หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.กาฬสินธุ์ > ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์
TL;DR: ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ที่บริเวณถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 เปิดทุกวัน ตามกำหนดเวลาเข้าชมที่เผยแพร่ เวลา 06.00 – 17.00 น.

กาฬสินธุ์

ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์

ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามกำหนดเวลาเข้าชมที่เผยแพร่
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาฬสินธุ์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 ศาลแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับประวัติการตั้งเมืองกาฬสินธุ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะเรื่องราวของท้าวโสมพะมิตร ผู้ก่อตั้งเมืองและเจ้าเมืองคนแรกซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาชัยสุนทร เมื่อ พ.ศ. 2336 จุดเด่นของศาลคืออาคารทรงจตุรมุขตกแต่งด้วยสีแดงและทอง ภายในมีเสาหลักเมืองเก่าแก่และใบเสมาหินทรายศิลปะทวารวดีที่มีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ศาลยังเป็นศูนย์กลางประเพณีบุญซำฮะและพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ซึ่งได้รับการสืบทอดจากชุมชนในลุ่มน้ำปาวมาจนถึงปัจจุบัน
 
ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์ตั้งอยู่ในบริเวณย่านเมืองเก่าซึ่งมีถนนสายสำคัญและชุมชนการค้ารายล้อม พื้นที่นี้มีความสัมพันธ์กับการก่อรูปชุมชนกาฬสินธุ์ตั้งแต่ยุคที่บ้านแก่งสำโรงได้รับการพัฒนาเป็นเมือง การที่ศาลยังคงตั้งอยู่ภายในเขตเมืองทำให้ประชาชนสามารถเข้ามาสักการะและร่วมกิจกรรมสำคัญได้สะดวก ขณะเดียวกันยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใช้เรียนรู้เรื่องราวการก่อตั้งจังหวัดและวัฒนธรรมความเชื่อของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ลักษณะภายนอกของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมีความโดดเด่นจากหลังคากระเบื้องสีส้มแดง หน้าบันตกแต่งลวดลายไทยสีทองและแดง และยอดประดับทรงสูงอยู่กึ่งกลางอาคาร ส่วนด้านหน้ามีป้ายชื่อศาลหลักเมืองทั้งอักษรไทยและอักษรจีน ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปกรรมแบบไทยกับวัฒนธรรมของชุมชนไทยเชื้อสายจีน เสาอาคารสีอ่อนประดับลวดลายทองรองรับชายคาและหลังคาที่แผ่ออกสู่ด้านต่าง ๆ ภาพรวมของศาลจึงมีทั้งความสง่างามตามขนบสถาปัตยกรรมไทยและรายละเอียดที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเมืองกาฬสินธุ์
 
ภายในศาลมีเสาหลักเมืองที่ได้รับความเคารพจากประชาชนมาอย่างยาวนาน ประวัติที่บันทึกไว้กล่าวถึงเสาหลักเมืองเดิมซึ่งเป็นไม้ประดู่ทรงสี่เหลี่ยม มีสภาพชำรุดและผุกร่อนตามกาลเวลา รวมถึงการประดิษฐานองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของชุมชน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือใบเสมาหินทรายโบราณที่นำมาจากเมืองฟ้าแดดสงยาง มีภาพแกะสลักนูนต่ำเกี่ยวกับพุทธประวัติและจัดประดิษฐานอยู่ด้านหลังบริเวณหลักเมือง ใบเสมานี้เพิ่มความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะให้แก่ศาล นอกเหนือจากบทบาทด้านความศรัทธา
 
เมืองกาฬสินธุ์มีรากฐานทางประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับการอพยพของผู้คนจากฝั่งแม่น้ำโขงและพื้นที่ใกล้เคียงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กลุ่มผู้คนที่นำโดยท้าวโสมพะมิตรเคลื่อนย้ายถิ่นฐานลงมาทางใต้ ผ่านเทือกเขาภูพาน และเข้ามาตั้งบ้านเรือนในบริเวณลุ่มน้ำปาว การเดินทางและการเลือกทำเลตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชุมชนเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการก่อรูปเมืองกาฬสินธุ์ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นศูนย์กลางการปกครองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
 
ในระยะแรกกลุ่มผู้คนของท้าวโสมพะมิตรได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งที่บ้านกลางหมื่น ก่อนส่งท้าวตรัยและคณะออกสำรวจพื้นที่สำหรับตั้งเมืองแห่งใหม่ การสำรวจพบว่าบริเวณแก่งสำโรงริมลำน้ำปาวเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม เนื่องจากมีแหล่งน้ำ พื้นที่เพาะปลูก และทรัพยากรที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้คน จึงเกิดการเคลื่อนย้ายชุมชนมาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้และเริ่มพัฒนาระบบความเชื่อรวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งบ้านเมือง
 
ลำน้ำปาวมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์กาฬสินธุ์ เพราะเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตรและการตั้งชุมชนมาอย่างยาวนาน การมีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ทำให้ผู้คนสามารถเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งตั้งถิ่นฐานหลายแห่งเข้าด้วยกัน ชุมชนบริเวณแก่งสำโรงจึงพัฒนาขึ้นบนรากฐานของสภาพภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมและมีความอุดมสมบูรณ์สำหรับสังคมเกษตรกรรม
 
ใน พ.ศ. 2336 ท้าวโสมพะมิตรนำเครื่องบรรณาการซึ่งเป็นกาน้ำสัมฤทธิ์เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเพื่อขอพระราชทานยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่าเมืองกาฬสินธุ์ และแต่งตั้งท้าวโสมพะมิตรเป็นพระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองคนแรก เหตุการณ์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดตั้งเมืองกาฬสินธุ์ในระบบการปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 
ชื่อกาฬสินธุ์มีความสัมพันธ์กับคำที่ใช้เรียกสายน้ำและความหมายของภูมิประเทศ โดยคำว่า “กาฬ” หมายถึงสีดำ ส่วน “สินธุ์” หมายถึงสายน้ำ รวมความหมายในเชิงชื่อเมืองได้ว่าเมืองแห่งสายน้ำสีดำ ชื่อดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของสายน้ำและสภาพแวดล้อมต่อการก่อรูปชุมชน ขณะเดียวกันเครื่องบรรณาการกาน้ำสัมฤทธิ์ยังเป็นสิ่งสำคัญในประวัติการขอพระราชทานตั้งเมืองที่ประชาชนกล่าวถึงสืบต่อกันมา
 
การตั้งเมืองกาฬสินธุ์ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ทางการปกครอง แต่เป็นกระบวนการสร้างชุมชนใหม่ที่มีความสัมพันธ์กับการจัดระเบียบสังคม ความเชื่อ และความมั่นคงของผู้คน การสร้างสถานที่สำหรับเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้คนจากกลุ่มครอบครัวต่าง ๆ มีจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจร่วมกัน และมีสถานที่แสดงความเคารพต่อผู้คุ้มครองบ้านเมืองตามขนบของตน
 
ประวัติหลักเมืองกาฬสินธุ์มีความเกี่ยวข้องกับช่วงก่อนการสถาปนาเมืองอย่างเป็นทางการ โดยเรื่องราวจากพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์กล่าวถึงการมีหลักเมืองตั้งแต่ พ.ศ. 2335 ก่อนการได้รับพระราชทานนามเมืองใน พ.ศ. 2336 หลักเมืองเดิมมีความสัมพันธ์กับพื้นที่กุดน้ำกินริมลำน้ำปาว ก่อนมีการย้ายสถานที่เนื่องจากปัญหาการกัดเซาะตลิ่งซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของบริเวณเดิม
 
การย้ายหลักเมืองจากพื้นที่ริมน้ำเข้าสู่บริเวณเมืองในเวลาต่อมาสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศและการขยายตัวของชุมชน พื้นที่ริมน้ำมีความเหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน แต่ก็มีความเสี่ยงจากน้ำหลากและการกัดเซาะ เมื่อชุมชนต้องการรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำของเมือง จึงมีการเคลื่อนย้ายองค์ประกอบสำคัญมาเก็บรักษาในทำเลที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
 
หลักเมืองเดิมมีลักษณะเป็นเสาไม้ประดู่ทรงสี่เหลี่ยม โดยมีขนาดหน้ากว้างประมาณ 8 นิ้ว หนาประมาณ 7 นิ้ว และสูงประมาณ 1 ศอกครึ่ง เสาได้รับผลกระทบจากการผุกร่อนจนเหลือเนื้อไม้สมบูรณ์อยู่เพียงบางส่วน เรื่องราวดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุยาวนาน และอธิบายเหตุผลที่จังหวัดต้องดำเนินการพิจารณาบูรณะเสาหลักเมืองในยุคปัจจุบัน
 
รอบบริเวณเสาหลักเมืองเดิมมีเรื่องราวเกี่ยวกับก้อนหินจำนวน 12 ก้อนที่ได้รับการลงยันต์ตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคติพิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลและการคุ้มครองบ้านเมือง การจัดวางสิ่งประกอบพิธีในพื้นที่หลักเมืองแสดงให้เห็นการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นกับพิธีกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากระบบความเชื่อโบราณของไทย
 
สถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์ได้รับการพัฒนาและบูรณะหลายช่วงเวลา จนเกิดรูปแบบอาคารทรงจตุรมุขที่เห็นในปัจจุบัน การบูรณะครั้งสำคัญก่อนหน้าเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 ทำให้อาคารมีรูปแบบที่เหมาะสมกับการเป็นสถานที่สักการะและการจัดกิจกรรมสำคัญของชุมชน การสร้างอาคารหลังคาทรงไทยช่วยปกป้ององค์ประกอบศักดิ์สิทธิ์ภายในและสร้างพื้นที่สำหรับรองรับประชาชนที่เดินทางมาแสดงความเคารพ
 
รูปแบบจตุรมุขของศาลมีความหมายทางสถาปัตยกรรมเพราะช่วยกำหนดพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นจุดสำคัญของอาคาร ขณะที่มุขและหลังคาที่แผ่ออกในหลายทิศทางทำให้อาคารมีความสมดุลในภาพรวม เครื่องตกแต่งหน้าบันสีแดงทองช่วยเน้นความสง่างามของสถานที่และแสดงถึงการนำศิลปกรรมไทยมาประยุกต์ใช้กับอาคารที่เกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่น
 
ยอดอาคารที่ตั้งอยู่กึ่งกลางหลังคามีลักษณะเรียวยาวและได้รับการตกแต่งให้โดดเด่นเหนืออาคารส่วนล่าง การใช้ยอดทรงสูงเป็นองค์ประกอบหลักสะท้อนขนบสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมเน้นแนวตั้งเพื่อแสดงถึงความสำคัญของสถานที่ ส่วนการตกแต่งลวดลายหน้าบันและเสาช่วยให้เกิดความต่อเนื่องระหว่างฐานอาคาร หลังคา และส่วนยอด
 
โคมประดับและป้ายชื่อศาลที่มีอักษรจีนเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมซึ่งสะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมในเขตเมืองกาฬสินธุ์ ชุมชนการค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้คนหลายกลุ่มเข้ามาประกอบอาชีพและตั้งถิ่นฐาน การผสมผสานลวดลายและภาษาบนองค์ประกอบอาคารจึงเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมที่พบได้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งของไทย
 
หนึ่งในองค์ประกอบที่มีคุณค่าทางโบราณคดีของศาลคือใบเสมาหินทรายโบราณที่มีภาพแกะสลักนูนต่ำเกี่ยวกับพุทธประวัติ ใบเสมานี้มีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางในพื้นที่อำเภอกมลาไสย ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ การนำใบเสมามาประดิษฐานในบริเวณศาลทำให้ศาลหลักเมืองไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องพิธีตั้งเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ยังเชื่อมโยงกับมรดกศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาจากยุคก่อนหน้า
 
ใบเสมาเป็นหลักฐานที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีทั้งรูปแบบที่เรียบง่ายและแบบที่แกะสลักภาพพุทธประวัติหรือชาดก การพบใบเสมาจำนวนมากในเมืองฟ้าแดดสงยางแสดงให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ต่อการรับและพัฒนาวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา การชมใบเสมาที่ศาลหลักเมืองจึงเป็นโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างโบราณวัตถุกับประวัติศาสตร์ทางศาสนาของจังหวัด
 
ศาลหลักเมืองเป็นศาสนสถานประเภทศาลสำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง มิใช่วัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงไม่มีเจ้าอาวาสเป็นผู้บริหารสถานที่ในลักษณะเดียวกับพระอาราม การประกอบพิธีกรรมที่ศาลมีความสัมพันธ์กับหน่วยงานจังหวัด เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ คณะกรรมการจัดกิจกรรม และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งร่วมกันจัดงานสักการะและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
 
ความศรัทธาที่ชาวกาฬสินธุ์มีต่อศาลหลักเมืองเกี่ยวข้องกับความปรารถนาให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น และการดำเนินชีวิตมีความเป็นสิริมงคล ผู้คนอาจเข้ามาสักการะในช่วงเริ่มต้นงานใหม่ ก่อนเดินทาง หรือเนื่องในโอกาสสำคัญของครอบครัว การแสดงความเคารพต่อหลักเมืองยังเป็นรูปแบบหนึ่งของการระลึกถึงผู้สร้างบ้านเมืองและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อถิ่นกำเนิด
 
เครื่องสักการะที่ปรากฏในบริเวณศาลประกอบด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และสิ่งของที่ใช้ตามธรรมเนียมของสถานที่ การถวายเครื่องบูชาเป็นการแสดงความเคารพตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่จัดไว้และความเหมาะสมของอาคารศักดิ์สิทธิ์ การรักษาความสะอาดและไม่สัมผัสวัตถุเก่าแก่โดยไม่จำเป็นเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสถานที่ซึ่งมีคุณค่าทั้งทางจิตใจและประวัติศาสตร์
 
ประเพณีสำคัญที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์คือประเพณีบุญซำฮะ ซึ่งเป็นขนบของชุมชนอีสานที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญชำระสิ่งไม่ดีและการขอความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านเมือง คำว่า “ซำฮะ” มีความสัมพันธ์กับคำว่าชำระ หมายถึงการทำให้สะอาดบริสุทธิ์ตามคติความเชื่อ เมื่อถึงช่วงเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ชุมชนจึงร่วมกันประกอบพิธีเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของผู้คน
 
ประเพณีบุญซำฮะมีความสัมพันธ์กับฮีตสิบสองซึ่งเป็นระบบประเพณีบุญตามเดือนของสังคมอีสาน การทำบุญในแต่ละช่วงเวลามีความเกี่ยวข้องกับฤดูกาล การเพาะปลูก และความเชื่อเรื่องการคุ้มครองชุมชน บุญซำฮะในเดือน 7 จึงมีความหมายเชื่อมโยงกับการเตรียมจิตใจและการดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านก่อนเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสำคัญของสังคมเกษตรกรรม
 
การประกอบพิธีบุญซำฮะในเมืองกาฬสินธุ์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะศาลหลักเมือง แต่ยังเชื่อมโยงกับหอเจ้าบ้านและศาลบรรพชนอีกหลายแห่ง ได้แก่ ศาลปู่แฮ่ ศาลปู่หาญ ศาลปู่กุลาบุญโฮม ศาลปู่บุญตากุดโง้ง และศาลเจ้าโสมพะมิตร สถานที่เหล่านี้มีบทบาทในระบบความเชื่อของชุมชน ซึ่งให้ความเคารพต่อผู้คุ้มครองบ้านเมืองและบรรพชนที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
หอเจ้าบ้านเป็นศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับคติการสักการะมเหศักดิ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลชุมชน มีความสัมพันธ์กับประวัติการก่อตั้งเมืองในสมัยท้าวโสมพะมิตร เดิมหอเจ้าบ้านมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับพื้นที่ริมลำน้ำปาวและการย้ายสถานที่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตลิ่ง ก่อนพัฒนามาเป็นศาสนสถานที่ชาวเมืองยังคงให้ความเคารพ การศึกษาหอเจ้าบ้านร่วมกับศาลหลักเมืองทำให้เห็นว่าความเชื่อเรื่องการคุ้มครองชุมชนมีองค์ประกอบมากกว่าการตั้งเสาหลักเมืองเพียงอย่างเดียว
 
ศาลเจ้าโสมพะมิตรเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงท้าวโสมพะมิตร ผู้เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ การมีศาลแห่งนี้ในเครือข่ายพิธีบุญซำฮะสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งเมืองกับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ประชาชนจึงมีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านเมืองควบคู่กับการเข้าร่วมประเพณีที่สืบทอดกันมา
 
ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์บริเวณศาลหลักเมือง โดยมีพระเมธีวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดกลาง พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐร่วมประกอบพิธีในฝ่ายฆราวาส กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญซำฮะซึ่งมีการจัดพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นของจังหวัด
 
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มีการทำบุญตักบาตรและพิธีบวงสรวงต่อเนื่องในงานประเพณีเดียวกัน โดยมีพระสงฆ์ หน่วยงานราชการ และประชาชนร่วมพิธี การจัดงานแสดงให้เห็นว่าศาลหลักเมืองยังเป็นสถานที่ที่ชุมชนใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทในการเชื่อมโยงพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนากับความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง
 
พิธีบุญซำฮะมีความสำคัญต่อสังคมกาฬสินธุ์เพราะเป็นโอกาสที่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพชน การรวมตัวของผู้คนไม่ได้มีความหมายเฉพาะในด้านพิธีกรรม แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ภายในชุมชนและสืบทอดความทรงจำเกี่ยวกับประวัติเมืองกาฬสินธุ์จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
 
ใน พ.ศ. 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มดำเนินงานเพื่อบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองครั้งสำคัญ เนื่องจากอาคารที่ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ครั้งก่อนเมื่อ พ.ศ. 2543 มีสภาพเสื่อมโทรมตามกาลเวลา โครงการใหม่มีความเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงหลังคา ฝ้าเพดาน พื้น ผิวอาคาร ระบบแสงสว่าง และภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อให้สถานที่มีความสง่างามและเหมาะสมกับการประกอบพิธีกรรมต่อไป
 
การบูรณะในครั้งนี้มีความสำคัญอีกด้านหนึ่งคือการจัดสร้างเสาหลักเมืองใหม่ทดแทนเสาเดิมที่ชำรุด โดยจังหวัดได้ร่วมกับหน่วยงานและประชาชนพิจารณาคัดเลือกไม้มงคลสำหรับใช้ในพิธีสร้างหลักเมือง การดำเนินงานมีความเกี่ยวข้องกับขนบโบราณเรื่องการพลีกรรมตัดไม้และการกำหนดฤกษ์เพื่อประกอบพิธีให้เหมาะสมกับความสำคัญของเสาหลักเมือง
 
วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์จัดพิธีพลีกรรมตัดไม้ราชพฤกษ์เพื่อใช้ในการสร้างเสาหลักเมืองต้นใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฝ่ายฆราวาสและพระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับความหมายของไม้มงคลและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ และประชาชน
 
ไม้ราชพฤกษ์มีความสำคัญในวัฒนธรรมไทยจากความหมายที่สัมพันธ์กับความเป็นสิริมงคลและบทบาทของต้นราชพฤกษ์ในฐานะดอกไม้ประจำชาติ การเลือกใช้ไม้ชนิดนี้สำหรับเสาหลักเมืองใหม่จึงเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของชุมชน ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าขั้นตอนการสร้างเสาหลักเมืองมีความสัมพันธ์กับความหมายทางพิธีกรรมมากกว่าการเลือกวัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียว
 
จังหวัดกาฬสินธุ์กำหนดเป้าหมายจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองหลังการบูรณะใน พ.ศ. 2570 ซึ่งสอดคล้องกับวาระครบรอบการตั้งเมืองกาฬสินธุ์ 234 ปี การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวทำให้โครงการบูรณะมีความหมายเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เมืองโดยตรง และเป็นโอกาสที่ประชาชนจะร่วมกันรำลึกถึงการตั้งเมืองและการสืบทอดความศรัทธาที่มีต่อศาลหลักเมืองมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 
การพัฒนาอาคารและจัดสร้างหลักเมืองใหม่ไม่ใช่การเริ่มต้นความเชื่อครั้งใหม่ แต่เป็นการอนุรักษ์สถานที่ซึ่งมีประวัติการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน การรักษารูปแบบอาคารดั้งเดิมควบคู่กับการปรับปรุงส่วนที่เสื่อมสภาพสะท้อนแนวคิดการดูแลมรดกวัฒนธรรมให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันและอนาคต
 
ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและประวัติศาสตร์หลายแห่งในตัวเมือง โดยเฉพาะวัดกลาง พระอารามหลวง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนโสมพะมิตรและเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัด ภายในประดิษฐานหลวงพ่อองค์ดำ หรือพระพุทธสัมฤทธิ์นิรโรคันตราย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกาฬสินธุ์เคารพนับถืออย่างสูง
 
หลวงพ่อองค์ดำเป็นพระพุทธรูปสำริดที่มีประวัติความสัมพันธ์กับเมืองกาฬสินธุ์มาตั้งแต่ยุคแรกของการตั้งชุมชน พระพุทธรูปองค์นี้มีความสำคัญในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การสักการะหลวงพ่อองค์ดำที่วัดกลางร่วมกับการสักการะศาลหลักเมืองจึงทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างคติการเคารพพระพุทธรูปกับคติการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองในพื้นที่เดียวกัน
 
วัดกลาง พระอารามหลวงมีพระอุโบสถทรงไทยและงานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ภายในยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่ทำด้วยศิลาแลง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของวัด การศึกษาศิลปกรรมภายในวัดช่วยขยายความเข้าใจจากใบเสมาหินทรายที่ศาลหลักเมืองไปสู่มรดกพระพุทธศาสนาของชุมชนเมืองกาฬสินธุ์
 
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งในตัวเมืองกาฬสินธุ์ สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท้าวโสมพะมิตร ผู้ก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์และเจ้าเมืองคนแรก อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อสำริดขนาดเท่าคนจริง โดยมีมือขวาถือกาน้ำและมือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ แสดงถึงเรื่องราวการเข้าเฝ้าถวายเครื่องบรรณาการและสถานะของเจ้าเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 
รูปหล่อพระยาชัยสุนทรจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2524 และกลายเป็นสถานที่ที่ประชาชนเข้ามาสักการะเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้งเมือง การเดินทางไปอนุสาวรีย์ร่วมกับศาลหลักเมืองช่วยให้เข้าใจประวัติเมืองกาฬสินธุ์อย่างมีลำดับ ตั้งแต่การค้นหาทำเลตั้งถิ่นฐานและการสถาปนาเมือง จนถึงการรักษาความทรงจำเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในสังคมปัจจุบัน
 
พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชน ตั้งอยู่ภายในอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าบริเวณถนนสุรินทร์ ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของเมือง ประเพณี และมรดกท้องถิ่น จึงเป็นสถานที่ที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวการก่อตั้งเมืองและศาลหลักเมืองกับบริบททางวัฒนธรรมของจังหวัดได้อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น
 
วัดใต้โพธิ์ค้ำเป็นศาสนสถานอีกแห่งในตัวเมืองกาฬสินธุ์ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชุมชนเก่าและวิถีชีวิตทางพระพุทธศาสนา ภายในมีพื้นที่สงบและต้นไม้ใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัด วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับการเรียนรู้บทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและพื้นที่พักผ่อนทางจิตใจของประชาชนในเขตเมือง
 
ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตั้งอยู่ในตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นสถานที่ที่ประชาชนเดินทางไปสักการะและปฏิบัติธรรม ภายในมีพื้นที่ทางศาสนาขนาดใหญ่และอาคารสำหรับรองรับผู้มาเยือน การเชื่อมโยงศาลหลักเมืองกับธรรมอุทยานช่วยให้เห็นความหลากหลายของศาสนสถานในอำเภอเมือง ทั้งสถานที่เคารพหลักเมือง พระอารามหลวง และสถานที่ปฏิบัติธรรมร่วมสมัย
 
เขื่อนลำปาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีบทบาทในการกักเก็บน้ำเพื่อการชลประทานและกิจกรรมของชุมชนโดยรอบ พื้นที่บริเวณเขื่อนมีทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำและภูมิทัศน์เปิดโล่งที่แตกต่างจากเขตเมือง การเที่ยวชมเขื่อนจึงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ของชุมชนกาฬสินธุ์กับระบบลำน้ำปาวในยุคปัจจุบัน
 
เมืองโบราณฟ้าแดดสงยางเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญในอำเภอกมลาไสย มีร่องรอยคูเมือง คันดิน และศาสนสถานจากวัฒนธรรมทวารวดี โดยเฉพาะกลุ่มใบเสมาหินทรายที่มีภาพแกะสลักเกี่ยวกับพุทธประวัติและชาดก การเดินทางจากศาลหลักเมืองไปศึกษาเมืองโบราณแห่งนี้ช่วยให้เห็นภูมิหลังทางศิลปกรรมของใบเสมาที่ประดิษฐานอยู่บริเวณศาลได้อย่างชัดเจนขึ้น
 
พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์โบราณสำคัญในพื้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมทวารวดีและเป็นสถานที่ที่ประชาชนสักการะอย่างต่อเนื่อง ตัวพระธาตุมีคุณค่าทางโบราณคดีและเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมวัฒนธรรมในพื้นที่ การเชื่อมโยงศาลหลักเมืองกับพระธาตุยาคูช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มีมรดกความเชื่อจากหลายยุคสมัย ทั้งสมัยทวารวดีและสมัยรัตนโกสินทร์
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธรในอำเภอสหัสขันธ์เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญระดับประเทศ มีนิทรรศการเกี่ยวกับไดโนเสาร์และการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ที่พบในบริเวณภูคุ้มข้าว การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ช่วยเพิ่มมิติการเรียนรู้ด้านธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ให้แก่การท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีทั้งมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรณีวิทยา
 
พุทธสถานภูสิงห์ตั้งอยู่ในอำเภอสหัสขันธ์ เป็นศาสนสถานบนภูเขาที่มีพระพุทธรูปและจุดชมวิวทิวทัศน์ของพื้นที่ใกล้เขื่อนลำปาว การเดินทางขึ้นสู่พุทธสถานทำให้เห็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นพื้นที่เนินเขาและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งแตกต่างจากบริเวณศาลหลักเมืองในเขตตัวเมือง
 
วัฒนธรรมอาหารของจังหวัดกาฬสินธุ์มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตอีสานและการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น อาหารประเภทลาบ ก้อย ส้มตำ ไก่ย่าง และอาหารพื้นบ้านที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในตัวเมืองยังมีร้านอาหารไทย ร้านก๋วยเตี๋ยว อาหารเวียดนาม และอาหารร่วมสมัย ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของชุมชนและการปรับตัวของเมืองในปัจจุบัน
 
บริเวณใกล้ศาลหลักเมืองมีร้านอาหารอีสานและร้านจำหน่ายของฝากที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น เช่น ร้านลาบ ก้อย พ่อใหญ่เติ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยแก่งสำโรงด้านหลังศาล และร้านยายนันของฝากกาฬสินธุ์ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมือง ทั้งหม่ำ ไส้กรอกอีสาน และอาหารแปรรูป การมีร้านค้าเหล่านี้ใกล้ศาลสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กับเศรษฐกิจชุมชนที่ยังดำเนินอยู่
 
ร้านบ้านเฝอบนถนนชัยสุนทรเป็นร้านอาหารที่นำเสนออาหารเวียดนามและอาหารประเภทเส้น โดยมีเฝอและอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหารลุ่มน้ำโขง ร้านลักษณะนี้สะท้อนความหลากหลายทางอาหารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับชุมชนต่าง ๆ ในภูมิภาค
 
ร้านขาหมูภูผาบนถนนอนรรฆนาคเป็นร้านอาหารจานเดียวในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ส่วนร้านโคอิชิบนถนนประชาสามัคคีเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ขณะที่ร้านคาลาสิโนบนถนนอนรรฆนาคมีอาหารประเภทพิซซ่า พาสต้า และเบเกอรี การมีร้านอาหารรูปแบบหลากหลายช่วยรองรับผู้คนที่เดินทางเข้ามาในเมืองทั้งเพื่อทำงาน ท่องเที่ยว และประกอบธุรกิจ
 
ที่พักในตัวเมืองกาฬสินธุ์มีทั้งโรงแรมขนาดเล็ก โรงแรมสมัยใหม่ และที่พักแนวบูติก โดยโรงแรมร่มไทรทองตั้งอยู่บนถนนภิรมย์ โรงแรมดิโน่ สตูดิโอตั้งอยู่บนถนนชัยสุนทร โรงแรมเดอะมูนตั้งอยู่บนถนนอนรรฆนาค และโรงแรมสุภัคตั้งอยู่บนถนนเสน่หา ที่พักเหล่านี้อยู่ในเขตอำเภอเมืองซึ่งเชื่อมต่อกับย่านศาลหลักเมืองและสถานที่สำคัญอื่นได้
 
นอกจากนี้ยังมีโรงแรมฟาริซา การ์เด้นบนถนนเลี่ยงเมืองทุ่งมนและที่พักร่มลภัส บูติก วิลลาในตำบลหลุบ ซึ่งมีรูปแบบและบรรยากาศแตกต่างจากโรงแรมกลางเมือง การพักค้างคืนในกาฬสินธุ์ช่วยให้สามารถแบ่งเวลาเที่ยวชมศาลหลักเมือง วัดกลาง พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ และสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภออื่นได้อย่างเหมาะสม
 
การเดินทางเข้ามายังศาลหลักเมืองสามารถใช้ถนนหลักของเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ แล้วมุ่งหน้าไปยังสี่แยกถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ระบบแผนที่ระบุตำแหน่งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาฬสินธุ์ ส่วนผู้เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถเข้าสู่ตัวเมืองและต่อรถรับจ้างท้องถิ่นมายังศาลได้
 
สำหรับการเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง สามารถใช้เครือข่ายทางหลวงเชื่อมกาฬสินธุ์กับขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลเมือง การมีถนนสายหลักเชื่อมต่อกันทำให้กาฬสินธุ์เป็นเมืองที่สามารถใช้เป็นศูนย์กลางของการเดินทางเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติในพื้นที่อีสานตอนกลางได้
 
ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะเรื่องราวของศาลเชื่อมโยงตั้งแต่การอพยพและตั้งชุมชนของท้าวโสมพะมิตร การสถาปนาเมืองใน พ.ศ. 2336 การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งหลักเมือง การบูรณะอาคารเมื่อ พ.ศ. 2543 ไปจนถึงโครงการปรับปรุงและจัดสร้างเสาหลักเมืองใหม่ใน พ.ศ. 2569
 
บทบาทของศาลยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ ภาคเอกชน และประชาชน โดยเฉพาะการจัดงานบุญซำฮะที่เชื่อมโยงศาลหลักเมืองกับหอเจ้าบ้านและศาลบรรพชนหลายแห่ง การร่วมมือกันประกอบพิธีกรรมทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับบุคคลสำคัญและความเชื่อท้องถิ่นยังคงมีพื้นที่ในสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
 
ความแตกต่างของศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์จากศาลหลักเมืองหลายจังหวัดอยู่ที่การมีใบเสมาหินทรายโบราณศิลปะทวารวดีประดิษฐานอยู่ร่วมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง การมีองค์ประกอบจากประวัติศาสตร์ต่างยุคสมัยในพื้นที่เดียวกันช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาโบราณกับประเพณีท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์
 
การบูรณะศาลหลักเมืองในยุคปัจจุบันมีความหมายต่อการรักษาความต่อเนื่องทางวัฒนธรรม เพราะสถานที่ยังได้รับการใช้ประกอบพิธีกรรมและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชน การรักษาความงามของอาคารและการสร้างเสาหลักเมืองใหม่จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามส่งต่อมรดกทางประวัติศาสตร์และจิตใจให้แก่คนรุ่นหลัง
 
ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้สนใจศึกษาประวัติการก่อตั้งเมืองและวัฒนธรรมอีสาน เนื่องจากสามารถเชื่อมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ากับสถานที่จริงได้โดยตรง จากศาลหลักเมืองสามารถเดินทางไปยังอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร วัดกลาง และพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อศึกษาบทบาทของผู้ก่อตั้งเมือง พระพุทธศาสนา และวิถีชีวิตของชุมชนในบริบทที่สัมพันธ์กัน
 
ผู้ที่สนใจมรดกทางโบราณคดีสามารถเชื่อมต่อการเดินทางจากศาลหลักเมืองไปยังเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู ซึ่งมีหลักฐานทางศิลปกรรมที่เก่าแก่กว่าสมัยการก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ในปัจจุบันหลายศตวรรษ การเดินทางลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจว่าประวัติศาสตร์ของจังหวัดไม่ได้เริ่มต้นจากปีสถาปนาเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ยาวนานกว่านั้น
 
ส่วนผู้ที่สนใจภูมิประเทศและธรรมชาติสามารถใช้ตัวเมืองเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังเขื่อนลำปาว พุทธสถานภูสิงห์ และพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งแสดงความหลากหลายของจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้งในด้านทรัพยากรน้ำ ภูมิทัศน์ และแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา
 
การเดินทาง ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 ผู้เดินทางด้วยรถยนต์สามารถเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และใช้ถนนกาฬสินธุ์มุ่งหน้าสู่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งตั้งอยู่ภายในย่านเมืองเก่า ส่วนผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นเดินทางต่อจากสถานีขนส่งภายในเมืองได้
 
ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นสถานที่ที่สะท้อนความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ชุมชนลุ่มน้ำปาว ตั้งแต่การอพยพของผู้คนและการตั้งเมืองโดยท้าวโสมพะมิตร ไปจนถึงการพัฒนาศาสนสถานและการอนุรักษ์ความเชื่อในสมัยปัจจุบัน อาคารทรงจตุรมุข เสาหลักเมืองเก่าแก่ ใบเสมาหินทรายโบราณ และประเพณีบุญซำฮะทำให้ศาลเป็นศูนย์รวมเรื่องราวหลายยุคสมัยไว้ภายในสถานที่เดียว
 
ความสำคัญของศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์จึงไม่ได้อยู่ที่ความงดงามของสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความผูกพันของประชาชนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองและความร่วมมือในการรักษามรดกวัฒนธรรมของตน การศึกษาศาลร่วมกับวัดกลาง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร และสถานที่ประวัติศาสตร์ใกล้เคียงช่วยให้เห็นกาฬสินธุ์ในฐานะเมืองที่มีทั้งความศรัทธา ประวัติศาสตร์ และรากฐานทางวัฒนธรรมอีสานอันยาวนาน
 
ชื่อสถานที่ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาฬสินธุ์
ที่อยู่บริเวณถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
ประเภทสถานที่ศาลหลักเมือง ศาสนสถานประจำเมือง และแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ความสำคัญศูนย์รวมความศรัทธาของชาวกาฬสินธุ์และสถานที่ประกอบพิธีบุญซำฮะของเมือง
ประวัติเมืองสถาปนาเมืองกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2336 ในรัชกาลที่ 1 โดยท้าวโสมพะมิตร ซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาชัยสุนทร
ประวัติหลักเมืองพงศาวดารเมืองกล่าวถึงหลักเมืองตั้งแต่ พ.ศ. 2335 ก่อนการตั้งเมืองอย่างเป็นทางการ และมีประวัติย้ายจากพื้นที่กุดน้ำกินริมลำน้ำปาวหลังเกิดปัญหาตลิ่งกัดเซาะ
เสาหลักเมืองเดิมไม้ประดู่ทรงสี่เหลี่ยม มีประวัติการผุกร่อนและได้รับการรักษาไว้ในฐานะวัตถุสำคัญของชุมชน
สิ่งสำคัญด้านโบราณคดีใบเสมาหินทรายศิลปะทวารวดี แกะสลักภาพนูนต่ำเกี่ยวกับพุทธประวัติ จากเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง
สถาปัตยกรรมอาคารทรงจตุรมุข หลังคากระเบื้องสีส้มแดง หน้าบันประดับลวดลายไทยสีแดงทอง และยอดประดับทรงสูง
ส่วนสำคัญภายในและบริเวณศาล1. อาคารศาลหลักเมืองทรงจตุรมุข
2. บริเวณเสาหลักเมือง
3. ใบเสมาหินทรายโบราณ
4. จุดถวายเครื่องสักการะ
5. ลานด้านหน้าและพื้นที่ประกอบพิธี
6. ทางเข้าบริเวณแยกถนนกาฬสินธุ์และถนนแก่งสำโรง
การบูรณะบูรณะครั้งสำคัญ พ.ศ. 2543 และเริ่มโครงการบูรณะครั้งใหญ่พร้อมจัดสร้างเสาหลักเมืองใหม่ใน พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายจัดงานสมโภช พ.ศ. 2570
ประเพณีสำคัญงานบวงสรวงศาลหลักเมืองและประเพณีบุญซำฮะในเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยปี พ.ศ. 2569 จัดพิธีวันที่ 10–11 มิถุนายน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจังหวัดกาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ สมาคมพ่อค้าจังหวัดกาฬสินธุ์ และหน่วยงานร่วมจัดงานประเพณีและโครงการบูรณะ
วันเปิดทำการทุกวัน ตามกำหนดเวลาเข้าชมที่เผยแพร่
เวลาเปิดทำการ06.00 – 17.00 น. ตามรายการสถานที่
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป
การเดินทางเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ แล้วเดินทางไปยังบริเวณสี่แยกถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองและพื้นที่ต่อเนื่อง1. วัดกลาง พระอารามหลวง ถนนโสมพะมิตร
2. อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เขตเมืองกาฬสินธุ์
3. หอเจ้าบ้านกาฬสินธุ์ เขตเมืองกาฬสินธุ์
4. พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ถนนสุรินทร์
5. วัดใต้โพธิ์ค้ำ เขตเมืองกาฬสินธุ์
6. ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตำบลเชียงเครือ
7. เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
8. เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง อำเภอกมลาไสย
9. พระธาตุยาคู อำเภอกมลาไสย
10. พิพิธภัณฑ์สิรินธร อำเภอสหัสขันธ์ โทร. 081-8462371
ร้านอาหารในเมืองกาฬสินธุ์1. ร้านลาบ ก้อย พ่อใหญ่เติ่ง ซอยแก่งสำโรง โทร. 098-4919649
2. ร้านยายนันของฝากกาฬสินธุ์ ข้างศาลหลักเมือง โทร. 098-4919649
3. ร้านบ้านเฝอ ถนนชัยสุนทร โทร. 093-9231954
4. ร้านขาหมูภูผา ถนนอนรรฆนาค โทร. 064-5458655
5. ร้านโคอิชิ ถนนประชาสามัคคี โทร. 092-2469365
6. ร้านคาลาสิโน ถนนอนรรฆนาค โทร. 063-4689040
ที่พักในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์1. โรงแรมร่มไทรทอง ถนนภิรมย์ โทร. 099-3322002
2. โรงแรมดิโน่ สตูดิโอ ถนนชัยสุนทร โทร. 095-6634517
3. โรงแรมเดอะมูน กาฬสินธุ์ ถนนอนรรฆนาค โทร. 099-4624655
4. โรงแรมสุภัค ถนนเสน่หา โทร. 043-811595
5. โรงแรมฟาริซา การ์เด้น ถนนเลี่ยงเมืองทุ่งมน โทร. 088-5632044
6. ร่มลภัส บูติก วิลลา ตำบลหลุบ โทร. 095-2654289
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนกาฬสินธุ์ตัดกับถนนแก่งสำโรง ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
 
ถาม: ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์เปิดเวลาใด?
ตอบ: รายการสถานที่เผยแพร่เวลาเข้าชมทุกวัน 06.00–17.00 น. โดยใน พ.ศ. 2569 มีโครงการบูรณะศาลครั้งใหญ่ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงพื้นที่บางส่วน
 
ถาม: ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป ส่วนดอกไม้และเครื่องสักการะเป็นไปตามความสมัครใจ
 
ถาม: ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีประวัติเกี่ยวข้องกับใคร?
ตอบ: มีความสัมพันธ์กับท้าวโสมพะมิตรหรือพระยาชัยสุนทร ผู้ก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์และได้รับพระราชทานตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกเมื่อ พ.ศ. 2336
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีเสาหลักเมืองเก่าแก่และใบเสมาหินทรายศิลปะทวารวดีซึ่งมีภาพแกะสลักนูนต่ำเกี่ยวกับพุทธประวัติ โดยใบเสมามีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง
 
ถาม: ประเพณีสำคัญของศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์คืออะไร?
ตอบ: คือประเพณีบุญซำฮะ ซึ่งมีการทำบุญและบวงสรวงศาลหลักเมือง หอเจ้าบ้าน และศาลบรรพชนของชุมชน โดยใน พ.ศ. 2569 จัดกิจกรรมวันที่ 10–11 มิถุนายน
 
ถาม: ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์มีการบูรณะเมื่อใด?
ตอบ: มีการบูรณะครั้งสำคัญใน พ.ศ. 2543 และเริ่มโครงการบูรณะครั้งใหญ่พร้อมจัดสร้างเสาหลักเมืองใหม่ใน พ.ศ. 2569 โดยตั้งเป้าจัดงานสมโภชใน พ.ศ. 2570
 
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใกล้ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์อะไรบ้าง?
ตอบ: มีวัดกลาง พระอารามหลวง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร หอเจ้าบ้านกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ และวัดใต้โพธิ์ค้ำ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางต่อไปยังเขื่อนลำปาวและเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)