หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.ในเมือง > วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง)
TL;DR: วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) อยู่ที่ถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดเดิม เปิดทุกวัน เวลา 04.30 – 22.00 น.
วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 04.30 – 22.00 น.
วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) อุบลราชธานี เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่กลางเมืองอุบลราชธานี ตั้งอยู่บนถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดเดิม และอยู่ใกล้ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของเมืองอุบลราชธานี เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม พระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยขนาดเล็ก แกะสลักจากแก้วบุษราคัม มีพุทธลักษณะงดงามตามคติศิลปะเชียงแสนและล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปที่ชาวอุบลราชธานีเคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน และเป็นศูนย์รวมความเชื่อ ความทรงจำ และประเพณีสำคัญของเมือง โดยเฉพาะประเพณีอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่รอบเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี
วัดศรีอุบลรัตนารามเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายชั้นอยู่ในพื้นที่เดียว ชั้นแรกคือคุณค่าด้านศรัทธา เพราะวัดเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัมซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ชั้นที่ 2 คือคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ เพราะวัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2398 ในสมัยรัชกาลที่ 4 และเกี่ยวข้องกับกลุ่มเจ้านายเมืองอุบลราชธานี ตระกูล ณ อุบล พระเถระฝ่ายธรรมยุต และประวัติการก่อรูปเมืองอุบลราชธานีในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ชั้นที่ 3 คือคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม เพราะพระอุโบสถของวัดถอดแบบจากพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร จึงมีลักษณะงดงามแบบพระอารามหลวงในกรุงเทพฯ แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางบริบทเมืองอุบลราชธานี ชั้นที่ 4 คือคุณค่าด้านวัฒนธรรม เพราะวัดเป็นพื้นที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในอดีต เป็นศูนย์รวมงานสงกรานต์พระแก้วบุษราคัม และเป็นวัดที่เชื่อมโยงชีวิตศาสนากับเมืองเก่าอุบลราชธานีอย่างแนบแน่น
เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดศรีทอง” ชื่อนี้เกิดจากนิมิตมงคลที่เล่ากันว่า ในคืนวันที่มีการถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด ได้เกิดแสงสว่างสีเหลืองทองพุ่งขึ้นในบริเวณสวนที่ถวายเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนา จึงตั้งชื่อวัดว่า วัดศรีทอง ตามนิมิตแสงทองนั้น พื้นที่ตั้งวัดเดิมเป็นสวนของท่านอุปฮาดโท ต้นตระกูล ณ อุบล ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินประมาณ 25 ไร่ให้เป็นที่ตั้งวัดของคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย หลังจากนั้นได้อาราธนาพระเทวธัมมี (ม้าว) จากวัดสุปัฏนารามวรวิหารมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พระเทวธัมมีเป็นพระเถระสำคัญที่มีบทบาทในการวางรากฐานวัด สร้างเสนาสนะ วิหาร ศาลาการเปรียญ และเป็นผู้นำทางศาสนาที่ได้รับความเคารพในเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น
ชื่อวัดศรีทองต่อมาได้รับการเปลี่ยนเป็น “วัดศรีอุบลรัตนาราม” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนทั้งความเป็นวัดสำคัญของเมืองอุบลราชธานีและความเกี่ยวข้องกับพระแก้วบุษราคัม คำว่า “ศรีอุบล” เชื่อมโยงกับเมืองอุบลราชธานี ส่วนคำว่า “รัตนาราม” สื่อถึงอารามอันมีรัตนะหรือแก้วอันประเสริฐ วัดนี้จึงเป็นวัดที่ชื่อใหม่ยังคงเก็บความหมายเดิมไว้ครบถ้วน ทั้งความเป็นมงคลของแสงทอง ความเป็นเมืองอุบล และความเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแก้วศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกล่าวถึงวัดศรีอุบลรัตนาราม ชาวอุบลราชธานีจำนวนมากยังเรียกด้วยความคุ้นเคยว่าวัดศรีทอง เพราะชื่อเดิมฝังอยู่ในความทรงจำของชุมชนมายาวนาน
พระอุโบสถของวัดศรีอุบลรัตนารามเป็นอาคารสำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้มาเยือนทันทีที่เข้าสู่บริเวณวัด ตัวอาคารสร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร มีรูปทรงสง่างาม หลังคาซ้อนชั้น หน้าบันประดับลวดลายงดงาม เสาและช่องเปิดมีจังหวะสมส่วน ภาพรวมของพระอุโบสถให้ความรู้สึกเป็นระเบียบ ประณีต และสง่างามแบบพระอารามหลวง การนำแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรมาสร้างในเมืองอุบลราชธานีทำให้วัดศรีอุบลรัตนารามมีลักษณะพิเศษ เพราะเป็นการเชื่อมโยงศิลปกรรมส่วนกลางเข้ากับศรัทธาท้องถิ่นอีสานอย่างกลมกลืน พระอุโบสถหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบสังฆกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่ใช้ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม และเป็นหัวใจทางสายตาของวัด
ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานีซึ่งมีขนาดกะทัดรัดแต่มีพลังศรัทธาสูงมาก พระแก้วบุษราคัมเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากแก้วบุษราคัมทั้งแท่ง พระเศียรหุ้มด้วยพระศกสีทอง มีเครื่องประดับและฐานหุ้มทองคำ ลักษณะองค์พระมีความละเอียดอ่อน งดงาม และสงบ พระพุทธรูปองค์นี้มีคุณค่าไม่ใช่เพียงด้านวัสดุหรือความหายากของแก้วบุษราคัม แต่มีคุณค่าจากประวัติการอัญเชิญ การรักษาสืบทอด และความศรัทธาของชาวเมืองที่ผูกพันกับองค์พระมาอย่างต่อเนื่อง พระแก้วบุษราคัมจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของวัดศรีอุบลรัตนารามและเป็นหนึ่งในปูชนียวัตถุที่สำคัญที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี
ตำนานพระแก้วบุษราคัมมีหลายชั้นและเชื่อมโยงกับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี เรื่องเล่าที่สืบต่อกันมากล่าวถึงพระวรราชภักดีหรือพระวอ และบุตรหลานของพระตา ได้แก่ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหม และท้าวก่ำ บรรพบุรุษผู้มีบทบาทในการก่อร่างสร้างเมืองอุบลราชธานี ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุตหรือเวียงจันทน์ เดิมพระแก้วบุษราคัมประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง ก่อนอัญเชิญเข้ามาประดิษฐานในตัวเมืองอุบลราชธานีและมาประดิษฐานที่วัดศรีอุบลรัตนารามในเวลาต่อมา เส้นทางขององค์พระจึงสะท้อนทั้งการโยกย้ายของผู้คน ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในลุ่มน้ำโขง และการสร้างเมืองใหม่ที่ต้องมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นศูนย์รวมใจ
ในอีกสายเรื่องเล่า พระแก้วบุษราคัมมีความเกี่ยวข้องกับเมืองเชียงรุ้ง ลาวล้านช้าง หนองบัวลุ่มภู และการอพยพของกลุ่มพระวอพระตา ก่อนจะมาถึงอุบลราชธานี เรื่องราวเช่นนี้ทำให้พระแก้วบุษราคัมไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปประจำวัด แต่เป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางผ่านประวัติศาสตร์หลายชั้น ตั้งแต่โลกวัฒนธรรมไท-ลาวตอนบน สู่กรุงศรีสัตนาคนหุต และสู่เมืองอุบลราชธานี พระพุทธรูปองค์นี้จึงเป็นเหมือนพยานของการเคลื่อนย้ายผู้คน ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ความศรัทธา และการสร้างอัตลักษณ์เมืองใหม่ในภาคอีสานใต้ เมื่อชาวอุบลราชธานีเรียกพระแก้วบุษราคัมว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง คำนี้จึงมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์และความรู้สึกอย่างแท้จริง
ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช วัดศรีอุบลรัตนารามเคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา โดยอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมเป็นองค์ประธานในพิธี พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเป็นพิธีสำคัญของระบบราชการและการปกครองในอดีต มีความหมายเกี่ยวกับความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง การที่พระแก้วบุษราคัมได้รับอัญเชิญเป็นองค์ประธานในพิธีนี้ แสดงให้เห็นสถานะศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระในฐานะพยานแห่งสัตย์และศูนย์รวมความมั่นคงของเมือง วัดศรีอุบลรัตนารามจึงมีบทบาททั้งด้านศาสนาและด้านประวัติศาสตร์การปกครองของเมืองอุบลราชธานี
เทศกาลสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระแก้วบุษราคัมกับชาวอุบลราชธานีปรากฏชัดที่สุด ในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี จะมีการอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมลงจากพระอุโบสถและจัดขบวนแห่รอบเมือง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้และสรงน้ำองค์พระอย่างทั่วถึง งานนี้เป็นประเพณีสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั้งในเมืองและผู้เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ได้ร่วมแสดงความศรัทธา การสรงน้ำพระแก้วบุษราคัมไม่ใช่เพียงกิจกรรมตามเทศกาล แต่เป็นพิธีกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนกับพระคู่บ้านคู่เมือง สืบต่อความทรงจำของชุมชน และทำให้วัดศรีอุบลรัตนารามมีชีวิตชีวาในฐานะศูนย์กลางศรัทธาร่วมของเมือง
งานสงกรานต์พระแก้วบุษราคัมยังมีบทบาทในฐานะการเปิดปีใหม่ไทยของชาวอุบลราชธานี ผู้คนจำนวนมากมาร่วมสรงน้ำเพื่อขอพร ความเป็นสิริมงคล ความสงบสุข และความเจริญในชีวิต ครอบครัวหลายครอบครัวพาผู้สูงอายุและเด็กมาร่วมประเพณี ทำให้ภาพของพระแก้วบุษราคัมไม่ได้อยู่เฉพาะในพื้นที่พระอุโบสถ แต่เดินทางออกสู่ถนน สู่ชุมชน และสู่ชีวิตประจำปีของคนเมืองอุบลราชธานี การแห่พระแก้วบุษราคัมจึงเป็นประเพณีที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความอบอุ่น และความเป็นชุมชน ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าเมืองอุบลราชธานีรักษาพระคู่บ้านคู่เมืองไว้ด้วยการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงการกล่าวถึงในประวัติศาสตร์
อีกพื้นที่สำคัญภายในวัดคือพิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารไม้เก่าที่เคยเป็นหอแจกหรือศาลาการเปรียญ อาคารนี้เป็นเรือนไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีคุณค่าทั้งทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ชุมชน ภายในจัดแสดงพระพุทธรูป สิ่งของเครื่องใช้ทางพระพุทธศาสนา ตู้พระไตรปิฎก ผ้าห่อคัมภีร์ใบลาน และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับวิถีศาสนาในอีสาน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยขยายความเข้าใจต่อวัดศรีอุบลรัตนาราม เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเฉพาะพระอุโบสถและพระแก้วบุษราคัม แต่ได้เห็นระบบความรู้และวัฒนธรรมการรักษาพระธรรมของชุมชนผ่านวัตถุจริง
ผ้าห่อคัมภีร์ใบลานที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีความหมายลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมอีสาน ในอดีตคัมภีร์ใบลานเป็นแหล่งเก็บคำสอน พระธรรม ตำรา และความรู้ของชุมชน การจารคัมภีร์ถือเป็นงานบุญสำคัญ ส่วนการทอผ้าห่อคัมภีร์ก็เป็นงานบุญของผู้หญิงในชุมชนที่นำฝีมือการทอผ้ามารับใช้พระพุทธศาสนา ผ้าห่อคัมภีร์จึงไม่ได้เป็นเพียงผ้าปกป้องเอกสาร แต่เป็นร่องรอยของศรัทธา แรงงาน ความประณีต และบทบาทของคนในชุมชนที่ร่วมกันรักษาพระธรรม พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนารามจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะมากสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมอีสาน งานหัตถกรรม และประวัติเอกสารโบราณ
วัดศรีอุบลรัตนารามยังมีความสำคัญในฐานะพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดธรรมยุติกนิกาย ความเป็นพระอารามหลวงทำให้วัดมีบทบาทในงานพระราชพิธี งานกฐินพระราชทาน งานพิธีสำคัญของจังหวัด และกิจกรรมของคณะสงฆ์ธรรมยุตในพื้นที่อุบลราชธานี พระราชธรรมสุธี (ทองคู่ สุขวฑฺฒโน ป.ธ.6) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม และเป็นพระเถระสำคัญของคณะสงฆ์ธรรมยุตในจังหวัด บทบาทของวัดจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ไหว้พระ แต่ยังเป็นศูนย์กลางศาสนกิจที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ภาครัฐ ชุมชน และพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงสถาปัตยกรรม วัดศรีอุบลรัตนารามเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรมระหว่างวัดในกรุงเทพฯ กับวัดสำคัญในภูมิภาค พระอุโบสถที่ถอดแบบจากวัดเบญจมบพิตรทำให้เกิดภาพที่สง่างามแบบส่วนกลาง แต่เมื่อมองร่วมกับบริบทของวัดศรีทองเดิม พระแก้วบุษราคัม ประเพณีสงกรานต์อุบลราชธานี และพิพิธภัณฑ์ชุมชน วัดแห่งนี้กลับมีตัวตนท้องถิ่นที่ชัดเจนมาก ความงามของวัดจึงไม่ได้อยู่ที่การเลียนแบบศิลปกรรมกรุงเทพฯ อย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมส่วนกลางกลายเป็นภาชนะรองรับศรัทธาและประวัติศาสตร์ของเมืองอุบลราชธานี
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย วัดศรีอุบลรัตนารามเหมาะกับการไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองและชมเมืองเก่าในเส้นทางเดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบพระแก้วบุษราคัมในพระอุโบสถ เดินชมพระอุโบสถจากภายนอกเพื่อดูรูปทรงและรายละเอียดสถาปัตยกรรม จากนั้นแวะชมพิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนารามในวันที่เปิดให้บริการ แล้วเดินต่อไปยังทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี เส้นทางนี้ใช้ระยะทางสั้น แต่ให้ภาพรวมของอุบลราชธานีครบทั้งศาสนา เมืองเก่า ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น
สำหรับชาวต่างชาติ วัดศรีอุบลรัตนารามเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อธิบาย Buddhism in Ubon Ratchathani ได้ดีมาก เพราะมีทั้งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางผ่านประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขง พระอุโบสถที่เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมกรุงเทพฯ พระอารามหลวงในคณะธรรมยุต พิพิธภัณฑ์ชุมชน และประเพณีสงกรานต์ที่อัญเชิญพระพุทธรูปคู่เมืองออกมาให้ประชาชนสรงน้ำ ชาวต่างชาติจะเข้าใจได้ว่าพระพุทธศาสนาในอุบลราชธานีไม่ได้อยู่เฉพาะในวัด แต่เชื่อมโยงกับเมือง ผู้ก่อตั้งเมือง พิธีรัฐ ความทรงจำครอบครัว และเทศกาลประจำปี วัดนี้จึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมมากกว่าการเที่ยวแบบถ่ายภาพอย่างเดียว
วัดศรีอุบลรัตนารามเปิดให้เข้านมัสการทุกวัน เวลา 04.30 – 22.00 น. และไม่เก็บค่าเข้าชม ส่วนพิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนารามซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงภายในวัด เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. และไม่เก็บค่าเข้าชมเช่นกัน ผู้มาเยือนที่ต้องการชมครบทั้งพระอุโบสถ พระแก้วบุษราคัม และพิพิธภัณฑ์ ควรวางแผนมาในช่วงกลางวันระหว่างวันพุธถึงวันอาทิตย์ หากต้องการมาไหว้พระเฉพาะพระอุโบสถ สามารถมาได้ตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำตามเวลานมัสการของวัด ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระอย่างสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมวัดและต่อเส้นทางไปทุ่งศรีเมืองหรือร้านอาหารย่านเมืองเก่า
มารยาทในการเข้าชมวัดศรีอุบลรัตนารามควรรักษาความเรียบร้อยอย่างเคร่งครัด เพราะวัดเป็นทั้งพระอารามหลวง สถานที่ประดิษฐานพระคู่บ้านคู่เมือง และพื้นที่ใช้งานจริงของพระสงฆ์และชุมชน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พระอุโบสถ ไม่สัมผัสองค์พระแก้วบุษราคัมหรือเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งเสียงดัง และถ่ายภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะภายในพระอุโบสถและพิพิธภัณฑ์ ควรสังเกตป้ายของวัดหรือสอบถามผู้ดูแลก่อนถ่ายภาพวัตถุสำคัญ การเข้าชมด้วยความเคารพจะช่วยรักษาบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของวัดและทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสคุณค่าของสถานที่อย่างลึกซึ้ง
การเดินทาง ไปวัดศรีอุบลรัตนารามทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนถนนอุปราชในเขตเมืองเก่าอุบลราชธานี ตรงข้ามพื้นที่ศาลหลักเมืองและทุ่งศรีเมือง หากเริ่มจากสนามบินอุบลราชธานี ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาทีตามสภาพการจราจร หากเริ่มจากสถานีรถไฟอุบลราชธานีในอำเภอวารินชำราบ สามารถข้ามแม่น้ำมูลเข้าสู่ตัวเมืองแล้วต่อมายังถนนอุปราช ใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาที นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถสองแถว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก เพราะวัดอยู่ในย่านสำคัญที่คนท้องถิ่นรู้จักดี
การจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับวัดศรีอุบลรัตนารามทำได้หลายแบบ หากต้องการเน้นวัดและศรัทธา สามารถเริ่มจากวัดศรีอุบลรัตนาราม กราบพระแก้วบุษราคัม แล้วต่อไปวัดทุ่งศรีเมือง วัดมหาวนาราม วัดสุปัฏนารามวรวิหาร และวัดพระธาตุหนองบัว หากต้องการเน้นประวัติศาสตร์เมือง ควรรวมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมือง และย่านเมืองเก่าเข้าไว้ในเส้นทางเดียวกัน หากเดินทางช่วงสงกรานต์ วัดศรีอุบลรัตนารามควรเป็นจุดหมายหลัก เพราะเป็นช่วงที่พระแก้วบุษราคัมได้รับการอัญเชิญให้ประชาชนได้สรงน้ำและกราบนมัสการอย่างใกล้ชิด
ในภาพรวม วัดศรีอุบลรัตนารามเป็นสถานที่ที่รวมความเป็นอุบลราชธานีไว้ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในวัดมีพระแก้วบุษราคัมซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง มีพระอุโบสถงดงามตามแบบวัดเบญจมบพิตร มีพิพิธภัณฑ์ที่รักษาวัตถุศาสนาและผ้าห่อคัมภีร์ใบลาน มีตำนานการอัญเชิญพระพุทธรูปจากเวียงจันทน์ มีร่องรอยพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และมีประเพณีสงกรานต์ที่เชื่อมพระพุทธรูปกับชีวิตผู้คนร่วมสมัย การมาเยือนวัดนี้จึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระหรือชมพระอุโบสถ แต่เป็นการอ่านประวัติเมืองอุบลราชธานีผ่านพระพุทธรูป ศิลปกรรม พิธีกรรม และความศรัทธาที่สืบทอดมายาวนาน
| ชื่อสถานที่ | วัดศรีอุบลรัตนาราม / วัดศรีทอง อุบลราชธานี |
| ที่ตั้ง | ถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดเดิม ใกล้ทุ่งศรีเมืองและศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | 129 ถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000 |
| พิกัด | 15.228056, 104.856111 |
| ไฮไลต์ | พระแก้วบุษราคัม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี พระอุโบสถแบบวัดเบญจมบพิตร พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม และประเพณีแห่พระแก้วบุษราคัมช่วงสงกรานต์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398 ในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมชื่อวัดศรีทอง เป็นวัดธรรมยุตสำคัญของเมืองอุบลราชธานี และได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดศรีทองมาจากนิมิตแสงสีเหลืองทองในพื้นที่ถวายวัด ส่วนชื่อวัดศรีอุบลรัตนารามสื่อถึงอารามสำคัญของเมืองอุบลราชธานีที่ประดิษฐานรัตนะอันประเสริฐ คือพระแก้วบุษราคัม |
| ลักษณะเด่น | พระอุโบสถถอดแบบจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ภายในประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากแก้วบุษราคัม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่บนถนนอุปราช ใกล้ทุ่งศรีเมืองและศาลหลักเมือง เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถสองแถว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน จากสนามบินอุบลราชธานีใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที และจากสถานีรถไฟอุบลราชธานีใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาที |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้านมัสการและยังเป็นพระอารามหลวงที่มีการประกอบศาสนกิจ งานบุญ งานพิธีของจังหวัด และประเพณีสงกรานต์พระแก้วบุษราคัมอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 04.30 – 22.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| เวลาพิพิธภัณฑ์ภายในวัด | พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนารามเปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ พิพิธภัณฑ์ภายในวัด ห้องน้ำ ลานวัด ทางเดินภายในบริเวณวัด และพื้นที่รองรับงานบุญหรือพิธีสำคัญ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถแบบวัดเบญจมบพิตร พื้นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม อาคารหอแจก / ศาลาการเปรียญเดิม พื้นที่จัดแสดงพระพุทธรูปและวัตถุทางพระพุทธศาสนา พื้นที่จัดแสดงผ้าห่อคัมภีร์ใบลานและคัมภีร์ใบลาน ลานวัดและพื้นที่ประกอบพิธีสงกรานต์ พื้นที่กุฏิสงฆ์และพื้นที่ศาสนกิจของพระอารามหลวง |
| ผู้ดูแล | วัดศรีอุบลรัตนาราม พระอารามหลวง คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย และชุมชนศรัทธาเมืองอุบลราชธานี |
| เจ้าอาวาส | พระราชธรรมสุธี (ทองคู่ สุขวฑฺฒโน ป.ธ.6) |
| เจ้าอาวาสรูปแรก | พระเทวธัมมี (ม้าว) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดศรีอุบลรัตนาราม โทร. 045-240-005 พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม โทร. 045-241-660, 087-239-2559 |
| ประเพณีสำคัญ | ประเพณีอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่รอบเมืองและสรงน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เริ่มวันที่ 13 เมษายนของทุกปี และเป็นหนึ่งในพิธีสำคัญของเมืองอุบลราชธานี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0.2 กม. 2. ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 0.2 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ประมาณ 0.4 กม. 4. วัดทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.8 กม. 5. วัดมหาวนาราม / วัดป่าใหญ่ ประมาณ 1.7 กม. 6. วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ประมาณ 1.8 กม. 7. วัดบูรพาราม ประมาณ 2.5 กม. 8. วัดพระธาตุหนองบัว ประมาณ 4.5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Arabus Experience Café กลางเมืองอุบลราชธานี ประมาณ 0.3 กม. โทร. 098-280-5260 2. ปากหม้อหน้าอำเภอ (ปากหม้อโรบอท) ประมาณ 0.3 กม. โทร. 086-710-9768 3. ก๋วยเตี๋ยวมิตรสัมพันธ์ อุบลราชธานี ประมาณ 0.3 กม. โทร. 085-611-6420 4. โคเล เบเกอรี่ บาร์ สำนักงานใหญ่ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 061-294-6535 5. Normal Ubon ประมาณ 0.4 กม. โทร. 088-225-1000 6. The Ratchathani Hotel And Restaurant ประมาณ 0.5 กม. โทร. 090-270-1010 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Ratchathani Hotel ประมาณ 0.5 กม. โทร. 045-244-388 2. Ubon Hotel ประมาณ 0.7 กม. โทร. 045-241-045 3. YUU Hotel & Cafe ประมาณ 1 กม. โทร. 085-614-1111 4. T3 House ประมาณ 1.2 กม. โทร. 045-244-911 5. Laithong Hotel ประมาณ 1.5 กม. โทร. 045-264-271 6. Nartsiri Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 082-369-3252, 045-262-980, 045-243-051-2 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีอุบลรัตนาราม หรือวัดศรีทอง อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีอุบลรัตนารามตั้งอยู่เลขที่ 129 ถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดเดิม ใกล้ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี
ถาม: วัดศรีอุบลรัตนารามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้านมัสการทุกวัน เวลา 04.30 – 22.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนารามภายในวัดเปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.
ถาม: วัดศรีอุบลรัตนารามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปกราบพระแก้วบุษราคัม ไหว้พระ ชมพระอุโบสถ และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในวันที่เปิดให้บริการได้ฟรี
ถาม: วัดศรีอุบลรัตนารามมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือพระแก้วบุษราคัม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี พระอุโบสถที่สร้างตามแบบวัดเบญจมบพิตร พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม และประเพณีแห่พระแก้วบุษราคัมช่วงสงกรานต์
ถาม: พระแก้วบุษราคัมคือพระพุทธรูปแบบใด?
ตอบ: พระแก้วบุษราคัมเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากแก้วบุษราคัม มีพุทธลักษณะงดงามตามคติศิลปะเชียงแสนและล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี
ถาม: เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนารามคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนารามคือ พระราชธรรมสุธี (ทองคู่ สุขวฑฺฒโน ป.ธ.6)
ถาม: ประเพณีแห่พระแก้วบุษราคัมจัดช่วงใด?
ตอบ: ประเพณีแห่พระแก้วบุษราคัมจัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เริ่มวันที่ 13 เมษายนของทุกปี มีการอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้กราบนมัสการและสรงน้ำ
ถาม: เที่ยววัดศรีอุบลรัตนารามแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี วัดทุ่งศรีเมือง วัดมหาวนาราม วัดสุปัฏนารามวรวิหาร และวัดบูรพารามได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




