หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดระนอง >อ.เมืองระนอง >ต.บางริ้น > อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
TL;DR: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายระนอง–ราชกรูด ประมาณ 13 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนลาดยางประมาณ 1 กม.
อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่มีน้ำตกหงาวเป็นแลนด์มาร์กธรรมชาติคู่เมืองระนอง ตั้งอยู่บริเวณตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง โดยพื้นที่อุทยานครอบคลุมผืนป่าต่อเนื่องทั้งจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ได้แก่ อำเภอละอุ่นและอำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง รวมถึงอำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน และอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ประมาณ 417,500 ไร่ หรือประมาณ 668 ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2542 เดิมรู้จักกันในชื่ออุทยานแห่งชาติคลองเพรา ก่อนเปลี่ยนมาเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวตามจุดเด่นสำคัญของพื้นที่ คือสายน้ำตกสูงที่ไหลลงจากหน้าผาชันและสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลเมื่อเดินทางผ่านเส้นทางหลักของจังหวัดระนอง
จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวคือการรวมกันของผืนป่าดิบชื้น ภูเขาสูง น้ำตก ลำธาร น้ำแร่ร้อน พรรณไม้เฉพาะถิ่น สัตว์ป่าหายาก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน น้ำตกหงาวเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงจากสันเขาสูงชัน มีลักษณะเป็นสายน้ำสีขาวพาดลงมาตามหน้าผาหิน ท่ามกลางฉากหลังของป่าฝนเมืองระนองที่เขียวชอุ่มเกือบตลอดปี ความพิเศษคือผู้เดินทางบนถนนสายระนอง–ราชกรูดสามารถมองเห็นน้ำตกได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าอุทยาน ทำให้น้ำตกหงาวเป็นภาพจำของผู้มาเยือนระนองมายาวนาน
อุทยานแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบเข้าถึงง่ายแต่ยังมีคุณค่าทางนิเวศสูง จากที่ทำการอุทยานสามารถเดินเข้าสู่พื้นที่ชมน้ำตกได้ไม่ไกล เส้นทางบางช่วงเป็นทางเดินที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จึงเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุที่เดินไหว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินป่าหนัก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ป่าภายในอุทยานมีทั้งโซนท่องเที่ยวทั่วไปและโซนเส้นทางธรรมชาติที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ผู้มาเยือนจึงควรเคารพกฎอุทยานและเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพร่างกาย
น้ำตกหงาวมีความงดงามแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วงที่มีน้ำมากที่สุดคือฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่าน้ำมากและเห็นสายน้ำตกได้ชัดเจน ส่วนช่วงมิถุนายนถึงตุลาคมโดยรวมเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นพลังของสายน้ำและความเขียวชอุ่มของผืนป่า ขณะที่ช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนเหมาะสำหรับการเดินทางสะดวก อากาศโปร่งกว่า และบางช่วงสามารถชมบรรยากาศภูเขา ทะเลหมอก หรือทิวทัศน์เมืองระนองได้ดี การเลือกช่วงเวลาเที่ยวจึงควรดูเป้าหมายเป็นหลัก หากต้องการชมสายน้ำตกสวยควรเน้นฤดูฝน หากต้องการเดินทางง่ายและถ่ายภาพภูเขาโปร่งควรเลือกช่วงหลังฝน
อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีความสำคัญในฐานะผืนป่าต้นน้ำของจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนวางตัวในแนวเหนือ–ใต้ มียอดเขานมสาวเป็นยอดเขาสูงสำคัญ สูงประมาณ 1,089 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นแนวสันเขาที่แบ่งเขตระหว่างจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร ผืนป่าแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดลำธารหลายสาย เช่น คลองหงาว คลองบางริ้น คลองราชกรูด คลองละอุ่น คลองหาดส้มแป้น และลำคลองในฝั่งชุมพร ระบบน้ำเหล่านี้ทำให้ป่า น้ำตก ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมรอบอุทยานมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
สภาพป่าหลักของอุทยานเป็นป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน ซึ่งเหมาะกับจังหวัดระนองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ ความชุ่มชื้นสูงทำให้เกิดพรรณไม้หลากหลาย ตั้งแต่ไม้ใหญ่ ไม้พื้นล่าง เฟิน หวาย กล้วยไม้ และพืชอิงอาศัยจำนวนมาก ผืนป่าลักษณะนี้มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายกลุ่ม เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำตามธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของลำธารที่ไหลลงสู่พื้นที่ราบและชุมชนรอบอุทยาน
สัตว์ที่ทำให้น้ำตกหงาวมีชื่อเสียงมากที่สุดคือปูเจ้าฟ้า หรือที่หลายคนเรียกว่าปูน้ำตกหงาว เป็นปูน้ำจืดขนาดเล็กที่มีสีสันโดดเด่น กระดองและก้ามมีสีขาว ส่วนบริเวณขา เบ้าตา และปากมีสีม่วงดำ ทำให้มีลักษณะต่างจากปูน้ำจืดทั่วไป ปูเจ้าฟ้าพบครั้งแรกบริเวณลำธารน้ำตกหงาว และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของระบบนิเวศน้ำตกแห่งนี้ การพบปูเจ้าฟ้าต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพน้ำ และความเหมาะสมของพื้นที่อาศัย โดยเฉพาะฤดูฝนที่ลำธารมีความชุ่มชื้นสูง
การชมปูเจ้าฟ้าต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นสัตว์หายากและมีความเปราะบางต่อการรบกวนถิ่นอาศัย ปูชนิดนี้มักซ่อนตัวใต้ซอกหิน ใต้ใบไม้ หรือบริเวณลำธารเล็ก ๆ ผู้มาเยือนไม่ควรจับ ไม่ไล่ ไม่ใช้แฟลชใกล้เกินไป ไม่รื้อหินหรือใบไม้ และไม่ลงไปเหยียบย่ำบริเวณที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต พื้นที่น้ำตกหงาวจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการเที่ยวธรรมชาติที่ดีต้องเคารพสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กพอ ๆ กับการชมน้ำตกหรือวิวภูเขาขนาดใหญ่
อีกสิ่งมีชีวิตสำคัญของอุทยานคือดอกโกมาซุม หรือเอื้องเงินหลวง ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง จัดเป็นกล้วยไม้ป่าที่มีดอกสีขาว ลักษณะคล้ายดอกแคทลียา มีกลีบใหญ่และแต้มสีเหลืองอ่อนบริเวณกลางดอก พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกโกมาซุมมักออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี และพบได้ในพื้นที่ป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง การได้เห็นโกมาซุมในบริบทของน้ำตกหงาวจึงทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าดอกไม้ประจำจังหวัดไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์บนเอกสาร แต่เป็นพืชที่มีชีวิตอยู่จริงในระบบนิเวศป่าฝนของระนอง
พื้นที่ท่องเที่ยวหลักของอุทยานแบ่งได้เป็นหลายโซน ได้แก่ โซนที่ทำการอุทยานและน้ำตกหงาว โซนเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ โซนจุดชมวิว โซนบ้านพักและลานกางเต็นท์ โซนบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง และโซนน้ำตกคลองเพราในฝั่งจังหวัดชุมพร แต่ละโซนมีลักษณะต่างกัน โซนน้ำตกหงาวเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติระยะสั้นและถ่ายภาพน้ำตก โซนบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้งเหมาะกับการพักผ่อนเชิงสุขภาพ ส่วนโซนน้ำตกคลองเพราเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมธรรมชาติของฝั่งชุมพรที่อยู่ภายในระบบอุทยานเดียวกัน
เส้นทางชมน้ำตกหงาวจากลานจอดรถไปยังจุดชมใกล้น้ำตกมีระยะเดินประมาณ 500 เมตร เป็นเส้นทางที่ช่วยให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่บริการเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติ ระหว่างทางสามารถสังเกตไม้ป่าดิบชื้น ลำธาร หินเปียก เฟิน มอส และพืชอิงอาศัยได้หลายชนิด จุดชมใกล้น้ำตกเหมาะกับการฟังเสียงน้ำตก สัมผัสละอองน้ำ และชมแนวสายน้ำที่ตกลงจากหน้าผาอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ควรเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยงหรือปีนป่ายโขดหิน เพราะหินน้ำตกมีความลื่นและระดับน้ำอาจเปลี่ยนเร็วในฤดูฝน
สำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางธรรมชาติที่เข้มข้นกว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “16 ราง” เป็นเส้นทางวันเดียวระยะประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไป–กลับประมาณ 5–6 ชั่วโมง เส้นทางนี้เริ่มจากบริเวณบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง ผ่านพื้นที่ลำธารคลองบางริ้น ร่องรอยเหมืองดินขาวเก่า พรรณไม้ป่า และจุดชมวิวกว้างที่มองเห็นภูมิทัศน์ระนองได้หลายมุม การเดินเส้นทางนี้ไม่ใช่การเดินเที่ยวอิสระ แต่ต้องเป็นไปตามรอบและเงื่อนไขที่อุทยานกำหนด เพราะพื้นที่มีความเปราะบางและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
เส้นทางยอดเขาน้ำตกหงาวเป็นอีกเส้นทางธรรมชาติที่อุทยานวางแนวทางพัฒนาในอนาคต มีความสูงมากกว่า 900 เมตร ระยะทางประมาณ 8–9 กิโลเมตร และวางรูปแบบให้เป็นเส้นทางพักค้างแรม 1 คืนเพื่อชมทิวทัศน์จากสันเขาน้ำตกหงาว มองลงไปเห็นภูเขาหญ้า เมืองระนอง และแสงไฟยามค่ำคืน เส้นทางกลุ่มนี้เหมาะกับนักเดินป่าที่มีความพร้อม ไม่ใช่กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปแบบไม่เตรียมตัว ผู้สนใจควรติดตามประกาศและจองผ่านช่องทางของอุทยานเท่านั้น
บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว อยู่ในหุบเขาที่มีลำธารและน้ำแร่ธรรมชาติไหลผสมกัน บริเวณนี้มีบ่อแช่ บ่อพักน้ำ และพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะกับการผ่อนคลายหลังเดินเที่ยว ผู้ที่ต้องการแช่น้ำร้อนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่แช่นานเกินไป ไม่ใช้สบู่หรือแชมพูในแหล่งน้ำ และระวังผู้ที่มีโรคประจำตัว ความดันสูง โรคหัวใจ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่คุ้นกับน้ำอุณหภูมิสูง การเที่ยวบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้งร่วมกับน้ำตกหงาวทำให้ทริปมีทั้งพลังของน้ำตกและความผ่อนคลายจากน้ำแร่ธรรมชาติ
น้ำตกคลองเพราเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งในระบบอุทยานเดียวกัน อยู่ทางฝั่งจังหวัดชุมพรและเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีหลายชั้น มีน้ำไหลตลอดปี จุดที่ได้รับการกล่าวถึงมากคือชั้นที่ 3 ซึ่งมีผาน้ำตกสูงประมาณ 40 เมตร น้ำตกคลองเพราเหมาะกับผู้ที่ต้องการขยายเส้นทางจากระนองสู่ชุมพร และต้องการเห็นว่าผืนป่าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวไม่ได้มีเพียงน้ำตกหงาวเท่านั้น แต่ครอบคลุมระบบน้ำตกและป่าต้นน้ำอีกหลายพื้นที่
อุทยานมีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวในบางโซน ผู้ที่ต้องการพักในอุทยานควรจองผ่านระบบจองที่พักของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะจำนวนบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์มีจำกัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือฤดูท่องเที่ยว การพักค้างคืนในอุทยานเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าฝนเมืองระนองในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งมีบรรยากาศต่างจากการแวะเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ
ค่าธรรมเนียมเข้าชมที่เผยแพร่ล่าสุดสำหรับการเข้าพื้นที่น้ำตกหงาวระบุผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาทต่อคน ค่ารถยนต์ 30 บาทต่อคัน และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี ผู้เดินทางควรเตรียมเงินสดสำหรับชำระค่าธรรมเนียม ณ ด่านอุทยาน และควรสอบถามอัตราปัจจุบันก่อนเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางเป็นคณะ ใช้รถหลายคัน หรือต้องการเข้าหลายจุดภายในอุทยานในวันเดียวกัน
กิจกรรมที่เหมาะกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ได้แก่ เดินชมและถ่ายภาพน้ำตก เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สังเกตพรรณไม้ป่าดิบชื้น ดูกล้วยไม้โกมาซุมในช่วงออกดอก เรียนรู้ปูเจ้าฟ้าอย่างเคารพธรรมชาติ แวะบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง กางเต็นท์ พักบ้านพักอุทยาน และต่อเส้นทางไปภูเขาหญ้าหรือเมืองระนอง การเที่ยวที่นี่จึงไม่ควรจำกัดเพียงการขับรถเข้าไปถ่ายรูปน้ำตกแล้วกลับ แต่ควรให้เวลาเดินช้า ๆ สังเกตธรรมชาติ และเข้าใจความสำคัญของผืนป่าต้นน้ำ
ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้านเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่เที่ยวร่วมกับน้ำตกหงาวได้ง่ายมาก เพราะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหรืออยู่ในระยะใกล้กัน ภูเขาหญ้ามีภูมิทัศน์เป็นเนินเขาโล่งที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ฤดูฝนจะเขียวสด ส่วนฤดูแล้งจะกลายเป็นสีน้ำตาลทอง เมื่อเที่ยวคู่กับน้ำตกหงาวจะเห็นความต่างของภูมิประเทศอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเป็นป่าชื้น น้ำตก และร่มไม้ อีกฝั่งเป็นเนินเขาโล่งกว้าง ถ่ายภาพง่าย และมองเห็นแนวภูเขารอบเมืองระนอง
วัดบ้านหงาวเป็นอีกจุดใกล้เคียงที่เหมาะกับการแวะไหว้พระก่อนหรือหลังเที่ยวน้ำตก วัดนี้อยู่ในชุมชนหงาวและเป็นศาสนสถานที่เชื่อมกับวิถีชุมชนท้องถิ่น ผู้มาเยือนสามารถจัดเส้นทางแบบครึ่งวันโดยเริ่มจากวัดบ้านหงาว ต่อด้วยน้ำตกหงาว ภูเขาหญ้า และปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ในตำบลหงาว เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวไม่ไกลจากตัวเมืองระนองมากนักแต่ได้ทั้งศาสนา ธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่นในวันเดียว
ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวและพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองช่วยเพิ่มมิติการเรียนรู้ให้กับทริปน้ำตกหงาว เพราะทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นระบบนิเวศคนละแบบกับป่าภูเขา น้ำตกหงาวเป็นตัวแทนของป่าต้นน้ำและป่าดิบชื้น ส่วนป่าชายเลนหงาวเป็นตัวแทนของระบบนิเวศชายฝั่งที่รับน้ำจากแผ่นดินสู่ทะเล การเที่ยวสองพื้นที่ร่วมกันทำให้เข้าใจวงจรธรรมชาติของระนองตั้งแต่ภูเขา ลำธาร น้ำตก ป่าชายเลน ไปจนถึงทะเลอันดามัน
ระนองแคนยอน บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน พระราชวังรัตนรังสรรค์ และศาลหลักเมืองจังหวัดระนองเป็นกลุ่มสถานที่ในตัวเมืองที่สามารถจัดร่วมกับน้ำตกหงาวได้สะดวก ผู้ที่มีเวลาครึ่งวันสามารถเที่ยวอุทยาน น้ำตก และภูเขาหญ้า ส่วนผู้ที่มีเวลาเต็มวันสามารถต่อเข้าเมืองเพื่อแช่เท้าที่บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน เดินชมพระราชวังรัตนรังสรรค์ ไหว้ศาลหลักเมือง และกินอาหารพื้นเมืองในย่านถนนเรืองราษฎร์ ทำให้ทริปครอบคลุมทั้งธรรมชาติ สุขภาพ ประวัติเมือง และอาหาร
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายระนอง–ราชกรูด มุ่งหน้าไปทางตำบลหงาว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนลาดยางอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึงที่ทำการอุทยาน อีกเส้นทางหนึ่งสามารถอ้างอิงจากภูเขาหญ้า โดยห่างจากภูเขาหญ้าประมาณ 1 กิโลเมตรจะมีทางแยกเข้าพื้นที่อุทยานและต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ผู้เดินทางควรใช้แผนที่นำทางควบคู่กับป้ายอุทยานบนถนนเพชรเกษม
ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ลงใต้ผ่านจังหวัดชุมพรแล้วเข้าสู่จังหวัดระนอง จากนั้นมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองระนองและตำบลหงาว หากเดินทางโดยเครื่องบินลงท่าอากาศยานระนอง สามารถเช่ารถหรือใช้รถรับจ้างเข้าสู่ตัวเมืองแล้วต่อไปยังอุทยานได้ การมีรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะทำให้เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวร่วมกับภูเขาหญ้า บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง วัดบ้านหงาว และสถานที่ในเมืองระนองได้คล่องตัวกว่า
ข้อควรระวังสำคัญคือพื้นที่น้ำตกและป่าฝนมีความชื้นสูง ทางเดินอาจลื่น โดยเฉพาะในฤดูฝน ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำดื่ม เสื้อกันฝนหรือร่ม หมวก และถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ห้ามหรือช่วงน้ำหลาก ไม่ควรให้อาหารสัตว์ ไม่ควรนำอาหารเข้าไปในจุดที่ไม่อนุญาต และไม่ควรเก็บกล้วยไม้ พืชป่า หิน หรือสัตว์ออกจากพื้นที่อุทยาน
เมื่อมองภาพรวม อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อธิบายตัวตนของระนองได้ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะรวมทั้งป่าฝนเมืองฝนแปดแดดสี่ น้ำตกสูงที่มองเห็นจากถนนใหญ่ ปูเจ้าฟ้าสัตว์หายาก ดอกโกมาซุมดอกไม้ประจำจังหวัด บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง เส้นทางเดินป่าใหม่ และทำเลที่เชื่อมกับภูเขาหญ้า เมืองเก่า และแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าระนองไม่ได้มีเพียงทะเลหรือเกาะ แต่มีผืนป่าต้นน้ำที่ยังมีชีวิต มีความหลากหลาย และควรได้รับการเที่ยวชมอย่างเคารพธรรมชาติ
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว |
| ชื่อเดิม | อุทยานแห่งชาติคลองเพรา |
| ประเภทสถานที่ | อุทยานแห่งชาติ น้ำตก ป่าดิบชื้น แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ |
| ที่ตั้งที่ทำการ | 76/5 หมู่ 1 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 |
| พิกัด | 9.855554, 98.628677 |
| พื้นที่ครอบคลุม | อำเภอละอุ่นและอำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง รวมถึงอำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน และอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร |
| ขนาดพื้นที่ | ประมาณ 417,500 ไร่ หรือประมาณ 668 ตารางกิโลเมตร |
| ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ | วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2542 |
| ผู้ดูแล / หัวหน้าอุทยาน | นายชลิต สินโรจน์ธนากร |
| เบอร์ติดต่อ | 077-848-181, 077-810-651 |
| ไฮไลต์ | น้ำตกหงาว ป่าดิบชื้น ปูเจ้าฟ้า ดอกโกมาซุม บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง น้ำตกคลองเพรา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และจุดชมวิวภูเขารอบเมืองระนอง |
| สิ่งมีชีวิตเด่น | ปูเจ้าฟ้า สัตว์น้ำตกหายากที่พบครั้งแรกบริเวณลำธารน้ำตกหงาว และดอกโกมาซุมหรือเอื้องเงินหลวง ดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง |
| ช่วงน้ำตกสวย | ฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงมิถุนายนถึงตุลาคม และเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่มีน้ำมากเด่นชัด |
| ช่วงดอกโกมาซุมออกดอก | เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี |
| โซนสำคัญ | โซนที่ทำการและน้ำตกหงาว โซนทางเดินชมน้ำตก โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โซนจุดชมวิว โซนบ้านพักและลานกางเต็นท์ โซนบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง และโซนน้ำตกคลองเพรา |
| เส้นทางชมน้ำตกหลัก | เดินจากลานจอดรถไปยังจุดชมใกล้น้ำตกประมาณ 500 เมตร |
| เส้นทางศึกษาธรรมชาติพิเศษ | เส้นทาง 16 ราง ระยะประมาณ 7 กม. ใช้เวลาเดินไป–กลับประมาณ 5–6 ชั่วโมง จำกัดจำนวนและต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดระนอง มีการยกระดับความปลอดภัยและพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท / รถยนต์ 30 บาท / ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เส้นทางเดินธรรมชาติ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ จุดชมวิว และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่จับหรือรบกวนปูเจ้าฟ้า ไม่เก็บกล้วยไม้หรือพืชป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ เดินตามเส้นทางที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายระนอง–ราชกรูด ประมาณ 13 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนลาดยางประมาณ 1 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน อีกเส้นทางอ้างอิงจากภูเขาหญ้า โดยมีทางแยกเข้าพื้นที่อุทยานในระยะใกล้กัน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ภูเขาหญ้า หรือเขาหัวล้าน ประมาณ 1 กม. 2. วัดบ้านหงาว ประมาณ 3 กม. 3. บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง ประมาณ 12 กม. 4. ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวและพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ประมาณ 15 กม. 5. บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ประมาณ 18 กม. 6. พระราชวังรัตนรังสรรค์และย่านเมืองเก่าระนอง ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ส้มตำภูเขาหญ้า เจ๊จิ๋ม ประมาณ 1 กม. โทร. 064-058-9415, 086-560-3299 2. Tin Cafe หงาว ประมาณ 2 กม. โทร. 065-403-5959 3. น้ำผลไม้ปั่นหงาว & ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ประมาณ 3 กม. โทร. 082-288-3822 4. อีสานบ้านเฮาหงาว ประมาณ 4 กม. โทร. 089-170-5147, 065-123-2963 5. Ngao Valley ประมาณ 5 กม. โทร. 065-568-7643 6. ดาวรุ่งทรายแดงซีฟู้ด ประมาณ 16 กม. โทร. 085-797-9501, 085-797-9516 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Baroque Boutique Resort ประมาณ 1.5 กม. โทร. 065-496-2239 2. The White Village Ranong Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 082-729-9229 3. Siamese Tin Park Ranong ประมาณ 3 กม. โทร. 062-445-3509 4. มีฟาร์มสุขโฮสเทล ประมาณ 4 กม. โทร. 085-928-2469 5. Ranong Adventure Resort & Park ประมาณ 8 กม. โทร. 061-390-0179 6. Sook Hotel Ranong ประมาณ 18 กม. โทร. 077-812-555-8, 093-581-2500 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีที่ทำการอยู่ที่ 76/5 หมู่ 1 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 และมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร
ถาม: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าธรรมเนียมเข้าชม โดยอัตราที่เผยแพร่ล่าสุดระบุผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท รถยนต์ 30 บาท และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี
ถาม: น้ำตกหงาวเที่ยวช่วงไหนสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูฝนเหมาะกับการชมน้ำตกมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงมิถุนายนถึงตุลาคม และเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่มักมีน้ำมากเด่นชัด
ถาม: ปูเจ้าฟ้าคืออะไรและพบได้ที่ไหน?
ตอบ: ปูเจ้าฟ้าเป็นปูน้ำจืดหายากที่มีสีขาวและม่วงดำโดดเด่น พบครั้งแรกบริเวณลำธารน้ำตกหงาว มักอาศัยตามซอกหิน ใต้ใบไม้ และพื้นที่ชุ่มชื้นของลำธารน้ำตก
ถาม: ดอกโกมาซุมออกดอกช่วงไหน?
ตอบ: ดอกโกมาซุมหรือเอื้องเงินหลวง ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง มักออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี
ถาม: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ในเขตอุทยาน ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรจองผ่านระบบของกรมอุทยานแห่งชาติหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายระนอง–ราชกรูด ประมาณ 13 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนลาดยางอีกประมาณ 1 กม. ก็ถึงที่ทำการอุทยาน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นสะดวกที่สุด
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




