หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา >อ.เมืองพังงา >ต.ถ้ำน้ำผุด > ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา
TL;DR: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา อยู่ที่ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา เปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 18.00 น. จุดเด่นคือ อาคารจตุรมุข ฐานศิลปะศรีวิชัย ตัวอาคารศิลปะรัตนโกสินทร์ หลังคาทรงปราสาทแบบขอม และยอดปรางค์แบบลพบุรี.

พังงา

ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา

ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.30 – 18.00 น.
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา หรือที่ชาวพังงาจำนวนมากรู้จักในชื่อศาลเจ้าแม่สายทอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพังงา ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมในอำเภอเมืองพังงา โดดเด่นทั้งด้านความเชื่อ ตำนานท้องถิ่น สถาปัตยกรรมแบบผสม และบทบาทในงานสมโภชศาลหลักเมืองที่ชาวพังงาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนสามารถแวะสักการะ ขอพร ชมอาคารจตุรมุขยอดเบญจปรางค์ และเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมืองพังงาได้สะดวกในทริปเดียว
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนตัวตนของเมืองพังงาได้อย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เป็นเพียงศาลหลักเมืองตามความหมายของหลักชัยบ้านเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่รวมศรัทธาของผู้คนในจังหวัดที่ผูกพันกับตำนานเจ้าแม่สายทอง ตำนานการตั้งหลักเมือง พิธีกรรมขอพร และงานสมโภชที่ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนร่วมกันสืบทอดมาอย่างยาวนาน เมื่อเดินทางเข้าสู่บริเวณศาล จะเห็นอาคารศาลสีสันโดดเด่นตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเมืองพังงาที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งความขรึมขลัง ความสงบ และความงดงามแบบเมืองใต้ที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา
 
ความสำคัญของศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาอยู่ที่การเป็นหลักใจของคนพังงา ผู้คนเดินทางมากราบไหว้เพื่อขอความเป็นสิริมงคล ขอพรเรื่องการงาน ครอบครัว การเดินทาง ความปลอดภัย และความร่มเย็นของชีวิต ภายในพื้นที่ศาลมีบรรยากาศที่เหมาะกับการสักการะอย่างสงบ ผู้ที่เดินทางผ่านตัวเมืองพังงามักแวะมาที่นี่ก่อนหรือหลังไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ เช่น วัดถ้ำตาปาน ถ้ำพุงช้าง ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ เขาช้าง และอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ทำให้ศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความรู้จักเมืองพังงาในเชิงศรัทธา ประวัติท้องถิ่น และภูมิทัศน์เมือง
 
เรื่องเล่าที่ทำให้ศาลหลักเมืองพังงามีเอกลักษณ์โดดเด่นคือเรื่องเจ้าแม่สายทอง ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ในอดีตมีการประกาศให้ชาวบ้านระวังไม่ขานรับเสียงเรียกในช่วงที่มีพิธีทำหลักเมือง เพราะผู้ที่ขานรับจะถูกนำตัวไปประกอบพิธี บังเอิญในคืนหนึ่งนางสายทองซึ่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน อยู่บ้านเพียงลำพังและได้ยินเสียงเรียก นางเข้าใจว่าเป็นสามีที่ออกไปข้างนอก จึงขานรับทันที จากนั้นจึงถูกนำตัวไปถวายเจ้าเมืองเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อโบราณ เรื่องเล่านี้กลายเป็นตำนานสำคัญของศาลหลักเมืองพังงา และทำให้ชื่อเจ้าแม่สายทองถูกกล่าวถึงในฐานะดวงวิญญาณผู้ปกปักรักษาเมืองพังงา
 
ในมุมของบทความท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เรื่องเจ้าแม่สายทองควรทำความเข้าใจในฐานะตำนานท้องถิ่นที่สะท้อนความเชื่อของสังคมในอดีต ไม่ใช่เรื่องที่ควรเล่าเพื่อความหวาดกลัว แต่ควรเล่าเพื่อเข้าใจระบบความคิด ความศรัทธา และการสร้างความหมายให้กับหลักเมืองของผู้คนในพื้นที่ ตำนานดังกล่าวทำให้ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงามีมิติทางวัฒนธรรมที่ลึกกว่าสถานที่สักการะทั่วไป เพราะผู้มาเยือนไม่ได้พบเพียงอาคารศาล แต่ได้พบกับเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงผู้หญิงคนหนึ่ง ชุมชน ความเชื่อเรื่องการคุ้มครองเมือง และความทรงจำร่วมของชาวพังงา
 
จากข้อมูลตำนานที่สืบต่อกันมา ยังมีเรื่องเล่าว่าเมื่อนายอนันต์ สงวนนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาในช่วงหนึ่ง ได้เข้าไปสักการะเจ้าแม่ศาลหลักเมืองและเห็นว่าถนนทางเข้าคับแคบ ไม่สะดวกต่อการเดินทางของประชาชนที่นำรถยนต์เข้าไปบูชา จึงมีแนวคิดจะย้ายศาลไปสร้างใหม่ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ซึ่งมีถนนรอบด้าน แต่เมื่อมีการเชิญประทับทรง เจ้าแม่สายทองได้บอกว่าจะอยู่ที่เดิม ไม่ย้ายไปยังสถานที่ใหม่ เรื่องนี้ยิ่งทำให้สถานที่ตั้งเดิมของศาลหลักเมืองพังงามีความหมายในเชิงศรัทธามากขึ้น เพราะชาวบ้านเชื่อว่าสถานที่นี้เป็นพื้นที่ที่เจ้าแม่สายทองเลือกสถิตอยู่เพื่อคุ้มครองเมืองพังงาต่อไป
 
อีกประเด็นที่ทำให้ศาลหลักเมืองพังงาน่าสนใจคือการมีร่องรอยความเชื่อเกี่ยวกับกองดินฝังศพเจ้าแม่สายทองอยู่ภายใต้ศาลหลักเมืองพังงา เรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนมากเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า ศาลเจ้าแม่สายทอง มากกว่าจะเรียกเพียงศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา เพราะชื่อเจ้าแม่สายทองเป็นชื่อที่มีชีวิตในความทรงจำของชุมชน ชื่อดังกล่าวทำให้ศาลหลักเมืองพังงาไม่ใช่เพียงหลักชัยเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกว่ามีผู้ปกปักรักษาเมืองอยู่จริงตามความเชื่อท้องถิ่น
 
ด้านสถาปัตยกรรม ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงามีลักษณะเด่นที่ต่างจากศาลหลักเมืองหลายแห่ง เพราะเป็นอาคารจตุรมุขที่ผสมผสานหลายรูปแบบศิลปะไว้ในหลังเดียว ฐานศาลหลักเมืองมีขนาดประมาณ 16 x 16 เมตร ตัวฐานยกสูงจากลานทักษิณถึงยอดปรางค์ประมาณ 17.99 เมตร ฐานเป็นศิลปะแบบศรีวิชัย ส่วนความสูงจากลานทักษิณถึงพื้นอาคารประมาณ 1.60 เมตร ลักษณะอาคารเปิดรับได้ทั้ง 4 ด้าน มีบันไดเชื่อมขึ้นจากฐานทักษิณไปยังลานพื้นอาคารทั้ง 4 ทิศ และพื้นอาคารพร้อมพื้นบันไดปูด้วยหินอ่อน ทำให้พื้นที่มีความสง่างามและเหมาะกับการเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของเมือง
 
ตัวอาคารของศาลเป็นศิลปะกรุงรัตนโกสินทร์ในภาพรวม โดยมีมุขยื่นออกไปแต่ละทิศ หลังคาโค้งมุงด้วยกระเบื้องลูกฟูกปูนปั้น และมีรูปทรงปราสาทศิลปะขอมตามคติเทวราช เหนือหลังคาส่วนกลางของอาคารสร้างเป็นยอดปรางค์ประธาน ส่วนเหนือหลังคาของมุขแต่ละทิศมีปรางค์บริวารหรือปรางค์ทิศ ลักษณะองค์ปรางค์สะท้อนศิลปะแบบลพบุรี รูปแบบรวมจึงเรียกว่าเบญจปรางค์ เมื่อมองโดยรวมจะเห็นการผสมระหว่างศรีวิชัย รัตนโกสินทร์ ขอม และลพบุรีอย่างน่าสนใจ เป็นสถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองที่มีทั้งความหนักแน่นทางพิธีกรรมและความอ่อนช้อยทางศิลปะ
 
การเดินชมศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาควรใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที หากตั้งใจสักการะ ถ่ายภาพ และอ่านรายละเอียดตำนานอย่างละเอียด พื้นที่ไม่ได้กว้างมาก แต่มีรายละเอียดที่ควรสังเกต เช่น รูปทรงจตุรมุข บันไดทั้ง 4 ด้าน พื้นหินอ่อน ยอดปรางค์ประธาน ปรางค์บริวาร ลานสักการะ และบรรยากาศโดยรอบที่มองเห็นภูเขาเมืองพังงา หากไปในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น แสงจะนุ่มและเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าช่วงกลางวัน อีกทั้งอากาศยังเดินชมได้สบายกว่า
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงายังมีบทบาทในงานประเพณีประจำปีของจังหวัด โดยมีงานสมโภชศาลหลักเมืองพังงาซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ภายในงานมีพิธีบวงสรวง พิธีเจริญพระพุทธมนต์ การรำบวงสรวง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านสินค้า และกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งศรัทธา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน งานลักษณะนี้ทำให้ศาลหลักเมืองไม่ได้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยวเงียบ ๆ ในวันปกติ แต่เป็นศูนย์กลางการรวมตัวของผู้คนเมื่อถึงช่วงเทศกาลสำคัญของเมืองพังงา
 
ในปีล่าสุดมีการจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองพังงาครบรอบ 217 ปี ระหว่างวันที่ 22–30 พฤษภาคม 2569 โดยมีพิธีและกิจกรรมหลากหลาย รวมถึงขบวนแห่และการรำบวงสรวงถวายเจ้าแม่สายทอง สิ่งนี้สะท้อนว่าศาลหลักเมืองจังหวัดพังงายังคงเป็นพื้นที่ศรัทธาที่มีชีวิต ไม่ได้เป็นโบราณสถานที่ถูกทิ้งร้างหรือสถานที่ปิดถาวร แต่ยังมีการใช้งานจริงในเชิงพิธีกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
 
นอกจากงานสมโภชประจำปีแล้ว ชุมชนหมู่บ้านหลักเมืองยังมีการจัดงานสักการะศาลหลักเมืองในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี เพื่ออุทิศผลบุญและขอพรคุ้มครองตามความเชื่อที่สืบต่อกันมา วันดังกล่าวเป็นอีกช่วงเวลาที่ผู้ศรัทธาให้ความสำคัญ เพราะเป็นการเชื่อมโยงศาลหลักเมืองกับชุมชนโดยตรง หากนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การติดตามกำหนดงานประจำปีของจังหวัดและชุมชนก่อนเดินทางจะช่วยให้ได้เห็นภาพศรัทธาของชาวพังงาในรูปแบบที่สมบูรณ์กว่าการไปเยือนในวันธรรมดา
 
สำหรับผู้ที่เดินทางมาสักการะ ควรแต่งกายสุภาพ เพราะศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้จะไม่ใช่วัดในความหมายทางพระพุทธศาสนาโดยตรง แต่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและเป็นศูนย์รวมความเคารพของชาวเมือง ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายพื้นที่ศาล ไม่จับต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และควรถ่ายภาพด้วยความเคารพ หากมีการประกอบพิธีอยู่ ควรยืนชมในระยะเหมาะสมและไม่รบกวนผู้ร่วมพิธี
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผู้ที่ชื่นชอบศิลปกรรมไทย ผู้ที่ต้องการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง และผู้ที่ต้องการวางเส้นทางเที่ยวในตัวเมืองพังงาแบบไม่เร่งรีบ จุดเด่นของสถานที่คือเข้าถึงง่าย ใช้เวลาไม่นาน และเชื่อมกับสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่ง ผู้ที่พักในเมืองพังงาหรือเดินทางผ่านถนนเพชรเกษมสามารถแวะได้สะดวกก่อนมุ่งหน้าไปอ่าวพังงา เขาหลัก หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของจังหวัด
 
การเดินทาง มายังศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถสองแถวในตัวเมืองพังงา หากมาจากตัวเมืองให้ใช้ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทางบ้านนบปริง พื้นที่ศาลอยู่ริมเส้นทางหลักและอยู่ไม่ไกลจากย่านเมือง สามารถจอดรถบริเวณหน้าศาลหรือพื้นที่ใกล้เคียงตามสภาพจราจรในวันเดินทาง หากเดินทางจากสนามบินภูเก็ต สามารถขับรถเข้าสู่จังหวัดพังงาโดยใช้เส้นทางหลักไปยังอำเภอเมืองพังงา แล้วต่อเข้าถนนเพชรเกษม ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถลงในตัวเมืองพังงา แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างมายังศาลได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการไปเยือนคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการไหว้ขอพรอย่างสงบ หากต้องการถ่ายภาพอาคารศาลให้เห็นสีสันและรูปทรงชัดเจน ช่วงเช้าจะได้บรรยากาศนุ่มนวล ส่วนช่วงเย็นจะเหมาะกับการเดินชมก่อนกลับเข้าตัวเมืองหรือไปพักผ่อนต่อที่ร้านอาหารท้องถิ่นใกล้เคียง ในช่วงงานสมโภชศาลหลักเมือง บรรยากาศจะคึกคักกว่าปกติ มีผู้คนจำนวนมาก การเดินทางควรเผื่อเวลาและตรวจเส้นทางจราจรก่อนออกเดินทาง
 
เมื่อเทียบกับข้อมูลที่มักพบในเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วไป ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงามักถูกกล่าวถึงเพียงในฐานะจุดไหว้ขอพรหรือจุดถ่ายภาพในตัวเมือง แต่ความน่าสนใจจริงของสถานที่นี้อยู่ที่การเชื่อมโยงหลายชั้น ทั้งตำนานเจ้าแม่สายทอง กองดินภายในศาล ความเชื่อเรื่องการไม่ย้ายศาลจากที่เดิม สถาปัตยกรรมจตุรมุขยอดเบญจปรางค์ งานสมโภชประจำปี และบทบาทของชุมชนหมู่บ้านหลักเมือง หากทำความเข้าใจครบทุกมิติ การมาเยือนศาลหลักเมืองพังงาจะไม่ใช่เพียงการแวะสั้น ๆ แต่เป็นการอ่านเมืองพังงาผ่านศรัทธา ความทรงจำ และสัญลักษณ์สำคัญของบ้านเมือง
 
ชื่อสถานที่ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงา หรือ ศาลเจ้าแม่สายทอง
ที่ตั้งตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา
ที่อยู่158 ถนนเพชรเกษม ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา 82000
พิกัด8.4708, 98.52931
ไฮไลต์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพังงา ตำนานเจ้าแม่สายทอง อาคารจตุรมุข และยอดเบญจปรางค์
ประวัติ / สมัย / ยุคมีตำนานสืบต่อกันมายาวนานเกี่ยวกับเจ้าแม่สายทอง และอาคารศาลหลักเมืองรูปแบบปัจจุบันเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
ที่มาของชื่อเกี่ยวข้องกับตำนานนางสายทอง ผู้ถูกเล่าขานในฐานะดวงวิญญาณผู้ปกปักรักษาเมืองพังงา
ลักษณะเด่นอาคารจตุรมุข ฐานศิลปะศรีวิชัย ตัวอาคารศิลปะรัตนโกสินทร์ หลังคาทรงปราสาทแบบขอม และยอดปรางค์แบบลพบุรี
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญลานสักการะ เสาหลักเมือง พื้นที่กองดินเจ้าแม่สายทอง อาคารจตุรมุข บันได 4 ทิศ ลานทักษิณ และยอดเบญจปรางค์
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นจากตัวเมืองพังงา ใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางบ้านนบปริง
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าสักการะ และยังใช้เป็นพื้นที่จัดงานสมโภชศาลหลักเมืองประจำปีของจังหวัดพังงา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ07.30 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่สักการะ และห้องน้ำในบริเวณใกล้เคียง
ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องงานสักการะศาลหลักเมืองวันที่ 5 มกราคมของทุกปี และงานสมโภชศาลหลักเมืองพังงาประจำปี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดถ้ำตาปาน ประมาณ 2 กม.
2. ถ้ำเขางุ้ม ประมาณ 3 กม.
3. ถ้ำพุงช้าง ประมาณ 3 กม.
4. เขาช้าง ประมาณ 4 กม.
5. ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ ประมาณ 4 กม.
6. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านหมี่ป้าศิหน้าศาลหลักเมือง ประมาณ 0 กม. โทร. 098-1584076
2. ร้านขาหมูแม่ศรีเจ้าเก่า ประมาณ 1 กม. โทร. 083-6486554
3. ร้านอาหารดวงพังงา สาขา 1 ประมาณ 2 กม. โทร. 093-4944564, 088-9415146
4. ร้านกินอะไรก็ได้ ประมาณ 2 กม. โทร. 084-6288640
5. Pinto ปิ่นโต ประมาณ 2 กม. โทร. 076-410586
ที่พักใกล้เคียง1. Khaowong Resort Phangnga ประมาณ 0 กม. โทร. 098-7258299
2. Thaweesuk Heritage Homestay / โรงแรมทวีสุข ประมาณ 1 กม. โทร. 089-4896842
3. โรงแรมหลักเมือง 2 ประมาณ 2 กม. โทร. 076-411500
4. The Sleep Phang-nga ประมาณ 2 กม.
5. โรงแรมภูงา ประมาณ 3 กม. โทร. 076-481222
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์หรือรถท้องถิ่น
 
ถาม: ศาลหลักเมืองพังงาเกี่ยวข้องกับเจ้าแม่สายทองอย่างไร?
ตอบ: ศาลหลักเมืองพังงาผูกพันกับตำนานเจ้าแม่สายทอง ซึ่งชาวบ้านเล่าขานว่าเป็นดวงวิญญาณผู้ปกปักรักษาเมืองพังงา ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อศาลเจ้าแม่สายทองด้วย
 
ถาม: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาเปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 18.00 น. เหมาะสำหรับไปสักการะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนเกินไป
 
ถาม: ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถสักการะได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และสามารถถวายดอกไม้ พวงมาลัย หรือเครื่องสักการะตามศรัทธา
 
ถาม: จุดเด่นของสถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองพังงาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารจตุรมุขที่ผสมศิลปะศรีวิชัย รัตนโกสินทร์ ขอม และลพบุรี โดยมีฐานศิลปะศรีวิชัย หลังคาทรงปราสาทแบบขอม และยอดเบญจปรางค์ที่ทำให้อาคารมีเอกลักษณ์ชัดเจน
 
ถาม: มีงานประเพณีสำคัญที่ศาลหลักเมืองจังหวัดพังงาหรือไม่?
ตอบ: มีงานสักการะศาลหลักเมืองในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี และงานสมโภชศาลหลักเมืองพังงาประจำปี ซึ่งเป็นงานสำคัญที่รวมพิธีบวงสรวง การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมของชุมชน
 
ถาม: ควรเที่ยวศาลหลักเมืองพังงาคู่กับสถานที่ใดในตัวเมือง?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับวัดถ้ำตาปาน ถ้ำพุงช้าง เขาช้าง ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ รวมถึงอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาได้ เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันและเดินทางต่อกันได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
วัด วัด(18)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(12)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(8)
น้ำตก น้ำตก(21)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(28)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(11)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(7)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(3)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)