หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.บางระจัน >ต.เชิงกลัด > แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย
TL;DR: แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย อยู่ที่วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) จังหวัดสิงห์บุรี เป็นแหล่งโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จุดเด่นของสถานที่นี้คือเตาเผาโบราณขนาดใหญ่แบบเตาประทุน ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการผลิตเซรามิกในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจ การค้า งานช่าง และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ หรือวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานเก่าแก่และแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ของลุ่มน้ำภาคกลาง เมื่อเดินทางเข้ามาถึงบริเวณพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นอาคารจัดแสดงที่สร้างขึ้นเพื่อคลุมและอนุรักษ์เตาเผาโบราณจริง ทำให้สามารถเดินชมโครงสร้างเตาเผาได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่กระทบต่อสภาพโบราณสถาน ภาพของเตาเผาขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยอิฐและฝังตัวอยู่ในดินช่วยให้เข้าใจได้ทันทีว่าในอดีตพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงชุมชนเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ แต่เป็นฐานการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีระบบและกำลังการผลิตสูงมาก
ความสำคัญของแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยอยู่ที่บทบาทในสมัยกรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 1914–2310 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กรุงศรีอยุธยาเติบโตเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และการค้าระดับภูมิภาค เครื่องปั้นดินเผาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นภาชนะสำหรับเก็บน้ำ เก็บอาหาร ใช้ในครัวเรือน ใช้ในงานก่อสร้าง หรือใช้ประกอบศาสนสถาน การมีแหล่งผลิตขนาดใหญ่ริมแม่น้ำน้อยจึงสอดคล้องกับเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์ เพราะแม่น้ำช่วยขนส่งวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และเชื่อมโยงชุมชนผลิตกับตลาดหรือเมืองสำคัญในอดีต
ลักษณะของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นเตาเผาแบบระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐ และมีรูปทรงบางส่วนคล้ายเรือประทุน จึงเรียกกันว่า “เตาประทุน” โครงสร้างของเตาแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ห้องเชื้อเพลิง ห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และปล่องไฟ ระบบนี้แสดงให้เห็นความเข้าใจด้านอุณหภูมิ การไหลเวียนของความร้อน และการควบคุมไฟของช่างในสมัยโบราณอย่างชัดเจน เตาเผาขนาดใหญ่ที่สุดที่พบมีความยาวประมาณ 14 เมตร กว้างประมาณ 5.60 เมตร และปล่องควันไฟมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.15 เมตร ขนาดดังกล่าวสะท้อนกำลังการผลิตจำนวนมากและความชำนาญของช่างเครื่องปั้นดินเผาในยุคนั้น
ผลิตภัณฑ์ที่เคยผลิตจากแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยมีหลายประเภท เช่น ไห อ่าง ครก กระปุก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น และภาชนะดินเผาอื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและงานสถาปัตยกรรม โบราณวัตถุเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยอยุธยาได้ดี เพราะเครื่องปั้นดินเผาไม่ใช่เพียงของใช้ แต่เป็นหลักฐานที่บอกถึงระดับเทคโนโลยี งานช่าง รูปแบบการบริโภค ความเชื่อ และเครือข่ายการค้าของสังคมในอดีต
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยมีความน่าสนใจระดับวิชาการคือการเชื่อมโยงกับการผลิตท่อประปาดินเผาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลักฐานประเภทท่อน้ำดินเผาที่เกี่ยวข้องกับระบบประปาโบราณสะท้อนให้เห็นว่าช่างอยุธยามีความรู้เรื่องการผลิตชิ้นส่วนดินเผาเพื่อใช้งานในระบบสาธารณูปโภค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาชนะในครัวเรือนเท่านั้น เมื่อมองในมุมนี้ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยจึงมีคุณค่ามากกว่าแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา แต่เป็นหลักฐานของเทคโนโลยีเมืองและการจัดการน้ำในสมัยอยุธยา
ภายในพิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย กรมศิลปากรได้จัดสร้างอาคารขนาดใหญ่เชื่อมต่อกัน 2 หลัง อาคารส่วนแรกเป็นพื้นที่โปร่งโล่งสำหรับครอบเตาเผาจริง มีเตาเผาจำนวน 2 เตาให้ชมโดยรอบ พร้อมนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะของเตา การผลิตเครื่องปั้นดินเผา และความสำคัญทางโบราณคดี ส่วนอาคารอีกหลังจัดแสดงแบบจำลองเตาเผาแม่น้ำน้อยและตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบในพื้นที่ ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจทั้งภาพรวมของแหล่งผลิตและรายละเอียดของโบราณวัตถุได้เป็นลำดับ
การชมแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้สนใจประวัติศาสตร์อยุธยา และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเห็นหลักฐานจริงของอุตสาหกรรมโบราณ ภายในเวลาไม่มาก ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ทั้งเรื่องโครงสร้างเตาเผา เทคโนโลยีความร้อน วัตถุดิบ งานช่าง การขนส่งทางน้ำ และบทบาทของเครื่องปั้นดินเผาต่อสังคมไทยในอดีต
บรรยากาศโดยรอบมีความเชื่อมโยงกับวัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนชัณสูตร จุดเด่นของวัดคือพระปรางค์โบราณและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนศิลปกรรมสมัยอยุธยา การเดินทางมาเที่ยวแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยจึงสามารถชมได้ทั้งพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและวัดเก่าแก่ในบริเวณเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ควรเผื่อเวลาเดินชมวัดพระปรางค์ร่วมด้วย เพราะช่วยให้เข้าใจบริบทของพื้นที่ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์โบราณสถานในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ครอบแหล่งจริง การสร้างอาคารคลุมเตาช่วยป้องกันความเสียหายจากแดด ฝน และการสัมผัสโดยตรง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมเตาเผาของจริงอย่างใกล้ชิด การจัดนิทรรศการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทำให้สถานที่นี้เหมาะกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่สนใจประวัติศาสตร์เครื่องปั้นดินเผาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หากมองในมิติของวัฒนธรรมท้องถิ่น แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าจังหวัดสิงห์บุรีไม่ได้มีเพียงเรื่องราววีรชนค่ายบางระจันเท่านั้น แต่ยังมีมรดกด้านงานช่างและอุตสาหกรรมโบราณที่สำคัญมาก พื้นที่ริมแม่น้ำน้อยเคยเป็นแหล่งผลิตที่มีความเชี่ยวชาญสูงและส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนจำนวนมาก การมาเยือนสถานที่นี้จึงช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์สิงห์บุรีให้หลากหลายขึ้น ทั้งด้านสงคราม ชุมชน วัดวาอาราม การค้า และงานหัตถกรรม
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอบางระจันและอำเภอค่ายบางระจัน สามารถเริ่มต้นจากวัดพระปรางค์และพิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย แล้วเดินทางต่อไปยังอุทยานค่ายบางระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และวัดพิกุลทอง เส้นทางนี้เหมาะกับการเที่ยวแบบ 1 วัน เพราะเชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์อยุธยา แหล่งโบราณคดี วีรชนบางระจัน และศาสนสถานสำคัญของจังหวัดสิงห์บุรี
การเดินทาง ไปยังแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยสามารถใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี–บางระจัน–สรรคบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3251 จากนั้นเดินทางต่อประมาณ 16 กม. สถานที่อยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. และมีรถประจำทางสาย 605 เส้นทางสิงห์บุรี–สรรคบุรีผ่านบริเวณใกล้เคียง ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีได้โดยตรง
ข้อควรรู้สำหรับการเข้าชมคือควรเดินชมอย่างระมัดระวัง ไม่ปีน ไม่แตะต้องโบราณสถาน และไม่เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโบราณวัตถุใด ๆ เพราะเตาเผาและเครื่องปั้นดินเผาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อการศึกษาในระยะยาว การใช้เวลาอ่านป้ายนิทรรศการและสังเกตรายละเอียดของเตาเผาจะช่วยให้การเที่ยวชมมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
| ชื่อสถานที่ | แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย / พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย วัดพระปรางค์ |
| ที่ตั้ง | วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี |
| ที่อยู่ | วัดพระปรางค์ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16130 |
| ไฮไลต์ | เตาเผาโบราณขนาดใหญ่แบบเตาประทุน อาคารพิพิธภัณฑ์ครอบเตาเผาจริง แบบจำลองเตาเผา และตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาสมัยอยุธยา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 1914–2310 พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2530 |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามแม่น้ำน้อยซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญในพื้นที่ และเป็นเส้นทางเชื่อมโยงชุมชนผลิตเครื่องปั้นดินเผาในอดีต |
| ลักษณะเด่น | เตาเผาแบบระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐ รูปทรงคล้ายเรือประทุน แบ่งเป็นห้องเชื้อเพลิง ห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และปล่องไฟ |
| ขนาดเตาเผาสำคัญ | เตาเผาขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 14 เมตร กว้างประมาณ 5.60 เมตร และปล่องควันไฟมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.15 เมตร |
| หลักฐานสำคัญ | ไห อ่าง ครก กระปุก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น ท่อน้ำดินเผา แบบจำลองเตาเผา และตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบในพื้นที่ |
| การเดินทาง | ใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี–บางระจัน–สรรคบุรี ทางหลวงหมายเลข 3251 อยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. และมีรถประจำทางสาย 605 สิงห์บุรี–สรรคบุรีผ่านบริเวณใกล้เคียง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งโบราณคดี พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ด้านเครื่องปั้นดินเผาโบราณของจังหวัดสิงห์บุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารพิพิธภัณฑ์ ทางเดินชมเตาเผา นิทรรศการภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และพื้นที่วัดพระปรางค์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อาคารครอบเตาเผาจริง อาคารจัดแสดงแบบจำลองเตาเผาและเครื่องปั้นดินเผา วัดพระปรางค์ และพระปรางค์โบราณ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมศิลปากร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 036-520030 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์จังหวัดสิงห์บุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ประมาณ 0 กม. 2. ตลาดชัณสูตร ประมาณ 1 กม. 3. อุทยานค่ายบางระจัน ประมาณ 18 กม. 4. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 18 กม. 5. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารย่านตลาดชัณสูตร ประมาณ 1 กม. 2. ร้านอาหารท้องถิ่นย่านเชิงกลัด ประมาณ 3 กม. 3. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ประมาณ 18 กม. 4. Pattern Cafe ประมาณ 20 กม. โทร. 080-3955428 5. ครัวบ้านแม่ บางระจัน ประมาณ 23 กม. โทร. 095-2181848 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โฮมสเตย์ย่านวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ประมาณ 2 กม. 2. MaBuNa Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 061-8253535 3. เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี ประมาณ 22 กม. 4. สุมาลี วิลล่า ประมาณ 25 กม. โทร. 082-1987708, 085-3736116 5. ริมทุ่งแม่ลา รีสอร์ท ประมาณ 24 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ถาม: แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นหลักฐานสำคัญด้านเทคโนโลยีเซรามิก งานช่าง และการค้าในอดีต
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อยมีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีเตาเผาโบราณจริงจำนวน 2 เตา อาคารจัดแสดงแบบจำลองเตาเผา นิทรรศการ และตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบในพื้นที่
ถาม: เตาประทุนคืออะไร?
ตอบ: เตาประทุนคือเตาเผาโบราณก่อด้วยอิฐ มีรูปทรงบางส่วนคล้ายเรือประทุน และเป็นเตาแบบระบายความร้อนเฉียงขึ้น แบ่งเป็นห้องเชื้อเพลิง ห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และปล่องไฟ
ถาม: แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม
ถาม: เดินทางไปแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี–บางระจัน–สรรคบุรี ทางหลวงหมายเลข 3251 อยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. และมีรถประจำทางสาย 605 สิงห์บุรี–สรรคบุรีผ่านบริเวณใกล้เคียง
โทร : 036544557
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




