หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา >อ.พระนครศรีอยุธยา >ต.ประตูชัย > มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่96 ถนนปรีดีพนมยงค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000. การเดินทางสะดวก จากกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาแล้วใช้ถนนปรีดีพนมยงค์.

พระนครศรีอยุธยา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

วันเปิดทำการ (กองบริการการศึกษา): วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ (กองบริการการศึกษา): 08.30 – 16.30 น.
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา (Phranakhon Si Ayutthaya Rajabhat University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติการจัดการศึกษายาวนานกว่า 121 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 96 ถนนปรีดีพนมยงค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู ต่อมาพัฒนาผ่านการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา และสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ก่อนยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญด้านการผลิตครู การศึกษามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาการจัดการ การวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของเมืองมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา
 
สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป คือการตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาหลงเหลืออยู่ภายในเขตมหาวิทยาลัย ทั้งวัดบรมพุทธาราม วัดสิงหาราม วัดสวนหลวงค้างคาว สะพานบ้านดินสอ สะพานประตูเทพหมี และอนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก หรือเฉกอะหมัด สถานที่เหล่านี้ทำให้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นทั้งศูนย์กลางการศึกษาสมัยใหม่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อท้องถิ่นและประเทศชาติ
 
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา บริเวณถนนปรีดีพนมยงค์ ใกล้ถนนศรีสรรเพชญ์และถนนอู่ทอง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของเมืองเก่า พื้นที่โดยรอบประกอบด้วยสถานศึกษา วัด โบราณสถาน ชุมชนเมือง และหน่วยงานราชการ ทำให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ การพัฒนาเมือง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนได้จากสภาพแวดล้อมจริง
 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเคยเป็นราชธานีของอาณาจักรอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310 และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 การมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ภายในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ระดับนานาชาติ จึงเป็นโอกาสสำหรับการบูรณาการการศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้ากับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
 
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 30,000 บาท ให้กระทรวงธรรมการดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าขึ้นในบริเวณหลังพระราชวังจันทร์เกษม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 การก่อตั้งโรงเรียนครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการศึกษาและการเตรียมบุคลากรครูเพื่อรองรับการขยายการศึกษาของประเทศไทย
 
ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยได้ดำเนินการปฏิรูประบบราชการ การปกครอง และการศึกษาอย่างกว้างขวาง การจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในส่วนภูมิภาคมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการขยายสถานศึกษาจะเกิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพก็ต่อเมื่อมีครูที่ผ่านการฝึกอบรมและสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดแก่เยาวชนในท้องถิ่น
 
โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าจึงมีบทบาทเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางการศึกษาสำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง จุดประสงค์ของการจัดการศึกษาไม่ได้จำกัดเพียงการสอนวิชาความรู้ทั่วไป แต่ยังมุ่งพัฒนาความสามารถของผู้ที่จะประกอบวิชาชีพครู ทั้งด้านความรู้ วิธีสอน ความประพฤติ และความรับผิดชอบต่อสังคม
 
ต่อมาใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนครูมูลกสิกรรมขึ้นที่ตำหนักเพนียด เพื่อจัดการศึกษาด้านกสิกรรมควบคู่กับการฝึกหัดครู การจัดตั้งสถานศึกษาแห่งนี้สะท้อนแนวคิดการศึกษาที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการประกอบอาชีพและสภาพเศรษฐกิจของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการเกษตร
 
ใน พ.ศ. 2475 โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าและโรงเรียนครูมูลกสิกรรมได้รวมเข้าด้วยกัน โดยใช้สถานที่บริเวณตำหนักเพนียดเป็นพื้นที่ดำเนินการศึกษา ต่อมาเมื่อมีการปรับโครงสร้างการบริหารราชการส่วนภูมิภาคภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สถานศึกษาได้รับการปรับสถานะให้สอดคล้องกับระบบการบริหารการศึกษาของจังหวัด
 
ใน พ.ศ. 2476 สถานศึกษามีฐานะเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูลและฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการจัดการศึกษาหลายระดับสำหรับผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพครูในเวลานั้น
 
พ.ศ. 2479 โรงเรียนได้ย้ายจากตำหนักเพนียดมาตั้งในบริเวณกรมทหารตำบลหัวแหลม และแยกการดำเนินงานเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับโรงเรียนฝึกหัดครูสตรีประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การแยกสถานศึกษาในช่วงนั้นสอดคล้องกับรูปแบบการจัดการศึกษาของประเทศไทยซึ่งยังมีการจัดระบบการเรียนสำหรับผู้ชายและผู้หญิงแยกจากกันในบางประเภท
 
ใน พ.ศ. 2484 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ย้ายไปตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุใกล้วัดวรโพธิ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริเวณโรงเรียนประตูชัยในปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนฝึกหัดครูสตรีได้ย้ายไปยังตำบลหอรัตนไชย การย้ายพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการปรับสถานที่ให้เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในแต่ละยุค
 
พ.ศ. 2491 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาระบบบริหารการฝึกหัดครูของประเทศ ได้มีการยกฐานะกองการฝึกหัดครูเป็นกรมการฝึกหัดครูเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2497 และเริ่มดำเนินการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. ใน พ.ศ. 2498
 
การพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษามีความสำคัญต่อการยกระดับการผลิตครู เพราะช่วยให้กระบวนการเตรียมบุคลากรทางการศึกษามีมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านความรู้ทางวิชาการ หลักการจัดการเรียนการสอน และการฝึกประสบการณ์สำหรับการทำงานในโรงเรียน
 
ใน พ.ศ. 2509 โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยาได้ย้ายมายังพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน บริเวณเลขที่ 96 ถนนในเขตตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา และได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา การย้ายเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางโบราณสถานสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน
 
ต่อมาใน พ.ศ. 2511 โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีได้รวมเข้ากับวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา ทำให้การบริหารและการจัดการศึกษาของสถาบันมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น พร้อมรองรับการขยายจำนวนนักศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรฝึกหัดครูให้สอดคล้องกับระบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง
 
พ.ศ. 2517 วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาเริ่มเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีในรูปแบบหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี และต่อมาใน พ.ศ. 2519 ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของสภาการฝึกหัดครู ครอบคลุมประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง และหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตต่อเนื่อง 2 ปี
 
ใน พ.ศ. 2523 วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาได้เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญของการศึกษาวิชาชีพครู เพราะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้โดยตรงและได้รับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตามโครงสร้างหลักสูตรระดับอุดมศึกษา
 
พ.ศ. 2528 วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาเริ่มเปิดสอนสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากวิชาชีพครู ส่งผลให้ขอบเขตของการศึกษาเริ่มขยายเข้าสู่ศาสตร์ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการจัดการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาสถาบันให้ตอบสนองความต้องการกำลังคนของท้องถิ่นอย่างหลากหลายมากขึ้น
 
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามราชภัฏแก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ พร้อมพระราชทานตราพระราชลัญจกรให้เป็นสัญลักษณ์ประจำสถาบัน การพระราชทานนามดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สำคัญของเครือข่ายสถาบันการฝึกหัดครูและมหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทย
 
ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ทำให้วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาเปลี่ยนชื่อและสถานะเป็นสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ พร้อมขยายภารกิจจากการผลิตครูไปสู่การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
 
การเข้าสู่ยุคสถาบันราชภัฏทำให้บทบาทของสถาบันมีความหลากหลายมากขึ้น โดยยังคงรักษาความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและพัฒนาครู ขณะเดียวกันได้ขยายความร่วมมือทางวิชาการกับชุมชน สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคม
 
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยาได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทครอบคลุมการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา พร้อมดำเนินภารกิจด้านวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาท้องถิ่น
 
ใน พ.ศ. 2562 เมื่อมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาจึงเข้าสู่ระบบการกำกับดูแลของกระทรวงดังกล่าว โดยยังคงพันธกิจสำคัญในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสำหรับสังคมไทย
 
วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 121 ปี ภายใต้แนวคิด “จากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา” ณ หอประชุมมหาวิทยาลัย โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรม
 
กิจกรรมวันสถาปนาในปีดังกล่าวประกอบด้วยพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์และดนตรีแจ๊สโดยวง ARU Big Band Jazz พิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนการมอบรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัย บุคลากร และนักศึกษาที่สร้างผลงานดีเด่น
 
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีประวัติการจัดการศึกษาครบ 121 ปีนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 และมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยมาแล้ว 22 ปีนับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พัฒนาการที่ยาวนานดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การศึกษาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเครือข่ายสถาบันผลิตครูของประเทศไทย
 
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2569 คือรองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 และมีบทบาทในการขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น
 
อัตลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยใช้ตราพระราชลัญจกรเป็นองค์ประกอบหลักของตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเหลืองและสีแดง โดยธงประจำมหาวิทยาลัยมีสีเหลืองอยู่ด้านบนและสีแดงอยู่ด้านล่าง พร้อมตราสัญลักษณ์อยู่บริเวณกึ่งกลาง
 
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือดอกโสน และต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือต้นโสน ซึ่งสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของพื้นที่หนองโสนหรือบึงพระรามที่เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐานในยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ดอกโสนมีสีเหลืองสดและมีความผูกพันกับภูมิทัศน์ดั้งเดิมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้รับเลือกเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
คติธรรมประจำมหาวิทยาลัยคือ “สิกฺขากาโม ภวํ โหติ” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ใฝ่ในการศึกษาเป็นผู้เจริญ” ส่วนคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์เน้นการเป็นผู้มีวินัย ใฝ่รู้ และมีจิตอาสา แนวคิดเหล่านี้สอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มุ่งพัฒนาคนให้มีความรู้พร้อมความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
 
มหาวิทยาลัยมีคณะหลัก 4 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิทยาการจัดการ รวมถึงบัณฑิตวิทยาลัยซึ่งรับผิดชอบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานสนับสนุนสำคัญ เช่น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิจัยและพัฒนา สถาบันอยุธยาศึกษา และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
 
คณะครุศาสตร์เป็นคณะที่สืบทอดบทบาทดั้งเดิมของมหาวิทยาลัยจากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ปัจจุบันจัดการศึกษาด้านวิชาชีพครูในหลายกลุ่มวิชา เช่น การศึกษาพิเศษและการสอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา การศึกษาปฐมวัย คอมพิวเตอร์ศึกษา พลศึกษา การสอนภาษาไทย การสอนภาษาอังกฤษ และการประถมศึกษา โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ด้านเนื้อหาวิชาและศาสตร์การสอนที่สามารถนำไปใช้ในสถานศึกษาได้จริง
 
การพัฒนาบุคลากรครูในยุคปัจจุบันต้องอาศัยความรู้หลากหลายด้าน ทั้งจิตวิทยาการเรียนรู้ การออกแบบการสอน การประเมินผล การจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการศึกษา หลักสูตรของคณะครุศาสตร์จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง
 
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการจัดการศึกษาด้านภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิเทศศาสตร์ดิจิทัล และการพัฒนาชุมชน โดยหลักสูตรเหล่านี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาสังคมในจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างพระนครศรีอยุธยา
 
หลักสูตรด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารที่มีความสำคัญต่อการทำงานในภาคการศึกษา ธุรกิจ และการท่องเที่ยว ส่วนหลักสูตรประวัติศาสตร์ช่วยส่งเสริมการศึกษาหลักฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับอดีต ซึ่งมีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับบริบทเมืองมรดกโลกที่มีโบราณสถานจำนวนมาก
 
การศึกษาด้านดนตรีสร้างสรรค์ นาฏศิลป์ศึกษา ศิลปศึกษา และดนตรีศึกษา มีบทบาทต่อการสืบทอดองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ศิลปะและดนตรีให้เหมาะสมกับผู้เรียนยุคใหม่ ขณะที่รัฐประศาสนศาสตร์ การปกครองท้องถิ่น และการพัฒนาชุมชนและสังคมมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารงานสาธารณะและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
 
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีหลักสูตรที่ครอบคลุมวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ได้แก่ เคมี วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ จุลชีววิทยา คหกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการจัดการเทคโนโลยีอาหาร เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์ศึกษา เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบหลักสูตรต่อเนื่อง
 
ความโดดเด่นของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ที่การประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารข้อมูล การใช้วิทยาศาสตร์อาหารเพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การประยุกต์เทคโนโลยีการเกษตรกับการผลิต ตลอดจนการศึกษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
 
วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสะท้อนทิศทางการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ การจัดการเทคโนโลยี การใช้ข้อมูล และการพัฒนาระบบที่สามารถสนับสนุนกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
คณะวิทยาการจัดการมีหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล การตลาดและอิเวนต์ การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ และการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 
การจัดการศึกษาด้านการท่องเที่ยวและบริการมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านการจัดการธุรกิจ การบริการลูกค้า การออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว และการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเข้ากับสภาพแวดล้อมจริงของเมืองเก่าได้
 
บัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ระดับปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษา หลักสูตรและการสอน บริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม และการพัฒนาชุมชนและสังคม รวมถึงหลักสูตรระดับปริญญาเอกด้านการบริหารการศึกษา อาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม หลักสูตรและการสอน และบริหารธุรกิจ
 
การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารองค์กร นักวิชาการ และผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและการบริหาร โดยนักศึกษาสามารถศึกษาปัญหาเชิงลึกและนำองค์ความรู้ไปใช้พัฒนาหน่วยงานและชุมชนตามลักษณะของแต่ละหลักสูตร
 
ภารกิจการวิจัยของมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานวิจัย การพัฒนานวัตกรรม การบริการวิชาการ และการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ การวิจัยของมหาวิทยาลัยจึงสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งประเด็นทางการศึกษา สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
 
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เช่น การอบรมการจัดทำรายละเอียดรายวิชาและการรายงานผลการจัดการศึกษา การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการทำงาน และการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านเครื่องมือดิจิทัล กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษาในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทต่อการเรียนการสอนและการบริหารองค์กร
 
สถาบันอยุธยาศึกษาเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย โดยรับผิดชอบงานอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ และวิจัยด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นพระนครศรีอยุธยา อาคารของสถาบันมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเรือนไทยอันโดดเด่น ตั้งอยู่ริมถนนปรีดีพนมยงค์ และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ผู้สนใจวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นได้
 
อาคารเรือนไทยสถาบันอยุธยาศึกษาสร้างแล้วเสร็จและย้ายสำนักงานเข้ามาดำเนินงานใน พ.ศ. 2549 โดยพื้นที่ชั้นล่างใช้สำหรับสำนักงาน ห้องประชุม ศูนย์ข้อมูลอยุธยาศึกษา และนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนพื้นที่ชั้นบนของเรือนไทยจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 
สถาบันอยุธยาศึกษาจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย โดยสามารถเรียนรู้ได้ทั้งเรื่องศิลปกรรม ประเพณี ภาษา วิถีชีวิต และการพัฒนาชุมชนในพื้นที่อดีตราชธานี นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเผยแพร่ผลงานศิลปะผ่านนิทรรศการและสื่อดิจิทัล
 
วัดบรมพุทธารามเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มีประวัติสัมพันธ์กับสมเด็จพระเพทราชา พระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ผู้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นในบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระองค์ วัดแห่งนี้จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งในด้านศาสนสถานและความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาตอนปลาย
 
วัดบรมพุทธารามมีคุณค่าด้านโบราณคดีและสถาปัตยกรรม เพราะสะท้อนรูปแบบการสร้างวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย พื้นที่โดยรอบยังมีองค์ประกอบของภูมิทัศน์เมืองเก่าและคลองโบราณ ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และโครงสร้างการใช้พื้นที่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้ดียิ่งขึ้น
 
ใกล้วัดบรมพุทธารามมีสะพานบ้านดินสอหรือสะพานป่าดินสอ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัย สะพานแห่งนี้สัมพันธ์กับระบบคมนาคมและคลองในอดีต ช่วยสะท้อนลักษณะการเดินทางและการเชื่อมโยงชุมชนภายในเมืองอยุธยาก่อนการพัฒนาถนนสมัยใหม่
 
วัดสิงหารามเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งภายในเขตมหาวิทยาลัย มีความสำคัญต่อการศึกษาเรื่องรูปแบบวัดและการตั้งถิ่นฐานในเมืองเก่า แม้ปัจจุบันจะเหลือสภาพเป็นโบราณสถาน แต่ร่องรอยทางสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบของพื้นที่ยังช่วยให้สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศาสนสถานของกรุงศรีอยุธยาได้
 
วัดสวนหลวงค้างคาวเป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่มหาวิทยาลัยนำมาเชื่อมโยงกับเส้นทางเรียนรู้ภายในพื้นที่ ชื่อวัดสะท้อนภูมินามในอดีตของบริเวณดังกล่าว การศึกษาวัดแห่งนี้ร่วมกับวัดบรมพุทธารามและวัดสิงหารามช่วยให้เห็นว่าพื้นที่มหาวิทยาลัยในปัจจุบันเคยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองที่มีวัดและชุมชนกระจายตัวอยู่หลายแห่ง
 
สะพานประตูเทพหมีเป็นหลักฐานอีกประเภทหนึ่งที่แสดงให้เห็นระบบทางสัญจรและองค์ประกอบของเมืองโบราณ การศึกษาโบราณสถานประเภทสะพานมีความสำคัญเพราะช่วยให้เข้าใจว่าการคมนาคมในกรุงศรีอยุธยาพึ่งพาเครือข่ายคลอง ถนน และทางเชื่อมภายในเมืองอย่างไร
 
อนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก หรือเฉกอะหมัด เป็นสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาของกรุงศรีอยุธยา เฉกอะหมัดเป็นบุคคลสำคัญเชื้อสายเปอร์เซียซึ่งมีบทบาทในสังคมอยุธยา และเป็นต้นสายสกุลบุนนาค อนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงมีคุณค่าในการเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับชาวต่างชาติ การค้า และสังคมพหุวัฒนธรรมของอดีตราชธานี
 
เมื่อพิจารณาโบราณสถานทั้งหมดภายในมหาวิทยาลัยร่วมกัน จะเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่มีทั้งวัด สะพาน คลอง และอนุสรณ์สถานสำคัญ การศึกษาร่องรอยเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเมืองอยุธยาในฐานะพื้นที่ที่มีระบบการคมนาคม ศาสนา การเมือง การค้า และการอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างวัฒนธรรมอย่างซับซ้อน
 
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้และระบบสารสนเทศทางวิชาการ มีพื้นที่ให้บริการค้นคว้าหนังสือ เอกสาร งานวิจัย และฐานข้อมูลสำหรับนักศึกษาและบุคลากร โดยมีอาคารบรรณราชนครินทร์และอาคารสำนักวิทยบริการเป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนการเรียนรู้
 
ศูนย์ฝึกปฏิบัติการวิชาชีพธุรกิจหรืออาคารสวนหลวงเป็นอีกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกประสบการณ์และการบริการของมหาวิทยาลัย มีการใช้สถานที่สำหรับกิจกรรมด้านธุรกิจและการบริการ รวมถึงบริการที่พักและการจัดกิจกรรมตามข้อกำหนดของหน่วยงาน ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานของนักศึกษา
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีบทบาทเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพครูของมหาวิทยาลัย โดยการมีสถานศึกษาในเครือข่ายมหาวิทยาลัยช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงทฤษฎีการสอนกับประสบการณ์จริงและการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
ด้านประเพณีและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับพิธีไหว้ครูซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของสถาบันการศึกษาไทย โดยในวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีไหว้ครู “พระคุณที่สาม” ประจำปีการศึกษา 2569 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้นักศึกษาแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์และสืบทอดประเพณีที่มีคุณค่าของสังคมไทย
 
กิจกรรมไหว้ครูมีความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับคณาจารย์ เพราะการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรม ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อผู้มีพระคุณ การร่วมพิธีไหว้ครูจึงช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงบทบาทของครูและความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต
 
ในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ยังได้จัดพิธีไหว้ครูและครอบครูนาฏศิลป์ไทยประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมต้นโมก เพื่อสืบทอดธรรมเนียมทางศิลปะการแสดงที่ให้ความสำคัญกับความเคารพครูบาอาจารย์และการรักษาสายวิชานาฏศิลป์ไทย
 
พิธีครอบครูนาฏศิลป์เป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อการสืบทอดศิลปะการแสดงของไทย เพราะแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถ่ายทอดกับผู้เรียน รวมทั้งความเคารพต่อครูต้นแบบและบูรพาจารย์ในสายศิลปกรรม การจัดกิจกรรมดังกล่าวภายในมหาวิทยาลัยช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่ใช่เพียงโบราณสถานหรือวัตถุ แต่รวมถึงองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
 
การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมยังปรากฏผ่านกิจกรรมของสถาบันอยุธยาศึกษา เช่น นิทรรศการศิลปกรรม การอบรมภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมที่เชื่อมโยงศิลปะกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนวทางเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาและประชาชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และรักษาความหลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรม
 
การตั้งอยู่ในพื้นที่มรดกโลกทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทพิเศษในการประสานองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเข้ากับการพัฒนาท้องถิ่น นักศึกษาสามารถศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากการจัดการพื้นที่เมืองเก่า เช่น การอนุรักษ์โบราณสถาน การบริหารจัดการนักท่องเที่ยว การสร้างรายได้แก่ชุมชน และการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์
 
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเป็นสถานที่ที่สามารถศึกษาเรื่องราวได้หลากหลาย ตั้งแต่ประวัติการพัฒนาระบบฝึกหัดครูของประเทศไทยไปจนถึงหลักฐานทางโบราณคดีสมัยอยุธยา โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู นักวิจัย และผู้สนใจประวัติศาสตร์ที่ต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่จริง
 
ผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาดูงานภายในมหาวิทยาลัยควรประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า โดยเฉพาะสถาบันอยุธยาศึกษา อาคารนิทรรศการ ห้องสมุด อาคารเรียน และพื้นที่เฉพาะทางวิชาการ สำหรับโบราณสถานภายในมหาวิทยาลัยควรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์ ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสองค์ประกอบที่เปราะบาง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบต่อสภาพของโบราณสถาน
 
ผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สามารถใช้มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้เส้นทางวัดบรมพุทธาราม สะพานบ้านดินสอ วัดสิงหาราม วัดสวนหลวงค้างคาว อนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก และสถาบันอยุธยาศึกษา ก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญภายในเมืองพระนครศรีอยุธยา เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วิหารพระมงคลบพิตร และโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
 
การเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือจักรยานตามความเหมาะสม เนื่องจากเมืองเก่ามีทั้งถนนสายหลัก ถนนภายในชุมชน และพื้นที่โบราณสถานที่ต้องเดินเท้า การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถจัดเวลาเข้าชมแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม
 
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้ถนนพหลโยธินหรือถนนสายเอเชียเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาและใช้ถนนปรีดีพนมยงค์ไปยังมหาวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 96 ตำบลประตูชัย ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรตรวจสอบจุดเข้าออกและเส้นทางภายในเมืองเก่า เพราะบางช่วงมีการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะวันหยุดและเทศกาลท่องเที่ยว
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้างไปยังมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้างหรือบริการขนส่งท้องถิ่นไปยังถนนปรีดีพนมยงค์ การเลือกเส้นทางควรพิจารณาจุดหมายการติดต่อภายในมหาวิทยาลัยและสภาพการจราจรในวันเดินทาง
 
สำหรับผู้ที่มาติดต่อเรื่องการสมัครเรียนหรือทะเบียนนักศึกษา กองบริการการศึกษาตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และมีหมายเลขติดต่อ 035-241196 หรือ 035-276555 ต่อ 1700 วันและเวลาติดต่อในช่วงทำการปกติคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ทั้งนี้บางประกาศรับสมัครมีการกำหนดวันเสาร์หรือวันอาทิตย์เพิ่มเติม ผู้สมัครควรปฏิบัติตามวันเวลาที่ระบุไว้ในประกาศของแต่ละรอบ
 
ผู้สนใจติดต่อมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปสามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์ 035-276555 ถึง 035-276559 หรืออีเมล saraban@aru.ac.th ส่วนผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลสถาบันอยุธยาศึกษาสามารถติดต่อหมายเลข 035-241407 เพื่อประสานงานด้านข้อมูลศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการ และการศึกษาดูงาน
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสำคัญทั้งในฐานะสถาบันผลิตครูเก่าแก่และศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าใน พ.ศ. 2448 สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏใน พ.ศ. 2547 และการดำเนินงานด้านการศึกษาใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ขยายบทบาทสู่ศาสตร์ที่หลากหลายโดยยังรักษารากฐานด้านการพัฒนาคน ขณะเดียวกันยังมีคุณค่าพิเศษจากการตั้งอยู่ภายในพื้นที่ที่มีโบราณสถานสมัยอยุธยา ทำให้เป็นสถานศึกษาที่เชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชนไว้ด้วยกันอย่างโดดเด่น
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ชื่อภาษาอังกฤษPhranakhon Si Ayutthaya Rajabhat University
ชื่อย่อมรภ.พระนครศรีอยุธยา / ARU
ประเภทมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ที่อยู่96 ถนนปรีดีพนมยงค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
ปีเริ่มก่อตั้ง1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448
วันที่ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
อายุสถาบันในปี 2569121 ปีนับจากโรงเรียนฝึกหัดครูเดิม และ 22 ปีนับจากการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย
ชื่อสถานศึกษาเดิมโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า, โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา, วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา และสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
บุคคลสำคัญในการก่อตั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า
อธิการบดี พ.ศ. 2569รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์
สีประจำมหาวิทยาลัยสีเหลืองและสีแดง
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยดอกโสน
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยต้นโสน
คติธรรมสิกฺขากาโม ภวํ โหติ — ผู้ใฝ่ในการศึกษาเป็นผู้เจริญ
คุณลักษณะบัณฑิตมีวินัย ใฝ่รู้ เป็นผู้มีจิตอาสา
คณะและหน่วยงานการศึกษา1. คณะครุศาสตร์
2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
3. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. คณะวิทยาการจัดการ
5. บัณฑิตวิทยาลัย
จุดเด่นทางวิชาการการผลิตและพัฒนาครู มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ และการพัฒนาท้องถิ่น
หน่วยงานสำคัญสถาบันอยุธยาศึกษา, สถาบันวิจัยและพัฒนา, สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ, กองบริการการศึกษา และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
โบราณสถานภายในมหาวิทยาลัย1. วัดบรมพุทธาราม
2. วัดสิงหาราม
3. วัดสวนหลวงค้างคาว
4. สะพานบ้านดินสอหรือสะพานป่าดินสอ
5. สะพานประตูเทพหมี
6. อนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด)
แหล่งเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย1. สถาบันอยุธยาศึกษา
2. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. อาคารบรรณราชนครินทร์
4. ศูนย์ฝึกปฏิบัติการวิชาชีพธุรกิจ (อาคารสวนหลวง)
5. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ประเพณีและกิจกรรมพิธีไหว้ครู “พระคุณที่สาม”, พิธีไหว้ครูและครอบครูนาฏศิลป์, กิจกรรมวันสถาปนามหาวิทยาลัย, นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
วันติดต่อกองบริการการศึกษาวันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาติดต่อกองบริการการศึกษา08.30 – 16.30 น. สำหรับวันทำการปกติ
การเข้าศึกษาดูงานติดต่อมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมนิทรรศการ ห้องสมุด และพื้นที่เฉพาะทางวิชาการ
สิ่งอำนวยความสะดวกอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด หอประชุม ศูนย์ฝึกวิชาชีพ และพื้นที่กิจกรรมนักศึกษา
การเดินทางจากกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาแล้วใช้ถนนปรีดีพนมยงค์ หรือโดยสารรถไฟลงสถานีพระนครศรีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้างมายังมหาวิทยาลัย
สถานที่ท่องเที่ยวและโบราณสถานใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
2. วัดพระศรีสรรเพชญ์
3. วิหารพระมงคลบพิตร
4. วัดมหาธาตุ
5. วัดราชบูรณะ
ร้านอาหารในพื้นที่เมืองพระนครศรีอยุธยา1. ร้านส้มตำสุกัญญา โทร. 089-1637342
2. ร้านบ้านเพลินวิว โทร. 095-6710238
3. ร้านศิวิไลซ์ อยุธยา โทร. 098-8252986
4. ร้านริเวอร์บาร์ อยุธยา โทร. 082-4639442
5. ร้าน Nigiwai Shabu & Sushi Buffet สาขาสะพานปรีดี โทร. 063-5932262
ที่พักในพื้นที่เมืองพระนครศรีอยุธยา1. ศูนย์ฝึกปฏิบัติการวิชาชีพธุรกิจ อาคารสวนหลวง โทร. 035-245537
2. Silp-pa Phra Nakhon Si Ayutthaya โทร. 086-0055005
3. Luang Chumni Village โทร. 035-322990
4. sala ayutthaya โทร. 035-242588
5. Q Zone Boutique House โทร. 089-6964338
โทรศัพท์มหาวิทยาลัย035-276555 ถึง 035-276559
โทรศัพท์กองบริการการศึกษา035-241196 หรือ 035-276555 ต่อ 1700
โทรศัพท์สถาบันอยุธยาศึกษา035-241407
โทรศัพท์บัณฑิตวิทยาลัย035-322083
เว็บไซต์ทางการhttps://www.aru.ac.th
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ปีการศึกษา 2569
 
คณะ / ระดับการศึกษาหลักสูตรและสาขาวิชา
คณะครุศาสตร์
ระดับปริญญาตรี
ครุศาสตรบัณฑิต
1. การศึกษาพิเศษและการสอนภาษาไทย
2. การศึกษา วิชาเอกคณิตศาสตร์
3. การศึกษา วิชาเอกวิทยาศาสตร์
4. การศึกษา วิชาเอกสังคมศึกษา
5. การศึกษา วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย
6. การศึกษา วิชาเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา
7. การศึกษา วิชาเอกพลศึกษา
8. การศึกษา วิชาเอกการสอนภาษาไทย
9. การศึกษา วิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษ
10. การศึกษา วิชาเอกการประถมศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ระดับปริญญาตรี
ครุศาสตรบัณฑิต
1. นาฏศิลป์ศึกษา
2. ศิลปศึกษา
3. ดนตรีศึกษา
นิติศาสตรบัณฑิต
4. นิติศาสตร์
นิเทศศาสตรบัณฑิต
5. นิเทศศาสตร์ดิจิทัล
รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
6. การปกครองท้องถิ่น
7. รัฐประศาสนศาสตร์
ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต
8. ดนตรีสร้างสรรค์
ศิลปศาสตรบัณฑิต
9. ภาษาอังกฤษ
10. ภาษาไทย
11. ภาษาจีน
12. ประวัติศาสตร์
13. การพัฒนาชุมชนและสังคม
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับปริญญาตรี
ครุศาสตรบัณฑิต
1. วิทยาศาสตร์ศึกษา แขนงวิชาฟิสิกส์
2. วิทยาศาสตร์ศึกษา แขนงวิชาเคมี
3. วิทยาศาสตร์ศึกษา แขนงวิชาชีววิทยา
เทคโนโลยีบัณฑิต
4. เทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิชาเอกการจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
5. เทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิชาเอกเทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตอัตโนมัติ
วิทยาศาสตรบัณฑิต
6. เคมี
7. วิทยาการคอมพิวเตอร์
8. เทคโนโลยีสารสนเทศ
9. จุลชีววิทยา
10. คหกรรมศาสตร์
11. วิทยาศาสตร์และการจัดการเทคโนโลยีอาหาร
12. เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่
13. เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต
14. สาธารณสุขศาสตร์
วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
15. วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (หลักสูตรต่อเนื่อง)
คณะวิทยาการจัดการ
ระดับปริญญาตรี
บริหารธุรกิจบัณฑิต
1. บริหารธุรกิจ วิชาเอกการจัดการ
2. บริหารธุรกิจ วิชาเอกการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
3. บริหารธุรกิจ วิชาเอกการบริหารทรัพยากรมนุษย์
4. บริหารธุรกิจ วิชาเอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล
5. บริหารธุรกิจ วิชาเอกการตลาดและอิเวนต์
6. การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่
ศิลปศาสตรบัณฑิต
7. การท่องเที่ยวและบริการ แขนงวิชาการท่องเที่ยว
8. การท่องเที่ยวและบริการ แขนงวิชาการบริการ
บัณฑิตวิทยาลัย
ประกาศนียบัตรบัณฑิต
1. ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู
บัณฑิตวิทยาลัย
ระดับปริญญาโท
1. การบริหารการศึกษา
2. หลักสูตรและการสอน
3. บริหารธุรกิจ
4. รัฐประศาสนศาสตร์
5. อาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม
6. การพัฒนาชุมชนและสังคม
บัณฑิตวิทยาลัย
ระดับปริญญาเอก
1. การบริหารการศึกษา
2. อาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม
3. หลักสูตรและการสอน
4. บริหารธุรกิจ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 96 ถนนปรีดีพนมยงค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 ภายในพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: กองบริการการศึกษาเปิดติดต่อในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ส่วนการบริการในวันหยุด การสมัครเรียน และการเข้าชมสถานที่บางแห่งขึ้นอยู่กับประกาศของแต่ละหน่วยงาน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: มีต้นกำเนิดจากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
 
ถาม: ใครเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา?
ตอบ: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 30,000 บาท ให้กระทรวงธรรมการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ซึ่งเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีกี่คณะ?
ตอบ: มีคณะหลัก 4 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิทยาการจัดการ พร้อมบัณฑิตวิทยาลัยสำหรับการศึกษาระดับสูง
 
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีหลักสูตรอะไรบ้างในปีการศึกษา 2569?
ตอบ: มีหลักสูตรด้านวิชาชีพครู ภาษา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ บริหารธุรกิจ และการท่องเที่ยว รวมถึงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา โดยการเปิดรับสมัครแต่ละสาขาเป็นไปตามประกาศประจำปี
 
ถาม: ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีโบราณสถานอะไรบ้าง?
ตอบ: มีวัดบรมพุทธาราม วัดสิงหาราม วัดสวนหลวงค้างคาว สะพานบ้านดินสอ สะพานประตูเทพหมี และอนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัย
 
ถาม: วัดบรมพุทธารามมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโบราณสถานภายในมหาวิทยาลัยที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเพทราชา ผู้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระองค์ จึงมีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย
 
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการศึกษาดูงาน โดยเฉพาะสถาบันอยุธยาศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบการเข้าพื้นที่และการอนุรักษ์โบราณสถาน
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาอย่างไร?
ตอบ: จากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา แล้วใช้ถนนปรีดีพนมยงค์ไปยังมหาวิทยาลัย หรือโดยสารรถไฟมาลงสถานีพระนครศรีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้าง

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(7)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)
พระราชวัง พระราชวัง(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(2)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(2)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
วัด วัด(133)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)
โครงการหลวง โครงการหลวง(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)