หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.เมืองนครพนม >ต.ในเมือง > ศาลหลักเมืองนครพนม
TL;DR: ศาลหลักเมืองนครพนม อยู่ที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนครพนม ถนนอภิบาลบัญชา เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

นครพนม

ศาลหลักเมืองนครพนม

ศาลหลักเมืองนครพนม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 20.00 น.
 
ศาลหลักเมืองนครพนม เป็นศูนย์รวมความศรัทธาและสถานที่สำคัญคู่เมืองนครพนม ตั้งอยู่บนถนนอภิบาลบัญชา บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดนครพนม และอยู่ติดกับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม เดิมจังหวัดนครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังไม่มีศาลหลักเมืองอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ภาครัฐและประชาชนในจังหวัดจะร่วมกันดำเนินโครงการก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ปัจจุบันศาลหลักเมืองเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ากราบสักการะทุกวัน เวลา 07.00–20.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม
 
จุดเด่นของศาลหลักเมืองนครพนมอยู่ที่อาคารศาลาไทยประยุกต์ทรงจัตุรมุข ความสูง 17.05 เมตร ยอดอาคารออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดนครพนม รูปแบบดังกล่าวทำให้อาคารมีเอกลักษณ์แตกต่างจากศาลหลักเมืองในจังหวัดอื่น พร้อมสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องหลักเมืองกับศรัทธาในพระพุทธศาสนาของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งสร้างจากไม้กันเกรา ต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม และเป็นไม้มงคลที่ชาวอีสานรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าไม้มันปลา
 
ศาลหลักเมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับขอพรส่วนบุคคล แต่ยังใช้ประกอบพิธีของจังหวัดในโอกาสสำคัญ ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน และประชาชนมักมาร่วมพิธีบวงสรวงและสักการะก่อนเริ่มงานประเพณีขนาดใหญ่หรือกิจกรรมสำคัญของนครพนม เช่น งานประเพณีไหลเรือไฟ งานกาชาด กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และพิธีรับตำแหน่งของผู้บริหารจังหวัด บทบาทดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าศาลหลักเมืองยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิตและเชื่อมโยงกับการบริหารบ้านเมืองรวมถึงวิถีของประชาชนในปัจจุบัน
 
ประวัติของศาลหลักเมืองนครพนมเริ่มต้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า ในอดีตจังหวัดนครพนมยังไม่มีศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอย่างเป็นทางการ แม้เมืองนครพนมจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีศาสนสถานสำคัญหลายแห่ง ความต้องการสร้างศาลหลักเมืองจึงเกิดขึ้นเพื่อให้จังหวัดมีสถานที่สำหรับประกอบพิธีตามคติการตั้งเมือง และมีศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนทุกกลุ่ม ใน พ.ศ. 2535 มีการริเริ่มโครงการก่อสร้างศาลหลักเมืองตามนโยบายส่งเสริมให้จังหวัดต่าง ๆ จัดสร้างหลักเมืองที่เหมาะสมกับประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่
 
การสร้างศาลหลักเมืองไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยการพิจารณาตำแหน่งที่ตั้ง การออกแบบสถาปัตยกรรม การคัดเลือกวัสดุสำหรับเสาหลักเมือง และการประกอบพิธีตามประเพณี ตำแหน่งบริเวณถนนอภิบาลบัญชาได้รับเลือกเพราะอยู่ในเขตศูนย์ราชการ ใกล้ศาลากลางจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด สถานที่จึงสัมพันธ์กับบทบาทของหลักเมืองในฐานะสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ความเป็นระเบียบ และการปกครองบ้านเมือง ขณะเดียวกันยังอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าและอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
 
กรมศิลปากรมีส่วนร่วมในการออกแบบตัวอาคารให้สอดคล้องกับศิลปกรรมท้องถิ่นของนครพนม อาคารจึงสร้างเป็นศาลาไทยทรงจัตุรมุข มีมุขยื่นออกทั้ง 4 ทิศ ช่วยเปิดมุมมองเข้าสู่เสาหลักเมืองจากหลายด้าน รูปทรงสมมาตรทำให้อาคารดูมั่นคงและสง่างาม ขณะที่ยอดอาคารนำรูปลักษณ์ขององค์พระธาตุพนมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสื่อถึงรากวัฒนธรรม ความศรัทธา และเอกลักษณ์ของจังหวัด การออกแบบไม่ได้คัดลอกองค์พระธาตุโดยตรง แต่เลือกองค์ประกอบที่ผู้พบเห็นสามารถเชื่อมโยงกับนครพนมได้ทันที
 
ความสูงของอาคาร 17.05 เมตรทำให้ศาลหลักเมืองโดดเด่นเหนือบริเวณโดยรอบ แต่ไม่สูงจนบดบังอาคารราชการและอาคารอนุรักษ์ในย่านเดียวกัน เส้นสายของหลังคาไทย มุขทั้ง 4 ด้าน และยอดทรงพระธาตุช่วยสร้างจังหวะทางสถาปัตยกรรมที่มองเห็นได้ชัดจากถนนอภิบาลบัญชา เมื่อมองจากด้านศาลากลางจังหวัด อาคารศาลหลักเมืองทำหน้าที่เป็นจุดนำสายตาของพื้นที่ ส่วนในช่วงเช้าและเย็น แสงแดดจะเน้นรายละเอียดหลังคาและยอดอาคาร ทำให้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจของตัวเมืองนครพนม
 
หัวใจสำคัญของศาลคือเสาหลักเมืองที่ทำจากไม้กันเกรา หรือไม้ต้นมันปลา ไม้ชนิดนี้ได้รับเลือกเพราะเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนมและมีชื่อเป็นมงคล ต้นกันเกราเป็นไม้ยืนต้นที่พบในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อไม้มีความแข็งแรงและได้รับการใช้ในงานก่อสร้างหรือเครื่องใช้มาแต่เดิม การนำไม้กันเกรามาใช้สร้างเสาหลักเมืองจึงเป็นทั้งการเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและการเชื่อมโยงสัญลักษณ์ของจังหวัดเข้ากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง
 
การค้นหาต้นกันเกราสำหรับสร้างเสาหลักเมืองดำเนินการในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยมีการสำรวจต้นไม้ที่อำเภอนาแก อำเภอท่าอุเทน และพื้นที่อื่น ก่อนพบต้นที่มีลักษณะเหมาะสมบริเวณเส้นทางท่าดอกแก้ว–ศรีสงคราม แถวบ้านปฏิรูป อำเภอศรีสงคราม มีการประกอบพิธีตัดและอัญเชิญต้นกันเกราเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2538 เวลา 11.39 น. โดยมีผู้บริหารจังหวัด เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วม พิธีดังกล่าวสะท้อนความเคารพต่อธรรมชาติและความเชื่อว่าการนำไม้มาเป็นเสาหลักเมืองต้องดำเนินการด้วยความสำรวมและเป็นสิริมงคล
 
เสาหลักเมืองมีความยาวรวม 4.675 เมตร ส่วนที่ฝังลงใต้พื้นดินยาว 1.975 เมตร และส่วนที่ปรากฏเหนือพื้นยาว 2.70 เมตร หรือประมาณ 108 นิ้ว ตัวเลข 108 เชื่อมโยงกับคติมงคลร้อยแปดประการซึ่งพบในวัฒนธรรมไทยและพุทธศาสนา การกำหนดสัดส่วนจึงไม่ได้คำนึงถึงโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงความหมายด้านความครบถ้วน ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง เสาหลักเมืองได้รับการตกแต่งและจัดวางให้เป็นศูนย์กลางภายในอาคารจัตุรมุข
 
หลังจากเตรียมเสาหลักเมืองและอาคารแล้ว มีการประกอบพิธีอัญเชิญและประดิษฐานเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2539 นับเป็นวันที่นครพนมมีศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอย่างสมบูรณ์ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์เมืองยุคปัจจุบัน เพราะเป็นการสร้างศูนย์รวมศรัทธาร่วมกันของภาครัฐ พระสงฆ์ ผู้นำชุมชน พ่อค้า และประชาชน หลังจากนั้นศาลหลักเมืองได้รับการใช้เป็นสถานที่สักการะและประกอบพิธีของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
 
การที่ยอดศาลจำลองรูปทรงของพระธาตุพนมมีความหมายมากกว่าความสวยงาม พระธาตุพนมเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวนครพนมและประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงมาหลายชั่วอายุคน รูปทรงพระธาตุจึงเป็นภาษาทางศิลปกรรมที่สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความมั่นคง และความเชื่อมโยงระหว่างชุมชน การนำรูปแบบดังกล่าวมาไว้บนยอดศาลหลักเมืองทำให้สถานที่แห่งนี้แสดงอัตลักษณ์นครพนมได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ป้ายหรือคำอธิบายจำนวนมาก
 
ชื่อถนนอภิบาลบัญชาซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองยังเชื่อมโยงกับย่านราชการและพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมือง ถนนเส้นนี้อยู่ไม่ไกลจากแนวแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดิน และกลุ่มอาคารเก่าที่สะท้อนพัฒนาการของนครพนมในฐานะเมืองชายแดน การมาเยือนศาลหลักเมืองจึงสามารถต่อยอดเป็นการเดินชมเมืองเก่า ศึกษาสถาปัตยกรรมไทย–ฝรั่งเศส และทำความเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนไทย ลาว เวียดนาม และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นในพื้นที่
 
อาคารสำคัญที่อยู่ติดกับศาลหลักเมืองคือหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม อาคารแห่งนี้เดิมเป็นศาลากลางจังหวัดนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2458 มีลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทยกับฝรั่งเศสหรือสไตล์โคโลเนียล เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น พื้นและบันไดบางส่วนทำจากไม้ อาคารได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากรและได้รับการยกย่องเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น การชมศาลหลักเมืองร่วมกับหอสมุดจึงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอาคารราชการเก่ากับศูนย์ราชการในยุคปัจจุบัน
 
พื้นที่ศาลหลักเมืองสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็นหลายส่วน ส่วนสำคัญที่สุดคืออาคารศาลาไทยจัตุรมุขและเสาหลักเมืองภายใน ถัดมาเป็นลานสักการะด้านหน้า จุดวางเครื่องบูชาและกระถางธูป พื้นที่ทางเดินรอบอาคาร สวนและต้นไม้ให้ร่มเงา ตลอดจนบริเวณศาลมเหศักดิ์หลักเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องผู้ปกปักรักษาเมือง พื้นที่ทั้งหมดมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงสามารถเดินชมได้ภายในระยะเวลาประมาณ 30–45 นาที แต่ผู้ที่ตั้งใจนั่งสงบหรือศึกษารายละเอียดสถาปัตยกรรมควรเผื่อเวลามากขึ้น
 
อาคารศาลาหลักเมืองเป็นพื้นที่ที่ควรรักษาความสงบมากที่สุด ผู้มาเยือนควรถอดหมวก ลดเสียงโทรศัพท์ และไม่ยืนบังผู้ที่กำลังอธิษฐาน ไม่ควรจับหรือพิงเสาหลักเมือง รวมถึงไม่ควรวางกระเป๋า ขวดน้ำ หรือสิ่งของส่วนตัวบนฐานประดิษฐาน หากมีพิธีของหน่วยงานจังหวัดควรอยู่ภายนอกแนวกั้นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การเคารพพื้นที่ช่วยให้ผู้คนต่างความเชื่อสามารถเข้ามาใช้สถานที่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
 
บริเวณลานด้านหน้าใช้สำหรับวางเครื่องสักการะและรองรับผู้ร่วมพิธีในวันสำคัญ ช่วงเวลาปกติเป็นพื้นที่เปิดที่สามารถยืนชมอาคารและถ่ายภาพได้ ส่วนช่วงพิธีบวงสรวงอาจมีการจัดโต๊ะเครื่องบวงสรวง พื้นที่สำหรับพราหมณ์ ผู้บริหารจังหวัด ข้าราชการ และประชาชน ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเดินตัดหน้าพิธีหรือเคลื่อนย้ายเครื่องบูชา แม้พื้นที่จะอยู่กลางเมืองและเข้าถึงง่าย แต่ในเวลาประกอบพิธีควรปฏิบัติเช่นเดียวกับการเข้าศาสนสถานสำคัญ
 
ภายในบริเวณเดียวกันมีศาลมเหศักดิ์หลักเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองเมือง ชาวบ้านบางส่วนเชื่อมโยงสถานที่กับเจ้าพ่อสัมมะติ ผู้ปกปักรักษานครพนมมาตั้งแต่สมัยเมืองมรุกขนคร ความเชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผสมผสานการเคารพผีบรรพชน ผู้คุ้มครองบ้านเมือง และหลักพุทธศาสนา ผู้มาเยือนสามารถสักการะตามความศรัทธาโดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามพิธีที่ซับซ้อน
 
ความเชื่อเกี่ยวกับศาลหลักเมืองโดยทั่วไปมุ่งเน้นความมั่นคง ความร่มเย็น และความเป็นระเบียบของบ้านเมือง ส่วนในระดับบุคคล ผู้คนมักขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความก้าวหน้า ความมั่นคงของครอบครัว การค้าขาย การเดินทางปลอดภัย และการเริ่มต้นภารกิจใหม่ ผู้ที่ย้ายมารับราชการหรือเริ่มทำงานในนครพนมจำนวนหนึ่งนิยมมาสักการะเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่และขอให้การดำเนินชีวิตในจังหวัดเป็นไปอย่างราบรื่น
 
การขอพรที่ศาลหลักเมืองควรเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมทางความเชื่อซึ่งช่วยสร้างกำลังใจและเตือนให้ผู้ขอพรดำเนินชีวิตด้วยความรับผิดชอบ การขอความก้าวหน้าในหน้าที่การงานควรควบคู่กับความซื่อสัตย์ การพัฒนาความสามารถ และการไม่เอาเปรียบผู้อื่น การขอให้ครอบครัวมั่นคงควรนำไปสู่การดูแลสมาชิกในครอบครัวและแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผล ความศรัทธาจึงมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกับการกระทำที่ดีในชีวิตจริง
 
เครื่องสักการะที่นิยมใช้ประกอบด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้สด หรือพวงมาลัยดอกดาวเรือง บางคนเตรียมผ้าแพรหรือผ้า 7 สีสำหรับผูกบริเวณที่จัดไว้ด้านนอก ไม่ควรนำผ้าไปผูกกับเสาหลักเมืององค์จริงหรือส่วนประกอบของอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องเตรียมเครื่องสักการะครบทุกชนิด สามารถพนมมือ ตั้งจิตสงบ และกล่าวคำอธิษฐานด้วยความเคารพได้
 
ลำดับการสักการะสามารถเริ่มจากจัดเครื่องบูชาให้เรียบร้อย จุดธูปและเทียนเฉพาะจุดที่กำหนด จากนั้นยืนหรือนั่งหันหน้าไปยังเสาหลักเมือง ตั้งนะโม 3 จบ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง และผู้ปกปักรักษานครพนม แล้วจึงกล่าวชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และคำอธิษฐานโดยสั้นและชัดเจน หลังจากสักการะควรเก็บขยะ ซองธูป หรือพลาสติกออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งสิ่งของส่วนตัวไว้เป็นเครื่องแก้บน
 
ผู้ที่มาสักการะก่อนเริ่มงานหรือรับตำแหน่งใหม่อาจตั้งจิตขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต มีสติ และสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม มากกว่าขอเพียงความสำเร็จส่วนตัว แนวทางนี้สอดคล้องกับความหมายของหลักเมืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชน การอธิษฐานที่เชื่อมโยงกับหน้าที่ต่อสังคมทำให้การสักการะมีความหมายลึกซึ้งขึ้น
 
หากคำอธิษฐานประสบผลสำเร็จ ผู้มีศรัทธาสามารถกลับมาสักการะด้วยดอกไม้ พวงมาลัย หรือร่วมทำประโยชน์แก่ชุมชน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องแก้บนจำนวนมากหรือก่อให้เกิดขยะ ผู้ที่ต้องการจัดเครื่องบวงสรวงขนาดใหญ่ คณะรำ หรือกิจกรรมเฉพาะควรประสานสำนักงานจังหวัดนครพนมหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่ออาคาร การจราจร และผู้ที่มาใช้สถานที่รายอื่น
 
การแต่งกายควรสุภาพ แม้ศาลหลักเมืองจะไม่ได้กำหนดระเบียบเข้มงวดเช่นพระอุโบสถหรือพระบรมมหาราชวัง เสื้อควรปกปิดไหล่ กางเกงหรือกระโปรงควรมีความยาวเหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีข้อความหรือภาพไม่สุภาพ ผู้ที่ออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานผ่านบริเวณนี้ควรจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเข้าไปในอาคารศาล การแสดงความเคารพด้วยกิริยาสุภาพสำคัญกว่ารูปแบบเครื่องแต่งกายที่หรูหรา
 
ผู้ปกครองควรดูแลเด็กไม่ให้วิ่งขึ้นลงบันได ส่งเสียงดัง ปีนฐานอาคาร หรือสัมผัสเครื่องบูชา ศาลหลักเมืองสามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้ดี ผู้ปกครองอาจอธิบายว่าเสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคง เหตุใดจึงเลือกไม้กันเกรา และเหตุใดยอดศาลจึงมีรูปทรงคล้ายพระธาตุพนม การเรียนรู้ผ่านสถานที่จริงช่วยให้เด็กเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ชัดเจนกว่าการจดจำข้อมูลเพียงอย่างเดียว
 
นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านศาสนา ควรถอดหมวก ลดเสียงพูด และหลีกเลี่ยงการยืนหันหลังชิดเสาหลักเมืองเพื่อถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม การถ่ายภาพอาคารจากลานด้านนอกทำได้ตามปกติ แต่หากมีพิธีหรือมีผู้กำลังอธิษฐานควรเว้นระยะและไม่ถ่ายภาพใบหน้าอย่างใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต การอธิบายว่าสถานที่แห่งนี้เป็นทั้ง civic shrine และ spiritual landmark จะช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจบทบาทของศาลหลักเมืองในสังคมไทย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือประมาณ 07.00–09.00 น. และ 16.00–19.00 น. อากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงเช้ามีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสักการะก่อนเริ่มกิจกรรมประจำวัน ส่วนช่วงเย็นสามารถเที่ยวต่อไปยังแม่น้ำโขง หอนาฬิกา ถนนคนเดิน หรือชมพระอาทิตย์ตกบริเวณสวนชมโขงได้ กลางวันสามารถเข้าชมได้เช่นกัน แต่ควรเตรียมร่มหรือหมวกในช่วงฤดูร้อน
 
ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเดินเที่ยวเขตเมืองนครพนมมากที่สุด อากาศช่วงเช้าและเย็นค่อนข้างเย็นสบาย สามารถเดินจากศาลหลักเมืองไปยังหอสมุดแห่งชาติ สวนชมโขง หอนาฬิกา และย่านเมืองเก่าได้โดยไม่เหนื่อยมาก ช่วงเทศกาลปีใหม่ งานไหลเรือไฟ และวันหยุดยาวอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่จอดรถรอบศูนย์ราชการจึงเต็มเร็วกว่าปกติ
 
ฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมมีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะช่วง 11.00–15.00 น. ผู้สูงอายุและเด็กควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานเกินไป ส่วนฤดูฝนควรระวังพื้นบันไดและลานที่เปียกลื่น แม้อาคารศาลาจะมีหลังคาคลุม แต่พื้นที่ลานและทางเดินบางส่วนอาจได้รับละอองฝน การพกร่มขนาดเล็กและเลือกรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีจะช่วยให้เข้าชมได้สะดวกขึ้น
 
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพควรลองเลือกมุมจากฝั่งศาลากลางจังหวัดเพื่อให้เห็นอาคารจัตุรมุขเต็มหลัง อีกมุมหนึ่งคือบริเวณด้านข้างหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งสามารถจัดองค์ประกอบให้เห็นศาลหลักเมืองร่วมกับอาคารโคโลเนียล ภาพดังกล่าวสะท้อนการอยู่ร่วมกันของสถาปัตยกรรมหลายยุคในนครพนม ช่วงเช้าแสงนุ่มและเงาไม่รุนแรง ส่วนช่วงเย็นยอดทรงพระธาตุจะรับแสงและเห็นรายละเอียดชัดเจน
 
ไม่ควรใช้โดรนเหนือศาลหลักเมือง ศาลากลางจังหวัด หรือพื้นที่ราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเป็นเขตหน่วยงานภาครัฐและอาจมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ขาตั้งกล้องขนาดใหญ่ไม่ควรวางกีดขวางบันไดและทางเข้า หากต้องการถ่ายทำเชิงพาณิชย์ สารคดี หรือใช้ทีมงานจำนวนมาก ควรประสานสำนักงานจังหวัดนครพนมล่วงหน้าเพื่อขออนุญาตและกำหนดเวลาที่ไม่กระทบต่อพิธีหรือการปฏิบัติงานของหน่วยราชการ
 
ศาลหลักเมืองเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00–20.00 น. และไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ามาสักการะและชมสถาปัตยกรรมได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า สำหรับการเดินทางเป็นคณะใหญ่ การประกอบพิธี การนำคณะรำ หรือการถ่ายทำอย่างเป็นทางการ ควรแจ้งหน่วยงานประสานงานก่อน วันและเวลาการใช้พื้นที่อาจมีการจัดระเบียบเป็นกรณีพิเศษเมื่อจังหวัดจัดพิธีสำคัญ
 
หน่วยงานประสานงานหลักคือจังหวัดนครพนม โดยสำนักงานจังหวัดนครพนม เนื่องจากศาลหลักเมืองตั้งอยู่ในเขตศูนย์ราชการและใช้ประกอบพิธีของจังหวัด ผู้ที่ต้องการสอบถามการใช้พื้นที่ การจัดพิธี หรือข้อมูลด้านราชการสามารถติดต่อสำนักงานจังหวัดนครพนม โทรศัพท์ 042-511-287, 042-511-574 หรือ 042-532-888 ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพื้นที่สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 042-512-955
 
บริเวณศาลหลักเมืองมีพื้นที่จอดรถริมถนนและพื้นที่จอดรถของหน่วยงานราชการใกล้เคียงตามจุดที่อนุญาต ในวันทำการช่วงเช้าอาจมีรถของผู้มาติดต่อราชการจำนวนมาก จึงควรหลีกเลี่ยงการจอดขวางทางเข้าออก ป้ายรถประจำตำแหน่ง และพื้นที่เฉพาะของเจ้าหน้าที่ ช่วงเย็นหรือวันหยุดมักหาที่จอดได้สะดวกกว่า แต่หากมีงานจังหวัดควรปฏิบัติตามป้ายชั่วคราวและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จราจร
 
พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นค่อนข้างราบและอยู่ติดถนน จึงเหมาะกับผู้สูงอายุ แต่ทางขึ้นอาคารมีบันไดและธรณีในบางจุด ผู้ใช้รถเข็นควรมีผู้ช่วยและเลือกสักการะจากลานด้านหน้าเมื่อไม่สามารถขึ้นอาคารได้ ผู้สูงอายุสามารถลงรถบริเวณใกล้ทางเข้าแล้วให้ผู้ร่วมเดินทางนำรถไปจอด การมาในช่วงเช้าช่วยลดปัญหาแดดร้อนและการจราจรหนาแน่น
 
การเดินทาง จากท่าอากาศยานนครพนมมายังศาลหลักเมืองมีระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 25–30 นาที สามารถใช้แท็กซี่ รถเช่า หรือรถรับส่งที่จองไว้ล่วงหน้า โดยระบุจุดหมายว่า “ศาลหลักเมืองนครพนม ถนนอภิบาลบัญชา ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด” จากสถานีขนส่งผู้โดยสารนครพนมมีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที
 
ผู้ที่ขับรถส่วนตัวสามารถเข้าสู่ตัวเมืองนครพนมผ่านถนนชยางกูร จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนอภิบาลบัญชา ศาลหลักเมืองอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดและตรงข้ามศาลากลางจังหวัด สามารถสังเกตอาคารศาลาทรงไทยยอดคล้ายพระธาตุพนมได้ชัดเจน พิกัดประมาณ 17.408183, 104.780515 หากเดินทางมาจากลานพญาศรีสัตตนาคราชใช้เวลาขับรถประมาณ 5–10 นาที ขึ้นอยู่กับการจราจร
 
ผู้ที่พักในเขตเมืองเก่าสามารถเดินหรือปั่นจักรยานมายังศาลหลักเมืองได้ ถนนในบริเวณศูนย์ราชการเชื่อมกับสวนชมโขงและถนนเลียบแม่น้ำโขง ระยะทางไม่ไกลแต่ควรระวังรถบริเวณทางแยก การเดินในช่วงเช้าหรือเย็นเหมาะกว่าช่วงกลางวัน ผู้ใช้จักรยานควรจอดในตำแหน่งที่ไม่ขวางทางเดินและไม่พิงจักรยานกับรั้วหรืออาคารศาล
 
เส้นทางเที่ยวระยะสั้นสามารถเริ่มจากศาลหลักเมือง จากนั้นเดินไปชมหอสมุดแห่งชาติซึ่งอยู่ห่างประมาณ 0.1 กิโลเมตร แล้วต่อไปยังสวนชมโขงซึ่งอยู่ห่างประมาณ 0.2 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลา 1–2 ชั่วโมง เพราะได้ทั้งการสักการะ ชมสถาปัตยกรรมโคโลเนียล และพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวโดยไม่ต้องใช้รถหลายครั้ง
 
เส้นทางครึ่งวันสามารถเพิ่มหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์และถนนคนเดินนครพนม ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 0.9 กิโลเมตร หอนาฬิกาเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาวเวียดนามกับนครพนม ส่วนย่านถนนคนเดินมีอาคารเก่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสินค้าท้องถิ่น หากมาตรงวันเปิดตลาดสามารถใช้ช่วงเย็นเดินรับประทานอาหารและชมบรรยากาศริมแม่น้ำโขงต่อได้
 
ผู้ที่มีเวลาเต็มวันสามารถเดินทางต่อไปยังวัดโอกาสศรีบัวบาน ตลาดอินโดจีน และลานพญาศรีสัตตนาคราช วัดโอกาสศรีบัวบานเป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระติ้วและพระเทียม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ส่วนตลาดอินโดจีนเป็นพื้นที่ซื้อสินค้าจากไทย ลาว เวียดนาม และจีน ลานพญาศรีสัตตนาคราชเป็นแลนด์มาร์กริมแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมด้านการสักการะและถ่ายภาพ การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้เห็นทั้งความเชื่อ ประวัติศาสตร์ การค้า และวิถีเมืองในวันเดียว
 
วันศุกร์ช่วงเช้าบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดซึ่งอยู่ตรงข้ามศาลหลักเมืองมีการจัดตลาดชุมชนนครพนมสุขใจ เวลา 07.00–12.00 น. จำหน่ายสินค้าเกษตร อาหารพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ชุมชน ผู้ที่มาสักการะในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในจังหวัด ควรจอดรถในพื้นที่ที่กำหนดเพราะบริเวณหน้าศาลากลางมีผู้มาใช้พื้นที่มากกว่าวันปกติ
 
ร้านอาหารใกล้ศาลหลักเมืองมีทั้งอาหารอีสาน อาหารเวียดนาม ปลาแม่น้ำโขง และอาหารเช้าแบบนครพนม ร้านส้มตำคุณแต๋วอยู่ห่างประมาณ 0.6 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารอีสาน ร้านจำปาสักและร้านระเบียงโขงอยู่ห่างประมาณ 0.7 กิโลเมตร มีเมนูอาหารไทยและปลา ส่วนร้านพรเทพอาหารเช้าอยู่ห่างประมาณ 1.3 กิโลเมตร เป็นร้านอาหารเช้าและอาหารเวียดนามที่มีไข่กระทะ ต้มเส้น ข้าวเปียก และหมูยอ
 
ผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเช้าควรมาสักการะศาลหลักเมืองก่อน แล้วเดินทางต่อไปยังร้านพรเทพ ร้านเปิดตั้งแต่เช้าและได้รับความนิยมจากทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว หมายเลขติดต่อสาขาถนนศรีเทพคือ 093-546-1596 ส่วนผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเย็นริมแม่น้ำโขงสามารถเลือกร้านระเบียงโขง โทรศัพท์ 092-865-5889 ควรโทรตรวจสอบที่นั่งในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว
 
ที่พักในระยะเดินถึงมีหลายแห่ง โรงแรมดาหลา รีโนวเทลอยู่ห่างประมาณ 0.3 กิโลเมตร โรงแรมนน์รดา บูทีคอยู่ห่างประมาณ 0.4 กิโลเมตร และโรงแรมเดอะเนสท์อยู่ห่างประมาณ 0.7 กิโลเมตร ผู้ที่พักในกลุ่มโรงแรมเหล่านี้สามารถเดินมาศาลหลักเมือง หอสมุดแห่งชาติ และย่านเมืองเก่าได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถทุกครั้ง
 
โรงแรมนน์รดา บูทีคมีหมายเลขติดต่อ 095-695-8789 ส่วนโรงแรมเดอะเนสท์ติดต่อได้ที่ 092-858-5559 ผู้ที่ต้องการโรงแรมขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงสามารถเลือกโรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม โทรศัพท์ 042-513-564 หรือ 083-989-1465 และโรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม โทรศัพท์ 042-522-333 ถึง 042-522-340 การเลือกที่พักควรพิจารณาทั้งระยะทาง ที่จอดรถ ลิฟต์ และรูปแบบการเดินทางของผู้เข้าพัก
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถ การพักใกล้ศูนย์ราชการหรือย่านถนนคนเดินช่วยประหยัดค่าเดินทางและสามารถเดินเที่ยวหลายจุดได้ในวันเดียว ผู้ที่เดินทางพร้อมผู้สูงอายุควรสอบถามเรื่องห้องพักชั้นล่าง ลิฟต์ และจุดจอดรถ ส่วนผู้ที่ต้องการชมแม่น้ำโขงจากห้องพักควรตรวจสอบประเภทห้องกับโรงแรมก่อนจอง เพราะห้องทุกห้องไม่ได้หันหน้าเข้าหาแม่น้ำ
 
การท่องเที่ยวศาลหลักเมืองอย่างรับผิดชอบเริ่มจากการไม่ทิ้งขยะ ไม่จุดธูปนอกพื้นที่ ไม่เขียนหรือขีดบนอาคาร และไม่ผูกผ้ากับส่วนสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้จัดไว้ให้ ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารนกหรือสัตว์จรจัดภายในลาน เพราะอาจสร้างคราบสกปรกและรบกวนผู้มาสักการะ การใช้ขวดน้ำแบบเติมซ้ำและนำขยะกลับออกไปช่วยลดภาระการดูแลพื้นที่
 
ผู้มาเยือนสามารถสนับสนุนชุมชนด้วยการรับประทานอาหารในร้านท้องถิ่น ซื้อสินค้าในตลาดชุมชน ใช้บริการรถรับจ้างที่จดทะเบียน และเที่ยวต่อไปยังพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่อนุรักษ์ในเมือง การกระจายเวลาและค่าใช้จ่ายไปยังสถานที่หลายแห่งช่วยให้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ และส่งเสริมการดูแลอาคารเก่า วัฒนธรรมอาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น
 
ศาลหลักเมืองยังเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบช้า ผู้มาเยือนอาจเริ่มจากนั่งสงบหน้าศาล สังเกตรูปทรงจัตุรมุขและยอดพระธาตุพนม จากนั้นชมเสาหลักเมืองและรายละเอียดไม้กันเกรา ก่อนเดินไปยังหอสมุดแห่งชาติและสวนชมโขง การใช้เวลาเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจว่าสถานที่สำคัญในเมืองไม่ได้แยกจากกัน แต่เชื่อมโยงผ่านประวัติศาสตร์ การปกครอง ศิลปกรรม และวิถีชีวิตของประชาชน
 
ความสำคัญของศาลหลักเมืองนครพนมจึงอยู่ทั้งในตัวเสาหลักเมืองและบริบทโดยรอบ เสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ไม้กันเกราแสดงตัวตนของจังหวัด อาคารยอดทรงพระธาตุพนมสะท้อนศรัทธาของลุ่มแม่น้ำโขง ส่วนทำเลตรงข้ามศาลากลางจังหวัดแสดงความสัมพันธ์กับการบริหารบ้านเมือง องค์ประกอบเหล่านี้รวมกันทำให้ศาลหลักเมืองมีความหมายมากกว่าอาคารสำหรับสักการะทั่วไป
 
แม้ศาลหลักเมืองจะสร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 และไม่ได้เป็นโบราณสถานอายุหลายร้อยปี แต่มีคุณค่าในฐานะหลักฐานของการสร้างอัตลักษณ์จังหวัดในยุคปัจจุบัน กระบวนการเลือกไม้ การออกแบบโดยอ้างอิงศิลปกรรมท้องถิ่น และการร่วมพิธีของประชาชนแสดงให้เห็นว่าประเพณีสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ได้ ศาลหลักเมืองจึงเป็นทั้งสิ่งก่อสร้างร่วมสมัยและสถานที่สืบทอดความเชื่อโบราณ
 
ผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองควรเปรียบเทียบศาลหลักเมืองกับอาคารศาลากลางหลังเก่า หอสมุดแห่งชาติ ศาลากลางจังหวัดหลังปัจจุบัน และอาคารพาณิชย์ในย่านถนนคนเดิน แต่ละอาคารสะท้อนช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สถาปัตยกรรมอิทธิพลฝรั่งเศส การจัดระเบียบราชการสมัยใหม่ ไปจนถึงการสร้างพื้นที่สาธารณะและศูนย์รวมศรัทธาของจังหวัด การเดินชมสถานที่เหล่านี้ทำให้ประวัติศาสตร์นครพนมปรากฏเป็นภาพที่ต่อเนื่องและเข้าใจง่าย
 
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและกิจกรรมของจังหวัด โดยเฉพาะช่วงงานไหลเรือไฟ งานกาชาด วันสำคัญของจังหวัด และพิธีบวงสรวง ศาลหลักเมืองอาจเปิดตามเวลาปกติแต่พื้นที่บางส่วนอาจถูกจัดไว้สำหรับพิธี การจอดรถและเส้นทางเข้าออกอาจเปลี่ยนแปลงชั่วคราว การเดินทางก่อนเวลาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยให้เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเรียบร้อย
 
ศาลหลักเมืองนครพนมจึงเป็นสถานที่ที่ควรแวะเมื่อเดินทางมาถึงตัวเมือง ไม่ว่าจะมาเพื่อขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความมั่นคง และการเดินทางปลอดภัย หรือมาเพื่อศึกษาสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ การตั้งอยู่กลางศูนย์ราชการและใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งทำให้เข้าถึงง่าย ใช้เวลาไม่มาก และสามารถจัดรวมกับเส้นทางท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงได้อย่างลงตัว
 
จากจังหวัดที่เคยไม่มีศาลหลักเมืองอย่างเป็นทางการ นครพนมได้สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นด้วยการประสานงานของภาครัฐ กรมศิลปากร และประชาชน เสาหลักเมืองจากไม้กันเกราจึงไม่ได้เป็นเพียงเสาไม้ที่ตั้งอยู่ภายในศาลา แต่เป็นตัวแทนของความร่วมมือ ความหวัง และความผูกพันต่อบ้านเกิด ยอดทรงพระธาตุพนมช่วยยืนยันรากวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ขณะที่พิธีของจังหวัดที่ยังจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ศาลหลักเมืองคงบทบาทเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมมาจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่ศาลหลักเมืองนครพนม
ชื่อภาษาอังกฤษNakhon Phanom City Pillar Shrine
ที่ตั้งหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนครพนม ถนนอภิบาลบัญชา
ที่อยู่ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
พิกัด17.408183, 104.780515
สถานะปัจจุบันเปิดใช้งานตามปกติ เป็นสถานที่สักการะและประกอบพิธีสำคัญของจังหวัดนครพนม
ประวัติการก่อสร้างริเริ่มโครงการใน พ.ศ. 2535 เพื่อจัดสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัด และประดิษฐานเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2539
ผู้ออกแบบออกแบบโดยได้รับความร่วมมือจากกรมศิลปากรให้สอดคล้องกับศิลปกรรมท้องถิ่นของนครพนม
ลักษณะสถาปัตยกรรมศาลาไทยประยุกต์ทรงจัตุรมุข สูง 17.05 เมตร ยอดอาคารจำลองรูปทรงองค์พระธาตุพนม
วัสดุเสาหลักเมืองไม้กันเกรา หรือไม้มันปลา ซึ่งเป็นไม้มงคลและต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม
ขนาดเสาหลักเมืองยาวรวม 4.675 เมตร ฝังใต้พื้น 1.975 เมตร และพ้นพื้น 2.70 เมตร หรือประมาณ 108 นิ้ว
วันอัญเชิญต้นกันเกรา21 ตุลาคม 2538 เวลา 11.39 น.
วันประดิษฐานเสาหลักเมือง25 กันยายน 2539
ไฮไลต์เสาหลักเมืองไม้กันเกรา ศาลาจัตุรมุขยอดทรงพระธาตุพนม และทำเลกลางย่านราชการกับอาคารประวัติศาสตร์
ความเชื่อนิยมขอพรด้านความมั่นคง หน้าที่การงาน การค้าขาย ครอบครัว การเดินทางปลอดภัย และความร่มเย็นของบ้านเมือง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. อาคารศาลาไทยจัตุรมุข
2. เสาหลักเมืองไม้กันเกรา
3. ลานสักการะและจุดวางเครื่องบูชา
4. ศาลมเหศักดิ์หลักเมือง
5. สวนและพื้นที่พักผ่อนโดยรอบ
6. ทางเดินเชื่อมไปยังหอสมุดแห่งชาติและสวนชมโขง
เครื่องสักการะที่นิยมธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้สด พวงมาลัยดาวเรือง และผ้า 7 สีสำหรับจุดที่จัดไว้
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถริมถนนตามจุดที่อนุญาต พื้นที่พักผ่อน ร้านค้าและร้านอาหารในระยะเดินถึง และหน่วยงานราชการใกล้เคียง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ07.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
ช่วงเวลาที่เหมาะสม07.00–09.00 น. และ 16.00–19.00 น.
ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานงานจังหวัดนครพนม โดยสำนักงานจังหวัดนครพนมและหน่วยงานราชการในพื้นที่
เบอร์ติดต่อสำนักงานจังหวัดนครพนม 042-511-287, 042-511-574, 042-532-888
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 042-512-955
การเดินทางจากท่าอากาศยานนครพนมประมาณ 18 กม. ใช้เวลา 25–30 นาที จากสถานีขนส่งผู้โดยสารนครพนมประมาณ 4 กม. ใช้เวลา 10–15 นาที รถส่วนตัวใช้ถนนชยางกูรแล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนอภิบาลบัญชา
ข้อปฏิบัติแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่สัมผัสหรือพิงเสาหลักเมือง ไม่ผูกผ้ากับอาคารนอกจุดที่กำหนด และไม่กีดขวางผู้ประกอบพิธี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ นครพนม ประมาณ 0.1 กม.
2. สวนชมโขง ประมาณ 0.2 กม.
3. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ประมาณ 0.9 กม.
4. ถนนคนเดินนครพนม ประมาณ 0.9 กม.
5. วัดโอกาสศรีบัวบาน ประมาณ 1.1 กม.
6. ลานพญาศรีสัตตนาคราช ประมาณ 1.4 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ส้มตำคุณแต๋ว นครพนม ประมาณ 0.6 กม.
2. ร้านอาหารจำปาสัก ประมาณ 0.7 กม.
3. ร้านระเบียงโขง นครพนม ประมาณ 0.7 กม. โทร. 092-865-5889
4. ร้านพรเทพ อาหารเช้า สาขาถนนศรีเทพ ประมาณ 1.3 กม. โทร. 093-546-1596
5. In The Haus ประมาณ 2 กม. โทร. 096-142-4663, 081-166-9826
ที่พักใกล้เคียง1. ดาหลา รีโนวเทล ประมาณ 0.3 กม.
2. โรงแรมนน์รดา บูทีค นครพนม ประมาณ 0.4 กม. โทร. 095-695-8789
3. โรงแรมเดอะเนสท์ นครพนม ประมาณ 0.7 กม. โทร. 092-858-5559
4. โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม ประมาณ 3 กม. โทร. 042-513-564, 083-989-1465
5. โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม ประมาณ 3 กม. โทร. 042-522-333 ถึง 042-522-340
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองนครพนมตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่บนถนนอภิบาลบัญชา หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนครพนม และอยู่ติดกับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ นครพนม
 
ถาม: ศาลหลักเมืองนครพนมเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 07.00–20.00 น.
 
ถาม: ศาลหลักเมืองนครพนมเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ากราบสักการะและชมสถาปัตยกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
ถาม: เสาหลักเมืองนครพนมทำจากไม้อะไร?
ตอบ: ทำจากไม้กันเกรา หรือไม้มันปลา ซึ่งเป็นไม้มงคลและต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม เสาหลักเมืองมีความยาวรวม 4.675 เมตร
 
ถาม: ศาลหลักเมืองนครพนมสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: โครงการก่อสร้างเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2535 และมีพิธีอัญเชิญเสาหลักเมืองขึ้นประดิษฐานเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2539
 
ถาม: นิยมขอพรเรื่องใดที่ศาลหลักเมืองนครพนม?
ตอบ: นิยมขอพรด้านความมั่นคง หน้าที่การงาน การค้าขาย ครอบครัว การเริ่มต้นภารกิจใหม่ การเดินทางปลอดภัย และความร่มเย็นของบ้านเมือง
 
ถาม: ต้องเตรียมเครื่องสักการะอะไรบ้าง?
ตอบ: นิยมใช้ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้สด หรือพวงมาลัยดาวเรือง แต่ผู้มาเยือนสามารถพนมมือและอธิษฐานด้วยความเคารพได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องสักการะครบทุกอย่าง
 
ถาม: เที่ยวศาลหลักเมืองร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินเที่ยวต่อไปยังหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สวนชมโขง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดินนครพนม วัดโอกาสศรีบัวบาน และลานพญาศรีสัตตนาคราชได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)