หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี >อ.คลองหลวง >ต.คลองหนึ่ง > มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อยู่ที่1 หมู่ 20 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 13180 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อสำนักงานในเวลาราชการ) เวลา 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อสำนักงานในเวลาราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage: VRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยมีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ซึ่งสมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงเป็นองค์ประทานกำเนิด สถาบันได้รับการพัฒนาเป็นวิทยาลัยครูใน พ.ศ. 2513 ย้ายพื้นที่ดำเนินงานจากกรุงเทพมหานครมายังจังหวัดปทุมธานีใน พ.ศ. 2515 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ใน พ.ศ. 2517 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 20 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 13180 เปิดการเรียนการสอนผ่าน 7 คณะ 1 วิทยาลัย และหน่วยงานจัดการศึกษาที่จังหวัดสระแก้ว ครอบคลุมศาสตร์ด้านครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเกษตร อุตสาหกรรม และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมีความสำคัญในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพ และจิตอาสา พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์อยู่ที่การเชื่อมโยงประวัติศาสตร์การศึกษาสตรีไทยเข้ากับการพัฒนามหาวิทยาลัยสมัยใหม่ จากโรงเรียนฝึกหัดครูขนาดเล็กบนถนนเพชรบุรีในกรุงเทพมหานคร สถาบันได้เติบโตเป็นมหาวิทยาลัยที่มีภารกิจครอบคลุมการผลิตครู การพัฒนาวิชาชีพ การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยยังคงรักษาความผูกพันกับพระนามขององค์ประทานกำเนิดไว้ในชื่อมหาวิทยาลัยและประเพณีประจำสถาบัน การศึกษาประวัติของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของระบบฝึกหัดครูไทย บทบาทของพระบรมวงศานุวงศ์ต่อการศึกษา และการเปลี่ยนผ่านของสถาบันราชภัฏสู่ระบบอุดมศึกษาในปัจจุบัน
ที่ตั้งหลักของมหาวิทยาลัยอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 48 ในตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ใกล้แนวเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและย่านอุตสาหกรรมนวนคร ทำเลแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับการขยายตัวของกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ และการพัฒนาพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางจากชุมชนเกษตรกรรมไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจ การศึกษา และอุตสาหกรรม พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยประกอบด้วยชุมชนที่อยู่อาศัย ตลาด ร้านค้า สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมสายสำคัญ ทำให้มหาวิทยาลัยมีโอกาสประสานความร่วมมือกับทั้งชุมชนท้องถิ่นและภาคธุรกิจได้อย่างใกล้ชิด
ลักษณะภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่การศึกษาที่มีอาคารเรียนและพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่หลายส่วน มีทั้งอาคารสำนักงาน อาคารปฏิบัติการ หอประชุม หอสมุด สนามกีฬา หอพักนักศึกษา สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาคารสำคัญบางแห่งมีประวัติเชื่อมโยงกับวาระครบรอบของสถาบันและพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะที่บริเวณพระอนุสาวรีย์องค์ประทานกำเนิดเป็นศูนย์รวมความเคารพและความทรงจำของประชาคมมหาวิทยาลัย สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้การเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสามารถเรียนรู้ได้ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับท้องถิ่น
เรื่องราวการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเริ่มขึ้นในสมัยที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการศึกษาและการผลิตครูสำหรับโรงเรียนทั่วประเทศ การขยายการศึกษาของผู้หญิงเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะสังคมไทยกำลังเปิดโอกาสให้กุลสตรีได้รับความรู้และสามารถประกอบอาชีพในระบบราชการและการศึกษาเพิ่มขึ้น การมีสถานศึกษาฝึกหัดครูสำหรับผู้หญิงจึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มจำนวนโรงเรียน แต่เป็นการวางพื้นฐานสำหรับการสร้างบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้แก่เด็กและเยาวชนในรุ่นต่อไป
สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาสตรีไทย จึงประทานอาคารพร้อมที่ดินประมาณ 4 ไร่ ให้กระทรวงศึกษาธิการใช้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2475 สถานที่ตั้งเดิมอยู่บริเวณถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยรับนักเรียนฝึกหัดครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ย้ายมาจากโรงเรียนเบญจมราชาลัย การก่อตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในปัจจุบัน
อาจารย์นิลรัตน์ บรรณสิทธิ์วรสาสน์ เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ มีบทบาทในการวางพื้นฐานการจัดการเรียนการสอนและการบริหารสถานศึกษาในยุคเริ่มต้น โรงเรียนดำเนินงานทั้งแผนกฝึกหัดครูและแผนกสามัญ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้พื้นฐานและทักษะวิชาชีพของผู้เรียน ในระยะแรกโรงเรียนใช้อักษรย่อ พ เป็นสัญลักษณ์ และใช้สีเขียวเป็นสีประจำโรงเรียน เพราะเป็นสีที่สัมพันธ์กับวันประสูติขององค์ประทานกำเนิด สีเขียวดังกล่าวได้กลายเป็นมรดกทางอัตลักษณ์ที่สืบทอดมาถึงมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ชื่อเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ในระยะแรกสะท้อนความสัมพันธ์กับพระอิสริยยศขององค์ประทานกำเนิดและความสำคัญของการศึกษา ภายหลังเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อสถาบันตามสถานะทางกฎหมาย ชื่อวไลยอลงกรณ์ยังคงได้รับการรักษาไว้เพื่อระลึกถึงพระกรุณาธิคุณในการก่อตั้งสถานศึกษา ความต่อเนื่องของชื่อทำให้ประวัติการศึกษาสตรีไทยและพระราชประวัติขององค์ประทานกำเนิดยังเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้เกี่ยวกับสถาบัน แม้รูปแบบการจัดการศึกษาจะเปลี่ยนจากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรหลากหลายสาขาวิชาก็ตาม
เมื่อระบบการฝึกหัดครูไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สถานศึกษาได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2513 การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเป็นผลจากการพัฒนาคุณภาพการผลิตครูและความต้องการบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มขึ้น วิทยาลัยครูจึงเริ่มมีบทบาทกว้างขวางกว่าโรงเรียนฝึกหัดครูในยุคแรก ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การบริหารหลักสูตร และการพัฒนาบุคลากรเพื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศ
พ.ศ. 2515 เป็นอีกปีสำคัญเมื่อวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ขยายการดำเนินงานมายังพื้นที่ปัจจุบันในจังหวัดปทุมธานี การย้ายจากกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ตำบลคลองหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาจารย์อวยพร เปล่งวานิช เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย โดยท่านได้ประสานงานกับนายประสิทธิ์ อุไรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีในเวลานั้น จนสามารถใช้ที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 48 สำหรับพัฒนาสถานศึกษาได้ พื้นที่เริ่มแรกมีเนื้อที่ 294 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าสถานที่เดิมในกรุงเทพมหานครอย่างมาก
การขยายพื้นที่มาปทุมธานีทำให้วิทยาลัยสามารถพัฒนาอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอพัก สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น การย้ายสถานที่ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนที่ตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวจากสถานศึกษาฝึกหัดครูในเมืองสู่สถาบันการศึกษาที่มีพื้นที่รองรับการจัดการเรียนรู้และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างหลากหลาย บริบทของจังหวัดปทุมธานีซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังเอื้อต่อการเดินทางของนักศึกษาจากหลายพื้นที่ในภาคกลาง
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์และสมาคมศิษย์เก่าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เหตุการณ์นี้ทำให้สถาบันมีสถานะและชื่อที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณอย่างชัดเจน และเป็นที่มาของคำว่า ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งยังปรากฏอยู่ในชื่อทางการของมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน
วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ภายในพื้นที่วิทยาลัย พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 200,000 บาท สำหรับจัดตั้งมูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติสถาบันและทำให้พระอนุสาวรีย์กลายเป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจของนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร และศิษย์เก่า
ใน พ.ศ. 2520 วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์เปิดการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการผลิตครูในระดับอุดมศึกษา ต่อมาใน พ.ศ. 2528 สถาบันสามารถจัดการศึกษาครอบคลุม 3 กลุ่มศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การศึกษา ศิลปศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แสดงให้เห็นการขยายขอบเขตจากการฝึกหัดครูไปสู่การพัฒนาความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพที่หลากหลายมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบคณะและหลักสูตรในมหาวิทยาลัยปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามราชภัฏให้แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ ส่งผลให้วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมาพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ได้กำหนดให้สถาบันราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจน บทบาทของสถาบันจึงครอบคลุมทั้งการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาบันราชภัฏใช้ตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 เป็นตราสัญลักษณ์ การได้รับพระราชทานตราดังกล่าวทำให้สถาบันราชภัฏทั่วประเทศมีอัตลักษณ์ร่วมกัน และแสดงถึงความสำคัญของภารกิจการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประชาชนและท้องถิ่น
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลาที่พระอนุสาวรีย์องค์ประทานกำเนิด และทรงเปิดอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่ใช้ชื่อว่า อาคารสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ อาคารแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิชาชีพและการฝึกปฏิบัติงานจริง ต่อมาเมื่อสถาบันขยายการจัดการศึกษาด้านบริหารธุรกิจและการบริการ พื้นที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะสถานที่เชื่อมโยงการเรียนกับการทำงาน
ในปีการศึกษา 2542 สถาบันเปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตทั้งรูปแบบ 2 ปีและ 4 ปี ก่อนเปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษาและหลักสูตรและการสอนในปีการศึกษา 2543 การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของสถาบันที่ไม่เพียงผลิตครูระดับปริญญาตรี แต่ยังมีบทบาทในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูประจำการ และบุคลากรวิชาชีพที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ระดับสูง
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลาที่พระอนุสาวรีย์องค์ประทานกำเนิด และทรงเปิดอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ พร้อมห้องประชุมราชนครินทร์ อาคารดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของมหาวิทยาลัย ใช้รองรับกิจกรรมการบริหาร การประชุม และการดำเนินงานทางวิชาการหลายรูปแบบ อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงประวัติสถาบันกับพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีคุณูปการต่อการศึกษาไทย
วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2545 มีพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อจากสถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์มาเป็นสถาบันราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาพระนามขององค์ประทานกำเนิดให้เป็นอัตลักษณ์หลักของสถาบัน ต่อมาเมื่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลใช้บังคับในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สถาบันจึงได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี อย่างเป็นทางการ
เมื่อได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว สถาบันสามารถขยายบทบาทด้านการศึกษาระดับสูงและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการได้กว้างขวางมากขึ้น ในปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรระดับปริญญาเอกในสาขาการบริหารการศึกษา หลักสูตรและการสอน และรัฐประศาสนศาสตร์ การพัฒนาบัณฑิตศึกษาสะท้อนการเติบโตของมหาวิทยาลัยจากสถาบันผลิตครูไปสู่หน่วยงานที่สามารถสร้างงานวิจัยและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญสำหรับองค์กรภาครัฐ ภาคการศึกษา และชุมชน
วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 สภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินด้านทิศเหนือของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมจำนวน 86 ไร่ 3 งาน 19 ตารางวา ทำให้พื้นที่มหาวิทยาลัยขยายเป็น 381 ไร่ 2 งาน 91 ตารางวา ตามประวัติที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ การเพิ่มพื้นที่ดังกล่าวช่วยรองรับการก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการศึกษาในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและระบบบริการสำหรับนักศึกษาและประชาชน
ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2550 มหาวิทยาลัยเริ่มพัฒนาการศึกษานานาชาติและหลักสูตรภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น โดยในปีการศึกษา 2556 มีการเปิดหลักสูตรด้านธุรกิจการบินนานาชาติและการศึกษานานาชาติในระดับโรงเรียนสาธิต ต่อมาในปีการศึกษา 2557 มีการเปิดหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตแบบภาษาอังกฤษในบางสาขา และหลักสูตรนานาชาติด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนความพยายามพัฒนาบุคลากรที่สามารถใช้ภาษาในการทำงานและการศึกษาร่วมกับสังคมนานาชาติได้
มหาวิทยาลัยยังขยายการจัดการศึกษาไปยังจังหวัดสระแก้ว โดยมีการพัฒนาหลักสูตรด้านรัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ และวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 พื้นที่สระแก้วมีความสำคัญต่อการตอบสนองความต้องการกำลังคนในภาคตะวันออกและพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากจังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันหน่วยงานดังกล่าวใช้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สระแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 1177 หมู่ 2 ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินภารกิจตามแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยดิจิทัลและมหาวิทยาลัยสีเขียว แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ ชุมชน และภาคธุรกิจ เพื่อให้การศึกษาและงานวิจัยสามารถตอบสนองต่อปัญหาในพื้นที่ได้จริง
ปรัชญาของมหาวิทยาลัยคือ วิชาการเด่น เน้นคุณธรรม นำท้องถิ่นพัฒนา ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินงานที่ผสมผสานความรู้ทางวิชาการเข้ากับจริยธรรมและการสร้างประโยชน์แก่ท้องถิ่น ส่วนอัตลักษณ์บัณฑิตมุ่งเน้นความมีจิตอาสาและความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตนเอง โดยมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างผู้เรียนที่มีทัศนคติที่ดี มีคุณธรรม มีความสามารถประกอบอาชีพ และเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคม
สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเขียว ซึ่งสืบทอดมาจากสีประจำโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ในยุคแรก โดยมีความสัมพันธ์กับสีประจำวันประสูติของสมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร สีเขียวยังสื่อถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีความหมายสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ส่วนต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือต้นราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นไม้ที่มีดอกสีเหลืองสวยงามและมีความหมายเกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมีความเชื่อมโยงกับตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาบันราชภัฏใช้เป็นตราประจำสถาบันใน พ.ศ. 2538 การใช้ตราพระราชลัญจกรช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับภารกิจพัฒนาการศึกษาและท้องถิ่น ขณะเดียวกันพระนามวไลยอลงกรณ์ในชื่อสถาบันยังทำหน้าที่ระลึกถึงพระกรุณาธิคุณขององค์ประทานกำเนิดมาโดยตลอด
พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมภายในมหาวิทยาลัย พระอนุสาวรีย์เป็นศูนย์กลางของพิธีรำลึกที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นในโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ขององค์ประทานกำเนิด ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีวางพวงมาลาบริเวณพระอนุสาวรีย์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเป็นประธานในพิธี และมีผู้บริหาร บุคลากร และตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วม เพื่อแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณและสืบทอดประเพณีของสถาบัน
พิธีวางพวงมาลาในวันเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์มีความหมายต่อการสร้างความทรงจำร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย เพราะช่วยเชื่อมโยงคนรุ่นปัจจุบันกับประวัติการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสำหรับสตรีไทยใน พ.ศ. 2475 การจัดกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงพิธีการตามประเพณี แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษา ความกตัญญู และบทบาทของสถาบันในการสร้างโอกาสให้ประชาชน
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ เป็นหนึ่งในอาคารสำคัญที่สะท้อนความผูกพันกับพระบรมวงศานุวงศ์และการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัย อาคารดังกล่าวใช้รองรับการบริหารงานและกิจกรรมการประชุม โดยมีห้องประชุมราชนครินทร์และพื้นที่สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย การเข้าชมอาคารในฐานะสถานที่ประวัติศาสตร์ควรคำนึงถึงการใช้งานจริงของสำนักงานและห้องประชุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภารกิจของหน่วยงาน
อาคาร 60 ปี วไลยอลงกรณ์ เป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย โดยใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยยังมีการดำเนินงานพิจารณาปรับปรุงพื้นที่ภายในอาคารเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน อาคารดังกล่าวจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะสถานที่ที่สืบทอดความทรงจำของสถาบันและพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมได้ตามภารกิจของมหาวิทยาลัย
เรือนเจ้าฟ้าเป็นอีกจุดที่น่าสนใจในภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัย มีลักษณะเป็นเรือนไทยภาคกลางซึ่งช่วยสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและการใช้พื้นที่อยู่อาศัยตามวัฒนธรรมไทย อาคารเรือนไทยมีความสำคัญต่อการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาการก่อสร้าง การจัดพื้นที่ใช้สอย และความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับภูมิอากาศ ผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมสามารถใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดศึกษาเรื่องบ้านเรือนไทยในบริบทของสถาบันการศึกษา
หอประชุม 80 ปี วไลยอลงกรณ์ และหอประชุมวไลยอลงกรณ์เป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย เช่น การประชุม งานพิธีการ กิจกรรมทางวิชาการ และกิจกรรมพัฒนานักศึกษา อาคารทั้งสองแห่งเป็นคนละสถานที่ตามแผนที่อาคารของมหาวิทยาลัย จึงควรตรวจสอบชื่ออาคารให้ชัดเจนเมื่อเดินทางเข้าร่วมงาน การมีหอประชุมหลายแห่งช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถรองรับกิจกรรมที่มีรูปแบบและจำนวนผู้เข้าร่วมแตกต่างกันได้
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหน่วยงานสนับสนุนการเรียนรู้ที่สำคัญ โดยให้บริการห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศ ฐานข้อมูลวิชาการ และระบบสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาบริการสารสนเทศมีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยที่มีคณะวิชาหลากหลาย เพราะนักศึกษาจากแต่ละศาสตร์ต้องใช้ข้อมูลและแหล่งอ้างอิงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่วรรณกรรมทางการศึกษาและมนุษยศาสตร์ ไปจนถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การบริหารธุรกิจ และสาธารณสุข
อาคาร 75 ปี วไลยอลงกรณ์ ซึ่งมีการใช้เป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ภาษา เป็นสถานที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะภาษาของนักศึกษาและบุคลากร การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความสำคัญต่อการทำงานในยุคที่การสื่อสารระหว่างประเทศและการใช้เทคโนโลยีมีบทบาทเพิ่มขึ้น การมีพื้นที่เฉพาะสำหรับการฝึกภาษาและกิจกรรมการเรียนรู้ช่วยสนับสนุนหลักสูตรที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยยังมีอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์ อาคารเรียนรวมวิทยาศาสตร์ และห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้สนับสนุนการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย เทคโนโลยีอาหาร และวิทยาศาสตร์สุขภาพ การมีเครื่องมือและพื้นที่ทดลองช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ตั้งสมมติฐาน วิเคราะห์ข้อมูล และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง
ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยมีอาคารเรียนคณะเทคโนโลยีการเกษตรและพื้นที่ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพืช สัตวศาสตร์ และเทคโนโลยีอาหาร การเรียนรู้ในสาขาเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับประวัติของพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่มีระบบเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน และยังมีบทบาทต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร คุณภาพการผลิต และความยั่งยืนของระบบเกษตรในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยยังมีหน่วยงานสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการดูแลทรัพยากรชีวภาพ
พื้นที่สำหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพประกอบด้วยศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพด้านโรงแรม อาคารปฏิบัติการด้านธุรกิจบริการ และสถานที่จำลองการทำงานจริง การเรียนรู้รูปแบบนี้มีความสำคัญสำหรับหลักสูตรบริหารธุรกิจ การโรงแรม การบริการ การจัดการธุรกิจ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพราะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการทำงาน การให้บริการลูกค้า การบริหารทรัพยากร และการปฏิบัติงานภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกับสถานประกอบการจริง
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์เป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจผลิตและพัฒนาครูของมหาวิทยาลัย การมีโรงเรียนสาธิตอยู่ในระบบการจัดการศึกษาช่วยให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีทางการศึกษา การจัดการเรียนรู้ และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู นักศึกษาคณะครุศาสตร์สามารถเรียนรู้จากบริบทสถานศึกษาจริง ขณะที่คณาจารย์สามารถนำองค์ความรู้ด้านการสอนและการพัฒนาหลักสูตรไปประยุกต์กับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
ภายในมหาวิทยาลัยยังมีสนามกีฬากลาง อาคารยิมเนเซียม และสระว่ายน้ำอวยพร เปล่งวานิช ซึ่งช่วยสนับสนุนกิจกรรมสุขภาพและการออกกำลังกายของนักศึกษา บุคลากร และผู้ใช้บริการตามเงื่อนไขของหน่วยงาน การมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาเป็นองค์ประกอบสำคัญของมหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน เพราะการศึกษาไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสุขภาพ ความมีระเบียบวินัย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
คณะครุศาสตร์เป็นคณะที่สืบทอดรากฐานสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย โดยจัดการศึกษาด้านการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งการศึกษาปฐมวัย การประถมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน วิทยาศาสตร์ และพลศึกษา การจัดการเรียนการสอนเน้นทั้งความรู้ในศาสตร์วิชาเอกและความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยมีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานศึกษาจริงเป็นส่วนสำคัญของการผลิตครู
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษา จิตวิทยา กฎหมาย รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสังคมวัฒนธรรม สาขาวิชาเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ระบบกฎหมาย การปกครอง การบริหารองค์การ และการสื่อสารในสังคมสมัยใหม่ ความรู้จากกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่น เพราะการแก้ปัญหาชุมชนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งโครงสร้างสังคม ความสัมพันธ์ของผู้คน และบริบททางวัฒนธรรม
คณะวิทยาการจัดการมุ่งผลิตบุคลากรด้านบริหารธุรกิจ การตลาด การบัญชี โลจิสติกส์ ธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ การจัดการศึกษาในกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กับบริบทของพื้นที่คลองหลวงและนวนครซึ่งมีทั้งนิคมอุตสาหกรรม บริษัทเอกชน ร้านค้า และธุรกิจบริการจำนวนมาก การเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการช่วยให้นักศึกษาเข้าใจการทำงานในองค์กรจริงและพัฒนาความสามารถด้านการจัดการ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเป็นผู้ประกอบการ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรที่สามารถใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ โดยมีการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการข้อมูล วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย โภชนาการ นวัตกรรมอาหาร และเทคโนโลยีสุขภาพ การพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้สะท้อนความต้องการบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับข้อมูลดิจิทัล เทคโนโลยีการผลิต และระบบการดูแลสิ่งแวดล้อมในยุคใหม่
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เช่น เทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ และการออกแบบศิลปอุตสาหกรรม การเรียนรู้ในกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติ การใช้เครื่องมือ ระบบควบคุม เครื่องจักร และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสมัยใหม่
คณะเทคโนโลยีการเกษตรเน้นการเรียนรู้ด้านเกษตรศาสตร์ เทคโนโลยีการผลิตพืช สัตวศาสตร์ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ความรู้เหล่านี้สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบการเกษตรตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การจัดการฟาร์ม การวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต ไปจนถึงการแปรรูปอาหาร การมีหลักสูตรที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาเกษตรกรรมยังช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการวิชาการแก่ชุมชนได้อย่างหลากหลาย
คณะสาธารณสุขศาสตร์จัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยครอบคลุมสาธารณสุขศาสตร์ การจัดการสถานพยาบาล อนามัยสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสุขภาพและความงาม และวิทยาศาสตร์การกีฬาและการส่งเสริมสุขภาพ การเรียนรู้ด้านสาธารณสุขมีความสำคัญต่อการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน ซึ่งเป็นภารกิจที่เชื่อมโยงกับบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยตรง
วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการมุ่งจัดการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน การจัดการบริการและการโรงแรม และการพัฒนาธุรกิจผ่านนวัตกรรม โดยมีรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นประสบการณ์จากสถานประกอบการและการทำงานจริง ความรู้ด้านการจัดการบริการและการโรงแรมมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย ขณะที่การจัดการธุรกิจการบินต้องอาศัยทักษะการสื่อสาร การบริหารจัดการ และความเข้าใจในมาตรฐานการดำเนินงานของธุรกิจระหว่างประเทศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สระแก้ว เป็นอีกพื้นที่การศึกษาที่มีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคตะวันออกและพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา การจัดการศึกษาที่สระแก้วเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะด้านการเกษตร การจัดการองค์การ และการเมืองการปกครอง ซึ่งเป็นศาสตร์ที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด การมีพื้นที่จัดการศึกษาแห่งนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังจังหวัดปทุมธานีทุกหลักสูตร
ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรที่เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์อย่างเป็นทางการ ทั้งระดับปริญญาตรีภาคปกติและรูปแบบการเรียนวันเสาร์–อาทิตย์ รวมถึงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาและประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หลักสูตรบางสาขาได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับวิชาชีพและความเปลี่ยนแปลงของสังคม เช่น วิทยาการข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการธุรกิจสมัยใหม่ วิทยาศาสตร์การกีฬา และการจัดการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปิดหลักสูตรจึงสะท้อนความพยายามพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองทั้งตลาดแรงงานและความต้องการของผู้เรียนหลายช่วงวัย
มหาวิทยาลัยยังดำเนินงานวิจัยและบริการวิชาการเพื่อพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวคิดการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ โดยมีหน่วยงานสำคัญ เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนา สำนักส่งเสริมการเรียนรู้และบริการวิชาการ และหน่วยงานประจำคณะสนับสนุนการดำเนินโครงการ กิจกรรมอาจครอบคลุมการพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในชุมชน
การดำเนินงานตามแนวคิดศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของพันธกิจมหาวิทยาลัย โดยเน้นการใช้ความรู้และทรัพยากรอย่างเหมาะสม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการพัฒนาที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน แนวทางนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาระดับท้องถิ่น เพราะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสำเร็จทางเศรษฐกิจควรดำเนินควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้คนและทรัพยากรธรรมชาติ
ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นวนครมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ เนื่องจากโรงงานและสถานประกอบการในพื้นที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการ ระบบผลิต เทคโนโลยีไฟฟ้า อุตสาหการ และการควบคุมคุณภาพ มหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับโจทย์การทำงานจริงผ่านการฝึกประสบการณ์ การฝึกงาน และโครงการความร่วมมือกับสถานประกอบการ ขณะเดียวกันยังสามารถนำความรู้ไปสนับสนุนการพัฒนาทักษะของแรงงานและผู้ประกอบการในชุมชนได้
กิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมมีบทบาทต่อการสืบทอดอัตลักษณ์ของสถาบัน โดยเฉพาะพิธีวางพวงมาลาองค์ประทานกำเนิดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูในวันที่ 4 มิถุนายน นอกจากนี้แต่ละคณะยังมีกิจกรรมพิธีไหว้ครู การแสดงศิลปวัฒนธรรม การพัฒนานักศึกษา และการบริการสังคมตามพันธกิจของหน่วยงาน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา บุคลากร ศิษย์เก่า และชุมชน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย
พิธีไหว้ครูมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยซึ่งมีรากฐานจากการฝึกหัดครูโดยตรง เพราะเป็นโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้ถ่ายทอดความรู้ รวมถึงตระหนักถึงจริยธรรมของวิชาชีพครู แม้ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยจะมีนักศึกษาหลากหลายคณะ แต่คุณค่าของการเคารพครูและการรับผิดชอบต่อการใช้ความรู้ยังคงมีความสำคัญต่อทุกสาขาวิชา โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับประชาชนและการให้บริการแก่สังคม
มหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมเปิดบ้านเพื่อแนะนำหลักสูตรและเปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจเข้ามาศึกษาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ โดยงาน VRU Open House 2026 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้คณะ สาขาวิชา กิจกรรมเวิร์กชอป และแนวทางการศึกษาต่อ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการแนะแนวการศึกษา เพราะผู้เรียนสามารถเปรียบเทียบความสนใจของตนเองกับลักษณะการเรียนและโอกาสประกอบอาชีพของแต่ละสาขาได้โดยตรง
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมีจุดน่าสนใจจากความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์การศึกษาสตรีไทยกับสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของสถาบัน โดยเฉพาะพระอนุสาวรีย์องค์ประทานกำเนิด อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ เรือนเจ้าฟ้า และอาคาร 60 ปี วไลยอลงกรณ์ พื้นที่เหล่านี้สามารถใช้ประกอบการศึกษาประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย ขณะที่ห้องสมุด ศูนย์วิทยาศาสตร์ และพื้นที่เกษตรกรรมช่วยสะท้อนภารกิจการเรียนรู้และการวิจัยของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่จัดการศึกษาและปฏิบัติงานราชการ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกอาคารเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมโดยไม่มีเงื่อนไข การเข้าชมพื้นที่อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงเรียนสาธิต หรือหอประชุมต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและตารางกิจกรรมของหน่วยงาน ผู้สนใจจัดกิจกรรมศึกษาดูงานหรือเยี่ยมชมสถานที่ควรประสานงานกับมหาวิทยาลัยล่วงหน้า โดยเฉพาะหากเป็นการเดินทางของนักเรียนหรือคณะศึกษาดูงานจำนวนมาก
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง รถตู้ และบริการรถรับจ้าง โดยมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินบริเวณกิโลเมตรที่ 48 ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าไปทางรังสิตและนวนคร แล้วเดินทางต่อถึงบริเวณประตูน้ำพระอินทร์ ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้ากรุงเทพมหานครเพื่อเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยได้
มหาวิทยาลัยเผยแพร่คำแนะนำการเดินทางด้วยรถตู้ที่มีจุดเชื่อมต่อสำคัญบริเวณฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และประตูน้ำพระอินทร์ ผู้โดยสารสามารถต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถบริการของมหาวิทยาลัยตามเส้นทางที่เปิดให้บริการได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือรถโดยสารสาย 338 ซึ่งมีจุดบริการที่เกี่ยวข้องกับบริเวณฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และประตูน้ำพระอินทร์ ผู้เดินทางควรตรวจสอบป้ายปลายทางและรอบรถล่าสุดก่อนออกเดินทาง เนื่องจากรูปแบบการให้บริการขนส่งสาธารณะอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงสามารถลงสถานีรังสิตแล้วเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารที่มุ่งหน้าทางนวนครหรือประตูน้ำพระอินทร์ จากนั้นต่อรถรับจ้างหรือรถบริการที่เหมาะสมไปยังมหาวิทยาลัย การเดินทางลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว แต่ควรเผื่อเวลาสำหรับการเปลี่ยนยานพาหนะและการเดินทางช่วงถนนพหลโยธินซึ่งอาจมีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นของวันทำงาน
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มหาวิทยาลัยระบุจุดจอดรถบริเวณอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ อาคาร 75 ปี วไลยอลงกรณ์ อาคารคณะครุศาสตร์ อาคารเรียนรวมวิทยาศาสตร์ และอาคารส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้มาติดต่อควรตรวจสอบชื่ออาคารและตำแหน่งหน่วยงานล่วงหน้า เพราะพื้นที่มหาวิทยาลัยมีอาคารและถนนภายในหลายส่วน การทราบตำแหน่งอาคารปลายทางจะช่วยลดเวลาในการเดินทางและการติดต่อราชการ
บริเวณรอบมหาวิทยาลัยมีสถานที่เรียนรู้และสถานที่พักผ่อนหลายแห่ง ทั้งพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วัดทวีการะอนันต์ และตลาดชุมชนในย่านนวนคร โดยพิพิธภัณฑ์การเกษตรเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนวัดทวีการะอนันต์เป็นศาสนสถานที่มีบทบาทต่อชุมชนและวัฒนธรรมในอำเภอคลองหลวง พื้นที่ตลาดในย่านนวนครช่วยสะท้อนวิถีชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่นซึ่งเกี่ยวข้องกับชุมชนที่อยู่อาศัยและแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์การศึกษาไทย จากการเริ่มต้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสำหรับสตรีใน พ.ศ. 2475 การพัฒนาเป็นวิทยาลัยครู การย้ายมายังจังหวัดปทุมธานี การได้รับพระบรมราชูปถัมภ์ การเปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันราชภัฏ และการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2547 ล้วนสะท้อนความพยายามในการขยายโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาบุคลากรเพื่อสังคม ปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังคงสืบทอดเจตนารมณ์การสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ผ่านการผลิตบัณฑิต การพัฒนาครู งานวิจัย การบริการวิชาการ และการสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น ภายใต้พระนามวไลยอลงกรณ์ซึ่งเป็นศูนย์รวมความผูกพันและความภาคภูมิใจของประชาคมมหาวิทยาลัย
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage (VRU) |
| ประเภท | มหาวิทยาลัยของรัฐ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ |
| ที่อยู่ | 1 หมู่ 20 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 13180 |
| ที่ตั้งตามถนนสายหลัก | ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 48 ใกล้พื้นที่ประตูน้ำพระอินทร์และนวนคร |
| วันก่อตั้งสถาบันต้นกำเนิด | 4 มิถุนายน พ.ศ. 2475 |
| ชื่อเดิมเมื่อก่อตั้ง | โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ |
| องค์ประทานกำเนิด | สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร |
| อาจารย์ใหญ่คนแรก | อาจารย์นิลรัตน์ บรรณสิทธิ์วรสาสน์ |
| ปีเปลี่ยนเป็นวิทยาลัยครู | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2513 |
| ปีย้ายมายังจังหวัดปทุมธานี | พ.ศ. 2515 |
| วันได้รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ | 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 |
| วันเปิดพระอนุสาวรีย์ | 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 |
| ปีเปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏ | พ.ศ. 2535 |
| ปีใช้ชื่อสถาบันราชภัฏวไลยอลงกรณ์ | พ.ศ. 2545 |
| วันยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 |
| อายุสถาบัน | 94 ปี ณ พ.ศ. 2569 นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู |
| อายุในสถานะมหาวิทยาลัย | 22 ปี ณ พ.ศ. 2569 |
| อธิการบดี พ.ศ. 2569 | รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีเขียว |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นราชพฤกษ์ (Cassia fistula) |
| ปรัชญา | วิชาการเด่น เน้นคุณธรรม นำท้องถิ่นพัฒนา ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี |
| เอกลักษณ์สำคัญ | มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น บัณฑิตจิตอาสา และการบูรณาการศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน |
| จำนวนคณะและวิทยาลัย | 7 คณะ 1 วิทยาลัย |
| คณะและวิทยาลัย | คณะครุศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, คณะวิทยาการจัดการ, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะเทคโนโลยีการเกษตร, คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, คณะสาธารณสุขศาสตร์ และวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ |
| พื้นที่จัดการศึกษานอกจังหวัดปทุมธานี | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สระแก้ว เลขที่ 1177 หมู่ 2 ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 โทร. 037-447-043 |
| สถานที่สำคัญภายใน | พระอนุสาวรีย์องค์ประทานกำเนิด, อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์, อาคาร 60 ปี วไลยอลงกรณ์, อาคาร 75 ปี วไลยอลงกรณ์, เรือนเจ้าฟ้า, หอประชุม 80 ปี วไลยอลงกรณ์, หอประชุมวไลยอลงกรณ์, สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ |
| ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ | พิธีวางพวงมาลาวันเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ 15 กุมภาพันธ์, กิจกรรมรำลึกวันก่อตั้ง 4 มิถุนายน, พิธีไหว้ครู, กิจกรรมพัฒนานักศึกษา และงานเปิดบ้านมหาวิทยาลัย |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิต หอประชุม หอพักนักศึกษา ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ศูนย์อาหาร สนามกีฬา ยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ และพื้นที่จอดรถ |
| วันและเวลาติดต่อสำนักงาน | วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ |
| การเดินทาง | ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 48 ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถตู้เชื่อมต่อจากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตหรือประตูน้ำพระอินทร์ หรือรถโดยสารสาย 338 ตามเส้นทางที่เปิดบริการ |
| สถานที่น่าสนใจภายในและใกล้เคียง | 1. พระอนุสาวรีย์สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ภายในมหาวิทยาลัย 2. เรือนเจ้าฟ้า ภายในมหาวิทยาลัย 3. พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คลองหนึ่ง โทร. 02-529-2212 4. วัดทวีการะอนันต์ คลองหนึ่ง โทร. 081-278-6955 5. ตลาดโรงเกลือมาร์เก็ตนวนคร บริเวณประตูน้ำพระอินทร์ |
| ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง | 1. Princess Valaya Cafe ภายในมหาวิทยาลัย โทร. 087-044-9032 2. Too Cafe ภายในมหาวิทยาลัย โทร. 086-790-0577 3. Café Amazon สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ โทร. 065-393-9749 4. ลาบนัว สาขานวนคร บริเวณตลาดโรงเกลือ โทร. 098-258-2218 5. The Cosy Tea Room ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน โทร. 089-938-3356 |
| ที่พักภายในและบริเวณโดยรอบ | 1. โรงแรมมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ภายในมหาวิทยาลัย โทร. 02-909-1100 2. SIRI SPACE ประตูน้ำพระอินทร์ โทร. 081-719-2991 3. Royal Inn ถนนพหลโยธิน คลองหนึ่ง โทร. 02-516-9400 4. iRESIDENCE HOTEL PATHUMTHANI คลองหนึ่ง โทร. 090-052-6666 5. นุชบัว แมนชั่น ย่านนวนคร โทร. 080-205-5580 |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 02-529-0674 ถึง 77 |
| โทรศัพท์สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน | 02-909-1432 ต่อ 322 หรือ 323 |
| อีเมลติดต่อมหาวิทยาลัย | saraban@vru.ac.th |
| เว็บไซต์มหาวิทยาลัย | https://www.vru.ac.th |
| เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษา | https://ent.vru.ac.th |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการจัดการศึกษา วิจัย และบริการสังคมในปีการศึกษา 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2569
| คณะครุศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา 7. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) 8. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ 9. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา ระดับปริญญาโท 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการบริหารการศึกษา 2. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ระดับปริญญาเอก 1. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต หรือปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการบริหารการศึกษา ตามฉบับหลักสูตร 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา 2. นิติศาสตรบัณฑิต 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 5. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 6. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ 8. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา ระดับปริญญาโท 1. ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์และการออกแบบ 2. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการปกครอง 3. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ระดับปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์และการออกแบบ |
| คณะวิทยาการจัดการ | ระดับปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไป 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ 3. การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน 4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ (กลุ่มวิชาการตลาดและการบริหารทรัพยากรมนุษย์) 5. บัญชีบัณฑิต 6. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล 7. การจัดการธุรกิจสมัยใหม่ (หลักสูตรต่อเนื่อง) ระดับปริญญาโท 1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ ระดับปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (กลุ่มวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและกลุ่มวิชาแอนิเมชันและดิจิทัลมีเดีย) 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมชีวผลิตภัณฑ์ 8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูล 9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมดิจิทัล 10. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประกอบอาหารและการบริการ ระดับปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน |
| คณะเทคโนโลยีการเกษตร | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ (กลุ่มวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและกลุ่มวิชาสัตวศาสตร์) 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ระดับปริญญาโท 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการเกษตร |
| คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม | ระดับปริญญาตรี 1. อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม (ต่อเนื่อง) 2. อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและคอมพิวเตอร์ (ต่อเนื่อง) 3. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า (กลุ่มวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ และกลุ่มวิชาวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า) 4. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาออกแบบศิลปอุตสาหกรรม ระดับปริญญาโท 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยี |
| คณะสาธารณสุขศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ 2. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสถานพยาบาล 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสุขภาพและความงาม 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการส่งเสริมสุขภาพ ระดับปริญญาโท 1. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการระบบสุขภาพ 2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ระดับปริญญาเอก 1. สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการระบบสุขภาพ 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา |
| วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ | ระดับปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ) 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบริการและการโรงแรม 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการค้า ระดับปริญญาโท 1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการและการออกแบบนวัตกรรมธุรกิจ ระดับปริญญาเอก 1. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการและการออกแบบนวัตกรรมธุรกิจ 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม |
| มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สระแก้ว | ระดับปริญญาตรี ตามข้อมูลรับสมัคร พ.ศ. 2569 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ (กลุ่มวิชาพืชศาสตร์และกลุ่มวิชาสัตวศาสตร์) 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไป 3. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการจัดการปกครอง |
| บัณฑิตวิทยาลัยและหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต | ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 1. สาขาวิชาชีพครู |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ตั้งอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: มหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 20 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 13180 บริเวณถนนพหลโยธินกิโลเมตรที่ 48 และมีหน่วยงานจัดการศึกษาที่จังหวัดสระแก้วด้วย
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: สถาบันมีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2475 จากโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์?
ตอบ: องค์ประทานกำเนิดสถาบันคือสมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ผู้ทรงประทานอาคารและที่ดินสำหรับจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู ส่วนอาจารย์ใหญ่คนแรกคืออาจารย์นิลรัตน์ บรรณสิทธิ์วรสาสน์
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์มีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมี 7 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะสาธารณสุขศาสตร์ รวมทั้งวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์เปิดทำการวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: สำหรับการติดต่อสำนักงานโดยทั่วไปเปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนห้องสมุด โรงเรียนสาธิต สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และกิจกรรมในวันหยุดอาจมีเวลาบริการแตกต่างกัน
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์มีความสำคัญด้านใด?
ตอบ: มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์การศึกษาสตรีไทย การผลิตและพัฒนาครู การพัฒนาท้องถิ่น และการจัดการศึกษาวิชาชีพที่ครอบคลุมด้านบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเกษตร อุตสาหกรรม และสาธารณสุข
ถาม: ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์มีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีพระอนุสาวรีย์สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ อาคาร 60 ปี วไลยอลงกรณ์ เรือนเจ้าฟ้า หอประชุม 80 ปี วไลยอลงกรณ์ หอสมุด ศูนย์วิทยาศาสตร์ และศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์จากกรุงเทพมหานครอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้ารังสิตและประตูน้ำพระอินทร์ไปยังบริเวณกิโลเมตรที่ 48 หรือใช้รถตู้และรถโดยสารที่เชื่อมต่อจากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตและประตูน้ำพระอินทร์ โดยสามารถต่อรถรับจ้างหรือรถบริการมหาวิทยาลัยตามเส้นทางที่มีให้บริการ
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




