หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์)
TL;DR: ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) อยู่ที่วัดบูรพาภิราม เลขที่ 559 ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

ร้อยเอ็ด

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์)

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) ร้อยเอ็ด หรือที่ชาวเมืองร้อยเอ็ดเรียกด้วยความเคารพว่า ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ดที่มีความสำคัญต่อจิตใจของชาวเมืองมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพสถิตอยู่ ณ ศาลหลังใหม่ในพื้นที่วัดบูรพาภิราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมโยงโดยตรงกับคูเมืองเก่าทางทิศตะวันออกและวัดสำคัญของเมืองร้อยเอ็ด ศาลแห่งนี้เป็นจุดสักการะที่ชาวร้อยเอ็ดใช้เป็นศูนย์รวมความศรัทธาเพื่อขอความเป็นสิริมงคล ความคุ้มครอง ความมั่นคงในชีวิต การเริ่มต้นงานสำคัญ และการระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองเมืองมาแต่ครั้งโบราณ
 
คำว่า เจ้าพ่อหลักเมือง หรือเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ในความเข้าใจของคนร้อยเอ็ดไม่ได้หมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของความคุ้มครองเมือง ความมั่นคงของบ้านเมือง และสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นที่เมืองเก่า ผู้คนจึงมักเรียกคู่กันว่า มเหศักดิ์หลักเมือง เพื่อสื่อถึงการเป็นหลักใจของเมืองร้อยเอ็ด ความศรัทธานี้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน หน่วยงานราชการ และผู้มาเยือนที่ต้องการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองก่อนเริ่มต้นภารกิจหรือเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นในจังหวัด
 
ตามประวัติที่สืบต่อกันมา เจ้าพ่อมเหศักดิ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือมาแต่ครั้งบรรพกาล เดิมเชื่อว่าสิงสถิตอยู่บริเวณคูเมืองทางทิศตะวันออกของวัดบูรพาภิราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับแนวเมืองเก่าและทิศทางการป้องกันเมืองในอดีต แต่ครั้งโบราณมีการสร้างศาลเป็นหอไม้ 3 หลังอยู่บริเวณคูเมืองดังกล่าว ลักษณะเช่นนี้สะท้อนรูปแบบความเชื่อพื้นเมืองอีสานที่ผสมผสานกับคติหลักเมืองอย่างแนบแน่น เพราะเมืองโบราณไม่ได้มีเพียงกำแพง คูน้ำ หรือประตูเมืองเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเชื่อว่าทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองเมืองและผู้คนในเมืองให้ดำรงอยู่อย่างร่มเย็น
 
เมื่อศาลเดิมที่สร้างมาเป็นเวลานานชำรุดทรุดโทรมลงและไม่เหมาะสมกับฐานะของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง จังหวัดร้อยเอ็ดและเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดจึงเริ่มดำเนินการบูรณะและสร้างศาลใหม่ในสมัยต่อมา ในปี พ.ศ. 2509 ทางจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายวิญญู อังคนารักษ์ ร่วมกับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีนายสุทธี โอบอ้อม เป็นนายกเทศมนตรี ได้จัดตั้งคณะกรรมการหาทุนก่อสร้างศาลใหม่ และอาราธนาพระครูสิริวุฒิเมธี หรือพุทธา สิริวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดบูรพาภิราม เป็นผู้อุปถัมภ์ การก่อสร้างศาลจึงเป็นงานที่เกิดจากความร่วมมือของฝ่ายปกครองท้องถิ่น วัด และประชาชนผู้มีศรัทธา
 
ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 45,000 บาท และสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2511 ศาลหลังนี้ทำให้ความศรัทธาต่อเจ้าพ่อมเหศักดิ์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มั่นคงขึ้นจากศาลไม้เดิม และกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวร้อยเอ็ดที่เดินทางมาสักการะในวันสำคัญ งานประเพณี และโอกาสส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าศาลหลักเมืองของร้อยเอ็ดไม่ได้เกิดขึ้นจากความเชื่อเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลรวมของความศรัทธา ประวัติเมือง การจัดการท้องถิ่น และความร่วมมือของประชาชน
 
วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2511 เป็นอีกช่วงเวลาสำคัญในประวัติของศาล เมื่อ นายแปลก สนธิรักษ์ ได้มาอ่านอักขระที่แท่นหิน ซึ่งจารึกไว้ว่า อักขระนี้อ่านว่า พระมเหศักดานุภาพ พร้อมเขียนคำอ่านและลงชื่อวันเดือนปีไว้เป็นหลักฐาน นับแต่นั้นชาวร้อยเอ็ดจึงเรียกขานเจ้าพ่อมเหศักดิ์อีกนามหนึ่งว่า เจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ชื่อนี้มีน้ำหนักทางความหมายสูง เพราะคำว่า มเหศักดานุภาพ สื่อถึงอำนาจบารมี ความศักดิ์สิทธิ์ และอานุภาพในการคุ้มครองเมือง จึงเป็นชื่อที่ชาวบ้าน หน่วยงานราชการ และผู้มีศรัทธาใช้เรียกขานอย่างเคารพมาจนถึงปัจจุบัน
 
นอกจากเจ้าพ่อมเหศักดิ์แล้ว ประวัติศาลยังเกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อหอด่าน ซึ่งประชาชนเคารพในฐานะผู้รักษาหน้าด่านด้านทิศตะวันออกของเมืองร้อยเอ็ด แต่โบราณมีหอเจ้าพ่อหอด่านตั้งอยู่บริเวณทุ่งแสนบุญ ซึ่งเป็นตำแหน่งประตูหน้าด่านนอกคูเมือง เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ เดิมทีเมื่อประชาชนไปไหว้ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์แล้วก็มักไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหอด่านด้วย ต่อมาชาวร้อยเอ็ดได้ทำพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อหอด่านมาอยู่รวมกับศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ เพื่อให้การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองและผู้รักษาด่านเมืองอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ความเชื่อนี้ช่วยให้เห็นมิติของเมืองเก่าที่มีทั้งหลักเมือง คูเมือง ประตูเมือง และหน้าด่านเป็นระบบศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองพื้นที่ร่วมกัน
 
ในปี พ.ศ. 2569 เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดร่วมกับวัดบูรพาภิรามและผู้มีจิตศรัทธาได้ดำเนินการอัญเชิญเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพไปสถิต ณ ศาลหลังใหม่ วัดบูรพาภิราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เนื่องจากศาลหลังเก่าอยู่ในแนวก่อสร้างถนนคูเมืองด้านทิศตะวันออกช่วงถนนผดุงพานิช – ถนนเพลินจิต การอัญเชิญครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญของเมือง เพราะไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสถานที่ตั้งทางกายภาพ แต่เป็นการรักษาความต่อเนื่องของศรัทธาเมืองให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ปลอดภัย และสัมพันธ์กับวัดบูรพาภิรามซึ่งเป็นวัดสำคัญทางทิศตะวันออกของเมืองร้อยเอ็ด
 
ตำแหน่งปัจจุบันของศาลในพื้นที่วัดบูรพาภิรามทำให้ผู้มาเยือนสามารถสักการะศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพและเที่ยวชมวัดบูรพาภิรามได้ในเส้นทางเดียวกัน วัดบูรพาภิรามเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีประวัติยาวนาน และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปยืนปางประทานพรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด การที่ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพสถิตอยู่ในพื้นที่เดียวกับวัดบูรพาภิรามจึงทำให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ศรัทธาสำคัญที่รวมทั้งคติพุทธ คติหลักเมือง และความเชื่อท้องถิ่นไว้ด้วยกัน
 
ผู้ที่มาเยือนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดควรเริ่มต้นด้วยการสักการะอย่างสำรวม เตรียมดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะตามธรรมเนียมของศาล จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคล ความมั่นคง ความสำเร็จในการงาน การเดินทางปลอดภัย และความร่มเย็นแก่ครอบครัว ผู้คนจำนวนมากนิยมมากราบไหว้ก่อนเริ่มงานสำคัญ เช่น เปิดกิจการ สอบแข่งขัน รับตำแหน่งใหม่ เดินทางไกล หรือกลับมาเยือนบ้านเกิด เพราะศาลแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นหลักใจที่เชื่อมผู้คนกับเมืองร้อยเอ็ดอย่างลึกซึ้ง
 
พิธีสักการะและบวงสรวงเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเป็นกิจกรรมประจำปีที่สะท้อนความศรัทธาของชาวเมืองอย่างชัดเจน จังหวัดร้อยเอ็ดจัดพิธีสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวร้อยเอ็ดทุกปี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด พุทธศาสนิกชน และประชาชนเข้าร่วม พิธีดังกล่าวมักประกอบด้วยการสักการะ บวงสรวง พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร จุดเทียนสักการะ และการรำถวาย ความต่อเนื่องของพิธีเหล่านี้ทำให้ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของเมือง ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรืออนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์เท่านั้น
 
ความสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซึ่งผู้คนรับรู้ร่วมกันว่าเป็นหลักคุ้มครองเมือง ร้อยเอ็ดเป็นเมืองเก่าที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาเมืองมายาวนาน การมีศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับคูเมือง วัดสำคัญ และพื้นที่ใจกลางเมือง ทำให้ศาลเป็นเหมือนจุดยึดทางจิตวิญญาณของเมือง ผู้ที่เดินทางมาสักการะจึงไม่ได้ไหว้เพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่วนบุคคล แต่กำลังเชื่อมโยงตนเองกับประวัติศาสตร์เมืองและความทรงจำร่วมของชาวร้อยเอ็ด
 
บรรยากาศของศาลเหมาะกับการสักการะอย่างสงบ ไม่ควรใช้เสียงดังหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในบริเวณศาล เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมจริงของชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ วางเครื่องสักการะในจุดที่กำหนด ไม่จับต้ององค์หลักเมืองหรือแท่นบูชาโดยไม่จำเป็น และให้พื้นที่แก่ผู้ที่กำลังประกอบพิธี การเที่ยวศาลหลักเมืองที่ดีคือการเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้มีชีวิตทางศรัทธาอยู่จริง และเป็นพื้นที่ที่ชาวเมืองให้ความเคารพอย่างสูง
 
ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด เพราะสามารถเชื่อมโยงเรื่องศาลเข้ากับแนวคูเมืองเก่า วัดบูรพาภิราม ถนนผดุงพานิช ถนนเพลินจิต และพื้นที่เมืองเก่ารอบบึงพลาญชัยได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเดินทางมายังศาลแล้ว ผู้มาเยือนสามารถต่อไปชมหลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิราม เดินทางไปบึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และวัดกลางมิ่งเมืองได้ภายในระยะทางไม่ไกล เส้นทางนี้เหมาะกับการเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน และช่วยให้เห็นภาพของเมืองร้อยเอ็ดในหลายมิติ ทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพื้นที่พักผ่อนกลางเมือง
 
พื้นที่บึงพลาญชัยเป็นอีกจุดที่เชื่อมโยงกับการรับรู้เรื่องศาลหลักเมืองของร้อยเอ็ด เพราะบึงพลาญชัยเป็นสวนสาธารณะประจำจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ และเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของเมือง ภายในพื้นที่มีสิ่งสำคัญหลายอย่าง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพบูชา พระพุทธรูปปางลีลา สวนดอกไม้ พานรัฐธรรมนูญ สนามเด็กเล่น สวนสุขภาพ สนามกีฬา และพื้นที่จัดงานเทศกาลของจังหวัด การมาเยือนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจึงสามารถเชื่อมกับการเดินชมบึงพลาญชัยได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพ
 
ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเป็นตัวอย่างของความเชื่อเมืองที่อยู่ร่วมกับพระพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น ในประเทศไทย ศาลหลักเมืองและศาลเจ้าพ่อมักทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมความเชื่อพื้นเมือง การคุ้มครองพื้นที่ และคติอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ขณะที่วัดเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา พิธีกรรม และการทำบุญ การที่ศาลตั้งอยู่ใกล้วัดบูรพาภิรามจึงสะท้อนความสัมพันธ์ของสองระบบความเชื่อที่ไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่เกื้อหนุนกันในชีวิตจริงของผู้คน ชาวร้อยเอ็ดสามารถไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อขอความคุ้มครอง แล้วเข้าวัดไหว้พระ ทำบุญ และฟังธรรมในเส้นทางเดียวกัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมร้อยเอ็ดอย่างลึกขึ้น ศาลแห่งนี้ควรเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการเดินทาง เพราะช่วยให้เห็นว่าร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงแลนด์มาร์กสมัยใหม่อย่างหอโหวด 101 หรือสวนสาธารณะอย่างบึงพลาญชัย แต่ยังมีรากทางความเชื่อที่ผูกพันกับเมืองเก่าและชุมชนมาเป็นเวลานาน การเริ่มต้นทริปด้วยการสักการะศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพจึงเป็นวิธีเข้าหาเมืองร้อยเอ็ดผ่านมุมมองของคนท้องถิ่น ผู้มาเยือนจะเข้าใจได้ว่าเมืองหนึ่งเมืองดำรงอยู่ได้ไม่ใช่ด้วยอาคาร ถนน หรือระบบราชการเท่านั้น แต่ยังดำรงอยู่ด้วยความทรงจำ ความศรัทธา และสิ่งที่ผู้คนเชื่อร่วมกัน
 
ในด้านสถาปัตยกรรม ศาลหลังใหม่ยังคงสืบทอดรูปแบบอาคารศาลทรงไทยที่ให้ความรู้สึกสง่างาม เรียบร้อย และเหมาะสมกับสถานะของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง องค์ประกอบสำคัญของศาลคือพื้นที่สักการะ แท่นบูชา จุดประดิษฐานเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ และพื้นที่สำหรับประกอบพิธีในวันสำคัญ สถาปัตยกรรมของศาลไม่ได้มุ่งเน้นความใหญ่โตแบบอาคารท่องเที่ยว แต่เน้นความเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย สะอาด เป็นระเบียบ และเหมาะกับการใช้ประกอบพิธีกรรมประจำปีของเมือง
 
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนผู้สักการะ บริเวณที่เหมาะคือด้านหน้าศาล มุมที่เห็นหลังคาทรงไทย มุมที่เชื่อมกับพื้นที่วัดบูรพาภิราม และเส้นทางโดยรอบที่สะท้อนบรรยากาศเมืองเก่า การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวม ไม่ยืนบังทางเข้า ไม่ถ่ายภาพระยะใกล้ของผู้ประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้ท่าทางที่ขัดกับความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่ไม่คุ้นกับธรรมเนียมศาลหลักเมือง การสังเกตพฤติกรรมของคนท้องถิ่นและปฏิบัติตามด้วยความสุภาพเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการสักการะอย่างสงบ หากต้องการเที่ยวต่อในตัวเมือง สามารถเริ่มจากศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ วัดบูรพาภิราม และหลวงพ่อใหญ่ จากนั้นเดินทางไปบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ช่วงเย็นสามารถกลับมาที่บริเวณบึงพลาญชัยเพื่อเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารในย่านเมืองได้ การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งศาสนสถาน ความเชื่อเมือง และชีวิตประจำวันของชาวร้อยเอ็ดในวันเดียว
 
การเดินทาง ไปศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) หรือศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถโดยสารในตัวเมือง โดยให้ปักหมุดไปยังวัดบูรพาภิราม ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากอยู่ในเขตตัวเมืองและใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง หากเดินทางจากนอกจังหวัดให้เข้าสู่ตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อน แล้วใช้ถนนสายหลักเข้าสู่ย่านวัดบูรพาภิรามและบึงพลาญชัย พื้นที่โดยรอบมีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และจุดท่องเที่ยวเมืองให้เดินทางต่อได้สะดวก
 
สำหรับผู้ที่พักในตัวเมืองร้อยเอ็ด ศาลแห่งนี้เหมาะกับการแวะในช่วงเช้าก่อนออกเดินทางไปสถานที่อื่น หรือช่วงบ่ายก่อนปิดเวลาเข้าชม เพราะใช้เวลาในการสักการะไม่นาน แต่หากต้องการชมวัดบูรพาภิราม หลวงพ่อใหญ่ และเดินเที่ยวรอบเมือง ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง การเที่ยวแบบไม่เร่งรีบจะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาล วัด คูเมือง และเมืองร้อยเอ็ดได้ชัดเจนกว่า การเดินทางมาเพียงเพื่อถ่ายภาพแล้วออกไปทันทีจะทำให้พลาดมิติทางประวัติศาสตร์และความศรัทธาที่เป็นหัวใจของสถานที่
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้เดินทางหลายกลุ่ม ผู้ที่มาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะได้สักการะเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองจะได้เรียนรู้เรื่องคูเมือง วัดบูรพาภิราม เจ้าพ่อหอด่าน และการสร้างศาลในช่วง พ.ศ. 2510 – 2511 ผู้ที่เที่ยวแบบครอบครัวสามารถใช้สถานที่นี้อธิบายเรื่องศาลหลักเมืองและความเชื่อคู่เมืองให้เด็กเข้าใจได้ ส่วนชาวต่างชาติจะได้เห็นรูปแบบความศรัทธาไทยที่ผสมผสานระหว่างพระพุทธศาสนา ความเชื่อพื้นเมือง และการดูแลเมืองของชุมชน
 
โดยสรุป ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) ร้อยเอ็ด หรือศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองที่มีความสำคัญต่อชาวร้อยเอ็ดทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และอัตลักษณ์เมือง จากศาลไม้ 3 หลังริมคูเมืองเดิม สู่ศาลคอนกรีตทรงไทยที่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2511 และสู่ศาลหลังใหม่ในพื้นที่วัดบูรพาภิรามในปัจจุบัน ศาลแห่งนี้สะท้อนความต่อเนื่องของศรัทธาเมืองได้อย่างชัดเจน ผู้ที่เดินทางมาร้อยเอ็ดควรแวะสักการะเพื่อเริ่มต้นการเดินทางด้วยความเป็นสิริมงคล พร้อมเรียนรู้รากทางวัฒนธรรมของเมืองร้อยเอ็ดผ่านสถานที่ที่ชาวเมืองให้ความเคารพสูงสุดแห่งหนึ่ง
 
ชื่อสถานที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) ร้อยเอ็ด / ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ
ที่ตั้งปัจจุบันศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพหลังใหม่ วัดบูรพาภิราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่วัดบูรพาภิราม เลขที่ 559 ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000
ไฮไลต์ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองร้อยเอ็ด สักการะเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ หรือมเหศักดิ์หลักเมือง พร้อมเชื่อมโยงประวัติคูเมืองเก่า วัดบูรพาภิราม และเจ้าพ่อหอด่าน
ประวัติ / สมัย / ยุคเดิมเป็นศาลไม้ 3 หลังบริเวณคูเมืองด้านทิศตะวันออกของวัดบูรพาภิราม ต่อมาเริ่มจัดตั้งกรรมการหาทุนในปี พ.ศ. 2509 วางศิลาฤกษ์ศาลใหม่วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2510 และสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2511
ที่มาของชื่อชาวเมืองเรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองว่า เจ้าพ่อมเหศักดิ์ หรือมเหศักดิ์หลักเมือง ต่อมาเมื่อมีการอ่านจารึกที่แท่นหินว่า พระมเหศักดานุภาพ จึงเรียกขานว่า เจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ
ลักษณะเด่นเป็นศาลหลักเมืองที่เชื่อมโยงความศรัทธาเมืองเก่า คูเมือง วัดบูรพาภิราม เจ้าพ่อหอด่าน และพิธีสักการะประจำปีของจังหวัดร้อยเอ็ด
สิ่งสำคัญภายใน / ความเชื่อสำคัญจุดสักการะเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ความเชื่อเรื่องมเหศักดิ์หลักเมือง เจ้าพ่อหอด่าน และการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ความคุ้มครอง และความมั่นคงในชีวิต
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดให้มุ่งหน้าไปยังวัดบูรพาภิราม ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อยู่ใกล้บึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง และการเดินทางในเขตเมือง
สถานะปัจจุบันเปิดให้สักการะและเยี่ยมชมในพื้นที่ศาลหลังใหม่ วัดบูรพาภิราม
วันเปิดทำการทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ พื้นที่ไหว้พระภายในวัดบูรพาภิราม พื้นที่เดินชมวัด จุดถ่ายภาพ พื้นที่จอดรถในบริเวณวัดและพื้นที่ใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพหลังใหม่
2. โซนจุดสักการะมเหศักดิ์หลักเมือง
3. โซนพื้นที่ประกอบพิธีสักการะประจำปี
4. โซนวัดบูรพาภิรามและหลวงพ่อใหญ่
5. โซนคูเมืองด้านทิศตะวันออกและพื้นที่เมืองเก่า
6. โซนเชื่อมต่อบึงพลาญชัยและย่านท่องเที่ยวใจกลางเมือง
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ร่วมกับวัดบูรพาภิราม คณะกรรมการชุมชน และผู้มีจิตศรัทธา
เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โทร. 043-511222
พิธีสำคัญประจำปีพิธีสักการะและบวงสรวงเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร จุดเทียนสักการะ และรำถวาย เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวร้อยเอ็ด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 0 กม.
2. บึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม.
3. หอโหวด 101 ประมาณ 1 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม.
5. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 2 กม.
6. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. กาแฟโบราณ หน้าศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ดานุภาพ ประมาณ 0 กม. โทร. 082-506-3101
2. โจ๊กฮ่องเต้ สาขา 1 ริมบึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 081-964-5851
3. ข้าวปุ้นเส้นสด พลาญชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 091-760-2846
4. Lakeview Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 093-320-8126
5. บ้อบบี้ กาแฟโบราณ หน้าวัดบึงพระลานชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 063-994-6536
6. ร้านข้าวต้มฅนเห็น 1 ดั้งเดิม ประมาณ 1 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. M Grand Hotel Roi Et ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511-038
2. The Bed Hotel 101 ประมาณ 1 กม. โทร. 043-032-142
3. The Hi Place Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 093-556-5445
4. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967
5. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222
6. Lita Place ประมาณ 3 กม. โทร. 043-524-606
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์) ร้อยเอ็ดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพสถิตอยู่ที่ศาลหลังใหม่ภายในพื้นที่วัดบูรพาภิราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเปิดให้สักการะวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้สักการะทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและทำบุญได้ตามศรัทธา
 
ถาม: ทำไมชาวร้อยเอ็ดจึงเรียกว่าเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ?
ตอบ: เนื่องจากมีการอ่านอักขระที่แท่นหินเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ว่า พระมเหศักดานุภาพ ชาวร้อยเอ็ดจึงเรียกขานเจ้าพ่อมเหศักดิ์ในนามเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพสืบมา
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อหอด่านอย่างไร?
ตอบ: เจ้าพ่อหอด่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองนับถือในฐานะผู้รักษาหน้าด่านด้านทิศตะวันออกของเมือง ต่อมาชาวร้อยเอ็ดได้ทำพิธีอัญเชิญมาอยู่รวมกับศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพเกี่ยวข้องกับวัดบูรพาภิรามอย่างไร?
ตอบ: ศาลตั้งอยู่ในพื้นที่วัดบูรพาภิราม ซึ่งเป็นวัดสำคัญทางทิศตะวันออกของเมืองร้อยเอ็ดและเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี
 
ถาม: ควรไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและสามารถเที่ยวต่อที่วัดบูรพาภิราม บึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดได้สะดวก
 
ถาม: เที่ยวศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ดแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดบูรพาภิราม บึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อมเหศักดิ์)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)