หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่วาง >ต.แม่วิน > ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
TL;DR: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อยู่ที่บ้านขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านอำเภอแม่วางและตำบลแม่วินเข้าสู่บ้านขุนวาง เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า.

เชียงใหม่

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น. 
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงในความรับผิดชอบของมูลนิธิโครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชนบนพื้นที่ภูเขา ลดการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านการพัฒนาชนบท การผลิตพืชเมืองหนาว การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับภูมิประเทศสูงของภาคเหนือ
 
พื้นที่ขุนวางมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ตั้งอยู่ในระดับความสูงประมาณ 900 – 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่เย็นกว่าพื้นที่ราบของจังหวัดเชียงใหม่ทำให้บริเวณนี้เหมาะสำหรับการปลูกผักเมืองหนาว ไม้ผลเขตหนาว ไม้ดอก และพืชเศรษฐกิจหลายประเภท ความหลากหลายของพืชพรรณและภูมิทัศน์ภูเขาทำให้ขุนวางมีเสน่ห์แตกต่างจากพื้นที่เกษตรกรรมทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและทัศนียภาพของพื้นที่สูงมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ประชาชนปลูกพืชที่มีคุณภาพและมีตลาดรองรับทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากพื้นที่เพาะปลูกเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความจำเป็นในการขยายพื้นที่เกษตรเข้าสู่ป่า และช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ครัวเรือน การดำเนินงานของศูนย์จึงครอบคลุมมากกว่าการผลิตผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังเกี่ยวข้องกับการศึกษา สุขภาพ สังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนโดยรอบ
 
ประวัติของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเริ่มต้นจากพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง เมื่อปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเป็นครั้งแรก และมีพระราชดำริให้โครงการหลวงร่วมกับศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาดำเนินการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ พระราชดำริดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจและวิถีการประกอบอาชีพของชุมชนขุนวาง
 
ก่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ พื้นที่ภูเขาหลายแห่งในภาคเหนือประสบปัญหาการปลูกฝิ่น การทำไร่เลื่อนลอย และการขาดโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคง ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงทำให้การคมนาคม การขนส่งผลผลิต และการเข้าถึงบริการพื้นฐานมีข้อจำกัด การพัฒนาอาชีพใหม่จึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งความเหมาะสมของพื้นที่ ความสามารถของเกษตรกร และช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพื่อให้ชุมชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางขึ้นตามพระราชดำริ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เป้าหมายสำคัญคือการลดพื้นที่ปลูกฝิ่นและส่งเสริมพืชเขตหนาวที่สร้างรายได้มากกว่า เพื่อให้ประชาชนบนพื้นที่สูงมีพื้นที่ทำกินอย่างถาวร สามารถตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง และลดการทำไร่เลื่อนลอยหรือการบุกรุกทำลายป่า การจัดตั้งศูนย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
 
แนวคิดสำคัญของการดำเนินงานคือการใช้ความรู้ทางวิชาการเกษตรมาสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต เกษตรกรได้รับการส่งเสริมให้เลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับระดับความสูง อุณหภูมิ และสภาพดินของพื้นที่ การพัฒนาระบบเพาะปลูกและคุณภาพผลผลิตช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่การดูแลป่าและแหล่งน้ำช่วยรักษาทรัพยากรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในระยะยาว แนวทางดังกล่าวทำให้การพัฒนาชุมชนกับการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นเป้าหมายที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน
 
พื้นที่ดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางครอบคลุมประมาณ 29,704 ไร่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและพื้นที่ลาดชัน ภายในเขตรับผิดชอบประกอบด้วยชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอและม้ง รวม 4 หมู่บ้าน 7 กลุ่มบ้าน โดยข้อมูลพื้นฐานของมูลนิธิโครงการหลวงระบุจำนวนประชากรมากกว่า 2,699 คน ชุมชนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ เพราะการส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากร และการยกระดับคุณภาพชีวิตจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในท้องถิ่น
 
ชุมชนปกาเกอะญอและม้งมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศบนพื้นที่สูง ความแตกต่างด้านภาษา ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเขตขุนวาง การพัฒนาการเกษตรจึงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน การจัดการพื้นที่เพาะปลูก และการถ่ายทอดความรู้ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถประกอบอาชีพในชุมชนได้
 
ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางมีบทบาทสำคัญในการจัดทำแปลงทดสอบและสาธิตการปลูกพืช เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และนำผลการศึกษามาส่งเสริมแก่เกษตรกร การทดลองปลูกพืชไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถในการเจริญเติบโต แต่ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพผลผลิต ความสม่ำเสมอในการผลิต ต้นทุนการเพาะปลูก และความเหมาะสมต่อความต้องการของตลาด เพื่อสร้างระบบเกษตรกรรมที่มีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
 
พืชเศรษฐกิจที่มูลนิธิโครงการหลวงระบุว่าเป็นผลผลิตหลักของศูนย์ ได้แก่ คอสสลัด มะเขือเทศโครงการหลวง บรอกโคลี เสาวรส เคพกูสเบอร์รี อะโวคาโด เบญจมาศ เห็ดปุยฝ้าย ชาเบอร์ 17 และข้าวสาลี พืชแต่ละชนิดมีความต้องการด้านอุณหภูมิ ความชื้น และการจัดการแตกต่างกัน การปลูกพืชหลากหลายประเภทจึงสะท้อนถึงการประยุกต์องค์ความรู้ทางการเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่สูง รวมถึงการกระจายทางเลือกด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน
 
กลุ่มผักเมืองหนาวอย่างคอสสลัดและบรอกโคลีเป็นตัวอย่างของพืชที่ใช้ประโยชน์จากอากาศเย็นบนภูเขา การเพาะปลูกพืชเหล่านี้ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพดิน การให้น้ำ ความสมบูรณ์ของต้น และการป้องกันศัตรูพืชอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังต้องมีการวางแผนการเก็บเกี่ยวและขนส่ง เนื่องจากผักสดเป็นผลผลิตที่เสื่อมคุณภาพได้รวดเร็วเมื่อจัดการหลังเก็บเกี่ยวไม่เหมาะสม
 
มะเขือเทศโครงการหลวงเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการผลิตทางการเกษตรของศูนย์ การปลูกมะเขือเทศต้องอาศัยการจัดการธาตุอาหาร น้ำ และสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ การส่งเสริมพืชชนิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำความรู้ด้านการผลิตพืชมาพัฒนาระบบเกษตรของเกษตรกรบนพื้นที่สูง โดยคำนึงถึงทั้งคุณภาพและความสามารถในการจำหน่ายผลผลิต
 
เสาวรสเป็นไม้ผลที่ได้รับการส่งเสริมในพื้นที่โครงการหลวงหลายแห่ง เนื่องจากสามารถนำไปบริโภคสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มได้ การปลูกเสาวรสต้องอาศัยระบบค้างที่แข็งแรง การดูแลต้น และการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม ส่วนอะโวคาโดเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นในตลาดอาหาร โดยพื้นที่สูงที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมสามารถใช้เป็นแหล่งผลิตผลไม้ชนิดนี้ได้
 
เคพกูสเบอร์รีเป็นไม้ผลขนาดเล็กที่มีผลอยู่ภายในกลีบเลี้ยงลักษณะคล้ายโคม ผลสุกมีสีเหลืองถึงส้มและมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นหนึ่งในพืชทางเลือกที่สะท้อนความหลากหลายของการผลิตบนพื้นที่สูง การส่งเสริมพืชที่มีคุณลักษณะเฉพาะช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตที่แตกต่างจากสินค้าเกษตรทั่วไป
 
ด้านไม้ดอก เบญจมาศเป็นผลผลิตหลักอีกประเภทหนึ่งของศูนย์ พืชชนิดนี้มีความสำคัญในตลาดไม้ดอกประดับและต้องการการจัดการด้านแสง อุณหภูมิ น้ำ และธาตุอาหารอย่างเหมาะสม การผลิตไม้ดอกบนพื้นที่สูงจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศของขุนวาง โดยสามารถสร้างความหลากหลายทางอาชีพนอกเหนือจากการปลูกผักและไม้ผล
 
เห็ดปุยฝ้ายเป็นผลผลิตที่แสดงให้เห็นว่าการเกษตรของศูนย์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพืชกลางแจ้ง แต่ยังครอบคลุมการผลิตอาหารที่ต้องอาศัยการควบคุมสภาพแวดล้อมและความสะอาดอย่างเหมาะสม ส่วนชาเบอร์ 17 และข้าวสาลีเป็นตัวอย่างของพืชที่สะท้อนการทดลองและส่งเสริมการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับภูมิอากาศเย็น การมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย
 
การดำเนินงานด้านการเกษตรของศูนย์ให้ความสำคัญกับระบบการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือมาตรฐานจีเอพี ซึ่งเป็นแนวทางการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผลผลิต การจัดการปัจจัยการผลิต การใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม สุขลักษณะในการทำงาน และการตรวจสอบย้อนกลับ การนำมาตรฐานดังกล่าวมาใช้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผลผลิตจากเกษตรกรและสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดที่ต้องการสินค้ามีคุณภาพ
 
มาตรฐานการผลิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกษตรบนพื้นที่สูง เนื่องจากการเพาะปลูกต้องเผชิญกับความแตกต่างของอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพภูมิประเทศในแต่ละช่วงเวลา การจัดการแปลงอย่างเป็นระบบช่วยให้เกษตรกรใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความสูญเสียของผลผลิต และลดผลกระทบจากการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันการบันทึกข้อมูลและติดตามกระบวนการผลิตยังช่วยให้สามารถปรับปรุงคุณภาพผลผลิตในระยะยาวได้
 
นอกจากการพัฒนาอาชีพแล้ว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและมีความลาดชันสูง หากมีการเปิดหน้าดินหรือจัดการพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะสม ย่อมส่งผลให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน โดยเฉพาะในฤดูฝน การดูแลพื้นที่ต้นน้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงด้านการเกษตร
 
มาตรการสำคัญที่ศูนย์ส่งเสริมคือการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ หญ้าแฝกมีระบบรากหนาแน่นและหยั่งลึก ช่วยยึดเกาะดิน ลดการไหลบ่าของน้ำผิวดิน และชะลอการพังทลายของหน้าดินเมื่อปลูกอย่างเหมาะสมตามแนวระดับพื้นที่ลาดชัน การนำหญ้าแฝกมาใช้จึงเป็นแนวทางอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงการจัดการแปลงเกษตรกับการรักษาสภาพแวดล้อมของภูเขา
 
ศูนย์ยังสนับสนุนการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งเป็นแนวคิดการปลูกไม้ที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ประโยชน์ของครัวเรือน ขณะเดียวกันก็ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม การมีไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจที่เหมาะสมช่วยลดแรงกดดันต่อป่าธรรมชาติ และส่งเสริมให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการรักษาพื้นที่สีเขียวในระยะยาว
 
การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและการเฝ้าระวังการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมเป็นอีกภารกิจสำคัญของศูนย์ เพราะสารเคมีที่ใช้โดยไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อดิน แหล่งน้ำ สุขภาพของเกษตรกร และผู้บริโภค การส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชอย่างเหมาะสมและการผลิตตามมาตรฐานจึงเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับทั้งคุณภาพอาหารและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของพื้นที่สูง
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางยังมีบทบาทเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงสำหรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป เนื้อหาการเรียนรู้เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกพืชที่เหมาะสมกับภูมิอากาศ การจัดการแปลงเพาะปลูก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การผลิตอาหารปลอดภัย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การศึกษาการดำเนินงานของศูนย์ทำให้เห็นว่าการพัฒนาการเกษตรจำเป็นต้องผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกัน
 
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จุดเด่นของขุนวางอยู่ที่การได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพภูมิประเทศกับพืชเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงระดับความสูงส่งผลต่ออุณหภูมิ ความชื้น และความเหมาะสมในการปลูกพืชแต่ละชนิด ในพื้นที่ราบอาจเหมาะกับพืชเขตร้อน ขณะที่บริเวณภูเขาของขุนวางสามารถส่งเสริมพืชที่ต้องการอากาศเย็นได้ การเรียนรู้จากพื้นที่จริงจึงช่วยให้เข้าใจความหลากหลายของระบบเกษตรไทยได้ชัดเจนขึ้น
 
พื้นที่สาธิตการเกษตรเป็นองค์ประกอบสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ของศูนย์ โดยมีการจัดทำแปลงเพื่อศึกษาความเหมาะสมของพันธุ์พืชและวิธีการเพาะปลูก ความน่าสนใจของพื้นที่ลักษณะนี้อยู่ที่การมองเห็นกระบวนการผลิตตั้งแต่การเตรียมแปลง การดูแลพืช การจัดการน้ำ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต กิจกรรมการเรียนรู้และการเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามการอนุญาตและการจัดการของศูนย์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงานของเกษตรกรและเจ้าหน้าที่
 
แม้พื้นที่ขุนวางจะมีชื่อเสียงด้านดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่จุดชมดอกไม้หลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร ต่างจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางที่อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิโครงการหลวง การแยกสถานที่ทั้งสองแห่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาเข้าชม พื้นที่จัดแสดง จุดถ่ายภาพ และการให้บริการอาจแตกต่างกัน
 
ดอกนางพญาเสือโคร่งเป็นพืชที่สร้างชื่อเสียงให้แก่พื้นที่ขุนวางในช่วงฤดูหนาว ดอกมีสีชมพูและออกเป็นช่อตามกิ่ง ทำให้บริเวณที่มีการปลูกต้นจำนวนมากเกิดทัศนียภาพที่สวยงาม โดยทั่วไปช่วงการออกดอกสัมพันธ์กับสภาพอากาศในฤดูหนาวและความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในแต่ละปี ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมคือเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ แต่ระยะเวลาการบานจริงแตกต่างกันตามสภาพอากาศและตำแหน่งของแต่ละพื้นที่
 
ความน่าสนใจของขุนวางไม่ได้มีเฉพาะในฤดูดอกไม้บาน ฤดูฝนทำให้ภูเขามีความเขียวชอุ่มและพืชพรรณเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่พื้นที่สูงเริ่มมีอากาศเย็นขึ้น บรรยากาศของขุนวางจึงเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล และสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างภูมิอากาศกับวงจรการผลิตทางการเกษตรอย่างชัดเจน
 
สภาพภูมิประเทศของขุนวางยังสะท้อนความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำ ภูเขาและป่าไม้มีบทบาทในการรับน้ำฝน รักษาความชุ่มชื้น และหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ การรักษาพื้นที่ป่าจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชน โดยเฉพาะการมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก การอุปโภคบริโภค และการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
 
บทบาทของศูนย์ด้านการพัฒนาชุมชนครอบคลุมกิจกรรมด้านการศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนบนพื้นที่สูงต้องอาศัยการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ทั้งความรู้ในการประกอบอาชีพ การดูแลสุขภาพ การเข้าถึงการศึกษา และความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของตนเอง ความสำเร็จของการพัฒนาจึงไม่ได้พิจารณาเพียงปริมาณผลผลิต แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนด้วย
 
การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินงาน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจภูมิประเทศ ฤดูกาล และรูปแบบการใช้ทรัพยากรของท้องถิ่น การประสานความรู้ดั้งเดิมกับองค์ความรู้ทางวิชาการช่วยให้เกิดแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมและสามารถปรับใช้ได้จริง ทั้งในด้านเกษตรกรรม การดูแลพื้นที่ป่า และการรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์
 
การท่องเที่ยวบริเวณขุนวางยังสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้บริการร้านอาหาร ที่พัก และการซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาศึกษาพื้นที่เกษตรบนภูเขายังมีโอกาสเรียนรู้เรื่องอาหารท้องถิ่น พืชเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ในมิติที่กว้างกว่าการชมทิวทัศน์หรือถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
ในด้านภูมิทัศน์ ขุนวางมีเอกลักษณ์จากพื้นที่เพาะปลูกบนเนินเขา ป่าไม้ที่ล้อมรอบ และแนวถนนภูเขาที่ทอดผ่านชุมชนขนาดเล็ก ความสูงของพื้นที่ทำให้สภาพอากาศและทัศนียภาพแตกต่างจากตัวเมืองเชียงใหม่อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะพบการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ราบและชุมชนเกษตรบริเวณเชิงเขาเข้าสู่ภูเขาที่มีอากาศเย็นและการปลูกพืชเมืองหนาว
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางมีคุณค่าในฐานะสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย การเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอยไปสู่การผลิตพืชเศรษฐกิจเป็นตัวอย่างของการนำความรู้ทางวิชาการมาแก้ปัญหาความยากจนและสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานนี้ยังสะท้อนความสำคัญของการสร้างตลาดรองรับผลผลิตควบคู่กับการพัฒนาทักษะของเกษตรกร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว
 
ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือการพัฒนาความรู้เรื่องการผลิตอาหารในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัด พื้นที่ลาดชันและภูมิอากาศที่แตกต่างจากพื้นที่ราบทำให้การเพาะปลูกต้องอาศัยการเลือกพันธุ์พืชและการจัดการแปลงอย่างรอบคอบ การทำงานของศูนย์จึงเป็นตัวอย่างของการปรับระบบเกษตรกรรมให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ และใช้การทดลองเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกร
 
สำหรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ การรักษาความสะอาดและเคารพบริเวณปฏิบัติงานทางการเกษตรเป็นสิ่งสำคัญ แปลงปลูกและพื้นที่ทดลองเป็นสถานที่ประกอบอาชีพและสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ การเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม การสัมผัสพืชทดลอง หรือการเก็บผลผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของศูนย์ การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้จึงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการเคารพวิถีชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน
 
พื้นที่ขุนวางสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) และแหล่งท่องเที่ยวในเขตดอยอินทนนท์ได้ โดยพื้นที่ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาพืชเมืองหนาวและภูมิประเทศบนที่สูง แต่มีภารกิจหลักต่างกัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเน้นการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง ส่วนศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ดำเนินงานด้านการวิจัยพืชและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางการเกษตรภายใต้กรมวิชาการเกษตร
 
นอกจากนี้ พื้นที่อำเภอแม่วางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมหลายแห่ง โดยแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งกระจายอยู่ตามหุบเขาและเส้นทางภูเขา การเดินทางระหว่างสถานที่จึงต้องพิจารณาลักษณะถนนและเวลาเดินทางมากกว่าระยะทางตามแนวเส้นตรง โดยเฉพาะสถานที่ที่ตั้งอยู่คนละด้านของเทือกเขาหรือจำเป็นต้องผ่านถนนภูเขาหลายช่วง
 
ช่วงฤดูหนาวเป็นระยะที่พื้นที่ขุนวางได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาก เนื่องจากอากาศเย็นและเป็นฤดูกาลที่เหมาะกับการชมทิวทัศน์ของภูเขา ตลอดจนติดตามการออกดอกของนางพญาเสือโคร่งในจุดชมดอกไม้ของพื้นที่ การเดินทางในช่วงเช้าช่วยให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการชมพื้นที่และเดินทางกลับก่อนค่ำ ขณะที่สภาพอากาศในฤดูฝนต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนถนนที่มีความลาดชันและทางโค้งต่อเนื่อง
 
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการเข้าถึงศูนย์ เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนภูเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ และระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อถึงศูนย์โดยตรงมีข้อจำกัด ผู้เดินทางควรใช้เส้นทางที่แสดงจุดหมายเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางอย่างชัดเจน เพราะการค้นหาคำว่าขุนวางเพียงอย่างเดียวสามารถแสดงผลไปยังศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถเดินทางไปยังอำเภอแม่วางและตำบลแม่วิน ก่อนเข้าสู่เส้นทางภูเขามุ่งหน้าไปยังบ้านขุนวาง และเดินทางต่อไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง เลขที่ 112 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางช่วงขึ้นเขามีทางโค้งและความลาดชันหลายช่วง จึงต้องใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหรือหมอกลงจัด รถยนต์ที่มีสภาพพร้อมใช้งานและผู้ขับขี่ที่คุ้นเคยกับถนนภูเขาจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น
 
นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างจังหวัดสามารถใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์เช่าหรือรถรับจ้างที่ตกลงเส้นทางล่วงหน้า การจัดเส้นทางควรพิจารณาแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่เดียวกัน เพื่อลดการย้อนกลับบนถนนภูเขา การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาพื้นที่และชมธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอากาศเย็นในช่วงเช้าและค่ำสามารถเลือกพักในบริเวณขุนวางหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่มีบริการที่พัก
 
การเตรียมเครื่องแต่งกายควรสอดคล้องกับสภาพอากาศของพื้นที่สูง แม้ตัวเมืองเชียงใหม่จะมีอากาศร้อน แต่ขุนวางมีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยเฉพาะในช่วงเช้าและฤดูหนาว เสื้อกันหนาว รองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นต่างระดับ และอุปกรณ์กันฝนในช่วงฤดูฝนเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง การเตรียมน้ำดื่มและดูแลสุขภาพระหว่างเดินทางยังมีความสำคัญ เนื่องจากเส้นทางขึ้นภูเขามีช่วงที่ห่างจากชุมชนและร้านค้า
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ พระราชดำริ การเกษตร วิถีชุมชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน คุณค่าของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นพื้นฐานของชุมชน และแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าไม้และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้
 
ชื่อสถานที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
ที่ตั้งบ้านขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่112 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360
หน่วยงานรับผิดชอบมูลนิธิโครงการหลวง
ประวัติสำคัญพ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางและมีพระราชดำริให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ต่อมาจัดตั้งศูนย์ในปี พ.ศ. 2528
วัตถุประสงค์ลดการปลูกฝิ่น ส่งเสริมพืชเศรษฐกิจเมืองหนาว พัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของชุมชน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่ดำเนินงานประมาณ 29,704 ไร่
ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 – 1,400 เมตร
อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18 องศาเซลเซียส
ชุมชนในพื้นที่ชาวปกาเกอะญอและม้ง รวม 4 หมู่บ้าน 7 กลุ่มบ้าน
ประชากรตามข้อมูลพื้นฐานของศูนย์มากกว่า 2,699 คน
ผลผลิตหลักคอสสลัด มะเขือเทศโครงการหลวง บรอกโคลี เสาวรส เคพกูสเบอร์รี อะโวคาโด เบญจมาศ เห็ดปุยฝ้าย ชาเบอร์ 17 และข้าวสาลี
พื้นที่และกิจกรรมสำคัญแปลงทดสอบสาธิตการปลูกพืช การเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง การผลิตตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย และกิจกรรมอนุรักษ์ดิน น้ำ และป่าไม้
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ การส่งเสริมป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การลดการใช้สารเคมี และการเฝ้าระวังมลพิษ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.00 น. ตามข้อมูลทะเบียนสถานประกอบการ
สถานะศูนย์พัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงในความรับผิดชอบของมูลนิธิโครงการหลวง
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านอำเภอแม่วางและตำบลแม่วินเข้าสู่บ้านขุนวาง เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
โทรศัพท์ติดต่อศูนย์091-858-7038
อีเมลkhunwang@royalproject.org
เว็บไซต์www.royalproject.org/devstation/khunwang/
แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เชื่อมโยง1. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)
2. จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งขุนวาง
3. เส้นทางชมทิวทัศน์ดอยอินทนนท์
4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก
5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
ที่พักในพื้นที่ขุนวาง1. โปโปแอนด์ปิงปิง ขุนวาง โทร. 087-578-4946
2. ดอยอินทนนท์ ที ฟาร์มสเตย์ โทร. 086-391-9215
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360 เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงในความรับผิดชอบของมูลนิธิโครงการหลวง
 
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: ข้อมูลทะเบียนสถานประกอบการระบุว่าเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. สำหรับการเข้าศึกษาดูงานและพื้นที่ปฏิบัติงานควรประสานงานกับศูนย์โดยตรง
 
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2528 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเมื่อปี พ.ศ. 2518
 
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: เป็นแหล่งส่งเสริมการเกษตรบนพื้นที่สูง มีแปลงทดสอบสาธิตการปลูกพืชเมืองหนาว ส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย และดำเนินงานอนุรักษ์ดิน น้ำ และป่าไม้ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน
 
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางกับศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางอยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิโครงการหลวง ส่วนศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ขุนวางแต่มีภารกิจและการจัดการแตกต่างกัน
 
ถาม: ขุนวางมีดอกนางพญาเสือโคร่งช่วงเดือนไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปพื้นที่ขุนวางมีดอกนางพญาเสือโคร่งในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ช่วงออกดอกและระยะเวลาการบานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปี
 
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางปลูกพืชอะไรบ้าง?
ตอบ: ผลผลิตหลักได้แก่ คอสสลัด มะเขือเทศโครงการหลวง บรอกโคลี เสาวรส เคพกูสเบอร์รี อะโวคาโด เบญจมาศ เห็ดปุยฝ้าย ชาเบอร์ 17 และข้าวสาลี
 
ถาม: ติดต่อศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางได้อย่างไร?
ตอบ: ติดต่อหมายเลข 091-858-7038 หรืออีเมล khunwang@royalproject.org ซึ่งเป็นช่องทางติดต่อที่มูลนิธิโครงการหลวงเผยแพร่

โครงการในพระราชดำริหมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวงกลุ่ม: ●โครงการหลวง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(8)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(24)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
วัด วัด(79)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)
โครงการหลวง โครงการหลวง(45)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(41)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(14)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(18)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(21)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)
น้ำตก น้ำตก(43)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(12)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(6)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(3)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
โรงละคร โรงละคร(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(10)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(1)
มิชลิน ไกด์ มิชลิน ไกด์(23)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(24)
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)
ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ(17)