หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.พลายชุมพล > มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำนักงานทั่วไป ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไปและกองบริการการศึกษาในวันจันทร์ –.

พิษณุโลก

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำนักงานทั่วไป ยกเว้นวันหยุดราชการ) โดยกองบริการการศึกษาเปิดให้บริการวันเสาร์ – วันอาทิตย์ด้วย
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไปและกองบริการการศึกษาในวันจันทร์ – วันศุกร์) ส่วนกองบริการการศึกษาเปิดวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (Pibulsongkram Rajabhat University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในจังหวัดพิษณุโลกที่มีประวัติการพัฒนาการศึกษายาวนาน โดยมีรากฐานจากการฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลกใน พ.ศ. 2469 ก่อนพัฒนาเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามใน พ.ศ. 2499 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามใน พ.ศ. 2503 สถาบันราชภัฏพิบูลสงครามใน พ.ศ. 2538 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินงานสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ส่วนทะเลแก้ว ตำบลพลายชุมพล และส่วนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีการจัดการศึกษาใน 8 คณะ ครอบคลุมศาสตร์ด้านการผลิตครู วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การบริหารจัดการ เกษตรและอาหาร วิศวกรรม และการพยาบาล มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการผลิตบัณฑิต การวิจัย การพัฒนานวัตกรรม การบริการวิชาการ และการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือตอนล่าง ภายใต้แนวทางการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน
 
เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์การผลิตครูกับการพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์และศูนย์กลางการคมนาคมของภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยมีพัฒนาการต่อเนื่องผ่านการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยหลายยุคสมัย ตั้งแต่การจัดการศึกษาครูในระดับประกาศนียบัตรไปจนถึงการเปิดสอนระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในศาสตร์หลากหลายสาขา ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสอนในห้องเรียน แต่ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนด้วย
 
พื้นที่ส่วนทะเลแก้วตั้งอยู่เลขที่ 156 หมู่ 5 ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 เป็นที่ตั้งของหน่วยงานบริหารและการศึกษาสำคัญหลายแห่ง รวมถึงอาคารทีปวิชญ์ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัย พื้นที่ส่วนนี้มีอาคารเรียน หอประชุม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ หอพักนักศึกษา และพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ โดยมีบรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการจัดการศึกษาสมัยใหม่และกิจกรรมของนักศึกษาเป็นจำนวนมาก
 
พื้นที่ส่วนวังจันทน์ตั้งอยู่เลขที่ 66 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่อการพัฒนาของสถาบัน โดยเชื่อมโยงกับการตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามใน พ.ศ. 2499 ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้มีบทบาทด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง
 
การมีพื้นที่ดำเนินงานทั้งส่วนทะเลแก้วและส่วนวังจันทน์ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่หนึ่งสะท้อนการขยายตัวของมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งรักษาความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การก่อตั้งสถาบันและความเป็นเมืองเก่าพิษณุโลก ผู้ที่ต้องเดินทางไปติดต่อราชการ สมัครเรียน เข้าร่วมกิจกรรม หรือศึกษาดูงานจึงควรตรวจสอบชื่อหน่วยงานและสถานที่จัดกิจกรรมให้ชัดเจนก่อนเดินทาง เพื่อให้ไปยังพื้นที่มหาวิทยาลัยที่ถูกต้อง
 
จุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาไทยในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เมื่อรัฐบาลเริ่มขยายการศึกษาภาคบังคับไปสู่ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ การประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 ส่งผลให้ความต้องการครูเพิ่มสูงขึ้น มณฑลพิษณุโลกจึงต้องพัฒนาระบบฝึกหัดครูเพื่อให้สามารถผลิตบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้และความสามารถเพียงพอต่อความต้องการของโรงเรียนในภูมิภาค
 
ในระยะแรก การผลิตครูดำเนินการโดยเพิ่มหลักสูตรวิชาชีพครูภายในโรงเรียนประจำมณฑลพิษณุโลก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาครูในพื้นที่ ต่อมาใน พ.ศ. 2469 มณฑลพิษณุโลกได้รับงบประมาณจากกระทรวงธรรมการสมทบกับเงินบริจาคของพ่อค้าและประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนสำหรับโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลบนพื้นที่บริเวณพระราชวังจันทน์ การก่อตั้งสถานศึกษาแห่งนี้แสดงถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชนในการพัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคตของท้องถิ่น
 
วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมณฑลพิษณุโลกและทรงเปิดอาคารเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑล โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนพิษณุวิทยายน” เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การศึกษาครูในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
 
โรงเรียนพิษณุวิทยายนในระยะแรกเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชาย มีภารกิจผลิตบุคลากรเพื่อเข้าสู่วิชาชีพครู โดยนายโสภา ปาลบุตร เป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑล การจัดการศึกษาวิชาชีพครูในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบโรงเรียนสมัยใหม่ในภูมิภาค ซึ่งต้องอาศัยครูที่ผ่านการฝึกฝนทั้งความรู้ทั่วไปและวิธีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน
 
ใน พ.ศ. 2476 โรงเรียนฝึกหัดครูชายพิษณุวิทยายนได้ย้ายไปบริเวณสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ตั้งโรงพยาบาลพุทธชินราชในปัจจุบัน ขณะเดียวกันกระทรวงธรรมการได้เปิดแผนกฝึกหัดครูหญิงขึ้นในโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพิษณุโลก ซึ่งต่อมาคือโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี การพัฒนาการฝึกหัดครูหญิงมีความสำคัญต่อการขยายโอกาสทางการศึกษาของสตรีและการเพิ่มจำนวนบุคลากรครูสำหรับโรงเรียนในภูมิภาค
 
การจัดการศึกษาครูหญิงในช่วงนั้นมีหลักสูตรเกี่ยวกับประกาศนียบัตรครูมูลและประกาศนียบัตรครูจังหวัด โดยมีนางสาวสังวาล ศุขโรจน์ เป็นครูใหญ่คนแรกของแผนกฝึกหัดครูหญิง ต่อมาใน พ.ศ. 2482 โรงเรียนฝึกหัดครูชายพิษณุวิทยายนถูกยุบและมีการย้ายนักเรียนครูชายไปศึกษาที่โรงเรียนฝึกหัดครูจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนการจัดการศึกษาครูหญิงยังคงดำเนินต่อไปและกลายเป็นสายพัฒนาการสำคัญของสถาบันในเวลาต่อมา
 
พ.ศ. 2486 แผนกฝึกหัดครูหญิงแยกการบริหารออกจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี และใช้ชื่อว่าโรงเรียนฝึกหัดครูพิษณุโลก โดยยังใช้สถานที่ร่วมกับโรงเรียนเดิม การแยกหน่วยงานครั้งนี้สะท้อนพัฒนาการของการฝึกหัดครูจากหลักสูตรภายในโรงเรียนสตรีไปสู่การเป็นสถานศึกษาที่มีภารกิจเฉพาะด้านการผลิตบุคลากรทางการศึกษา
 
ใน พ.ศ. 2497 กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น ทำให้โรงเรียนฝึกหัดครูพิษณุโลกโอนไปสังกัดกรมการฝึกหัดครูและปรับปรุงหลักสูตรเป็นระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยให้การผลิตครูดำเนินการภายใต้โครงสร้างการบริหารและมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
พ.ศ. 2498 รัฐบาลในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม อนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้างสถานศึกษาแห่งใหม่บริเวณถนนวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก เดิมพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีแห่งใหม่ แต่ภายหลังได้จัดสรรอาคารให้แก่โรงเรียนฝึกหัดครูสตรี การตัดสินใจดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของสถาบัน เพราะทำให้โรงเรียนฝึกหัดครูมีพื้นที่ดำเนินงานเป็นของตนเองและสามารถขยายการศึกษาได้ต่อเนื่อง
 
วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีได้แยกจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีและย้ายเข้าสู่สถานที่แห่งใหม่บนถนนวังจันทน์ ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม” เพื่อเชิดชูเกียรติจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้มีบทบาทต่อการสนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษาในช่วงเวลาดังกล่าว การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้คำว่า “พิบูลสงคราม” ในชื่อสถาบันการศึกษาที่สืบเนื่องมาจนถึงมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
 
โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามได้พัฒนาการจัดการศึกษาแบบสหศึกษา โดยมีนักเรียนหญิงพักประจำและนักเรียนชายเดินทางมาเรียน ใน พ.ศ. 2500 โรงเรียนเปิดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา และมีนางสาวประเยาว์ รังสิคุต เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม บุคคลสำคัญท่านนี้มีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสถานศึกษาฝึกหัดครูสตรีสู่โรงเรียนฝึกหัดครูที่รับนักเรียนทั้งชายและหญิง
 
ช่วงปลายทศวรรษ 2490 ถึงต้นทศวรรษ 2500 เป็นระยะเวลาของการขยายพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา โรงเรียนได้รับการจัดสรรและขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากสถานศึกษาใกล้เคียง ก่อนพัฒนาเป็นวิทยาลัยครูที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ใน พ.ศ. 2502 ยังมีการขยายพื้นที่ไปยังบริเวณที่เกี่ยวข้องกับที่ดินกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การขยายพื้นที่การศึกษาของสถาบัน
 
พ.ศ. 2503 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามได้รับการยกฐานะเป็น “วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม” นับเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของสถาบัน การยกฐานะช่วยเปิดโอกาสให้จัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง หรือ ป.กศ.สูง ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาครูให้มีความรู้และทักษะวิชาชีพมากยิ่งขึ้น
 
วิทยาลัยครูพิบูลสงครามยังให้ความสำคัญกับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยเริ่มพัฒนาโรงเรียนสาธิตเพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติและศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้ ใน พ.ศ. 2505 โรงเรียนสาธิตได้รับอนุมัติให้เปิดสอนระดับประถมศึกษา การมีโรงเรียนสาธิตทำให้การผลิตครูสามารถเชื่อมโยงความรู้ในชั้นเรียนกับประสบการณ์การสอนจริง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการพัฒนาคุณภาพครูที่สืบทอดมาถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
 
ใน พ.ศ. 2511 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเริ่มมีแนวคิดและการดำเนินงานเพื่อขยายพื้นที่การศึกษาไปยังบริเวณทุ่งทะเลแก้ว โดยอาจารย์ชิดชม กาญจนโชติ เป็นบุคคลสำคัญในช่วงการบริหารและการพัฒนาสถาบัน การขยายพื้นที่เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากสถานศึกษาเริ่มมีจำนวนนักศึกษาและกิจกรรมทางวิชาการเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องวางแผนสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนและการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในระยะยาว
 
พ.ศ. 2517 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาภาษาไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้สถาบันก้าวจากการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรไปสู่การผลิตบัณฑิตระดับอุดมศึกษา ต่อมา พ.ศ. 2518 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ส่งผลให้ระบบการบริหารและการจัดการศึกษาของวิทยาลัยครูทั่วประเทศได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและความต้องการของสังคม
 
พ.ศ. 2524 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามได้รับอนุมัติให้ใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณทุ่งทะเลแก้วจำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมขยายพื้นที่สถานศึกษา โดยกำหนดการพัฒนาพื้นที่ในระยะแรกจำนวน 400 ไร่ การขยายพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของสถาบัน เพราะทำให้สามารถจัดวางผังมหาวิทยาลัยและพัฒนาอาคารสำหรับการเรียนการสอน การวิจัย การฝึกปฏิบัติ และกิจกรรมของนักศึกษาได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
 
พ.ศ. 2525 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามส่วนทะเลแก้วได้จัดตั้งกิจกรรมและพื้นที่สาธิตด้านการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล การฝึกอบรม และการส่งเสริมอาชีพของประชาชน โดยมีงานเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ส้มโอและการส่งเสริมการเกษตรตามแนวพระราชดำริ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนการขยายบทบาทของสถาบันจากการผลิตครูไปสู่การใช้ความรู้ทางการศึกษาและการเกษตรเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น
 
พ.ศ. 2527 มีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับวิทยาลัยครู ทำให้สถาบันสามารถจัดการศึกษาและการวิจัยในศาสตร์อื่นนอกจากครุศาสตร์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น วิทยาลัยครูพิบูลสงครามจึงพัฒนาการจัดการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ การบริหารจัดการ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลากหลายศาสตร์ในเวลาต่อมา
 
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “ราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนแนวคิดการเป็นบุคลากรที่ทำประโยชน์เพื่อพระราชาและประชาชน คำว่าราชภัฏจึงมีความหมายสัมพันธ์กับการรับใช้สังคม การพัฒนาท้องถิ่น และการสร้างบุคลากรที่มีคุณธรรมควบคู่กับความรู้ทางวิชาการ
 
พ.ศ. 2538 สถาบันได้รับการยกฐานะและดำเนินงานในชื่อ “สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม” ภายใต้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ซึ่งทำให้โครงสร้างการบริหารและการจัดการศึกษามีความเป็นสถาบันอุดมศึกษามากยิ่งขึ้น โดยมี ดร.สว่าง ภู่พัฒนวิบูลย์ เป็นอธิการบดีคนแรกในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสถาบันราชภัฏ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยรองรับการขยายตัวของหลักสูตร การวิจัย และหน่วยงานสนับสนุนการศึกษา
 
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏพิบูลสงครามได้รับการยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม” ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ทำให้สถาบันมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และสามารถดำเนินพันธกิจด้านการจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมได้อย่างครอบคลุม
 
เมื่อพิจารณาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จะเห็นว่ามีช่วงเวลาสำคัญที่มีความหมายแตกต่างกัน ได้แก่ พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นช่วงการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลก พ.ศ. 2499 ซึ่งเริ่มใช้ชื่อพิบูลสงคราม พ.ศ. 2503 ซึ่งยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู พ.ศ. 2538 ซึ่งดำเนินงานในฐานะสถาบันราชภัฏ และ พ.ศ. 2547 ซึ่งได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ การแยกช่วงเวลาเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2547 แต่เป็นผลจากการพัฒนาการศึกษาครูในจังหวัดพิษณุโลกที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ
 
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีประวัติศาสตร์ครบ 100 ปีนับจากช่วงการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลกใน พ.ศ. 2469 และดำเนินงานในฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏครบ 22 ปีนับจาก พ.ศ. 2547 ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญของความภาคภูมิใจของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า ตลอดจนสะท้อนความสัมพันธ์ของสถาบันกับการพัฒนาการศึกษาของภาคเหนือตอนล่าง
 
ที่มาของชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีความเชื่อมโยงกับทั้งประวัติศาสตร์การเมืองไทยและการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก โดยคำว่า “พิบูลสงคราม” มาจากนามของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้มีบทบาทในการสนับสนุนการก่อสร้างสถานศึกษาที่ถนนวังจันทน์ ขณะที่คำว่า “ราชภัฏ” เป็นนามที่ได้รับพระราชทานใน พ.ศ. 2535 ซึ่งมีความหมายเชื่อมโยงกับการทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน การรวมชื่อทั้ง 2 ส่วนจึงสะท้อนประวัติศาสตร์ของสถาบันและอุดมการณ์การพัฒนาสังคมผ่านการศึกษา
 
ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามใช้ตราพระราชลัญจกรอันสัมพันธ์กับสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญมาเป็นตราประจำสถาบัน ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสื่อถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและอุดมการณ์ในการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสังคม
 
สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามคือสีเขียวและสีขาว โดยสีเขียวหมายถึงความเจริญงอกงาม ความสดชื่น ความราบรื่น และความมั่นคง ส่วนสีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และใจ เมื่อใช้ร่วมกันจึงสื่อถึงการพัฒนาที่ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนควบคู่กับคุณธรรม สัญลักษณ์สีเขียวและสีขาวจึงเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของมหาวิทยาลัยที่พบได้ในกิจกรรม เครื่องแต่งกาย และการสื่อสารเกี่ยวกับสถาบัน
 
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือกาซะลอง ซึ่งเป็นไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมและมีดอกสีขาว ชื่อกาซะลองเป็นชื่อเรียกที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมภาคเหนือ ดอกสีขาวและใบสีเขียวสอดคล้องกับสีประจำมหาวิทยาลัย ขณะที่กลิ่นหอมของดอกกาซะลองถูกนำมาเปรียบเทียบกับชื่อเสียงและคุณงามความดีของมหาวิทยาลัยที่เผยแพร่ไปสู่สังคม สัญลักษณ์ดังกล่าวจึงมีความหมายทั้งด้านธรรมชาติ อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจของสถาบัน
 
คติประจำมหาวิทยาลัยคือ “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี” ซึ่งสื่อถึงความสุขที่เกิดจากความสามัคคีของหมู่คณะ โดยมีแนวคิดสำคัญคือ “รู้รักสามัคคี ย่อมมีสันติสุข” คติธรรมนี้มีความสอดคล้องกับการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยบุคลากรและนักศึกษาจากหลากหลายภูมิหลัง การพัฒนามหาวิทยาลัยจึงต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจ และการทำงานเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
 
ด้านปรัชญาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามให้ความสำคัญกับแนวคิด “ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ” เพื่อสร้างผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความสามารถนำความรู้ไปใช้ในการทำงานและแก้ไขปัญหาได้จริง ขณะที่แนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการสร้างคน สร้างปัญญา สร้างเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมสู่สังคม ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมในยุคปัจจุบัน
 
ประเพณีและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีรากฐานสัมพันธ์กับการศึกษาครูและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะพิธีไหว้ครู ซึ่งเป็นโอกาสให้นักศึกษาแสดงความเคารพต่อครูอาจารย์และตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษา ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดพิธีไหว้ครูและมอบเข็มประจำมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ ส่วนทะเลแก้ว โดยกิจกรรมดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษา คณาจารย์ และสถาบัน
 
พิธีมอบเข็มประจำมหาวิทยาลัยมีความหมายในเชิงอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของนักศึกษา เพราะเข็มเป็นเครื่องหมายที่สะท้อนการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมหาวิทยาลัย การได้รับเข็มจึงมีคุณค่าในฐานะสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบต่อการศึกษา การรักษาชื่อเสียงของสถาบัน และความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับมหาวิทยาลัยที่ตนศึกษาอยู่
 
วันราชภัฏตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันสำคัญที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศใช้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงพระราชทานนามราชภัฏแก่สถาบันวิทยาลัยครูใน พ.ศ. 2535 สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม วันดังกล่าวยังเป็นโอกาสในการตอกย้ำแนวคิดการสร้างบัณฑิตที่มีคุณธรรมและนำความรู้ไปใช้เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
 
ประเพณีทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อกิจกรรมของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการทำบุญ การสืบสานพิธีกรรม และการส่งเสริมภูมิปัญญาชุมชน ตัวอย่างสำคัญใน พ.ศ. 2569 คือโครงการสืบสานวัฒนธรรมแห่งศรัทธา ซึ่งสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามจัดพิธีถวายข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาส เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดราชมณฑป ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่ออนุรักษ์ประเพณีทางพระพุทธศาสนาและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน
 
ข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสเป็นอาหารที่มีความหมายทางพระพุทธศาสนาและสัมพันธ์กับเรื่องราวการถวายอาหารก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การร่วมสืบสานพิธีถวายข้าวทิพย์จึงเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านอาหารที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทย การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยช่วยให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ความหมายของพิธีกรรมควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชน
 
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ณ อาคารประกอบหอประชุมศรีวชิรโชติ ส่วนทะเลแก้ว โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการถวายผ้าป่า กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการทำนุบำรุงศาสนาและสืบทอดวัฒนธรรมไทยผ่านการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถาบัน
 
การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยยังครอบคลุมการแสดงนาฏศิลป์และศิลปะการแสดงไทย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ประชาสัมพันธ์การแสดงโขนโดยนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ ภายในงานเกษตรแฟร์และสหกรณ์ไทย การแสดงโขนมีความสำคัญต่อการเรียนรู้วรรณคดีไทย ดนตรีไทย เครื่องแต่งกาย และกระบวนการฝึกฝนศิลปะการแสดงชั้นสูง จึงเป็นตัวอย่างของการนำการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมออกสู่สาธารณะ
 
ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่างบริเวณมหาวิทยาลัยส่วนวังจันทน์เป็นสถานที่สำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ศูนย์แห่งนี้ใช้จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม นิทรรศการ และกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาบันสำคัญของประเทศ ตัวอย่างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 คือการจัดโครงการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 13 – 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569
 
การใช้ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่างเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะช่วยให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง และกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทางการศึกษาและชุมชน การเข้าร่วมกิจกรรมหรือศึกษาดูงานควรติดตามกำหนดการจากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เนื่องจากแต่ละกิจกรรมมีวันและเวลาจัดงานแตกต่างกัน
 
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยส่วนทะเลแก้วประกอบด้วยอาคารทีปวิชญ์ซึ่งเป็นพื้นที่การบริหารมหาวิทยาลัย อาคารเรียนของคณะต่าง ๆ หอประชุมศรีวชิรโชติ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และหอพักทะเลแก้วนิเวศ แต่ละสถานที่มีบทบาทแตกต่างกัน ตั้งแต่การบริหารงาน การจัดการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้า การจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ ไปจนถึงการสนับสนุนการใช้ชีวิตของนักศึกษา
 
หอประชุมศรีวชิรโชติเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย เช่น พิธีไหว้ครู การประชุมทางวิชาการ นิทรรศการ และกิจกรรมที่มีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วม ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมวันสหกรณ์แห่งชาติและงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสหกรณ์ไทย ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ ซึ่งสะท้อนความสามารถของมหาวิทยาลัยในการรองรับกิจกรรมระดับจังหวัดและระดับประเทศ
 
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าที่สำคัญของนักศึกษาและบุคลากร โดยมีบริการทรัพยากรสารสนเทศ การยืมคืนหนังสือ และพื้นที่การเรียนรู้ที่ตอบสนองการศึกษาสมัยใหม่ สำนักวิทยบริการมีช่วงเวลาบริการแตกต่างกันตามภาคการศึกษา โดยภาคเรียนปกติเปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ส่วนช่วงภาคฤดูร้อนและระหว่างปิดภาคเรียนมีการกำหนดเวลาบริการเฉพาะ ทั้งนี้ควรตรวจสอบประกาศของสำนักวิทยบริการก่อนเดินทาง
 
หอพักทะเลแก้วนิเวศเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกด้านที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษาที่มีความสัมพันธ์กับระบบสวัสดิการและการดูแลนักศึกษา การมีหอพักภายในมหาวิทยาลัยช่วยสนับสนุนนักศึกษาที่เดินทางมาจากต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบและความรับผิดชอบภายในชุมชนการศึกษา
 
ภายในมหาวิทยาลัยยังมีพื้นที่กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย เช่น สนามกีฬา สระว่ายน้ำ และพื้นที่สำหรับการพัฒนาทักษะชีวิตของนักศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา และการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยการใช้บริการของบุคคลภายนอกขึ้นอยู่กับระเบียบและช่วงเวลาให้บริการของแต่ละสถานที่
 
สำหรับมหาวิทยาลัยส่วนวังจันทน์ นอกจากศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่างแล้ว ยังมีความเชื่อมโยงกับการศึกษาครูและกิจกรรมด้านการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย พื้นที่วังจันทน์จึงมีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์สถาบันและการใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ในปัจจุบัน ผู้ที่สนใจศึกษาประวัติมหาวิทยาลัยสามารถทำความเข้าใจพัฒนาการจากโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏได้จากความสัมพันธ์ของพื้นที่แห่งนี้กับเหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2499
 
ด้านการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีคณะหลัก 8 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์ โดยมีการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา รวมทั้งการดำเนินงานของหน่วยงานสนับสนุนวิชาการต่าง ๆ เพื่อให้การผลิตบัณฑิตสอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน
 
คณะครุศาสตร์เป็นคณะที่สืบทอดภารกิจสำคัญที่สุดจากต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัย เนื่องจากสถาบันเริ่มต้นจากการฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลก การจัดการศึกษาของคณะครอบคลุมวิชาชีพครูในสาขาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พลศึกษา การศึกษาปฐมวัย การประถมศึกษา ดนตรีศึกษา การศึกษาพิเศษ สังคมศึกษา และจิตวิทยาและการแนะแนว รวมถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านการบริหารการศึกษา การวิจัยและประเมินทางการศึกษา และหลักสูตรและการสอน
 
ความสำคัญของคณะครุศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการผลิตครูเพื่อเข้าทำงานในโรงเรียน แต่ยังครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ การวิจัยด้านการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างกัน และการยกระดับทักษะวิชาชีพครูให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคม การมีโรงเรียนสาธิตที่สัมพันธ์กับภารกิจของมหาวิทยาลัยยังช่วยสนับสนุนการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง
 
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการพัฒนาความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม ศิลปะ สารสนเทศ และการสื่อสารระหว่างมนุษย์ โดยมีสาขาวิชาที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ในฐานข้อมูลหลักสูตร เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษธุรกิจ ภาษาจีน ภาษาจีนธุรกิจ ภาษาญี่ปุ่น ดนตรีสากล และสารสนเทศศาสตร์ กลุ่มศาสตร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรด้านภาษา การสื่อสาร การบริการ การศึกษา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
 
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมุ่งพัฒนาบัณฑิตและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ประยุกต์ สุขภาพ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา จุลชีววิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สาธารณสุขศาสตร์ คหกรรมศาสตร์ และวิทยาการข้อมูลและสถิติ การจัดการศึกษาในศาสตร์เหล่านี้สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้านการวิเคราะห์ การทดลอง การใช้ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง
 
คณะวิทยาการจัดการมีบทบาทด้านการพัฒนาบุคลากรทางธุรกิจและการบริหารองค์กร โดยมีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับบริหารธุรกิจ การจัดการ การบัญชี การตลาดเชิงสร้างสรรค์และดิจิทัล ธุรกิจการค้าสมัยใหม่ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ การท่องเที่ยว การบริการ และนิเทศศาสตร์ ความรู้ในกลุ่มศาสตร์เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล การดำเนินธุรกิจในภูมิภาค และการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น
 
คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่นมุ่งเน้นการศึกษาเกี่ยวกับสังคม การเมือง กฎหมาย การบริหารภาครัฐ การพัฒนาชุมชน และสวัสดิการสังคม โดยมีศาสตร์สำคัญ เช่น รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การพัฒนาชุมชน และสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาท้องถิ่น การบริหารงานสาธารณะ การสร้างความเป็นธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
 
คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารมีบทบาทด้านการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบเกษตร อาหาร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ โดยมีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรศาสตร์ เทคโนโลยีระบบเกษตร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมอาหาร สัตวศาสตร์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง กลุ่มศาสตร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร
 
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมุ่งเน้นศาสตร์ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีการผลิต โลจิสติกส์ การออกแบบ และนวัตกรรมอุตสาหกรรม โดยมีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโลจิสติกส์ ศิลปะและนวัตกรรมการออกแบบสร้างสรรค์ และนวัตกรรมเซรามิกส์สร้างสรรค์ การจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนาบัณฑิตที่สามารถทำงานในสถานประกอบการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้
 
คณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะที่มุ่งผลิตบัณฑิตด้านวิชาชีพพยาบาล เพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและการดูแลประชาชน การศึกษาพยาบาลมีลักษณะเฉพาะที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การฝึกปฏิบัติทางคลินิก จริยธรรมวิชาชีพ และการพัฒนาทักษะการสื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัว การมีคณะพยาบาลศาสตร์ช่วยขยายบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามในการผลิตกำลังคนด้านสุขภาพให้กับสังคม
 
การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ โดยมีหลักสูตรในศาสตร์ต่าง ๆ เช่น การบริหารการศึกษา การวิจัยและประเมินทางการศึกษา การศึกษาพิเศษ บริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ และคหกรรมศาสตร์ การศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมีความสำคัญต่อการสร้างนักวิจัย ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้และนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานและชุมชน
 
นอกจากหลักสูตรปริญญาแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณวุฒิและสมรรถนะทางวิชาชีพครู รายละเอียดคุณสมบัติผู้สมัคร จำนวนรับ และเงื่อนไขการศึกษาเป็นไปตามประกาศรับสมัครและเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้สนใจศึกษาต่อควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของมหาวิทยาลัยสำหรับปีการศึกษาที่ต้องการสมัคร
 
ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามยังคงดำเนินการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา โดยมีระบบกองบริการการศึกษารองรับการลงทะเบียนเรียนและบริการทางวิชาการ ทั้งนี้รายชื่อหลักสูตรในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยหลักสูตรและสาขาวิชาที่มีรอบปีปรับปรุงแตกต่างกัน ผู้สมัครเรียนควรใช้ประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 ของแต่ละคณะเป็นข้อมูลหลักในการพิจารณาสาขาที่เปิดรับนักศึกษาใหม่ รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติ ค่าใช้จ่าย และรอบรับสมัครตามรายละเอียดทางการ
 
ด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีสถาบันวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของบุคลากรกับการพัฒนาท้องถิ่น การวิจัยสามารถครอบคลุมประเด็นด้านการศึกษา เกษตรและอาหาร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการพัฒนาสังคม ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจและทรัพยากรของจังหวัดพิษณุโลกและภาคเหนือตอนล่าง
 
ตัวอย่างความร่วมมือทางวิชาการที่สำคัญใน พ.ศ. 2569 คือการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และการวิจัยนวัตกรรม รวมถึงการสร้างโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในภาคเหนือตอนล่างได้เข้าถึงการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น
 
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวมีแผนพัฒนาแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ในภูมิภาค เช่น หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา พิษณุโลก และศูนย์บริการท้องฟ้าจำลองระบบดิจิทัล ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานวิจัยของประเทศในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการเรียนรู้ของสังคม โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาตามความร่วมมือ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด
 
การพัฒนาท้องถิ่นผ่านกระบวนการวิศวกรสังคมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยยังมีการดำเนินกิจกรรมโดยทีมวิศวกรสังคมเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยทางถนนในจังหวัดพิษณุโลก สะท้อนการนำความรู้และความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาไปใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชน
 
การพัฒนาผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชนยังเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัย โดยมีหน่วยงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะวิสาหกิจ การส่งเสริมนวัตกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สถานประกอบการท้องถิ่น การนำความรู้ด้านอาหาร เกษตรกรรม การตลาด การบริหาร และเทคโนโลยีมาบูรณาการกับความต้องการของชุมชนช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างทักษะใหม่ให้กับประชาชน
 
สำหรับจังหวัดพิษณุโลกซึ่งมีความสำคัญด้านการค้า การศึกษา การเกษตร และการคมนาคมของภาคเหนือตอนล่าง บทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามจึงมีความหมายในระดับภูมิภาค เพราะสามารถพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตครู การพัฒนาระบบสุขภาพ การสร้างนวัตกรรมทางอาหาร การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือการพัฒนาองค์กรและชุมชนให้สามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
 
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครู และผู้สนใจประวัติศาสตร์การศึกษาไทย พื้นที่ส่วนวังจันทน์มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่างเป็นพื้นที่เรียนรู้ ส่วนทะเลแก้วสะท้อนการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาสมัยใหม่ผ่านอาคารเรียน สำนักวิทยบริการ พื้นที่กิจกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ การศึกษาดูงานสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของสถาบันกับการพัฒนาการศึกษาและสังคมจังหวัดพิษณุโลกได้อย่างชัดเจน
 
ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยควรพิจารณาวัตถุประสงค์ของการเดินทางเป็นสำคัญ หากเป็นการติดต่อราชการหรือสมัครเรียนควรเดินทางในเวลาทำการของหน่วยงาน หากเป็นการศึกษาดูงานหรือเข้าชมศูนย์วัฒนธรรมควรติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบล่วงหน้า เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่สำหรับการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน และการจัดกิจกรรมเฉพาะ ซึ่งไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมทุกพื้นที่ได้ตลอดเวลา
 
กองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว ให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. โดยปิดบริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย ส่วนหน่วยงานอื่น เช่น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และสำนักงานคณะต่าง ๆ อาจมีเวลาบริการแตกต่างกัน ผู้ที่มีนัดหมายควรตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานนั้นโดยตรง
 
นอกจากการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยแล้ว จังหวัดพิษณุโลกยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลายแห่งที่เหมาะสำหรับจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติม เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารซึ่งประดิษฐานพระพุทธชินราช วัดนางพญา วัดจันทร์ตะวันตก และพระราชวังจันทน์ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดควบคู่กับการศึกษาความเป็นมาของมหาวิทยาลัยได้
 
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามส่วนทะเลแก้ว สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับตัวเมืองพิษณุโลก โดยใช้จุดหมายปลายทางเลขที่ 156 หมู่ 5 ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 ผู้เดินทางจากต่างจังหวัดสามารถใช้เส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองพิษณุโลกก่อนเดินทางต่อไปยังตำบลพลายชุมพล และควรค้นหาชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว ในระบบแผนที่เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับพื้นที่ส่วนวังจันทน์
 
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามส่วนวังจันทน์ ให้ใช้จุดหมายปลายทางเลขที่ 66 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 พื้นที่นี้อยู่ภายในเขตเมืองพิษณุโลกและมีความเชื่อมโยงกับย่านประวัติศาสตร์ของเมือง ผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่างหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ส่วนวังจันทน์ควรระบุชื่อพื้นที่ดังกล่าวอย่างชัดเจนเมื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือระบบนำทาง
 
สำหรับผู้เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารระหว่างจังหวัดมายังพิษณุโลก นอกจากนี้จังหวัดพิษณุโลกยังมีสถานีรถไฟและท่าอากาศยานพิษณุโลกที่ช่วยรองรับการเดินทางจากพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ เมื่อเดินทางมาถึงตัวเมืองแล้วสามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือบริการรถยนต์เพื่อเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยส่วนทะเลแก้วหรือส่วนวังจันทน์ โดยควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมในวันที่มีการสอบ การรับสมัครนักศึกษา การประชุม หรือกิจกรรมขนาดใหญ่
 
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมีความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อหลายหน่วยงานหรือเดินทางไปยังทั้ง 2 พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในวันเดียวกัน ส่วนผู้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะควรสอบถามจุดรับส่งที่เหมาะสมและตรวจสอบเวลาของรถโดยสารก่อนออกเดินทาง เพื่อให้สามารถเดินทางถึงมหาวิทยาลัยภายในเวลาที่กำหนด
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามส่วนทะเลแก้วมีหมายเลขโทรศัพท์กลาง 055-267000-2 ส่วนพื้นที่ส่วนวังจันทน์มีหมายเลขโทรศัพท์ 055-258584, 055-251206 และ 055-259927 เว็บไซต์ทางการคือ www.psru.ac.th และอีเมลติดต่อราชการคือ saraban@psru.ac.th โดยสามารถใช้เว็บไซต์มหาวิทยาลัยติดตามประกาศรับสมัครนักศึกษา ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมทางวิชาการ และข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้
 
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามดำเนินงานภายใต้การบริหารของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยมุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยให้สามารถผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ส่งเสริมการวิจัยที่ตอบสนองต่อปัญหาสังคม และเชื่อมโยงการพัฒนานักศึกษากับความต้องการของท้องถิ่น ภารกิจดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการศึกษาและการสร้างประโยชน์แก่ประชาชน
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามจึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์การศึกษาและการพัฒนาภูมิภาค จากจุดเริ่มต้นของการฝึกหัดครูในมณฑลพิษณุโลกเมื่อ พ.ศ. 2469 สู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มี 8 คณะและการจัดการศึกษาหลากหลายศาสตร์ใน พ.ศ. 2569 เรื่องราวของสถาบันสะท้อนความพยายามในการสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการใช้ความรู้เป็นเครื่องมือยกระดับสังคม ขณะที่การมีพื้นที่ส่วนวังจันทน์และส่วนทะเลแก้วยังช่วยเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันของมหาวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการและสถาบันที่มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตของประชาชนในจังหวัดพิษณุโลกและภาคเหนือตอนล่าง
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (Pibulsongkram Rajabhat University)
ชื่อย่อมรพส. / PSRU
ประเภทมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏของรัฐ
จังหวัดพิษณุโลก
ที่ตั้งส่วนทะเลแก้ว156 หมู่ 5 ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000
ที่ตั้งส่วนวังจันทน์66 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000
รากฐานการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลกใน พ.ศ. 2469
เหตุการณ์สำคัญในระยะเริ่มต้น7 มกราคม พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปิดอาคารเรียนและพระราชทานนามโรงเรียนพิษณุวิทยายน
วันเริ่มใช้ชื่อพิบูลสงคราม23 มิถุนายน พ.ศ. 2499
ปีที่เป็นวิทยาลัยครูพ.ศ. 2503
ปีที่เป็นสถาบันราชภัฏพ.ศ. 2538
วันที่สถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
อายุสถาบันใน พ.ศ. 2569100 ปีนับจากรากฐานโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลกใน พ.ศ. 2469
ชื่อเดิมโรงเรียนพิษณุวิทยายน โรงเรียนฝึกหัดครูพิษณุโลก โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม และสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายโสภา ปาลบุตร นางสาวสังวาล ศุขโรจน์ นางสาวประเยาว์ รังสิคุต อาจารย์ชิดชม กาญจนโชติ และ ดร.สว่าง ภู่พัฒนวิบูลย์
อธิการบดี พ.ศ. 2569ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล เสมาขันธ์
สีประจำมหาวิทยาลัยสีเขียวและสีขาว
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยต้นกาซะลอง และดอกกาซะลอง
คติประจำมหาวิทยาลัยสุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี – รู้รักสามัคคี ย่อมมีสันติสุข
ปรัชญาการศึกษาผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ
แนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสร้างคน สร้างปัญญา สร้างเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมสู่สังคม
คณะวิชา1. คณะครุศาสตร์
2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
3. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. คณะวิทยาการจัดการ
5. คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น
6. คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร
7. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
8. คณะพยาบาลศาสตร์
ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก ตามหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจัดการศึกษา
จุดเด่นทางวิชาการการผลิตครู วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ เกษตรและอาหาร วิศวกรรม การพยาบาล และการพัฒนาท้องถิ่น
สถานที่สำคัญภายใน1. อาคารทีปวิชญ์ ส่วนทะเลแก้ว
2. หอประชุมศรีวชิรโชติ ส่วนทะเลแก้ว
3. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. หอพักทะเลแก้วนิเวศ
5. ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง ส่วนวังจันทน์
6. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
7. พื้นที่กีฬาและการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัย
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญพิธีไหว้ครูและมอบเข็มประจำมหาวิทยาลัย วันราชภัฏ กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม พิธีถวายข้าวทิพย์ กิจกรรมวันเข้าพรรษา การแสดงโขน และกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชน
วันเปิดทำการสำนักงานทั่วไปวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไป08.30 – 16.30 น.
กองบริการการศึกษาวันจันทร์ – วันศุกร์ 08.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 09.00 – 16.00 น.
ปิดบริการวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย
การเข้าชมสามารถติดต่อหน่วยงานและเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะตามกำหนดการมหาวิทยาลัย การศึกษาดูงานและเข้าชมพื้นที่เฉพาะควรติดต่อหน่วยงานรับผิดชอบล่วงหน้า
การเดินทางเดินทางเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลกด้วยรถยนต์ รถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน จากนั้นเดินทางต่อไปยังส่วนทะเลแก้ว ตำบลพลายชุมพล หรือส่วนวังจันทน์ ถนนวังจันทน์ ตามหน่วยงานหรือสถานที่จัดกิจกรรม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและในตัวเมืองพิษณุโลก1. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่)
2. วัดนางพญา
3. วัดจันทร์ตะวันตก
4. ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช
ร้านอาหารใกล้เคียงส่วนทะเลแก้วและพื้นที่โดยรอบ1. เนื้อคำ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อคำบ้านเรา ตำบลพลายชุมพล โทร. 091-191-5692
2. ราชา จิ้มจุ่มแจ่วฮ้อน ตำบลพลายชุมพล โทร. 085-652-1617
3. ร้านอาหารลุงเทิง ตำบลพลายชุมพล โทร. 055-335692
4. แหลมเจริญซีฟู้ด เซ็นทรัลพิษณุโลก โทร. 081-234-2076
5. On the Table เซ็นทรัลพิษณุโลก โทร. 091-784-5896
ที่พักใกล้เคียงส่วนทะเลแก้วและพื้นที่โดยรอบ1. Mosstel Phitsanulok ตำบลพลายชุมพล โทร. 095-598-4469
2. Shinnabhura Historic Boutique Hotel ตำบลวัดจันทร์ โทร. 055-219888
3. B2 Phitsanulok Premier Hotel ตำบลวัดจันทร์ โทร. 055-000566
4. HOP INN Phitsanulok ถนนสีหราชเดโชชัย โทร. 02-0802222
5. Elite Residence Phitsanulok ตำบลพลายชุมพล โทร. 091-838-4174
โทรศัพท์ส่วนทะเลแก้ว055-267000-2
โทรศัพท์ส่วนวังจันทน์055-258584, 055-251206, 055-259927
โทรศัพท์กองบริการการศึกษา055-267098, 055-267050, 055-267100-101
โทรศัพท์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ055-267224, 055-267225
อีเมลติดต่อราชการsaraban@psru.ac.th
เว็บไซต์ทางการwww.psru.ac.th
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มีการจัดการเรียนการสอนและบริการทางการศึกษาในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ปีการศึกษา 2569
 
คณะครุศาสตร์ระดับปริญญาตรี
 
1. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. สาขาวิชาพลศึกษา
3. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
4. สาขาวิชาดนตรีศึกษา
5. สาขาวิชาภาษาไทย
6. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
7. สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ
8. สาขาวิชาสังคมศึกษา
9. สาขาวิชาการประถมศึกษา
10. สาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
 
11. ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
ระดับปริญญาโท
 
12. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
13. สาขาวิชาการวิจัยและประเมินทางการศึกษา
14. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
ระดับปริญญาเอก
 
15. สาขาวิชาการวิจัยและประเมินทางการศึกษา
16. สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ
17. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับปริญญาตรี
 
1. สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์
2. สาขาวิชาภาษาจีน
3. สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
4. สาขาวิชาภาษาไทย
5. สาขาวิชาดนตรีสากล
6. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
7. สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ
8. สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ
ระดับปริญญาโท
 
9. สาขาวิชาภาษาไทย
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับปริญญาตรี
 
1. สาขาวิชาเคมี
2. สาขาวิชาฟิสิกส์
3. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
4. สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
5. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
6. สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
7. สาขาวิชาบูรณาการสุขภาพ ความงาม และสปา
8. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
9. สาขาวิชาจุลชีววิทยา
10. สาขาวิชาชีววิทยา
11. สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลและสถิติ
12. สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์
13. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา
ระดับปริญญาโท
 
14. สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์
ระดับปริญญาเอก
 
15. สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์
คณะวิทยาการจัดการระดับปริญญาตรี
 
1. สาขาวิชาธุรกิจการค้าสมัยใหม่
2. สาขาวิชาการตลาดเชิงสร้างสรรค์และดิจิทัล
3. สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ
4. สาขาวิชาการท่องเที่ยวและบริการยุคดิจิทัล
5. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและภาครัฐ
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. สาขาวิชาการจัดการ
8. สาขาวิชาการบัญชี
9. สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์และองค์การ
10. สาขาวิชานิเทศศาสตร์
11. สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
ระดับปริญญาโท
 
12. สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
ระดับปริญญาเอก
 
13. สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่นระดับปริญญาตรี
 
1. หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
2. สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน
3. สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
4. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
5. สาขาวิชารัฐศาสตร์
ระดับปริญญาโท
 
6. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
7. สาขาวิชานิติศาสตร์
ระดับปริญญาเอก
 
8. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารระดับปริญญาตรี
 
1. สาขาวิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง
2. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
3. สาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร
4. สาขาวิชาสัตวศาสตร์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
5. สาขาวิชาเกษตรศาสตร์
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีระบบเกษตร
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับปริญญาตรี
 
1. หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ต่อเนื่อง)
2. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
3. สาขาวิชาศิลปะและนวัตกรรมการออกแบบสร้างสรรค์
4. สาขาวิชานวัตกรรมเซรามิกส์สร้างสรรค์
5. สาขาวิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์
6. สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์
7. สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล
8. สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
คณะพยาบาลศาสตร์ระดับปริญญาตรี
 
1. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ส่วนทะเลแก้ว เลขที่ 156 หมู่ 5 ตำบลพลายชุมพล และส่วนวังจันทน์ เลขที่ 66 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: มีรากฐานจากการฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลกใน พ.ศ. 2469 เริ่มใช้ชื่อโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2499 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเปิดทำการวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สำนักงานทั่วไปเปิดทำการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนกองบริการการศึกษาเปิดบริการวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ด้วย โดยปิดบริการวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มี 8 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านการผลิตครูและการพัฒนาการศึกษาในภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้งมีบทบาทด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ เกษตรและอาหาร วิศวกรรม การพยาบาล และการพัฒนาท้องถิ่น
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามส่วนทะเลแก้วกับส่วนวังจันทน์ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ส่วนทะเลแก้วตั้งอยู่ตำบลพลายชุมพล เป็นพื้นที่ตั้งหน่วยงานบริหารและการศึกษาสำคัญหลายแห่ง ส่วนวังจันทน์ตั้งอยู่ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นที่ตั้งศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง ผู้เดินทางควรตรวจสอบสถานที่จัดกิจกรรมหรือหน่วยงานที่ต้องติดต่อให้ชัดเจน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมีหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกหรือไม่?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในหลายศาสตร์ เช่น การบริหารการศึกษา การวิจัยและประเมินทางการศึกษา บริหารธุรกิจ และรัฐประศาสนศาสตร์ โดยผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 จากกองบริการการศึกษาและคณะเจ้าของหลักสูตร
 
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามได้หรือไม่?
ตอบ: บุคคลทั่วไปสามารถติดต่อหน่วยงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะตามประกาศของมหาวิทยาลัยได้ หากต้องการศึกษาดูงานหรือเข้าใช้พื้นที่เฉพาะ เช่น ศูนย์วัฒนธรรม ห้องปฏิบัติการ หรืออาคารเรียน ควรติดต่อหน่วยงานรับผิดชอบล่วงหน้า
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางมายังจังหวัดพิษณุโลกด้วยรถยนต์ รถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน แล้วเดินทางต่อไปยังส่วนทะเลแก้วที่ตำบลพลายชุมพล หรือส่วนวังจันทน์ที่ถนนวังจันทน์ ตามสถานที่ที่ต้องการติดต่อ

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ปรับปรุงล่าสุด : 5 ชั่วโมงที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(19)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)