หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.เมืองสงขลา >ต.บ่อยาง > ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
TL;DR: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา อยู่ที่ถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ อาคารแบบจีน มีสิงโตคู่บริเวณทางเข้า ประดิษฐานเสาหลักเมือง เจ้าพ่อหลักเมือง และองค์เทพหลายองค์ในพื้นที่ศาลเดียวกัน.

สงขลา

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 17.00 น.
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตั้งอยู่บนถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง และเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของย่านเมืองเก่าสงขลา เพราะที่นี่รวมทั้งประวัติศาสตร์การตั้งเมือง ความศรัทธาของชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน สถาปัตยกรรมแบบจีน และบรรยากาศถนนอาหารเก่าแก่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่มาเยือนสามารถไหว้เจ้าพ่อหลักเมือง ชมศาลเจ้าแบบเก๋งจีน เดินต่อไปยังถนนนครใน ถนนนครนอก และชิมอาหารพื้นเมืองบนถนนนางงามได้อย่างสะดวกในวันเดียว
 
เมืองสงขลาแตกต่างจากภาพจำของหาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินทางขนาดใหญ่ของจังหวัด สงขลาเมืองเก่ามีจังหวะชีวิตที่สงบกว่า บ้านเรือนเก่า ถนนสายสั้น ๆ ร้านอาหารดั้งเดิม และศาลเจ้าที่แทรกอยู่ในชุมชนทำให้บรรยากาศโดยรวมมีเสน่ห์เฉพาะตัว พื้นที่ถนนนครนอก ถนนนครใน ถนนนางงาม และถนนยะลา ยังปรากฏอาคารเก่าแบบจีน ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-ยูโรเปียน และอาคารพาณิชย์เก่าที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองท่าริมทะเลสาบสงขลาในอดีต เมื่อนำศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเข้ามาเป็นศูนย์กลางของการเดินเที่ยว พื้นที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพเมืองเก่า แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เข้าใจรากเมืองสงขลาอย่างเป็นรูปธรรม
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นอาคารแบบจีน ตั้งอยู่บนถนนนางงาม ซึ่งเดิมเกี่ยวข้องกับชื่อถนนเก้าห้องหรือย่านเก้าห้อง ถนนสายนี้มีความสำคัญต่อพิธีสมโภชเสาหลักเมืองและเป็นแกนหนึ่งของย่านเมืองเก่าสงขลา ศาลเจ้าจึงไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนเก่า ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านขนมไทย และบ้านเรือนที่ยังคงบรรยากาศเมืองท่าภาคใต้ไว้อย่างชัดเจน ความน่าสนใจของการมาเที่ยวที่นี่คือผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งศาสนสถาน ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนในระยะเดินเท้าเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
 
ประวัติของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเชื่อมโยงกับการสร้างเมืองสงขลาฝั่งบ่อยางในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงที่พระยาวิเชียรคีรี หรือเถี้ยนเส้ง ณ สงขลา เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เพื่อใช้เป็นหลักชัยประจำเมือง พิธีฝังหลักเมืองจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385 วันดังกล่าวจึงมีความหมายอย่างมากต่อเมืองสงขลา เพราะเป็นหมุดหมายของการวางหลักเมืองใหม่และเป็นรากฐานความเชื่อเรื่องการคุ้มครองบ้านเมือง
 
พิธีฝังหลักเมืองใน พ.ศ. 2385 มีทั้งมิติทางพุทธ พราหมณ์ และชุมชน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระอุดมปิฎกเป็นประธานฝ่ายพุทธพิธี พร้อมพระสงฆ์ฐานานุกรมและเปรียญ 8 รูป และให้พระราชครูอัษฎาจารย์เป็นประธานฝ่ายพราหมณ์พร้อมพราหมณ์ 8 นาย พระยาสงขลาได้จัดโรงพิธีขึ้นกลางเมือง มีขบวนแห่อัญเชิญไม้ชัยพฤกษ์และเทียนชัยอย่างสมเกียรติ มีทั้งชาวไทยและชาวจีนเข้าร่วม หลังฝังหลักเมืองแล้วมีมหรสพสมโภช 5 วัน 5 คืน ทั้งโขนร้อง หุ่น งิ้ว และละครชาตรีหรือโนรา ภาพพิธีเหล่านี้ทำให้เห็นว่าสงขลาเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่แรก และศาลหลักเมืองเป็นพื้นที่ที่รวมความเชื่อหลายสายเข้าไว้ด้วยกัน
 
ภายหลังการฝังหลักเมือง พระยาวิเชียรคีรีได้ให้ช่างสร้างตึกคร่อมหลักเมืองไว้ 3 หลัง เป็นอาคารจีน และสร้างศาลเจ้าเสื้อเมืองอีก 1 หลัง การวางผังอาคารและการสร้างศาลในรูปแบบจีนทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาแตกต่างจากศาลหลักเมืองหลายแห่งในประเทศไทยที่มักมีรูปแบบไทยเป็นหลัก ที่นี่จึงเป็นหลักฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันระหว่างคติหลักเมืองแบบไทยกับคติศาลเจ้าจีนในเมืองท่าภาคใต้ เสาหลักเมืองจึงเป็นทั้งหลักชัยของบ้านเมืองและศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อสาย
 
ใน พ.ศ. 2460 ช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการบูรณะเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ หลังจากหลักเมืองเดิมเกิดความชำรุดจากปลวกกัดกิน พ่อค้าและประชาชนชาวสงขลาร่วมกันออกเงินทำเสาหลักเมืองด้วยซีเมนต์คอนกรีตเพื่อความมั่นคงถาวร พิธีวางเสาหลักเมืองใหม่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2460 การบูรณะครั้งนี้สะท้อนความผูกพันของชุมชนต่อศาลหลักเมือง เพราะไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการร่วมกันรักษาหลักศรัทธาของเมืองให้ดำรงอยู่ต่อไป
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 สถานะโบราณสถานทำให้ศาลแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านศรัทธาและด้านมรดกทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนจึงควรมองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน การเข้าชมจึงควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่ไหว้สักการะ และหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่มากราบไหว้
 
จุดเด่นของศาลเริ่มตั้งแต่ด้านหน้าอาคารซึ่งมีสิงโตคู่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า สิงโตคู่เป็นองค์ประกอบสำคัญของศาลเจ้าจีนและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการปกปักรักษาสถานที่ สิงห์เพศผู้มักสื่อถึงอำนาจ การคุ้มครอง และความมั่นคง ส่วนสิงห์เพศเมียสื่อถึงการดูแลปกป้องวงศ์วานและความอุดมสมบูรณ์ เมื่อเดินผ่านสิงโตคู่เข้าสู่ศาล ผู้มาเยือนจะพบพื้นที่ไหว้สักการะที่มีองค์เทพหลายองค์ประดิษฐานร่วมกับเสาหลักเมือง เป็นภาพสะท้อนชัดเจนของศาลเจ้าจีนในบริบทเมืองไทย
 
ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาประดิษฐานเสาหลักเมือง เจ้าพ่อหลักเมืองหรือเซ่งท๋องเหล่าเอี๋ย พระเสื้อเมือง เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่ลิ้มกอเหนียว เจ้าพ่อเสือ เจ้าแม่กวนอิม เสด็จพ่อ ร.5 พระยาสงขลา และองค์เทพอื่น ๆ อีกหลายองค์ รายชื่อองค์เทพที่หลากหลายทำให้ศาลแห่งนี้มีบทบาทมากกว่าเป็นจุดไหว้หลักเมือง เพราะเป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ผู้คนมักมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรเรื่องความมั่นคงของชีวิต การงาน การค้า สุขภาพ และการคุ้มครองครอบครัว
 
ความศรัทธาต่อเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลายังปรากฏชัดในงานสมโภชประจำปี งานสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาถือเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยมีพิธียกเสาโกเต้ง พิธีเชิญองค์พระประทับเกี้ยว พิธีแห่พระรอบเมือง พิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์ พิธีเซ่นไหว้ในวันประสูติเจ้าพ่อหลักเมือง การแสดงสิงโต เชิดมังกร และการแสดงงิ้วในช่วงค่ำ งานลักษณะนี้ทำให้ถนนนางงามไม่ได้เป็นเพียงถนนอาหารและเมืองเก่า แต่เป็นพื้นที่มีชีวิตที่ชุมชนใช้สืบทอดพิธีกรรม ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับศาลเจ้าคู่เมือง
 
งานสมโภชยังทำให้เห็นบทบาทของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาในฐานะศูนย์รวมจิตใจของเมือง ในช่วงงาน บริเวณถนนนางงามและพื้นที่ใกล้เคียงจะมีการประดับโคมไฟจีนสีแดง มีร้านค้าและสินค้าพื้นเมือง มีผู้คนจากชุมชนไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก กิจกรรมอย่างอิ่มท้องอิ่มบุญ 9 ห้อง 9 บาท สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาลเจ้า เมืองเก่า อาหารพื้นเมือง และการทำบุญร่วมกัน งานประจำปีจึงเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาในมิติที่มีชีวิตชีวากว่าการเข้าชมในวันปกติ
 
จุดแข็งของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาคือทำเลที่ตั้งบนถนนนางงาม ซึ่งเป็นถนนอาหารพื้นเมืองสำคัญของเมืองเก่า สองข้างทางมีร้านอาหารและขนมดั้งเดิมที่สืบทอดมาหลายรุ่น เช่น ข้าวสตู ซาลาเปา ไอศกรีมโบราณ โรตี เต้าฮวย ขนมสัมปะนี ทองม้วน ทองพลับ และข้าวตู อาหารบนถนนสายนี้สะท้อนการผสมผสานของวัฒนธรรมไทย จีน มุสลิม และเมืองท่าชายฝั่ง การมาไหว้ศาลแล้วเดินชิมของกินในบริเวณเดียวกันจึงเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายศรัทธา สายประวัติศาสตร์ และสายอาหาร
 
เมืองสงขลาได้รับการยอมรับในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโกในปี 2025 ซึ่งยิ่งทำให้ย่านเมืองเก่าสงขลาและถนนนางงามมีความน่าสนใจมากขึ้นในมุมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร อาหารของสงขลาไม่ได้เด่นเพราะรสชาติเท่านั้น แต่เด่นเพราะมีเรื่องเล่าของเมืองท่า วัตถุดิบจากทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย สูตรอาหารจากชุมชนจีน มุสลิม และไทย รวมถึงร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมาหลายสิบปี เมื่อศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาตั้งอยู่ท่ามกลางย่านอาหารเช่นนี้ ผู้มาเยือนจึงสามารถเข้าใจเมืองผ่านศาลเจ้าและจานอาหารได้ในเส้นทางเดียว
 
การเดินเที่ยวรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาสามารถต่อยอดเป็นเส้นทางเมืองเก่าได้ง่าย เริ่มจากสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองบนถนนนางงาม จากนั้นเดินชมบ้านเรือนเก่าและร้านอาหารบนถนนนางงาม ต่อไปยังถนนนครในซึ่งมีบ้านนครในและอาคารเก่าที่จัดแสดงของสะสมและเรื่องราวชุมชน แล้วเดินต่อไปยังถนนนครนอกซึ่งอยู่ใกล้ฝั่งทะเลสาบสงขลาและโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เส้นทางนี้เป็นระยะเดินเท้าที่ไม่หนักเกินไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ เก็บภาพเมืองเก่า ชิมอาหาร และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในเวลาเดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรม ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นจุดที่ควรสังเกตองค์ประกอบแบบจีนอย่างละเอียด ทั้งซุ้มทางเข้า สิงโตคู่ หลังคา เครื่องประดับอาคาร ป้ายอักษรจีน และพื้นที่ประดิษฐานองค์เทพ เมื่อเทียบกับอาคารเก่าโดยรอบ จะเห็นว่าสงขลาเป็นเมืองที่รับอิทธิพลจีนอย่างลึกซึ้ง แต่ปรับให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นภาคใต้ได้อย่างกลมกลืน อาคารพาณิชย์แบบจีนผสมยุโรปบนถนนใกล้เคียงและศาลเจ้าแบบเก๋งจีนจึงเป็นหลักฐานที่เล่าประวัติเมืองผ่านรูปทรงอาคารได้ชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่มากราบไหว้ ควรเตรียมเวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อไหว้เสาหลักเมืองและองค์เทพภายในศาลอย่างไม่เร่งรีบ หากเดินชมเมืองเก่าต่อ ควรเผื่อเวลา 2 – 3 ชั่วโมงขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่ายที่ร้านอาหารบนถนนนางงามยังเปิดให้บริการหลายร้าน ส่วนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพเมืองเก่า แนะนำช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศเดินสบายกว่าและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพอาคารเก่า ขณะอยู่ในศาลควรลดเสียงสนทนา ไม่ถ่ายภาพรบกวนผู้ไหว้ และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของผู้ดูแลศาล
 
การเดินทาง ไปศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาทำได้สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถแท็กซี่ หรือรถโดยสารท้องถิ่นในเขตเมืองสงขลา จุดหมายหลักคือถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา หากเริ่มจากหาดใหญ่ สามารถเดินทางโดยรถยนต์มายังตัวเมืองสงขลา ใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาทีตามสภาพการจราจร เมื่อเข้าสู่ย่านเมืองเก่า ควรเลือกจอดรถบริเวณที่อนุญาตแล้วเดินเท้า เพราะถนนในเมืองเก่าค่อนข้างแคบและมีร้านค้า บ้านเรือน และนักท่องเที่ยวเดินอยู่เป็นระยะ การเดินเท้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าอย่างละเอียด
 
หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะจากหาดใหญ่ สามารถนั่งรถตู้หรือรถโดยสารไปยังตัวเมืองสงขลา แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างมายังถนนนางงาม ผู้ที่พักในตัวเมืองสงขลาสามารถเรียกรถรับจ้างหรือใช้บริการรถโดยสารท้องถิ่นไปยังย่านเมืองเก่าได้ไม่ยาก เมื่อมาถึงศาลแล้วสามารถวางแผนเดินเที่ยวต่อได้โดยไม่ต้องใช้รถ เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ในระยะใกล้กัน เช่น บ้านนครใน โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ถนนนครนอก ถนนนครใน ถนนคนเดินสงขลาแต่แรก พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ และเขาตังกวน
 
สิ่งที่ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเหมาะกับบทความท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคือข้อมูลครบทั้งมิติศรัทธา ประวัติศาสตร์ เมืองเก่า อาหาร และการเดินทางจริง นักท่องเที่ยวที่มาเพียงเพื่อไหว้ศาลจะได้รู้ว่าศาลแห่งนี้เกี่ยวข้องกับการตั้งเมืองสงขลาอย่างไร ส่วนผู้ที่มาเดินเมืองเก่าจะได้เข้าใจว่าถนนนางงามไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะร้านอาหาร แต่เป็นถนนที่มีความเกี่ยวพันกับพิธีสมโภชเสาหลักเมืองและความทรงจำของชุมชน เมื่อมองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาร่วมกับย่านรอบข้าง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นหัวใจของการเที่ยวเมืองเก่าสงขลาอย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
ที่ตั้งถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
ที่อยู่ถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
พิกัด7.1965361, 100.5885169
ไฮไลต์ศาลเจ้าแบบเก๋งจีนคู่เมืองสงขลา เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองและเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตั้งอยู่กลางย่านเมืองเก่าถนนนางงาม
ประวัติ / สมัย / ยุคโบราณสถานสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นพร้อมการสร้างเมืองสงขลาฝั่งบ่อยางใน พ.ศ. 2385 และได้รับการบูรณะเสาหลักเมืองใหม่ใน พ.ศ. 2460
ที่มาของชื่อชื่อศาลสัมพันธ์กับเสาหลักเมืองและความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อหลักเมือง ผู้คุ้มครองบ้านเมืองตามคติความเชื่อของชาวสงขลา
ลักษณะเด่นอาคารแบบจีน มีสิงโตคู่บริเวณทางเข้า ประดิษฐานเสาหลักเมือง เจ้าพ่อหลักเมือง และองค์เทพหลายองค์ในพื้นที่ศาลเดียวกัน
หลักฐานสำคัญเสาหลักเมือง ประวัติพิธีฝังหลักเมืองวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385 การบูรณะ พ.ศ. 2460 และการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นไปยังถนนนางงาม เมื่อถึงย่านเมืองเก่าควรเดินเท้าเพื่อชมศาลเจ้า ถนนเก่า ร้านอาหาร และสถานที่ใกล้เคียง
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและสักการะ เป็นศาลเจ้าคู่เมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่านเมืองเก่าสงขลา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ07.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะภายในศาล ร้านอาหารและร้านขนมพื้นเมืองบนถนนนางงาม และเส้นทางเดินชมเมืองเก่าโดยรอบ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ซุ้มทางเข้าและสิงโตคู่
2. พื้นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง
3. พื้นที่สักการะเจ้าพ่อหลักเมือง
4. พื้นที่ประดิษฐานองค์เทพภายในศาล
5. พื้นที่เชื่อมต่อถนนนางงามและย่านอาหารเมืองเก่า
ผู้ดูแลนายสักกพันธุ์ อนันต์พงค์ ประธานศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
เว็บไซต์ / เพจทางการเทศบาลนครสงขลา - หมวดสถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ถนนนางงามและย่านเมืองเก่าสงขลา ประมาณ 0 กม.
2. บ้านนครใน ประมาณ 0.3 กม.
3. โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ประมาณ 0.4 กม.
4. ถนนคนเดินสงขลาแต่แรก ประมาณ 1 กม.
5. พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ประมาณ 1 กม.
6. เขาตังกวน ประมาณ 1 กม.
7. รูปปั้นนางเงือกทอง แหลมสมิหลา ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ข้าวสตูเกียดฟั่ง ประมาณ 0.1 กม. โทร. 074-311-998
2. จิ่นกั้วหยวน ไอติมยิว ประมาณ 0.2 กม. โทร. 074-311-104
3. โรตีนางงาม 111 ประมาณ 0.2 กม. โทร. 085-958-2462
4. สุกี้นครใน ประมาณ 0.4 กม. โทร. 074-314-146
5. เย็นตาโฟโบราณ เจ๊แป๊ด ประมาณ 0.3 กม.
6. ไอติมโอ่ง ถนนนางงาม ประมาณ 0.2 กม. โทร. 074-315-594
ที่พักใกล้เคียง1. The Roo Classic Hometel ประมาณ 0.3 กม. โทร. 081-823-1433
2. Songkhla Tae Raek Antique Hotel ประมาณ 0.5 กม. โทร. 094-317-3338
3. A.List Hotel Songkhla ประมาณ 1 กม. โทร. 092-740-6600
4. Club Tree Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 074-313-888
5. Montana Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 074-300-614
6. The Bed Vacation Rajamangala Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 087-674-4444
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาตั้งอยู่บนถนนนางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ภายในย่านเมืองเก่าสงขลา
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปสักการะและชมพื้นที่ศาลได้โดยไม่มีค่าเข้า
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นศาลเจ้าคู่เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง ประดิษฐานเสาหลักเมืองที่เกี่ยวข้องกับพิธีฝังหลักเมืองเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385 และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวสงขลา
 
ถาม: ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลามีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีเสาหลักเมือง เจ้าพ่อหลักเมือง สิงโตคู่บริเวณทางเข้า และองค์เทพหลายองค์ เช่น พระเสื้อเมือง เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่ลิ้มกอเหนียว เจ้าพ่อเสือ เจ้าแม่กวนอิม และองค์เทพอื่น ๆ
 
ถาม: ควรเที่ยวศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับถนนนางงาม บ้านนครใน โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ถนนคนเดินสงขลาแต่แรก พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ เขาตังกวน และแหลมสมิหลา
 
ถาม: มีงานประจำปีที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาหรือไม่?
ตอบ: มีงานสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นประจำ โดยมีกิจกรรมสำคัญ เช่น พิธียกเสาโกเต้ง พิธีแห่พระรอบเมือง พิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์ การแสดงสิงโต เชิดมังกร และงิ้ว
 
ถาม: เดินทางไปศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นไปยังถนนนางงาม เมื่อถึงย่านเมืองเก่าแนะนำให้เดินเท้าเพื่อชมศาลเจ้า ร้านอาหาร และอาคารเก่าโดยรอบ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(52)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(12)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(2)