หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต >อ.ถลาง >ต.เทพกระษัตรี > ศาลหลักเมืองใหม่ (ศาลหลักเมืองแม่จวง)
TL;DR: ศาลหลักเมืองใหม่ (ศาลหลักเมืองแม่จวง) อยู่ที่บ้านเมืองใหม่ ริมถนนเทพกระษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางตามถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่บ้านเมืองใหม่ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต.

ภูเก็ต

ศาลหลักเมืองใหม่ (ศาลหลักเมืองแม่จวง)

ศาลหลักเมืองใหม่ (ศาลหลักเมืองแม่จวง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ หรือศาลหลักเมืองแม่จวง จังหวัดภูเก็ต เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของเมืองถลางและเป็นหนึ่งในศาลหลักเมืองเก่าแก่ 4 แห่งของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองใหม่ ริมถนนเทพกระษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 ศาลแห่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะสัมพันธ์กับการฟื้นฟูเมืองถลางในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ภายหลังเหตุการณ์สงครามและความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับแม่จวง ผู้คุ้มครองเสาหลักเมืองและชุมชนบ้านเมืองใหม่ อาคารศาลปัจจุบันได้รับการก่อสร้างและบูรณะใหม่ให้มีความสง่างามด้วยหินอ่อนสีอ่อน รูปแบบอาคารทรงไทยประยุกต์พร้อมยอดสูงและเครื่องประดับสถาปัตยกรรมที่ประณีต ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งผ่านพิธีจัดสร้างและประดิษฐานองค์ใหม่ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ศาลยังคงเป็นสถานที่ที่ประชาชนชาวภูเก็ตเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลและความมั่นคงในชีวิตอย่างต่อเนื่อง
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากศาลหลักเมืองท่าเรือ ศาลหลักเมืองป่าสัก และศาลหลักเมืองเลพัง เพราะเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูเมืองถลางในช่วงรัชกาลที่ 3 และการเลือกพื้นที่สำหรับจัดตั้งชุมชนเมืองขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คำว่าเมืองใหม่จึงมีความหมายในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงคำเรียกศาลที่สร้างขึ้นในยุคปัจจุบัน การเดินทางมายังศาลช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของเมืองถลางซึ่งเคยมีความสำคัญต่อการปกครองและการค้าของเกาะภูเก็ตก่อนที่ตัวเมืองภูเก็ตในปัจจุบันจะเติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัด
 
พื้นที่บ้านเมืองใหม่ตั้งอยู่ในอำเภอถลางทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ต โดยมีถนนเทพกระษัตรีเป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่เชื่อมต่อระหว่างตอนเหนือกับตอนใต้ของเกาะ บริเวณนี้มีทั้งชุมชนที่อยู่อาศัย ร้านค้า พื้นที่เกษตรกรรม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่ตามเส้นทาง ศาลหลักเมืองตั้งอยู่ริมถนนสายหลักจึงเป็นจุดหมายที่เกี่ยวข้องกับทั้งความศรัทธาของชุมชนและประวัติศาสตร์การตั้งเมืองในอดีต
 
ความสำคัญของศาลหลักเมืองเกิดจากคติความเชื่อที่ว่าการตั้งเมืองควรมีหลักหมายศักดิ์สิทธิ์สำหรับเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง เสาหลักเมืองจึงมีความหมายทั้งในด้านพิธีกรรม การปกครอง และความทรงจำร่วมกันของผู้คน เมื่อมีการสร้างชุมชนเมืองขึ้นใหม่ การตั้งหลักเมืองเป็นการแสดงเจตนารมณ์ให้เมืองนั้นดำรงอยู่ด้วยความมั่นคงและความเป็นสิริมงคล ความเชื่อดังกล่าวสืบทอดอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนานและมีรูปแบบแตกต่างกันตามประวัติศาสตร์ของแต่ละพื้นที่
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่เป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพต่อแม่จวงในฐานะผู้คุ้มครองหลักเมือง ชื่อแม่จวงได้รับการกล่าวถึงในประวัติท้องถิ่นถลางและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ศาลแห่งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ แสดงความเคารพ และขอพรในเรื่องหน้าที่การงาน ความก้าวหน้า ความมั่นคง และความสำเร็จตามความเชื่อของแต่ละบุคคล การเรียกชื่อศาลว่าแม่จวงจึงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเสาหลักเมืองกับความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองชุมชน
 
ภูเก็ตมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าทางทะเลและทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเกาะตั้งอยู่ริมทะเลอันดามันและมีเส้นทางเชื่อมโยงกับเมืองท่าในคาบสมุทรมลายู อินเดีย และพื้นที่อื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชุมชนบนเกาะเคยพึ่งพาทั้งการประมง เกษตรกรรม และการขนส่งทางน้ำ ก่อนที่การทำเหมืองดีบุกและการพัฒนาถนนสมัยใหม่จะเปลี่ยนลักษณะเศรษฐกิจและการตั้งถิ่นฐานของพื้นที่อย่างกว้างขวาง
 
เมืองถลางเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต โดยมีความสัมพันธ์กับเส้นทางการค้าทางทะเลและการปกครองหัวเมืองฝั่งอันดามัน ในอดีตชุมชนไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะบริเวณเมืองภูเก็ตปัจจุบัน แต่มีแหล่งตั้งถิ่นฐานหลายแห่งในเขตถลาง ชายฝั่ง และพื้นที่ตอนใน การเปลี่ยนที่ตั้งเมืองจึงเกิดขึ้นตามสภาพแวดล้อม ความมั่นคง และความเหมาะสมต่อการบริหารราชการในแต่ละช่วงเวลา
 
เหตุการณ์สงครามเมืองถลางใน พ.ศ. 2328 เป็นเรื่องราวสำคัญที่ชาวภูเก็ตจดจำผ่านวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร การต่อสู้เพื่อป้องกันเมืองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัด และได้รับการรำลึกผ่านอนุสาวรีย์ พิธีกรรม และกิจกรรมทางประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ประวัติศาลหลักเมืองเมืองใหม่สัมพันธ์กับการฟื้นฟูและการจัดตั้งชุมชนในช่วงเวลาต่อจากเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกันโดยตรง
 
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มีความพยายามฟื้นฟูเมืองถลางหลังจากพื้นที่ผ่านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการตั้งถิ่นฐาน ประวัติท้องถิ่นกล่าวถึงการชักชวนประชาชนให้กลับมาตั้งบ้านเรือนและสร้างชุมชนขึ้นใหม่ราว พ.ศ. 2370 โดยเรียกชุมชนที่เกิดขึ้นว่าเมืองใหม่ การเลือกที่ตั้งในครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับชัยภูมิที่เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐานและการจัดระบบการปกครองของเมืองถลาง
 
การตั้งเมืองใหม่ในช่วงดังกล่าวสะท้อนความพยายามสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนและฟื้นฟูชีวิตของประชาชนหลังผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบ การรวบรวมผู้คนกลับมาตั้งบ้านเรือนจำเป็นต้องอาศัยทั้งพื้นที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร เส้นทางคมนาคม และระบบการปกครองที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต ศาลหลักเมืองจึงมีความหมายในฐานะหลักหมายแห่งการเริ่มต้นของเมืองที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่
 
ในช่วง พ.ศ. 2370–2391 ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีบทบาทสัมพันธ์กับชุมชนที่กำลังพัฒนาและการดำรงอยู่ของเมืองถลางในยุคต้นรัตนโกสินทร์ การศึกษาประวัติพื้นที่ในช่วงนี้ช่วยให้เห็นว่าการตั้งศาลหลักเมืองไม่ใช่การสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยแยกขาดจากชีวิตชุมชน แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของการตั้งถิ่นฐานและความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้คนกับบ้านเมือง
 
ต่อมาใน พ.ศ. 2391 มีการย้ายศูนย์กลางเมืองไปยังบริเวณบ้านบางโรงซึ่งสัมพันธ์กับเส้นทางท่าเรือและการคมนาคมทางน้ำ การเปลี่ยนที่ตั้งเมืองแสดงให้เห็นว่าชัยภูมิทางเศรษฐกิจและการเดินทางมีอิทธิพลต่อการเลือกตำแหน่งศูนย์กลางการปกครองอย่างมาก แม้เมืองจะเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ยังคงดำรงอยู่ในพื้นที่เดิมและได้รับความเคารพจากประชาชนต่อเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน
 
ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองใหม่กับบางโรงช่วยอธิบายประวัติของถลางซึ่งมีศูนย์กลางชุมชนหลายแห่งตามสภาพการคมนาคมในแต่ละสมัย เมื่อกิจกรรมการค้าขายทางน้ำมีความสำคัญมากขึ้น พื้นที่ใกล้ท่าเรือย่อมมีข้อได้เปรียบในการติดต่อกับชุมชนภายนอก ขณะที่ศาลหลักเมืองซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนเดิมยังคงทำหน้าที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาความทรงจำเกี่ยวกับการก่อตั้งเมืองไว้
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่จึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์การย้ายเมือง เพราะช่วยให้เห็นว่าศูนย์กลางการปกครองกับศูนย์กลางทางความเชื่ออาจไม่ได้ย้ายตามกันเสมอไป เมื่อส่วนราชการและกิจกรรมเศรษฐกิจเปลี่ยนไปยังพื้นที่อื่น ชุมชนยังสามารถรักษาศาลหลักเมืองเดิมไว้ในฐานะสถานที่แห่งความทรงจำและความศรัทธาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ
 
นอกจากศาลหลักเมืองเมืองใหม่ ภูเก็ตยังมีศาลหลักเมืองท่าเรือ ศาลหลักเมืองป่าสัก และศาลหลักเมืองเลพัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองถลางและชุมชนเก่าบนเกาะ ศาลแต่ละแห่งมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่และความเชื่อของชุมชนแตกต่างกัน การศึกษาร่วมกันจึงช่วยทำให้เห็นประวัติศาสตร์ภูเก็ตในลักษณะหลายศูนย์กลาง มากกว่าการอธิบายว่าเกาะมีศาลหลักเมืองเพียงแห่งเดียว
 
ศาลหลักเมืองท่าเรือมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องแม่ดวงและชุมชนบ้านท่าเรือที่มีประวัติการติดต่อทางน้ำ ศาลหลักเมืองป่าสักมีความเชื่อสัมพันธ์กับเจ้าแม่สร้อยแก้ว ส่วนศาลหลักเมืองเลพังเป็นอีกสถานที่ที่ได้รับการกล่าวถึงในกลุ่มศาลหลักเมืองเก่าของถลาง ความแตกต่างเหล่านี้แสดงว่าการตั้งหลักเมืองและการนับถือผู้คุ้มครองชุมชนมีพัฒนาการตามบริบทประวัติศาสตร์และสังคมของแต่ละพื้นที่
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีเอกลักษณ์จากชื่อแม่จวงซึ่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองหลักเมือง ความเชื่อเรื่องแม่จวงมีความหมายต่อผู้ที่ต้องการแสดงความเคารพต่อบ้านเมืองและผู้คุ้มครองชุมชน โดยการสักการะมักเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในหน้าที่การงาน การเลื่อนตำแหน่ง และความก้าวหน้าในชีวิต ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนบทบาทของศาลในชีวิตประจำวันและความปรารถนาของผู้คนที่จะประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ
 
การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองในสังคมไทยมีความสัมพันธ์กับการแสดงความเคารพต่อผู้คุ้มครองชุมชน ผู้มีจิตศรัทธาอาจถวายธูป เทียน ดอกไม้ พวงมาลัย ผ้าสี และเครื่องบูชาตามประเพณีของสถานที่ การประกอบพิธีเป็นการแสดงความตั้งใจและความเคารพตามความเชื่อส่วนบุคคล ขณะเดียวกันยังทำให้ศาลเป็นพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติของบ้านเมือง
 
ในอดีตศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีลักษณะเป็นศาลาขนาดไม่ใหญ่มาก หลังคาซ้อนสองชั้น หน้าบันประดับประติมากรรมลวดลายไทย มีเสาหินขัดโดยรอบและทางเดินตกแต่งด้วยหินอ่อน ศาลหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่บันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่นถลาง ภูมิทัศน์บริเวณศาลมีต้นไม้ช่วยสร้างความร่มรื่นและเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง
 
รูปแบบศาลาหลังเดิมสะท้อนการให้ความสำคัญกับพื้นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองโดยใช้อาคารทรงไทยที่มีส่วนประกอบเหมาะสมกับการสักการะ หลังคาซ้อนชั้นช่วยสร้างความสง่างาม ขณะที่เสาหินขัดและทางเดินหินอ่อนช่วยกำหนดพื้นที่ภายในกับภายนอกให้มีความเป็นระเบียบ การจัดวางอาคารโดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตกยังเป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้ศาลหลักเมืองเมืองใหม่แตกต่างจากศาลหลักเมืองท่าเรือซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
 
เมื่อเวลาผ่านไป อาคารเดิมและองค์ประกอบของศาลได้รับการดูแลและบูรณะตามความเหมาะสม ประวัติท้องถิ่นกล่าวถึงการสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ในช่วงการเฉลิมฉลอง 200 ปีวีรสตรีเมืองถลางเมื่อ พ.ศ. 2528 โดยมีการนำเสาใหม่เข้ามาประกอบกับเสาหลักเมืองเดิม การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามรักษาสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนให้ความเคารพ พร้อมปรับปรุงองค์ประกอบทางกายภาพให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
 
การบูรณะศาลหลักเมืองเป็นงานที่ต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงของอาคาร ความสำคัญของเสาหลักเมือง และความเชื่อของชุมชน เพราะศาลไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างที่สามารถรื้อเปลี่ยนได้โดยไม่มีความหมาย แต่เป็นสถานที่ซึ่งประชาชนมีความผูกพันทางจิตใจ การบูรณะจึงต้องดำเนินการควบคู่กับพิธีกรรมและความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จังหวัดภูเก็ตได้ประกอบพิธียกเสาเอกอาคารศาลหลักเมืองเมืองใหม่ที่ได้รับการวางแผนบูรณะและก่อสร้างใหม่ โดยนายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วม กิจกรรมประกอบด้วยพิธีบวงสรวงตามประเพณีและพิธีทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นโครงการสร้างอาคารศาลใหม่
 
การก่อสร้างอาคารหลังใหม่มีเป้าหมายให้ศาลหลักเมืองมีความสง่างามและเหมาะสมกับฐานะสถานที่สำคัญระดับจังหวัดมากขึ้น โดยการออกแบบเน้นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์และการใช้วัสดุที่สร้างความโดดเด่นของอาคาร ตัวศาลมีผิวอาคารสีขาวหรือสีหินอ่อน หลังคาและส่วนยอดได้รับการตกแต่งอย่างประณีต พร้อมทางขึ้นที่นำเข้าสู่พื้นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง
 
ความโดดเด่นของอาคารหลังใหม่อยู่ที่รูปทรงซึ่งมีการยกฐานอาคารขึ้นจากระดับพื้นโดยรอบ และมีบันไดเข้าสู่ตัวศาล การยกฐานช่วยเน้นความสำคัญของอาคารและสร้างความรู้สึกแยกระหว่างพื้นที่ทั่วไปกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ รูปแบบทางเข้าที่จัดวางอย่างสมดุลยังช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นส่วนยอดและรายละเอียดของอาคารได้อย่างชัดเจน
 
พื้นผิวหินอ่อนสีอ่อนเป็นองค์ประกอบที่สร้างเอกลักษณ์ให้ศาลหลังใหม่ เพราะช่วยเน้นรายละเอียดของงานแกะสลักและรูปทรงสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะบริเวณซุ้มประตู ขอบผนัง และส่วนยอดที่มีองค์ประกอบตกแต่งหลายชั้น สีอ่อนของอาคารตัดกับหน้าต่างและประตูสีแดงเข้ม ทำให้ศาลมีความสง่างามและเป็นจุดเด่นของพื้นที่บ้านเมืองใหม่
 
รูปแบบอาคารมีการใช้ส่วนยอดสูงซึ่งสร้างความแตกต่างจากศาลาหลังเดิมที่มีขนาดเล็กกว่า การออกแบบยอดให้เป็นจุดรวมสายตาช่วยแสดงความสำคัญของเสาหลักเมืองซึ่งประดิษฐานอยู่ภายใน เมื่อมองจากบริเวณลานด้านหน้า จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างฐานยกสูง บันไดทางขึ้น ผนังหินอ่อน และส่วนยอดของอาคารอย่างชัดเจน
 
รายละเอียดการตกแต่งส่วนประตูและหน้าต่างมีลักษณะผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยกับองค์ประกอบอาคารร่วมสมัย โดยประตูและหน้าต่างสีแดงเข้มสร้างความเด่นชัดบนพื้นผิวหินอ่อนสีขาว การจัดองค์ประกอบดังกล่าวช่วยให้อาคารมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างจากศาลหลักเมืองที่ใช้เสาไม้หรืออาคารเปิดโล่งแบบศาลาทั่วไป
 
การบูรณะศาลครั้งใหญ่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดสร้างเสาหลักเมืององค์ใหม่และองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับเสาเดิม จังหวัดภูเก็ตได้ประสานสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ให้ดำเนินการสร้างเสาหลักเมืองใหม่ เสาหลักเมืองบริวาร ผนังไม้สำหรับหุ้มคลุมเสาหลักเมืองเดิม และเสาหลักเมืองจำลองเพื่อใช้ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ การดำเนินงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาเสาเดิมควบคู่กับการจัดสร้างองค์ประกอบใหม่อย่างเป็นระบบ
 
การทำงานของสำนักช่างสิบหมู่มีความสำคัญต่อคุณค่าทางศิลปกรรมของศาล เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานช่างไทยประเพณี การออกแบบและจัดสร้างเสาหลักเมืองต้องให้ความสำคัญกับสัดส่วน รูปทรง ลวดลาย และรายละเอียดทางพิธีกรรม เพื่อให้วัตถุศักดิ์สิทธิ์มีความเหมาะสมกับการประดิษฐานภายในอาคารและสัมพันธ์กับคติการตั้งหลักเมือง
 
สำหรับโครงการจัดสร้างเสาหลักเมืองที่ประดิษฐานในอาคารศาลหลักเมืองเมืองใหม่ มีการใช้งบประมาณจำนวน 849,900 บาท ส่วนการจัดสร้างเสาหลักเมืองบริวาร ผนังไม้หุ้มเสาเดิม และเสาหลักเมืองจำลองสำหรับศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 428,810 บาทจากมูลนิธิภูเก็ตพัฒนายั่งยืน การจัดสรรงบประมาณแยกตามงานแสดงให้เห็นความซับซ้อนของกระบวนการบูรณะศาลและการจัดทำองค์ประกอบทางพิธีกรรม
 
เสาหลักเมืององค์ใหม่ได้รับการออกแบบให้ประดิษฐานบนฐานรองรับรูปทรงสิบสองเหลี่ยม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อสัดส่วนและความมั่นคงของเสา ภายในโครงการยังมีการจัดทำหัวเม็ดทรงมัณฑ์และส่วนประดับตามแบบศิลปกรรมไทย เพื่อให้เสาหลักเมืองมีรูปแบบเหมาะสมกับความสำคัญของศาลและพิธีการตั้งหลักเมือง
 
การจัดทำผนังไม้หุ้มเสาหลักเมืองเดิมมีความหมายต่อการรักษาความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ เพราะเสาเดิมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของสถานที่ การนำองค์ประกอบใหม่มาประกอบกับส่วนเก่าจึงเป็นการเชื่อมโยงศาลหลักเมืองในอดีตกับการบูรณะร่วมสมัย ขณะเดียวกันเสาหลักเมืองจำลองที่จัดทำขึ้นสำหรับศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ก็มีหน้าที่ต่างจากเสาหลักเมืองประจำศาลบ้านเมืองใหม่
 
ในช่วงวันที่ 2–4 สิงหาคม พ.ศ. 2566 จังหวัดภูเก็ตจัดขบวนอัญเชิญเสาหลักเมืองจำลอง เสาหลักเมืองบริวาร และส่วนยอดเสาหลักเมืองผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด โดยวันที่ 2 สิงหาคมเป็นการเคลื่อนขบวนในอำเภอเมืองภูเก็ต วันที่ 3 สิงหาคมในอำเภอกะทู้ และวันที่ 4 สิงหาคมในอำเภอถลาง กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประชาชนจากหลายพื้นที่ได้มีส่วนร่วมรับรู้และแสดงความเคารพต่อโครงการจัดสร้างเสาหลักเมือง
 
การอัญเชิญเสาหลักเมืองผ่านทั้งสามอำเภอมีความหมายในด้านการสร้างความร่วมมือของประชาชน เพราะทำให้ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ไม่ได้เป็นเรื่องราวของชุมชนบ้านเมืองใหม่เพียงแห่งเดียว แต่กลายเป็นกิจกรรมที่ประชาชนในจังหวัดมีโอกาสเข้าร่วม โดยมีการเชื่อมโยงพื้นที่ทางประวัติศาสตร์กับพื้นที่การปกครองสมัยใหม่ผ่านขบวนพิธีที่ดำเนินต่อเนื่องหลายวัน
 
ระหว่างวันที่ 5–7 สิงหาคม พ.ศ. 2566 จังหวัดภูเก็ตจัดพิธีพุทธาภิเษกและตั้งเสาหลักเมือง ณ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ อำเภอถลาง โดยมีการดำเนินพิธีตามลำดับที่กำหนด ทั้งการจัดเตรียมเครื่องบวงสรวง การประกอบพิธีเกี่ยวกับแผ่นยันต์ ดินจากทิศต่าง ๆ และองค์ประกอบของเสาหลักเมือง ก่อนเสร็จสิ้นพิธีตั้งหลักเมืองตามประเพณี
 
วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นวันสำคัญของศาลหลักเมืองเมืองใหม่ เพราะจังหวัดประกอบพิธีพุทธาภิเษกเสาหลักเมืองและพิธีตั้งเสาหลักเมืองอย่างเป็นทางการ โดยมีพระอุดมวชิรมงคล เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตและเจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิตร พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วม
 
พิธีในวันดังกล่าวมีการบวงสรวงตามคติพราหมณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพิฆเนศวร พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์ พระอินทร์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามลำดับพิธีที่กำหนด รวมถึงการตั้งเครื่องสักการะประจำทิศทั้งแปด โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้และแสดงความเคารพต่อเทพยดาตามแบบประเพณี การประกอบพิธีเหล่านี้ช่วยสถาปนาความเป็นสิริมงคลให้แก่เสาหลักเมืองและสถานที่
 
ภายหลังพิธีบวงสรวงตามคติพราหมณ์ มีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา โดยพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และชัยมงคลคาถา ประธานในพิธีอัญเชิญหัวเม็ดทรงมัณฑ์และกล่าวประกาศสัจจาธิษฐาน ก่อนประกอบพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์และถวายเครื่องสักการะตามลำดับ การผสมผสานพิธีทางพระพุทธศาสนากับพิธีพราหมณ์เป็นลักษณะที่พบในประเพณีการตั้งเสาหลักเมืองของไทยหลายแห่ง
 
การตั้งเสาหลักเมืองในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาล เพราะทำให้การบูรณะอาคารและการจัดสร้างเสาหลักเมืองเข้าสู่ขั้นตอนการใช้งานตามพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่จึงมีความสำคัญทั้งในฐานะสถานที่เก่าซึ่งสัมพันธ์กับการฟื้นฟูเมืองถลางและในฐานะอาคารศาลที่ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในยุคปัจจุบัน
 
หลังการประกอบพิธีตั้งเสาหลักเมือง จังหวัดยังดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการปรับปรุงภูมิทัศน์และการพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการเข้าสักการะ โดยใน พ.ศ. 2567 มีการจัดทำเหรียญที่ระลึกหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง รุ่นเจริญรุ่งเรือง เพื่อเชื่อมโยงกับพิธีเปิดศาลหลักเมืองและการระดมทุนสำหรับการซื้อที่ดิน ขยายบริเวณศาล สร้างกำแพง และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับการเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัด
 
พิธีมหาพุทธาภิเษกเหรียญที่ระลึกดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ พระอุโบสถวัดมงคลนิมิตร พระอารามหลวง ในอำเภอเมืองภูเก็ต การจัดกิจกรรมที่วัดมงคลนิมิตรแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนศาลหลักเมือง แม้ศาลหลักเมืองเมืองใหม่จะไม่ใช่วัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาโดยตรง
 
การปรับปรุงศาลหลักเมืองเมืองใหม่ยังสะท้อนบทบาทของภาครัฐและภาคประชาชนในการร่วมรักษามรดกท้องถิ่น เพราะโครงการเกี่ยวข้องกับทั้งจังหวัดภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากร มูลนิธิ และชุมชนผู้มีจิตศรัทธา การดำเนินงานหลายฝ่ายช่วยให้ศาลได้รับการพัฒนาในด้านอาคาร เสาหลักเมือง และพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ความเชื่อเรื่องแม่จวงยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวบ้านสืบทอดต่อกันมา
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการสักการะของส่วนราชการและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองเมืองใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ การเข้าสักการะดังกล่าวเป็นหลักฐานของบทบาทศาลในฐานะสถานที่สำคัญของจังหวัดที่ยังได้รับความเคารพในพิธีการร่วมสมัย
 
การสักการะศาลหลักเมืองในโอกาสเริ่มต้นหน้าที่การงานเป็นประเพณีที่สัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องความมั่นคงและความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของชาวบ้านที่นิยมขอพรแม่จวงเกี่ยวกับการทำงานและความก้าวหน้า การมีหน่วยงานราชการเดินทางมาสักการะยังช่วยให้เห็นว่าศาลยังคงมีบทบาททางสังคม ไม่ได้เป็นเพียงอาคารประวัติศาสตร์ที่ใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น
 
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่เป็นอีกสถานที่ที่ประชาชนเดินทางมาเพื่อเริ่มต้นปีด้วยการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การนำดอกไม้ ธูป เทียน พวงมาลัย และผ้าสีมาถวายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการสักการะตามความเชื่อ การผูกผ้าสีและการปิดทองในบริเวณที่อนุญาตยังเป็นรูปแบบการแสดงศรัทธาที่พบในศาลหลักเมืองหลายแห่งของประเทศไทย
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ไม่ใช่วัดพุทธที่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงไม่มีเจ้าอาวาสประจำศาล การประกอบพิธีสำคัญเกี่ยวข้องกับจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย โดยมีคณะสงฆ์และพราหมณ์เข้าร่วมตามลักษณะของพิธี ส่วนผู้ดูแลพื้นที่ประจำวันเป็นงานที่ต้องแยกจากบทบาทของพระสงฆ์ซึ่งได้รับเชิญให้มาประกอบพิธีในโอกาสสำคัญ
 
แม้ศาลจะไม่ใช่วัด แต่ความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนายังคงปรากฏผ่านพิธีพุทธาภิเษกและการเจริญพระพุทธมนต์ที่ประกอบในช่วงตั้งเสาหลักเมือง ขณะเดียวกันพิธีบวงสรวงตามคติพราหมณ์สะท้อนความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับการคุ้มครองบ้านเมือง การผสมผสานพิธีทั้งสองระบบเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีไทยที่เกี่ยวข้องกับการสถาปนาหลักเมืองและการประกอบพิธีมงคลระดับชุมชนหรือจังหวัด
 
ในด้านภูมิศาสตร์ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ตั้งอยู่ตามเส้นทางที่เชื่อมต่อแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญหลายแห่งของอำเภอถลาง โดยเฉพาะวัดพระทอง วัดพระนางสร้าง อนุสรณ์สถานเมืองถลาง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง สถานที่เหล่านี้มีความหมายแตกต่างกัน แต่สามารถนำมาศึกษาร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจพัฒนาการของชุมชน การตั้งถิ่นฐาน และวัฒนธรรมของภูเก็ตตอนเหนือ
 
วัดพระทองหรือวัดพระผุดเป็นวัดสำคัญของอำเภอถลาง มีชื่อเสียงจากพระพุทธรูปที่ปรากฏส่วนบนพ้นพื้นดินและมีตำนานเกี่ยวกับการค้นพบพระพุทธรูปซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพสืบต่อกันมา วัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมสิ่งของพื้นบ้านและเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตชุมชนในอดีต การเดินทางจากศาลหลักเมืองเมืองใหม่ไปยังวัดพระทองจึงเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงความเชื่อเรื่องหลักเมืองกับประเพณีทางพระพุทธศาสนา
 
วัดพระทองมีความสำคัญในฐานะศาสนสถานที่ได้รับความเคารพจากชาวภูเก็ตมายาวนาน พระพุทธรูปที่มีลักษณะเหมือนผุดขึ้นจากพื้นดินกลายเป็นจุดเด่นซึ่งทำให้วัดแตกต่างจากวัดอื่นในพื้นที่ ความเชื่อเกี่ยวกับพระผุดเป็นส่วนหนึ่งของประวัติชุมชนที่ถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าและกิจกรรมการสักการะของประชาชน
 
วัดพระนางสร้างเป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอถลาง ตั้งอยู่ใกล้ถนนเทพกระษัตรีและเป็นอีกสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาของภูเก็ต วัดมีพระพุทธรูปและอาคารศาสนสถานที่สะท้อนงานศิลปกรรมไทยกับอิทธิพลวัฒนธรรมที่หลากหลาย การศึกษาเรื่องราวของวัดช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และภูมิประเทศของถลางในอดีต
 
ภายในวัดพระนางสร้างมีพระพุทธรูปสำคัญและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่ประชาชนให้ความเคารพ การมีวัดเก่าแก่หลายแห่งในอำเภอถลางแสดงว่าพื้นที่นี้มีชีวิตทางพระพุทธศาสนาสืบทอดมาควบคู่กับการพัฒนาชุมชนและการปกครอง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับศาลหลักเมืองเมืองใหม่จะเห็นว่าวัดกับศาลหลักเมืองมีหน้าที่ทางพิธีกรรมต่างกัน แม้ต่างเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประชาชน
 
อนุสรณ์สถานเมืองถลางเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การปกป้องเมืองและการรำลึกถึงวีรกรรมของบรรพชน โดยมีการจัดกิจกรรมทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกี่ยวกับเมืองถลางเป็นระยะ สถานที่ดังกล่าวช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการฟื้นฟูเมืองในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นบริบทสำคัญของประวัติศาลหลักเมืองเมืองใหม่
 
อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณแยกท่าเรือ อำเภอถลาง และได้รับการจัดสร้างเพื่อเชิดชูเกียรติผู้มีบทบาทในการป้องกันเมืองถลาง อนุสาวรีย์มีความสำคัญต่อความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของประชาชน และเป็นสถานที่ที่ส่วนราชการกับชาวภูเก็ตใช้ประกอบพิธีรำลึกในโอกาสสำคัญ
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลางเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมของภูเก็ตและชายฝั่งทะเลอันดามัน พิพิธภัณฑ์รวบรวมเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน การค้าขาย และความหลากหลายของชุมชนในภูมิภาค จึงช่วยให้ผู้สนใจศาลหลักเมืองเข้าใจบริบททางสังคมและประวัติศาสตร์ของถลางได้กว้างขึ้น
 
สถานที่ประวัติศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ตอนเหนือของภูเก็ตยังมีวัดม่วงโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นโบราณสถานในพื้นที่ถลางและมีเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับพระพุทธรูปและชุมชนเก่า ความสัมพันธ์ของวัดร้างกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ยังมีการประกอบพิธีในปัจจุบันช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่ทางศาสนาและความเชื่อในแต่ละช่วงเวลา
 
เส้นทางท่องเที่ยวบริเวณบ้านเมืองใหม่ยังเชื่อมต่อกับน้ำตกโตนไทรในเขตอำเภอถลาง ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติที่สัมพันธ์กับพื้นที่ป่าของภูเก็ตตอนเหนือ น้ำตกและภูมิประเทศเนินเขาช่วยแสดงให้เห็นสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากชุมชนตามแนวถนนเทพกระษัตรี การเดินทางเชื่อมโยงสถานที่ทางประวัติศาสตร์กับธรรมชาติจึงทำให้เห็นความหลากหลายของพื้นที่ในอำเภอถลาง
 
ภูเก็ตตอนเหนือยังมีชายหาดในยางและพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ซึ่งมีทรัพยากรชายฝั่งและธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลอันดามัน การเดินทางจากศาลหลักเมืองเมืองใหม่ไปยังชายฝั่งช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพื้นที่ชุมชนเก่าด้านในของเกาะกับบริเวณชายหาดที่มีความสำคัญต่อการพักผ่อนและการท่องเที่ยวในปัจจุบัน
 
พื้นที่ศรีสุนทรและเทพกระษัตรียังมีความสัมพันธ์กับอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ซึ่งได้รับอิทธิพลจากชุมชนชาวใต้และชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน อาหารที่มีชื่อเสียง ได้แก่ หมูฮ้อง หมี่ฮกเกี้ยน หมี่หุ้นกระดูกหมู ขนมจีน น้ำยาภาคใต้ และอาหารทะเลที่ใช้เครื่องเทศกับสมุนไพรพื้นถิ่น วัฒนธรรมอาหารเหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการค้าขายกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบนเกาะภูเก็ต
 
ร้านอาหารในเขตถลางมีทั้งร้านอาหารพื้นบ้าน ร้านอาหารทะเล และร้านอาหารร่วมสมัย โดยครัวบ้านปลาทองเป็นร้านอาหารใต้ในย่านศรีสุนทรที่มีเมนูพื้นเมืองรสจัด ร้านปากน้ำซีฟู้ดถลางเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับอาหารทะเลและอาหารไทยในตำบลเทพกระษัตรี ขณะที่ร้านสอเง็กโภชนาในหมู่ที่ 1 ตำบลเทพกระษัตรีเป็นร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่ชุมชน
 
ร้านครัวย่าหยาในพื้นที่ศรีสุนทรนำเสนออาหารไทยและอาหารพื้นเมืองภูเก็ต โดยตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมเพอรานากันที่สัมพันธ์กับเรื่องราวชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ร้านแหลมทองซีฟู้ดในตำบลเทพกระษัตรีเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจอาหารทะเล ส่วนร้านอาหารขนาดเล็กริมถนนสายหลักสะท้อนวิถีการกินที่อยู่ร่วมกับชุมชนและการเดินทางของผู้คนในอำเภอถลาง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนใกล้พื้นที่บ้านเมืองใหม่ มีที่พักในตำบลเทพกระษัตรีและบริเวณท่าอากาศยานภูเก็ตหลายรูปแบบ เช่น ลาลินน์รีสอร์ตแอนด์วิลลาส์ นรารินภูเก็ตรีสอร์ต เดอะวูดเทอร์เรซ และโรงแรมในย่านสนามบิน ที่พักเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับถนนเทพกระษัตรีและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของอำเภอถลางได้
 
ลาลินน์รีสอร์ตแอนด์วิลลาส์ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี เป็นที่พักที่มีทั้งห้องพักและพื้นที่พักผ่อน ส่วนเดอะวูดเทอร์เรซเป็นที่พักขนาดเล็กในตำบลเทพกระษัตรีที่มีบรรยากาศเป็นส่วนตัว ขณะที่นรารินภูเก็ตรีสอร์ตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในย่านถลางซึ่งตั้งอยู่ใกล้เส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่ตอนเหนือของเกาะ
 
ย่านหาดในยางและท่าอากาศยานภูเก็ตมีโรงแรมให้เลือกหลายระดับ ได้แก่ ในยางบีชรีสอร์ตแอนด์สปา มายาภูเก็ตแอร์พอร์ตโฮเทล และแพนภูรีเรสซิเดนซ์ ซึ่งเหมาะกับผู้เดินทางที่ต้องการใช้พื้นที่ตอนเหนือของเกาะเป็นฐานในการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ การพักบริเวณสนามบินช่วยให้สามารถเชื่อมต่อศาลหลักเมืองเมืองใหม่กับแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลและเส้นทางเดินทางเข้าออกภูเก็ตได้
 
การพักในตำบลเทพกระษัตรีหรือย่านสนามบินมีข้อแตกต่างด้านบรรยากาศและการใช้งาน โดยที่พักใกล้ศาลหลักเมืองและถนนเทพกระษัตรีมีความสัมพันธ์กับชุมชนและแหล่งประวัติศาสตร์ของถลาง ส่วนที่พักบริเวณหาดในยางเน้นบรรยากาศชายฝั่งและความสะดวกในการเดินทางทางอากาศ ทั้งสองพื้นที่สามารถใช้เส้นทางถนนหลักเพื่อเดินทางมายังศาลหลักเมืองเมืองใหม่ได้
 
การเดินทาง ศาลหลักเมืองเมืองใหม่หรือศาลหลักเมืองแม่จวงตั้งอยู่ริมถนนเทพกระษัตรี บริเวณบ้านเมืองใหม่ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 ผู้เดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตสามารถใช้ถนนเทพกระษัตรีมุ่งหน้าไปทางอำเภอถลางและตอนเหนือของเกาะ ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณบ้านเมืองใหม่ตามตำแหน่งศาลในระบบแผนที่ ส่วนผู้เดินทางจากท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถใช้ถนนสายหลักมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตำบลเทพกระษัตรีได้เช่นกัน
 
ผู้เดินทางจากจังหวัดพังงาซึ่งเข้าสู่ภูเก็ตผ่านสะพานสารสินสามารถใช้ถนนเทพกระษัตรีมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ของอำเภอถลาง ก่อนเข้าสู่บริเวณบ้านเมืองใหม่ ตำแหน่งศาลอยู่ตามแนวถนนสายหลักและมีพื้นที่ชุมชนรายล้อม การเดินทางด้วยรถยนต์จึงเหมาะกับการเชื่อมโยงศาลกับวัดพระทอง วัดพระนางสร้าง และแหล่งท่องเที่ยวอื่นในเขตถลาง
 
การเที่ยวชมประวัติศาสตร์เมืองถลางสามารถเริ่มต้นที่ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ ก่อนเดินทางไปยังวัดพระทองและวัดพระนางสร้าง แล้วต่อไปยังอนุสรณ์สถานเมืองถลาง อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการฟื้นฟูเมืองถลาง ประเพณีทางพระพุทธศาสนา การรำลึกถึงประวัติศาสตร์สงคราม และมรดกวัฒนธรรมของเกาะภูเก็ต
 
สำหรับผู้สนใจศาลหลักเมืองทั้งสี่แห่งของภูเก็ต สามารถศึกษาเรื่องราวของศาลเมืองใหม่ควบคู่กับศาลท่าเรือ ศาลป่าสัก และศาลเลพัง โดยพิจารณาบริบทพื้นที่และความเชื่อของแต่ละแห่งแยกจากกัน ศาลเมืองใหม่สัมพันธ์กับแม่จวงและการฟื้นฟูเมืองถลางในสมัยรัชกาลที่ 3 ขณะที่ศาลอีกสามแห่งมีเรื่องราวผู้คุ้มครองและประวัติชุมชนของตนเอง
 
ในด้านประวัติศาสตร์ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีความหมายเป็นพิเศษเพราะรักษาความทรงจำของการสร้างเมืองถลางขึ้นใหม่หลังช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง การมีศาลประดิษฐานเสาหลักเมืองอยู่ในพื้นที่เดิมช่วยให้เรื่องราวจากต้นกรุงรัตนโกสินทร์ยังปรากฏในภูมิทัศน์ของภูเก็ตปัจจุบัน แม้อาคารได้รับการบูรณะใหม่หลายครั้ง แต่ความหมายของสถานที่ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นและความมั่นคงของเมืองยังคงดำรงอยู่
 
ในด้านศิลปกรรม ศาลหลักเมืองหลังใหม่เป็นตัวอย่างของการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยมาประยุกต์กับวัสดุและการก่อสร้างสมัยใหม่ การใช้หินอ่อนสีอ่อน ซุ้มประตูตกแต่งประณีต ส่วนยอดสูง และฐานยกพื้นสร้างอาคารที่สง่างามและเหมาะกับการเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญ ขณะเดียวกันการจัดสร้างเสาหลักเมืองโดยสำนักช่างสิบหมู่ช่วยเชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรมกับภูมิปัญญาช่างไทยประเพณี
 
ในด้านความเชื่อ ศาลยังคงเป็นสถานที่ที่ประชาชนเดินทางมากราบไหว้แม่จวงและเสาหลักเมือง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแสดงความเคารพต่อผู้คุ้มครองชุมชนและขอพรเกี่ยวกับความมั่นคงในชีวิต การมีผู้เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่องทำให้ศาลไม่ได้เป็นเพียงอาคารประวัติศาสตร์หรืออนุสรณ์แห่งการฟื้นฟูเมือง แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทในสังคมร่วมสมัย
 
ในด้านชุมชน ศาลหลักเมืองเมืองใหม่สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ คณะสงฆ์ ผู้ประกอบพิธี และประชาชนที่มีส่วนร่วมในการบูรณะและจัดสร้างเสาหลักเมือง การประกอบพิธีใน พ.ศ. 2566 การจัดกิจกรรมระดมทุนใน พ.ศ. 2567 และการเข้าสักการะของประชาชนกับผู้แทนส่วนราชการในช่วงเวลาต่อมา ล้วนแสดงถึงความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสังคมภูเก็ต
 
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความศรัทธาของประชาชน เรื่องราวตั้งแต่การฟื้นฟูเมืองถลางในสมัยรัชกาลที่ 3 การรักษาเสาหลักเมืองเดิม การบูรณะอาคารใน พ.ศ. 2559 และการตั้งเสาหลักเมืององค์ใหม่ใน พ.ศ. 2566 ช่วยให้เห็นว่าศาลแห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยโดยยังคงรักษาความหมายสำคัญของตนเองไว้
 
ด้วยประวัติความสัมพันธ์กับเมืองถลางยุคต้นรัตนโกสินทร์ ความเชื่อเรื่องแม่จวง และอาคารศาลที่ได้รับการบูรณะให้สง่างาม ศาลหลักเมืองเมืองใหม่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมภูเก็ต ศาลไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการสักการะเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นหลักหมายที่เชื่อมโยงชุมชนบ้านเมืองใหม่กับประวัติศาสตร์การตั้งเมือง การเคลื่อนย้ายศูนย์กลางชุมชน และความทรงจำของชาวถลางซึ่งยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ หรือศาลหลักเมืองแม่จวง จังหวัดภูเก็ต
ที่อยู่บ้านเมืองใหม่ ริมถนนเทพกระษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110
พิกัด8.080071, 98.343848
ประเภทสถานที่ศาลหลักเมืองเก่าแก่ สถานที่สักการะ และแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เมืองถลาง
ประวัติสำคัญเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเมืองถลางและตั้งชุมชนเมืองใหม่ราว พ.ศ. 2370 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อนย้ายศูนย์กลางเมืองไปยังบริเวณบางโรงใน พ.ศ. 2391
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญแม่จวง ผู้คุ้มครองศาลหลักเมืองตามความเชื่อของชุมชน และเสาหลักเมืองจังหวัดภูเก็ต
การบูรณะและจัดสร้าง
1. พ.ศ. 2528 มีการจัดทำเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ในช่วงฉลอง 200 ปีวีรสตรีเมืองถลาง
2. 24 พฤศจิกายน 2559 พิธียกเสาเอกอาคารศาลที่บูรณะใหม่
3. 2–4 สิงหาคม 2566 ขบวนอัญเชิญส่วนประกอบเสาหลักเมืองผ่าน 3 อำเภอ
4. 5–7 สิงหาคม 2566 พิธีพุทธาภิเษกและตั้งเสาหลักเมือง
5. 7 สิงหาคม 2566 พิธีตั้งเสาหลักเมืองอย่างเป็นทางการ
6. พ.ศ. 2567 กิจกรรมสนับสนุนการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศาล
สถาปัตยกรรมปัจจุบันอาคารศาลสีหินอ่อนอ่อน ฐานยกสูง ซุ้มทางเข้า ประตูและหน้าต่างสีแดงเข้ม พร้อมส่วนยอดสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์
ลักษณะศาลหลังเดิมศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนสองชั้น มีเสาหินขัด ทางเดินหินอ่อน และหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
องค์ประกอบสำคัญ
1. อาคารศาลหลักเมือง
2. เสาหลักเมืององค์ที่ประดิษฐานภายใน
3. ส่วนเสาหลักเมืองเดิมที่ได้รับการดูแลรักษา
4. ฐานรองรับเสาหลักเมือง
5. พื้นที่ถวายเครื่องสักการะ
6. บันไดและทางเข้าอาคาร
7. ลานและภูมิทัศน์โดยรอบ
งานช่างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จังหวัดภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต และภาคส่วนที่สนับสนุนการบูรณะ
ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลและประกอบพิธีจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการและกิจกรรมสำคัญ ศาลไม่ใช่วัดพุทธและไม่มีเจ้าอาวาส
ความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรความก้าวหน้าในการงาน การเลื่อนตำแหน่ง ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคล
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น. ตามรายการสถานที่ท่องเที่ยว
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป
การเดินทางเดินทางตามถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่บ้านเมืองใหม่ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทางเชื่อมต่อ
1. วัดพระทองหรือวัดพระผุด – ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง
2. วัดพระนางสร้าง – ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง โทร. 076-311084
3. อนุสรณ์สถานเมืองถลาง – อำเภอถลาง
4. อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร – แยกท่าเรือ อำเภอถลาง
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง – ถนนศรีสุนทร ตำบลศรีสุนทร โทร. 076-379895 ถึง 076-379897
6. น้ำตกโตนไทร – พื้นที่อำเภอถลาง
7. ศาลหลักเมืองท่าเรือ – บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร
8. หาดในยาง – ตำบลสาคู อำเภอถลาง
ร้านอาหารในอำเภอถลางและพื้นที่เชื่อมต่อ
1. ร้านสอเง็กโภชนา – หมู่ที่ 1 ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 076-313233
2. ร้านปากน้ำซีฟู้ดถลาง – ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 076-313388
3. ร้านแหลมทองซีฟู้ด – หมู่ที่ 6 ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 088-1694780
4. ร้านครัวบ้านปลาทอง – ตำบลศรีสุนทร โทร. 062-9622563
5. ร้านครัวย่าหยา – ถนนเทพกระษัตรี ตำบลศรีสุนทร โทร. 099-3158795
6. ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว บ้านเอื้ออาทรถลาง – ถนนเทพกระษัตรี ตำบลศรีสุนทร โทร. 061-3087738
ที่พักในอำเภอถลางและพื้นที่เชื่อมต่อ
1. ลาลินน์รีสอร์ตแอนด์วิลลาส์ – ตำบลเทพกระษัตรี ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 2.82 กิโลเมตร โทร. 076-311805
2. จินดารีสอร์ต – ย่านสนามบินภูเก็ต ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 3.67 กิโลเมตร
3. เดอะเบลล์แอร์พอร์ตภูเก็ตโฮเทล – ย่านสนามบินภูเก็ต ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 4.23 กิโลเมตร
4. แพนภูรีเรสซิเดนซ์ – ย่านสนามบินภูเก็ต ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 4.51 กิโลเมตร
5. พราวด์ภูเก็ต หาดในยาง – ย่านสนามบินภูเก็ต ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 4.71 กิโลเมตร
6. มายาภูเก็ตแอร์พอร์ตโฮเทล – ย่านสนามบินภูเก็ต ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 4.90 กิโลเมตร
7. ในยางบีชรีสอร์ตแอนด์สปา – หาดในยาง ระยะห่างในรายการที่พักประมาณ 5.13 กิโลเมตร
8. เดอะวูดเทอร์เรซ – ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 063-2079178
9. นรารินภูเก็ตรีสอร์ต – ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 065-7488555
สถานะปัจจุบันยังเปิดเป็นสถานที่สักการะ โดยมีหลักฐานการเข้าสักการะของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่หรือศาลหลักเมืองแม่จวงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองใหม่ ริมถนนเทพกระษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่เปิดให้สักการะเวลาใด?
ตอบ: รายการสถานที่ท่องเที่ยวกำหนดเวลาเปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00 ถึง 17.00 น.
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมทั่วไป
 
ถาม: แม่จวงคือใคร?
ตอบ: แม่จวงเป็นชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองศาลหลักเมืองเมืองใหม่ตามความเชื่อของชุมชนบ้านเมืองใหม่
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีประวัติอย่างไร?
ตอบ: มีความสัมพันธ์กับการฟื้นฟูเมืองถลางและตั้งชุมชนเมืองใหม่ราว พ.ศ. 2370 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาได้รับการบูรณะอาคารครั้งใหญ่และประกอบพิธีตั้งเสาหลักเมืององค์ใหม่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่กับศาลหลักเมืองท่าเรือเป็นแห่งเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นคนละแห่ง ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ตั้งอยู่ตำบลเทพกระษัตรีและมีความเชื่อเกี่ยวกับแม่จวง ส่วนศาลหลักเมืองท่าเรือตั้งอยู่ตำบลศรีสุนทรและมีความเชื่อเกี่ยวกับแม่ดวง
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีสิ่งใดสำคัญ?
ตอบ: มีเสาหลักเมือง อาคารศาลหินอ่อนสีอ่อนพร้อมส่วนยอดตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมไทย และประวัติการบูรณะร่วมกับสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
 
ถาม: ศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีเจ้าอาวาสหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีเจ้าอาวาส เนื่องจากเป็นศาลหลักเมือง ไม่ใช่วัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ศาลหลักเมืองใหม่ (ศาลหลักเมืองแม่จวง)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(14)
มัสยิด มัสยิด(47)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)
น้ำตก น้ำตก(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(12)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
สวนสนุก สวนสนุก(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(5)