หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต >อ.ถลาง >ต.ศรีสุนทร > ศาลหลักเมืองท่าเรือ (ศาลหลักเมืองแม่ดวง)
TL;DR: ศาลหลักเมืองท่าเรือ (ศาลหลักเมืองแม่ดวง) อยู่ที่229 ซอยหลักเมือง 1 บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 เปิดเปิดให้เข้าสักการะทั่วไป. การเดินทางสะดวก ใช้ถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่ย่านบ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร แล้วเดินทางต่อไปยังซอยหลักเมือง 1.
ศาลหลักเมืองท่าเรือ (ศาลหลักเมืองแม่ดวง)

วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าสักการะทั่วไป
ศาลหลักเมืองท่าเรือ หรือศาลหลักเมืองแม่ดวง จังหวัดภูเก็ต เป็นศาลหลักเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และความเชื่อของชุมชนบ้านท่าเรือ ตั้งอยู่เลขที่ 229 ซอยหลักเมือง 1 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 ศาลแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวถลางให้ความเคารพสืบต่อกันมา โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับแม่ดวงซึ่งเป็นผู้คุ้มครองเสาหลักเมืองและปกปักรักษาชุมชนท่าเรือ อาคารศาลมีลักษณะเป็นศาลาทรงไทย หลังคาซ้อนสองชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหน้าบันรูปเทพพนม ภายในมีเสาหลักเมืองและเครื่องสักการะ ตลอดจนเรือพายขนาดหนึ่งคนนั่งพร้อมไม้พายที่เกี่ยวข้องกับตำนานท้องถิ่น ศาลหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและมีการตกแต่งพื้นกับส่วนประกอบของอาคารด้วยหินอ่อน ความสำคัญของศาลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ยังสัมพันธ์กับอดีตของชุมชนท่าเรือซึ่งเคยเป็นพื้นที่ติดต่อค้าขายและคมนาคมทางน้ำของเมืองถลาง
ศาลหลักเมืองท่าเรือตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีชื่อเรียกสืบทอดจากลักษณะภูมิศาสตร์และการใช้ประโยชน์ของชุมชนในอดีต คำว่าท่าเรือสะท้อนบทบาทของบริเวณนี้ในฐานะจุดขึ้นลงเรือและพื้นที่เชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำ ก่อนที่เครือข่ายถนนสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการคมนาคมของภูเก็ต ชื่อสถานที่จึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เข้าใจว่าชุมชนบ้านท่าเรือมีความสัมพันธ์กับทะเล ลำคลอง และเส้นทางการค้าของถลางมาอย่างยาวนาน
ความโดดเด่นของศาลหลักเมืองแม่ดวงอยู่ที่ลักษณะของการเป็นศาลหลักเมืองประจำชุมชนเก่ามากกว่าจะเป็นศาลหลักเมืองขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นพร้อมอาคารราชการสมัยใหม่ ภูเก็ตมีศาลหลักเมืองที่ได้รับการกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหลายแห่ง ได้แก่ ศาลหลักเมืองท่าเรือ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ ศาลหลักเมืองป่าสัก และศาลหลักเมืองเลพัง แต่ละแห่งมีความสัมพันธ์กับสถานที่ตั้งเมืองหรือชุมชนในคนละช่วงเวลา จึงไม่ควรนำประวัติการก่อสร้างของศาลแห่งหนึ่งมาใช้แทนอีกแห่งหนึ่ง
ชุมชนบ้านท่าเรืออยู่ในตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของเกาะภูเก็ต อำเภอถลางเคยเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่าที่สัมพันธ์กับการค้าขายทางทะเลและการติดต่อกับชุมชนอื่นในคาบสมุทรมลายู ก่อนเกิดการขยายตัวของเมืองภูเก็ตในพื้นที่ตอนใต้ของเกาะในยุคต่อมา การดำรงอยู่ของศาลหลักเมืองในย่านนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของถลางในประวัติศาสตร์จังหวัด
ภูเก็ตเป็นเกาะขนาดใหญ่ในทะเลอันดามัน มีภูมิประเทศเป็นแนวภูเขา ที่ราบหุบเขา ชายฝั่ง และอ่าวขนาดต่าง ๆ สภาพภูมิศาสตร์เช่นนี้ทำให้ชุมชนในอดีตเลือกตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งน้ำและบริเวณที่เหมาะต่อการเดินเรือ การประมง และการค้าขาย การเดินทางทางน้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของการติดต่อระหว่างชุมชนบนเกาะกับพื้นที่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่และเมืองท่าต่างประเทศ
พื้นที่ถลางมีความสัมพันธ์กับเส้นทางเดินเรือและการค้าของทะเลอันดามันมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนสินค้าและทรัพยากรระหว่างชุมชนชายฝั่ง ความสำคัญของถลางยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ดีบุกซึ่งกลายเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจสำคัญของภูเก็ตในเวลาต่อมา ชุมชนท่าเรือจึงควรได้รับการมองในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายชุมชนเก่าที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการคมนาคมของเกาะ
ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ซึ่งสัมพันธ์กับคติความเชื่อเรื่องการกำหนดศูนย์กลางของบ้านเมืองและการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองชุมชน เสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้คน โดยการสักการะมีความหมายต่อผู้ศรัทธาในด้านความเป็นสิริมงคล ความปลอดภัย และความสงบสุขของบ้านเมือง ประเพณีเกี่ยวกับหลักเมืองในแต่ละพื้นที่อาจมีรายละเอียดต่างกันตามประวัติและความเชื่อท้องถิ่น
สำหรับศาลหลักเมืองท่าเรือ ความเชื่อท้องถิ่นมีลักษณะเฉพาะจากการกล่าวถึงแม่ดวงในฐานะแม่หลักเมืองหรือผู้คุ้มครองเสาหลักเมือง ชื่อแม่ดวงทำให้สถานที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากศาลหลักเมืองเมืองใหม่ซึ่งผูกพันกับแม่จวง และศาลหลักเมืองป่าสักซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าแม่สร้อยแก้ว การมีชื่อผู้คุ้มครองที่แตกต่างกันช่วยให้เห็นระบบความเชื่อพื้นถิ่นของถลางที่มีศาลศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งสืบทอดอยู่ในชุมชน
คำเรียกแม่ดวงเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้แสดงความเคารพต่อผู้คุ้มครองศาลหลักเมืองท่าเรือ ความเชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น ซึ่งมักได้รับการถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าและการปฏิบัติของครอบครัวในชุมชน เมื่อผู้คนกล่าวถึงศาลหลักเมืองแม่ดวง จึงไม่ได้หมายถึงตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องเล่า ความศรัทธา และความทรงจำที่สัมพันธ์กับชุมชนบ้านท่าเรือ
ตำนานสำคัญของศาลเกี่ยวข้องกับเรือพายขนาดหนึ่งคนนั่งที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณศาล ตามคำบอกเล่าท้องถิ่น แม่หลักเมืองเคยปรากฏในความฝันของชาวบ้านและขอให้จัดหาเรือพร้อมไม้พายไว้สำหรับเดินทาง ชาวบ้านจึงนำเรือพายมาถวายเพื่อแสดงความเคารพและตอบสนองต่อความเชื่อที่สืบทอดกันมา เรื่องเล่านี้ทำให้เรือพายกลายเป็นเครื่องประกอบศาลที่มีความหมายเฉพาะตัว
เรือพายภายในศาลสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคติความเชื่อกับภูมิประเทศของชุมชนท่าเรือได้อย่างชัดเจน เพราะบริเวณนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับการเดินทางทางน้ำ การปรากฏของเรือในตำนานจึงสอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้คนที่เคยใช้เรือเป็นพาหนะในชีวิตประจำวัน วัตถุที่นำมาถวายจึงมิใช่เพียงสิ่งของประกอบพิธี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์เข้ากับอดีตของชุมชน
ความเชื่อเกี่ยวกับเรือของแม่ดวงควรเข้าใจในฐานะตำนานพื้นบ้านที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ไม่ใช่บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สามารถกำหนดวันเวลาได้อย่างแน่นอน ความสำคัญของตำนานอยู่ที่การสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสถานที่ และแสดงวิธีที่ชุมชนนำภูมิศาสตร์รอบตัวมาอธิบายโลกของความเชื่อ
ประวัติศาลหลักเมืองท่าเรือมีการกล่าวถึงว่าเป็นศาลหลักเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งของภูเก็ต และมีความเชื่อว่าเป็นศาลหลักเมืองแห่งแรกของเกาะ อย่างไรก็ตาม ประวัติการก่อสร้างศาลหลังแรกยังไม่มีลำดับปีที่ชัดเจนในเอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เผยแพร่ทั่วไป การระบุอายุของศาลจึงควรแยกจากความเก่าแก่ของชุมชนท่าเรือและประวัติการติดต่อค้าขายของพื้นที่ ซึ่งอาจย้อนกลับไปได้ไกลกว่ารูปแบบอาคารศาลที่ปรากฏในปัจจุบัน
การศึกษาศาลหลักเมืองท่าเรือจึงต้องพิจารณาข้อมูลหลายส่วนร่วมกัน ทั้งตำแหน่งชุมชนเก่า ประวัติการเดินเรือ ความเชื่อเรื่องแม่ดวง และลักษณะสถาปัตยกรรมของศาล ความสำคัญของสถานที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกำหนดอายุอาคารให้เก่าแก่ที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการเป็นหลักหมายทางวัฒนธรรมที่ประชาชนยังจดจำและใช้สักการะอย่างต่อเนื่อง
ในประวัติศาสตร์ถลาง เมืองและชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งตามสภาพการปกครองและความเหมาะสมด้านการคมนาคม การมีศาลหลักเมืองหลายแห่งจึงสะท้อนพัฒนาการของเมืองในแต่ละยุค ศาลหลักเมืองท่าเรือมีความสัมพันธ์กับชุมชนที่เคยใช้เส้นทางน้ำ ส่วนศาลหลักเมืองเมืองใหม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเมืองถลางในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ขณะที่ศาลป่าสักและเลพังมีความสัมพันธ์กับความเชื่อของชุมชนในพื้นที่ของตน
การเปรียบเทียบศาลหลักเมืองทั้งสี่แห่งทำให้เข้าใจว่าคำว่าหลักเมืองในประวัติศาสตร์ภูเก็ตไม่ได้หมายถึงอาคารแห่งเดียวที่ใช้แทนประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเกาะ แต่สัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐานและศูนย์กลางของชุมชนต่างช่วงเวลา การรักษาศาลแต่ละแห่งไว้จึงมีความหมายต่อการอนุรักษ์ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ของถลางและการศึกษาความเชื่อที่แตกต่างกันในท้องถิ่น
ศาลหลักเมืองท่าเรือมีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนสองชั้น โดยส่วนยอดหลังคาประดับช่อฟ้าและใบระกาซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในสถาปัตยกรรมไทยประเพณี รูปแบบดังกล่าวทำให้อาคารมีความสง่างามและมองเห็นเส้นสายหลังคาที่อ่อนช้อยจากภายนอก ศาลาได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับประดิษฐานเสาหลักเมืองและรองรับการไหว้สักการะของประชาชน
หน้าบันอาคารประดับรูปเทพพนม ซึ่งเป็นรูปบุคคลในท่าประนมมือแสดงความเคารพ ลวดลายประเภทนี้พบได้ในอาคารศาสนาและอาคารพิธีกรรมไทยหลายแห่ง การนำรูปเทพพนมมาใช้กับศาลหลักเมืองช่วยเน้นความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างงานตกแต่งกับกิจกรรมการสักการะภายในอาคาร
ช่อฟ้าและใบระกาที่ประดับส่วนหลังคาเป็นเครื่องลำยองซึ่งช่วยกำหนดเอกลักษณ์ของอาคารไทยประเพณี ช่อฟ้าเป็นส่วนประดับบริเวณปลายสันหลังคา ส่วนใบระกาช่วยสร้างรายละเอียดตามแนวขอบหลังคา เมื่อนำมาใช้กับศาลาหลังคาซ้อนชั้นจึงทำให้อาคารมีลักษณะเด่นและสื่อถึงความสำคัญของสถานที่ในเชิงศิลปกรรม
เสาและพื้นศาลมีการตกแต่งด้วยหินอ่อน ซึ่งช่วยสร้างความเรียบร้อยและทำให้อาคารมีลักษณะสง่างาม การใช้หินอ่อนในพื้นที่สักการะยังทำให้พื้นผิวสะท้อนแสงธรรมชาติได้ดีและช่วยเน้นองค์ประกอบของเสาหลักเมืองภายใน วัสดุที่ใช้ในอาคารจึงมีความสำคัญต่อบรรยากาศของศาลทั้งในด้านการใช้งานและความงาม
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งคือศาลหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศทางของอาคารเป็นรายละเอียดที่ได้รับการจดจำในเอกสารท้องถิ่นถลาง และเป็นองค์ประกอบที่ช่วยแยกศาลหลักเมืองท่าเรือออกจากศาลหลักเมืองเมืองใหม่ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ความแตกต่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าศาลแต่ละแห่งมีรูปแบบและการจัดวางพื้นที่เฉพาะของตนเอง
ภายในศาลมีบริเวณประดิษฐานเสาหลักเมืองและพื้นที่สำหรับวางเครื่องสักการะ ผู้ที่เดินทางมาแสดงความเคารพสามารถถวายดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องบูชาตามความศรัทธาได้ตามระเบียบของสถานที่ ส่วนเรือพายและไม้พายที่สัมพันธ์กับตำนานแม่ดวงเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะทำให้ภายในศาลมีเรื่องราวแตกต่างจากศาลหลักเมืองทั่วไป
การจัดวางเสาหลักเมืองเป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่สักการะสอดคล้องกับคติความเชื่อเรื่องหลักเมืองที่เน้นความมั่นคงและการคุ้มครองชุมชน สำหรับผู้มีจิตศรัทธา การกราบไหว้เสาหลักเมืองเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น และเป็นการเชื่อมโยงตนเองเข้ากับประวัติของบ้านท่าเรือซึ่งมีความหมายต่อชาวถลางมายาวนาน
ศาลหลักเมืองแม่ดวงมีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรด้านการงาน ความรัก และครอบครัว โดยเฉพาะคำบอกเล่าเรื่องการขอบุตรชายซึ่งเป็นความเชื่อที่ชาวบ้านกล่าวถึงสืบต่อกันมา ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนความต้องการของผู้คนในชีวิตประจำวัน ทั้งความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และความปรารถนาให้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่น
คำบอกเล่าเกี่ยวกับการขอบุตรชายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีความศรัทธาที่สัมพันธ์กับศาลหลักเมืองแม่ดวง ไม่ใช่ข้อยืนยันทางการแพทย์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือเพศของบุตร ความสำคัญของเรื่องเล่าจึงอยู่ที่การเป็นภาพสะท้อนของความเชื่อและความหวังของผู้คนที่เดินทางมาสักการะศาลในแต่ละช่วงเวลา
ผู้มีจิตศรัทธาบางส่วนยังนิยมขอพรเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและการค้าขาย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของชุมชนท่าเรือในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้า ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องการทำมาหากินกับชุมชนการค้าจึงทำให้ศาลมีความหมายต่อทั้งชีวิตทางเศรษฐกิจและชีวิตทางจิตใจของผู้คน
ในด้านการประกอบพิธีกรรม ศาลหลักเมืองแม่ดวงเป็นสถานที่ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาใช้สักการะตามคติท้องถิ่น ไม่ใช่วัดพุทธที่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงไม่มีเจ้าอาวาสประจำศาล ส่วนวัดท่าเรือซึ่งเป็นวัดพุทธในชุมชนเดียวกันมีบทบาททางศาสนาแตกต่างจากศาลหลักเมือง แม้ทั้งสองสถานที่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กันและมีความสัมพันธ์กับประวัติของชุมชนบ้านท่าเรือ
วัดท่าเรือเป็นวัดสำคัญในตำบลศรีสุนทร มีประวัติการก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2330 ตามทะเบียนประวัติวัด วัดมีความสัมพันธ์กับชุมชนท่าเรือซึ่งเติบโตขึ้นรอบเส้นทางคมนาคมและการค้าของถลาง ในอดีตมีชื่อว่าวัดนอกและอยู่ร่วมพื้นที่กับวัดใน ก่อนที่วัดนอกจะได้รับการบูรณะและพัฒนาเป็นวัดท่าเรือในเวลาต่อมา
ภายในวัดท่าเรือมีอุโบสถเป็นอาคารสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีงานประดับหินอ่อนและบานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระประธานภายในอุโบสถมีหน้าตักประมาณ 3 เมตร รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดมีคุณค่าในด้านศิลปกรรมและการถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ขณะที่ศาลหลักเมืองแม่ดวงมีความสำคัญด้านคติการสักการะหลักเมืองและตำนานพื้นบ้าน
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดท่าเรือกับศาลหลักเมืองแม่ดวงแสดงให้เห็นว่าชุมชนหนึ่งสามารถมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายประเภทดำรงอยู่ร่วมกันได้ โดยวัดทำหน้าที่รองรับการประกอบศาสนกิจของชาวพุทธ ส่วนศาลหลักเมืองทำหน้าที่เป็นสถานที่สักการะตามความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองชุมชน ประวัติของสถานที่ทั้งสองจึงช่วยให้มองเห็นวัฒนธรรมท้องถิ่นในหลายมิติ
ในย่านบ้านท่าเรือยังมีศาลเจ้าจีนท่าเรือหรือศาลเจ้าฮกเหลงเก้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานจีนที่มีชื่อเสียงและตั้งอยู่ริมถนนเทพกระษัตรี ศาลเจ้าดังกล่าวมีสถาปัตยกรรมจีนสีแดง ทอง และเขียว ประดับมังกรและองค์ประกอบตามคติจีน โดยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ศาลเจ้าจีนท่าเรือจึงเป็นคนละสถานที่กับศาลหลักเมืองแม่ดวง
ศาลเจ้าฮกเหลงเก้งมีประวัติเกี่ยวกับความศรัทธาต่อเทพเจ้าโป๊เส้งไต่เต่ ซึ่งได้รับความเคารพในด้านการรักษาโรคตามคติจีน ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดสร้างศาลและพัฒนาสถานที่เพื่อรองรับการประกอบพิธี ภายหลังมีการขยายอาคารในช่วงที่ถนนเทพกระษัตรีได้รับการปรับปรุง ทำให้ศาลเจ้ามีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสถาปัตยกรรมจีนที่โดดเด่นในปัจจุบัน
การมีทั้งศาลหลักเมืองแม่ดวง วัดท่าเรือ และศาลเจ้าฮกเหลงเก้งในบริเวณบ้านท่าเรือทำให้ชุมชนมีภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยแต่ละแห่งสะท้อนความเชื่อและประเพณีต่างระบบกัน ศาลหลักเมืองเกี่ยวข้องกับผู้คุ้มครองชุมชน วัดเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และศาลเจ้าฮกเหลงเก้งเกี่ยวข้องกับประเพณีจีนฮกเกี้ยนและการถือศีลกินผักของภูเก็ต
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของบ้านท่าเรือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูเก็ตในภาพกว้าง เพราะเกาะแห่งนี้มีชุมชนที่ได้รับอิทธิพลจากการค้าทางทะเลและการโยกย้ายถิ่นฐานหลายยุคสมัย ชุมชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ การทำเหมือง และการประกอบพิธีตามความเชื่อของตน การรักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างประเภทไว้จึงช่วยสะท้อนความเป็นมาของภูเก็ตได้อย่างชัดเจน
ศาลหลักเมืองแม่ดวงมีความสำคัญต่อการศึกษาคติความเชื่อของถลางเพราะเกี่ยวข้องกับการนับถือผู้คุ้มครองชุมชนในรูปแบบผู้หญิงซึ่งมีชื่อเฉพาะ ความเชื่อเช่นนี้พบได้ในศาลหลักเมืองและศาลเจ้าประจำถิ่นหลายแห่ง โดยสะท้อนการเคารพบุคคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทในความทรงจำของชาวบ้าน ชื่อแม่ดวงจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สถานที่และช่วยให้ผู้คนจดจำศาลได้อย่างชัดเจน
การที่ชาวบ้านยังเล่าตำนานเรือพายและความเชื่อเรื่องแม่ดวงสืบต่อกันมา แสดงให้เห็นว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ดำรงอยู่ผ่านอาคารและเครื่องสักการะเท่านั้น แต่ยังคงอยู่ผ่านเรื่องเล่าที่ผู้คนมอบความหมายให้แก่สถานที่ การอนุรักษ์ความทรงจำเหล่านี้ช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประวัติชีวิตของชุมชน
บริเวณศาลหลักเมืองท่าเรืออยู่ในเขตที่สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองถลางได้หลายแห่ง โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต อนุสาวรีย์ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดของถนนสายหลักในพื้นที่ถลาง และสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรในการป้องกันเมืองถลาง
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรมีความสำคัญต่อความทรงจำของชาวภูเก็ต โดยเฉพาะการป้องกันเมืองถลางจากการรุกรานในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เมืองถลางและได้รับการถ่ายทอดผ่านอนุสาวรีย์ พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมรำลึกประจำปี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลางเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูเก็ตและชายฝั่งทะเลอันดามัน ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โบราณวัตถุ และมรดกทางวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับพัฒนาการของชุมชนในภูมิภาค การศึกษาข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ควบคู่กับการเยี่ยมชมศาลหลักเมืองช่วยให้เข้าใจบริบทของเมืองถลางมากขึ้น
ศาลหลักเมืองเมืองใหม่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การตั้งเมืองถลางในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองใหม่ใกล้ถนนเทพกระษัตรี อำเภอถลาง โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับแม่จวงผู้คุ้มครองเสาหลักเมือง ศาลแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกและมีลักษณะอาคารแตกต่างจากศาลหลักเมืองท่าเรือ ทำให้ทั้งสองแห่งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เฉพาะของตน
ศาลหลักเมืองป่าสักหรือศาลเจ้าแม่สร้อยแก้วตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง และเป็นอีกสถานที่ที่มีความสำคัญต่อเรื่องราวศาลหลักเมืองเก่าของภูเก็ต ความเชื่อเรื่องเจ้าแม่สร้อยแก้วและพื้นที่ชุมชนป่าสักสะท้อนลักษณะของการนับถือผู้คุ้มครองท้องถิ่นในเขตถลาง ซึ่งมีความหลากหลายตามประวัติของชุมชนแต่ละแห่ง
ศาลหลักเมืองเลพังเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มักได้รับการกล่าวถึงร่วมกับศาลหลักเมืองเก่าของถลาง การมีศาลหลักเมืองหลายแห่งบนเกาะภูเก็ตแสดงถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงชุมชนและศูนย์กลางพื้นที่ในประวัติศาสตร์เมือง การศึกษาแต่ละแห่งร่วมกันจึงทำให้มองเห็นมิติของภูเก็ตที่ต่างจากภาพแหล่งท่องเที่ยวชายหาดและย่านเมืองเก่าภูเก็ตซึ่งเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน
ชุมชนศรีสุนทรและถลางยังมีร้านอาหารพื้นเมืองซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการกินของภูเก็ต อาหารภูเก็ตมีความสัมพันธ์กับวิถีชาวใต้และชุมชนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน เมนูที่มีชื่อเสียง ได้แก่ หมี่ฮกเกี้ยน หมี่หุ้นกระดูกหมู ขนมจีน น้ำยาภาคใต้ หมูฮ้อง และอาหารทะเลที่ใช้เครื่องแกงกับสมุนไพรท้องถิ่น วัฒนธรรมอาหารเหล่านี้ช่วยสะท้อนประวัติการค้าขายและการตั้งถิ่นฐานของผู้คนบนเกาะ
บริเวณใกล้ศาลหลักเมืองท่าเรือมีร้านขนมจีนหลักเมืองท่าเรือ ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นบ้านที่เน้นขนมจีนและน้ำแกงรสเข้มข้น ร้านอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีสุนทรและมีความสัมพันธ์กับผู้ที่เดินทางมาสักการะศาลเพราะสามารถแวะรับประทานอาหารหลังจากการกราบไหว้ได้ อาหารประเภทขนมจีนเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารเช้าและอาหารกลางวันในภาคใต้
ร้านครัวพระยาภูเก็ตตั้งอยู่ในซอยหัวท่า บ้านท่าเรือ เป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่มีเมนูสะท้อนรสชาติภูเก็ตดั้งเดิม โดยใช้บรรยากาศบ้านและสวนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับประทานอาหาร ร้านแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับย่านชุมชนท่าเรือที่มีทั้งร้านอาหารพื้นบ้านและสถานที่สำคัญทางความเชื่ออยู่ใกล้กัน
ในพื้นที่ศรีสุนทรยังมีร้านกินกับอี๋บนถนนศรีสุนทรซึ่งให้บริการอาหารใต้ และร้านลำเพาเตี๋ยวเรือในย่านม่าหนิกที่มีเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือฮาลาล ส่วนร้านเจซีก๋วยเตี๋ยวต้มยำภูเก็ตในตำบลป่าคลอกเป็นตัวเลือกด้านอาหารฮาลาลอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ถลาง ร้านอาหารเหล่านี้สะท้อนความหลากหลายของการประกอบอาหารและความต้องการของผู้เดินทางในชุมชนรอบเกาะ
การพักค้างคืนในพื้นที่ถลางสามารถเลือกที่พักใกล้ถนนเทพกระษัตรีและบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งเป็นย่านที่เชื่อมต่อกับศาลหลักเมืองท่าเรือได้สะดวก โรงแรมทัวร์เดอภูเก็ตเป็นตัวอย่างที่พักในตำบลศรีสุนทร มีห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทาง ขณะที่ที่พักประเภทห้องพักรายวันในบ้านท่าเรือเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักใกล้ชุมชน
สำหรับผู้ที่ต้องการที่พักในพื้นที่เชื่อมต่อถนนสายหลัก ยังมีโรงแรมสุพิชญาพูลแอ็กเซสในตำบลเกาะแก้ว และที่พักในเขตถลางหลายประเภทซึ่งสามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวด้านเหนือและตะวันออกของภูเก็ตได้ การเลือกพักในเขตถลางทำให้การเดินทางไปยังศาลหลักเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มีความต่อเนื่องกัน
การเดินทาง ศาลหลักเมืองท่าเรือหรือศาลหลักเมืองแม่ดวงตั้งอยู่เลขที่ 229 ซอยหลักเมือง 1 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 ผู้เดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตสามารถใช้ถนนเทพกระษัตรีมุ่งหน้าไปทางอำเภอถลางและบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร จากนั้นเข้าสู่พื้นที่บ้านท่าเรือและซอยหลักเมือง 1 ตามตำแหน่งศาลในแผนที่ โดยต้องแยกจุดหมายออกจากศาลเจ้าจีนท่าเรือที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก
ผู้เดินทางจากพื้นที่ตอนเหนือของภูเก็ตสามารถใช้ถนนเทพกระษัตรีลงมาทางเขตศรีสุนทรแล้วเข้าสู่ชุมชนบ้านท่าเรือ ส่วนผู้เดินทางจากพื้นที่เชิงทะเลสามารถใช้ถนนสายเชื่อมมายังบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรก่อนเข้าสู่ถนนในชุมชน การเข้าถึงศาลจึงสัมพันธ์กับเครือข่ายถนนสายหลักของอำเภอถลางและถนนย่อยในย่านบ้านท่าเรือ
การเที่ยวชมประวัติศาสตร์ถลางสามารถเชื่อมโยงศาลหลักเมืองแม่ดวงกับวัดท่าเรือ ศาลเจ้าฮกเหลงเก้ง อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลางได้ สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญต่างกัน โดยศาลหลักเมืองสัมพันธ์กับความเชื่อผู้คุ้มครองบ้านเมือง วัดสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนา ศาลเจ้าจีนสัมพันธ์กับประเพณีฮกเกี้ยน และพิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายภาพรวมทางประวัติศาสตร์ของภูเก็ต
เมื่อพิจารณาจากประวัติเมืองถลาง ศาลหลักเมืองแม่ดวงเป็นหลักหมายที่ช่วยเชื่อมโยงภูมิศาสตร์เก่ากับความทรงจำของชุมชน การมีเรือพายเป็นเครื่องประกอบศาลแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์กับการเดินทางทางน้ำในอดีต ขณะที่รูปแบบศาลาทรงไทยทำให้สถานที่มีความหมายในด้านงานช่างและประเพณีการสักการะของชาวบ้าน
ศาลหลักเมืองท่าเรือมีคุณค่าในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนยังจดจำชื่อแม่ดวงและเรื่องเล่าท้องถิ่นสืบต่อกันมา แม้อดีตของศาลหลังแรกจะไม่สามารถกำหนดปีสร้างได้อย่างแน่นอน แต่การดำรงอยู่ของศาลในบ้านท่าเรือทำให้เห็นความต่อเนื่องของความเชื่อในชุมชนที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ และการตั้งถิ่นฐานมาหลายช่วงเวลา
ศาลหลักเมืองแม่ดวงยังสะท้อนลักษณะเฉพาะของภูเก็ตที่มีมรดกทางวัฒนธรรมหลายประเภทอยู่ร่วมกัน ชุมชนบ้านท่าเรือมีทั้งวัดพุทธ ศาลหลักเมือง และศาลเจ้าจีนซึ่งได้รับความเคารพตามคติที่แตกต่างกัน การรักษาสถานที่เหล่านี้ไว้ช่วยให้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นดำรงอยู่ผ่านอาคาร เรื่องเล่า และการประกอบพิธีของประชาชน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเอกสารหรือโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์
ด้วยศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนชั้น หน้าบันเทพพนม เสาหลักเมือง และเรือพายที่สัมพันธ์กับตำนานแม่ดวง ศาลหลักเมืองท่าเรือจึงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการทำความเข้าใจอัตลักษณ์ชุมชนถลางและภูเก็ตในอดีต ความศรัทธาต่อผู้คุ้มครองชุมชน ความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือ และความใกล้ชิดกับสถานที่ประวัติศาสตร์หลายแห่งทำให้ศาลแห่งนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหมายต่อชาวบ้านท่าเรือและผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองถลางสืบต่อไป
| ชื่อสถานที่ | ศาลหลักเมืองท่าเรือ หรือศาลหลักเมืองแม่ดวง |
| ที่อยู่ | 229 ซอยหลักเมือง 1 บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 |
| พิกัด | 7.978927, 98.369041 |
| ประเภทสถานที่ | ศาลหลักเมืองเก่าและสถานที่สักการะตามความเชื่อพื้นถิ่นของชุมชนบ้านท่าเรือ |
| ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ | เป็นหนึ่งในกลุ่มศาลหลักเมืองเก่าของถลาง ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับเส้นทางเดินเรือและการค้าทางน้ำในอดีต |
| ประวัติการก่อสร้าง | เป็นศาลหลักเมืองเก่าแก่ของชุมชนบ้านท่าเรือ โดยไม่มีปีสร้างศาลหลังแรกที่สามารถกำหนดได้อย่างแน่นอน |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | เสาหลักเมืองและแม่ดวง ผู้คุ้มครองหลักเมืองตามความเชื่อของชุมชน |
| ตำนานสำคัญ | เรื่องแม่ดวงปรากฏในความฝันของชาวบ้านและขอเรือพายพร้อมไม้พาย จึงมีการนำเรือขนาดหนึ่งคนนั่งมาถวายไว้ภายในศาล |
| สถาปัตยกรรม | ศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนสองชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหน้าบันรูปเทพพนม มีการใช้หินอ่อนตกแต่งเสาและพื้น |
| ทิศทางอาคาร | หันหน้าไปทางทิศตะวันออก |
| องค์ประกอบสำคัญ | 1. ศาลาทรงไทย 2. เสาหลักเมือง 3. พื้นที่ถวายเครื่องสักการะ 4. เรือพายพร้อมไม้พายตามตำนานแม่ดวง 5. หน้าบันเทพพนมและเครื่องลำยอง 6. พื้นและเสาหินอ่อน 7. ลานและทางเข้าศาล |
| ความเชื่อเกี่ยวกับการขอพร | ความเจริญก้าวหน้าในการงาน ความรัก ความเป็นสิริมงคลของครอบครัว และความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการขอบุตรชาย |
| ผู้ดูแล | ศาลศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านท่าเรือ ไม่ใช่วัดพุทธ จึงไม่มีตำแหน่งเจ้าอาวาสประจำศาล |
| สถานที่ซึ่งมักสับสน | ศาลเจ้าฮกเหลงเก้งหรือศาลเจ้าจีนท่าเรือ ตั้งอยู่เลขที่ 169 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลศรีสุนทร เป็นศาลเจ้าจีนคนละแห่งกับศาลหลักเมืองแม่ดวง |
| วันเปิดทำการ | เปิดให้เข้าสักการะทั่วไปตามรายการสถานที่ท่องเที่ยว |
| การเข้าชม | สถานที่สักการะของชุมชน ไม่มีการกำหนดเวลาเปิดอาคารที่เผยแพร่โดยผู้ดูแลโดยตรง |
| การเดินทาง | ใช้ถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่ย่านบ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร แล้วเดินทางต่อไปยังซอยหลักเมือง 1 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและเส้นทางเชื่อมต่อ | 1. วัดท่าเรือ – ชุมชนบ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร 2. ศาลเจ้าฮกเหลงเก้ง – 169 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลศรีสุนทร 3. อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร – บริเวณจุดตัดถนนสายหลัก อำเภอถลาง 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง – อำเภอถลาง 5. ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ – บ้านเมืองใหม่ ตำบลเทพกระษัตรี 6. ศาลหลักเมืองป่าสัก – ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง |
| ร้านอาหารในบ้านท่าเรือและย่านเชื่อมต่อ | 1. หนมจีนหลักเมือง ท่าเรือ – ตำบลศรีสุนทร ใกล้ศาลหลักเมือง 2. ครัวพระยาภูเก็ต – ซอยหัวท่า บ้านท่าเรือ โทร. 083-1386789 3. กินกับอี๋ – ถนนศรีสุนทร ตำบลศรีสุนทร โทร. 095-4287195 4. ลำเพาเตี๋ยวเรือ – ย่านม่าหนิก ตำบลศรีสุนทร โทร. 063-6936694 5. เจซี ก๋วยเตี๋ยวต้มยำภูเก็ต – ตำบลป่าคลอก โทร. 096-9499197 6. ครัวสองยาย – ถนนบ่อกรวด อำเภอถลาง โทร. 081-0174007 |
| ที่พักในถลางและพื้นที่เชื่อมต่อ | 1. โรงแรมทัวร์เดอภูเก็ต – หมู่ 3 ตำบลศรีสุนทร โทร. 076-689797 2. ท่าเรือห้องพัก – ตำบลศรีสุนทร โทร. 089-7289076 3. โรงแรมสุพิชญาพูลแอ็กเซส – ตำบลเกาะแก้ว โทร. 076-685350 4. เพื่อนช้างรีสอร์ทภูเก็ต – อำเภอถลาง 5. อันดาฟ้าใหม่อพาร์ตเมนต์ – ตำบลเทพกระษัตรี โทร. 083-1822246 |
| สถานะปัจจุบัน | มีรายการสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงสถานะเปิดให้เข้าชม และไม่พบประกาศปิดถาวร |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองท่าเรือหรือศาลหลักเมืองแม่ดวงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 229 ซอยหลักเมือง 1 บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110
ถาม: ศาลหลักเมืองแม่ดวงกับศาลเจ้าท่าเรือเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน ศาลหลักเมืองแม่ดวงเป็นศาลหลักเมืองเก่าของชุมชนบ้านท่าเรือ ส่วนศาลเจ้าฮกเหลงเก้งเป็นศาลเจ้าจีนริมถนนเทพกระษัตรี
ถาม: แม่ดวงคือใคร?
ตอบ: แม่ดวงเป็นชื่อของผู้คุ้มครองศาลหลักเมืองท่าเรือตามความเชื่อท้องถิ่นของชุมชนบ้านท่าเรือ
ถาม: เหตุใดศาลหลักเมืองแม่ดวงจึงมีเรือพาย?
ตอบ: ตามตำนานท้องถิ่น แม่ดวงเคยปรากฏในความฝันของชาวบ้านและขอเรือสำหรับใช้เดินทาง จึงมีการถวายเรือพายพร้อมไม้พายไว้ภายในศาล
ถาม: ศาลหลักเมืองแม่ดวงสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: เป็นศาลหลักเมืองเก่าของชุมชนถลาง แต่ไม่มีปีแรกสร้างศาลที่สามารถกำหนดได้อย่างแน่นอน
ถาม: ศาลหลักเมืองแม่ดวงมีลักษณะสถาปัตยกรรมอย่างไร?
ตอบ: เป็นศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนสองชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันเทพพนม มีพื้นและเสาตกแต่งด้วยหินอ่อน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ถาม: ชาวบ้านนิยมขอพรเรื่องใดที่ศาลหลักเมืองแม่ดวง?
ตอบ: มีความเชื่อเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการงาน ความรัก ความเป็นสิริมงคล และการขอบุตรชาย ซึ่งเป็นเรื่องเล่าตามความศรัทธาของชุมชน
ถาม: ศาลหลักเมืองท่าเรือมีเจ้าอาวาสหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีเจ้าอาวาส เพราะศาลหลักเมืองท่าเรือไม่ใช่วัดพุทธ โดยวัดท่าเรือเป็นศาสนสถานอีกแห่งหนึ่งในชุมชนเดียวกัน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว




