หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ >อ.พนา >ต.พนา > วัดพระเหลาเทพนิมิตร
TL;DR: วัดพระเหลาเทพนิมิตร อยู่ที่ตำบลพนา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดทุกวัน เวลา ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ พระประธานประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2.85 เมตร สูง 2.70 เมตร.
วัดพระเหลาเทพนิมิตร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน
วัดพระเหลาเทพนิมิตร จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นวัดสำคัญของอำเภอพนาและเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน วัดตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐาน “พระเหลาเทพนิมิตร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพนา ซึ่งได้รับการเคารพสักการะจากชาวอำนาจเจริญและผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของวัดอยู่ที่พระอุโบสถรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนา พระประธานศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนา และบรรยากาศของวัดเก่าแก่ที่ยังคงความสงบ เรียบง่าย และงดงามทางศรัทธา
เดิมวัดพระเหลาเทพนิมิตรมีชื่อว่า “วัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี” ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อวัดพระเหลาเทพนิมิตรตามพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ชื่อวัดในปัจจุบันจึงผูกพันโดยตรงกับองค์พระประธาน ซึ่งเป็นหัวใจของวัดและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพนา คำว่า “พระเหลา” สื่อถึงพระพุทธรูปสำคัญอันงดงาม ส่วนคำว่า “เทพนิมิตร” ให้ความหมายถึงสิ่งอันประหนึ่งเทพสร้างหรือสิ่งที่มีความงามเหนือสามัญ ชื่อวัดจึงสอดคล้องกับความงามขององค์พระที่ได้รับการกล่าวถึงมายาวนานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่งในภาคอีสาน
พระเหลาเทพนิมิตรประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถของวัด เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ลงรักปิดทองอย่างงดงาม มีหน้าตักกว้าง 2.85 เมตร และสูง 2.70 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 ลักษณะโดยรวมมีความอ่อนช้อย สงบ และได้สัดส่วน พระพักตร์มีเค้าความงามแบบท้องถิ่นอีสานลุ่มน้ำโขง ผสานกับอิทธิพลของศิลปะลาวเวียงจันทน์และล้านนา ทำให้องค์พระมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่เหมือนพระพุทธรูปในภาคกลางหรือภาคเหนือโดยตรง แต่สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมพุทธศิลป์ที่เชื่อมโยงกันในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ความงามของพระเหลาเทพนิมิตรอยู่ที่การผสมผสานของรูปทรงและรายละเอียดทางศิลปกรรม องค์พระมีพระวรกายได้สัดส่วน พระเพลาและพระบาทมีลักษณะที่สัมพันธ์กับกลุ่มพระพุทธรูปไม้และสำริดในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ถึงพุทธศตวรรษที่ 24 เปลวรัศมีมีลักษณะยืดสูงขึ้น เค้าพระพักตร์แสดงอิทธิพลฝีมือช่างท้องถิ่นอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้พระเหลาเทพนิมิตรไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปสำหรับสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ศิลป์ของภาคอีสานที่สะท้อนการถ่ายทอดอิทธิพลทางศิลปะระหว่างล้านนา ล้านช้าง และชุมชนท้องถิ่นในอำนาจเจริญ
พระอุโบสถของวัดพระเหลาเทพนิมิตรเป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้โดดเด่น รูปทรงสถาปัตยกรรมมีลักษณะแบบล้านนา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ไม่บ่อยนักในวัดของจังหวัดอำนาจเจริญ การมีพระอุโบสถลักษณะนี้ทำให้วัดมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมชัดเจน และช่วยขับความงามของพระประธานให้ยิ่งสง่างามมากขึ้น เมื่อผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่พื้นที่พระอุโบสถ จะสัมผัสได้ถึงความสงบแบบวัดเก่าแก่ที่ไม่เน้นความใหญ่โตฉูดฉาด แต่เน้นความประณีต ความศรัทธา และความต่อเนื่องของพุทธศิลป์ที่สืบทอดมาจากอดีต
ในเชิงประวัติศาสตร์ พระเหลาเทพนิมิตรสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 23 โดยปีสร้างที่รับรู้กันคือ พ.ศ. 2263 ซึ่งอยู่ในช่วงที่ศิลปะลาวเวียงจันทน์และศิลปะล้านนายังส่งอิทธิพลต่อพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและอีสานตอนบนอย่างชัดเจน นักวิชาการด้านศิลปกรรมมักให้ความสำคัญกับองค์พระนี้เพราะมีลักษณะร่วมหลายประการ ทั้งความงามของพระพักตร์ ความสมดุลของพระวรกาย สัดส่วนของพระเพลาและพระบาท ตลอดจนการลงรักปิดทองที่ช่วยเสริมความศักดิ์สิทธิ์และความงามเชิงพิธีกรรม องค์พระจึงเป็นทั้งวัตถุแห่งศรัทธาและมรดกศิลปกรรมของชุมชน
วัดพระเหลาเทพนิมิตรยังมีคุณค่าในฐานะวัดคู่ชุมชนพนา อำเภอพนาเป็นพื้นที่ที่มีประวัติและวัฒนธรรมท้องถิ่นชัดเจน วัดแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้าน เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานบุญประเพณี และพิธีกรรมของชุมชน ความศรัทธาต่อพระเหลาเทพนิมิตรทำให้วัดเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการขอพร ทำบุญ และสัมผัสบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะและวัฒนธรรม วัดพระเหลาเทพนิมิตรเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลาในการชมอย่างละเอียด ไม่ควรแวะเพียงถ่ายภาพจากภายนอกแล้วผ่านไป เพราะรายละเอียดของพระอุโบสถและองค์พระประธานมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง ผู้มาเยือนควรสังเกตรูปทรงพระพุทธรูป เค้าพระพักตร์ เปลวรัศมี ลักษณะการประทับนั่ง ปางมารวิชัย และบรรยากาศภายในพระอุโบสถ การชมด้วยความเข้าใจจะช่วยให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดท้องถิ่น แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมพุทธศาสนาที่สำคัญของอำนาจเจริญ
ปางมารวิชัยของพระเหลาเทพนิมิตรมีความหมายทางธรรมที่ลึกซึ้ง พระพุทธรูปปางนี้สื่อถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมารด้วยบารมีและความมั่นคงทางจิตใจ เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือกิเลส ความกลัว และอุปสรรคในชีวิต ผู้ที่มากราบสักการะจึงมักตั้งจิตขอพรเพื่อความมั่นคง ความสำเร็จ ความสงบ และกำลังใจในการดำเนินชีวิต ความหมายเชิงธรรมนี้ทำให้องค์พระเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของชาวพนาและผู้เดินทางมาไหว้พระอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมาเยือนวัดพระเหลาเทพนิมิตร ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เพราะเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปสำคัญและมีพระอุโบสถอันทรงคุณค่าทางศิลปกรรม ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารสักการะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสองค์พระหรือโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต และถ่ายภาพด้วยความสำรวม หากมีพิธีกรรมหรือชาวบ้านกำลังสวดมนต์ ควรเว้นระยะและให้ความเคารพต่อผู้ปฏิบัติศาสนกิจ
การเดินทางไปวัดพระเหลาเทพนิมิตรสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ วัดตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางเข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับการจัดเป็นจุดหลักของการเที่ยวอำเภอพนา หากเดินทางจากตัวเมืองอำนาจเจริญ สามารถใช้เส้นทางไปอำเภอพนาแล้วต่อมายังวัดได้ ระยะทางไม่ไกลเกินไป เหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือจัดรวมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอพนาและอำเภอเมืองอำนาจเจริญ
การเดินทาง จากตัวอำเภอพนาให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2134 ออกจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงวัดพระเหลาเทพนิมิตรซึ่งตั้งอยู่ริมเส้นทางหลัก การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด หากเดินทางจากตัวเมืองอำนาจเจริญสามารถมุ่งหน้าไปอำเภอพนาแล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่วัด ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างในพื้นที่อำเภอพนา โดยควรตกลงค่าโดยสารและเวลารับกลับให้ชัดเจนก่อนเดินทาง
วัดพระเหลาเทพนิมิตรสามารถจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของอำนาจเจริญได้หลายแห่ง เช่น วัดพระมงคลมิ่งเมือง อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ หอนาฬิกาอำนาจเจริญ และพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอื่น ๆ ในอำเภอเมือง หากต้องการเที่ยวเชิงศรัทธาและศิลปกรรมเป็นหลัก สามารถเริ่มจากวัดพระเหลาเทพนิมิตรในอำเภอพนา แล้วต่อไปยังวัดสำคัญในตัวเมือง เพื่อเห็นความแตกต่างของพุทธศิลป์และศรัทธาท้องถิ่นในจังหวัดเดียวกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดพระเหลาเทพนิมิตรคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเข้าสักการะอย่างสงบ หากต้องการชมรายละเอียดภายในพระอุโบสถ ควรเลือกช่วงเวลาที่มีแสงเพียงพอและไม่รบกวนกิจกรรมของวัด การมาเยือนในวันพระหรือช่วงงานบุญอาจได้เห็นบรรยากาศศรัทธาของชุมชนมากขึ้น แต่ควรปฏิบัติตามมารยาทของวัดอย่างเคร่งครัด
วัดพระเหลาเทพนิมิตรจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าครบทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น องค์พระเหลาเทพนิมิตรเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่งดงามและมีความสำคัญต่อชาวพนา พระอุโบสถแบบล้านนาเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้วัดมีความโดดเด่น และประวัติของวัดที่เดิมชื่อวัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดีทำให้สถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวลึกกว่าวัดทั่วไป ผู้ที่มาเยือนจังหวัดอำนาจเจริญไม่ควรพลาดการแวะสักการะวัดแห่งนี้ เพราะเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สะท้อนความงดงามของพุทธศิลป์อีสานได้ชัดเจนที่สุด
| ชื่อสถานที่ | วัดพระเหลาเทพนิมิตร |
| ที่ตั้ง | ตำบลพนา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ |
| ที่อยู่ | ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กม. ตำบลพนา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ |
| พิกัด | ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ตำบลพนา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กม. |
| ไฮไลต์ | พระเหลาเทพนิมิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพนา พระอุโบสถสถาปัตยกรรมแบบล้านนา และพุทธศิลป์ลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ที่ได้รับอิทธิพลจากล้านนา |
| ลักษณะเด่น | พระประธานประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2.85 เมตร สูง 2.70 เมตร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมชื่อวัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี พระเหลาเทพนิมิตรสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 มีลักษณะศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนา |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับพระเหลาเทพนิมิตร พระพุทธรูปสำคัญที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพนาและจังหวัดอำนาจเจริญ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ, พระเหลาเทพนิมิตร, พื้นที่สักการะ, ลานวัด, พื้นที่ทำบุญและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอพนาใช้ทางหลวงหมายเลข 2134 ประมาณ 2 กม. วัดตั้งอยู่ริมทางหลวง เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดสำคัญและแหล่งสักการะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ พระอุโบสถ ลานวัด พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่จอดรถภายในบริเวณวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อำเภอพนาและชุมชนเมืองพนา ประมาณ 2 กม. 2. วัดพระมงคลมิ่งเมือง ประมาณ 35 กม. 3. อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน ประมาณ 36 กม. 4. สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 37 กม. 5. หอนาฬิกาอำนาจเจริญ ประมาณ 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารในตัวอำเภอพนา ประมาณ 2 กม. 2. ร้านอาหารพื้นบ้านในชุมชนพนา ประมาณ 2 กม. 3. ร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งบริเวณอำเภอพนา ประมาณ 2 กม. 4. B'More Love Bakehouse & Café อำนาจเจริญ ประมาณ 38 กม. 5. Arabus Experience Café ประมาณ 38 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมฝ้ายขิด ประมาณ 38 กม. โทร. 045-511222, 045-511888, 045-511999 2. โรงแรมแอล เจ ดิ เอมเมอรัล ประมาณ 38 กม. โทร. 045-271000 3. โรงแรมนครินทร์ ประมาณ 38 กม. 4. ชิตสกนธ์ ปาร์ควิว ประมาณ 39 กม. 5. โรงแรมบ้านระเมียรดาว ประมาณ 39 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระเหลาเทพนิมิตรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระเหลาเทพนิมิตรตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2134 ตำบลพนา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กม.
ถาม: วัดพระเหลาเทพนิมิตรเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี ก่อนเปลี่ยนมาเป็นวัดพระเหลาเทพนิมิตรตามชื่อพระพุทธรูปสำคัญของวัด
ถาม: พระเหลาเทพนิมิตรมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระเหลาเทพนิมิตรเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพนา ประดิษฐานในพระอุโบสถ และได้รับการยกย่องเรื่องพุทธลักษณะงดงามอย่างมากในภาคอีสาน
ถาม: พระเหลาเทพนิมิตรสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: พระเหลาเทพนิมิตรสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 เป็นพระพุทธรูปศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนา
ถาม: พระเหลาเทพนิมิตรมีขนาดเท่าใด?
ตอบ: องค์พระมีหน้าตักกว้าง 2.85 เมตร สูง 2.70 เมตร ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย และลงรักปิดทองอย่างงดงาม
ถาม: วัดพระเหลาเทพนิมิตรมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะพระเหลาเทพนิมิตรและชมพระอุโบสถได้โดยไม่เสียค่าเข้า
ถาม: ควรไปวัดพระเหลาเทพนิมิตรช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเข้าสักการะอย่างสงบ
ถาม: เที่ยววัดพระเหลาเทพนิมิตรแล้วควรแวะที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถแวะวัดพระมงคลมิ่งเมือง อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ และหอนาฬิกาอำนาจเจริญได้ตามเวลาที่มี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




