หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.มะนัง >ต.ปาล์มพัฒนา > ถ้ำเจ็ดคต
TL;DR: ถ้ำเจ็ดคต อยู่ที่หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ กว้างประมาณ 70–80 เมตร สูงประมาณ 40–50 เมตร มีลำธารไหลผ่านถ้ำ บางช่วงมีหาดทรายและช่องแสงธรรมชาติช่วยระบายอากาศ.
ถ้ำเจ็ดคต

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
ถ้ำเจ็ดคต จังหวัดสตูล เป็นถ้ำธารลอดในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางธรรมชาติของน้ำตกวังสายทองและภูเขาหินปูนในเขตอุทยานธรณีโลกสตูล จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือโพรงถ้ำที่คดเคี้ยวทะลุผ่านภูเขา มีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำ สามารถเที่ยวชมด้วยการล่องเรือหรือเดินสำรวจตามสภาพน้ำ เพื่อชมความงามของหินงอก หินย้อย หาดทรายขาวระยิบระยับ และบรรยากาศเย็นสบายภายในถ้ำ เส้นทางท่องเที่ยวเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติแบบผจญภัยพอดีตัว ต้องการสัมผัสสายน้ำ ป่าเขา ถ้ำหินปูน และความงามของสตูลในมุมที่ลึกกว่าการเที่ยวทะเล
ถ้ำเจ็ดคตเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากลำน้ำซึ่งไหลลอดถ้ำไปตามแนวคดเคี้ยวของภูเขา คำว่า “เจ็ดคต” สื่อถึงลักษณะของถ้ำที่มีแนวโค้งและช่วงโพรงสำคัญหลายตอน โดยมีการอธิบายถ้ำออกเป็น 7 คูหา จนเกิดชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ถ้ำสัตคูหา” ภายในแต่ละคูหามีลักษณะต่างกัน ทั้งผนังหินสีเขียวมรกต หินย้อยคล้ายผ้าม่าน หินงอกคล้ายเจดีย์ หินที่เกิดประกายเมื่อแสงส่องกระทบ และโถงถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้การล่องผ่านถ้ำไม่ใช่เพียงการชมทางน้ำ แต่เป็นการค่อย ๆ อ่านรูปร่างของภูเขาหินปูนจากภายใน
ลักษณะทางธรณีของถ้ำเจ็ดคตเป็นถ้ำธารลอดหรือถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านตัวถ้ำ มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ตัดผ่านเทือกเขาหินปูนยุคออร์โดวิเชียน ความยาวของถ้ำประมาณ 600 เมตร กว้างราว 70–80 เมตร และสูงประมาณ 40–50 เมตร บางบริเวณมีช่องหลุมยุบหรือช่องเปิดด้านบนที่ช่วยระบายอากาศและปล่อยแสงลงสู่ภายในถ้ำ ลักษณะนี้ทำให้ถ้ำเจ็ดคตมีบรรยากาศไม่อับทึบเท่าถ้ำปิดบางแห่ง และทำให้เกิดมุมแสงที่ช่วยขับประกายของหิน ผนังถ้ำ และพื้นทรายให้เด่นขึ้นเมื่ออยู่ในจังหวะที่แสงเหมาะสม
ลำธารที่ไหลผ่านถ้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการเที่ยวถ้ำเจ็ดคต เพราะสายน้ำเป็นเส้นทางหลักที่พานักท่องเที่ยวเข้าสู่หัวใจของถ้ำ น้ำภายในถ้ำมีระดับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและปริมาณฝน บางช่วงตื้นพอให้เดินลุยตามริมผนังถ้ำ บางช่วงลึกขึ้นจนเหมาะกับการใช้เรือคายัคหรือเรือยางสำหรับล่องแก่ง เสียงน้ำไหล เสียงพายกระทบน้ำ และเสียงสะท้อนจากผนังถ้ำทำให้บรรยากาศภายในมีความสงบปนตื่นเต้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จึงควรเที่ยวแบบมีผู้นำทางหรือผู้ให้บริการนำเที่ยวที่รู้เส้นทาง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่รบกวนสภาพธรรมชาติของถ้ำ
ความงามที่ทำให้ถ้ำเจ็ดคตถูกจดจำคือหาดทรายขาวภายในถ้ำ บริเวณมุมคดเคี้ยวของลำน้ำมีพื้นทรายที่สะท้อนแสงเป็นประกายระยิบระยับ คล้ายมีเกล็ดเพชรโปรยอยู่บนหาดทราย ภาพนี้เป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากถ้ำทั่วไป เพราะถ้ำหลายแห่งเด่นที่ผนังหินหรือโถงถ้ำ แต่ถ้ำเจ็ดคตมีทั้งสายน้ำ หาดทราย และผนังหินอยู่ในองค์ประกอบเดียวกัน พื้นที่หาดทรายยังทำให้บรรยากาศภายในถ้ำดูโปร่งและสบายขึ้น มีลมพัดเบา ๆ และอากาศเย็น เหมาะกับการหยุดพักระหว่างเส้นทางก่อนเดินทางต่อไปยังคูหาถัดไป
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยให้ชมตลอดแนว โดยแต่ละช่วงมีรูปร่างและสีสันต่างกัน หินย้อยบางส่วนห้อยลงจากเพดานเป็นเส้นละเอียด บางจุดซ้อนกันคล้ายม่าน บางจุดมีสีขาว น้ำตาล หรือเขียวจากแร่และความชื้นในพื้นที่ ส่วนหินงอกบางแห่งมีรูปทรงคล้ายดอกกุหลาบ เจดีย์ ฉัตร หรือดอกบัวคว่ำ รูปร่างเหล่านี้เกิดจากกระบวนการสะสมตัวของแร่ในหยดน้ำที่ใช้เวลายาวนานมาก จึงควรชมด้วยสายตาเท่านั้น ไม่แตะ ไม่ขีดเขียน ไม่หัก และไม่เก็บสิ่งใดออกจากถ้ำ
คูหาทั้ง 7 ของถ้ำเจ็ดคตมีชื่อเรียกที่ช่วยให้การเที่ยวมีเรื่องเล่าชัดเจนขึ้น คูหาที่ 1 เรียกว่า “สาวยิ้ม” มีผนังถ้ำสีเขียวมรกตและหินงอกหินย้อยบริเวณหน้าถ้ำ คูหาที่ 2 เรียกว่า “นางคอย” เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยและเป็นบริเวณที่พบฝูงค้างคาว คูหาที่ 3 เรียกว่า “เพชรร่วง” มีช่องด้านบนให้แสงส่องลงมากระทบผนังถ้ำจนเกิดประกายคล้ายเพชร คูหาที่ 4 เรียกว่า “เจดีย์สามยอด” มีพื้นหินและหินงอกบางช่วงคล้ายดอกกุหลาบ คูหาที่ 5 เรียกว่า “น้ำทิพย์” มีหินย้อยสีขาวและน้ำตาลซ้อนกันคล้ายผ้าม่าน คูหาที่ 6 เรียกว่า “ฉัตรทอง” มีหินงอกหินย้อยซ้อนเหลื่อมเป็นชั้น และคูหาที่ 7 เรียกว่า “ส่องนภา” มีหินงอกหินย้อยรูปทรงคล้ายดอกบัวคว่ำ
การมีชื่อคูหาเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สังเกตถ้ำอย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงล่องผ่านความมืดไปตามน้ำ แต่สามารถเชื่อมโยงรูปร่าง สี แสง และเสียงของแต่ละช่วงเข้ากับจินตนาการของชุมชนท้องถิ่นได้ ถ้ำเจ็ดคตจึงเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านภูมิประเทศ แต่ยังมีคุณค่าด้านการเล่าเรื่องและภูมิปัญญาการตั้งชื่อจากสิ่งที่ผู้คนเห็นในพื้นที่ การตั้งชื่อแบบนี้ทำให้เด็ก นักเรียน นักท่องเที่ยว และผู้มาเยือนทั่วไปจดจำลักษณะของถ้ำได้ง่ายขึ้น
ช่วงฤดูท่องเที่ยวของถ้ำเจ็ดคตอยู่ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ฝนช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในลำธาร ทำให้การล่องเรือเข้าไปในถ้ำมีน้ำเพียงพอและได้บรรยากาศของถ้ำธารลอดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ฤดูฝนก็เป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น เพราะระดับน้ำในถ้ำและกระแสน้ำอาจเปลี่ยนได้ตามฝนและสภาพพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรติดต่อผู้ให้บริการนำเที่ยวก่อนเดินทางทุกครั้ง ไม่ควรเข้าไปเองโดยไม่มีผู้ชำนาญทาง และควรหลีกเลี่ยงการเข้าถ้ำเมื่อมีฝนตกหนักหรือน้ำหลาก
เส้นทางการเข้าชมถ้ำเจ็ดคตมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและโปรแกรมนำเที่ยว บางเส้นทางใช้เรือคายัคเพื่อพายเข้าสู่ถ้ำ บางเส้นทางใช้เรือยางเชื่อมกับกิจกรรมล่องแก่งในพื้นที่ใกล้เคียง และบางช่วงสามารถเดินลุยน้ำตามแนวผนังถ้ำได้ในช่วงที่น้ำตื้น การเลือกวิธีเข้าชมจึงต้องอิงคำแนะนำของบริษัทนำเที่ยวหรือไกด์ท้องถิ่นเป็นหลัก เพราะคนในพื้นที่รู้ระดับน้ำ จุดน้ำลึก จุดพัก จุดขึ้นลงเรือ และจุดที่ควรหลีกเลี่ยงได้ดีกว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเอง
ถ้ำเจ็ดคตเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมธรรมชาติและยอมรับสภาพพื้นที่จริงของถ้ำได้ดี ภายในถ้ำมีความมืด ความชื้น พื้นทราย พื้นกรวด พื้นโคลนบางช่วง และระดับน้ำที่ไม่เท่ากัน คนที่ชอบถ่ายภาพ ชอบฟังเสียงน้ำ ชอบชมผนังหิน และชอบเส้นทางที่มีความตื่นเต้นกำลังพอดีจะสนุกกับสถานที่แห่งนี้มาก แต่ผู้ที่กลัวความมืด กลัวพื้นที่ปิด ไม่ถนัดลุยน้ำ หรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรประเมินร่างกายก่อนร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะเมื่อเดินทางในช่วงที่น้ำมาก
ก่อนเดินทางควรเตรียมเสื้อผ้าที่แห้งง่าย รองเท้ารัดส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ไฟฉายหรือไฟคาดศีรษะ ถุงกันน้ำสำหรับเก็บโทรศัพท์และของสำคัญ น้ำดื่ม ผ้าขนหนู และเสื้อผ้าสำรอง ไม่ควรพกสัมภาระหนักเข้าไปในถ้ำ เพราะต้องใช้มือทรงตัว จับเรือ จับเชือก หรือเดินตามพื้นที่ธรรมชาติในบางช่วง การเตรียมตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้เที่ยวถ้ำได้สนุกและปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องดูแลกันตลอดเส้นทาง
มารยาทในการเที่ยวถ้ำเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้ำเจ็ดคตเป็นระบบธรรมชาติที่มีความเปราะบาง หินงอกหินย้อยและพื้นผิวหินภายในถ้ำใช้เวลายาวนานในการก่อตัว การแตะด้วยมือ การใช้ไฟส่องจุดเดิมนานเกินไป การส่งเสียงดัง การทิ้งขยะ หรือการเคลื่อนย้ายหินและเปลือกหอย ล้วนส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของถ้ำ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามกติกา ไม่แยกตัวจากกลุ่ม ไม่เดินเข้าไปในโพรงย่อยที่ไกด์ไม่อนุญาต และไม่รบกวนค้างคาวหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำ
ด้านความปลอดภัย ควรฟังคำแนะนำก่อนลงเรือและระหว่างอยู่ในถ้ำอย่างเคร่งครัด หากใช้เรือคายัคหรือเรือยางต้องสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา ไม่ยืนบนเรือ ไม่โยกเรือเล่น ไม่ยื่นตัวออกไปนอกเรือเพื่อถ่ายภาพ และไม่ถอดอุปกรณ์นิรภัยก่อนสิ้นสุดเส้นทาง หากต้องเดินลุยน้ำควรเดินช้า ๆ วางเท้าให้มั่นคง และเว้นระยะกับคนข้างหน้าเพื่อป้องกันการล้มชนกัน ภายในถ้ำอาจมีพื้นลื่น หินคม และระดับน้ำที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยน
การถ่ายภาพในถ้ำเจ็ดคตควรเน้นมุมที่ปลอดภัยและไม่รบกวนกลุ่ม มุมที่น่าสนใจคือปากถ้ำ ลำน้ำที่ไหลลอดถ้ำ หาดทรายขาวประกายละเอียด คูหาที่มีแสงส่องลงมา หินย้อยคล้ายม่าน และช่วงที่เรือเคลื่อนผ่านผนังถ้ำสีเข้มสลับแสงจากไฟฉาย ภาพเหล่านี้ช่วยบอกเล่าเอกลักษณ์ของถ้ำได้ดี แต่ควรระวังไม่ใช้แฟลชรุนแรงใกล้ค้างคาวหรือสัตว์ในถ้ำ และไม่ยอมเสี่ยงอุบัติเหตุเพื่อให้ได้มุมภาพที่อันตราย
ถ้ำเจ็ดคตยังเชื่อมโยงกับภาพรวมของอุทยานธรณีโลกสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งธรณีวิทยา ถ้ำ น้ำตก ภูเขาหินปูน ซากดึกดำบรรพ์ และชุมชนท้องถิ่นจำนวนมาก การเที่ยวถ้ำเจ็ดคตจึงช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของสตูลในมุมแผ่นดินมากขึ้น เพราะสตูลไม่ได้มีเพียงเกาะ ทะเล และชายหาด แต่ยังมีถ้ำธารลอดที่เกิดจากภูเขาหินปูนและลำธารจากผืนป่าต้นน้ำ การเดินทางเข้าถ้ำเหมือนการเข้าไปดูโครงสร้างภายในของภูเขา และเห็นว่าภูมิประเทศที่สวยงามต้องใช้เวลาธรรมชาติสร้างมายาวนานเพียงใด
การจัดทริปถ้ำเจ็ดคตสามารถเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายแห่ง น้ำตกวังสายทองเป็นจุดที่นิยมจัดร่วมกัน เพราะอยู่ไม่ไกลและมีกิจกรรมล่องแก่งหรือเล่นน้ำในพื้นที่ธรรมชาติ ส่วนถ้ำภูผาเพชรเป็นถ้ำขนาดใหญ่ของอำเภอมะนังที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมถ้ำหินปูนแบบเดินสำรวจบนทางเดินไม้ ถ้ำระฆังทองอยู่ใกล้ถ้ำเจ็ดคตและมีหินงอกหินย้อยเป็นประกาย น้ำตกธารปลิวและถ้ำเล สเตโกดอนช่วยขยายทริปไปสู่เส้นทางอุทยานธรณีของสตูลได้สมบูรณ์ขึ้น
หากมีเวลาครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวถ้ำเจ็ดคตเป็นกิจกรรมหลักเพียงแห่งเดียว โดยเผื่อเวลาสำหรับเดินทาง เตรียมอุปกรณ์ ล่องเรือหรือเดินชมถ้ำ และพักหลังจบกิจกรรม หากมีเวลาเต็มวัน สามารถจัดเส้นทางร่วมกับน้ำตกวังสายทองและถ้ำภูผาเพชรได้ แต่ควรเลือกจำนวนจุดท่องเที่ยวให้เหมาะกับกำลังกาย ไม่ควรบีบเวลามากเกินไป เพราะการเที่ยวถ้ำและล่องน้ำต้องใช้สมาธิและพลังงานมากกว่าการแวะชมวิวทั่วไป
การเดินทาง ไปถ้ำเจ็ดคตจากตัวเมืองสตูล ใช้เส้นทางออกจากเมืองไปยังทางหลวงหมายเลข 4137 แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอมะนัง จากนั้นเลี้ยวเข้าไปทางถ้ำเจ็ดคต โดยถ้ำอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทองประมาณ 3 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวและรถเช่า เพราะสามารถควบคุมเวลาและต่อเส้นทางไปน้ำตกวังสายทองหรือถ้ำภูผาเพชรได้สะดวก นักท่องเที่ยวที่ใช้รถประจำทางควรเดินทางไปยังอำเภอมะนังหรือละงูแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือประสานผู้ให้บริการนำเที่ยวในพื้นที่ล่วงหน้า
สำหรับผู้ที่เดินทางจากอำเภอละงูหรือย่านปากบารา สามารถวางแผนเข้ามายังอำเภอมะนังและตำบลปาล์มพัฒนาเพื่อเที่ยวถ้ำเจ็ดคตในวันเดียวได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่พักใกล้ทะเลแล้วต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวถ้ำ น้ำตก และป่าเขา ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดตรังหรือพัทลุงควรตรวจสอบเส้นทางภูเขาและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนตกต่อเนื่อง เพราะเส้นทางธรรมชาติและระดับน้ำในถ้ำอาจได้รับผลกระทบโดยตรง
ถ้ำเจ็ดคตเป็นสถานที่ที่ควรเที่ยวด้วยความเข้าใจต่อธรรมชาติ ไม่ใช่จุดหมายที่เหมาะกับการเดินเข้าไปเองโดยไม่เตรียมตัว ความงามของถ้ำอยู่ที่สายน้ำ คูหาทั้ง 7 หาดทรายประกายเพชร หินงอกหินย้อย และป่าหินปูนรอบพื้นที่ ทุกองค์ประกอบต้องอาศัยการดูแลร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น ไกด์ชุมชน ผู้ประกอบการนำเที่ยว และนักท่องเที่ยว เมื่อเที่ยวอย่างระมัดระวัง ถ้ำเจ็ดคตจะมอบประสบการณ์ที่สดชื่น ตื่นตา และช่วยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของสตูลได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำเจ็ดคต |
| ชื่อเรียกอีกชื่อ | ถ้ำสัตคูหา |
| ประเภท | ถ้ำธารลอด ถ้ำหินปูน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล |
| ที่ตั้ง | หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล |
| พิกัด | 7.107758, 99.940028 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำธารลอดคดเคี้ยวผ่านภูเขา มีลำธารไหลในถ้ำ หินงอกหินย้อย หาดทรายขาวระยิบระยับ และกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นถ้ำหินปูนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล มีลักษณะเป็นถ้ำธารลอดยาวประมาณ 600 เมตร ตัดผ่านเทือกเขาหินปูนยุคออร์โดวิเชียน |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลักษณะลำคลองลอดถ้ำที่คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขาและแบ่งเป็น 7 คูหา |
| ลักษณะเด่น | กว้างประมาณ 70–80 เมตร สูงประมาณ 40–50 เมตร มีลำธารไหลผ่านถ้ำ บางช่วงมีหาดทรายและช่องแสงธรรมชาติช่วยระบายอากาศ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสตูลใช้ทางหลวงหมายเลข 4137 ถึงสามแยกไปอำเภอมะนัง แล้วเลี้ยวเข้าไปทางถ้ำเจ็ดคต ถ้ำอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทองประมาณ 3 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของตำบลปาล์มพัฒนา และอยู่ในแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ฤดูท่องเที่ยว | ประมาณเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม เหมาะกับการล่องเรือเมื่อระดับน้ำเหมาะสม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก / อุปกรณ์ | ลานจอดรถ โรงเรือนเก็บเรือคายัคและอุปกรณ์ ท่าเรือลงลำธาร ป้ายข้อมูล และผู้ให้บริการนำเที่ยวในพื้นที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปากถ้ำ ลำธารภายในถ้ำ หาดทรายขาว คูหาสาวยิ้ม คูหานางคอย คูหาเพชรร่วง คูหาเจดีย์สามยอด คูหาน้ำทิพย์ คูหาฉัตรทอง และคูหาส่องนภา |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานท้องถิ่น | องค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 074-774505 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ถ้ำระฆังทอง ประมาณ 2 กม. 2. น้ำตกวังสายทอง ประมาณ 4 กม. โทร. 061-226-4337 3. ถ้ำภูผาเพชร ประมาณ 10 กม. โทร. 074-774505, ผู้นำชมถ้ำ 092-889-5563 4. น้ำตกธารปลิว ประมาณ 11 กม. 5. ถ้ำเล สเตโกดอน ประมาณ 18 กม. โทร. 080-110-7060 6. พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล ประมาณ 27 กม. โทร. 074-789501 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ภูบรรทัดวัลเลย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 085-7962548 2. ธารทองรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 092-3577988, 085-8985393 3. ครัวตัวต. ข้าวต้ม 5 บาท ประมาณ 18 กม. โทร. 064-8452190 4. ใจบ้าน มะนัง ประมาณ 19 กม. โทร. 087-8918802 5. NOBICHA มะนัง ประมาณ 19 กม. โทร. 088-3975344 6. Flying Fish ปลาบิน ประมาณ 22 กม. โทร. 093-5550946 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Wang Sai Thong Resort Manang ประมาณ 4 กม. โทร. 084-1955208 2. ภูบรรทัดวัลเลย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 085-7962548 3. อินทร์ศรีทองโฮมสเตย์ น้ำตกวังสายทอง ประมาณ 5 กม. โทร. 098-7297422 4. ภูเขาโฮมสเตย์ ถ้ำภูผาเพชร ประมาณ 10 กม. โทร. 081-2754833 5. ธานธิดารีสอร์ท มะนัง ประมาณ 18 กม. โทร. 080-3613764, 084-3130794 6. Engthan at Satun ประมาณ 20 กม. โทร. 085-4778688 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำเจ็ดคตอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำเจ็ดคตอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เป็นถ้ำธารลอดในพื้นที่ธรรมชาติของอุทยานธรณีโลกสตูล
ถาม: ถ้ำเจ็ดคตมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือถ้ำคดเคี้ยวทะลุผ่านภูเขา มีลำธารไหลภายในถ้ำ หินงอกหินย้อย หาดทรายขาวระยิบระยับ และสามารถล่องเรือชมธรรมชาติได้เมื่อระดับน้ำเหมาะสม
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าถ้ำเจ็ดคต?
ตอบ: ชื่อนี้มาจากลักษณะลำคลองที่ลอดถ้ำและคดเคี้ยวไปตามแนวภูเขา โดยภายในถ้ำแบ่งเป็น 7 คูหา จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ถ้ำสัตคูหา
ถาม: ถ้ำเจ็ดคตเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: ถ้ำเจ็ดคตเปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. แต่การล่องเรือควรตรวจระดับน้ำและติดต่อผู้ให้บริการนำเที่ยวก่อนเดินทาง
ถาม: ฤดูไหนเหมาะกับการเที่ยวถ้ำเจ็ดคต?
ตอบ: ฤดูท่องเที่ยวอยู่ประมาณเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม เพราะมีน้ำในลำธารมากพอสำหรับล่องเรือ แต่ต้องตรวจสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงวันที่ฝนตกหนักหรือน้ำหลาก
ถาม: ไปถ้ำเจ็ดคตควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อผ้าที่แห้งง่าย รองเท้ารัดส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี ไฟฉาย ถุงกันน้ำ น้ำดื่ม ผ้าขนหนู และเสื้อผ้าสำรอง
ถาม: ถ้ำเจ็ดคตเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เด็กสามารถเที่ยวได้เมื่อมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิด ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดิน การลุยน้ำ หรือกลัวความมืด ควรประเมินร่างกายและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมก่อนเดินทาง
ถาม: เที่ยวถ้ำเจ็ดคตแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่น้ำตกวังสายทอง ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำระฆังทอง น้ำตกธารปลิว ถ้ำเล สเตโกดอน และพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลได้ตามเวลาและเส้นทางที่วางไว้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




