หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง >อ.เมืองตรัง >ต.ทับเที่ยง > เกาะไหง
TL;DR: เกาะไหง อยู่ที่เกาะไหง ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 เปิดเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน เวลา ไม่มีเวลาเข้าชมประจำแบบสถานที่บนฝั่ง การเดินทางใช้รอบเรือกลางวันตามผู้ให้บริการ.
เกาะไหง

วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน โดยฤดูท่องเที่ยวหลักอยู่ประมาณกลางเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤษภาคม และอาจปิดหรือจำกัดการเดินทางช่วงมรสุมตามประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีเวลาเข้าชมประจำแบบสถานที่บนฝั่ง การเดินทางใช้รอบเรือกลางวันตามผู้ให้บริการ สภาพทะเล และประกาศของอุทยาน
เกาะไหง หรือที่หลายคนเรียกว่าเกาะไห เป็นหนึ่งในเกาะทะเลอันดามันที่ได้รับความนิยมสูงในเส้นทางท่องเที่ยวทะเลตรัง แม้ในทางการปกครองเกาะไหงอยู่ในตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา แต่ในทางการท่องเที่ยว เกาะแห่งนี้ถูกเชื่อมโยงกับจังหวัดตรังมาอย่างยาวนาน เพราะสามารถเดินทางจากท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ได้สะดวก ใช้เวลาเดินเรือไม่นาน และมักถูกจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับเกาะมุก ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะแหวน และเกาะม้า จุดเด่นของเกาะไหงคือชายหาดด้านตะวันออกที่ทอดยาว น้ำทะเลใส แนวปะการังน้ำตื้นหน้าหาด ฝูงปลาหลากสี บรรยากาศสงบ และที่พักริมทะเลที่เหมาะกับการพักผ่อนจริงจังมากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ
ภาพจำของเกาะไหงคือเกาะเล็กที่มีน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวนวล และแนวต้นมะพร้าวกับรีสอร์ตขนาดไม่ใหญ่มากเรียงตัวอยู่ริมชายหาด ด้านหน้าหาดสามารถมองเห็นทะเลเปิดและเกาะใกล้เคียง ส่วนด้านหลังของเกาะยังมีพื้นที่ภูเขาและป่าเขียว ทำให้บรรยากาศโดยรวมต่างจากชายหาดบนฝั่ง เกาะไหงไม่ได้มีชุมชนเมืองหรือถนนใหญ่บนเกาะ การใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยวจึงมักอยู่กับชายหาด ที่พัก เรือ ทะเล และกิจกรรมดำน้ำเป็นหลัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลบความวุ่นวายและใช้เวลาช้า ๆ กับทะเลตรัง
ความพิเศษของเกาะไหงอยู่ที่การเป็นเกาะที่เดินทางจากตรังได้ง่าย แต่มีสถานะทางพื้นที่เชื่อมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาในจังหวัดกระบี่ จุดนี้เป็นรายละเอียดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักสับสน เพราะหลายเว็บไซต์และหลายแพ็กเกจทัวร์เรียกเกาะไหงว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลตรัง เนื่องจากท่าเรือปากเมงเป็นฐานเดินทางที่สะดวกที่สุดแห่งหนึ่ง แต่เมื่ออ้างอิงทางราชการ เกาะไหงเป็นเกาะในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ การอธิบายทั้งสองมิติให้ชัดเจนช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถูกต้องทั้งด้านเส้นทางท่องเที่ยวและด้านพื้นที่ปกครอง
ชายหาดหลักของเกาะไหงอยู่ทางฝั่งตะวันออก เป็นแนวหาดยาวที่นักท่องเที่ยวนิยมพักมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่มีที่พักหลายแห่ง ร้านอาหารของรีสอร์ต จุดขึ้นลงเรือ และแนวปะการังน้ำตื้นอยู่ไม่ไกลจากชายหาด เมื่อน้ำทะเลนิ่งและทัศนวิสัยดี นักท่องเที่ยวสามารถลงดำน้ำตื้นบริเวณหน้าหาดเพื่อชมปลาและปะการังได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกเรือไกลเท่าหลายเกาะในทะเลตรัง ลักษณะนี้ทำให้เกาะไหงเหมาะกับผู้ที่อยากพักบนเกาะและใช้เวลาชมทะเลหน้าที่พักได้ตลอดวัน
น้ำทะเลรอบเกาะไหงขึ้นชื่อเรื่องความใส โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่คลื่นลมสงบ แสงแดดดี และไม่มีฝนต่อเนื่อง สีของน้ำทะเลจะเปลี่ยนตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงฟ้าเขียวตามระดับความลึกและพื้นทรายด้านล่าง ช่วงเช้ามักให้ภาพทะเลสงบ เหมาะกับการเดินชายหาดและถ่ายภาพ ส่วนช่วงสายถึงบ่ายเหมาะกับการดำน้ำตื้นเมื่อแสงส่องลงน้ำได้ดี ช่วงเย็นให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการนั่งริมทะเล ฟังเสียงคลื่น และชมแสงที่ค่อย ๆ อ่อนลงเหนือแนวเกาะ
แนวปะการังหน้าหาดเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เกาะไหงแตกต่างจากเกาะพักผ่อนทั่วไป พื้นที่ด้านหน้าชายหาดมีแนวปะการังน้ำตื้นที่ยังใช้เป็นจุดชมโลกใต้น้ำได้ เมื่อน้ำอยู่ในระดับเหมาะสม นักท่องเที่ยวจะเห็นปลาขนาดเล็ก ปะการัง และชีวิตทะเลในระยะใกล้กว่าการนั่งเรือชมวิวบนผิวน้ำ อย่างไรก็ตาม การดำน้ำหน้าหาดต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสิ่งมีชีวิต ไม่ให้อาหารปลา และไม่ใช้ตีนกบเตะพื้นทะเล เพราะปะการังน้ำตื้นเปราะบางและเสียหายง่ายมาก
เกาะไหงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักถ่ายภาพ คนที่ต้องการพักเงียบ ๆ และผู้ที่ชอบดำน้ำตื้นแบบไม่ต้องเดินทางหลายรอบในหนึ่งวัน เกาะนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแสงสี ร้านค้าแน่นหนา หรือกิจกรรมกลางคืนแบบเมืองท่องเที่ยวใหญ่ เพราะเสน่ห์ของเกาะไหงอยู่ที่ความนิ่ง ความเป็นธรรมชาติ และจังหวะชีวิตที่ช้ากว่า การมาที่นี่จึงควรตั้งใจมาพัก มากกว่ามาแค่แวะถ่ายรูปแล้วรีบกลับ
ฤดูกาลมีผลต่อประสบการณ์เที่ยวเกาะไหงอย่างมาก ฤดูท่องเที่ยวหลักของเกาะอยู่ในช่วงทะเลอันดามันคลื่นลมสงบ โดยทั่วไปอยู่ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ส่วนช่วงมรสุมตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมมักมีคลื่นลม ฝน และประกาศปิดหรือจำกัดการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนจองเรือหรือที่พักทุกครั้ง โดยเฉพาะการเดินทางช่วงรอยต่อฤดูกาล ซึ่งสภาพทะเลอาจเปลี่ยนเร็ว
ในปี 2569 มีข้อมูลยืนยันว่าพื้นที่เกาะไหงยังเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ธรรมชาติที่อยู่ในการดูแลของอุทยานอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากข้อมูลการเตรียมศูนย์บริการและความปลอดภัยนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาในช่วงปีใหม่ และข่าวการพบพะยูนหากินบริเวณเกาะไหง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทะเลรอบเกาะยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางนิเวศ ไม่ใช่เพียงเกาะพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น
ข้อมูลเรื่องพะยูนบริเวณเกาะไหงมีความสำคัญมาก เพราะพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากที่สัมพันธ์กับแหล่งหญ้าทะเลและคุณภาพของระบบนิเวศชายฝั่ง การพบพะยูนบริเวณเกาะไหงทำให้พื้นที่นี้มีมิติด้านการอนุรักษ์เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็วเมื่อผ่านพื้นที่ที่มีโอกาสพบสัตว์ทะเลหายาก ไม่ไล่ตาม ไม่ส่งเสียงรบกวน และไม่พยายามเข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ เพราะการเที่ยวทะเลที่ดีต้องไม่ทำให้สัตว์ทะเลเปลี่ยนพฤติกรรมหรือได้รับอันตราย
กิจกรรมหลักบนเกาะไหงคือการพักผ่อนริมชายหาด ดำน้ำตื้น พายเรือคายัก ถ่ายภาพ เดินเล่นริมทะเล อ่านหนังสือ รับประทานอาหารที่ที่พัก และออกเรือเที่ยวเกาะใกล้เคียง นักท่องเที่ยวที่พักบนเกาะมักใช้ช่วงเช้ากับชายหาดหน้าที่พัก ช่วงสายหรือบ่ายกับกิจกรรมดำน้ำ และช่วงเย็นกับการพักผ่อนเงียบ ๆ บนชายหาด ลักษณะการเที่ยวเช่นนี้เหมาะกับเกาะไหงมาก เพราะเกาะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนที่ตลอดเวลา แต่เหมาะกับการอยู่กับที่และซึมซับทะเลให้เต็มที่
สำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำตื้น เกาะไหงมีทั้งจุดดำน้ำหน้าหาดและเส้นทางออกเรือไปยังเกาะใกล้เคียง เช่น เกาะม้า เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะกระดาน และเกาะมุก การดำน้ำหน้าหาดเหมาะกับวันที่ทะเลนิ่งและน้ำใส ส่วนการออกเรือเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นจุดดำน้ำหลายแบบในวันเดียว นักท่องเที่ยวควรเลือกผู้ให้บริการที่มีเสื้อชูชีพ หน้ากากดำน้ำที่สะอาด เรือมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต และมีคำแนะนำเรื่องความปลอดภัยอย่างชัดเจน
หากต้องการเที่ยวเกาะไหงแบบไปเช้าเย็นกลับ สามารถเลือกโปรแกรมจากท่าเรือปากเมงหรือผู้ให้บริการทะเลตรังที่จัดเส้นทางไปเกาะไหงร่วมกับเกาะอื่น ๆ ได้ แต่การเที่ยวแบบค้างคืนจะให้ประสบการณ์ดีกว่า เพราะเกาะไหงสวยที่สุดในช่วงที่นักท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปยังมาไม่ถึงหรือกลับออกจากเกาะไปแล้ว ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นหลังเรือทัวร์กลับฝั่งเป็นเวลาที่ชายหาดสงบที่สุด เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศเกาะอย่างแท้จริง
การเดินทางจากจังหวัดตรังไปเกาะไหงนิยมเริ่มจากท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา โดยเดินทางจากตัวเมืองตรังไปท่าเรือก่อน จากนั้นต่อเรือไปเกาะไหง เวลาเดินเรือขึ้นอยู่กับชนิดเรือและสภาพทะเล โดยข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไปและข้อมูลที่พักบนเกาะระบุว่าการเดินทางด้วยเรือจากปากเมงใช้เวลาประมาณ 45–60 นาที ส่วนเรือสปีดโบ๊ทส่วนตัวอาจใช้เวลาสั้นกว่านั้น นักท่องเที่ยวควรจองเรือล่วงหน้าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และควรยืนยันเวลารับส่งกับที่พักหรือผู้ให้บริการก่อนออกเดินทาง
การเดินทาง จากตัวเมืองตรังไปท่าเรือปากเมงสามารถใช้เส้นทางตรัง–สิเกา–ปากเมง โดยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถตู้ หรือรถรับส่งของที่พัก เมื่อถึงท่าเรือปากเมงจึงต่อเรือไปเกาะไหง หากเดินทางจากสนามบินตรัง ควรประสานรถรับส่งและเรือกับที่พักล่วงหน้าเพื่อให้เวลาเชื่อมต่อไม่ขาดช่วง หากเดินทางจากกระบี่หรือเกาะลันตา สามารถใช้ผู้ให้บริการเรือที่เชื่อมระหว่างเกาะลันตา เกาะไหง และเกาะใกล้เคียงในฤดูกาลท่องเที่ยวได้ตามรอบที่เปิดให้บริการ
ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเกาะไหงประกอบด้วยค่าเรือ ค่าแพ็กเกจทัวร์หรือค่ารถรับส่ง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าธรรมเนียมอุทยานตามเงื่อนไขของพื้นที่ เกาะไหงอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาและอยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวพิเศษบางรายการของอุทยาน นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบว่าค่าเรือหรือที่พักรวมค่าธรรมเนียมอุทยานแล้วหรือไม่ หากไม่ได้รวม ควรเตรียมเงินสดสำหรับชำระหน้างานหรือจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด
บนเกาะไหงมีที่พักหลายระดับ ตั้งแต่รีสอร์ตริมชายหาด บังกะโล ที่พักแนวธรรมชาติ ไปจนถึงที่พักที่เหมาะกับการพักผ่อนระยะยาว ที่พักส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายหาดหลักและชายหาดฝั่งตะวันออก จุดเด่นคือสามารถเดินลงทะเลจากที่พักได้ง่าย บางแห่งมีร้านอาหาร บาร์ริมหาด เรือรับส่ง และบริการกิจกรรมทะเล นักท่องเที่ยวควรจองล่วงหน้าในฤดูท่องเที่ยว เพราะจำนวนที่พักบนเกาะมีจำกัด และการเดินทางขึ้นอยู่กับเรือมากกว่าถนน
ร้านอาหารบนเกาะไหงส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารของรีสอร์ตและที่พัก นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าที่พักมีบริการอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือเปิดเฉพาะบางช่วงเวลา ร้านอาหารริมชายหาดเหมาะกับการรับประทานอาหารทะเล อาหารไทย อาหารง่าย ๆ และเครื่องดื่มพร้อมชมวิวทะเล หากพักหลายคืนควรวางแผนค่าอาหารให้เหมาะสม เพราะบนเกาะมีตัวเลือกร้านค้าน้อยกว่าพื้นที่บนฝั่งอย่างหาดปากเมงหรืออำเภอสิเกา
เกาะไหงเหมาะกับการถ่ายภาพหลายช่วงเวลา ช่วงเช้าเหมาะกับภาพชายหาดว่าง น้ำใส และแสงนุ่ม ช่วงสายเหมาะกับภาพทะเลสีฟ้าและกิจกรรมดำน้ำ ช่วงเย็นเหมาะกับภาพบรรยากาศสงบของที่พักและชายหาด หากต้องการถ่ายภาพใต้น้ำควรใช้กล้องกันน้ำหรือเคสที่มีคุณภาพ ตรวจซีลกันน้ำก่อนลงทะเล และผูกอุปกรณ์กับตัวให้แน่น เพื่อป้องกันการหลุดมือขณะลอยตัวหรือขึ้นลงเรือ
ข้อควรระวังสำคัญของเกาะไหงคือสภาพทะเล กระแสน้ำ และสิ่งมีชีวิตทะเลในบางฤดูกาล ช่วงปี 2569 มีข่าวการพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาบางจุด รวมถึงเกาะไหง ทำให้หน่วยงานต้องประกาศปิดพื้นที่ชั่วคราวก่อนเปิดตามปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เหตุการณ์ลักษณะนี้ย้ำว่าการเที่ยวทะเลควรฟังประกาศล่าสุด ไม่ลงน้ำเมื่อมีคำเตือน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการอย่างเคร่งครัด
ผู้ที่เดินทางกับเด็กควรเลือกช่วงทะเลสงบ เลือกที่พักที่มีหน้าหาดเข้าถึงง่าย และเตรียมเสื้อชูชีพสำหรับเด็กให้เหมาะสม แม้เกาะไหงจะมีบรรยากาศพักผ่อนและเหมาะกับครอบครัว แต่ชายหาดเกาะมีน้ำขึ้นน้ำลงและบางช่วงมีแนวปะการังหรือหินใต้น้ำ การเล่นน้ำจึงควรอยู่ในพื้นที่ที่ผู้ให้บริการแนะนำ ผู้ปกครองควรอยู่ใกล้เด็กตลอดเวลา และควรหลีกเลี่ยงการให้เด็กยืนบนปะการังหรือไล่จับสัตว์น้ำ
ผู้ที่เดินทางเป็นคู่รักหรือมาพักผ่อนเงียบ ๆ จะเหมาะกับเกาะไหงมากเป็นพิเศษ เพราะเกาะมีบรรยากาศโรแมนติกแบบเรียบง่าย ไม่ต้องพึ่งกิจกรรมมากมาย ช่วงเช้าสามารถเดินชายหาด ช่วงกลางวันนั่งอ่านหนังสือหรือดำน้ำหน้าหาด ช่วงเย็นรับประทานอาหารริมทะเล แล้วพักในที่พักริมชายหาด เสน่ห์ของเกาะอยู่ที่ความสงบต่อเนื่องตลอดวัน ไม่ใช่ความตื่นเต้นเพียงช่วงใดช่วงหนึ่ง
ผู้ที่ชอบธรรมชาติควรให้ความสำคัญกับการเที่ยวแบบลดผลกระทบ เกาะไหงมีพื้นที่จำกัด ขยะ น้ำเสีย และการใช้ทรัพยากรบนเกาะจึงมีผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเที่ยวบนฝั่ง นักท่องเที่ยวควรลดการใช้พลาสติก ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อทะเล ไม่ทิ้งขยะบนชายหาด ไม่เก็บเปลือกหอย ไม่ให้อาหารปลา และใช้ผ้าเช็ดตัวหรืออุปกรณ์ของที่พักอย่างพอดี การช่วยลดภาระของเกาะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกาะยังสวยในระยะยาว
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสำหรับเกาะไหงแบบ 2 วัน 1 คืน คือเดินทางจากตัวเมืองตรังหรือสนามบินตรังไปท่าเรือปากเมงในช่วงเช้า ต่อเรือไปเกาะไหง เช็กอินที่พัก พักผ่อนหน้าหาด ดำน้ำตื้นในช่วงบ่าย และชมบรรยากาศเย็นริมทะเล วันถัดมาควรตื่นเช้าเดินชายหาด ถ่ายภาพน้ำใสหน้าหาด รับประทานอาหารเช้า แล้วเลือกว่าจะพักต่อ ออกเรือไปเกาะใกล้เคียง หรือกลับฝั่งตามรอบเรือที่จองไว้
หากมีเวลา 3 วัน 2 คืน เกาะไหงจะให้ประสบการณ์ที่เต็มกว่าเดิม เพราะนักท่องเที่ยวไม่ต้องรีบจัดกิจกรรมแน่นเกินไป วันแรกเหมาะกับการเดินทางและพักผ่อน วันที่สองเหมาะกับการออกเรือไปเกาะใกล้เคียงหรือดำน้ำรอบเกาะ และวันที่สามเหมาะกับการใช้เวลาหน้าหาดก่อนกลับ การเว้นจังหวะแบบนี้ทำให้ได้ทั้งความสงบของเกาะและความหลากหลายของทะเลตรังโดยไม่เหนื่อยเกินไป
เกาะใกล้เคียงที่มักจัดร่วมกับเกาะไหง ได้แก่ เกาะม้า เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะกระดาน เกาะมุก และถ้ำมรกต แต่การจัดเส้นทางจริงขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพทะเล และผู้ให้บริการ นักท่องเที่ยวไม่ควรยึดโปรแกรมตายตัวมากเกินไป เพราะบางวันเรืออาจต้องเปลี่ยนจุดดำน้ำเพื่อความปลอดภัย หากไกด์หรือคนเรือปรับลำดับเส้นทางตามคลื่นลม ควรปฏิบัติตาม เพราะผู้ให้บริการในพื้นที่ประเมินทะเลจากสถานการณ์จริงได้ดีกว่าการดูจากแผนที่
เมื่อเทียบกับเกาะกระดาน เกาะไหงให้บรรยากาศพักผ่อนที่นุ่มและเงียบกว่าในบางช่วง เกาะกระดานเด่นเรื่องชายหาดระดับสากลและน้ำทะเลใสจัด ส่วนเกาะไหงเด่นเรื่องหน้าหาดยาว ที่พักติดทะเล และการดำน้ำตื้นที่เข้าถึงง่ายจากหน้าหาด เมื่อเทียบกับเกาะมุก เกาะไหงเงียบกว่าและมีชุมชนน้อยกว่า ขณะที่เกาะมุกมีชุมชนและถ้ำมรกตเป็นจุดขายชัดเจน การเลือกเกาะจึงขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว หากต้องการความสงบและพักติดทะเล เกาะไหงเป็นตัวเลือกที่แข็งแรงมาก
การเตรียมตัวไปเกาะไหงควรให้ความสำคัญกับของใช้จำเป็น เพราะบนเกาะมีตัวเลือกร้านค้าไม่มากเท่าบนฝั่ง สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่ ยาประจำตัว ยาแก้เมาเรือ หมวก แว่นกันแดด เสื้อคลุมกันแดด ชุดว่ายน้ำ รองเท้าแตะหรือรองเท้าเดินชายหาด ถุงกันน้ำ แบตเตอรี่สำรอง เงินสด และอุปกรณ์ส่วนตัวที่จำเป็น หากมีข้อจำกัดด้านอาหารหรือสุขภาพ ควรแจ้งที่พักล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมการได้เหมาะสม
โดยสรุป เกาะไหงเป็นเกาะที่เหมาะกับการพักผ่อนริมทะเล ดำน้ำตื้นหน้าหาด ชมปะการัง ใช้ชีวิตช้า ๆ และต่อยอดไปยังเส้นทางทะเลตรังรอบเกาะ จุดเด่นคือชายหาดด้านตะวันออก น้ำทะเลใส ปะการังน้ำตื้น ฝูงปลา ที่พักริมทะเล ความสงบ และการเดินทางจากท่าเรือปากเมงที่สะดวก แม้เกาะจะอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ทางการปกครอง แต่ในทางการท่องเที่ยวเกาะไหงยังเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของเส้นทางทะเลตรัง นักท่องเที่ยวที่ต้องการทะเลสวยแต่ไม่วุ่นวายควรวางแผนมาในฤดูกาลที่เหมาะสม ตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทาง และใช้เวลาอยู่บนเกาะอย่างเคารพธรรมชาติ
| ชื่อสถานที่ | เกาะไหง / เกาะไห |
| บริบทการท่องเที่ยว | เป็นเกาะยอดนิยมในเส้นทางท่องเที่ยวทะเลตรัง เดินทางจากท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ได้สะดวก |
| ที่ตั้งทางปกครอง | ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา |
| ที่อยู่ | เกาะไหง ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 |
| พิกัด | ประมาณ 7.4169, 99.2068 |
| ประเภทสถานที่ | เกาะท่องเที่ยวทางทะเล ชายหาดพักผ่อน และแหล่งดำน้ำตื้น |
| ไฮไลต์ | ชายหาดด้านตะวันออก น้ำทะเลใส หาดทรายขาว แนวปะการังน้ำตื้นหน้าหาด ฝูงปลา ที่พักริมทะเล และบรรยากาศสงบ |
| ลักษณะเด่น | เป็นเกาะขนาดเล็กที่เหมาะกับการพักค้าง ดำน้ำตื้น พักผ่อนหน้าหาด และเที่ยวเชื่อมกับเกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก และเกาะม้า |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในเส้นทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา การเดินทางขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพทะเล รอบเรือ และประกาศของอุทยาน |
| วันเปิดทำการ | เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน โดยฤดูท่องเที่ยวหลักอยู่ประมาณกลางเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤษภาคม |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่มีเวลาเข้าชมประจำแบบสถานที่บนฝั่ง ใช้รอบเรือกลางวันตามผู้ให้บริการ สภาพทะเล และประกาศอุทยาน ผู้เข้าพักบนเกาะยึดเงื่อนไขของที่พัก |
| ค่าใช้จ่าย | ค่าเรือ แพ็กเกจทัวร์ ที่พัก และอาหารคิดตามผู้ให้บริการ ควรยืนยันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว |
| ค่าธรรมเนียมอุทยาน | คนไทยโดยทั่วไปผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติสำหรับแหล่งท่องเที่ยวพิเศษในอุทยานหมู่เกาะลันตา ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ทั้งนี้ให้ยึดประกาศและจุดจัดเก็บในวันที่เดินทาง |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองตรังหรือสนามบินตรังไปท่าเรือปากเมง แล้วต่อเรือไปเกาะไหง ใช้เวลาประมาณ 45–60 นาทีตามชนิดเรือและสภาพทะเล หรือใช้เรือเชื่อมจากเกาะลันตาในฤดูกาลท่องเที่ยว |
| กิจกรรมเหมาะสม | พักผ่อนริมชายหาด ดำน้ำตื้นหน้าหาด ชมปะการัง พายคายัก ถ่ายภาพ พักค้างบนเกาะ และออกเรือเที่ยวเกาะใกล้เคียง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่พักริมทะเล ร้านอาหารของรีสอร์ต จุดขึ้นลงเรือ บริการเรือรับส่ง บริการดำน้ำตื้น คายัก และบริการท่องเที่ยวตามที่พักหรือผู้ประกอบการ |
| พื้นที่สำคัญ / โซนใกล้เคียง | ชายหาดหลักฝั่งตะวันออก แนวปะการังหน้าหาด โซนที่พักริมทะเล จุดขึ้นลงเรือ เกาะม้า เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะกระดาน เกาะมุก และท่าเรือปากเมง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับผู้ประกอบการเรือและที่พักที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา โทร. 075-656-576 |
| ข้อควรระวัง | ตรวจประกาศอุทยานและสภาพทะเลก่อนเดินทาง ระวังคลื่นลมช่วงมรสุม ไม่เหยียบหรือจับปะการัง ไม่ให้อาหารปลา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการเรือ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ชายหาดหลักฝั่งตะวันออกเกาะไหง อยู่บนเกาะ 2. แนวปะการังหน้าหาดเกาะไหง อยู่บนเกาะ 3. เกาะม้า ประมาณ 3 กม. ทางทะเล 4. เกาะเชือก–เกาะแหวน ประมาณ 8 กม. ทางทะเล 5. เกาะกระดาน ประมาณ 10 กม. ทางทะเล 6. เกาะมุกและถ้ำมรกต ประมาณ 14 กม. ทางทะเล 7. ท่าเรือปากเมง ประมาณ 15 กม. ทางทะเล 8. เกาะลันตาใหญ่ ประมาณ 15 กม. ทางทะเล |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Koh Ngai Camping Restaurant อยู่บนเกาะ โทร. 084-441-0361 2. Baan Kati Restaurant ที่ Thapwarin Resort อยู่บนเกาะ โทร. 081-894-3585, 081-719-3633 3. Mayalay Restaurant / Chaolay Beach Bar อยู่บนเกาะ โทร. 081-894-3585 4. Koh Ngai Resort Restaurant อยู่บนเกาะ โทร. 081-087-7667, 081-089-1221 5. CoCo Cottage Restaurant อยู่บนเกาะ โทร. 089-724-9225 6. Koh Ngai Fantasy Resort Restaurant อยู่บนเกาะ โทร. 02-317-1275 7. Koh Ngai Paradise Beach Resort Restaurant อยู่บนเกาะ โทร. 095-021-2808 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Thapwarin Resort อยู่บนเกาะ โทร. 081-894-3585, 081-719-3633 2. Mayalay Resort อยู่บนเกาะ โทร. 081-894-3585 3. CoCo Cottage อยู่บนเกาะ โทร. 089-724-9225 4. Koh Ngai Resort อยู่บนเกาะ โทร. 081-087-7667, 081-089-1221 5. Koh Ngai Fantasy Resort & Spa อยู่บนเกาะ โทร. 02-317-1275 6. Koh Ngai Paradise Beach Resort อยู่บนเกาะ โทร. 095-021-2808 7. Koh Ngai Cliff Beach Resort อยู่บนเกาะ โทร. 075-203-189 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เกาะไหงอยู่จังหวัดตรังหรือจังหวัดกระบี่?
ตอบ: เกาะไหงเป็นเกาะที่นิยมจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวทะเลตรัง เพราะเดินทางจากท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ได้สะดวก แต่ในทางการปกครองเกาะไหงอยู่ในตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
ถาม: เกาะไหงมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นของเกาะไหงคือชายหาดด้านตะวันออก น้ำทะเลใส หาดทรายขาว แนวปะการังน้ำตื้นหน้าหาด ฝูงปลา ที่พักริมทะเล และบรรยากาศสงบเหมาะกับการพักผ่อนค้างคืน
ถาม: เกาะไหงเปิดให้เที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เกาะไหงเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน โดยฤดูท่องเที่ยวหลักอยู่ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงมรสุมควรตรวจประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาและรอบเรือก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางจากตรังไปเกาะไหงอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองตรังหรือสนามบินตรังไปท่าเรือปากเมง แล้วต่อเรือไปเกาะไหง เวลาเดินเรือโดยทั่วไปประมาณ 45–60 นาทีตามชนิดเรือและสภาพทะเล
ถาม: เกาะไหงเหมาะกับการดำน้ำตื้นหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะชายหาดฝั่งตะวันออกมีแนวปะการังน้ำตื้นหน้าหาดและมีฝูงปลาให้ชม แต่ต้องไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสิ่งมีชีวิต และควรดำน้ำเฉพาะช่วงทะเลสงบ
ถาม: เกาะไหงมีที่พักและร้านอาหารหรือไม่?
ตอบ: มีที่พักริมทะเลหลายแห่งและร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารของรีสอร์ต นักท่องเที่ยวควรจองที่พักล่วงหน้าในฤดูกาลท่องเที่ยวและตรวจสอบบริการอาหารกับที่พักก่อนเดินทาง
ถาม: เกาะไหงเหมาะกับเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักค้างคืน?
ตอบ: เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่การพักค้างคืนให้ประสบการณ์ดีกว่า เพราะได้สัมผัสช่วงเช้าและช่วงเย็นที่ชายหาดสงบกว่าช่วงเรือทัวร์รายวัน
ถาม: ควรระวังอะไรเมื่อเที่ยวเกาะไหง?
ตอบ: ควรตรวจสภาพทะเลและประกาศอุทยานก่อนเดินทาง ระวังคลื่นลมช่วงมรสุม สวมเสื้อชูชีพเมื่อออกเรือหรือดำน้ำ ไม่แตะปะการัง ไม่ให้อาหารปลา และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการในพื้นที่
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●หมู่เกาะ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




