หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.ลับแล >ต.ทุ่งยั้ง > เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์
TL;DR: เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง บ้านพระแท่น หมู่ 6 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นสถานที่สักการะที่มีความสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองบ้านเมือง ตั้งอยู่ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210 ศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของกลุ่มสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมภายในวัด ซึ่งประกอบด้วยพระแท่นศิลาอาสน์ พระวิหารหลวง หลวงพ่อธรรมจักร รอยพระพุทธบาท และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ความสำคัญของสถานที่จึงไม่ได้อยู่เฉพาะการสักการะเสาหลักเมือง แต่ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ความศรัทธาของชุมชนทุ่งยั้ง และมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์ที่สืบทอดมาเป็นเวลายาวนาน
วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย และตั้งอยู่บนเนินเขาเต่าหรือเขาทองในเขตบ้านพระแท่น ความโดดเด่นของวัดเกิดจากการเป็นที่ประดิษฐานพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งเป็นแท่นศิลาแลงโบราณที่ได้รับความเคารพอย่างกว้างขวาง จนมีการนำรูปพระแท่นศิลาอาสน์มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ การมีหลักเมืองอยู่ภายในวัดทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะศูนย์รวมศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและสถานที่แสดงความเคารพต่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง
ความหมายของเสาหลักเมืองในสังคมไทยสัมพันธ์กับแนวคิดการสร้างบ้านแปงเมือง การกำหนดศูนย์กลางของชุมชน และการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าคุ้มครองพื้นที่ การตั้งหลักเมืองจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงความมั่นคงของชุมชนเข้ากับความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้คน สำหรับหลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ความสำคัญดังกล่าวตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางศาสนาที่มีวัดเก่าแก่และปูชนียวัตถุสำคัญหลายแห่งอยู่ใกล้กัน ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความแตกต่างระหว่างการเคารพหลักเมืองกับการบูชาพระพุทธศาสนสถานในพื้นที่เดียวกัน
จังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างภาคเหนือตอนล่างกับพื้นที่ภาคกลางตอนบน มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับเส้นทางการคมนาคม การค้าขาย และการตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำน่านมาอย่างยาวนาน พื้นที่อำเภอลับแลและตำบลทุ่งยั้งมีความสัมพันธ์กับชุมชนเก่า วัดสำคัญ และเรื่องเล่าท้องถิ่นที่สะท้อนความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยก่อนการเกิดเมืองอุตรดิตถ์ในฐานะศูนย์กลางการปกครองสมัยใหม่ บริบทดังกล่าวทำให้วัดพระแท่นศิลาอาสน์และหลักเมืองภายในวัดเป็นจุดหมายที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ลึกซึ้งกว่าการพิจารณาเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
ทุ่งยั้งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาและศาสนสถานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะวัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง การตั้งอยู่ใกล้กันของวัดเหล่านี้ทำให้พื้นที่ทุ่งยั้งมีลักษณะเป็นกลุ่มแหล่งศรัทธาที่ประชาชนสามารถเดินทางสักการะต่อเนื่องกันได้ และช่วยให้เห็นความสำคัญของชุมชนในฐานะพื้นที่ที่รักษาความทรงจำเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม และประเพณีท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
วัดพระแท่นศิลาอาสน์เดิมมีชื่อว่าวัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บ้านพระแท่น หมู่ 6 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล บนเนินเขาเต่าหรือเขาทอง มีวัดพระยืนพุทธบาทยุคลตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกบนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด ความใกล้ชิดของศาสนสถานทั้ง 2 แห่งสะท้อนลักษณะการเลือกพื้นที่สูงเป็นที่ตั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนในอดีต และยังช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับความเชื่อทางศาสนา
การสร้างวัดพระแท่นศิลาอาสน์มีประวัติเก่าแก่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่สามารถระบุผู้สร้างและปีเริ่มก่อสร้างได้อย่างแน่นอน แม้มีข้อสันนิษฐานและเรื่องเล่าท้องถิ่นเชื่อมโยงวัดกับช่วงสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น แต่สิ่งสำคัญคือการแยกประวัติที่มีเอกสารรองรับออกจากตำนานที่ชุมชนสืบทอดต่อกันมา การศึกษาประวัติวัดจึงต้องพิจารณาควบคู่กันทั้งหลักฐานจากพงศาวดาร โบราณวัตถุ รูปแบบศิลปกรรม และคติความเชื่อที่สะท้อนความสำคัญของพระแท่นศิลาอาสน์ต่อประชาชน
หลักฐานสำคัญที่กล่าวถึงพระแท่นศิลาอาสน์ปรากฏในพระราชพงศาวดารสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยมีเรื่องราวการเสด็จนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์เมื่อ พ.ศ. 2283 เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าพระแท่นศิลาอาสน์เป็นปูชนียวัตถุที่ได้รับความเคารพและมีชื่อเสียงอยู่แล้วในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญของพระแท่นจึงไม่ได้เกิดจากการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน แต่มีรากฐานจากประวัติศาสตร์ความศรัทธาที่ดำรงอยู่มาหลายศตวรรษ
พระแท่นศิลาอาสน์เป็นแท่นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้างประมาณ 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต และสูงประมาณ 3 ฟุต บริเวณฐานประดับด้วยลวดลายกลีบบัวโดยรอบ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารหลวง โดยมีซุ้มมณฑปครอบองค์พระแท่นเพื่อแสดงความเคารพและป้องกันการกระทบกระเทือนจากการใช้พื้นที่ ศิลาแลงเป็นวัสดุที่มีบทบาทในงานสถาปัตยกรรมและศาสนสถานโบราณของไทย ลักษณะของแท่นจึงมีความสำคัญทั้งในแง่วัตถุทางวัฒนธรรมและความเชื่อของพุทธศาสนิกชน
ตามตำนานที่สืบทอดเกี่ยวกับพระแท่นศิลาอาสน์ สถานที่แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในภัทรกัป โดยมีคติความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จและจะเสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นเพื่อเจริญภาวนา ตำนานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธาในพระแท่นศิลาอาสน์ และมีบทบาทต่อการเกิดประเพณีนมัสการที่ดำรงอยู่ในสังคมท้องถิ่น แม้ตำนานจะมีลักษณะเป็นเรื่องเล่าทางศาสนา แต่คุณค่าของตำนานอยู่ที่การถ่ายทอดแนวคิด ความเคารพ และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับปูชนียวัตถุ
เหตุการณ์สำคัญในประวัติวัดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2451 เมื่อไฟป่าลุกลามเข้ามาภายในวัดและทำให้อาคารสำคัญหลายส่วนเสียหาย ทั้งพระวิหารและมณฑปที่เกี่ยวข้องกับพระแท่นศิลาอาสน์ สิ่งที่ยังคงอยู่คือองค์พระแท่นศิลาแลงและอาคารบางส่วนที่รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้ เรื่องราวครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของวัด และนำไปสู่การบูรณะครั้งสำคัญในเวลาต่อมา
ภายหลังเหตุเพลิงไหม้ พระยาวโรดมภักดีศรีอุตรดิตถ์นคร (อั้น หงษนันท์) ผู้มีบทบาทด้านการปกครองเมืองอุตรดิตถ์ ได้ร่วมดำเนินการรวบรวมทุนและฟื้นฟูอาคารที่ได้รับความเสียหาย การบูรณะพระวิหารเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสถานที่สักการะสำคัญให้กลับมาทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนบทบาทของผู้นำท้องถิ่นและผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันอนุรักษ์ศาสนสถานสำคัญของจังหวัด
ประวัติพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ยังเกี่ยวข้องกับบานประตูไม้แกะสลักโบราณที่มีชื่อเสียง มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กล่าวถึงความสัมพันธ์กับบานประตูวิหารพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นงานไม้แกะสลักที่มีลวดลายประณีต อย่างไรก็ตาม บานประตูเก่าของพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ พ.ศ. 2451 จึงไม่ใช่โบราณวัตถุที่ยังคงปรากฏครบถ้วนอยู่ภายในวิหารในปัจจุบัน
ลักษณะของศิลปกรรมพระวิหารและมณฑปครอบพระแท่นสะท้อนความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพระแท่นศิลาอาสน์อย่างต่อเนื่อง อาคารไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นที่ประดิษฐานวัตถุสำคัญ แต่ยังเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม สวดมนต์ ทำบุญ และรวมตัวของพุทธศาสนิกชนในช่วงประเพณีประจำปี การใช้พื้นที่ทางศาสนาอย่างต่อเนื่องจึงช่วยรักษาทั้งตัวสถานที่และขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับวัด
ใน พ.ศ. 2549 วัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของวัดในระดับประเทศและบทบาทที่มีต่อพระพุทธศาสนาในจังหวัดอุตรดิตถ์ แม้จะมีฐานะเป็นพระอารามหลวง แต่พื้นที่วัดยังคงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประชาชนในชุมชนทุ่งยั้งและผู้มีศรัทธาจากจังหวัดอื่นที่เดินทางมานมัสการพระแท่นศิลาอาสน์
ภายในวัดมีหลักเมืองซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งนอกเหนือจากพระแท่นศิลาอาสน์ หลักเมืองแห่งนี้เป็นจุดที่ผู้ศรัทธาให้ความเคารพตามคติเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเมือง โดยมีบทบาทแตกต่างจากพระแท่นศิลาอาสน์ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุทางพระพุทธศาสนา การมีทั้ง 2 สิ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความหลากหลายของความเชื่อและการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมไทย
หลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์มีความแตกต่างจากโครงการก่อสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์แห่งใหม่ในเขตอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่บริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ทั้ง 2 สถานที่เป็นคนละแห่งและมีประวัติการดำเนินงานต่างกัน ดังนั้น หลักเมืองที่อยู่ในวัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงควรเข้าใจในบริบทของวัดและพื้นที่ทุ่งยั้ง ไม่ใช่นำประวัติโครงการศาลหลักเมืองแห่งใหม่มาใช้กับศาสนสถานแห่งนี้
การสักการะหลักเมืองมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล ความสงบสุข และความมั่นคงของชุมชน ผู้ที่เดินทางมาสักการะนิยมแสดงความเคารพด้วยการประนมมือและตั้งจิตอธิษฐานตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยให้ความสำคัญกับความสุภาพและการรักษาบรรยากาศของศาสนสถาน การเข้าสักการะหลักเมืองควบคู่กับการนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์จึงเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงคติความเชื่อเรื่องบ้านเมืองกับศรัทธาทางพระพุทธศาสนา
ในทางวัฒนธรรม หลักเมืองสะท้อนความสำคัญของความรู้สึกร่วมในการเป็นสมาชิกของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่อาศัย ความปลอดภัย ความผูกพันกับถิ่นฐาน หรือความปรารถนาให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ความหมายดังกล่าวพบได้ในวัฒนธรรมของหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย แต่รายละเอียดของการตั้งหลักเมือง ประวัติเสา และรูปแบบพิธีกรรมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่นมีความสัมพันธ์กับวัด พระธาตุ และปูชนียวัตถุสำคัญจำนวนมาก ทั้งในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์และอำเภอลับแล การมีหลักเมืองอยู่ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางศาสนาที่มีมิติซับซ้อน ประชาชนสามารถเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่นและประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ภายในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีพิธีกรรมหรือความเชื่อเหมือนกันทุกประการ
พระวิหารหลวงเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เพราะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระแท่นศิลาอาสน์ภายในซุ้มมณฑป อาคารมีความสำคัญต่อการประกอบพิธีทางศาสนาและการนมัสการของประชาชน ผู้มาเยือนสามารถชมสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับพระแท่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของวัดและเป็นภาพที่ปรากฏในสัญลักษณ์ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์
อีกจุดสำคัญของวัดคือหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปที่ได้รับความเคารพจากประชาชนในพื้นที่ มีเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และการคุ้มครองจากเหตุเพลิงไหม้ โดยประวัติการเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ พ.ศ. 2451 กล่าวถึงอาคารที่ประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักรว่าสามารถรอดพ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เรื่องเล่านี้จึงมีบทบาทต่อความศรัทธาของชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำเกี่ยวกับประวัติวัด
นอกจากพระแท่นศิลาอาสน์และหลวงพ่อธรรมจักรแล้ว วัดยังมีรอยพระพุทธบาทที่ได้รับความเคารพในฐานะปูชนียวัตถุสำคัญของพระพุทธศาสนา การสักการะรอยพระพุทธบาทเป็นประเพณีที่พบในศาสนสถานหลายแห่งของไทย โดยมีความหมายเกี่ยวกับการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและการดำเนินชีวิตตามหลักธรรม วัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงเป็นสถานที่ที่มีองค์ประกอบสำคัญทางศาสนาหลากหลายประเภทอยู่ร่วมกัน
หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของวัดคือจารึกรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นจารึกบนวัตถุทองสัมฤทธิ์ที่มีการกำหนดอายุใน พ.ศ. 2448 จารึกนี้ใช้ภาษาไทยและอักษรไทยสมัยธนบุรีถึงรัตนโกสินทร์ โดยมีการศึกษาบันทึกไว้ในฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร การมีจารึกดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำคัญของวัดในฐานะพื้นที่ที่เก็บรักษามรดกทางศาสนาและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นอกเหนือจากการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นองค์ประกอบสำคัญด้านการเรียนรู้วัฒนธรรม โดยเริ่มดำเนินงานจากแนวคิดของพระเฉลิมศิลป์ ชยเปาโล อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นศาลาการเปรียญเก่าที่นำมาปรับใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงข้อมูลและวัตถุเกี่ยวกับท้องถิ่น การปรับอาคารศาสนาให้เป็นสถานที่เรียนรู้ช่วยสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะผู้รักษาความทรงจำและองค์ความรู้ของชุมชน
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติวัดและวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงภาพถ่ายเก่า ภาพเขียน ผ้าและเครื่องแต่งกายโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือจับสัตว์น้ำ ภาชนะดินเผา เครื่องจักสาน และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ การรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นภาพชีวิตประจำวันของชุมชนในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรม
พิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงพระพุทธรูปและงานแกะสลักไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ศิลปกรรมท้องถิ่น การจัดวางวัตถุทางศาสนาควบคู่กับเครื่องใช้ของชาวบ้านช่วยให้เห็นว่าในสังคมชนบท วัดมีความสัมพันธ์กับทั้งการประกอบพิธีกรรม การศึกษา และการดำรงชีวิตในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด
ในด้านวัฒนธรรมชุมชน พื้นที่ทุ่งยั้งและลับแลมีเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับเกษตรกรรม การทำสวนผลไม้ อาหารพื้นบ้าน และประเพณีทางพระพุทธศาสนา ชุมชนมีวิถีชีวิตที่ได้รับอิทธิพลจากภูมิประเทศบริเวณที่ราบเชิงเขาและแนวภูเขาโดยรอบ ทั้งยังรักษาร่องรอยของการตั้งถิ่นฐานเก่าและชื่อสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
อำเภอลับแลเป็นที่รู้จักจากเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับเมืองลับแลและวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนเก่า ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล ซึ่งมีชื่อเสียงด้านรสชาติและเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจท้องถิ่น การเดินทางมาเที่ยววัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาวิถีชุมชนลับแลได้ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ อาหาร และเกษตรกรรม
ประเพณีสำคัญที่สุดของวัดคืองานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆบูชาเป็นประจำทุกปี งานนี้มีความสำคัญต่อชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การสักการะพระแท่น และการร่วมทำบุญของผู้มีจิตศรัทธา อีกทั้งยังมีการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมของชุมชนตามรูปแบบการจัดงานในแต่ละปี
งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์มีบทบาทในการรวมตัวของประชาชนจากหลายอำเภอ เพราะเป็นโอกาสที่พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมทางศาสนาและแสดงความเคารพต่อปูชนียวัตถุสำคัญของจังหวัด ในขณะเดียวกันกิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบงานยังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัด หน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น ความสำคัญของงานจึงครอบคลุมทั้งศรัทธา การสืบทอดประเพณี และความร่วมมือทางสังคม
ใน พ.ศ. 2568 จังหวัดอุตรดิตถ์ได้จัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ โดยมีพิธีเปิดงานและพิธีบำเพ็ญกุศลที่พระวิหารหลวงเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568 พิธีสำคัญประกอบด้วยการบูชาเทพยดา พระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับวัด รวมถึงการอุทิศกุศลแก่ผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการดำรงอยู่ของขนบธรรมเนียมที่เชื่อมโยงพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนากับความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานที่
วัดพระแท่นศิลาอาสน์ยังมีการประกอบพิธีตักบาตรพระอุปคุตในประเพณีเป็งปุ๊ด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันเพ็ญตรงกับวันพุธ พิธีดังกล่าวเป็นขนบธรรมเนียมที่พบในชุมชนภาคเหนือและมีความสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องพระอุปคุต ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 วัดได้จัดพิธีตักบาตรหลังเที่ยงคืนโดยมีพระสงฆ์ ประชาชน และผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วม เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบทบาทวัดในการสืบทอดประเพณีท้องถิ่น
ความสำคัญของประเพณีเป็งปุ๊ดอยู่ที่การผสมผสานระหว่างการทำบุญตักบาตรและคติความเชื่อที่สืบทอดมาในสังคมภาคเหนือ การจัดพิธีในช่วงเวลาพิเศษทำให้กิจกรรมมีเอกลักษณ์แตกต่างจากการทำบุญตามปกติ และเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมจากพระสงฆ์และผู้สูงอายุในชุมชน
พระวินัยสาทร (ถวิล ถาวโร) เป็นเจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ฝ่ายธรรมยุต ตามรายงานกิจกรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์ใน พ.ศ. 2568 บทบาทของเจ้าอาวาสเกี่ยวข้องกับการปกครองคณะสงฆ์ การดูแลศาสนสถาน การจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และการประสานความร่วมมือกับชุมชนในการสืบทอดประเพณีและดูแลพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
วัดพระแท่นศิลาอาสน์มีคุณค่าในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงคนหลายรุ่น เพราะประชาชนสามารถมาทำบุญ สักการะพระแท่นศิลาอาสน์ กราบหลวงพ่อธรรมจักร เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภายในสถานที่เดียวกัน การทำหน้าที่หลากหลายด้านนี้สะท้อนบทบาทของวัดในสังคมไทยที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประกอบศาสนพิธี แต่ยังเกี่ยวข้องกับการศึกษา การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการสร้างความผูกพันภายในชุมชน
ผู้ที่สนใจสักการะหลักเมืองภายในวัดควรเข้าใจว่าจุดสักการะดังกล่าวมีหน้าที่ต่างจากพระแท่นศิลาอาสน์ การเคารพหลักเมืองสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องความมั่นคงและความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง ส่วนการนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์สัมพันธ์กับคติทางพระพุทธศาสนาและตำนานเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า การแยกความหมายดังกล่าวช่วยให้เข้าใจลักษณะของศาสนสถานได้อย่างชัดเจน
การเยี่ยมชมวัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงมีความน่าสนใจทั้งในด้านจิตใจและด้านความรู้ ผู้ที่เดินทางมาเพื่อสักการะสามารถใช้เวลาอยู่กับความสงบของวัด ขณะที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถศึกษาพงศาวดาร เรื่องราวการบูรณะหลังเหตุเพลิงไหม้ และหลักฐานทางศิลปกรรม ผู้ที่สนใจวิถีชีวิตชุมชนสามารถเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและการเดินทางไปยังแหล่งวัฒนธรรมในอำเภอลับแล
บริเวณวัดมีส่วนที่เป็นพระวิหารหลวงและพระแท่นศิลาอาสน์ พื้นที่สักการะหลวงพ่อธรรมจักร สถานที่เกี่ยวข้องกับรอยพระพุทธบาท พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และหลักเมือง การเที่ยวชมแต่ละส่วนทำให้เห็นความหลากหลายของสิ่งสำคัญในวัด โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันของปูชนียวัตถุ ศาสนสถาน อาคารจัดแสดง และสัญลักษณ์ทางความเชื่อของชุมชน
วัดพระแท่นศิลาอาสน์เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่เดินทางมาสักการะ ผู้สนใจประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา นักเรียนและนักศึกษาที่ศึกษามรดกท้องถิ่น หรือครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมกัน การเดินทางมาที่วัดจึงสามารถเป็นทั้งกิจกรรมทางศรัทธาและการศึกษานอกห้องเรียนที่ทำให้เกิดความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์จังหวัดอุตรดิตถ์มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรม วัดพระแท่นศิลาอาสน์มีรายละเอียดที่น่าสนใจตั้งแต่รูปแบบพระวิหาร มณฑปครอบพระแท่น งานตกแต่งทางศาสนา ไปจนถึงการจัดวางอาคารบนเนินเขา การชมสิ่งก่อสร้างควบคู่กับประวัติการบูรณะทำให้เข้าใจว่าอาคารปัจจุบันเป็นผลจากการดูแลรักษาและการก่อสร้างในหลายช่วงเวลา ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างทั้งหมดที่มีอายุเท่ากัน
ศิลปกรรมและรูปแบบอาคารของวัดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมภาคเหนือกับศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองในอดีต ทั้งล้านนา สุโขทัย และอยุธยา อิทธิพลเหล่านี้ปรากฏผ่านเรื่องเล่าเกี่ยวกับงานช่าง รูปแบบวิหาร และความนิยมในการสร้างมณฑปครอบปูชนียวัตถุสำคัญ การศึกษาวัดจึงเป็นโอกาสในการมองเห็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย
ด้านหน้าวัดและพื้นที่โดยรอบมีบรรยากาศของชุมชนทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับวัดสำคัญหลายแห่ง บริเวณนี้มีถนนที่เชื่อมต่อกับตัวอำเภอลับแลและเมืองอุตรดิตถ์ ทำให้การเดินทางมาวัดสามารถเชื่อมกับการเที่ยวชมย่านชุมชนเก่าและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดได้โดยไม่ต้องเดินทางย้อนเส้นทางหลายครั้ง
วัดพระยืนพุทธบาทยุคลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่อยู่ใกล้วัดพระแท่นศิลาอาสน์มากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนเนินเขาเดียวกันแต่คนละยอด มีความสัมพันธ์กับคติการสักการะพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาท การเดินทางเชื่อมโยงวัดทั้ง 2 แห่งทำให้เห็นลักษณะของกลุ่มศาสนสถานบนเนินเขาที่มีบทบาทต่อชุมชนทุ่งยั้ง
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาของอำเภอลับแล ภายในวัดมีพระบรมธาตุเจดีย์ที่ได้รับความเคารพจากประชาชน การเที่ยวชมวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งร่วมกับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของกลุ่มศาสนสถานสำคัญที่กระจายอยู่ในพื้นที่ทุ่งยั้งและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมาอย่างยาวนาน
ประตูเมืองลับแลเป็นจุดหมายสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอลับแล ตั้งอยู่บนเส้นทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าและเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้มาเยือนมักใช้เป็นจุดเริ่มต้นการสำรวจชุมชน บริเวณโดยรอบมีสถานที่และเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองลับแล ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงศาสนากับประวัติศาสตร์ชุมชนและความเชื่อท้องถิ่น
พิพิธภัณฑ์เมืองลับแลและย่านชุมชนศรีพนมมาศเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวลับแลในอดีต มีเรื่องราวเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐาน การค้าขาย อาหาร และความเป็นมาของชุมชนเก่า การเที่ยวชมสถานที่เหล่านี้ควบคู่กับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างพระพุทธศาสนา ความเป็นเมือง และชีวิตประจำวันของผู้คนในจังหวัดอุตรดิตถ์
อาหารท้องถิ่นของลับแลมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากอาหารภาคเหนือในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะข้าวพันผัก หมี่พัน และข้าวแคบ ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้แผ่นแป้งหรือแผ่นข้าวเป็นองค์ประกอบสำคัญ อาหารเหล่านี้สะท้อนภูมิปัญญาด้านการแปรรูปวัตถุดิบและวิถีการกินของชุมชน การแวะรับประทานอาหารพื้นบ้านหลังเที่ยวชมวัดจึงช่วยให้การเดินทางมีมิติด้านวัฒนธรรมอาหารเพิ่มขึ้น
ในอำเภอลับแลมีร้านอาหารพื้นเมืองและร้านอาหารไทยที่ได้รับความนิยม เช่น ร้านข้าวพันผัก ร้านหมี่พัน และร้านอาหารในเขตศรีพนมมาศ รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มในตำบลทุ่งยั้ง รายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถใช้เป็นส่วนประกอบของการเดินทางเที่ยววัดและสถานที่สำคัญอื่น โดยมีร้านที่ให้บริการอาหารท้องถิ่นเป็นจุดเด่นของพื้นที่
ที่พักสำหรับผู้มาเยือนวัดพระแท่นศิลาอาสน์มีทั้งที่พักในอำเภอลับแลและโรงแรมในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ที่พักในเขตลับแลเหมาะกับผู้ต้องการสัมผัสบรรยากาศชุมชนและเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ส่วนโรงแรมในตัวเมืองอุตรดิตถ์สะดวกต่อการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมและการเดินทางไปยังสถานที่อื่นของจังหวัด
การท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากวัดพระแท่นศิลาอาสน์สามารถขยายไปยังแหล่งธรรมชาติของอำเภอลับแล เช่น น้ำตกแม่พูล ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศแบบเนินเขาและพื้นที่ป่า การเดินทางในเส้นทางดังกล่าวทำให้ได้สัมผัสทั้งความสำคัญทางศาสนา ชุมชนเมืองเก่า อาหารท้องถิ่น และภูมิทัศน์ธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
ผู้ที่เดินทางมาวัดในช่วงงานประเพณีนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์จะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากวันทั่วไป เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากและมีการจัดพิธีกรรมตามประเพณี การใช้พื้นที่วัดในช่วงงานบุญสะท้อนบทบาทของศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางการรวมตัวของผู้คนจากหลายพื้นที่ ขณะที่วันปกติบรรยากาศของวัดมีลักษณะเหมาะกับการสักการะและศึกษาสถานที่อย่างสงบ
การเข้าสักการะภายในวัดควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในบริเวณประกอบพิธีกรรม และหลีกเลี่ยงการสัมผัสปูชนียวัตถุหรือโบราณวัตถุโดยไม่จำเป็น หากมีการถวายดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะ ควรใช้พื้นที่ที่ทางวัดกำหนด การเคารพสถานที่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาบรรยากาศความศรัทธาและช่วยให้ผู้มาเยือนทุกคนสามารถประกอบกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม
การถ่ายภาพอาคารและสิ่งสำคัญภายในวัดควรคำนึงถึงผู้ที่กำลังทำบุญหรือสักการะ ไม่กีดขวางทางเดินและไม่รบกวนพิธีทางศาสนา สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์และพื้นที่จัดแสดงควรปฏิบัติตามป้ายหรือข้อกำหนดของสถานที่ การรักษาความสะอาดและไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงโดยไม่จำเป็นเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
การเดินทาง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210 สามารถเดินทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้าง โดยใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลทุ่งยั้งและป้ายบอกทางไปวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เมื่อเข้าสู่เขตวัดสามารถเดินทางต่อไปยังบริเวณหลักเมืองและสถานที่สักการะอื่นภายในวัดตามเส้นทางที่จัดไว้
ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าสู่ตัวเมืองอุตรดิตถ์ผ่านโครงข่ายทางหลวงสายหลัก ก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอลับแลและตำบลทุ่งยั้ง ผู้ที่ใช้รถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟในเขตเมืองอุตรดิตถ์แล้วเดินทางต่อด้วยรถรับจ้างท้องถิ่น การเดินทางไปวัดจึงเหมาะทั้งกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวและผู้ที่เดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะแล้วต่อรถภายในจังหวัด
การเดินทางเที่ยววัดพระแท่นศิลาอาสน์สามารถจัดให้เชื่อมโยงกับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล และแหล่งอาหารพื้นบ้านในเขตศรีพนมมาศได้ สถานที่แต่ละแห่งมีความสำคัญแตกต่างกัน ตั้งแต่ศาสนสถานบนเนินเขา พระธาตุเก่าแก่ สัญลักษณ์เมือง ไปจนถึงพื้นที่บอกเล่าวิถีชีวิตชุมชน
เสาหลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์จึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลของบ้านเมืองและมีความสัมพันธ์กับกลุ่มมรดกทางศาสนาที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ การเดินทางมาสักการะหลักเมืองสามารถเชื่อมต่อกับการนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ กราบหลวงพ่อธรรมจักร ศึกษารอยพระพุทธบาทและจารึกโบราณ ตลอดจนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นได้ภายในพื้นที่วัดเดียวกัน
ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ความต่อเนื่องของศรัทธาและการรักษามรดกชุมชน วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นพยานต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลายช่วงเวลา ตั้งแต่การเป็นสถานที่นมัสการที่มีชื่อเสียงในสมัยอยุธยา การฟื้นฟูหลังเพลิงไหม้ พ.ศ. 2451 การได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงใน พ.ศ. 2549 และการดำรงอยู่ของประเพณีสำคัญในปัจจุบัน การมาเยือนสถานที่แห่งนี้จึงช่วยให้เข้าใจทั้งความเชื่อเรื่องหลักเมือง ประวัติพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม และบทบาทของชุมชนทุ่งยั้งและลับแลต่อวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างเชื่อมโยงกัน
| ชื่อสถานที่ | เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือหลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ |
| ที่ตั้ง | วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง บ้านพระแท่น หมู่ 6 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210 |
| รหัสตำแหน่งแผนที่ | H2XV+8C5 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ประเภทสถานที่ | สถานที่สักการะหลักเมืองภายในพระอารามหลวง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม |
| ความสำคัญ | หลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ทางความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง ขณะที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ประวัติวัด | เดิมชื่อวัดมหาธาตุ เป็นวัดโบราณที่ไม่ปรากฏปีสร้างแน่นอน มีหลักฐานในพระราชพงศาวดารเกี่ยวกับการนมัสการพระแท่นใน พ.ศ. 2283 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2451 และได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีใน พ.ศ. 2549 |
| สังกัดคณะสงฆ์ | ธรรมยุติกนิกาย |
| เจ้าอาวาส | พระวินัยสาทร (ถวิล ถาวโร) เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ (ธรรมยุต) |
| สิ่งสำคัญ | หลักเมือง พระแท่นศิลาอาสน์ พระวิหารหลวง หลวงพ่อธรรมจักร รอยพระพุทธบาท พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และหอคำแก้ว |
| ลักษณะพระแท่นศิลาอาสน์ | แท่นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูงประมาณ 3 ฟุต มีลายกลีบบัวประดับฐาน และมีซุ้มมณฑปครอบภายในพระวิหาร |
| พื้นที่สำคัญภายในวัด | 1. บริเวณหลักเมือง 2. พระวิหารหลวงและพระแท่นศิลาอาสน์ 3. พื้นที่สักการะหลวงพ่อธรรมจักร 4. บริเวณรอยพระพุทธบาท 5. พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 6. หอคำแก้วและพื้นที่วัดโดยรอบ |
| ประเพณีสำคัญ | งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ช่วงวันเพ็ญเดือน 3 และประเพณีตักบาตรพระอุปคุตในวันเป็งปุ๊ดเมื่อวันเพ็ญตรงกับวันพุธ |
| วันเปิดเข้าชมวัด | ทุกวัน |
| เวลาเปิดเข้าชมวัด | 08.00 – 17.00 น. |
| โทรศัพท์วัด | 055-453527 |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์เข้าสู่อำเภอลับแล มุ่งหน้าไปตำบลทุ่งยั้งและวัดพระแท่นศิลาอาสน์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระยืนพุทธบาทยุคล บนเนินเขาเดียวกัน 2. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง 3. ตลาดทุ่งยั้ง ประมาณ 2 กม. 4. ประตูเมืองลับแล ประมาณ 6 กม. 5. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ประมาณ 7 กม. 6. น้ำตกแม่พูล อำเภอลับแล |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านกาแฟน้องเอ ภายในบริเวณวัด 2. ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแท่น ประมาณ 0.3 กม. 3. ลานโพธิ์คาเฟ่ ตำบลทุ่งยั้ง โทร. 055-816888 4. เดอะเทอร์มินอลคาเฟ่ ทุ่งยั้ง ประมาณ 3 กม. โทร. 081-7036843 5. ร้านข้าวพันผักอินดี้ อำเภอลับแล โทร. 080-4470345 6. ร้านป้าหว่างหมี่พันลับแล อำเภอลับแล โทร. 084-0452407 7. ร้านครัวม่อนแก้ว อำเภอลับแล โทร. 087-8167668 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ทุ่งยั้งเฮ้าส์ ประมาณ 2 กม. โทร. 065-4556393 2. บ้านสวนแสงตะวันรีสอร์ท อำเภอลับแล โทร. 083-1615735 3. ลับแลเกสต์เฮาส์ อำเภอลับแล โทร. 084-5023761 4. เรือนลับแลรีสอร์ท อำเภอลับแล โทร. 086-6799673 5. โรงแรมสีหราช ตัวเมืองอุตรดิตถ์ ประมาณ 8 กม. โทร. 055-832790-6 6. โรงแรมฟรายเดย์ ตัวเมืองอุตรดิตถ์ ประมาณ 8 กม. โทร. 055-832775-9 7. โรงแรมเคทู ลิฟวิ่ง ตัวเมืองอุตรดิตถ์ ประมาณ 9 กม. โทร. 055-411548 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เสาหลักเมืองจำลองจังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210
ถาม: วัดพระแท่นศิลาอาสน์เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: หลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นแห่งเดียวกับศาลหลักเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ก่อสร้างใหม่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน หลักเมืองภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ตั้งอยู่ที่อำเภอลับแล ส่วนโครงการศาลหลักเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์แห่งใหม่อยู่บริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่าในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
ถาม: วัดพระแท่นศิลาอาสน์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดเดิมชื่อวัดมหาธาตุ เป็นวัดโบราณที่ไม่ปรากฏปีสร้างแน่นอน มีหลักฐานเกี่ยวกับการเสด็จนมัสการพระแท่นใน พ.ศ. 2283 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2451 และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีใน พ.ศ. 2549
ถาม: พระแท่นศิลาอาสน์คืออะไร?
ตอบ: เป็นแท่นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าประดิษฐานภายในพระวิหารหลวง มีขนาดกว้างประมาณ 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต และสูงประมาณ 3 ฟุต เป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่ได้รับความเคารพจากชาวจังหวัดอุตรดิตถ์
ถาม: เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์คือใคร?
ตอบ: พระวินัยสาทร (ถวิล ถาวโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ฝ่ายธรรมยุต ตามข้อมูลการปกครองคณะสงฆ์ที่เผยแพร่ใน พ.ศ. 2568
ถาม: วัดพระแท่นศิลาอาสน์มีประเพณีสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในช่วงวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆบูชาเป็นประจำทุกปี และมีการประกอบพิธีตักบาตรพระอุปคุตตามประเพณีเป็งปุ๊ดเมื่อวันเพ็ญตรงกับวันพุธ
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้วัดพระแท่นศิลาอาสน์อะไรบ้าง?
ตอบ: มีวัดพระยืนพุทธบาทยุคล วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตลาดทุ่งยั้ง ประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล และน้ำตกแม่พูล รวมถึงร้านอาหารพื้นเมืองและที่พักในอำเภอลับแลและตัวเมืองอุตรดิตถ์
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว



