หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.โนนดินแดง >ต.โนนดินแดง > สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง
TL;DR: สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง.

บุรีรัมย์

สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง

สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง

สถานะการดำเนินงาน: เปิดดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร
การเข้าศึกษาดูงาน: ติดต่อประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวงล่วงหน้า
 
สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสถานีวิจัยและพัฒนาการเกษตรลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ตั้งอยู่ในอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ มีความสำคัญในฐานะสถานีต้นแบบแห่งแรกที่นำแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงตามแบบโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมุ่งเน้นการวิจัยพืชเศรษฐกิจ การพัฒนาอาชีพเกษตรกร การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
 
สถานีวิจัยแห่งนี้มีความโดดเด่นแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรทั่วไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ดำเนินงานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์การพัฒนาชนบทตามพระราชดำริเข้ากับวิทยาศาสตร์การเกษตรสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยีในโรงเรือน การปรับปรุงคุณภาพดิน การพัฒนาแหล่งน้ำ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรในพื้นที่เดียวกัน จุดมุ่งหมายสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตพืชให้ได้ผลผลิตสูง แต่ยังครอบคลุมการเพิ่มมูลค่าผลผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างระบบการเกษตรที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของบุรีรัมย์
 
ความเป็นมาของสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงเริ่มต้นจากปัญหาความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงปลายทศวรรษ 2520 ซึ่งขณะนั้นพื้นที่อำเภอละหานทรายและบริเวณใกล้เคียงประสบปัญหาทั้งด้านความมั่นคง การประกอบอาชีพ การขาดแคลนแหล่งน้ำ และข้อจำกัดในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ ทำให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก
 
ในช่วง พ.ศ. 2521–2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับทราบความเดือดร้อนของราษฎรและมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและประกอบอาชีพเกษตรกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิต ภายใต้โครงการพัฒนาตามพระราชดำริอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาพื้นที่โนนดินแดงในเวลาต่อมา
 
แนวพระราชดำริในช่วงดังกล่าวให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง เพื่อสร้างรูปแบบชุมชนที่มีความมั่นคง สามารถประกอบอาชีพได้ และมีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพียงพอต่อการดำรงชีวิต การพัฒนาแหล่งน้ำจึงไม่ใช่เพียงการสร้างอ่างเก็บน้ำหรือระบบชลประทานเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบทและสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน
 
ต่อมามีพระราชดำริให้ก่อสร้างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 อำเภอละหานทราย โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2524 เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรและสร้างโอกาสการจ้างงานแก่ประชาชนในพื้นที่ โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงการผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรกับกระบวนการแปรรูป ช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายผลผลิต และเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพยากรที่ผลิตขึ้นภายในชุมชน
 
การจัดตั้งโรงงานหลวงสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ไม่ได้มุ่งส่งเสริมการเพาะปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เกษตรกรเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานทำหน้าที่แปรรูปผลิตภัณฑ์ และผลผลิตที่ผ่านกระบวนการเพิ่มมูลค่าสามารถเข้าสู่ตลาดได้ในรูปแบบที่หลากหลาย แนวทางดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในพื้นที่ชนบท
 
เดิมพื้นที่ตั้งโรงงานหลวงอยู่ในเขตอำเภอละหานทราย ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง โดยโนนดินแดงได้รับการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอในปี พ.ศ. 2539 และยกฐานะเป็นอำเภอโนนดินแดงในปี พ.ศ. 2540 ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีหน่วยงานการปกครองของตนเองและมีบทบาทในการบริหารจัดการการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2540 ส่งผลให้ต้องปรับลดค่าใช้จ่ายและยุติการดำเนินกิจการในปี พ.ศ. 2543 ภายหลังการปิดโรงงาน พื้นที่บางส่วนขาดการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องและเกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ดิน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อรักษาทรัพยากรและเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้
 
ในปี พ.ศ. 2546 มูลนิธิโครงการหลวงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการจัดการพื้นที่และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยนำแนวคิดวิสาหกิจชุมชนมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การดำเนินงานดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชน และต่อมาได้จดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป อำเภอโนนดินแดง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
 
การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนมีความสำคัญต่อพื้นที่โนนดินแดง เพราะเป็นกระบวนการส่งเสริมให้ประชาชนรวมกลุ่มกันจัดการการผลิต การแปรรูป และการประกอบอาชีพโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน การทำงานร่วมกันของเกษตรกรและหน่วยงานสนับสนุนช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับการพัฒนาเกษตรกรรมและเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
 
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงตามแบบโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้ในบริบทของพื้นที่ราบสูง เป็นการขยายองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชนจากพื้นที่ดำเนินงานเดิมในภาคเหนือมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ชื่อว่า สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง
 
การจัดตั้งสถานีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 จึงนับเป็นเหตุการณ์สำคัญของมูลนิธิโครงการหลวง เพราะเป็นสถานีลำดับที่ 40 และเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งแรกในการนำแนวทางการพัฒนาแบบโครงการหลวงไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ราบสูง ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ระบบเกษตรกรรม และข้อจำกัดทางทรัพยากรแตกต่างจากพื้นที่สูงในภาคเหนือ
 
ความสำคัญของการขยายงานครั้งนี้อยู่ที่การนำองค์ความรู้เดิมมาปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง มากกว่าการนำรูปแบบการผลิตจากภูมิภาคหนึ่งมาใช้โดยตรง การเลือกชนิดพืช ระบบน้ำ วิธีการปลูก และเทคโนโลยีการผลิตต้องพิจารณาความเหมาะสมของดิน น้ำ อุณหภูมิ และความต้องการของตลาดร่วมกัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
พื้นที่อำเภอโนนดินแดงมีลักษณะเป็นที่ราบสูงสลับกับพื้นที่เนินลูกคลื่นและแนวภูเขา โดยมีเทือกเขาบรรทัดอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวมีผลต่อการกระจายตัวของแหล่งน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และรูปแบบการทำเกษตรกรรมของประชาชน บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของสถานีมีระดับความสูงประมาณ 208–233 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30 องศาเซลเซียส
 
หนึ่งในทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพื้นที่คือระบบแหล่งน้ำลำนางรอง ซึ่งเชื่อมโยงกับเขื่อนลำนางรองและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แหล่งน้ำเหล่านี้มีบทบาทต่อทั้งการเกษตร การอุปโภคบริโภค และความมั่นคงด้านน้ำของชุมชน การพัฒนาสถานีวิจัยจึงต้องดำเนินควบคู่กับการจัดการระบบน้ำและการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน
 
สถานีวิจัยมีพื้นที่ดำเนินงานภายใต้การอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจำนวน 3 แปลง รวม 94 ไร่ 75 ตารางวา ประกอบด้วยแปลงขนาด 7 ไร่ 3 งาน 27 ตารางวา แปลงขนาด 45 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา และแปลงขนาด 41 ไร่ 49 ตารางวา การจัดการพื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อการวิจัย การทดลอง การสาธิต และการส่งเสริมอาชีพอย่างเป็นระบบ
 
พื้นที่รับผิดชอบของสถานีเชื่อมโยงกับชุมชน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านป่าไม้สหกรณ์ บ้านคลองหิน บ้านคลองโป่ง และบ้านหนองเสม็ด ซึ่งแต่ละชุมชนมีความสัมพันธ์กับระบบเกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น การพัฒนาสถานีจึงมีความหมายมากกว่าการสร้างสถานที่วิจัยแห่งใหม่ เพราะเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนในหมู่บ้านโดยรอบ
 
การดำเนินงานด้านการเกษตรให้ความสำคัญกับการปลูกพืชมูลค่าสูงโดยใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ภายใต้ระบบการจัดการคุณภาพที่เหมาะสม ทั้งแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและระบบเกษตรอินทรีย์ เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนารูปแบบการผลิตที่ช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร ลดความสูญเสียจากข้อจำกัดด้านน้ำและดิน และสร้างทางเลือกให้กับชุมชนที่เคยพึ่งพาพืชเศรษฐกิจดั้งเดิมเป็นหลัก
 
พืชท้องถิ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบการเกษตรในพื้นที่ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และเสาวรส รวมถึงพืชที่สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น มัลเบอร์รีและกระเจี๊ยบแดง ขณะเดียวกันสถานีได้ดำเนินการทดสอบพืชชนิดใหม่และพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อศึกษาความเหมาะสมกับภูมิอากาศของพื้นที่ราบสูงจังหวัดบุรีรัมย์
 
กลุ่มพืชที่อยู่ในงานวิจัยและทดสอบประกอบด้วยมะเขือเทศโครงการหลวง มะเขือเทศเชอร์รีสีแดงและสีเหลือง เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น คะน้าฮ่องกง แบล็กเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะเดื่อฝรั่ง และกาแฟ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบพืชศักยภาพอื่น เช่น เสาวรส มะละกอ ฝรั่ง มานูก้า และกาแฟโรบัสต้า เพื่อประเมินการเจริญเติบโต ผลผลิต และความเหมาะสมในการขยายผลสู่เกษตรกร
 
การทดลองปลูกพืชเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ เพราะพืชแต่ละชนิดมีความต้องการด้านอุณหภูมิ ความชื้น น้ำ ธาตุอาหาร และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การศึกษาภายใต้สภาพพื้นที่จริงช่วยให้สามารถพัฒนาวิธีปลูกที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการเลือกชนิดพืชที่ไม่สอดคล้องกับภูมิอากาศ และสนับสนุนการตัดสินใจด้านการผลิตของเกษตรกร
 
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสถานีคือการทดสอบและสาธิตการปลูกพืชภายในโรงเรือน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการสภาพแวดล้อมและปัจจัยการผลิตได้อย่างเป็นระบบ การใช้โรงเรือนยังเอื้อต่อการศึกษาวิธีปลูกพืชคุณภาพ การบริหารจัดการน้ำและธาตุอาหาร และการติดตามผลผลิตในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมปัจจัยบางส่วน
 
การปลูกพืชภายในโรงเรือนด้วยวัสดุปลูกทดแทนดินเป็นอีกแนวทางที่สถานีนำมาใช้ในการพัฒนาการผลิต โดยเฉพาะพืชผักและไม้ผลที่ต้องการระบบจัดการคุณภาพอย่างใกล้ชิด วิธีการนี้ช่วยให้สามารถกำหนดการให้น้ำและธาตุอาหารได้เหมาะสมกับระยะการเจริญเติบโตของพืช และเป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาเทคโนโลยีการปลูกพืชภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร
 
ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของการผลิตพืชผักและไม้ผลคุณภาพภายในโรงเรือนและพื้นที่นอกโรงเรือน โดยมีพืชตัวอย่าง เช่น มะเขือเทศเชอร์รีและแตงกวาญี่ปุ่น พร้อมการทดลองพืชศักยภาพเพิ่มเติม การทดสอบดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดเลือกแนวทางการผลิตที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาอาชีพเกษตรกรและการขยายผลสู่ระบบการผลิตในพื้นที่
 
นอกจากการปลูกพืชในโรงเรือนแล้ว สถานียังดำเนินการเตรียมพื้นที่และพัฒนาแปลงสาธิตสำหรับการปลูกพืชนอกโรงเรือน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณบ้านคลองโป่ง การปลูกพืชกลางแจ้งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการวิจัย เนื่องจากเป็นการศึกษาความสามารถของพืชในการปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ รวมถึงการพิจารณาต้นทุนและความเหมาะสมต่อการนำไปใช้จริงในไร่นาของเกษตรกร
 
งานวิจัยของสถานีไม่ได้แยกออกจากการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ เพราะสภาพดินและน้ำมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ การปรับปรุงระบบสูบน้ำ การพัฒนาระบบประปาบาดาล และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกระจายน้ำ จึงเป็นงานสนับสนุนที่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง
 
การพัฒนาแหล่งน้ำยังเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ดิน สถานีมีการดำเนินงานปลูกหญ้าแฝกบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำจำนวน 150,000 ต้น ร่วมกับการปลูกไม้ผลและไผ่ซางหม่น เพื่อช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับการเกษตรในระยะยาว
 
หญ้าแฝกมีระบบรากที่เหมาะสำหรับการช่วยยึดดินและลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน จึงเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกหญ้าแฝกควบคู่กับไม้ยืนต้นและการจัดการแหล่งน้ำช่วยเสริมแนวทางการพัฒนาพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตทางการเกษตรและการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
 
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิโครงการหลวงรายงานความก้าวหน้าของแผนเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ตำบลลำนางรอง จำนวน 13 แห่ง โดยมีความก้าวหน้าโดยรวมร้อยละ 92.46 และมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนประชาชนกว่า 710 ครัวเรือน การพัฒนาระบบน้ำดังกล่าวมีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านการเกษตรและการใช้ทรัพยากรน้ำของชุมชนในเขตพื้นที่ดำเนินงาน
 
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานีวิจัยมีอาคารอำนวยการเป็นศูนย์กลางการบริหารงานและประสานกิจกรรมต่าง ๆ โดยอาคารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 แล้วเสร็จวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการในพิธีเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 อาคารมีพื้นที่ใช้สอย 505 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ปฏิบัติงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ห้องประชุม และพื้นที่ฝึกอบรมขนาดเล็ก
 
อาคารอำนวยการมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการประสานงานระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน รวมถึงรองรับกิจกรรมด้านการเรียนรู้และการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตร การมีอาคารและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสมช่วยให้การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สามารถดำเนินไปอย่างเป็นระบบมากขึ้น
 
พิธีเปิดอาคารอำนวยการเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 มีพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธาน โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นับเป็นเหตุการณ์สำคัญของการพัฒนาสถานีวิจัยในช่วงเริ่มต้นและสะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานที่มีบทบาทสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่
 
พื้นที่สำคัญของสถานีประกอบด้วยอาคารอำนวยการ พื้นที่แปลงทดลองและแปลงสาธิตการเกษตร โรงเรือนปลูกพืช พื้นที่เตรียมแปลงปลูกกลางแจ้ง และระบบสนับสนุนด้านน้ำและสาธารณูปโภค การจัดการพื้นที่เหล่านี้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ด้านการวิจัย การทดลอง และการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยการเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ดูแล
 
ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาชุมชนและการจัดการทรัพยากร ซึ่งเน้นความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ การใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบ และการพัฒนาที่สร้างความมั่นคงในระยะยาว แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับความเข้มแข็งของชุมชนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
 
บทบาทของสถานีต่อชุมชนครอบคลุมการพัฒนาอาชีพและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ เกษตรกรสามารถได้รับประโยชน์จากผลการศึกษาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะกับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดพืช การจัดการแปลงผลิต การควบคุมคุณภาพผลผลิต การอนุรักษ์ดินและน้ำ หรือการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด
 
การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกรยังเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะการรวมกลุ่มทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ วางแผนการผลิต และพัฒนาระบบจัดการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การต่อยอดแนวทางวิสาหกิจชุมชนจึงมีความสัมพันธ์กับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น
 
สำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาด้านเกษตรกรรม สถานีวิจัยโนนดินแดงมีความสำคัญในฐานะกรณีศึกษาของการนำองค์ความรู้จากการพัฒนาพื้นที่สูงมาปรับใช้ในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย โดยเฉพาะการพิจารณาข้อจำกัดด้านน้ำ ดิน และอุณหภูมิร่วมกับศักยภาพของพืชเศรษฐกิจ การเรียนรู้จากกระบวนการวิจัยและการทดลองสามารถช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์การเกษตร การพัฒนาชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
 
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 สถานีวิจัยยังคงดำเนินการพัฒนาพื้นที่และติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมคณะทำงานติดตามและขับเคลื่อนงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 พร้อมการเยี่ยมชมแปลงสาธิตไม้ผลทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการจัดการพื้นที่ทดลองและการขยายผลการพัฒนาด้านการเกษตร
 
สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงจึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงประวัติศาสตร์การพัฒนาตามพระราชดำริและด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรสมัยใหม่ การดำเนินงานของสถานีแสดงให้เห็นความต่อเนื่องตั้งแต่การพัฒนาแหล่งน้ำและโรงงานแปรรูปผลผลิตในอดีต ไปจนถึงการทดลองปลูกพืชมูลค่าสูงและการพัฒนาระบบเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน
 
การเดินทาง สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงตั้งอยู่ในเขตอำเภอโนนดินแดง ทางตอนใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยอำเภอโนนดินแดงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ประมาณ 93 กิโลเมตร การเดินทางจากจังหวัดบุรีรัมย์สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวผ่านเส้นทางเข้าสู่อำเภอโนนดินแดง และเดินทางต่อไปยังพื้นที่สถานีตามจุดนัดหมายที่หน่วยงานกำหนด พื้นที่ดำเนินงานของสถานีมีหลายแปลง จึงต้องแยกตำแหน่งสำนักงานออกจากตำแหน่งแปลงสาธิตและพื้นที่วิจัยเมื่อวางแผนการเดินทาง
 
สถานีตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และพื้นที่พัฒนาตามพระราชดำริหลายแห่ง โดยเฉพาะเขื่อนลำนางรอง อนุสาวรีย์เราสู้ ปราสาทหนองหงส์ และจุดชมวิวผาแดง ซึ่งสะท้อนเรื่องราวที่หลากหลายของอำเภอโนนดินแดง ทั้งด้านทรัพยากรน้ำ ความมั่นคง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภูมิประเทศของพื้นที่ชายแดน
 
เขื่อนลำนางรองเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของอำเภอโนนดินแดงและมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ตามพระราชดำริ เขื่อนมีหน้าที่กักเก็บน้ำเพื่อสนับสนุนการเกษตรและการใช้น้ำของชุมชน อีกทั้งยังเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่และพื้นที่ริมฝั่งน้ำ เหมาะสำหรับการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานกับวิถีชีวิตของประชาชน
 
อนุสาวรีย์เราสู้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงประชาชน ตำรวจ และทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต การเรียนรู้เรื่องราวของอนุสาวรีย์ช่วยให้เข้าใจบริบทของการพัฒนาพื้นที่โนนดินแดงในช่วงที่ประสบปัญหาความมั่นคง และเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างเส้นทางคมนาคม การพัฒนาแหล่งน้ำ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
 
ปราสาทหนองหงส์เป็นแหล่งโบราณสถานที่ช่วยสะท้อนมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะที่จุดชมวิวผาแดงเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับลักษณะภูมิประเทศและทิวทัศน์ธรรมชาติของอำเภอโนนดินแดง การศึกษาพื้นที่เหล่านี้ร่วมกับสถานีวิจัยช่วยให้เห็นภาพของโนนดินแดงในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของชุมชน
 
สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงไม่ใช่วัดหรือศาสนสถาน แต่เป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตรภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง จึงมีลักษณะการบริหารจัดการแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป การเข้าศึกษาดูงานและการเยี่ยมชมแปลงทดลองควรดำเนินการผ่านการประสานงานกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้การเข้าพื้นที่สอดคล้องกับกิจกรรมวิจัยและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
 
ความสำคัญของสถานีวิจัยแห่งนี้อยู่ที่การต่อยอดการพัฒนาที่มีรากฐานมายาวนานหลายทศวรรษให้สอดคล้องกับความท้าทายของเกษตรกรรมในยุคปัจจุบัน ทั้งข้อจำกัดด้านน้ำ การเสื่อมโทรมของดิน ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สถานีจึงเป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ มาใช้สร้างรากฐานของการพัฒนาเกษตรกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน
 
ชื่อสถานที่สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง
ประเภทสถานีวิจัยและพัฒนาการเกษตร
หน่วยงานดูแลมูลนิธิโครงการหลวง
ที่ตั้งสำนักงานตามข้อมูลมูลนิธิ119/53 หมู่ 9 ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31260
ปีจัดตั้ง4 พฤษภาคม 2568
ลำดับสถานีสถานีลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง
ความสำคัญสถานีต้นแบบแห่งแรกที่ขยายแนวทางพัฒนาแบบโครงการหลวงจากพื้นที่สูงสู่พื้นที่ราบสูง
พื้นที่ดำเนินงาน94 ไร่ 75 ตารางวา แบ่งเป็น 3 แปลง
ลักษณะภูมิประเทศที่ราบสูงและเนินลูกคลื่น ระดับความสูงประมาณ 208–233 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ภารกิจหลักวิจัยพืชเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพเกษตรกร พัฒนาระบบการผลิต อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
พืชสำคัญมะเขือเทศเชอร์รี เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส คะน้าฮ่องกง มัลเบอร์รี มะเดื่อฝรั่ง และพืชทดลองอื่น
พื้นที่สำคัญอาคารอำนวยการ โรงเรือนทดลองปลูกพืช แปลงสาธิตการเกษตร พื้นที่ทดลองปลูกกลางแจ้ง และระบบสนับสนุนแหล่งน้ำ
อาคารอำนวยการพื้นที่ใช้สอย 505 ตารางเมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 14 มกราคม 2569
ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบบ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านป่าไม้สหกรณ์ บ้านคลองหิน บ้านคลองโป่ง และบ้านหนองเสม็ด
ผู้บริหารระดับมูลนิธิพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง
การดำเนินงานดำเนินงานด้านการวิจัย การพัฒนาพื้นที่และการส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง
การเข้าศึกษาดูงานประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวงก่อนเข้าพื้นที่
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ และใช้ตำแหน่งพื้นที่จากหน่วยงานผู้รับผิดชอบสำหรับการเข้าศึกษาดูงาน
เว็บไซต์หน่วยงานhttps://royalproject.org/page/NonDinDaeng/
สถานที่น่าสนใจในอำเภอและบริเวณใกล้เคียง1. เขื่อนลำนางรอง
2. หาดลำนางรอง
3. อนุสาวรีย์เราสู้
4. ปราสาทหนองหงส์
5. จุดชมวิวผาแดง
ร้านอาหารในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง1. ครัวคุณปาน
2. ขุนเดชโภชนา
3. ครัวโนนทอง
4. ตำมั่ว ปตท.โนนดินแดง
5. ร้านสวัสดิการเขื่อนลำนางรอง
ที่พักในอำเภอโนนดินแดง1. โนนดินแดงโฮเต็ล โทร. 081-3935008
2. โนนทอง โทร. 061-9739687
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยที่อยู่สำนักงานตามข้อมูลมูลนิธิโครงการหลวงคือ 119/53 หมู่ 9 ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31260
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เป็นสถานีลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นสถานีต้นแบบแห่งแรกที่นำแนวทางพัฒนาการเกษตรและชุมชนตามแบบโครงการหลวงจากพื้นที่สูงมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงปลูกพืชอะไรบ้าง?
ตอบ: มีการทดลองและพัฒนาพืชหลายชนิด เช่น มะเขือเทศเชอร์รี เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส คะน้าฮ่องกง มะเดื่อฝรั่ง และกาแฟ รวมถึงพืชเศรษฐกิจและพืชแปรรูปของชุมชน
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงเปิดให้ประชาชนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: สถานีดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร และมีการใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมเรียนรู้และสาธิต การเข้าศึกษาดูงานต้องประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงมีพื้นที่เท่าใด?
ตอบ: มีพื้นที่ดำเนินงานรวม 94 ไร่ 75 ตารางวา แบ่งเป็น 3 แปลง ภายใต้การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
 
ถาม: สถานีวิจัยโครงการหลวงโนนดินแดงเกี่ยวข้องกับโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 อย่างไร?
ตอบ: สถานีมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชดำริและโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อรับซื้อและแปรรูปผลผลิตเกษตรของประชาชนในพื้นที่ ก่อนมีการพัฒนาต่อยอดเป็นสถานีวิจัยและพัฒนาการเกษตรในปัจจุบัน
 
ถาม: มีสถานที่ใดน่าสนใจในอำเภอโนนดินแดง?
ตอบ: สถานที่สำคัญในอำเภอและบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนลำนางรอง หาดลำนางรอง อนุสาวรีย์เราสู้ ปราสาทหนองหงส์ และจุดชมวิวผาแดง

โครงการในพระราชดำริหมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวงกลุ่ม: ●โครงการหลวง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)