หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.ท่าโพธิ์ > มหาวิทยาลัยนเรศวร
TL;DR: มหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ที่ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. การเดินทางสะดวก ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ เข้าสู่ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร.

พิษณุโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันเปิดทำการ (ติดต่อสำนักงาน): วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ (ติดต่อสำนักงาน): 08.30 – 16.30 น.
 
มหาวิทยาลัยนเรศวร (Naresuan University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 9 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 มีประวัติสืบเนื่องจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 ต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก่อนแยกออกเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 โดยได้รับพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาแบบสหสาขาวิชา มีความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ โดยดำเนินภารกิจการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง
 
มหาวิทยาลัยนเรศวรมีชื่อเรียกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายว่า “มอนอ” หรือ “มน.” และใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษว่า NU เป็นมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี มหาวิทยาลัยมีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ครอบคลุมกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ทำให้สามารถผลิตบุคลากรที่ตอบสนองความต้องการของประเทศได้หลากหลายด้าน
 
ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอยู่บริเวณทุ่งหนองอ้อ ตำบลท่าโพธิ์ ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิษณุโลก โดยมีถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์หรือทางหลวงหมายเลข 117 เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก พื้นที่มหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นเขตการศึกษาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารสำนักงาน ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล สำนักหอสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สนามกีฬา หอพัก และพื้นที่กิจกรรมของนิสิต การออกแบบพื้นที่ให้มีถนนภายใน ลานกิจกรรม สระน้ำ และพื้นที่สีเขียว ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
 
ความสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเป็นสถานศึกษาของจังหวัดพิษณุโลก แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางวิชาการและการบริการสาธารณสุขของภูมิภาค โดยมีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นหน่วยงานสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์และสนับสนุนการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ ขณะที่คณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ มีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับภาคการผลิต ชุมชน และสังคมได้
 
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวรมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังภูมิภาค ในอดีตประชาชนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับสูงมักต้องเดินทางไปยังกรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่ ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย ระยะทาง และโอกาสทางการศึกษา การจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาในจังหวัดพิษณุโลกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และช่วยเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการศึกษาสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
 
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 ได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาแห่งที่ 4 ต่อจากประสานมิตร ปทุมวัน และบางแสน การจัดตั้งสถานศึกษาแห่งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการกระจายการฝึกหัดครูและการศึกษาในระดับอุดมศึกษาออกจากส่วนกลาง เนื่องจากจังหวัดพิษณุโลกมีความเหมาะสมในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมและการติดต่อระหว่างจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง
 
ในปี พ.ศ. 2510 วิทยาลัยเริ่มรับนิสิตรุ่นแรกเข้าศึกษาในชั้นปีที่ 3 แต่เนื่องจากสถานที่และอาคารเรียนในจังหวัดพิษณุโลกยังไม่พร้อม จึงต้องฝากนิสิตจำนวน 60 คนศึกษาที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน และอีก 60 คนศึกษาที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน การจัดการศึกษาในลักษณะนี้สะท้อนข้อจำกัดของสถาบันในช่วงเริ่มต้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับสถานศึกษาในเครือข่ายเพื่อรองรับนิสิตระหว่างการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง
 
ปี พ.ศ. 2511 วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกเริ่มจัดการเรียนการสอนภายในจังหวัดพิษณุโลก โดยรับนิสิตเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นปีที่ 3 อย่างเป็นระบบ การเปิดดำเนินงานในพื้นที่ช่วยให้จังหวัดพิษณุโลกมีสถาบันการศึกษาระดับสูงที่สามารถพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาได้โดยตรง อีกทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมทรัพยากรทางวิชาการ บุคลากร และอาคารสถานที่ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยนเรศวร
 
วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก การยกฐานะครั้งนี้ทำให้สถาบันมีโอกาสพัฒนาการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยและขยายการศึกษาไปยังศาสตร์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการผลิตครู
 
ชื่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยมีความหมายเกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นศรีสง่าแก่มหานคร สำหรับวิทยาเขตพิษณุโลก การเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒทำให้สามารถพัฒนาการบริหารงาน การจัดหลักสูตร การวิจัย และบุคลากรทางวิชาการภายใต้ระบบมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมมากขึ้น
 
ช่วงทศวรรษ 2520 เป็นระยะเวลาสำคัญของการเตรียมพื้นที่สำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ใน พ.ศ. 2522 มหาวิทยาลัยได้ขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณทุ่งหนองอ้อปากคลองจิก เพื่อรองรับการขยายตัวของสถานศึกษา ต่อมาในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2527 ได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นที่ราชพัสดุ โดยมีการรังวัดพื้นที่เป็น 2 แปลง ได้แก่ พื้นที่ประมาณ 1,283 ไร่ 3 งาน 6 ตารางวา และพื้นที่ประมาณ 102 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา การได้มาซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการวางผังแม่บทและการพัฒนาอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย
 
การขยายพื้นที่ทำให้วิทยาเขตพิษณุโลกสามารถวางแผนรองรับการจัดการศึกษาที่หลากหลายขึ้น ทั้งอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ อาคารสำนักงาน และพื้นที่สาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ การพัฒนาวิทยาเขตจึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายพื้นที่ทางกายภาพ แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของการสร้างสถาบันอุดมศึกษาที่สามารถรองรับความต้องการกำลังคนของภาคเหนือตอนล่างในระยะยาว
 
วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2527 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากเป็นการยอมรับความจำเป็นในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่มีโครงสร้างบริหารและความรับผิดชอบต่อการพัฒนาภูมิภาคโดยตรง หลังจากนั้นในช่วง พ.ศ. 2527–2531 ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านผังแม่บท งบประมาณ บุคลากร การก่อสร้าง และระบบบริหารงานเพื่อรองรับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่
 
วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการต่อประวัติศาสตร์ไทยและมีความสัมพันธ์กับเมืองพิษณุโลกอย่างใกล้ชิด การได้รับพระราชทานนามดังกล่าวจึงมีความหมายทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์ และจิตใจของประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก
 
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีพระราชประวัติที่เกี่ยวข้องกับเมืองพิษณุโลก โดยทรงพระราชสมภพและทรงเจริญพระชนม์วัยในเมืองแห่งนี้ ก่อนที่จะมีพระราชกรณียกิจสำคัญในการกอบกู้อิสรภาพของกรุงศรีอยุธยา พระนามของพระองค์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความเสียสละ และการธำรงเอกราชของชาติไทย การนำพระนามมาใช้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยทำให้สถาบันมีอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของท้องถิ่น
 
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่งผลให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก แยกออกเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างเป็นทางการ วันดังกล่าวตรงกับวาระครบรอบ 400 ปีแห่งการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงมีความสำคัญทั้งต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และได้รับการกำหนดให้เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวรสืบมาจนถึงปัจจุบัน
 
การสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศทำให้สถาบันสามารถพัฒนาคณะ หน่วยงาน และหลักสูตรภายใต้โครงสร้างการบริหารของตนเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น มหาวิทยาลัยเริ่มขยายบทบาทจากสถาบันที่มีรากฐานด้านการศึกษาและการผลิตครูไปสู่มหาวิทยาลัยแบบสหสาขาวิชา ครอบคลุมศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ตลอดจนการบริหารธุรกิจและการศึกษานานาชาติ
 
การพัฒนาสถาบันหลัง พ.ศ. 2533 มีความสำคัญต่อภูมิภาคอย่างยิ่ง เพราะทำให้จังหวัดพิษณุโลกมีมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบุคลากรในสาขาวิชาชีพที่หลากหลายได้โดยตรง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งมีความจำเป็นต่อการให้บริการประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง การก่อตั้งและพัฒนาคณะทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตลอดจนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงช่วยให้มหาวิทยาลัยมีบทบาททั้งในการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการทางสุขภาพ
 
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยนเรศวรครบรอบ 36 ปีแห่งการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ และมีประวัติทางการศึกษาสืบเนื่องจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกเป็นเวลา 59 ปี การนับอายุสถาบันทั้งสองช่วงต้องแยกจากกันอย่างชัดเจน เพราะ พ.ศ. 2510 เป็นปีที่เริ่มต้นสถานศึกษาต้นกำเนิด ส่วน พ.ศ. 2533 เป็นปีที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยอิสระตามกฎหมายของตนเอง
 
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยนเรศวรมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิการบดี โดยมหาวิทยาลัยดำเนินการบริหารงานด้านวิชาการ การวิจัย การพัฒนานิสิต การบริการสังคม และความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมุ่งเชื่อมโยงการศึกษาและองค์ความรู้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ และสังคม
 
ปรัชญาของมหาวิทยาลัยนเรศวรคือ “สืบสานให้สังคมไทยเป็นไทจากอวิชชา” ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าการศึกษามีบทบาทในการปลดปล่อยมนุษย์จากความไม่รู้ โดยส่งเสริมให้บุคคลมีความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และวิจารณญาณในการตัดสินใจ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยกำหนดปรัชญาการศึกษาว่า “การศึกษาเพื่อความเป็นไท” หรือ Education for Liberation ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้และใช้ความรู้อย่างมีความรับผิดชอบ
 
วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยคือ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” หรือ University for Entrepreneurial Society ซึ่งมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดริเริ่ม การพัฒนานวัตกรรม การนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก แนวคิดดังกล่าวเชื่อมโยงทั้งการเรียนการสอน งานวิจัย และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน
 
อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรประกอบด้วยแนวคิด “เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา” ซึ่งสะท้อนการพัฒนานิสิตให้มีความรู้และความสามารถรอบด้าน ทั้งทักษะวิชาชีพ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดวิเคราะห์ การดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม และการแก้ไขปัญหา คุณลักษณะเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างบัณฑิตที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
 
ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีรูปแบบที่แสดงพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในพระอิริยาบถประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ และรูปแบบสัญลักษณ์ช้างศึกภายในโล่กลมโบราณ สัญลักษณ์เหล่านี้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์แห่งความกล้าหาญและเอกราชกับเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษาและพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพของชาวพิษณุโลก
 
สีประจำมหาวิทยาลัยนเรศวรคือสีเทาและสีแสด โดยสีเทาหมายถึงความคิดและปัญญา ส่วนสีแสดสื่อถึงคุณธรรมและความกล้าหาญ สีแสดประกอบด้วยสีแดงซึ่งมีความหมายเชื่อมโยงกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสีเหลืองซึ่งเชื่อมโยงกับพระพุทธชินราช พระพุทธรูปสำคัญแห่งเมืองพิษณุโลก การใช้สีเทา–แสดจึงเป็นการผสมผสานความหมายของความรู้ ความกล้าหาญ และคุณธรรมเข้าด้วยกัน
 
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวรคือดอกเสลา ซึ่งเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงามและมีความสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ดอกเสลามีช่อดอกสีม่วงอ่อนถึงม่วงอมชมพู และเป็นพรรณไม้ที่มีคุณค่าด้านภูมิทัศน์ การเลือกดอกเสลาเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยจึงช่วยสร้างเอกลักษณ์ทางธรรมชาติให้แก่สถาบัน และทำให้ชื่อดอกเสลาเป็นที่รู้จักในหมู่นิสิตและบุคลากร
 
ประเพณีที่มีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างเด่นชัดคือพิธีบวงสรวงและถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระองค์และประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะวันคล้ายวันสถาปนา 29 กรกฎาคม การประกอบพิธี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเชื่อมโยงประชาคมมหาวิทยาลัยกับประวัติศาสตร์ของสถาบัน
 
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมครบรอบ 36 ปีแห่งการสถาปนา โดยมีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิธีวางพานพุ่มจากหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ตลอดจนพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน กิจกรรมดังกล่าวมีผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนหน่วยงานราชการ และประชาคมมหาวิทยาลัยเข้าร่วม พร้อมมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคลากรที่ทำคุณประโยชน์แก่สถาบัน
 
อีกวันที่มีความสำคัญต่อประเพณีของมหาวิทยาลัยคือวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรเข้าร่วม กิจกรรมนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสืบสานการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและจังหวัดพิษณุโลก
 
การต้อนรับนิสิตใหม่เป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตกับมหาวิทยาลัย โดยในปีการศึกษา 2569 มีการจัดโครงการปฐมนิเทศนิสิตใหม่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ณ อาคารอเนกประสงค์หรือโดมของมหาวิทยาลัย และโครงการต้อนรับนิสิตใหม่ Beginning Camp ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน กิจกรรมดังกล่าวมุ่งให้นิสิตใหม่รู้จักมหาวิทยาลัย ระบบการศึกษา การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนและรุ่นพี่
 
มหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมเปิดโลกกิจกรรมสำหรับนิสิตเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้ทำความรู้จักชมรม องค์กรนิสิต และกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย กิจกรรมลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การจัดการเวลา และการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตของนิสิตทั้งด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต
 
พิธีไหว้ครูเป็นอีกประเพณีสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยในปีการศึกษา 2569 กำหนดให้มีกิจกรรมไหว้ครูระดับคณะในวันที่ 2 กรกฎาคม ตามสถานที่ที่แต่ละคณะกำหนด พิธีไหว้ครูเป็นธรรมเนียมของการศึกษาไทยที่มุ่งให้นิสิตแสดงความเคารพและกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ พร้อมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ความสำคัญของพิธีไม่ได้อยู่เพียงรูปแบบการถวายพานไหว้ครู แต่ยังสะท้อนคุณค่าของการเรียนรู้และความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ
 
วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดโครงการเทศกาลแสดงอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ NU Identity Festival ประจำปีการศึกษา 2569 ณ สนามกีฬากลาง ภายใต้แนวคิด “ปัจฉิมบทยามราตรี เบิกม่านไพ่สู่ความฝัน” กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความภาคภูมิใจในสถาบัน พร้อมส่งเสริมความสามัคคีและการมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตต่างคณะในโอกาสครบรอบ 36 ปีของมหาวิทยาลัย
 
ด้านศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมผ่านกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์ผ้า หอศิลป์ และการจัดนิทรรศการศิลปกรรม ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ได้มีการจัดกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนได้เข้าร่วม เช่น การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติและศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ซึ่งช่วยสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลปิน นักศึกษา และสาธารณชน
 
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ซึ่งใช้ประกอบพิธีถวายราชสักการะและกิจกรรมสำคัญของสถาบัน พระบรมราชานุสาวรีย์มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่อชื่อมหาวิทยาลัยและความภาคภูมิใจของนิสิต บุคลากร และศิษย์เก่า ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับการสถาปนามหาวิทยาลัยผ่านสถานที่แห่งนี้
 
พิพิธภัณฑ์ผ้ามหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญต่อการศึกษาเรื่องผ้าไทย ภูมิปัญญาการทอผ้า และศิลปหัตถกรรมของชุมชน ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าและงานฝีมือ รวมถึงห้องนิทรรศการผ้าที่จัดแสดงผ้าทอและสิ่งทอหลากหลายประเภท มีห้องพิพิธภัณฑ์ผ้าจิตรลดาซึ่งนำเสนอผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายกลายโบราณ และผลิตภัณฑ์ที่มีความสัมพันธ์กับงานศิลปาชีพ ทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ผ้าไทยและนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
 
ความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ผ้าอยู่ที่การรวบรวมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิ่งทอไทยซึ่งสะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความเชื่อ สภาพแวดล้อม และอัตลักษณ์ของชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ผ้าทอแต่ละชนิดมีความสัมพันธ์กับเทคนิคการผลิต วัสดุ ลวดลาย และการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้ผู้ชมได้เข้าใจคุณค่าของงานหัตถกรรมและบทบาทของผ้าในวิถีชีวิตและประเพณีไทยมากขึ้น
 
หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกสถานที่ที่มีบทบาทในการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยและสร้างพื้นที่การเรียนรู้สำหรับนิสิตและประชาชน โดยมีการจัดนิทรรศการศิลปกรรมและกิจกรรมสร้างสรรค์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ตัวอย่างกิจกรรมใน พ.ศ. 2569 ได้แก่ การนำเสนอผลงานศิลปกรรมแห่งชาติและศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแสดงออกผ่านผลงานศิลปะ
 
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลางทรัพยากรสารสนเทศที่มีความสำคัญต่อการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยมีประวัติสืบเนื่องจากหน่วยงานห้องสมุดในยุควิทยาลัยวิชาการศึกษาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยนเรศวรเมื่อ พ.ศ. 2533 สำนักหอสมุดให้บริการทรัพยากรความรู้ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และสารสนเทศดิจิทัล สนับสนุนการศึกษาค้นคว้า การวิจัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
 
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถานที่สำคัญด้านการแพทย์และสาธารณสุขภายในมหาวิทยาลัย มีบทบาทในการให้บริการตรวจรักษาพยาบาลและสนับสนุนการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์และสาขาวิชาชีพสุขภาพ โรงพยาบาลเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์ทางคลินิกและเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการทางสุขภาพที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับประชาชนในภูมิภาค ความสำคัญของโรงพยาบาลจึงครอบคลุมทั้งการศึกษา การวิจัย และการให้บริการแก่สังคม
 
ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ KNECC เป็นสถานที่รองรับการจัดประชุมวิชาการ นิทรรศการ และกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย โดยใน พ.ศ. 2569 ใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 22” ศูนย์แห่งนี้ช่วยสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
อาคารมหาธรรมราชาและอาคารสำนักงานอธิการบดีเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านบริหารและสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยหน่วยงานอย่างกองการวิจัยและนวัตกรรมตั้งอยู่ภายในอาคารมหาธรรมราชา ขณะที่อาคารสำนักงานอธิการบดีใช้รองรับการประชุมและการบริหารมหาวิทยาลัย การจัดพื้นที่สำนักงานและหน่วยงานสนับสนุนอย่างเป็นระบบช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินภารกิจด้านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการได้อย่างต่อเนื่อง
 
อาคารอเนกประสงค์หรือโดมมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำหรับนิสิตจำนวนมาก เช่น การปฐมนิเทศนิสิตใหม่และกิจกรรมเปิดโลกชมรม ส่วนสนามกีฬากลางและสนามฟุตบอลใช้สำหรับกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมพัฒนานิสิต พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนและการพัฒนาความสัมพันธ์ของนิสิตจากหลากหลายคณะ
 
การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มวิชาการสำคัญ ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีกลุ่มคณะและวิทยาลัยที่รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอน วิจัย และพัฒนาวิชาชีพแตกต่างกัน การแบ่งกลุ่มลักษณะนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและส่งเสริมการทำงานวิจัยข้ามศาสตร์ได้
 
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพประกอบด้วยคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ โดยแต่ละคณะมีบทบาทในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพที่มีความรู้และทักษะเฉพาะวิชาชีพ การจัดการศึกษาของกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อระบบสาธารณสุข เนื่องจากครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการวิจัยทางชีวการแพทย์
 
คณะแพทยศาสตร์มีภารกิจผลิตแพทย์ที่มีความรู้และจริยธรรมทางวิชาชีพ พร้อมส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ การศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิตมีระยะเวลาศึกษา 6 ปี และอาศัยการเรียนรู้ทั้งวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์การแพทย์ และการฝึกประสบการณ์ทางคลินิก ส่วนคณะพยาบาลศาสตร์มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ขณะที่คณะทันตแพทยศาสตร์รับผิดชอบการศึกษาและบริการทางทันตสุขภาพ
 
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์พื้นฐานและการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบร่างกายมนุษย์ เช่น จุลชีววิทยา ชีวเคมี ชีววิทยาโมเลกุล และวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่วนคณะเภสัชศาสตร์มีบทบาทในการผลิตเภสัชกรและพัฒนาความรู้ด้านยา ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ขณะที่คณะสหเวชศาสตร์จัดการศึกษาในสาขาวิชาชีพเฉพาะ เช่น เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก และทัศนมาตรศาสตร์
 
คณะสาธารณสุขศาสตร์มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และการจัดการสุขภาพชุมชน ความเชี่ยวชาญของคณะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานสาธารณสุขที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนเกิดโรค ตลอดจนการจัดการปัจจัยเสี่ยงในสภาพแวดล้อมการทำงานและชุมชน
 
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วยคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี และวิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาการและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภาคการผลิต การเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน และเศรษฐกิจสมัยใหม่
 
คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย โดยมีการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร วิทยาศาสตร์การประมง เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร เกษตรแม่นยำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร สัตวศาสตร์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ศาสตร์เหล่านี้ช่วยสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาระบบอาหารที่มีความยั่งยืน
 
คณะวิทยาศาสตร์เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยครอบคลุมคณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาการข้อมูล สถิติประยุกต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีระบบอัจฉริยะ การจัดการศึกษาในสาขาเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐานความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในสาขาวิชาชีพและงานวิจัยอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะในยุคที่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง
 
คณะวิศวกรรมศาสตร์มีบทบาทในการผลิตวิศวกรที่มีความสามารถด้านการออกแบบ วิเคราะห์ และพัฒนาระบบทางเทคนิค ครอบคลุมสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมวัสดุ วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมนวัตกรรมอัจฉริยะ ความรู้ในสาขาเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมการผลิต ระบบพลังงาน และการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมสมัย
 
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบมุ่งเน้นการสร้างความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบสร้างสรรค์ โดยมีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ทัศนศิลป์ การออกแบบสื่อนวัตกรรม และการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดการศึกษาในกลุ่มนี้เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับเทคโนโลยีและความต้องการของสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตนำองค์ความรู้ด้านศิลปะและการออกแบบไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมที่มีคุณค่า
 
คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชนมุ่งพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการขนส่ง การจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้า และการบริหารเครือข่ายธุรกิจ ศาสตร์ด้านนี้มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายสินค้าและข้อมูลอย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันในสภาพแวดล้อมทางการค้าในยุคดิจิทัล
 
วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีมีบทบาทด้านการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทน ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และการจัดการเมืองอัจฉริยะ โดยจัดการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา เช่น พลังงานทดแทน สมาร์ตกริดเทคโนโลยี และการจัดการสมาร์ตซิตี้และนวัตกรรมดิจิทัล ขณะที่วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐานมุ่งพัฒนาการศึกษาวิจัยด้านฟิสิกส์ทฤษฎีและศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างองค์ความรู้เชิงลึก
 
กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ประกอบด้วยคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ กลุ่มนี้มีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรด้านภาษา การศึกษา กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ การบริหารจัดการ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีความสำคัญต่อการบริหารประเทศและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
 
คณะศึกษาศาสตร์มีรากฐานเชื่อมโยงกับประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยตั้งแต่ยุควิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยมุ่งผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้และความสามารถในการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรครอบคลุมศาสตร์การศึกษาหลายสาขา เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ พลศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ตลอดจนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการประเมินทางการศึกษา
 
คณะมนุษยศาสตร์มีความสำคัญด้านการศึกษาภาษา วรรณกรรม ดนตรี นาฏศิลป์ และวัฒนธรรม โดยมีการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาฝรั่งเศส และภาษาพม่า การศึกษาในกลุ่มนี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม พร้อมพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับการประกอบอาชีพในสังคมที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศมากขึ้น
 
คณะสังคมศาสตร์มีบทบาทในการศึกษาประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จิตวิทยา การพัฒนาสังคม และการศึกษาประชาคมโลก โดยศาสตร์เหล่านี้ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่มคน และสถาบันทางสังคม ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาสาธารณะและการพัฒนาชุมชน ขณะที่คณะนิติศาสตร์มุ่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้ด้านกฎหมายและคุณธรรมทางวิชาชีพ
 
คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสารมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรด้านเศรษฐศาสตร์ การบัญชี การเงิน ธุรกิจดิจิทัล การบริหารธุรกิจ การท่องเที่ยว และนิเทศศาสตร์ การเรียนรู้ในศาสตร์เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาผู้ประกอบการและเศรษฐกิจยุคใหม่ ขณะที่วิทยาลัยนานาชาติช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีความเป็นสากล โดยมีหลักสูตรนานาชาติด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการอีเวนต์ โรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
 
สำหรับปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยเผยแพร่ข้อมูลจำนวนหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี 83 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 หลักสูตร ปริญญาโท 87 หลักสูตร และปริญญาเอก 61 หลักสูตร ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขอบเขตการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งศาสตร์พื้นฐานและศาสตร์วิชาชีพ โดยผู้สนใจศึกษาต่อสามารถตรวจสอบรายละเอียดหลักสูตรและประกาศรับสมัครจากกองบริการการศึกษาและระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัย
 
การศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นช่วงของการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะวิชาชีพในศาสตร์ต่าง ๆ ส่วนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและความสามารถในการวิจัย การมีหลักสูตรหลายระดับช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการพัฒนาบุคลากรได้ทั้งกลุ่มนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และผู้ประกอบอาชีพที่ต้องการศึกษาต่อเพื่อพัฒนาความรู้
 
ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง โดยกองการวิจัยและนวัตกรรมกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเกษตรมูลค่าสูง สุขภาพและการแพทย์มูลค่าสูง พลังงานและสังคมคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ทิศทางดังกล่าวสะท้อนแนวทางการพัฒนางานวิจัยที่ตอบสนองต่อปัญหาและโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
 
วันที่ 23–24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 22” ภายใต้แนวคิด GREENISM FOR INCLUSIVE INNOVATION ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช การประชุมมุ่งนำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้
 
ภายในงานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ พร้อมการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ การจัดแสดงนวัตกรรม ตลอดจนกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและการถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การประชุมยังมีวิทยากรจากต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม
 
การดำเนินงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่น เพราะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และชุมชนที่มีทุนทางวัฒนธรรมหลากหลาย การนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และการจัดการไปใช้ร่วมกับชุมชนสามารถช่วยพัฒนาระบบการผลิต การจัดการทรัพยากร การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน
 
ตัวอย่างงานวิจัยเชิงพื้นที่ที่สำคัญใน พ.ศ. 2569 คือการศึกษาย่านตลาดใต้ในตัวเมืองพิษณุโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยนำเสนอผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 การทำงานวิจัยดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องหลายช่วง ตั้งแต่การสำรวจทุนวัฒนธรรม การสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกับชุมชน ไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลอาคารบ้านเรือนกว่า 1,500 หลัง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาย่าน
 
การทำงานลักษณะนี้สะท้อนความสำคัญของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปใช้สนับสนุนชุมชนเมืองที่มีประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว การรวบรวมข้อมูลอาคารบ้านเรือน ประวัติชุมชน และทุนทางวัฒนธรรมสามารถช่วยสร้างความเข้าใจสภาพแวดล้อมและปัญหาของพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม
 
มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทในการพัฒนาทักษะอาชีพและการเชื่อมโยงนิสิตกับตลาดแรงงาน โดยมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการพบปะระหว่างนิสิต ผู้ประกอบการ และองค์กรที่ต้องการบุคลากร ใน พ.ศ. 2569 กองกิจการนิสิตมีการเผยแพร่กิจกรรม NU Career Connect X JOB BKK 2026 ซึ่งเป็นตัวอย่างของการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องการทำงาน การสมัครงาน และความต้องการกำลังคนจากภาคธุรกิจ
 
ความสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเชิงการพัฒนาสังคมยังปรากฏผ่านระบบทุนการศึกษา กิจกรรมศิษย์เก่า การบริการสุขภาพ และโครงการพัฒนาศักยภาพนิสิต หน่วยงานด้านกิจการนิสิตดำเนินงานสนับสนุนด้านสวัสดิภาพ หอพัก สุขภาวะ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของนิสิต โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ และคุณภาพชีวิตระหว่างศึกษา
 
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถานที่ที่มีความน่าสนใจทั้งด้านประวัติศาสตร์การศึกษาและมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิพิธภัณฑ์ผ้า และหอศิลป์ ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก ศิลปวัฒนธรรมไทย และสถาบันอุดมศึกษาสมัยใหม่ การศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ หรือเทคโนโลยีควรประสานงานกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบก่อนเข้าพื้นที่
 
ผู้สนใจเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าควรศึกษาข้อมูลกิจกรรมและเวลาบริการจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ส่วนการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และสถานที่ฝึกวิชาชีพต้องดำเนินการตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การจัดการเรียนการสอน และการอนุญาตของหน่วยงานนั้น ๆ ขณะที่พื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลมีระเบียบการใช้บริการแยกจากการเข้าชมมหาวิทยาลัยทั่วไป
 
สำหรับนักเรียนที่กำลังวางแผนศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีทางเลือกทางการศึกษาหลายกลุ่มสาขา ตั้งแต่วิชาชีพด้านสุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ การศึกษา ภาษา และศิลปะ ผู้สมัครควรพิจารณาความสนใจ ความถนัด คุณสมบัติทางการศึกษา และเป้าหมายการประกอบอาชีพควบคู่กับรายละเอียดหลักสูตร เนื่องจากบางสาขามีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับพื้นฐานวิชาการ สุขภาพ หรือการทดสอบความสามารถเพิ่มเติม
 
การสมัครเรียนระดับปริญญาตรีสามารถตรวจสอบผ่านระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งประกาศรายละเอียดการรับสมัครในแต่ละรอบ ส่วนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีระบบรับสมัครและเงื่อนไขเฉพาะตามแต่ละหลักสูตร การตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานรับสมัครโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจำนวนรับ รายละเอียดคุณสมบัติ ค่าใช้จ่าย และรอบการคัดเลือกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปีการศึกษา
 
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารระหว่างจังหวัด รถไฟ และเครื่องบิน โดยมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ หรือทางหลวงหมายเลข 117 ในตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ผู้เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และทางหลวงหมายเลข 32 เชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 117 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก โดยมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ริมถนนสายหลักและสามารถใช้ระบบนำทางค้นหาชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวรได้โดยตรง
 
สำหรับผู้เดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลก สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือบริการรถรับจ้างเข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยข้อมูลการเดินทางของมหาวิทยาลัยระบุเส้นทางรถโดยสารประจำทาง ปอ.12 ซึ่งเชื่อมโยงสถานีรถไฟและสถานีขนส่งผู้โดยสารกับพื้นที่มหาวิทยาลัย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีโครงการระบบขนส่งมวลชนภายในที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย
 
ผู้เดินทางโดยรถไฟสามารถใช้เส้นทางรถไฟสายเหนือมายังสถานีรถไฟพิษณุโลก แล้วเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยด้วยรถรับจ้างหรือบริการขนส่งท้องถิ่น ส่วนผู้เดินทางโดยเครื่องบินสามารถใช้ท่าอากาศยานพิษณุโลกเป็นจุดหมาย จากนั้นต่อรถยนต์หรือรถรับจ้างไปยังตำบลท่าโพธิ์ การเลือกวิธีเดินทางควรพิจารณาความสะดวกของผู้เดินทาง จำนวนสัมภาระ และกำหนดเวลาของกิจกรรมที่ต้องเข้าร่วม
 
ภายในมหาวิทยาลัยมีอาคารและคณะตั้งอยู่ในหลายบริเวณ ผู้เดินทางมาติดต่อราชการ สมัครเรียน สอบสัมภาษณ์ ศึกษาดูงาน หรือเข้าร่วมการประชุมควรตรวจสอบชื่ออาคารและจุดหมายให้ชัดเจนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดในคณะต่าง ๆ โรงพยาบาล หรือศูนย์ประชุม ซึ่งมีทางเข้าและพื้นที่จอดรถแตกต่างกัน การศึกษาผังมหาวิทยาลัยล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกและลดความสับสนเมื่อเข้าสู่พื้นที่
 
มหาวิทยาลัยนเรศวรตั้งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ชุมชนท่าโพธิ์ซึ่งมีร้านอาหาร หอพัก โรงแรมขนาดเล็ก และบริการพื้นฐานสำหรับนิสิตและผู้มาติดต่อมหาวิทยาลัย ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิษณุโลกกระจายอยู่ในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระราชวังจันทน์ และวัดจุฬามณี ผู้ที่เดินทางมาทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจึงสามารถวางแผนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมควบคู่กันได้
 
เมื่อพิจารณาพัฒนาการจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกใน พ.ศ. 2510 สู่การเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก และการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวรใน พ.ศ. 2533 จะเห็นได้ว่าสถาบันแห่งนี้มีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการกระจายโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย ความสำคัญของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เฉพาะการมีคณะและหลักสูตรจำนวนมาก แต่ยังอยู่ที่การสร้างระบบการเรียนรู้ การวิจัย และการบริการสังคมที่เชื่อมโยงกับความต้องการของภูมิภาค
 
มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สะท้อนทั้งความก้าวหน้าทางวิชาการและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลก พระนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ใช้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ ขณะที่พันธกิจด้านการศึกษา การแพทย์ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และศิลปวัฒนธรรมแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสังคม ด้วยปรัชญา “สืบสานให้สังคมไทยเป็นไทจากอวิชชา” มหาวิทยาลัยยังคงดำเนินบทบาทสำคัญในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในภาคเหนือตอนล่างและประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนเรศวร
ชื่อภาษาอังกฤษNaresuan University
ชื่อย่อมน. / NU / มอนอ
ประเภทมหาวิทยาลัยของรัฐ สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ที่ตั้งตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ที่อยู่99 หมู่ 9 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000
วันที่ก่อตั้งสถาบันต้นกำเนิด25 มกราคม พ.ศ. 2510
วันที่สถาปนามหาวิทยาลัย29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
วันที่ได้รับพระราชทานนาม9 ตุลาคม พ.ศ. 2532
อายุใน พ.ศ. 256936 ปีนับจากการสถาปนามหาวิทยาลัย และ 59 ปีนับจากการก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก
ชื่อเดิม1. วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก
2. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก
3. มหาวิทยาลัยนเรศวร
บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชื่อมหาวิทยาลัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผู้พระราชทานนามมหาวิทยาลัย
ผู้บริหาร ณ เดือนตุลาคม 2569รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร
ปรัชญาสืบสานให้สังคมไทยเป็นไทจากอวิชชา
ปรัชญาการศึกษาการศึกษาเพื่อความเป็นไท (Education for Liberation)
วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ (University for Entrepreneurial Society)
อัตลักษณ์เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา
สีประจำมหาวิทยาลัยสีเทา–แสด
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยดอกเสลา
กลุ่มวิชาการ1. กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
2. กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ1. คณะแพทยศาสตร์
2. คณะพยาบาลศาสตร์
3. คณะทันตแพทยศาสตร์
4. คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
5. คณะเภสัชศาสตร์
6. คณะสหเวชศาสตร์
7. คณะสาธารณสุขศาสตร์
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี1. คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. คณะวิทยาศาสตร์
3. คณะวิศวกรรมศาสตร์
4. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ
5. คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน
6. วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
7. วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน
กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์1. คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร
2. คณะศึกษาศาสตร์
3. คณะมนุษยศาสตร์
4. คณะนิติศาสตร์
5. คณะสังคมศาสตร์
6. วิทยาลัยนานาชาติ
ระดับการศึกษาที่จัดการศึกษาปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก
จำนวนหลักสูตรตามระดับ ปีการศึกษา 2569ปริญญาตรี 83 หลักสูตร, ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 หลักสูตร, ปริญญาโท 87 หลักสูตร และปริญญาเอก 61 หลักสูตร ตามข้อมูลจำแนกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัย
ความโดดเด่นทางวิชาการการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เทคโนโลยี โลจิสติกส์ พลังงานทดแทน มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การศึกษา และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคม
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย1. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
2. พิพิธภัณฑ์ผ้ามหาวิทยาลัยนเรศวร
3. หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร
4. สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยนเรศวร
5. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
6. ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC)
7. อาคารมหาธรรมราชา
8. อาคารสำนักงานอธิการบดี
9. อาคารอเนกประสงค์หรือโดม
10. สนามกีฬากลาง
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ1. วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย 29 กรกฎาคม
2. พิธีบวงสรวงและถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
3. พิธีรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
4. พิธีไหว้ครู
5. โครงการต้อนรับนิสิตใหม่ Beginning Camp
6. เทศกาลแสดงอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU Identity Festival)
7. การประชุมวิชาการนเรศวรวิจัยและนวัตกรรม
วันเปิดทำการของสำนักงานวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการของสำนักงาน08.30 – 16.30 น.
การเยี่ยมชมพื้นที่กิจกรรมและแหล่งเรียนรู้บางแห่งสามารถเยี่ยมชมได้ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ควรประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ศึกษาดูงาน หรือเข้าห้องปฏิบัติการ
สิ่งอำนวยความสะดวกอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ สำนักหอสมุด โรงพยาบาล หอพักนิสิต สนามกีฬา ศูนย์ประชุม พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัย
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ เข้าสู่ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร รถไฟร่วมกับรถรับจ้าง และการเดินทางผ่านท่าอากาศยานพิษณุโลก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมหาวิทยาลัย
2. พิพิธภัณฑ์ผ้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ภายในมหาวิทยาลัย
3. หอพระเทพรัตน์ ภายในมหาวิทยาลัย
4. วัดคุ้งวารี ตำบลท่าโพธิ์
5. อาศรมวศิน ตำบลท่าโพธิ์
ร้านอาหารใกล้เคียง1. เย็นตาโฟเชียงคำ สาขามหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 080-134-9716
2. ร้านเตี๋ยวไข่วิศ-วะ โทร. 085-552-8489
3. ก๋วยเตี๋ยวเรือชามกะลาป้าแบน โทร. 066-058-2899
4. ข้าวมันไก่สามเซียน สาขามหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 086-925-7999
5. บู๊ลิ้มโภชนา โทร. 087-571-0041
ที่พักใกล้เคียง1. Kresident โทร. 093-664-9191
2. Nature Park Resort โทร. 089-245-6542
3. รีสอร์ทริมคลอง โทร. 090-188-5183
4. โรงแรมนาธิป รีสอร์ท โทร. 064-123-1700
5. เฌอเอมเกสต์เฮ้าส์ โทร. 085-402-1434
หมายเลขโทรศัพท์มหาวิทยาลัย055-961000
โทรสาร055-961103
อีเมลnaresuan@nu.ac.th
เว็บไซต์ทางการhttps://www.nu.ac.th/
ข้อมูลหลักสูตรhttps://www.acad.nu.ac.th/course/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการจัดการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการในปี พ.ศ. 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยนเรศวร ปีการศึกษา 2569 รายการต่อไปนี้รวบรวมชื่อหลักสูตรและสาขาวิชาที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลหลักสูตรของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยแยกตามคณะและระดับการศึกษา การปรากฏชื่อในฐานข้อมูลหลักสูตรไม่ใช่การยืนยันว่าทุกหลักสูตรเปิดรับนิสิตใหม่ในทุกรอบการรับสมัคร จึงควรตรวจสอบประกาศรับสมัครและสถานะของหลักสูตรที่เลือกก่อนสมัครเข้าศึกษา
 
คณะ / วิทยาลัยหลักสูตรและสาขาวิชา
คณะแพทยศาสตร์
ปริญญาตรี
1. แพทยศาสตรบัณฑิต
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพศึกษา
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์
4. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอายุรศาสตร์
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาระบาดวิทยาคลินิกและวิจัย
คณะพยาบาลศาสตร์
ปริญญาตรี
1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต
ปริญญาโท
1. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทางการพยาบาล
2. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน
3. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
4. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเวชปฏิบัติผู้สูงอายุ
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์
ปริญญาตรี
1. ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
ปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุล
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยาธิวิทยากายวิภาค
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมี
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสรีรวิทยา
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา
4. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรสิตวิทยา
5. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์
6. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายวิภาคศาสตร์
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์
คณะเภสัชศาสตร์
ปริญญาตรี
1. เภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชเคมีและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชวิทยาและวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล
4. เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมชุมชนและการจัดการเชิงบูรณาการในงานบริการทางเภสัชกรรม
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์
คณะสหเวชศาสตร์
ปริญญาตรี
1. ทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก
5. เทคนิคการแพทยบัณฑิต
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์
4. เทคนิคการแพทยมหาบัณฑิต
5. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์
ปริญญาตรี
1. การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
4. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการดูแลและการจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ
5. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยชุมชน
ปริญญาโท
1. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต
ปริญญาเอก
1. สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต
คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสัตว์
7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรแม่นยำ
8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร
5. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์
6. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง
7. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
8. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
5. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
6. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
ปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์
5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูล
6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์และการวิเคราะห์ข้อมูล
8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการวัดและระบบอัจฉริยะ
10. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
11. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
4. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์
5. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์และการวิเคราะห์ข้อมูล
6. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
7. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
8. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมีอุตสาหกรรม
9. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
10. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง
11. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติ
5. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
6. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
7. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
8. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
9. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปริญญาตรี
1. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
2. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
3. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
4. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมนวัตกรรมอัจฉริยะ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
5. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ
6. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
7. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี
8. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล
9. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติ
2. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล
3. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช
4. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
5. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
6. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมการจัดการ
7. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
8. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
9. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง
10. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ
ปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม
2. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบสื่อนวัตกรรม
3. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์
4. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
5. สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต
ปริญญาโท
1. ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ
2. ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
3. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
ปริญญาเอก
1. ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน
ปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน (ต่อเนื่อง)
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน
วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสมาร์ตซิตี้และนวัตกรรมดิจิทัล
2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลังงานทดแทน
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสมาร์ตซิตี้และนวัตกรรมดิจิทัล
วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน
ปริญญาโท
1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ทฤษฎี
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ทฤษฎี
คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร
ปริญญาตรี
1. นิเทศศาสตรบัณฑิต
2. บริหารธุรกิจบัณฑิต
3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเงิน
4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล
5. บัญชีบัณฑิต
6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมและการตลาดเชิงสร้างสรรค์
7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว
8. เศรษฐศาสตรบัณฑิต
ปริญญาโท
1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจดิจิทัลเชิงกลยุทธ์
2. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและจิตบริการ
4. เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต
5. นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสาร
6. บัญชีมหาบัณฑิต
7. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดอัจฉริยะเชิงนวัตกรรมและวิทยาการข้อมูล
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสาร
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและจิตบริการ
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
คณะศึกษาศาสตร์
ปริญญาตรี
1. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา
2. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
3. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
4. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์
5. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา
6. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย
7. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
8. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
9. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
10. การศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้
ปริญญาโท
1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการกีฬา
2. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา
4. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
5. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมทางการวัดผลการเรียนรู้
6. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย
7. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
8. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
9. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินทางการศึกษา
10. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา
11. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
12. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
13. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการกีฬา
2. การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
5. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมทางการวัดผลการเรียนรู้
6. การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย
7. การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
8. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินทางการศึกษา
9. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา
10. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
11. การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์
ปริญญาตรี
1. ดุริยางคศาสตรบัณฑิต
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพม่าศึกษา
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน
5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
8. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาเกาหลี
9. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
ปริญญาโท
1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคติชนวิทยา
2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์
4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษศึกษา
5. ดุริยางคศาสตรมหาบัณฑิต
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคติชนวิทยา
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์
คณะนิติศาสตร์
ปริญญาตรี
1. นิติศาสตรบัณฑิต
คณะสังคมศาสตร์
ปริญญาตรี
1. รัฐศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประชาคมโลกศึกษา (หลักสูตรสองภาษา)
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์
5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม
ปริญญาโท
1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม
2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
3. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต
4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอาเซียนศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ)
ปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอาเซียนศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ)
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม
3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์
วิทยาลัยนานาชาติ
ปริญญาตรี
1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอีเวนต์ โรงแรมและการท่องเที่ยว (หลักสูตรนานาชาติ)
3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารธุรกิจ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยนเรศวรตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 9 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: เวลาติดต่อสำนักงานและกองบริการการศึกษาโดยทั่วไปคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเวลาเปิดบริการของโรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ และหน่วยงานเฉพาะอาจแตกต่างกัน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: สถาบันต้นกำเนิดก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 ในนามวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก และสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวรเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับพระราชทานนามเมื่อใด?
ตอบ: พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2532 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ การศึกษา มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ รวมถึงงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรมีคณะและหลักสูตรอะไรบ้าง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาใน 3 กลุ่มวิชาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีหลักสูตรระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากกองบริการการศึกษา
 
ถาม: มหาวิทยาลัยนเรศวรมีสถานที่น่าสนใจอะไรบ้าง?
ตอบ: สถานที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิพิธภัณฑ์ผ้า หอศิลป์ สำนักหอสมุด โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนเรศวรได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าพื้นที่ที่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปใช้บริการหรือเยี่ยมชมตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย โดยควรติดต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบล่วงหน้าสำหรับการศึกษาดูงาน พิพิธภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และกิจกรรมเฉพาะ
 
ถาม: สามารถติดต่อมหาวิทยาลัยนเรศวรได้อย่างไร?
ตอบ: ติดต่อโทรศัพท์ 055-961000 อีเมล naresuan@nu.ac.th หรือเว็บไซต์ https://www.nu.ac.th/

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยของรัฐกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยของรัฐ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(1)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(19)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)