หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี >อ.เมืองอุทัยธานี >ต.น้ำซึม > วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
TL;DR: วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อยู่ที่ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 11.30 น. และ 14.00 – 16.00 น.

อุทัยธานี

วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 11.30 น. และ 14.00 – 16.00 น.
 
วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง และเป็นจุดหมายที่ผู้เดินทางมาอุทัยธานีมักตั้งใจมาเยือนด้วยเหตุผลหลายชั้น ทั้งในฐานะวัดเก่าแก่ที่มีรากประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในฐานะแหล่งรวมศิลปกรรมพื้นบ้านและสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่งดงามอย่างมาก และในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของผู้เคารพหลวงพ่อฤาษีลิงดำหรือพระราชพรหมยาน พระเถระผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวัดแห่งนี้ให้กลายเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
 
วัดท่าซุงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวอุทัยธานีแบบได้ทั้งไหว้พระ ทำบุญ ชมศิลปกรรม ศึกษาประวัติศาสตร์ และสัมผัสบรรยากาศสงบริมแม่น้ำ ภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวาง อาคารสำคัญหลายหลังตั้งอยู่คนละจุด ทำให้การเดินชมควรวางแผนเวลาให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าชมวิหารแก้ว 100 เมตร พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม ปราสาททองคำ มณฑป และพื้นที่เก่าของวัดที่ยังสะท้อนร่องรอยศิลปะพื้นบ้านในอดีต วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่ควรแวะเพียงไม่กี่นาที แต่เหมาะกับการใช้เวลาค่อย ๆ เดินชม ทำความเข้าใจ และซึมซับบรรยากาศศรัทธาที่สืบต่อมายาวนาน
 
ประวัติของวัดจันทารามเริ่มต้นจากการเป็นวัดเก่าแก่ในชุมชนริมแม่น้ำ เดิมมีอุโบสถขนาดเล็กที่ภายในตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติฝีมือช่างพื้นบ้าน ภาพเขียนเหล่านี้มีคุณค่าเพราะสะท้อนวิธีคิด สุนทรียะ และฝีมือของช่างท้องถิ่นในอดีต แม้บางส่วนจะได้รับการซ่อมแซมหรือต่อเติมในภายหลัง แต่ยังมองเห็นเค้าโครงความประณีตของงานศิลป์พื้นบ้านที่ผูกพันกับศรัทธาชาวบ้านอย่างใกล้ชิด จิตรกรรมฝาผนังลักษณะนี้แตกต่างจากงานช่างหลวงตรงที่มีความเรียบง่าย เป็นกันเอง และสื่อสารเรื่องราวพุทธประวัติด้วยภาษาภาพที่คนในชุมชนเข้าถึงได้
 
นอกจากอุโบสถเก่าแล้ว วัดยังมีสมบัติทางศาสนาและศิลปกรรมที่น่าสนใจ เช่น ธรรมาสน์ที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อใหญ่ พระปูนปั้นภายในวิหาร และลวดลายไม้จำหลักบริเวณขอบหน้าบันซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในจำนวนจำกัด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดท่าซุงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะอาคารสมัยใหม่ที่คนจำนวนมากรู้จักจากภาพถ่ายเท่านั้น แต่ยังมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมเดิมที่ควรค่าแก่การมองอย่างละเอียด เมื่อเดินชมวัดจึงควรมองทั้งความอลังการของอาคารใหม่และความเรียบงามของงานเก่าควบคู่กัน
 
ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวัดเกิดขึ้นเมื่อพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและสร้างอาคารสำคัญจำนวนมาก หลวงพ่อฤาษีลิงดำเป็นพระเถระที่ประชาชนทั่วประเทศให้ความเคารพ โดยเฉพาะผู้สนใจการปฏิบัติธรรม การเจริญพระกรรมฐาน และแนวทางการสอนธรรมะที่เข้าใจง่าย วัดท่าซุงจึงกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาไม่เพียงเพื่อชมความงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังมาเพื่อระลึกถึงคำสอนและคุณูปการของหลวงพ่อที่มีต่อพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก
 
อาคารที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งคือวิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งเป็นภาพจำสำคัญของวัดท่าซุง ภายในประดับด้วยกระจกและโมเสกสีขาวใสระยิบระยับ เมื่อแสงตกกระทบจะเกิดประกายสว่างทั่วบริเวณ ทำให้ผู้เข้าชมจำนวนมากรู้สึกราวกับอยู่ในวิมานแก้ว วิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และเป็นที่ตั้งของโลงแก้วบรรจุสรีระหลวงพ่อฤาษีลิงดำให้ศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าสักการะ ความงดงามของวิหารแก้วไม่ได้อยู่เพียงความแวววาวของวัสดุ แต่ยังอยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้เกิดความสงบ สำรวม และเคารพต่อครูบาอาจารย์ผู้เป็นศูนย์รวมศรัทธา
 
พระอุโบสถหลังใหม่ของวัดท่าซุงเป็นอีกอาคารที่มีความสำคัญ ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บานประตูและหน้าต่างมีภาพเทวดาฝีมือจิตรกรชั้นดี รายละเอียดทางศิลปะเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการสร้างศาสนสถานให้เป็นทั้งพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพื้นที่ยกระดับจิตใจของผู้เข้ามาเยือน ความสำคัญของพระอุโบสถยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิต ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหมายทั้งในเชิงศาสนา ประวัติศาสตร์ และศรัทธาของประชาชน
 
รอบบริเวณพระอุโบสถมีการสร้างกำแพงแก้วและประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อปานกับหลวงพ่อใหญ่ขนาดใหญ่บริเวณมุมกำแพงและพื้นที่สำคัญต่าง ๆ การจัดวางองค์ประกอบในวัดท่าซุงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงครูบาอาจารย์ พระพุทธรูป และสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกัน ผู้ที่เดินชมจะพบว่าพื้นที่แต่ละส่วนไม่ได้แยกจากกันอย่างโดดเดี่ยว แต่รวมกันเป็นเส้นทางศรัทธาที่พาผู้มาเยือนไปสู่การไหว้พระ ระลึกถึงพระเถระ และพิจารณาธรรมอย่างต่อเนื่อง
 
พระวิหารสมเด็จองค์ปฐมเป็นอีกจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมเข้าสักการะ ภายในมีบรรยากาศสง่างามและเป็นพื้นที่ที่ผู้ศรัทธาใช้สำหรับกราบไหว้ขอพร อาคารแห่งนี้มีลักษณะโดดเด่นตามแบบวัดท่าซุง คือใช้ความประณีตของงานประดับตกแต่งเพื่อสร้างความรู้สึกเลื่อมใสและความเป็นระเบียบงดงามของศาสนสถาน ผู้ที่เดินทางมาครั้งแรกควรเผื่อเวลาให้กับบริเวณนี้ เพราะเป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของงานก่อสร้างและศรัทธาที่หล่อหลอมวัดท่าซุงในยุคหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
 
ปราสาททองคำหรือปราสาททองกาญจนาภิเษกเป็นอาคารที่สร้างความประทับใจด้วยสีทองอร่ามและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ประณีต ลักษณะอาคารมีความวิจิตรในแบบศิลปกรรมไทยประยุกต์ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพและการชมงานประดับตกแต่งอย่างละเอียด แต่การเข้าชมควรอยู่ในความสำรวม เพราะพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นศาสนสถาน ไม่ใช่เพียงฉากถ่ายรูป ความงดงามของปราสาททองคำจึงควรถูกมองควบคู่กับความหมายทางพุทธศาสนาและแรงศรัทธาที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้าง
 
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดท่าซุงมีความพิเศษคือศาลาและอาคารสำหรับการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการฝึกสมาธิและการเจริญพระกรรมฐาน พื้นที่หลายส่วนภายในวัดจึงถูกออกแบบให้รองรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมและผู้ที่ต้องการพักใจในบรรยากาศสงบ ผู้มาเยือนควรเคารพกติกาของวัด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่บางอาคารปิดพักกลางวันหรือจัดไว้สำหรับการปฏิบัติธรรม การรักษาความสงบเป็นสิ่งสำคัญเพราะช่วยให้วัดยังคงเป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่าน
 
เวลาการเข้าชมอาคารสำคัญของวัดท่าซุงมักแบ่งเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยทั่วไปวิหารแก้วเปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 14.00 – 16.00 น. ช่วงกลางวันเป็นเวลาที่ควรใช้พัก รับประทานอาหาร หรือเดินชมพื้นที่ภายนอกอย่างเหมาะสม การวางแผนตามรอบเวลาเปิดอาคารจึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือเดินทางแบบวันเดียวจากกรุงเทพฯ หากมาถึงผิดช่วงเวลาอาจต้องรอรอบเปิดถัดไป
 
ในเชิงประสบการณ์การเที่ยว วัดท่าซุงเป็นวัดที่มีทั้งความอลังการและความละเอียดอ่อน ผู้มาเยือนจำนวนมากเริ่มต้นจากการชมวิหารแก้ว ต่อด้วยสักการะสรีระหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ไหว้พระพุทธชินราชจำลอง เดินชมพระอุโบสถ ปราสาททองคำ มณฑป และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ภายในวัด ระหว่างเดินชมควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่วัดอย่างเคร่งครัด
 
บริเวณท่าน้ำวัดท่าซุงเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดอุทัยธานี นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวให้เชื่อมกับการชมเรือนแพ หมู่บ้านกลางน้ำ และวิถีชุมชนริมน้ำได้อย่างน่าสนใจ สายน้ำแห่งนี้ช่วยขยายประสบการณ์จากการไหว้พระในวัดไปสู่การเห็นภาพชีวิตท้องถิ่นของอุทัยธานี เมืองที่ยังคงบรรยากาศสงบ เรียบง่าย และมีเสน่ห์แบบเมืองเล็กริมแม่น้ำ
 
การเดินทาง ไปวัดท่าซุงสามารถทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยวัดตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จากตัวเมืองอุทัยธานีใช้เส้นทางไปทางถนนอุทัยธานี – มโนรมย์ หรือทางหลวงหมายเลข 3265 ระยะทางประมาณ 12 กม. เส้นทางขับรถไม่ซับซ้อนและมีป้ายบอกทางเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถโดยสารสองแถวสายอุทัยธานี – ท่าซุง หรือใช้บริการรถรับจ้างจากตัวเมืองอุทัยธานี การเดินทางแบบรถส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว เช่น วัดท่าซุง วัดสังกัสรัตนคีรี ถนนคนเดินตรอกโรงยา และชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง
 
ผู้ที่วางแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากกรุงเทพฯ ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้า เพื่อให้ถึงวัดในช่วงที่อาคารสำคัญเปิดเข้าชม การเผื่อเวลาเดินทางและพักระหว่างวันจะช่วยให้เที่ยวได้ไม่เร่งรีบ หากต้องการพักค้างคืน อำเภอเมืองอุทัยธานีมีที่พักหลายรูปแบบ ทั้งรีสอร์ตริมแม่น้ำ โรงแรมในเมือง และที่พักบรรยากาศเรียบง่าย นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักใกล้ตัวเมืองเพื่อสะดวกต่อการหาอาหารและเที่ยวต่อในช่วงเย็น เช่น ถนนคนเดินตรอกโรงยา หรือเลือกพักใกล้ธรรมชาติสำหรับทริปที่เน้นความสงบ
 
วัดท่าซุงยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความรู้จักอุทัยธานีในมิติศาสนาและวัฒนธรรม เพราะจากวัดสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดสังกัสรัตนคีรีบนเขาสะแกกรังซึ่งเป็นจุดชมเมืองและศาสนสถานคู่เมืองอุทัยธานี ตลาดและถนนคนเดินตรอกโรงยาที่สะท้อนบรรยากาศเมืองเก่า บ้านจงรักที่จัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่น และพื้นที่ริมแม่น้ำสะแกกรังที่มีวิถีชุมชนเรือนแพอันเป็นเอกลักษณ์ การเที่ยววัดท่าซุงจึงสามารถต่อยอดเป็นทริปวัฒนธรรมอุทัยธานีได้ครบถ้วนในหนึ่งวันหรือสองวัน
 
ในแง่คุณค่าทางศิลปกรรม วัดท่าซุงเป็นตัวอย่างของวัดที่ผสมผสานความเก่าแก่และความใหม่ไว้อย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือวัดเก่าสมัยอยุธยาที่มีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนัง ธรรมาสน์ พระปูนปั้น และงานไม้จำหลัก อีกด้านหนึ่งคืออาคารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคและวัสดุสมัยใหม่ เช่น กระจก โมเสก และองค์ประกอบประดับที่มีความอลังการ การอยู่ร่วมกันของสองมิตินี้ทำให้วัดมีบุคลิกเฉพาะ ไม่ใช่วัดโบราณเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่วัดสร้างใหม่ที่ขาดรากประวัติศาสตร์
 
สำหรับผู้สนใจหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุงคือสถานที่สำคัญที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทของท่านในฐานะพระนักพัฒนาและครูบาอาจารย์ด้านการปฏิบัติธรรม อาคารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นภายในวัดไม่ได้เป็นเพียงงานก่อสร้างเพื่อความงาม แต่สะท้อนศรัทธาของศิษยานุศิษย์จำนวนมากที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบต่อเจตนารมณ์ของหลวงพ่อ การเข้าชมวัดจึงเป็นการเข้าไปสัมผัสทั้งงานศิลป์ งานศรัทธา และความทรงจำร่วมของผู้คนที่ผูกพันกับวัดแห่งนี้
 
โดยสรุป วัดจันทารามหรือวัดท่าซุงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางของผู้มาเยือนอุทัยธานี ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายบุญ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ นักถ่ายภาพ ครอบครัว หรือชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจวัดไทยในมิติที่ลึกกว่าการชมอาคารสวยงาม วัดแห่งนี้มีทั้งร่องรอยอยุธยา งานศิลป์พื้นบ้าน สถาปัตยกรรมกระจกและทองคำ พื้นที่ปฏิบัติธรรม สรีระหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และบรรยากาศริมแม่น้ำสะแกกรังที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของเมืองอุทัยธานีอย่างงดงาม
 
ชื่อสถานที่วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง
ที่ตั้งตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
ที่อยู่60 หมู่ 1 ถนนอุทัยธานี – มโนรมย์ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี 61000
พิกัดประมาณ 15.3437, 100.0718
ไฮไลต์วิหารแก้ว 100 เมตร พระพุทธชินราชจำลอง สรีระหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปราสาททองคำ พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม พระอุโบสถหลังใหม่ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
ประวัติ / สมัย / ยุคเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้รับการพัฒนาอย่างมากในสมัยพระราชพรหมยานหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ที่มาของชื่อชื่อทางการคือวัดจันทาราม ส่วนชื่อวัดท่าซุงเป็นชื่อที่ประชาชนรู้จักแพร่หลายตามพื้นที่และชุมชนริมแม่น้ำในท้องถิ่น
ลักษณะเด่นผสมผสานวัดเก่าสมัยอยุธยา งานจิตรกรรมพื้นบ้าน งานไม้จำหลัก อาคารโมเสกสีขาวใสเหมือนแก้ว และสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ขนาดใหญ่
การเดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานีใช้เส้นทางถนนอุทัยธานี – มโนรมย์ หรือทางหลวงหมายเลข 3265 ประมาณ 12 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถสองแถวสายอุทัยธานี – ท่าซุง
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและสักการะตามเวลาเปิดของแต่ละอาคาร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการวิหารแก้ว 100 เมตร เปิด 09.00 – 11.30 น. และ 14.00 – 16.00 น. อาคารบางส่วนอาจมีเวลาเปิดแตกต่างกัน
ค่าเข้าไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ห้องน้ำ ศาลา พื้นที่ปฏิบัติธรรม จุดสักการะ พื้นที่พักคอย และท่าน้ำริมแม่น้ำสะแกกรัง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. วิหารแก้ว 100 เมตร
2. พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม
3. ปราสาททองคำ
4. พระอุโบสถหลังใหม่
5. อุโบสถเก่าและพื้นที่ศิลปกรรมเดิม
6. มณฑปและพื้นที่สักการะครูบาอาจารย์
7. ศาลาและพื้นที่ปฏิบัติธรรม
8. ท่าน้ำวัดท่าซุงและพื้นที่ริมแม่น้ำสะแกกรัง
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูปลัดสุวัฒน์รัตนคุณ เจ้าอาวาสวัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
เบอร์ติดต่อหลัก0 5650 2655
เว็บไซต์ / เพจทางการwww.watthasung.com / Facebook: วัดจันทาราม ท่าซุง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หมู่บ้านกลางน้ำและชุมชนเรือนแพแม่น้ำสะแกกรัง ประมาณ 3 กม.
2. วัดสังกัสรัตนคีรีและเขาสะแกกรัง ประมาณ 8 กม.
3. ถนนคนเดินตรอกโรงยา ประมาณ 8 กม.
4. บ้านจงรัก ประมาณ 8 กม.
5. ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ท่าซุงคอฟฟี่ ประมาณ 1 กม.
2. ครัวอาหารหลิน ประมาณ 4 กม.
3. ร้านอาหารป้าสำราญ ประมาณ 7 กม.
4. ครัวริมสวน อุทัยธานี ประมาณ 8 กม.
5. ร้านอาหารนกน้อย อุทัยธานี ประมาณ 8 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Uthai River Lake Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 081-886-5793
2. River Marina Resort ประมาณ 8 กม.
3. Sunray Guesthouse ประมาณ 8 กม.
4. Comeneetee Uthai ประมาณ 8 กม.
5. Payamai Resort ประมาณ 9 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดจันทารามหรือวัดท่าซุงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดจันทารามหรือวัดท่าซุงตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ริมเส้นทางอุทัยธานี – มโนรมย์
 
ถาม: วัดท่าซุงมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือวิหารแก้ว 100 เมตร พระพุทธชินราชจำลอง สรีระหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปราสาททองคำ พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม และงานสถาปัตยกรรมที่ประดับกระจกและโมเสกอย่างวิจิตร
 
ถาม: วิหารแก้ววัดท่าซุงเปิดกี่โมง?
ตอบ: วิหารแก้ว 100 เมตรเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไป 2 รอบ คือ 09.00 – 11.30 น. และ 14.00 – 16.00 น.
 
ถาม: วัดท่าซุงมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและสักการะภายในวัดได้ตามเวลาเปิดของแต่ละอาคาร
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดท่าซุงคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดจันทารามหรือวัดท่าซุงคือพระครูปลัดสุวัฒน์รัตนคุณ
 
ถาม: ไปวัดท่าซุงควรแต่งกายอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม งดแต่งกายรัดรูปหรือเปิดเผย และควรรักษาความสงบภายในอาคารศาสนสถาน
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดท่าซุงนานแค่ไหน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อชมวิหารแก้ว พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม ปราสาททองคำ พระอุโบสถ และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ อย่างไม่เร่งรีบ
 
ถาม: เที่ยววัดท่าซุงแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดสังกัสรัตนคีรี เขาสะแกกรัง ถนนคนเดินตรอกโรงยา บ้านจงรัก และชุมชนเรือนแพแม่น้ำสะแกกรังได้

มือถือ : 0899581479, 0875272243

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(31)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(7)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(5)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)