หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.เมืองสุโขทัย >ต.เมืองเก่า > วัดสระศรี
TL;DR: วัดสระศรี อยู่ที่เขตกลาง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันอาทิตย์ 06.30 – 19.30 น. / วันเสาร์ 06.30 – 21.00 น.
วัดสระศรี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันอาทิตย์ 06.30 – 19.30 น. / วันเสาร์ 06.30 – 21.00 น.
วัดสระศรี จังหวัดสุโขทัย เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่งดงามที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และเป็นสถานที่ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของศิลปกรรม พุทธศาสนา และภูมิสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ตระพังตระกวน” ภายในเขตกำแพงเมืองสุโขทัย ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุ ความโดดเด่นของวัดสระศรีอยู่ที่การผสมผสานระหว่างเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกา วิหารขนาดใหญ่ โบสถ์กลางน้ำ และบรรยากาศของสระน้ำที่โอบล้อมโบราณสถานไว้อย่างสงบงาม ทำให้วัดแห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และจุดชมทัศนียภาพสำคัญของเมืองเก่าสุโขทัย
วัดสระศรีเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจสุโขทัยในมิติที่ลึกกว่าการชมโบราณสถานเพียงผิวเผิน เพราะภายในพื้นที่เดียวกันมีทั้งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่แสดงอิทธิพลพุทธศาสนาจากลังกา หลักฐานเกี่ยวกับพระมหาธรรมราชาลิไท แนวคิดเรื่องอุทกสีมาหรือนทีสีมา และการจัดวางพื้นที่วัดกลางน้ำอย่างมีความหมาย น้ำที่ล้อมรอบวัดไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านภูมิทัศน์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ การแบ่งเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และความสงบที่เหมาะสมต่อการประกอบสังฆกรรมทางพระพุทธศาสนา
คำว่า “สระศรี” สื่อถึงสระน้ำอันเป็นมงคลและงดงาม สอดคล้องกับลักษณะของวัดที่ตั้งอยู่กลางสระตระพังตระกวน ซึ่งเป็นหนึ่งในสระน้ำขนาดใหญ่ที่สุดภายในเมืองเก่าสุโขทัย ในสมัยสุโขทัย การสร้างสระน้ำ คูน้ำ และตระพังไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านการจัดการน้ำเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อ การวางผังเมือง และการจัดพื้นที่ศาสนสถาน การตั้งวัดบนเกาะกลางน้ำจึงเป็นการสร้างประสบการณ์ทางศาสนาให้ผู้คนค่อย ๆ แยกตัวออกจากโลกภายนอกก่อนเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัดสระศรี นักท่องเที่ยวจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ เกาะ เจดีย์ วิหาร และท้องฟ้าอย่างชัดเจน ผิวน้ำของตระพังตระกวนช่วยสะท้อนภาพเจดีย์และโบราณสถาน ทำให้พื้นที่มีความงดงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงอ่อนตกกระทบผิวน้ำและองค์เจดีย์ บรรยากาศดังกล่าวทำให้วัดสระศรีเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของสุโขทัย และยังเป็นสถานที่ที่เหมาะต่อการเดินชมอย่างสงบเพื่อซึมซับความงามของศิลปะโบราณ
องค์ประกอบสำคัญที่สุดของวัดคือเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยกพื้นสูงเพื่อเป็นลานประทักษิณ เจดีย์ทรงระฆังนี้เป็นหลักฐานสำคัญของการรับพุทธศาสนาจากลังกาในสมัยสุโขทัย จึงมักเรียกกันว่าเจดีย์ทรงลังกา รูปทรงของเจดีย์มีความเรียบง่าย มั่นคง และสง่างาม สะท้อนแนวคิดทางพุทธศาสนาที่เน้นความสงบ สมดุล และความบริสุทธิ์ของจิตใจ
เจดีย์ทรงระฆังของวัดสระศรีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะภายในเคยมีการลักลอบขุดพบเจดีย์จำลองที่บรรจุอัฐิธาตุ พร้อมแผ่นทองจารึกข้อความที่กล่าวถึงการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระมหาธรรมราชาลิไท จารึกดังกล่าวเรียกว่า “จารึกวัดสระศรี” ปัจจุบันเจดีย์จำลองและจารึกถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง หลักฐานนี้ทำให้วัดสระศรีมีความสำคัญไม่เพียงด้านศิลปกรรม แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ราชวงศ์สุโขทัยและพระมหากษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนา
พระมหาธรรมราชาลิไทเป็นกษัตริย์สุโขทัยที่มีบทบาทโดดเด่นด้านพระพุทธศาสนาและวรรณกรรมทางธรรมะ การที่จารึกวัดสระศรีกล่าวถึงการบรรจุอัฐิธาตุของพระองค์ ทำให้วัดแห่งนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกษัตริย์ ศาสนา และการสร้างเจดีย์ในฐานะเครื่องหมายแห่งความทรงจำ การบรรจุอัฐิธาตุในเจดีย์ยังเป็นการยกย่องพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและมีคุณูปการต่อบ้านเมือง
ด้านหน้าของเจดีย์ประธานมีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยอิฐ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นจุดสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหมายทางศาสนาของวัด เพราะปางมารวิชัยสื่อถึงเหตุการณ์พระพุทธเจ้าทรงชนะมารก่อนตรัสรู้ เป็นสัญลักษณ์ของความแน่วแน่ ความเพียร และชัยชนะทางจิตใจ พระพุทธรูปปูนปั้นในวิหารวัดสระศรีจึงไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ แต่ยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธาที่สะท้อนหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา
วิหารของวัดสระศรีมีขนาด 7 ห้อง ก่อด้วยอิฐ และใช้ศิลาแลงในส่วนเสาวิหาร การเลือกใช้วัสดุและการออกแบบแสดงถึงความรู้ด้านโครงสร้างของช่างสุโขทัย อิฐและศิลาแลงเป็นวัสดุสำคัญที่พบมากในโบราณสถานสุโขทัย เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับสภาพภูมิประเทศ การยกฐานและการจัดพื้นที่วิหารให้สัมพันธ์กับเจดีย์ประธานสะท้อนความเข้าใจด้านผังวัดและจังหวะการใช้งานทางศาสนา
ด้านทิศใต้ของเจดีย์ประธานมีเจดีย์ขนาดเล็กก่อด้วยอิฐ มีซุ้มพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ เจดีย์องค์นี้มีลักษณะศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศรีวิชัยและลังกา ทำให้วัดสระศรีเป็นสถานที่ที่สามารถศึกษาการรับและปรับอิทธิพลทางศิลปะจากหลายภูมิภาคได้อย่างดี การมีซุ้มพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศยังสะท้อนคติการแผ่พระธรรมไปทั่วทิศ และช่วยให้พื้นที่รอบเจดีย์มีความสมดุลทั้งในเชิงสัญลักษณ์และสุนทรียภาพ
นอกจากเจดีย์ประธานและเจดีย์ขนาดเล็กแล้ว ยังพบฐานเจดีย์รายขนาดเล็กอีกหลายองค์ภายในบริเวณวัด การมีเจดีย์รายแวดล้อมเจดีย์ประธานทำให้ผังวัดมีความสมบูรณ์มากขึ้น และสะท้อนแนวคิดเรื่องศูนย์กลางกับบริวารทางศาสนา เจดีย์ประธานเป็นจุดรวมความศรัทธาหลัก ส่วนเจดีย์รายทำหน้าที่สร้างจังหวะและความต่อเนื่องให้กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
อีกองค์ประกอบที่สำคัญมากของวัดสระศรีคือโบสถ์กลางน้ำ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ทางด้านทิศตะวันออกของกลุ่มโบราณสถานหลัก โบสถ์นี้มีขนาด 2 ห้อง ก่อด้วยศิลาแลง และมีใบเสมาหินปักโดยรอบ การตั้งโบสถ์กลางน้ำเป็นการใช้ธรรมชาติเป็นขอบเขตของพื้นที่สังฆกรรม เรียกว่า อุทกสีมา หรือ นทีสีมา ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในพระพุทธศาสนา น้ำรอบโบสถ์ทำหน้าที่เป็นเขตสีมาโดยธรรมชาติ และยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ก่อนประกอบพิธีกรรมทางสงฆ์
อุทกสีมาหรือนทีสีมาที่วัดสระศรีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานศาสนาเข้ากับภูมิทัศน์ สมัยสุโขทัยไม่ได้มองน้ำเป็นเพียงทรัพยากรหรือองค์ประกอบตกแต่ง แต่ใช้สายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของระบบความหมายทางศาสนา โบสถ์กลางน้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าช่างและผู้สร้างวัดเข้าใจทั้งพระธรรมวินัย การวางผัง และการสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์อย่างลึกซึ้ง
การตั้งวัดสระศรีบนเกาะกลางตระพังตระกวนยังช่วยให้พื้นที่มีบรรยากาศสงบแตกต่างจากโบราณสถานบนพื้นดินทั่วไป การเดินข้ามสะพานหรือเดินผ่านทางเชื่อมเข้าสู่เกาะทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนค่อย ๆ เข้าสู่พื้นที่อีกมิติหนึ่ง เสียงน้ำ ลม แสง และเงาของโบราณสถานช่วยสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียภาพที่สอดคล้องกับความหมายทางศาสนาอย่างกลมกลืน
ก่อนปี พ.ศ. 2521 เคยมีถนนตัดผ่านกลางบริเวณวัดสระศรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพและความเหมาะสมของพื้นที่โบราณสถาน ต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการปรับปรุงโดยรื้อถนนเดิมและสร้างถนนเลียบสระน้ำขึ้นแทน การปรับปรุงครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูบรรยากาศของวัดให้กลับมามีความสงบงามใกล้เคียงกับภูมิทัศน์เดิม และเป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์โบราณสถานที่ให้ความสำคัญทั้งโครงสร้างทางประวัติศาสตร์และประสบการณ์ของผู้มาเยือน
ในด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ วัดสระศรีเป็นหลักฐานสำคัญของการผสมผสานศิลปะลังกา ศรีวิชัย และสุโขทัย เจดีย์ทรงระฆังแสดงอิทธิพลพุทธศาสนาแบบลังกา เจดีย์ขนาดเล็กแสดงลักษณะผสมผสานศรีวิชัยและลังกา ส่วนพระพุทธรูปปางมารวิชัยในวิหารสะท้อนอุดมคติพระพุทธรูปสุโขทัยที่เน้นความสมดุลและความสงบ การรวมกันขององค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดสระศรีเป็นห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับผู้สนใจศิลปกรรมไทย
วัดสระศรียังช่วยให้เข้าใจบทบาทของสุโขทัยในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาเถรวาท การรับคติจากลังกาไม่ได้หมายถึงการรับมาโดยตรงโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน แต่สุโขทัยนำรูปแบบดังกล่าวมาผสานกับรสนิยมท้องถิ่น วัสดุในพื้นที่ และผังเมืองที่มีระบบน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ ผลลัพธ์คือศาสนสถานที่มีทั้งความเป็นสากลของโลกพุทธเถรวาทและเอกลักษณ์เฉพาะของสุโขทัย
เมื่อเปรียบเทียบกับวัดอื่นในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดสระศรีมีบุคลิกเฉพาะตัวอย่างมาก วัดมหาธาตุเป็นศูนย์กลางเมืองและศาสนา วัดศรีสวายสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากพราหมณ์-ฮินดูสู่วัดพุทธ วัดศรีชุมโดดเด่นด้วยพระอจนะและมณฑปขนาดใหญ่ ส่วนวัดสระศรีโดดเด่นด้วยความงามของวัดกลางน้ำ เจดีย์ทรงลังกา และอุทกสีมา จึงเป็นวัดที่ช่วยเติมเต็มภาพรวมของเมืองสุโขทัยให้ครบทั้งด้านศิลปะ ศาสนา และภูมิสถาปัตยกรรม
สำหรับนักท่องเที่ยว วัดสระศรีเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพราะเดินทางสะดวกและอยู่ในเขตกลางของอุทยาน ใกล้กับวัดมหาธาตุ อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง การเที่ยววัดสระศรีสามารถจัดร่วมกับโบราณสถานสำคัญอื่นในวันเดียวกันได้ โดยเฉพาะหากใช้จักรยานหรือรถรางนำเที่ยวภายในอุทยาน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมวัดสระศรีคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัด แสงธรรมชาติช่วยขับให้เจดีย์ วิหาร และผิวน้ำดูงดงามมากขึ้น ช่วงเช้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ เพราะเงาสะท้อนของโบราณสถานบนผิวน้ำและแสงสุดท้ายของวันทำให้วัดสระศรีมีมิติที่น่าประทับใจ
วัดสระศรีเป็นโบราณสถานในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ไม่ใช่วัดใช้งานทั่วไปที่มีพระสงฆ์จำพรรษาในปัจจุบัน ดังนั้นผู้ดูแลหลักคืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งมีหน้าที่อนุรักษ์ บริหารจัดการพื้นที่ ดูแลโบราณสถาน และให้บริการข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว การระบุผู้ดูแลในบริบทของวัดสระศรีจึงควรใช้หน่วยงานดูแลโบราณสถาน แทนการระบุเจ้าอาวาส
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมวัดสระศรีคือควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่สัมผัสหรือขีดเขียนบนอิฐ ศิลาแลง หรือองค์ประกอบโบราณ ไม่ลงเล่นน้ำในสระ และไม่ทำกิจกรรมที่อาจรบกวนความสงบของพื้นที่ เนื่องจากวัดสระศรีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีอายุหลายร้อยปี การเข้าชมด้วยความเคารพคือส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไป
การเดินทาง ไปวัดสระศรีสามารถเริ่มจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังตำบลเมืองเก่า ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่เขตกลางของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุ สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้รถรางนำเที่ยวภายในอุทยานได้อย่างสะดวก ผู้ที่พักในย่านเมืองเก่าสามารถเดินทางมาชมวัดสระศรีได้ง่าย เพราะอยู่ในกลุ่มโบราณสถานหลักของเมืองเก่า
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวให้คุ้มค่า ควรเที่ยววัดสระศรีร่วมกับวัดมหาธาตุ วัดศรีสวาย วัดตระพังเงิน อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง เพราะทุกแห่งอยู่ในเขตกลางของอุทยานและสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่าย การเริ่มต้นด้วยพิพิธภัณฑ์ก่อนเข้าชมโบราณสถานจะช่วยให้เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของวัดสระศรีได้ลึกขึ้น
วัดสระศรีจึงเป็นมากกว่าโบราณสถานกลางน้ำที่สวยงาม แต่เป็นสถานที่ที่รวบรวมความหมายสำคัญของสุโขทัยไว้หลายด้าน ทั้งการรับพุทธศาสนาจากลังกา ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและราชวงศ์สุโขทัย การใช้สายน้ำเป็นขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ การสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุ และการวางผังวัดที่กลมกลืนกับธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมความงาม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศึกษาศิลปกรรม และสัมผัสความสงบของเมืองเก่าสุโขทัยอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดสระศรี |
| ที่ตั้ง | เขตกลาง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย |
| ที่อยู่ | ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64210 |
| พิกัด | ประมาณ 17.0186, 99.7025 |
| ไฮไลต์ | วัดกลางสระตระพังตระกวน มีเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกา วิหาร พระพุทธรูปปางมารวิชัย และโบสถ์กลางน้ำแบบอุทกสีมา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | โบราณสถานสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองสุโขทัย มีหลักฐานจารึกเกี่ยวข้องกับการบรรจุอัฐิธาตุของพระมหาธรรมราชาลิไท |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับสระน้ำขนาดใหญ่ “ตระพังตระกวน” และสื่อถึงความงดงาม ความเป็นมงคล และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำ |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ประธานทรงระฆัง วิหาร 7 ห้อง พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย เจดีย์ขนาดเล็กมีซุ้มพระ 4 ทิศ ฐานเจดีย์ราย และโบสถ์กลางน้ำ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุโขทัยเดินทางไปตำบลเมืองเก่าประมาณ 12 กม. แล้วเข้าสู่เขตกลางของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุ สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้รถรางนำเที่ยวภายในอุทยานได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในฐานะโบราณสถานสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันอาทิตย์ 06.30 – 19.30 น. / วันเสาร์ 06.30 – 21.00 น. |
| ค่าเข้า | เขตกลาง: ชาวไทย 20 บาท, ชาวต่างชาติ 200 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดจำหน่ายบัตร เส้นทางเดินชม เส้นทางจักรยาน รถรางนำเที่ยว พื้นที่จอดรถในอุทยาน และบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เจดีย์ประธานทรงระฆัง วิหาร พระพุทธรูปปางมารวิชัย เจดีย์ขนาดเล็ก ฐานเจดีย์ราย โบสถ์กลางน้ำ และสระตระพังตระกวน |
| ผู้ดูแล | อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-697-527 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดมหาธาตุ ประมาณ 0.5 กม. 2. อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประมาณ 0.5 กม. 3. วัดตระพังเงิน ประมาณ 0.7 กม. 4. วัดศรีสวาย ประมาณ 1 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ประมาณ 1 กม. 6. วัดตระพังทอง ประมาณ 1 กม. 7. วัดศรีชุม ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Chanda’s Historical Garden Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 092-993-3408 2. ช่อผกา สุโขทัย ประมาณ 2 กม. โทร. 088-885-5188 3. ภูมิพ่อ คอฟฟี่ เรสเตอรองท์ ประมาณ 2 กม. โทร. 064-626-3639, 055-010-356 4. ห้องอาหารสินวนา ประมาณ 2 กม. โทร. 091-840-4546 5. ครัวกรุงเก่า สุโขทัย ประมาณ 2 กม. โทร. 087-732-1669 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Sukhothai Garden ประมาณ 1 กม. โทร. 084-751-1533 2. Thai Thai Sukhothai Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 084-932-1006 3. Scent of Sukhothai Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 083-211-8898 4. Legendha Sukhothai Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 055-697-214, 082-450-0177 5. Sawasdee Sukhothai Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 088-559-9089 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสระศรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสระศรีตั้งอยู่ในเขตกลางของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุ
ถาม: วัดสระศรีมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการตั้งอยู่บนเกาะกลางสระตระพังตระกวน มีเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกา วิหาร พระพุทธรูปปางมารวิชัย และโบสถ์กลางน้ำแบบอุทกสีมา
ถาม: โบสถ์กลางน้ำของวัดสระศรีมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: โบสถ์กลางน้ำแสดงคติอุทกสีมาหรือนทีสีมา ซึ่งใช้น้ำเป็นขอบเขตบริสุทธิ์สำหรับประกอบสังฆกรรมทางพระพุทธศาสนา
ถาม: เจดีย์ทรงระฆังวัดสระศรีเกี่ยวข้องกับลังกาอย่างไร?
ตอบ: เจดีย์ทรงระฆังเป็นรูปแบบที่สะท้อนการรับพุทธศาสนาและศิลปะจากลังกาในสมัยสุโขทัย จึงมักเรียกว่าเจดีย์ทรงลังกา
ถาม: วัดสระศรีเกี่ยวข้องกับพระมหาธรรมราชาลิไทอย่างไร?
ตอบ: มีหลักฐานจารึกวัดสระศรีที่กล่าวถึงการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระมหาธรรมราชาลิไท ปัจจุบันจารึกและเจดีย์จำลองจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
ถาม: วัดสระศรีเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดสระศรีอยู่ในเขตกลางของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เปิดทุกวัน โดยวันจันทร์ถึงวันศุกร์และวันอาทิตย์เปิด 06.30 – 19.30 น. ส่วนวันเสาร์เปิด 06.30 – 21.00 น.
ถาม: วัดสระศรีมีเจ้าอาวาสหรือไม่?
ตอบ: วัดสระศรีเป็นโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไม่ใช่วัดใช้งานทั่วไป ผู้ดูแลหลักคืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร
ถาม: ควรเที่ยววัดสระศรีร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุ วัดศรีสวาย วัดตระพังเงิน วัดตระพังทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง และวัดศรีชุมได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




