐหรือพื้นผิวโบราณสถาน และช่วยกันรักษาความสะอาด พื้นที่แห่งนี้เป็นโบราณสถานของชาติและเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชน การเดินชมอย่างระมัดระวังจึงเป็นการช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
การเดินทาง จากตัวเมืองกาฬสินธุ์สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 214 สายกาฬสินธุ์–ร้อยเอ็ด ไปทางอำเภอกมลาไสย จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2367 และเข้าสู่พื้นที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 19 กม. ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังวัดโพธิ์ชัยเสมาราม ตลาดโรงสี หลวงพ่อองค์ดำ วัดกลาง หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ในวันเดียวกัน
หากเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกาฬสินธุ์ก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังบ้านเสมาและพระธาตุยาคู การเดินทางลักษณะนี้ควรวางแผนเวลาขากลับให้ชัดเจน โดยเฉพาะในวันธรรมดาหรือช่วงเย็น เพราะเที่ยวรถท้องถิ่นอาจมีจำกัด นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่ต้องการเที่ยวหลายจุดควรเช่ารถหรือใช้บริการรถพร้อมคนขับเพื่อความสะดวก
การจัดแผนเที่ยวพระธาตุยาคูสามารถทำได้หลายแบบ หากมีเวลาครึ่งวัน ควรเที่ยวพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง และวัดโพธิ์ชัยเสมารามพร้อมกัน เพราะอยู่ในพื้นที่ใกล้กันมาก หากมีเวลา 1 วัน สามารถเพิ่มตลาดโรงสีในตัวเมืองกาฬสินธุ์ หลวงพ่อองค์ดำ วัดกลาง และร้านอาหารในอำเภอกมลาไสยหรือตัวเมืองได้ ส่วนผู้ที่สนใจเส้นทางประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์สามารถวางแผนต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธรและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอสหัสขันธ์ได้
จุดแข็งของพระธาตุยาคูสำหรับการท่องเที่ยวคือสามารถตอบโจทย์ได้หลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์จะได้เห็นหลักฐานทวารวดีและรูปแบบเจดีย์ที่ผ่านการบูรณะหลายยุค นักท่องเที่ยวสายบุญจะได้สักการะพระธาตุที่ชาวบ้านเคารพนับถือ นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมจะได้เรียนรู้ประเพณีสรงน้ำพระธาตุ งานบุญบั้งไฟ และทะเลธุงอีสาน ส่วนนักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพจะได้มุมภาพของเจดีย์โบราณ ธุงสีสันสดใส และท้องทุ่งอีสานที่มีบรรยากาศเฉพาะตัว
เมื่อพิจารณาในมุมของการเรียนรู้ พระธาตุยาคูเป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์โบราณสถานที่ยังผูกพันกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ทางประวัติศาสตร์กลายเป็นเพียงสถานที่ชมซากโบราณ แต่พระธาตุยาคูยังมีงานประเพณี มีผู้คนเดินทางมาสักการะ มีการรำบูชา มีธุง มีขบวนแห่ และมีเรื่องเล่าที่ชาวบ้านยังถ่ายทอดกันอยู่ สิ่งเหล่านี้ทำให้พระธาตุยาคูเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
การเที่ยวพระธาตุยาคูจึงควรเปิดใจมากกว่าการมองหาเพียงความอลังการของสถาปัตยกรรม ผู้มาเยือนควรมองเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในอิฐแต่ละชั้น ฐานแต่ละสมัย ใบเสมาแต่ละแผ่น และพิธีกรรมแต่ละช่วงเวลา เพราะองค์พระธาตุแห่งนี้คือหลักฐานของการสืบทอดพุทธศาสนา ศิลปกรรม ความเชื่อเรื่องครูบาอาจารย์ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน และการรวมตัวของชุมชนบ้านเสมา
ในปัจจุบัน พระธาตุยาคูยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้พบโบราณสถานที่มีทั้งความงดงาม ความศักดิ์สิทธิ์ และความรู้ทางประวัติศาสตร์ครบในสถานที่เดียว การได้ยืนมองเจดีย์อิฐแปดเหลี่ยมกลางเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง คือการได้สัมผัสร่องรอยของอีสานโบราณที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อศรัทธาและวัฒนธรรมของผู้คนจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | พระธาตุยาคู หรือพระธาตุใหญ่ |
| ที่ตั้ง | เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่อยู่ | หมู่ 7 บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ 46130 |
| พิกัด | ละติจูด 16.3191762, ลองจิจูด 103.5180786 |
| ไฮไลต์ | เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง มีร่องรอยการก่อสร้าง 3 สมัย และเป็นศูนย์กลางประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู บุญบั้งไฟ และทะเลธุงอีสาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ฐานล่างสร้างในสมัยทวารวดี ฐานแปดเหลี่ยมสร้างซ้อนทับในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและยอดสร้างต่อเติมในสมัยรัตนโกสินทร์ |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “ยาคู” หรือ “ญาคู” หมายถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ชาวบ้านเชื่อว่าองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระที่ชาวเมืองเคารพนับถือ |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ก่ออิฐทรงแปดเหลี่ยม ฐานย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีร่องรอยปูนปั้นทวารวดี และพบใบเสมาหินทรายแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติรอบองค์พระธาตุ |
| หลักฐานสำคัญ | ฐานเจดีย์ทวารวดี ฐานแปดเหลี่ยมสมัยอยุธยา องค์ระฆังและยอดสมัยรัตนโกสินทร์ ใบเสมาหินทราย โบราณสถานบริวาร และแนวคูเมืองเมืองฟ้าแดดสงยาง |
| ประเพณี / พิธีกรรม | ประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู งานบุญบั้งไฟในช่วงเดือนพฤษภาคม และเทศกาลมาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์พระธาตุยาคู โบราณสถานหมายเลข 10 เจดีย์บริวาร กลุ่มใบเสมา พื้นที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง แนวคูเมืองและคันดิน พื้นที่จัดงานสรงน้ำพระธาตุและทะเลธุงอีสาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 สายกาฬสินธุ์–ร้อยเอ็ด ไปทางอำเภอกมลาไสย แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2367 ถึงพื้นที่บ้านเสมา ระยะทางประมาณ 19 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะ เป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม ประมาณ 0.4 กม. 2. เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ประมาณ 1 กม. 3. ชุมชนบ้านเสมาและแหล่งเรียนรู้การทำธุง ประมาณ 1 กม. 4. ตลาดโรงสี อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 19 กม. 5. หลวงพ่อองค์ดำ วัดกลาง ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. นาแม่ใหญ่ ประมาณ 4 กม. โทร. 065-737-5195 2. ชุลีรัตน์ แจ่วฮ้อน ประมาณ 6 กม. โทร. 093-835-9154 3. hung huang กาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 086-356-4496 4. คุณย่า คาเฟ่ แอนด์คอฟฟี่ ประมาณ 9 กม. 5. ก๋วยเตี๋ยวนายใบ้ย้อนยุค ประมาณ 9 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ชาร์-ลอง บูทรีค ประมาณ 10 กม. โทร. 043-811-789 2. โรงแรมเดอะ เกรซ กาฬสินธุ์ ประมาณ 11 กม. โทร. 085-117-1790 3. ทีเค เรสซิเดนซ์ ประมาณ 12 กม. โทร. 095-338-0515 4. ฟาริสา การ์เด้น โฮเทล ประมาณ 12 กม. โทร. 088-563-2044, 081-380-9590, 080-763-5150 5. โรงแรมริมปาว ประมาณ 12 กม. โทร. 043-813-631 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระธาตุยาคูอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระธาตุยาคูตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กม.
ถาม: พระธาตุยาคูมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง แสดงร่องรอยการก่อสร้าง 3 สมัย คือ ทวารวดี อยุธยา และรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านเสมา
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าพระธาตุยาคู?
ตอบ: คำว่า “ยาคู” หรือ “ญาคู” หมายถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ชาวบ้านเชื่อว่าองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระที่ชาวเมืองเคารพนับถือ
ถาม: พระธาตุยาคูเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมและสักการะได้ทุกวันตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม
ถาม: เที่ยวพระธาตุยาคูช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพ ส่วนช่วงเทศกาลมาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสาน และช่วงประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูในเดือนพฤษภาคม จะได้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างชัดเจน
ถาม: พระธาตุยาคูเกี่ยวข้องกับงานบุญบั้งไฟอย่างไร?
ตอบ: ชาวบ้านจัดงานบุญบั้งไฟและประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อขอฝน ความอุดมสมบูรณ์ และความร่มเย็นให้แก่หมู่บ้าน
ถาม: ใกล้พระธาตุยาคูมีสถานที่ท่องเที่ยวใดบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะกับการเที่ยวต่อ ได้แก่ วัดโพธิ์ชัยเสมาราม เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ชุมชนบ้านเสมา ตลาดโรงสี และหลวงพ่อองค์ดำ วัดกลาง
ถาม: เดินทางไปพระธาตุยาคูอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 ไปทางอำเภอกมลาไสย แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2367 ไปยังบ้านเสมา ระยะทางประมาณ 19 กม. รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




