หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.สะบ้าย้อย >ต.บาโหย > อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี
TL;DR: อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี อยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ภูเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้นหนาแน่น ลำธาร ถ้ำหินปูน แหล่งอาศัยสัตว์ป่า และภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา.
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี จังหวัดสงขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในอำเภอสะบ้าย้อย ตั้งอยู่บนผืนป่าเทือกเขาสันกาลาคีรีซึ่งเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย จุดเด่นของพื้นที่นี้คือป่าดิบชื้นอุดมสมบูรณ์ แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำเทพา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ้ำหินปูน บ้านซีหุย ถ้ำกระดูก ถ้ำผึ้ง ถ้ำตลอด บางเทพา และลำน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านหุบเขาและแก่งหิน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงขลาในมุมป่าเขา ธรรมชาติชายแดน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่แตกต่างจากภาพจำของทะเลและเมืองเก่า
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อแม่น้ำเทพาและระบบนิเวศของชุมชนโดยรอบ ภูมิประเทศโดยรวมเป็นภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน มีผืนป่าดิบชื้นปกคลุมหนาแน่น และมีแนวธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าฝั่งประเทศมาเลเซีย ทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของภาคใต้ตอนล่าง ทั้งด้านพรรณไม้ สัตว์ป่า แหล่งน้ำ และภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์
ความน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีไม่ได้อยู่เพียงความร่มรื่นของป่า แต่ยังอยู่ที่บทบาทของพื้นที่ในฐานะป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา ลำน้ำสายสำคัญของจังหวัดสงขลา ต้นน้ำในผืนป่าแห่งนี้หล่อเลี้ยงพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม และระบบนิเวศปลายน้ำในอำเภอสะบ้าย้อยและพื้นที่ต่อเนื่อง การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงการมาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่เป็นการได้เห็นต้นทางของสายน้ำที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายแดนใต้โดยตรง
พื้นที่สันกาลาคีรีมีประวัติการสำรวจเพื่อจัดตั้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์มาตั้งแต่ช่วงที่พบว่าผืนป่าเทือกเขาสันกาลาคีรีและป่าบริวารยังคงอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำ และมีคุณค่าด้านระบบนิเวศอย่างสูง ชุมชนบ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย และหน่วยงานท้องถิ่นได้มีบทบาทในการผลักดันการอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ เพื่อรักษาทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และแหล่งน้ำให้คงอยู่ต่อไป การจัดตั้งและพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบอุทยานจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของอำเภอสะบ้าย้อยอย่างเป็นระบบ
ลักษณะเด่นของป่าสันกาลาคีรีคือป่าดิบชื้นที่มีเรือนยอดไม้หนาแน่น ตั้งแต่เถาวัลย์ ไม้พื้นล่าง ไม้ชั้นกลาง ไปจนถึงไม้ใหญ่ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินและลำธาร พื้นที่ป่าลักษณะนี้มักมีเสียงนก เสียงแมลง และความเย็นจากร่มเงาไม้ตลอดเส้นทาง ภาพของสายน้ำที่ไหลลัดเลาะผ่านหุบเขาและแก่งหิน ทำให้สันกาลาคีรีเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติแบบสงบ ไม่พลุกพล่าน และต้องการสัมผัสป่าภาคใต้ในบรรยากาศที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง
สัตว์ป่าในพื้นที่สันกาลาคีรีสะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายแดนใต้ โดยพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางและขนาดเล็ก นก สัตว์เลื้อยคลาน แมลง และสัตว์ป่าหายากหลายชนิด พื้นที่นี้ยังมีรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเฝ้าระวังช้างป่าในอำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าผืนป่าสันกาลาคีรีเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจึงควรเที่ยวอย่างระมัดระวัง ไม่เข้าใกล้สัตว์ป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
บ้านซีหุยเป็นหนึ่งในจุดเด่นทางประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นชุมชนใหญ่เมื่อราวกว่า 100 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่บนที่ราบกว้างขวางกลางหุบเขา มีภูเขาและลำธารล้อมรอบ ชุมชนเดิมเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองไทรบุรีในประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางเข้ามาหาพื้นที่ใหม่สำหรับตั้งถิ่นฐาน และพบพื้นที่ราบหลายแห่งบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซียใกล้หลักเขตแดนที่ 39–40 พื้นที่เหล่านี้มีชื่อที่เกี่ยวข้องกับบ้านมะระเหนือและบ้านมะระใต้ เรื่องราวของบ้านซีหุยจึงเป็นร่องรอยสำคัญของการตั้งถิ่นฐาน การโยกย้าย และความสัมพันธ์ของผู้คนบริเวณชายแดน
เรื่องราวของบ้านซีหุยมีทั้งเสน่ห์และความสะเทือนใจ เพราะชุมชนกลางผืนป่าแห่งนี้ต้องล่มสลายลงจากโรคระบาด เหลือไว้เพียงร่องรอยความทรงจำและสถานที่ที่เชื่อมโยงกับอดีต การเดินทางไปบ้านซีหุยจึงไม่ใช่เพียงการเดินป่าชมธรรมชาติ แต่เป็นการเดินผ่านพื้นที่ที่เคยมีชีวิต ชุมชน บ้านเรือน และวิถีผู้คนมาก่อน นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะได้เห็นว่าผืนป่าไม่ได้ว่างเปล่า แต่เคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คนและเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาหลายรุ่น
ถ้ำกระดูกตั้งอยู่ห่างจากบ้านซีหุยประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่มีลักษณะภายในเป็นลานกว้างคล้ายห้องโถงใหญ่ สามารถรองรับคนได้ประมาณ 50 คน ถ้ำแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะเคยเป็นที่เก็บกระดูกของผู้คนในยุคนั้น จึงเป็นจุดที่ควรเข้าชมด้วยความเคารพต่อสถานที่ ถ้ำกระดูกไม่ใช่เพียงถ้ำธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำที่สะท้อนชีวิต ความเจ็บป่วย การสูญเสีย และการสิ้นสุดของชุมชนเก่าในป่าลึกสันกาลาคีรี
ถ้ำผึ้งเป็นถ้ำหินปูนที่มีความงามตามธรรมชาติ จุดเด่นของถ้ำนี้คือบริเวณชะง่อนผาด้านบนของถ้ำเป็นพื้นที่ที่ผึ้งเข้ามาทำรังจำนวนมากในแต่ละปี ประกอบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบมีความร่มรื่น มีต้นไม้และบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบชมภูมิประเทศหินปูนและระบบนิเวศถ้ำ การเข้าชมถ้ำผึ้งควรใช้ความระมัดระวัง ไม่รบกวนรังผึ้ง ไม่ส่งเสียงดัง และไม่แตะต้องพื้นที่ธรรมชาติ เพราะระบบถ้ำเป็นพื้นที่เปราะบางและสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในมีความไวต่อการรบกวน
ถ้ำตลอดตั้งอยู่บริเวณบ้านถ้ำตลอด ซึ่งมีวัดถ้ำตลอดเป็นสถานที่สำคัญในพื้นที่ ลักษณะบริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่โอบล้อมพื้นที่ตรงกลาง ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมร่มรื่น มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม และมีถ้ำหลายแห่งอยู่ใกล้กัน บางถ้ำสามารถเดินทะลุถึงกันได้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เหมาะกับผู้ที่สนใจธรณีวิทยา ภูมิประเทศหินปูน และการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้ธรรมชาติควบคู่กับวิถีชุมชน
แม่น้ำเทพาเป็นลำน้ำสายสำคัญของจังหวัดสงขลาและมีต้นน้ำอยู่ในผืนป่าของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี การเดินทางจากที่ทำการอุทยานไปยังพื้นที่ต้นน้ำต้องไปถึงบ้านบาโหย แล้วเดินผ่านป่าทึบเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร สองฝั่งน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และความร่มรื่นของป่าดิบชื้น เส้นทางจากบ้านถ้ำตลอดไปจนถึงบ้านบาโหยผ่านไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยป่าหนาแน่น จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านร่างกายและสนใจการเดินป่าศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง
บางเทพาเป็นอีกจุดธรรมชาติที่น่าสนใจ เกิดจากสายน้ำ 2 สาย คือคลองลำหลอดกับคลองเทพา ไหลมาบรรจบกันและพัดพาตะกอนดินทรายมาทับถมจนเกิดเป็นลานกว้างคล้ายหาดทรายกลางป่า ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ช่วยให้เห็นพลังของสายน้ำที่ค่อย ๆ สร้างพื้นที่ตามธรรมชาติ บางเทพาจึงเป็นจุดพักและจุดเรียนรู้เรื่องระบบลำน้ำ ตะกอนทราย และภูมิทัศน์ริมน้ำที่เกิดขึ้นจากการทำงานของธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงามของป่าอย่างใกล้ชิด เส้นทางจากที่ทำการอุทยานบริเวณบางเทพาไปถึงบ้านซีหุยมีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางนี้ผ่านสายน้ำที่ไหลลัดเลาะในหุบเขา แก่งหิน และป่าร่มรื่น ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นทั้งภูมิประเทศ น้ำ ป่า และร่องรอยประวัติศาสตร์ในเส้นทางเดียวกัน
จากบ้านซีหุยไปยังถ้ำกระดูกและถ้ำผึ้งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีความร่มรื่นของต้นไม้ เสียงนกนานาชนิด และฝูงค้างคาวจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในถ้ำ บรรยากาศเช่นนี้ทำให้เส้นทางธรรมชาติของสันกาลาคีรีมีชีวิตและแตกต่างจากการเดินป่าทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสัมพันธ์ของป่า ถ้ำ น้ำ สัตว์ และประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างชัดเจนในระยะทางที่ไม่ยาวเกินไป
การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติควรเตรียมตัวให้เหมาะสม แม้เส้นทางบางช่วงไม่ยาวมาก แต่พื้นที่เป็นป่าดิบชื้น มีความชื้นสูง พื้นอาจลื่น และบางจุดต้องเดินใกล้ลำธารหรือแก่งหิน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่มีดอกยางดี เตรียมน้ำดื่ม เสื้อกันฝนแบบพกพา ยาประจำตัว และถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพ หากเดินเป็นกลุ่มควรเดินตามเส้นทาง ไม่แยกตัวออกนอกทาง และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าเส้นทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือวันที่สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเที่ยวอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีคือวันที่ฝนไม่หนักและสภาพเส้นทางปลอดภัย ภาคใต้ตอนล่างมีฝนได้หลายช่วงของปี การเที่ยวป่าและลำน้ำจึงต้องให้ความสำคัญกับสภาพอากาศมากเป็นพิเศษ หากฝนตกต่อเนื่อง น้ำในลำธารอาจเพิ่มระดับเร็ว พื้นหินลื่น และเส้นทางเดินป่าบางช่วงอาจไม่เหมาะกับการเข้าชม นักท่องเที่ยวควรตรวจประกาศพื้นที่ก่อนออกเดินทาง และเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพอากาศของวันนั้น
การเที่ยวสันกาลาคีรีแบบครึ่งวันเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมพื้นที่ใกล้ที่ทำการอุทยาน พักผ่อนในบรรยากาศป่า และเดินเส้นทางธรรมชาติระยะสั้น ส่วนการเที่ยวแบบเต็มวันเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางจากบางเทพาไปบ้านซีหุย ต่อไปยังถ้ำกระดูกและถ้ำผึ้ง รวมถึงแวะถ้ำตลอดและพื้นที่ลำน้ำตามเวลาที่มี การจัดเวลาให้ไม่เร่งรีบจะช่วยให้เข้าใจพื้นที่มากขึ้น เพราะสันกาลาคีรีเป็นสถานที่ที่ต้องใช้เวลาอ่านธรรมชาติ ฟังเสียงป่า และสังเกตรายละเอียดมากกว่าการเที่ยวแบบถ่ายภาพแล้วรีบกลับ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีมีหลายมุมที่น่าสนใจ ทั้งป้ายอุทยาน บรรยากาศป่าดิบชื้น เส้นทางลำธาร แก่งหิน ภูเขาหินปูน ปากถ้ำ และชุมชนชายแดนในเส้นทางอำเภอสะบ้าย้อย ช่วงเช้าเหมาะกับการถ่ายภาพแสงอ่อนและหมอกบางในป่า ส่วนช่วงบ่ายควรเลือกจุดที่มีร่มเงาและระมัดระวังฝน การถ่ายภาพในถ้ำควรใช้แสงอย่างเหมาะสม ไม่รบกวนค้างคาวหรือสัตว์ในถ้ำ และไม่ทำลายหินงอกหินย้อยด้วยการสัมผัสโดยตรง
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นักเรียนและนักศึกษาสามารถศึกษาเรื่องป่าต้นน้ำ ระบบนิเวศถ้ำ และประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชายแดน นักเดินทางสายธรรมชาติจะได้สัมผัสป่าดิบชื้นที่ยังสงบ ส่วนนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์พื้นที่ชายแดนจะได้เข้าใจเรื่องราวของบ้านซีหุยและชุมชนเก่าในป่าลึกอย่างลึกซึ้งขึ้น
เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดสงขลา สันกาลาคีรีมีบุคลิกที่แตกต่างอย่างชัดเจน หาดสมิหลาและเมืองเก่าสงขลาให้ภาพของทะเล เมือง และวัฒนธรรมเมืองท่า ขณะที่สันกาลาคีรีให้ภาพของป่าชายแดน ลำน้ำ ภูเขา ถ้ำ และชุมชนกลางป่าในอดีต การนำอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีเข้าไปอยู่ในแผนเที่ยวสงขลาจะช่วยให้ทริปมีมิติหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการรู้จักสงขลาให้ครบทั้งทะเล เมืองเก่า อาหารพื้นถิ่น ป่าเขา และพื้นที่ชายแดน
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 เส้นทางสงขลา–ปัตตานี แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4085 ผ่านอำเภอเทพาไปยังอำเภอสะบ้าย้อย จากอำเภอสะบ้าย้อยให้ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4095 ผ่านบ้านเขาแดงจนถึงบ้านถ้ำตลอด แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตรจึงถึงที่ทำการอุทยาน เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะสามารถควบคุมเวลาและหยุดแวะตามจุดสำคัญได้สะดวก
ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถ เติมน้ำมันให้เพียงพอก่อนเข้าเส้นทาง และเตรียมสัญญาณนำทางล่วงหน้า เพราะพื้นที่ป่าภูเขาและชุมชนชายแดนอาจมีสัญญาณโทรศัพท์ไม่สม่ำเสมอในบางช่วง การขับรถในช่วงฝนตกควรลดความเร็ว ระวังทางลื่น และไม่ขับเข้าเส้นทางย่อยที่ไม่มั่นใจ หากต้องการเดินเส้นทางธรรมชาติหรือเข้าชมจุดที่อยู่ลึกจากถนนหลัก ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มกิจกรรมทุกครั้ง
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ได้แก่ รองเท้ากันลื่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก น้ำดื่ม ยาประจำตัว ถุงกันน้ำ ไฟฉายขนาดเล็ก และอุปกรณ์กันแมลง หากตั้งใจเดินเส้นทางธรรมชาติควรเตรียมเวลามากพอและไม่เริ่มเดินใกล้ค่ำ พื้นที่ถ้ำและป่าดิบชื้นไม่เหมาะกับการเดินลำพัง นักท่องเที่ยวควรเที่ยวเป็นกลุ่มและแจ้งจุดหมายกับเจ้าหน้าที่หรือคนในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง
มารยาทในการเที่ยวสันกาลาคีรีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งผืนป่าอนุรักษ์ แหล่งต้นน้ำ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และพื้นที่ประวัติศาสตร์ชุมชน นักท่องเที่ยวควรไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนในถ้ำ ไม่หักกิ่งไม้ ไม่เก็บหินหรือสิ่งใดออกจากพื้นที่ ไม่ส่งเสียงดังในเส้นทางธรรมชาติ และไม่เข้าใกล้สัตว์ป่าโดยเด็ดขาด การเคารพพื้นที่คือวิธีที่ช่วยให้สันกาลาคีรียังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งพักผ่อนของคนรุ่นต่อไป
โดยรวมแล้ว อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรค่าแก่การเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสงขลาในมุมลึกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่นี่มีครบทั้งป่าดิบชื้น ภูเขาชายแดน ต้นน้ำแม่น้ำเทพา ถ้ำหินปูน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านซีหุย และเรื่องราวของชุมชนเก่าในป่าลึก หากเตรียมตัวดี เลือกวันเดินทางที่เหมาะสม และเที่ยวด้วยความเคารพต่อธรรมชาติ สันกาลาคีรีจะเป็นประสบการณ์ที่ให้มากกว่าความสวยงาม เพราะช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างป่า น้ำ สัตว์ ผู้คน และประวัติศาสตร์ชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 2 บ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา |
| ที่อยู่ | บ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 90210 |
| พิกัด | 6.326626, 100.9209291 |
| ไฮไลต์ | ป่าดิบชื้นชายแดนไทย–มาเลเซีย ป่าต้นน้ำแม่น้ำเทพา บ้านซีหุย ถ้ำกระดูก ถ้ำผึ้ง ถ้ำตลอด บางเทพา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พื้นที่สันกาลาคีรีได้รับการสำรวจและผลักดันให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์จากความสำคัญของผืนป่าต้นน้ำ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ชุมชนชายแดน |
| ที่มาของชื่อ | มาจากชื่อเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนบริเวณพรมแดนไทย–มาเลเซีย |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้นหนาแน่น ลำธาร ถ้ำหินปูน แหล่งอาศัยสัตว์ป่า และภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 43 เส้นทางสงขลา–ปัตตานี เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 4085 ผ่านอำเภอเทพาไปยังอำเภอสะบ้าย้อย จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4095 ผ่านบ้านเขาแดงถึงบ้านถ้ำตลอด แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 10 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ป่าต้นน้ำ และพื้นที่อนุรักษ์ของอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานกางเต็นท์ เต็นท์บริการนักท่องเที่ยว จุดติดต่อเจ้าหน้าที่ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการอุทยาน บางเทพา บ้านซีหุย ถ้ำกระดูก ถ้ำผึ้ง ถ้ำตลอด และพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำเทพา |
| ผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 7431 1020 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์ข่าวกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และช่องทางข้อมูลของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บางเทพา ประมาณ 0 กม. 2. บ้านซีหุย ประมาณ 4 กม. 3. ถ้ำกระดูก ประมาณ 5 กม. 4. ถ้ำผึ้ง ประมาณ 5 กม. 5. ถ้ำตลอด / วัดถ้ำตลอด ประมาณ 10 กม. 6. พื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำเทพา ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อีสานตำแซ่บ ประมาณ 25 กม. โทร. 095-759-8669 2. ร้านกะนี ประมาณ 25 กม. 3. ร้านพี่หมาย ประมาณ 30 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักสวนตามนต์ @บาโหย ประมาณ 10 กม. โทร. 084-727-7998 2. ชฎาวาดีรีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 087-081-3156, 087-285-3414, 081-093-7997 3. เสน่ห์ไม้หอมรีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 086-285-1228 4. บ้านสวนรีสอร์ท สะบ้าย้อย ประมาณ 25 กม. โทร. 061-061-9973 5. สะบ้าย้อยคันทรี่ รีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 093-787-3645 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา บนแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย
ถาม: อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือป่าดิบชื้น ป่าต้นน้ำแม่น้ำเทพา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านซีหุย ถ้ำกระดูก ถ้ำผึ้ง ถ้ำตลอด บางเทพา และบรรยากาศป่าชายแดนที่ยังคงความสมบูรณ์
ถาม: อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: บ้านซีหุยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: บ้านซีหุยเป็นร่องรอยชุมชนเก่ากลางผืนป่าที่มีอายุราวกว่า 100 ปี เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายของคนไทยจากเมืองไทรบุรีและการตั้งถิ่นฐานบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย
ถาม: ถ้ำกระดูกและถ้ำผึ้งอยู่ไกลจากบ้านซีหุยหรือไม่?
ตอบ: ถ้ำกระดูกและถ้ำผึ้งอยู่ห่างจากบ้านซีหุยประมาณ 1 กม. เป็นจุดท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ควรเข้าชมด้วยความระมัดระวังและเคารพสถานที่
ถาม: เส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีใช้เวลาเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางจากบริเวณบางเทพาถึงบ้านซีหุยมีระยะทางประมาณ 4 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง และสามารถต่อไปยังถ้ำกระดูกกับถ้ำผึ้งได้อีกประมาณ 1 กม.
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 43 แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 4085 ผ่านอำเภอเทพาไปยังอำเภอสะบ้าย้อย จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4095 ผ่านบ้านเขาแดงถึงบ้านถ้ำตลอด แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน
ถาม: เที่ยวอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้ากันลื่น น้ำดื่ม เสื้อกันฝน หมวก ยาประจำตัว ถุงกันน้ำ ไฟฉาย และควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินเส้นทางธรรมชาติหรือเข้าพื้นที่ป่าลึก
มือถือ : 074311020
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




