หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยหล่อ >ต.สันติสุข > อุทยานแห่งชาติแม่วาง
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแม่วาง เปิดทุกวัน สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมตามประกาศอุทยาน เวลา 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป.

เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติแม่วาง

อุทยานแห่งชาติแม่วาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมตามประกาศอุทยาน
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป โดยจุดท่องเที่ยวผาช่อมีเวลาชมที่เผยแพร่ 08.00–16.00 น.
 
อุทยานแห่งชาติแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศ ธรณีวิทยา ผืนป่า น้ำตก และภูเขาสูง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่วาง มีเนื้อที่ประมาณ 74,766 ไร่ หรือ 119.6256 ตารางกิโลเมตร จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือผาช่อ ซึ่งเป็นหน้าผาดินและชั้นตะกอนโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำฝนและการกัดเซาะตามธรรมชาติสร้างรูปร่างเป็นเสาดิน หน้าผาสูง และร่องลึกที่มีลวดลายแปลกตา นอกจากนี้ยังมีน้ำตกแม่วาง น้ำตกผาหม่น น้ำตกตาดหมอก ป่าต้นน้ำ และเส้นทางภูเขาที่สะท้อนความหลากหลายของธรรมชาติในพื้นที่ตอนใต้ของเชียงใหม่
 
อุทยานแห่งชาติแม่วางเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติหลายลักษณะภายในพื้นที่เดียวกัน เพราะมีทั้งภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยป่าไม้และแหล่งธรณีวิทยาซึ่งเปิดเผยชั้นตะกอนในอดีตอย่างชัดเจน พื้นที่ใกล้ผาช่อมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนินเขาและร่องน้ำซึ่งผ่านการกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ขณะที่บริเวณภูเขาสูงมีอากาศเย็นกว่าและเป็นแหล่งกำเนิดลำน้ำสำคัญ ความแตกต่างดังกล่าวทำให้อุทยานแห่งนี้มีลักษณะเฉพาะ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดชมวิวหรือแหล่งน้ำตกแห่งใดแห่งหนึ่ง
 
ผาช่อเป็นจุดหมายที่สร้างชื่อเสียงให้อุทยานแห่งชาติแม่วางอย่างมาก เพราะมีหน้าผาตะกอนสีน้ำตาลเหลืองที่แสดงชั้นดินเรียงซ้อนเป็นแนวยาว แต่ละชั้นมีความแข็ง ความละเอียด และส่วนประกอบแตกต่างกัน เมื่อถูกน้ำฝนกัดเซาะจึงเกิดเป็นร่องลึกและเสาดินที่มีขนาดไม่เท่ากัน บางส่วนตั้งเป็นแท่งสูงคล้ายเสาหิน บางส่วนเป็นกำแพงตะกอนที่มีเส้นลายแนวนอนและแนวตั้งตัดกัน ทำให้เกิดภาพธรรมชาติที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อแสงแดดส่องลงบนผิวหน้าผา
 
ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่วางไม่ได้มีเพียงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาป่าต้นน้ำของแม่น้ำวาง แม่น้ำแจ่ม และแม่น้ำตื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำที่ไหลเชื่อมต่อกับแม่น้ำปิง ผืนป่าตามแนวทิวเขาถนนธงชัยทำหน้าที่รองรับน้ำฝน รักษาความชื้น และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด การอนุรักษ์พื้นที่จึงมีความสำคัญต่อทั้งสิ่งแวดล้อมของภูเขาและชุมชนที่ตั้งอยู่ตามแนวลำน้ำด้านล่าง
 
ประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีความเกี่ยวข้องกับการสำรวจและอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2544 อุทยานแห่งชาติออบขานได้เสนอข้อมูลพื้นที่ป่ารอบอุทยานและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งประกอบด้วยป่าแม่ขาน–แม่วาง ป่าจอมทอง ป่าแม่แจ่ม และป่าสะเมิง โดยเห็นว่าพื้นที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งต้นน้ำ และมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ควรได้รับการคุ้มครองในระดับอุทยานแห่งชาติ
 
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2544 กรมป่าไม้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานสำรวจพื้นที่เบื้องต้น เพื่อประเมินสภาพป่า ลักษณะภูมิประเทศ แนวเขต และความเหมาะสมในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ การดำเนินงานครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับบุคลากรจากหน่วยงานด้านการอนุรักษ์หลายแห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งร่วมกันรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่
 
ผลการสำรวจทำให้มีการพิจารณาพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับอำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง อำเภอจอมทอง และอำเภอดอยหล่อในขอบเขตกว้าง ก่อนดำเนินกระบวนการกำหนดพื้นที่ที่จะประกาศจัดตั้งตามกฎหมาย การพิจารณาแนวเขตอุทยานแห่งชาติต้องคำนึงถึงสภาพทรัพยากรป่าไม้ ความเชื่อมโยงของลุ่มน้ำ และบริบทของพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผืนป่าอย่างเป็นระบบ
 
อุทยานแห่งชาติแม่วางได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 112 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าจอมทอง ป่าแม่ขาน และป่าแม่วาง ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนที่ 86 ก การประกาศจัดตั้งครั้งนี้ทำให้พื้นที่ได้รับสถานะคุ้มครองตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติและมีหน่วยงานรับผิดชอบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง
 
พื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาครอบคลุมตำบลสันติสุข ตำบลยางคราม และตำบลดอยหล่อในอำเภอดอยหล่อ ตำบลบ้านหลวงและตำบลข่วงเปาในอำเภอจอมทอง รวมทั้งตำบลทุ่งปี้ในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่เหล่านี้มีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันตั้งแต่เนินเขาและป่าเต็งรังไปจนถึงป่าบนภูเขาสูง จึงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ประกอบด้วยระบบนิเวศหลากหลายประเภทอยู่ภายใต้การบริหารจัดการเดียวกัน
 
สถานะของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการประกาศจัดตั้งสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติที่อยู่ระหว่างเตรียมการ อุทยานอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีที่ทำการตั้งอยู่ในตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานมีบทบาทในการดูแลผืนป่า การป้องกันไฟป่า การลาดตระเวน การอนุรักษ์สัตว์ป่า การจัดการแหล่งท่องเที่ยว และการให้บริการประชาชนในเขตอุทยาน
 
ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งทอดตัวในแนวเหนือ–ใต้ พื้นที่มีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 400 เมตรถึง 1,909 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ความต่างระดับดังกล่าวทำให้เกิดภูมิประเทศหลายรูปแบบ ทั้งสันเขาสูง หุบเขา ลาดเขาชัน ลำห้วย และที่ราบแคบตามแนวลำน้ำ พื้นที่บางส่วนมีสภาพค่อนข้างแห้งตามฤดูกาล ขณะที่บริเวณภูเขาสูงมีความชื้นมากกว่าและมีพรรณไม้แตกต่างกัน
 
ดอยผาตั้งเป็นยอดเขาสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีความสูงประมาณ 1,909 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ยอดดอยมีอากาศเย็นและได้รับลมแรงเนื่องจากตั้งอยู่บนแนวเขาสูง ลักษณะภูเขาเชื่อมโยงกับระบบเทือกเขาดอยอินทนนท์ที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้บริเวณนี้มีความสำคัญทั้งด้านภูมิประเทศและการอนุรักษ์ป่าบนพื้นที่สูง
 
ยอดเขาอื่นที่มีความสำคัญ ได้แก่ ดอยโป่งสมิต สูงประมาณ 1,547 เมตร ดอยหินหลวง สูงประมาณ 1,518 เมตร ดอยห้วยหลวง สูงประมาณ 1,415 เมตร ดอยแม่ลีบ สูงประมาณ 1,311 เมตร ดอยขุนแม่ซา สูงประมาณ 1,251 เมตร ดอยผาไล สูงประมาณ 1,245 เมตร และดอยหน่อ สูงประมาณ 1,120 เมตร ยอดเขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศต้นน้ำที่ทำให้พื้นที่อุทยานมีความหลากหลายของป่าไม้และสภาพอากาศ
 
การเปลี่ยนแปลงของระดับความสูงมีผลต่ออุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่อย่างชัดเจน บริเวณเนินเขาต่ำได้รับความร้อนมากกว่าและมีพืชพรรณที่ปรับตัวต่อฤดูแล้ง ส่วนภูเขาสูงมีอุณหภูมิลดลงและสามารถรักษาความชื้นได้มากกว่าในหลายช่วงของปี ความแตกต่างดังกล่าวส่งผลให้เกิดการกระจายตัวของพรรณไม้ตั้งแต่ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ไปจนถึงป่าดิบเขาและป่าสนเขา
 
ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติแม่วาง ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งนำความชื้นและฝนเข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือ ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นฤดูร้อน เดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงฤดูฝน และเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูหนาว สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตามระดับความสูงและตำแหน่งของภูเขา ทำให้พื้นที่ยอดดอยมีอากาศเย็นกว่าบริเวณเชิงเขาและพื้นที่ราบ
 
ข้อมูลภูมิอากาศของอุทยานระบุอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 20 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15–17 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 10–14 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ประมาณ 2,000–2,100 มิลลิเมตร ความชื้นจากฝนเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงผืนป่าและแหล่งน้ำของอุทยาน
 
ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านธรณีวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุทยาน ตั้งอยู่บริเวณตำบลยางครามและพื้นที่เชื่อมต่อกับตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะเด่นคือหน้าผาตะกอนโบราณที่มีเสาดินและลวดลายชั้นตะกอนขนาดใหญ่ บางบริเวณมีความสูงประมาณ 30 เมตร รูปทรงของผาช่อเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นภูมิประเทศที่มองเห็นโครงสร้างของชั้นดินได้อย่างชัดเจน
 
การเกิดผาช่อมีความสัมพันธ์กับระบบแม่น้ำปิงในอดีต โดยพื้นที่นี้เคยเป็นบริเวณสะสมตะกอนจากน้ำที่พัดพากรวด ทราย และดินมาทับถมกันเป็นชั้น เมื่อสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงและแม่น้ำเปลี่ยนทิศทาง พื้นที่ตะกอนเดิมจึงค่อย ๆ ถูกยกตัวหรือเปิดเผยเป็นเนินสูง จากนั้นน้ำฝนและกระบวนการกัดเซาะได้เซาะชั้นตะกอนที่มีความแข็งต่างกันจนกลายเป็นเสาดินและหน้าผาในลักษณะที่เห็นในปัจจุบัน
 
หลักฐานสำคัญของการสะสมตะกอนจากทางน้ำในอดีตคือก้อนกรวดมนและชั้นตะกอนที่มีขนาดเม็ดแตกต่างกัน กรวดที่มีผิวมนเกิดจากการเสียดสีและการเคลื่อนตัวในกระแสน้ำเป็นเวลานาน เมื่อพบกรวดเหล่านี้ในชั้นตะกอนที่อยู่สูงกว่าทางน้ำปัจจุบัน จึงช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของระบบลำน้ำและภูมิประเทศในอดีตได้
 
บริเวณผาช่อมีหน้าผาตะกอนสีเหลืองน้ำตาลซึ่งประกอบด้วยชั้นวัสดุที่สะสมต่างเวลากัน บางชั้นมีเนื้อค่อนข้างแน่นและทนต่อการกัดเซาะได้มากกว่า ขณะที่บางชั้นถูกน้ำชะล้างออกได้ง่าย เมื่อกระแสน้ำฝนไหลผ่านผิวหน้าผาซ้ำ ๆ จึงเกิดเป็นร่องขนาดเล็กที่ค่อย ๆ ขยายตัวกลายเป็นร่องลึกและเสาดินที่มีลักษณะเรียวยาว
 
เสาดินและหน้าผาผาช่อ มีรูปทรงแตกต่างกันตามความแข็งของตะกอนและทิศทางของน้ำที่ไหลกัดเซาะ บางเสามีส่วนยอดกว้างกว่าส่วนล่าง บางบริเวณมีลักษณะเป็นกำแพงที่แสดงรอยชั้นตะกอนแนวนอนอย่างเด่นชัด เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นความสูงของหน้าผาและรายละเอียดของร่องลึก ขณะที่การมองจากจุดสูงจะช่วยให้เห็นรูปแบบการเรียงตัวของเสาดินและพื้นที่หุบเขาโดยรอบ
 
สีของผาช่อเปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางของแสงแดด ในช่วงเช้าแสงอ่อนทำให้ชั้นตะกอนปรากฏโทนสีอบอุ่น ส่วนช่วงกลางวันแสงตรงทำให้มองเห็นพื้นผิวของร่องลึกและเสาดินได้ชัดเจน เมื่อมีเมฆผ่านหรือเกิดเงาตามหน้าผา ลวดลายทางธรรมชาติจะยิ่งปรากฏเป็นมิติ การเปลี่ยนแปลงของแสงจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชมผาช่อที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
 
ความยิ่งใหญ่ของผาช่อเกิดจากการที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปชมลักษณะชั้นตะกอนจากระยะใกล้ภายในเส้นทางที่จัดไว้ ไม่ใช่เพียงการมองภูมิประเทศจากจุดชมวิวระยะไกล การได้เห็นเนื้อดิน กรวด และร่องรอยน้ำกัดเซาะด้วยตนเองช่วยให้เข้าใจว่ากระบวนการธรรมชาติซึ่งดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ สามารถสร้างภูมิประเทศขนาดใหญ่และซับซ้อนได้อย่างไร
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาช่อ เป็นเส้นทางเดินที่เชื่อมจุดจอดรถกับบริเวณหน้าผาและเสาดิน ผ่านพื้นที่ป่าและภูมิประเทศที่มีร่องน้ำตามธรรมชาติ ทางเดินประกอบด้วยช่วงพื้นดิน บันได และทางเดินที่จัดทำเพื่อรองรับการเข้าชมบางบริเวณ เส้นทางนี้มีคุณค่าในด้านการศึกษาภูมิประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถสังเกตลักษณะดินและหินที่เปลี่ยนแปลงไปตามทางก่อนถึงหน้าผาขนาดใหญ่
 
บริเวณทางเดินมีช่วงที่ต้องขึ้นลงตามระดับภูมิประเทศ นักท่องเที่ยวจึงต้องใช้รองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะเหมาะสม โดยเฉพาะหลังฝนตกเพราะพื้นดินอาจลื่นหรือมีน้ำสะสมในร่องทาง ช่วงที่อากาศร้อนจัดควรระวังการเดินกลางแจ้งเป็นเวลานาน เนื่องจากบริเวณหน้าผาเปิดรับแสงแดดและมีพื้นที่ร่มเงาน้อยกว่าป่าระหว่างทาง
 
การเดินศึกษาธรรมชาติผาช่อช่วยให้เห็นองค์ประกอบของระบบนิเวศรอบพื้นที่ตะกอน ทั้งต้นไม้ที่ปรับตัวต่อดินค่อนข้างแห้ง พุ่มไม้ตามทาง และร่องน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อการกัดเซาะ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความแตกต่างระหว่างพื้นที่ป่าที่มีพืชปกคลุมกับหน้าผาเปิดโล่งซึ่งไม่มีรากไม้ช่วยยึดเกาะดินได้อย่างชัดเจน
 
การอนุรักษ์ผาช่อ มีความสำคัญเพราะหน้าผาและเสาดินเกิดจากการสะสมตะกอนและการกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นเวลานาน ผิวหน้าผาบางส่วนมีความเปราะบางและสามารถเสียหายจากการปีนป่ายหรือสัมผัสอย่างรุนแรงได้ การเดินออกนอกเส้นทางยังอาจทำให้พืชปกคลุมดินเสียหายและเกิดร่องกัดเซาะใหม่ จึงต้องรักษาระยะห่างจากหน้าผาตามที่อุทยานกำหนด
 
ผาช่อมีคุณค่าทั้งต่อการท่องเที่ยวและการศึกษา เนื่องจากสามารถใช้เป็นสถานที่เรียนรู้เรื่องการสะสมตะกอน การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ การกัดเซาะ และภูมิประเทศที่เกิดจากการผุพังของดินกับหิน หน่วยงานการศึกษาและกลุ่มนักเรียนสามารถใช้พื้นที่นี้เพื่อเชื่อมโยงความรู้ทางธรณีวิทยากับสิ่งที่ปรากฏจริงในธรรมชาติได้โดยตรง
 
น้ำตกแม่วาง เป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญอีกแห่งของอุทยาน ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอแม่วาง มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีและเป็นส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำแม่วาง พื้นที่โดยรอบมีป่าไม้และสภาพแวดล้อมร่มรื่น จึงเป็นแหล่งพักผ่อนธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากหน้าผาตะกอนผาช่อ
 
น้ำตกแม่วางมีความงดงามจากสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าผาและโขดหินลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง ปริมาณน้ำอาจเปลี่ยนแปลงตามฝนและฤดูกาล โดยช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องน้ำจะมีปริมาณมากขึ้น ส่วนช่วงอากาศแห้งระดับน้ำอาจลดลงแต่ยังคงมีน้ำหล่อเลี้ยงระบบลำห้วย พื้นที่ป่ารอบน้ำตกช่วยสร้างร่มเงาและรักษาความชื้นของบริเวณริมน้ำ
 
การเที่ยวชมน้ำตกแม่วางให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากผาช่ออย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำไหลและความชื้นสูงกว่า นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างลำห้วย ป่าไม้ และสัตว์ขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำได้ อย่างไรก็ตามการลงเล่นน้ำต้องอยู่ในบริเวณที่อนุญาตและหลีกเลี่ยงจุดที่มีโขดหินลื่นหรือกระแสน้ำแรง
 
น้ำตกผาหม่น ตั้งอยู่ในตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มี 3 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร และกว้างประมาณ 25 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีและมีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำแม่วาง ลักษณะน้ำตกเป็นขั้นลดหลั่นตามภูมิประเทศหินธรรมชาติ ทำให้สามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำจากแต่ละระดับได้
 
สภาพป่าโดยรอบน้ำตกผาหม่นมีความสำคัญต่อการรักษาความชื้นและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ที่อาศัยตามแนวลำห้วย การที่น้ำไหลผ่านพื้นที่ลาดชันทำให้เกิดเสียงน้ำและละอองความชื้นในบริเวณใกล้น้ำตก การชมธรรมชาติในลักษณะนี้เหมาะกับการเรียนรู้ระบบนิเวศลำน้ำและการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำตามฤดูกาล
 
น้ำตกตาดหมอก ตั้งอยู่บริเวณตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 15 เมตรและกว้างประมาณ 10 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีและเป็นส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำแม่ตื่น น้ำตกแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศป่าเขาและการไหลของน้ำจากพื้นที่สูงสู่พื้นที่ต่ำ จึงเป็นอีกจุดสำคัญของระบบนิเวศน้ำภายในอุทยานแห่งชาติแม่วาง
 
น้ำตกธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่ป่ามีบทบาทเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความชื้นสูง บริเวณซอกหินและริมลำธารอาจมีพืชขนาดเล็กและสัตว์น้ำที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมชุ่มชื้น การรักษาคุณภาพน้ำและการไม่ทิ้งขยะลงลำห้วยช่วยคงสภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งเชื่อมโยงไปยังระบบน้ำของชุมชนปลายน้ำ
 
น้ำตกและแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นของอุทยานแห่งชาติแม่วาง ได้แก่ น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกเมืองอาง น้ำตกแม่ป๋วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย และน้ำตกโป่งสมิต แหล่งธรรมชาติเหล่านี้กระจายอยู่ตามระบบภูเขาและลำห้วยภายในอุทยาน ลักษณะการเข้าถึงแตกต่างกันตามตำแหน่งและสภาพเส้นทาง โดยบางจุดอยู่ห่างจากพื้นที่บริการหลักและต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางเข้าไป
 
การมีน้ำตกหลายแห่งสะท้อนลักษณะภูมิประเทศของอุทยานที่ประกอบด้วยภูเขาสูงและร่องน้ำจำนวนมาก เมื่อน้ำฝนไหลจากยอดเขาลงสู่หุบเขา ความแตกต่างของระดับพื้นดินทำให้เกิดสายน้ำไหลผ่านโขดหินและหน้าผาแต่ละแห่งตามธรรมชาติ แหล่งน้ำตกจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหมุนเวียนน้ำและการกัดเซาะภูมิประเทศที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
 
ดอยผาตั้งในอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นยอดเขาที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทือกเขาสูงทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่มีอากาศเย็นและได้รับลมแรงเป็นประจำในบริเวณที่เปิดโล่ง ความสูงและความลาดชันทำให้ดอยผาตั้งมีความสำคัญทั้งด้านภูมิทัศน์และการรักษาป่าต้นน้ำ
 
ดอยผาตั้งของอุทยานแห่งชาติแม่วางเป็นคนละสถานที่กับดอยผาตั้งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย แม้จะใช้ชื่อเดียวกัน แต่ตั้งอยู่ต่างจังหวัดและมีภูมิประเทศเชื่อมโยงกับคนละแนวเทือกเขา การแยกความแตกต่างดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเดินทาง เพราะเส้นทางท่องเที่ยวและระบบการดูแลพื้นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
 
เส้นทางชมทัศนียภาพสายแม่แจ่ม เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีภูมิประเทศเป็นถนนผ่านแนวเขาและผืนป่าบนพื้นที่สูงเชื่อมพื้นที่อำเภอแม่วางกับอำเภอแม่แจ่ม ระหว่างเส้นทางสามารถมองเห็นแนวภูเขา หุบเขา และป่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงได้ บางช่วงมีอากาศเย็นและมีลักษณะภูมิอากาศใกล้เคียงพื้นที่สูงของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
 
เส้นทางชมทัศนียภาพมีคุณค่าต่อการสังเกตความแตกต่างของป่าไม้และภูมิประเทศ เพราะสามารถเห็นการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนด้านล่างไปยังป่าบนภูเขาสูงได้อย่างต่อเนื่อง การเดินทางตามเส้นทางภูเขาต้องคำนึงถึงสภาพถนน ทางโค้ง และทัศนวิสัย โดยเฉพาะวันที่มีฝนตกหรือหมอกปกคลุม
 
กิ่วเสือเต้นและจุดธรรมชาติบนแนวสันเขา เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่ในรายการของอุทยานแห่งชาติแม่วาง ลักษณะการท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศพื้นที่สูงและแนวภูเขา จุดธรรมชาติประเภทนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพื้นที่ป่าต้นน้ำกับบริเวณเนินเขาต่ำ การเข้าถึงจุดชมทิวทัศน์แต่ละแห่งขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและการบริหารจัดการพื้นที่ของอุทยาน
 
อ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ เป็นแหล่งน้ำอีกแห่งที่ปรากฏอยู่ในรายการแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีความสัมพันธ์กับการเก็บกักน้ำและภูมิประเทศที่ประกอบด้วยพื้นที่สูงสลับกับหุบเขา แหล่งน้ำลักษณะนี้มีบทบาทต่อสภาพแวดล้อมและสามารถเป็นพื้นที่สังเกตภูมิทัศน์น้ำกับป่าไม้ได้เมื่ออยู่ในเขตที่อนุญาตให้เข้าชม
 
ผาแดง เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ที่กรมอุทยานแห่งชาติระบุไว้ในรายการพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่วาง การมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกับแหล่งธรรมชาติสะท้อนว่าผืนป่าและแนวภูเขามีความสัมพันธ์กับกิจกรรมของมนุษย์ในอดีตด้วย อย่างไรก็ตามการเข้าถึงแหล่งที่อยู่ห่างจากเขตบริการหลักจำเป็นต้องใช้เส้นทางและเงื่อนไขตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
 
ป่าเบญจพรรณในอุทยานแห่งชาติแม่วาง พบในพื้นที่ที่มีระดับความสูงประมาณ 400–1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นป่าที่มีไม้หลายชนิดขึ้นร่วมกัน เช่น สัก ตะแบก ประดู่ แดง กระบก ซ้อ และไผ่ชนิดต่าง ๆ ต้นไม้จำนวนหนึ่งผลัดใบในช่วงฤดูแล้งเพื่อปรับตัวต่อปริมาณน้ำที่ลดลง ขณะที่ในฤดูฝนพรรณไม้จะกลับมามีใบสีเขียวและพื้นป่ามีความชื้นมากขึ้น
 
ป่าเบญจพรรณมีบทบาทสำคัญต่อการหมุนเวียนสารอาหาร เมื่อใบไม้ร่วงลงสู่พื้นป่าแล้วเกิดการย่อยสลาย อินทรียวัตถุจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ดินและช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ต้นไม้หลายชนิดยังเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของผืนป่าที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างชัดเจน
 
ป่าเต็งรัง พบในบริเวณเนินเขาหรือสันเขาค่อนข้างแห้งที่ระดับความสูงประมาณ 400–900 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พรรณไม้สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง และพะยอม ป่าประเภทนี้มีการปรับตัวต่อฤดูแล้งและสภาพดินค่อนข้างจำกัดความชื้น ลักษณะเรือนยอดจึงแตกต่างจากป่าดิบเขาที่มีความชื้นสูงกว่า
 
ในช่วงฤดูแล้งพื้นป่าเต็งรังมีใบไม้แห้งสะสมอยู่มาก ทำให้การจัดการไฟป่าและการป้องกันการจุดไฟมีความสำคัญต่อการรักษาระบบนิเวศ การเกิดไฟที่มีความรุนแรงหรือเกิดซ้ำบ่อยเกินไปสามารถทำให้ต้นไม้และสิ่งมีชีวิตบนพื้นป่าเสียหาย จึงต้องอาศัยการลาดตระเวนและความร่วมมือของเจ้าหน้าที่กับชุมชนโดยรอบ
 
ป่าสนเขา พบในบริเวณที่มีระดับความสูงประมาณ 900–1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีสนสองใบและสนสามใบเป็นพรรณไม้เด่น รวมถึงพรรณไม้อื่นที่ขึ้นร่วมกัน เช่น หว้า ทะโล้ และไม้ก่อบางชนิด ป่าสนเขามีลักษณะเฉพาะจากรูปทรงของต้นสนและสภาพแวดล้อมบนภูเขา ซึ่งแตกต่างจากป่าเบญจพรรณบริเวณต่ำกว่า
 
ป่าสนเขามีคุณค่าด้านการรักษาความหลากหลายของพรรณไม้และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์บนพื้นที่สูง ไม้สนมีลักษณะใบและระบบการเติบโตที่แตกต่างจากไม้ใบกว้าง ส่วนพืชพื้นล่างในป่าสนขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเรือนยอดและสภาพดิน ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนการปรับตัวของพรรณไม้ต่อสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิและความชื้นเฉพาะตัว
 
ป่าดิบเขา พบทั่วไปในพื้นที่ระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 1,000 เมตรขึ้นไป มีพรรณไม้สำคัญ เช่น จำปีป่า อบเชย สารภีป่า กำลังเสือโคร่ง และไม้ก่อหลายชนิด ป่าประเภทนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความชื้นของพื้นที่สูงและเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสภาพแวดล้อมแตกต่างจากป่าในพื้นที่ต่ำ
 
ความต่อเนื่องของป่าดิบเขามีบทบาทต่อการรักษาระบบน้ำ เพราะต้นไม้และพืชพื้นล่างช่วยชะลอการไหลของน้ำฝนลงสู่ลำห้วย ระบบรากยังช่วยยึดเกาะดินบนพื้นที่ลาดชัน ทำให้พื้นที่ป่าบนภูเขาสูงมีส่วนสำคัญต่อการลดการชะล้างหน้าดินและรักษาสภาพแวดล้อมของแหล่งต้นน้ำ
 
สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีความหลากหลายตามประเภทของป่าและระดับความสูง ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติระบุสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง หมูป่า ลิงวอก ชะนีมือขาว ชะมดเช็ด หมาไม้ เม่นหางพวง กระต่ายป่า และกระรอกท้องแดง สัตว์แต่ละชนิดใช้พื้นที่ป่าแตกต่างกัน ทั้งการหาอาหาร การหลบภัย และการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ
 
ป่าที่มีความต่อเนื่องช่วยให้สัตว์สามารถเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่หาอาหารและพื้นที่หลบภัยได้ การตัดแบ่งพื้นที่ป่าหรือการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมสัตว์ได้ จึงต้องมีการดูแลไม่ให้การใช้พื้นที่ท่องเที่ยวกระทบต่อส่วนที่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของสัตว์ป่า
 
นกที่มีบันทึกในพื้นที่อุทยาน ได้แก่ เหยี่ยวรุ้ง ไก่ป่า ไก่ฟ้าหางลายขวาง นกคุ่มอกลาย นกเขาเขียว นกบั้งรอกใหญ่ นกเค้าโมง นกขุนแผนหัวแดง นกแก๊ก นกโพระดก และนกหัวขวานบางชนิด ความหลากหลายของนกสะท้อนการมีถิ่นอาศัยหลายลักษณะตั้งแต่ป่าโปร่งไปจนถึงป่าที่มีต้นไม้หนาแน่น
 
สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีบันทึก ได้แก่ เต่าปูลู เต่าเหลือง กิ้งก่าบินปีกแดง แย้ ตะกวด งูเหลือม งูสามเหลี่ยม งูจงอาง กบห้วย ปาดบ้าน และคางคกบ้าน สัตว์กลุ่มนี้มีบทบาทในห่วงโซ่อาหารและการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ผู้มาเยือนไม่ควรเข้าใกล้ จับ หรือรบกวนสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์มีพิษและสัตว์ที่อาจป้องกันตัวเมื่อถูกคุกคาม
 
ระบบต้นน้ำของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เกี่ยวข้องกับลำน้ำสำคัญ 3 สาย ได้แก่ น้ำแม่แจ่ม น้ำแม่วาง และน้ำแม่ตื่น ซึ่งไหลเชื่อมโยงกับระบบแม่น้ำปิง พื้นที่ต้นน้ำมีบทบาทรองรับฝนและรักษาการไหลของน้ำตามฤดูกาล โดยลำห้วยขนาดเล็กบนภูเขาจะค่อย ๆ รวมตัวเป็นลำน้ำใหญ่เมื่อไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ
 
แม่น้ำวางเป็นสายน้ำที่มีความสำคัญต่ออำเภอแม่วางและชุมชนโดยรอบ เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์น้ำเพื่อการเกษตรและชีวิตประจำวัน สภาพลำน้ำยังส่งผลต่อกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ตอนล่าง การรักษาป่าต้นน้ำจึงมีความสำคัญต่อทั้งคุณภาพน้ำ ปริมาณตะกอน และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน้ำจืด
 
การล่องแพแม่วาง เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอแม่วาง โดยพื้นที่บริการล่องแพที่รู้จักกันทั่วไปอยู่ตามแม่น้ำวางในบริเวณชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น กิจกรรมนี้มีลักษณะแตกต่างจากการเข้าชมผาช่อ เพราะใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวและต้องพิจารณาระดับน้ำ กระแสน้ำ และผู้ให้บริการที่มีความชำนาญ
 
แพไม้ไผ่เป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตลำน้ำของภาคเหนือและได้รับการนำมาใช้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อชมธรรมชาติริมฝั่ง การล่องแพช่วยให้ผู้เดินทางเห็นต้นไม้ ชุมชน และภูมิทัศน์ของแม่น้ำจากระดับผิวน้ำ แต่การเข้าร่วมกิจกรรมต้องใช้ผู้ควบคุมแพที่มีความชำนาญและอุปกรณ์ความปลอดภัยตามความเหมาะสม ไม่ควรถือว่าล่องแพได้ตลอดปีโดยไม่คำนึงถึงสภาพน้ำ
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยงอุทยานแห่งชาติแม่วางกับชุมชน มีความสัมพันธ์กับอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่วาง ซึ่งมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม หมู่บ้าน ร้านอาหาร และที่พักกระจายอยู่ตามถนนสายหลัก การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้จึงสามารถสัมผัสได้ทั้งธรรมชาติของผาช่อและวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ราบกับเชิงเขา
 
อำเภอดอยหล่อเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเข้าชมผาช่อ เพราะที่ทำการอุทยานและเส้นทางเข้าสู่จุดท่องเที่ยวตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอนี้ ชุมชนตามถนนสายหลักมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและบริการท่องเที่ยว การเดินทางผ่านพื้นที่จึงทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนกับการอนุรักษ์ป่าและภูมิประเทศธรรมชาติ
 
อำเภอจอมทองเป็นอีกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติแม่วางและเป็นศูนย์กลางการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางตอนใต้ของเชียงใหม่ โดยมีสถานที่สำคัญอย่างวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารและเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ การเดินทางผ่านจอมทองจึงสามารถเชื่อมการเที่ยวชมธรรมชาติกับการศึกษาศาสนาและประวัติศาสตร์ของชุมชนล้านนาได้
 
วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นศาสนสถานสำคัญของอำเภอจอมทอง มีพระบรมธาตุที่ได้รับความเคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนและเกี่ยวข้องกับประเพณีของชุมชนล้านนา วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของประชาชน การเชื่อมการท่องเที่ยวผาช่อกับวัดพระธาตุศรีจอมทองช่วยให้ผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน
 
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ใกล้เคียงในภูมิภาคตอนใต้ของเชียงใหม่ มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและป่าดิบเขาที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำ แม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และอุทยานแห่งชาติแม่วางเป็นคนละหน่วยงานและมีจุดบริการท่องเที่ยวต่างกัน การเดินทางเชื่อมโยงทั้งสองแห่งจึงต้องจัดตามเส้นทางและเวลาที่เหมาะสม
 
แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่และแหล่งท่องเที่ยวด้านภูมิประเทศ เป็นอีกกลุ่มสถานที่ที่ผู้สนใจลักษณะภูมิประเทศสามารถนำมาเปรียบเทียบกับผาช่อได้ อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากบ่อขุดหรือการปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยมนุษย์มีที่มาต่างจากผาช่อซึ่งเกิดจากการสะสมตะกอนและการกัดเซาะตามธรรมชาติ การเรียนรู้ความแตกต่างช่วยให้เข้าใจว่ารูปทรงหน้าผาที่ดูคล้ายกันอาจมีประวัติการเกิดต่างกันอย่างมาก
 
ฤดูหนาวของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นช่วงที่อากาศบริเวณภูเขาสูงเย็นลงและเหมาะกับการพักผ่อนกลางแจ้ง บริเวณผาช่อสามารถเดินชมหน้าผาได้ในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด ส่วนภูเขาสูงมีอุณหภูมิลดลงมากกว่าในเวลากลางคืนและช่วงเช้า ความแตกต่างของระดับความสูงทำให้รูปแบบการเตรียมตัวสำหรับจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน
 
ฤดูหนาวยังเป็นช่วงที่ป่าบางประเภทเริ่มเปลี่ยนสีตามวงจรการผลัดใบ ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณบางบริเวณมีสีเหลืองน้ำตาลเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ป่าดิบเขาที่มีความชื้นสูงยังคงมีสีเขียว ความแตกต่างของพืชพรรณช่วยให้สังเกตลักษณะทางนิเวศวิทยาของอุทยานได้ชัดเจนขึ้น
 
ฤดูฝนของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นช่วงที่ผืนป่ามีความชุ่มชื้นและน้ำตกมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ฝนที่ตกบนภูเขาช่วยหล่อเลี้ยงพรรณไม้และระบบลำห้วย แต่ขณะเดียวกันทำให้เส้นทางธรรมชาติบางส่วนลื่นและอาจเกิดน้ำไหลหลากในร่องน้ำได้ การเที่ยวชมน้ำตกและผาช่อจึงต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในช่วงฝนตกหนัก
 
ผาช่อมีความเปราะบางต่อการกัดเซาะของน้ำฝน เพราะชั้นตะกอนและดินบางบริเวณสามารถถูกชะล้างได้ง่าย เมื่อฝนตกมากอาจเกิดการหลุดร่วงของวัสดุบนผิวหน้าผาหรือเกิดน้ำไหลตามร่องทาง การเดินชมใกล้หน้าผาจึงต้องปฏิบัติตามแนวกั้นและไม่เข้าไปยังพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่จำกัดการเข้าถึง
 
ฤดูร้อนของอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นช่วงที่อากาศบริเวณผาช่ออาจร้อนมากขึ้นเนื่องจากพื้นที่หน้าผาเปิดรับแสงแดดและมีร่มเงาจำกัด ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณบางแห่งมีใบไม้แห้งสะสมจำนวนมาก ทำให้การป้องกันไฟป่าเป็นเรื่องสำคัญ การจัดการท่องเที่ยวในช่วงนี้จึงเกี่ยวข้องกับทั้งการรักษาความปลอดภัยของผู้มาเยือนและการป้องกันความเสียหายต่อผืนป่า
 
การป้องกันไฟป่าในอุทยานแห่งชาติแม่วาง มีความสำคัญต่อการรักษาพื้นที่ป่าหลายประเภท โดยเฉพาะป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่มีเศษใบไม้แห้งสะสมในฤดูแล้ง ไฟป่าอาจส่งผลต่อพรรณไม้ สัตว์ป่า คุณภาพอากาศ และทัศนวิสัยของผู้เดินทาง การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่จึงมีบทบาทต่อการรักษาพื้นที่อนุรักษ์และชุมชนที่อยู่โดยรอบ
 
การกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติแม่วาง มีพื้นที่บริการที่กรมอุทยานแห่งชาติแสดงไว้ในระบบจอง ได้แก่ ลานกางเต็นท์แม่วาง ซึ่งอยู่ในโซนที่ทำการอุทยาน พื้นที่พักแรมนี้เกี่ยวข้องกับการใช้บริการธรรมชาติในบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนด โดยผู้เข้าพักต้องปฏิบัติตามระเบียบด้านความสะอาด การใช้พื้นที่ และความปลอดภัย
 
การพักแรมภายในอุทยานช่วยให้ผู้มาเยือนมีเวลาเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่บริการและผาช่อ โดยไม่ต้องเร่งเดินทางกลับในวันเดียว การใช้ลานกางเต็นท์ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศในช่วงเวลานั้น เต็นท์และอุปกรณ์ต้องเหมาะกับพื้นที่ที่กำหนด และไม่ก่อไฟนอกบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
 
สิ่งอำนวยความสะดวกอุทยานแห่งชาติแม่วาง ประกอบด้วยที่ทำการอุทยาน จุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว และพื้นที่กางเต็นท์ที่ปรากฏในระบบการให้บริการของกรมอุทยานแห่งชาติ บริเวณผาช่อมีการจัดเส้นทางเดินและจุดชมวิวเพื่อรองรับการเข้าชมโดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่เปราะบางอย่างอิสระ สิ่งอำนวยความสะดวกแต่ละจุดมีการบริหารจัดการตามลักษณะของพื้นที่ท่องเที่ยว
 
ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติแม่วาง แบ่งตามประเภทผู้เข้าชม โดยชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาทและเด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาทและเด็ก 50 บาท อัตราดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยาน ไม่ใช่ค่าบริการกิจกรรมจากผู้ประกอบการภายนอก เช่น การล่องแพหรือการเช่าอุปกรณ์ที่มีการคิดค่าบริการแยกตามรูปแบบการให้บริการ
 
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่วางจากเมืองเชียงใหม่ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าทางอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตองไปยังอำเภอดอยหล่อ ก่อนเข้าสู่ถนนหมายเลข 2069 ตามป้ายอุทยานแห่งชาติแม่วาง ระยะจากเมืองเชียงใหม่ถึงช่วงถนนแยกที่ใช้เข้าสู่อุทยานประมาณ 45 กิโลเมตร จากนั้นต้องขับรถต่อไปตามถนนท้องถิ่นจนถึงจุดบริการอุทยานหรือทางแยกเข้าสู่ผาช่อ
 
เส้นทางเข้าผาช่อแยกจากถนนเข้าสู่ที่ทำการอุทยานก่อนถึงพื้นที่บริการหลักประมาณ 2.3 กิโลเมตร การเดินทางตามป้ายบอกทางของอุทยานจึงช่วยให้สามารถแยกจุดหมายผาช่อออกจากที่ทำการอุทยานได้ชัดเจน ถนนบางช่วงผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและเนินเขา ผู้ขับรถควรคำนึงถึงทางโค้งและการเดินทางของรถในชุมชนท้องถิ่น
 
การเดินทางไปผาช่อ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ตามเส้นทางที่เปิดให้สัญจร เมื่อถึงพื้นที่จอดรถต้องเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเข้าสู่บริเวณหน้าผา การเข้าชมไม่ใช่การขับรถถึงฐานเสาดินโดยตรง เนื่องจากต้องใช้เส้นทางเดินผ่านภูมิประเทศที่จัดไว้สำหรับรักษาพื้นที่และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
 
จุดชมวิวผาช่อมีเวลาเปิดชมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยแพร่ 08.00–16.00 น. ขณะที่เวลาบริการทั่วไปของอุทยานแห่งชาติแม่วางอยู่ที่ 08.30–16.30 น. การแยกเวลาของจุดท่องเที่ยวกับเขตบริการอุทยานมีความสำคัญ เพราะเวลาเข้าชมผาช่อเกี่ยวข้องกับระยะเดินและความปลอดภัยในเส้นทางซึ่งอาจไม่เหมาะกับการเดินในช่วงใกล้มืด
 
การเดินทางไปน้ำตกแม่วางและแหล่งธรรมชาติอื่น ใช้เส้นทางต่างจากการเดินทางไปผาช่อ เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอและหลายแนวภูเขา การไปน้ำตกแม่วางใช้ถนนในพื้นที่อำเภอแม่วาง ขณะที่ดอยผาตั้งและน้ำตกในพื้นที่สูงต้องเดินทางตามเส้นทางภูเขา การจัดเส้นทางให้สอดคล้องกับตำแหน่งของสถานที่ช่วยให้มีเวลาเที่ยวชมได้เหมาะสมและลดการเดินทางย้อนกลับหลายครั้ง
 
ความปลอดภัยในการเที่ยวผาช่อ เริ่มจากการใช้ทางเดินและบันไดที่จัดไว้เท่านั้น ไม่ปีนหน้าผาหรือเข้าไปยืนใต้บริเวณที่มีโอกาสเกิดการหลุดร่วงของตะกอน ผิวดินบางส่วนไม่แข็งแรงเท่าหินธรรมชาติ และอาจเสียหายเมื่อมีน้ำฝนกัดเซาะ การรักษาระยะห่างจากหน้าผาจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่น การตกจากที่สูง และการได้รับอันตรายจากวัสดุที่หลุดร่วง
 
การเดินในช่วงแดดจัดต้องเตรียมน้ำดื่มและใช้เสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศ เนื่องจากเส้นทางผาช่อมีช่วงที่เปิดรับแสงแดดโดยตรง ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินหรือใช้บันไดควรคำนึงถึงลักษณะทางลาดของเส้นทาง เพราะพื้นที่มีการเปลี่ยนระดับระหว่างจุดจอดรถกับบริเวณหน้าผา
 
ความปลอดภัยบริเวณน้ำตก มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้กระแสน้ำแรงขึ้นและโขดหินมีผิวลื่น การลงเล่นน้ำต้องใช้บริเวณที่เปิดให้บริการและไม่เข้าใกล้จุดที่มีน้ำตกจากหน้าผาสูงโดยไม่จำเป็น การรักษาความปลอดภัยช่วยลดอุบัติเหตุและรักษาสภาพธรรมชาติของลำน้ำไปพร้อมกัน
 
ข้อควรปฏิบัติในอุทยานแห่งชาติแม่วาง คือไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บดอกไม้หรือพรรณไม้ออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่ก่อไฟนอกจุดที่ได้รับอนุญาต การเที่ยวชมแหล่งธรรมชาติควรใช้เส้นทางที่จัดไว้ ไม่สร้างทางเดินใหม่หรือเข้าไปในพื้นที่ที่ประกาศปิด เพราะผืนป่าและหน้าผาตะกอนมีความเปราะบางต่อการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์
 
ผู้ที่พบสัตว์ป่าระหว่างเดินเที่ยวควรรักษาระยะห่างและไม่พยายามเข้าใกล้หรือจับสัตว์ สัตว์ป่าแต่ละชนิดมีพฤติกรรมตามธรรมชาติและอาจป้องกันตัวเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม การลดเสียงดังและไม่ทิ้งเศษอาหารในป่าจะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์และรักษาคุณภาพถิ่นอาศัย
 
การถ่ายภาพธรรมชาติที่ผาช่อ มีจุดเด่นจากรูปร่างของเสาดิน หน้าผาตะกอน และแสงเงาที่ตกกระทบลวดลายบนผิวดิน นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพจากทางเดินและจุดชมวิวที่จัดไว้ โดยการใช้มุมมองที่แตกต่างกันช่วยให้เห็นความสูงและความลึกของภูมิประเทศได้ชัดเจน การถ่ายภาพไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้หรือสัมผัสเสาดิน เพราะการรักษาระยะห่างช่วยคงสภาพของโครงสร้างธรรมชาติไว้
 
ผาช่อยังเหมาะกับการศึกษาภาพถ่ายภูมิประเทศเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เมื่อถ่ายภาพในช่วงเวลาต่างกันจะเห็นทิศทางแสงและเงาเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ขณะที่ในช่วงฤดูฝนความชื้นและพืชพรรณโดยรอบอาจทำให้ภาพรวมของพื้นที่มีสีต่างจากฤดูร้อน การสังเกตความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของสภาพอากาศกับภูมิประเทศได้
 
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่วางสำหรับครอบครัว สามารถเลือกจุดท่องเที่ยวให้เหมาะกับความสามารถในการเดินของแต่ละคนได้ ผาช่อเป็นแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาที่มีทางเดินและบันได ส่วนบริเวณที่ทำการอุทยานมีพื้นที่บริการและลานกางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติ น้ำตกบางแห่งเหมาะกับการชมลำน้ำและป่าไม้ แต่การเข้าถึงแต่ละแห่งต้องพิจารณาสภาพเส้นทางและข้อกำหนดที่ใช้อยู่
 
เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้จากผาช่อได้หลายเรื่อง เช่น การสะสมตะกอนของแม่น้ำ การเกิดชั้นดิน การกัดเซาะของน้ำฝน และความแตกต่างของหินกับดิน การได้เห็นชั้นตะกอนจริงช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องแม้กระบวนการส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นช้ามากเมื่อเทียบกับช่วงชีวิตมนุษย์
 
คุณค่าของอุทยานแห่งชาติแม่วางต่อชุมชน อยู่ที่การรักษาป่าและแหล่งต้นน้ำซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของผู้คนในอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่วาง พื้นที่ป่าช่วยรักษาความชื้นและระบบน้ำ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวสร้างการเดินทางและการใช้บริการในชุมชน เช่น ร้านอาหาร ที่พัก และการขนส่ง การบริหารพื้นที่อนุรักษ์จึงเกี่ยวข้องกับทั้งทรัพยากรธรรมชาติและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน
 
การรักษาธรรมชาติของอุทยานยังช่วยให้ชุมชนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่แก่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผาช่อซึ่งเป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่เข้าใจได้จากการสังเกตสถานที่จริง การมีแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติใกล้ชุมชนช่วยเพิ่มโอกาสในการศึกษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
 
อุทยานแห่งชาติแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ จึงมีความสำคัญจากการเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่รวมลักษณะธรรมชาติหลากหลายไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ผาช่อซึ่งเป็นหน้าผาตะกอนโบราณอันโดดเด่น ไปจนถึงน้ำตกแม่วาง น้ำตกผาหม่น น้ำตกตาดหมอก ดอยผาตั้ง และผืนป่าต้นน้ำของทิวเขาถนนธงชัย การเดินทางมาเยือนพื้นที่แห่งนี้ทำให้สัมผัสได้ทั้งความงดงามของภูมิประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้ ลำน้ำ ธรณีวิทยา และชุมชนทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่
 
จุดเด่นที่ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่วางแตกต่างจากแหล่งธรรมชาติอื่นคือการได้เห็นร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างชัดเจนที่ผาช่อ ขณะเดียวกันพื้นที่ภูเขาและป่าไม้โดยรอบยังคงมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและต้นน้ำลำธาร ความสมบูรณ์ของธรรมชาติและการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมจึงเป็นองค์ประกอบร่วมกันที่ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่วางเป็นมรดกธรรมชาติสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ที่ตั้งสำนักงานหมู่ 7 ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160
พื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
สถานะทางราชการอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกา
วันที่ประกาศจัดตั้ง20 พฤศจิกายน 2552
ลำดับอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 112 ของประเทศไทย
ขนาดพื้นที่74,766 ไร่ หรือ 119.6256 ตารางกิโลเมตร
หน่วยงานผู้ดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
หมายเลขติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติ082-765-8524
หมายเลขที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยแพร่053-106-759
วันเปิดทำการทุกวันในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิดอุทยานทั่วไป08.30–16.30 น.
เวลาเข้าชมผาช่อ08.00–16.00 น. ตามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
ค่าธรรมเนียมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาทต่อคน
ค่าธรรมเนียมชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาทต่อคน
ลักษณะภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาถนนธงชัย หุบเขา น้ำตก ป่าต้นน้ำ และหน้าผาตะกอนโบราณ
ระดับความสูงประมาณ 400–1,909 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ยอดเขาสูงสุดดอยผาตั้ง สูงประมาณ 1,909 เมตร
ประเภทป่าป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังผสม ป่าสนเขา และป่าดิบเขา
แหล่งต้นน้ำสำคัญน้ำแม่แจ่ม น้ำแม่วาง และน้ำแม่ตื่น ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบแม่น้ำปิง
จุดเด่นผาช่อ หน้าผาตะกอนและเสาดินธรรมชาติ สูงได้ถึงประมาณ 30 เมตร
โซนท่องเที่ยวสำคัญ1. เขตที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง
2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาช่อ
3. จุดชมหน้าผาและเสาดินผาช่อ
4. ลานกางเต็นท์แม่วาง
5. พื้นที่น้ำตกแม่วางและน้ำตกผาหม่น
6. พื้นที่ป่าต้นน้ำและภูเขาสูง
7. เส้นทางชมทัศนียภาพสายแม่แจ่ม
แหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานผาช่อ ดอยผาตั้ง กิ่วเสือเต้น น้ำตกแม่วาง น้ำตกผาหม่น น้ำตกตาดหมอก น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกเมืองอาง น้ำตกแม่ป๋วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิต อ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ ผาแดง และเส้นทางชมทัศนียภาพสายแม่แจ่ม
บริการพักแรมลานกางเต็นท์แม่วาง ในโซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำการอุทยาน จุดบริการข้อมูล พื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และลานกางเต็นท์
การเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ลงใต้ประมาณ 45 กม. ถึงบริเวณทางแยกตำบลสันติสุข แล้วใช้ถนนหมายเลข 2069 เข้าสู่อุทยาน โดยทางแยกไปผาช่ออยู่ก่อนถึงทางเข้าเขตบริการหลักประมาณ 2.3 กม.
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและเชื่อมโยง1. ผาช่อ – ภายในอุทยาน
2. น้ำตกตาดหมอก – ภายในอุทยาน
3. น้ำตกแม่วาง – ภายในอุทยาน
4. น้ำตกผาหม่น – ภายในอุทยาน
5. ดอยผาตั้ง – ภายในอุทยาน
6. วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร – อำเภอจอมทอง
7. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – อำเภอจอมทอง
8. น้ำตกโป่งน้อย – เขตอุทยาน ประมาณ 32 กม. จากผาช่อตามฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
ร้านอาหารใกล้เคียงและบริเวณเส้นทางท่องเที่ยว1. สวนอาหารครัวดอยหล่อ – ประมาณ 18 กม. จากผาช่อ โทร. 081-026-4699
2. เฮือนดอยหล่อคาเฟ่และโฮมสเตย์ – ประมาณ 18 กม. จากผาช่อ โทร. 083-240-2611
3. แม่วางเมาน์เทนวิว – ประมาณ 28 กม. จากผาช่อ โทร. 093-386-2638
4. มาเมืองวิน – ประมาณ 30 กม. จากผาช่อ โทร. 081-035-5395
5. อินทนนท์ไฮแลนด์ – ประมาณ 52 กม. จากผาช่อ โทร. 053-802-222 ต่อ 4
ที่พักใกล้เคียงและตามเส้นทางท่องเที่ยว1. ผาช่อฮิลล์รีสอร์ท – ประมาณ 6 กม. จากผาช่อ โทร. 062-428-9153
2. เดอ เอิง บูติก ดอยหล่อ – ประมาณ 18 กม. จากผาช่อ โทร. 061-316-0822
3. กรีนทรีรีสอร์ต ดอยหล่อ – ประมาณ 18 กม. จากผาช่อ โทร. 063-383-3183
4. บ้านสวนอินทนนท์รีสอร์ท – ประมาณ 45 กม. จากผาช่อ โทร. 086-429-1642
5. ดอยอินวิวรีสอร์ท – ประมาณ 48 กม. จากผาช่อ โทร. 053-033-567
6. บ้านพรศรีรีสอร์ท – ประมาณ 50 กม. จากผาช่อ โทร. 065-168-5624
เว็บไซต์จองบริการอุทยานhttps://booking.dnp.go.th/parksdetail.php?id=116
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วางตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่วางตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่วาง โดยที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ในตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วางเปิดกี่โมงและมีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: พื้นที่บริการทั่วไปเปิดเวลา 08.30–16.30 น. โดยมีค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท
 
ถาม: ผาช่อเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: ผาช่อเกิดจากการสะสมตะกอนกรวด ทราย และดินของระบบแม่น้ำปิงในอดีต ต่อมาพื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงและถูกน้ำฝนกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นเสาดิน หน้าผา และร่องลึกที่มีลวดลายโดดเด่น
 
ถาม: ผาช่อสูงเท่าไร?
ตอบ: บางส่วนของหน้าผาและเสาดินผาช่อมีความสูงประมาณ 30 เมตร และมีลักษณะเป็นชั้นตะกอนสีน้ำตาลเหลืองที่ถูกกัดเซาะเป็นรูปทรงต่าง ๆ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วางประกาศจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่วางประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 112 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 74,766 ไร่
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วางมีน้ำตกอะไรบ้าง?
ตอบ: น้ำตกสำคัญ ได้แก่ น้ำตกแม่วาง น้ำตกผาหม่น น้ำตกตาดหมอก น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกเมืองอาง น้ำตกแม่ป๋วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย และน้ำตกโป่งสมิต โดยการเข้าถึงแต่ละแห่งขึ้นอยู่กับเส้นทางและการเปิดพื้นที่ของอุทยาน
 
ถาม: สามารถกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติแม่วางได้หรือไม่?
ตอบ: อุทยานมีลานกางเต็นท์แม่วางอยู่ในโซนที่ทำการอุทยาน ซึ่งปรากฏอยู่ในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ การเข้าพักต้องใช้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดและเป็นไปตามเงื่อนไขการเปิดบริการ
 
ถาม: เดินทางจากเชียงใหม่ไปผาช่ออย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ลงทางใต้สู่อำเภอดอยหล่อ แล้วเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 2069 ตามป้ายอุทยานแห่งชาติแม่วาง ก่อนแยกเข้าสู่เส้นทางผาช่อ เมื่อถึงจุดจอดรถต้องเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อเข้าสู่บริเวณหน้าผา

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(8)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(24)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
วัด วัด(79)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)
โครงการหลวง โครงการหลวง(45)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(41)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(14)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(18)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(21)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)
น้ำตก น้ำตก(43)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(12)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(6)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(3)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
โรงละคร โรงละคร(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(10)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(1)
มิชลิน ไกด์ มิชลิน ไกด์(23)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(24)
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)
ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ(17)