หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม >อ.พุทธมณฑล >ต.ศาลายา > มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา
TL;DR: มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา อยู่ที่เลขที่ 248 หมู่ 1 ถนนศาลายา–นครชัยศรี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ (สำหรับสำนักงานมหาวิทยาลัยส่วนกลาง ตามข้อมูลรายการสถานที่) เวลา 08.00 – 17.00 น.

นครปฐม

มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา

มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – ศุกร์ (สำหรับสำนักงานมหาวิทยาลัยส่วนกลาง ตามข้อมูลรายการสถานที่)
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา (Mahamakut Buddhist University, Salaya) ตั้งอยู่เลขที่ 248 หมู่ 1 ถนนศาลายา–นครชัยศรี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยส่วนกลาง ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 และดำเนินการพัฒนาพื้นที่ศาลายาเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการบริหารแห่งใหม่ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยประกอบด้วยคณะศาสนาและปรัชญา คณะมนุษยศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยวชิรญาณวโรรส พร้อมหน่วยงานวิจัยและบริการวิชาการที่มีบทบาทในการพัฒนาการศึกษาพระพุทธศาสนา คุณธรรม และสังคมไทย
 
ความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา อยู่ที่การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งมีพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานทางความคิด ไม่เพียงมุ่งสร้างความรู้เกี่ยวกับพระธรรมวินัย ปรัชญา และประวัติศาสตร์ศาสนา แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ศึกษาวิชาการสมัยใหม่ เช่น ภาษา การศึกษา รัฐศาสตร์ การพัฒนาสังคม และการบริหาร โดยเชื่อมโยงความรู้เหล่านั้นกับหลักจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม นักศึกษาของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ตามคุณสมบัติของแต่ละหลักสูตร ทำให้สถาบันมีบรรยากาศการเรียนรู้ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโลกทางศาสนากับโลกทางวิชาการอย่างใกล้ชิด
 
พื้นที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในย่านศาลายาซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน บริเวณโดยรอบมีสถาบันการศึกษา ชุมชนที่อยู่อาศัย วัด ตลาด ร้านอาหาร และพื้นที่กิจกรรมทางวัฒนธรรม การเลือกศาลายาเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยส่วนกลางช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายอาคารเรียน พื้นที่ปฏิบัติธรรม หอสมุด ที่พักนักศึกษา และหน่วยงานสนับสนุนการศึกษา อีกทั้งยังทำให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดกิจกรรมและประสานความร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ปริมณฑลได้อย่างต่อเนื่อง
 
รากฐานทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาขึ้นภายในวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยพระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงมีพระนามาภิไธยเกี่ยวข้องกับคำว่า “มหามกุฏ” อันหมายถึงมหามงกุฎ
 
การก่อตั้งวิทยาลัยในยุคนั้นมีความสำคัญต่อคณะสงฆ์ไทย เพราะเป็นช่วงเวลาที่การศึกษาของพระภิกษุสามเณรกำลังเข้าสู่กระบวนการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบมากขึ้น ความจำเป็นในการศึกษาพระปริยัติธรรม การเข้าใจภาษาบาลี การศึกษาคัมภีร์ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทำให้ต้องมีสถานศึกษาที่สามารถผลิตบุคลากรผู้มีความรู้ลึกซึ้งทางพระธรรมวินัย พร้อมความสามารถในการถ่ายทอดหลักธรรมแก่ประชาชน
 
วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ และทรงรับสถาบันไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนการดำเนินงาน นับเป็นหลักฐานสำคัญของการส่งเสริมการศึกษาทางพระพุทธศาสนาในช่วงที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาระบบการศึกษาสมัยใหม่
 
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นบุคคลสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาของมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยทรงวางวัตถุประสงค์ให้สถาบันเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร เป็นสถานศึกษาวิทยาการทั้งของไทยและต่างประเทศ และเป็นแหล่งส่งเสริมการค้นคว้ากับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา แนวคิดนี้มีความสำคัญเพราะทำให้การศึกษาของคณะสงฆ์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการท่องจำคัมภีร์ แต่เปิดรับความรู้และวิธีการศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อให้พระพุทธศาสนาสามารถสื่อสารกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้
 
ในระยะต่อมา มหามกุฏราชวิทยาลัยได้พัฒนาทั้งโครงสร้างการบริหาร หลักสูตร และระบบการเรียนการสอน โดยในปี พ.ศ. 2488 มีการดำเนินงานในชื่อสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การนำของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และในปี พ.ศ. 2489 ได้เปิดการศึกษาระดับปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการอุดมศึกษาของคณะสงฆ์ไทย
 
การเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีทำให้มหามกุฏราชวิทยาลัยมีบทบาททั้งด้านการผลิตพระบัณฑิต การพัฒนาความรู้ทางพระพุทธศาสนา และการเตรียมบุคลากรสำหรับงานเผยแผ่พระธรรม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้พระภิกษุสามเณรมีโอกาสศึกษาวิชาอย่างเป็นระบบและนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการสอนศีลธรรม การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ และการทำประโยชน์แก่ชุมชน
 
ในช่วงทศวรรษ 2500 มหามกุฏราชวิทยาลัยได้ปรับปรุงโครงสร้างการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแบ่งระดับการศึกษาและเพิ่มสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับปรัชญา จิตวิทยา สังคมศาสตร์ ภาษา และการศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ได้ปรับหลักสูตรศาสนศาสตรบัณฑิตเข้าสู่ระบบหน่วยกิต และในปี พ.ศ. 2513 สามารถจัดการศึกษาได้ครบ 4 คณะ ได้แก่ คณะศาสนาและปรัชญา คณะสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ซึ่งในระยะแรกใช้ชื่อคณะศิลปศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์
 
การขยายสาขาวิชาสะท้อนความพยายามของสถาบันที่จะทำให้การศึกษาทางพระพุทธศาสนาสัมพันธ์กับความต้องการของสังคมสมัยใหม่ วิชาปรัชญาช่วยส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผลและการทำความเข้าใจคำถามเกี่ยวกับชีวิตและคุณค่า วิชาสังคมศาสตร์ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างของชุมชนและสังคม ส่วนการศึกษาภาษาและการสอนทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ และทำงานในสถานศึกษาได้หลากหลายรูปแบบ
 
วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2530 มหามกุฏราชวิทยาลัยได้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อเปิดการศึกษาระดับปริญญาโท โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2531 การพัฒนาบัณฑิตศึกษาเป็นหลักฐานของการยกระดับงานวิชาการจากการผลิตบัณฑิตไปสู่การวิจัย การสร้างองค์ความรู้ใหม่ และการพัฒนานักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา
 
การขยายโอกาสทางการศึกษายังนำไปสู่การจัดตั้งวิทยาเขตและวิทยาลัยในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย มหาวิทยาลัยสามารถเปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์เข้าศึกษาในพื้นที่ใกล้ชุมชนของตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกันการกระจายหน่วยงานวิชาการช่วยเพิ่มบทบาทของมหาวิทยาลัยด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การฝึกอบรมคุณธรรม และการทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ในระดับภูมิภาค
 
ปี พ.ศ. 2540 ถือเป็นหมุดหมายทางกฎหมายที่สำคัญ เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 ทำให้สถาบันมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้มหาวิทยาลัยมีกรอบการบริหารตามกฎหมายที่ชัดเจนขึ้น สามารถพัฒนาระบบการจัดการศึกษา การวิจัย บุคลากร การเงิน และการบริการวิชาการภายใต้พันธกิจของมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา
 
การเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายยังมีความสัมพันธ์กับการเปิดรับคฤหัสถ์เข้าศึกษาในระบบมหาวิทยาลัย โดยเริ่มเปิดรับตั้งแต่ปีการศึกษา 2542 เป็นต้นมา ส่งผลให้มหามกุฏราชวิทยาลัยค่อย ๆ พัฒนาเป็นสถาบันที่มีผู้เรียนหลากหลายกลุ่ม ภายใต้เอกลักษณ์ร่วมกันคือการศึกษาวิชาการควบคู่กับคุณธรรมและหลักพระพุทธศาสนา
 
เมื่อภารกิจทางวิชาการและการบริหารขยายตัวมากขึ้น พื้นที่เดิมภายในวัดบวรนิเวศวิหารมีข้อจำกัดในการรองรับอาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยจึงดำเนินแนวคิดย้ายและพัฒนาสถานที่ตั้งแห่งใหม่ในตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา รวมถึงการดำเนินงานของสำนักงานส่วนกลางและหน่วยงานสนับสนุนอื่น
 
บริเวณที่ตั้งใหม่อยู่ใกล้ชุมชนบ้านวัดสุวรรณและถนนศาลายา–นครชัยศรี การพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยต้องอาศัยการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน อาคารเรียน อาคารสำนักงาน ที่พักสำหรับผู้เรียนและบุคลากร ตลอดจนพื้นที่ปฏิบัติธรรมและประกอบศาสนกิจ การเปลี่ยนผ่านจากสถานศึกษาภายในวัดใจกลางกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ศาลายาจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพที่สำคัญของมหาวิทยาลัย โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับวัดบวรนิเวศวิหารไว้
 
การพัฒนาพื้นที่ศาลายามีลักษณะเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนา อาคารเรียนและสำนักงานได้รับการจัดวางภายในพื้นที่ที่มีอาคารธรรมสถาน พระพุทธรูป ศาลาสำหรับประกอบศาสนกิจ และบริเวณเปิดโล่ง สภาพแวดล้อมดังกล่าวมีส่วนสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สงบและเหมาะกับการศึกษาคัมภีร์ การปฏิบัติกรรมฐาน และการค้นคว้าเชิงวิชาการ
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานสนับสนุนหลายส่วน เช่น กองบริหารกลาง กองคลัง กองกิจการนักศึกษา กองนโยบายและแผน กองเทคโนโลยีสารสนเทศ กองบริหารทรัพยากรบุคคล และหน่วยงานด้านประกันคุณภาพ การมีหน่วยงานเหล่านี้อยู่ในพื้นที่เดียวกันช่วยสนับสนุนการประสานงานระหว่างคณะ วิทยาเขต และวิทยาลัยต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
 
ด้านการบริหารมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2569 พระพรหมวชิรเมธาภรณ์, รองศาสตราจารย์ ดร. (สมคิด จินฺตามโย) ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีบทบาทในการกำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย การบริหารจัดการ และการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมสำหรับผู้บริหารและบุคลากรใหม่ ณ อาคารธรรมสถาน ศาลายา สะท้อนให้เห็นบทบาทของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางการบริหารปัจจุบัน
 
ปรัชญาสำคัญของมหาวิทยาลัยคือ “ความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา” (Academic Excellence Based on Buddhism) เป็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และความสามารถควบคู่กับการฝึกฝนความประพฤติ การเรียนรู้ในสถาบันจึงเชื่อมโยงระหว่างความรู้ทางโลกกับหลักธรรมที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน
 
สุภาษิตประจำมหาวิทยาลัยคือ “วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์” ข้อความดังกล่าวสะท้อนอุดมการณ์การศึกษาที่ไม่แยกความสามารถทางปัญญาออกจากคุณธรรม เพราะผู้เรียนที่มีความรู้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมได้ หากขาดความรับผิดชอบและความประพฤติที่เหมาะสม
 
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์และศาสนา ได้แก่ พระมหามงกุฎและอุณาโลมซึ่งเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเกี้ยวที่สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หนังสือ คัมภีร์ เครื่องเขียน ดอกไม้ ธงชาติไทย พานรอง และวงรัศมี องค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกันสะท้อนการให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา การศึกษา การเผยแผ่หลักธรรม และสถาบันหลักของประเทศ
 
อาคารธรรมสถานเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยที่ศาลายา ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา งานสถาปนามหาวิทยาลัย และกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อคณะสงฆ์และประชาคมมหาวิทยาลัย ภายในประดิษฐานพระนิรันตราย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมกิจกรรมในอาคารนี้จึงมีความหมายทั้งด้านศาสนาและการสืบทอดประเพณีของสถาบัน
 
พระนิรันตรายเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเกี่ยวข้องกับแบบพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบไว้ ความหมายของพระนามสื่อถึงความปลอดพ้นจากอันตราย การประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าวภายในมหาวิทยาลัยทำให้พื้นที่ธรรมสถานเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญ
 
อาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ เป็นอาคารอีกแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ภายในใช้เป็นพื้นที่ประชุมและดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ โดยในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดการสอบปลายภาคสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ณ ห้องประชุมของอาคารนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรักษามาตรฐานการวัดและประเมินผลการศึกษาให้สอดคล้องกันระหว่างมหาวิทยาลัยส่วนกลางกับวิทยาเขตทั่วประเทศ
 
อาคารสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นที่ตั้งของหน่วยงานบัณฑิตศึกษา ขณะที่อาคารพระพรหมมุนีเป็นอาคารที่เกี่ยวข้องกับคณะศาสนาและปรัชญา การตั้งชื่ออาคารตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์และมหาวิทยาลัยช่วยสะท้อนความกตัญญูและการรำลึกถึงผู้มีบทบาทในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา
 
หอสมุดกลางมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยมีบทบาทในการรวบรวมและให้บริการทรัพยากรสารสนเทศด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ภาษา การศึกษา และสังคมศาสตร์ ผู้ใช้บริการสามารถศึกษาค้นคว้าหนังสือ ตำรา งานวิจัย และทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยจัดให้บริการ หอสมุดจึงเป็นส่วนสำคัญของการสนับสนุนการเรียนการสอนและการผลิตผลงานวิชาการของคณาจารย์และนักศึกษา
 
คณะศาสนาและปรัชญาเป็นหน่วยงานที่สะท้อนรากฐานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน การจัดการศึกษาครอบคลุมพระพุทธศาสนา ปรัชญา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอดจนการนำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาชีวิตและสังคม การเรียนรู้ด้านนี้ช่วยให้ผู้ศึกษาสามารถวิเคราะห์คำสอนทางศาสนา เปรียบเทียบแนวคิดทางปรัชญา และทำความเข้าใจปัญหาทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมร่วมสมัย
 
คณะมนุษยศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลีและสันสกฤต โดยภาษาบาลีและสันสกฤตมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาคัมภีร์และประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา ส่วนการศึกษาภาษาไทยและภาษาอังกฤษช่วยสร้างทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์วรรณกรรม และการเผยแพร่ความรู้สู่กลุ่มผู้อ่านที่หลากหลาย
 
คณะศึกษาศาสตร์มีบทบาทในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการสอน รวมถึงการศึกษาเรื่องกระบวนการเรียนรู้ การบริหารสถานศึกษา และการวิจัยทางการศึกษา การมีหลักสูตรฝึกอบรมครูและหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่ประกอบอาชีพทางการศึกษา โดยยังคงให้ความสำคัญกับจริยธรรมของครูและการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน
 
คณะสังคมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนศึกษาเรื่องการเมือง การปกครอง สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ความรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจปัญหาชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน การสร้างความเป็นธรรม และแนวทางการพัฒนาสังคมโดยคำนึงถึงคุณค่าของมนุษย์ การศึกษาสังคมศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัยที่มีรากฐานทางพระพุทธศาสนาจึงเปิดโอกาสให้พิจารณาปัญหาสาธารณะทั้งในเชิงวิชาการและเชิงจริยธรรม
 
บัณฑิตวิทยาลัยวชิรญาณวโรรสมีบทบาทในการจัดการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา และสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยสนับสนุนการผลิตงานวิจัย การทำวิทยานิพนธ์ และการพัฒนานักวิชาการที่สามารถศึกษาคำถามทางศาสนาและสังคมด้วยกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษายังช่วยสร้างผู้เชี่ยวชาญที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการสอน การวิจัย และการบริหารองค์กร
 
สถาบันวิจัยญาณสังวรเป็นหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยมีความสัมพันธ์กับงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา สังคมศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยเหล่านี้อาจนำไปสู่การพัฒนาตำรา บทความทางวิชาการ และข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย ขณะที่ศูนย์บริการวิชาการและหน่วยงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนามีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชนและสถานศึกษา
 
สถาบันกรรมฐานศึกษาเป็นอีกหน่วยงานที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา การศึกษากรรมฐานช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้ทางตำรากับประสบการณ์การฝึกจิต การเจริญสติ และการพิจารณาหลักธรรมในการดำเนินชีวิต การฝึกปฏิบัติในบริบททางการศึกษาจึงมีความหมายมากกว่าการเรียนรู้คำอธิบายเชิงทฤษฎี แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างวินัย ความรับผิดชอบ และความเข้าใจตนเอง
 
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมคณะสงฆ์ โดยเฉพาะวันสถาปนามหาวิทยาลัย วันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นโอกาสรำลึกถึงการก่อตั้งสถาบันและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสนับสนุนการศึกษา ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีบำเพ็ญพระกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปี ณ อาคารธรรมสถาน ศาลายา โดยสมเด็จพระสังฆราชทรงพระบัญชาโปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธี
 
วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมวันอุดมศึกษา ณ หอประชุมอาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน กิจกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นการให้ความสำคัญกับสถาบันอุดมศึกษาในฐานะแหล่งพัฒนากำลังคนทางพระพุทธศาสนาและสังคม ตลอดจนเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา
 
กิจกรรมทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยยังประกอบด้วยการปฐมนิเทศ การอบรมคุณธรรม การจัดการสอบ การนำเสนอผลงานวิจัย การจัดสัมมนาวิชาการ และการบริการสังคม ทั้งนี้พิธีและกิจกรรมของแต่ละคณะหรือหน่วยงานมีรูปแบบและกำหนดเวลาต่างกันตามปฏิทินการศึกษา ผู้สนใจเข้าร่วมจึงควรติดตามประกาศจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่จัดกิจกรรมโดยตรง
 
ในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่สังคม มหาวิทยาลัยมีบทบาทผ่านการผลิตพระธรรมทูต การสนับสนุนงานสอนศีลธรรม การจัดอบรมและสัมมนา และการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ทางศาสนา งานเหล่านี้มีความสำคัญในสังคมปัจจุบันที่ผู้คนรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น การสื่อสารหลักธรรมด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับชีวิตประจำวันจึงช่วยให้การศึกษาพระพุทธศาสนามีความสัมพันธ์กับคนหลายช่วงวัย
 
มหาวิทยาลัยยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกในด้านการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านกรรมฐานกับศาสตร์สมัยใหม่ การทำงานร่วมกันระหว่างนักวิชาการทางพระพุทธศาสนากับผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและนำเสนอองค์ความรู้ที่เข้าถึงผู้คนในบริบทใหม่
 
สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยรายชื่อหลักสูตรในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยมีการระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบ ระดับการศึกษา ปีที่ปรับปรุงหลักสูตร และสถานที่จัดการศึกษาอย่างชัดเจน การตรวจสอบข้อมูลเป็นรายหลักสูตรจึงมีความสำคัญ เพราะมหาวิทยาลัยมีวิทยาเขตและวิทยาลัยในจังหวัดอื่นที่อาจใช้ชื่อหลักสูตรเหมือนกัน แต่มีรหัสหลักสูตรและสถานที่จัดการศึกษาแตกต่างกัน
 
สำหรับปีการศึกษา 2569 ฐานข้อมูลหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแสดงรายการที่จัดอยู่ในกลุ่มส่วนกลางศาลายาจำนวน 25 รายการ แบ่งตามคณะมนุษยศาสตร์ คณะศาสนาและปรัชญา คณะศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยวชิรญาณวโรรส รายการดังกล่าวประกอบด้วยหลักสูตรระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาหลายสาขา อย่างไรก็ตาม การที่หลักสูตรปรากฏในฐานข้อมูลไม่ได้หมายความว่าทุกหลักสูตรเปิดรับนักศึกษาใหม่ในทุกรอบการสมัคร ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและรอบที่สนใจด้วย
 
ในบริบทของการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าจากประวัติศาสตร์การศึกษาคณะสงฆ์และสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องการก่อตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 การเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาสมัยใหม่ และการขยายพื้นที่การศึกษาสู่จังหวัดนครปฐม สถานที่อย่างอาคารธรรมสถานและอาคารที่ตั้งชื่อตามพระเถระสำคัญช่วยเชื่อมโยงความรู้ทางประวัติศาสตร์กับสิ่งที่ปรากฏอยู่จริงภายในมหาวิทยาลัย
 
ผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาดูงานหรือชมสถานที่สำคัญควรติดต่อมหาวิทยาลัยล่วงหน้า เพราะอาคารเรียน อาคารสำนักงาน ห้องประชุม หอสมุด และพื้นที่ประกอบศาสนกิจแต่ละแห่งมีวัตถุประสงค์การใช้งานแตกต่างกัน บางพื้นที่ใช้สำหรับนักศึกษาและบุคลากรโดยเฉพาะ ขณะที่บางแห่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดการที่มหาวิทยาลัยประกาศ
 
การแต่งกายเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยควรมีความสุภาพเหมาะสมกับการเป็นสถานศึกษาทางพระพุทธศาสนา และควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือถ่ายภาพรบกวนการเรียนการสอนและการปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนควรให้ความเคารพต่อพระภิกษุสามเณร และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้พื้นที่และการถ่ายภาพภายในอาคาร
 
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวผ่านถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าสู่พื้นที่ศาลายา แล้วเชื่อมต่อถนนศาลายา–นครชัยศรีเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกสามารถใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อถนนพุทธมณฑลสาย 4 หรือถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตามจุดเริ่มต้นและสภาพการจราจร โดยควรใช้ชื่อมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา หรือที่อยู่เลขที่ 248 หมู่ 1 เป็นจุดหมายปลายทางในระบบนำทาง
 
ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะสามารถใช้บริการที่เชื่อมต่อกับย่านศาลายา แล้วต่อรถรับจ้างไปยังมหาวิทยาลัย เนื่องจากอาคารมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนถนนศาลายา–นครชัยศรี ไม่ใช่ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่ใช้รถไฟสามารถลงที่สถานีศาลายาหรือสถานีที่เหมาะสมกับเส้นทาง แล้วต่อรถรับจ้างไปยังมหาวิทยาลัยได้ โดยควรตรวจสอบสถานที่ปลายทางให้ตรงกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งตั้งอยู่คนละบริเวณ
 
สำหรับการเดินทางไปสมัครเรียน ติดต่อสำนักงาน หรือเข้าร่วมพิธีการสำคัญ ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาในการผ่านถนนศาลายา–นครชัยศรีและตรวจสอบสถานที่ของหน่วยงานปลายทางก่อนเดินทาง เพราะสำนักงานทะเบียน บัณฑิตวิทยาลัย คณะต่าง ๆ และหอประชุมตั้งอยู่ในอาคารที่แตกต่างกัน การติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ส่วนกลางล่วงหน้าจะช่วยให้ทราบอาคารและช่องทางติดต่อที่เหมาะสม
 
บริเวณรอบมหาวิทยาลัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวด้านศาสนาและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง เช่น พุทธมณฑล หอภาพยนตร์ ศาลายา วัดสุวรรณาราม อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ และตลาดน้ำดอนหวาย ซึ่งเชื่อมโยงความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน ศิลปะภาพยนตร์ พืชสมุนไพร และวิถีชีวิตริมแม่น้ำท่าจีนได้อย่างน่าสนใจ ผู้สนใจวางแผนเดินทางหลายแห่งในวันเดียวควรตรวจสอบเส้นทางและเวลาของแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง
 
เมื่อพิจารณาตลอดระยะเวลาการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญต่อระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นภายในวัดบวรนิเวศวิหารเมื่อปี พ.ศ. 2436 สู่การจัดการศึกษาระดับปริญญา การพัฒนาบัณฑิตวิทยาลัย การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และการขยายพื้นที่มาสู่ศาลายา สถาบันยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากรผู้มีความรู้คู่ความประพฤติ การศึกษาพระธรรม การวิจัย การบริการวิชาการ และการนำหลักคุณธรรมมาใช้พัฒนาสังคม ซึ่งเป็นคุณค่าที่สืบทอดมาจากเจตนารมณ์การก่อตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา
ชื่อภาษาอังกฤษMahamakut Buddhist University, Salaya
ชื่อย่อมมร. / MBU
ประเภทสถาบันมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐด้านพระพุทธศาสนา
ที่ตั้งเลขที่ 248 หมู่ 1 ถนนศาลายา–นครชัยศรี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
วันก่อตั้งสถาบันเดิม1 ตุลาคม พ.ศ. 2436
วันเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ26 ตุลาคม พ.ศ. 2439
ปีเริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาพ.ศ. 2489
ปีจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยพ.ศ. 2530
ปีได้รับสถานะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐพ.ศ. 2540
อายุสถาบันในปี 2569133 ปี นับจากปี พ.ศ. 2436
ผู้มีบทบาทสำคัญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
อธิการบดีปี 2569พระพรหมวชิรเมธาภรณ์, รองศาสตราจารย์ ดร. (สมคิด จินฺตามโย)
ปรัชญาความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา
สุภาษิตประจำมหาวิทยาลัยวิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส – ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์
ตราสัญลักษณ์พระมหามงกุฎ อุณาโลม พระเกี้ยว หนังสือคัมภีร์ เครื่องเขียน ดอกไม้ ธงชาติไทย พานรอง และวงรัศมี
คณะและบัณฑิตวิทยาลัยส่วนกลางคณะศาสนาและปรัชญา, คณะมนุษยศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์, คณะสังคมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยวชิรญาณวโรรส
หน่วยงานสนับสนุนสำนักงานอธิการบดี, สถาบันวิจัยญาณสังวร, ศูนย์บริการวิชาการ, สถาบันกรรมฐานศึกษา และฝ่ายห้องสมุด
จุดเด่นทางวิชาการพระพุทธศาสนา, ปรัชญา, ภาษาบาลีและสันสกฤต, มนุษยศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, รัฐศาสตร์, สังคมสงเคราะห์, การพัฒนาสังคม และการศึกษากรรมฐาน
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยอาคารธรรมสถานและพระนิรันตราย, อาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ, อาคารสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, อาคารพระพรหมมุนี และหอสมุดกลาง
ประเพณีและกิจกรรมสำคัญพิธีบำเพ็ญพระกุศลวันสถาปนามหาวิทยาลัย วันที่ 1 ตุลาคม, วันอุดมศึกษา, การอบรมกรรมฐาน, งานสัมมนาพระพุทธศาสนา และการบริการวิชาการแก่ชุมชน
วันเปิดทำการสำนักงานตามข้อมูลสถานที่วันจันทร์ – ศุกร์
เวลาเปิดทำการสำนักงานตามข้อมูลสถานที่08.00 – 17.00 น.
การเข้าชมและศึกษาดูงานติดต่อหน่วยงานล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมอาคารธรรมสถาน ห้องประชุม อาคารเรียน และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
การเดินทางใช้ถนนบรมราชชนนีเชื่อมถนนศาลายา–นครชัยศรี หรือเดินทางผ่านถนนพุทธมณฑลสาย 4 และสาย 5 ตามจุดเริ่มต้น สามารถต่อรถรับจ้างจากย่านศาลายาหรือสถานีรถไฟศาลายา
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล
2. หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ถนนพุทธมณฑลสาย 5
3. วัดสุวรรณาราม ศาลายา
4. อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
5. ตลาดน้ำดอนหวาย อำเภอสามพราน
ร้านอาหารและคาเฟ่ในพื้นที่ศาลายา1. ฮั่วเซ่งฮง สาขาศาลายา โทร. 02-441-0696
2. โสเหล่ อีสานฟิวชั่น โทร. 094-471-5916
3. Minna no Sushi โทร. 034-100-608
4. CMD_Salaya โทร. 093-324-7496
5. De White House โทร. 062-405-5549
ที่พักในพื้นที่ศาลายาและใกล้เคียง1. POSH 41 โทร. 087-519-5524
2. The Pride Salaya โทร. 099-229-2288
3. Salaya One Hotel & Service Apartment โทร. 02-441-4888
4. The Palm Hotel โทร. 061-525-2099
5. 24 Poshtel Salaya โทร. 082-890-4779
โทรศัพท์มหาวิทยาลัย02-444-6000
ฝ่ายทะเบียนและวัดผล02-444-6000 ต่อ 1096 – 1098
เว็บไซต์ทางการhttps://www.mbu.ac.th
เว็บไซต์ตรวจสอบหลักสูตรhttps://www.mbu.ac.th/course/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการด้านการศึกษา การวิจัย และการบริหารมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา ปีการศึกษา 2569
 
คณะมนุษยศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาบาลีและสันสกฤต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2569)
คณะศาสนาและปรัชญาระดับปริญญาตรี
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ศาสนาและวัฒนธรรม (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
คณะศึกษาศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย (หลักสูตร 4 ปี ปรับปรุง พ.ศ. 2566)
2. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ (หลักสูตร 4 ปี ปรับปรุง พ.ศ. 2566)
3. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา (หลักสูตร 4 ปี ปรับปรุง พ.ศ. 2566)
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568)
ระดับปริญญาโท
1. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)
2. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพุทธปัญญาวิทยาทางการศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2565)
ระดับปริญญาเอก
1. ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)
คณะสังคมศาสตร์ระดับปริญญาตรี
1. สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)
2. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
ระดับปริญญาโท
1. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)
ระดับปริญญาเอก
1. รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568)
บัณฑิตวิทยาลัยวชิรญาณวโรรสระดับปริญญาโท
1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศิลป์ศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2567)
ระดับปริญญาเอก
1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567)
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2566)
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 248 หมู่ 1 ถนนศาลายา–นครชัยศรี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยส่วนกลาง
 
ถาม: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: ข้อมูลรายการสถานที่ระบุว่าสำนักงานมหาวิทยาลัยเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. ส่วนคณะ บัณฑิตวิทยาลัย หอสมุด และพื้นที่ปฏิบัติธรรมอาจมีเวลาให้บริการเฉพาะ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 ภายในวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2439 ก่อนจะได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2540
 
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย?
ตอบ: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงมีบทบาทสำคัญในการวางแนวทางและพัฒนาการศึกษาของสถาบัน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา แตกต่างจากวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัยอย่างไร?
ตอบ: ศาลายาเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยส่วนกลางในอำเภอพุทธมณฑล ส่วนวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัยตั้งอยู่ภายในวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ทั้งสองแห่งเป็นคนละสถานที่และมีระบบติดต่อของตนเอง
 
ถาม: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เปิดสอนหลักสูตรอะไรบ้าง?
ตอบ: ฐานข้อมูลหลักสูตรส่วนกลางปี 2569 แสดงรายการ 25 หลักสูตร ครอบคลุมพระพุทธศาสนา ปรัชญา ภาษา การศึกษา รัฐศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก รวมทั้งประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู โดยการเปิดรับสมัครให้ตรวจสอบจากประกาศในแต่ละรอบ
 
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหรือศึกษาดูงานตามระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยควรประสานงานล่วงหน้าหากต้องการเข้าชมอาคารธรรมสถาน ห้องประชุม หอสมุด หรือพื้นที่ปฏิบัติธรรม
 
ถาม: เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา อย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้รถยนต์ผ่านถนนบรมราชชนนีและเชื่อมต่อถนนศาลายา–นครชัยศรี หรือเดินทางด้วยรถโดยสารและรถไฟมายังย่านศาลายาก่อนต่อรถรับจ้างไปยังมหาวิทยาลัย โดยควรระบุจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา เพื่อไม่ให้สับสนกับมหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(6)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
พระราชวัง พระราชวัง(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(13)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(2)
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(4)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(1)
วัด วัด(77)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(8)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
โรงละคร โรงละคร(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)