หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ >อ.เขาค้อ >ต.สะเดาะพง > อุทยานแห่งชาติเขาค้อ
TL;DR: อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อยู่ที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาค้อ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดทุกวัน สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้บริการตามปกติ เวลา 08.00 – 16.30 น. สำหรับบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ.

เพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้บริการตามปกติ
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น. สำหรับบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
 
อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ป่าประมาณ 301,698 ไร่ หรือ 482.71 ตารางกิโลเมตร มีความสำคัญทั้งในด้านการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศแบบภูเขาสลับซับซ้อน น้ำตกธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ของเขาค้อ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 และเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่เชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศป่าไม้ ชุมชนบนภูเขา และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์
 
เสน่ห์สำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาค้ออยู่ที่ความหลากหลายของภูมิประเทศซึ่งประกอบด้วยภูเขาสูง สันเขายาว หุบเขา หน้าผาหินทราย ลำธาร น้ำตก และผืนป่าที่มีสภาพแตกต่างกันตามระดับความสูง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธรรมชาติของเขาค้อได้หลายรูปแบบ ทั้งการชมทิวทัศน์ภูเขา การศึกษาธรรมชาติ การชมสายน้ำตก การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ และการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาที่มีอากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ
 
อุทยานแห่งชาติเขาค้อแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปบนเขาค้อ เพราะเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีขอบเขตการบริหารจัดการตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ขณะที่คำว่าเขาค้อในความหมายของการท่องเที่ยวมักใช้เรียกพื้นที่กว้างขวางของอำเภอเขาค้อ รวมถึงจุดชมทะเลหมอก วัด ร้านกาแฟ รีสอร์ท และแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางภูเขา การเดินทางมาเขาค้อจึงสามารถเที่ยวทั้งภายในอุทยานแห่งชาติและสถานที่สำคัญโดยรอบได้ แต่สถานที่แต่ละแห่งมีหน่วยงานดูแล เวลาเปิดทำการ และเงื่อนไขการเข้าชมแตกต่างกัน
 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาค้อตั้งอยู่เลขที่ 67 หมู่ 1 ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270 เป็นศูนย์กลางการประสานงานด้านการอนุรักษ์ การดูแลพื้นที่ และการให้บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอเขาค้อ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ส่งผลให้ลักษณะภูมิประเทศและแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ตามแนวเทือกเขาหลายส่วน ไม่ได้รวมอยู่ภายในบริเวณที่ทำการเพียงแห่งเดียว
 
ชื่อเขาค้อมีความสัมพันธ์กับลักษณะพรรณไม้ดั้งเดิมของพื้นที่ โดยคำว่า ค้อ เป็นชื่อไม้ในกลุ่มปาล์มชนิดหนึ่งที่เคยพบขึ้นอยู่จำนวนมากตามบริเวณภูเขา ลักษณะของต้นค้อมีลำต้นตั้งตรง ใบแผ่ออกเป็นพุ่ม และมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภูเขา การเรียกชื่อภูเขาตามพรรณไม้ที่พบจึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและการตั้งชื่อสถานที่ของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในชื่อภูเขา หมู่บ้าน และพื้นที่ป่าหลายแห่งของประเทศไทย
 
ประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เริ่มต้นจากความพยายามอนุรักษ์ผืนป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ เดิมพื้นที่ส่วนหนึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 มีเนื้อที่ประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร หรือ 8,750 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น การจัดตั้งวนอุทยานในระยะแรกมีบทบาทในการคุ้มครองพื้นที่ธรรมชาติบริเวณน้ำตกและป่าไม้โดยรอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านภูมิประเทศและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ
 
ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2543 ได้มีแนวทางให้สำรวจพื้นที่ป่าโดยรอบวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากพื้นที่ป่าบริเวณเขาค้อมีความต่อเนื่องทางระบบนิเวศและครอบคลุมพื้นที่ภูเขาที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การยกระดับพื้นที่อนุรักษ์จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงน้ำตกแห่งเดียว แต่ครอบคลุมผืนป่าต้นน้ำและแหล่งธรรมชาติที่เชื่อมต่อกันในบริเวณกว้าง
 
วันที่ 16 สิงหาคม 2544 เป็นอีกช่วงสำคัญของการดำเนินงานสำรวจและควบคุมพื้นที่ป่า โดยมีการดำเนินงานเกี่ยวกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหลายแห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งพื้นที่ป่าเขาโปลกหล่น ป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมภู พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้และลุ่มน้ำ การสำรวจสภาพภูมิประเทศ ทรัพยากรป่าไม้ และขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ
 
ภายหลังการดำเนินงานสำรวจและพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย อุทยานแห่งชาติเขาค้อได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 43 ก มีพื้นที่ประมาณ 301,698 ไร่ หรือ 482.71 ตารางกิโลเมตร และได้รับการจัดลำดับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทย การจัดตั้งครั้งนี้ทำให้พื้นที่ป่าขนาดใหญ่ของเขาค้อได้รับสถานะการอนุรักษ์ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ
 
ความสำคัญของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขาค้ออยู่ที่การรักษาความเชื่อมโยงของระบบนิเวศภูเขาและป่าต้นน้ำ พื้นที่สูงของเพชรบูรณ์มีลำห้วยและสายน้ำจำนวนมากที่ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ ความสมบูรณ์ของป่าจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการชะลอการไหลของน้ำ การรักษาความชุ่มชื้นของดิน การลดการพังทลายของหน้าดิน และการคงอยู่ของแหล่งน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ
 
การอนุรักษ์ป่าในพื้นที่นี้ยังเป็นการรักษาภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูเขาหินทรายที่มีความลาดชันสลับกับแนวสันเขาและที่ราบสูงเป็นลักษณะที่ทำให้เขาค้อแตกต่างจากภูมิประเทศแบบภูเขาหินปูนของจังหวัดอื่น ความแตกต่างดังกล่าวส่งผลต่อการเกิดลำน้ำ การกัดเซาะของหิน และการก่อตัวของน้ำตกตามแนวหุบเขา
 
ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ประกอบด้วยเทือกเขาที่ทอดตัวตามแนวเหนือถึงใต้ มีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 155 เมตร จนถึง 1,593 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะภูเขาหลายแห่งมีแนวสันเขายาวและพื้นที่ราบบริเวณยอดเขา ขณะที่บางส่วนเป็นหน้าผาชันและหุบเขาลึก ความหลากหลายด้านระดับความสูงทำให้แต่ละบริเวณมีสภาพอากาศ ความชื้น และพรรณไม้แตกต่างกัน
 
บริเวณภูเขาหินทรายเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศเขาค้อ หินทรายบางส่วนมีการผุพังและถูกกัดเซาะได้ง่ายเมื่อได้รับอิทธิพลจากน้ำฝนและกระแสน้ำเป็นเวลานาน จึงเกิดหน้าผา ร่องเขา และทางน้ำธรรมชาติหลายรูปแบบ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานและเป็นรากฐานของภูมิทัศน์ที่นักท่องเที่ยวมองเห็นในปัจจุบัน
 
ในช่วงฤดูฝน พื้นที่ป่าและภูเขาของเขาค้อจะมีสีเขียวสดจากการเจริญเติบโตของพืชพรรณและความชุ่มชื้นของดิน น้ำฝนที่ตกลงบนพื้นที่สูงไหลผ่านลำห้วยและชั้นหิน ทำให้เกิดน้ำตกและสายน้ำที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิที่ลดต่ำลงช่วยสร้างบรรยากาศเย็นสบายและเกิดหมอกในพื้นที่หุบเขา โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่อากาศมีความชื้นสูงและลมสงบ
 
ทะเลหมอกเป็นภาพธรรมชาติที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาค้ออย่างมาก แต่การเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความชื้นของอากาศ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืน ทิศทางลม และสภาพภูมิประเทศ หุบเขาที่มีอากาศเย็นสะสมและมีความชื้นเหมาะสมจะเอื้อต่อการควบแน่นของไอน้ำจนกลายเป็นหมอกที่ลอยปกคลุมพื้นที่ต่ำ เมื่อมองจากสันเขาสูงจึงเห็นเป็นชั้นหมอกสีขาวแผ่ตัวอยู่ระหว่างแนวภูเขา
 
แม้เขาค้อจะมีชื่อเสียงเรื่องทะเลหมอก แต่ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชมหมอก ธรรมชาติของพื้นที่ยังประกอบด้วยป่าไม้ตามแนวภูเขา น้ำตกที่เกิดจากลำธารธรรมชาติ ความหลากหลายของพืชและสัตว์ รวมถึงแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ป่าไม้ และวิถีชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง
 
สภาพป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ ภายในอุทยานแห่งชาติเขาค้อมีความหลากหลายตามระดับความสูง ความลาดชัน และความชื้นของแต่ละพื้นที่ โดยพบสภาพป่าหลายลักษณะ ได้แก่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และพื้นที่ป่าที่มีไม้สนขึ้นอยู่ในบางบริเวณ สภาพป่าแต่ละประเภทมีบทบาทต่อการรักษาสมดุลของธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาหารกับที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายกลุ่ม
 
ป่าดิบเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูงและมีพรรณไม้เจริญเติบโตหนาแน่น เรือนยอดของต้นไม้ช่วยลดความรุนแรงของแสงแดดที่ตกถึงพื้นป่า และช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับดิน ส่วนป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยไม้หลายชนิดผลัดใบในช่วงที่มีน้ำจำกัด ก่อนกลับมาแตกใบใหม่เมื่อได้รับน้ำฝนอย่างเพียงพอ ความแตกต่างนี้ทำให้ภาพของผืนป่าเขาค้อเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างชัดเจน
 
สัตว์ป่าที่พบในระบบนิเวศของเขาค้อมีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและขนาดกลาง นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงหลายชนิด ความสำคัญของการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอยู่ที่การเปิดโอกาสให้สัตว์ป่าใช้พื้นที่หากิน หลบภัย และขยายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยลดการรบกวนจากกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมของมนุษย์
 
นกและผีเสื้อเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าไม้ นกบางชนิดช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช ขณะที่แมลงหลายชนิดมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการผสมเกสร การพบสัตว์เหล่านี้จึงสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างสิ่งมีชีวิตภายในผืนป่า การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะสมควรให้ความสำคัญกับการชมสัตว์จากระยะห่าง ไม่ส่งเสียงรบกวน และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า
 
ความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อุทยานแห่งชาติเขาค้อมีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่พักผ่อน เพราะพื้นที่อนุรักษ์ทำหน้าที่เป็นแหล่งรักษาพันธุกรรมตามธรรมชาติ เป็นพื้นที่ศึกษาสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวอย่างของระบบนิเวศภูเขาที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศโดยรอบของจังหวัดเพชรบูรณ์
 
น้ำตกธารทิพย์ เป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เนื่องจากพื้นที่บริเวณน้ำตกเคยได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์มาก่อน น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าของอำเภอหล่มสักและมีสายน้ำไหลผ่านแนวหินท่ามกลางสภาพแวดล้อมของภูเขาและป่าไม้
 
ลักษณะเด่นของน้ำตกธารทิพย์คือสายน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินและแอ่งน้ำธรรมชาติ โดยมีป่าไม้ปกคลุมพื้นที่โดยรอบ ภูมิประเทศที่มีทั้งลำธาร โขดหิน และพื้นที่ลาดชันทำให้บริเวณน้ำตกมีความสวยงามในลักษณะของธรรมชาติป่าเขา ความอุดมสมบูรณ์ของน้ำตกสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณฝนและความชุ่มชื้นของพื้นที่ต้นน้ำ
 
น้ำตกธารทิพย์ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ เพราะสายน้ำที่ไหลผ่านบริเวณน้ำตกไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับระบบลำห้วยที่รับน้ำจากพื้นที่สูงและไหลผ่านป่าไม้หลายส่วน การรักษาพื้นที่ป่ารอบต้นน้ำจึงมีส่วนช่วยรักษาระบบน้ำตามธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่
 
การเข้าชมน้ำตกต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพิเศษในช่วงที่มีฝนตกหนัก เพราะพื้นที่ภูเขาสามารถเกิดน้ำหลากและมีกระแสน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ น้ำที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่น กระแสน้ำแรง และเสียงน้ำที่ดังผิดปกติเป็นสัญญาณที่ต้องหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรืออยู่ใกล้ทางน้ำ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่และประกาศเปิดปิดพื้นที่อย่างเคร่งครัด
 
น้ำตกและลำธารในพื้นที่อุทยาน เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เขาค้อมีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติ นอกจากน้ำตกธารทิพย์แล้ว พื้นที่อุทยานยังมีแหล่งน้ำตกและลำห้วยหลายแห่งที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศภูเขา ได้แก่ น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกห้วยใหญ่ และกลุ่มลำธารตามหน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ต่าง ๆ แหล่งธรรมชาติเหล่านี้กระจายอยู่ตามภูเขา ไม่ได้เชื่อมต่อเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกันทั้งหมด
 
นักท่องเที่ยวที่สนใจการเที่ยวชมน้ำตกจะได้เห็นกระบวนการทำงานของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทั้งการไหลของน้ำผ่านชั้นหิน การกัดเซาะที่ทำให้เกิดแอ่งน้ำ การสะสมของตะกอน และการเติบโตของพืชที่ชอบความชื้นบริเวณริมลำธาร พื้นที่น้ำตกจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่สำคัญสำหรับผู้สนใจภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศป่าไม้
 
ในทางกลับกัน สภาพพื้นที่น้ำตกมีความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลมากกว่าจุดชมวิวทั่วไป ช่วงน้ำมากอาจมีทิวทัศน์สวยงามแต่มีความเสี่ยงจากกระแสน้ำเชี่ยว ขณะที่ช่วงน้ำน้อยบางแห่งมีสายน้ำลดลง การวางแผนเที่ยวจึงควรคำนึงถึงสภาพอากาศและลักษณะของพื้นที่เป็นสำคัญ ไม่ควรประเมินความปลอดภัยจากภาพถ่ายหรือประสบการณ์การเดินทางในฤดูกาลอื่นเพียงอย่างเดียว
 
เขาย่าและพระตำหนักเขาค้อ เป็นสถานที่สำคัญที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศและประวัติศาสตร์ของเขาค้อ เขาย่าเป็นภูเขาสูงที่มีลักษณะเด่นด้านทิวทัศน์ของแนวเทือกเขาและผืนป่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับแรมในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่เขาค้อ
 
ความสำคัญของพระตำหนักเขาค้อไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของสถานที่ แต่ยังแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภูเขาเพชรบูรณ์กับประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย พระตำหนักและบริเวณเขาย่าเป็นจุดที่ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบและเข้าใจลักษณะพื้นที่ภูเขาที่มีความสลับซับซ้อนของเขาค้อได้ชัดเจนขึ้น
 
ภูมิทัศน์โดยรอบเขาย่ามีความโดดเด่นจากแนวภูเขาต่อเนื่องและป่าไม้ที่ปกคลุมตามสันเขา อากาศบริเวณพื้นที่สูงมีความเย็นแตกต่างจากพื้นที่ราบ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและฤดูหนาว ผู้ที่เดินทางมายังบริเวณพระตำหนักและจุดชมวิวที่เปิดให้บริการจะได้สัมผัสทิวทัศน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่สูงจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างชัดเจน
 
โซนท่องเที่ยวและพื้นที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ มีการกระจายตัวตามพื้นที่รับผิดชอบของอุทยาน ไม่ใช่ลักษณะสวนท่องเที่ยวที่มีเส้นทางเดินเชื่อมถึงกันทุกจุด พื้นที่สำคัญประกอบด้วยโซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานบริเวณเขาย่า โซนผาซ่อนแก้ว โซนธารทิพย์ และโซนน้ำเพียงดิน ซึ่งมีบทบาทในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและรองรับภารกิจด้านการบริหารจัดการพื้นที่
 
โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่ศูนย์กลางด้านการบริหารและการติดต่อประสานงาน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสอบถามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่พักแรม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพื้นที่อนุรักษ์ ในบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับผู้เดินทางตามขอบเขตที่อุทยานจัดไว้
 
โซนเขาย่ามีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศภูเขาสูงและพื้นที่พระตำหนักเขาค้อ เป็นบริเวณที่มีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ขณะที่โซนผาซ่อนแก้วเป็นพื้นที่บริหารจัดการอีกส่วนหนึ่งของอุทยาน ซึ่งต้องแยกความหมายจากวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วที่เป็นศาสนสถานสำคัญในอำเภอเขาค้อและมีการดูแลพื้นที่ของตนเอง
 
โซนธารทิพย์มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติการจัดตั้งอุทยาน เพราะเกี่ยวข้องกับวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์เดิม พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป่าไม้และลำธารธรรมชาติที่มีความโดดเด่นด้านทรัพยากรน้ำ ส่วนโซนน้ำเพียงดินเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของอุทยานอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสะท้อนการกระจายของหน่วยงานดูแลพื้นที่ตามภูมิประเทศที่กว้างใหญ่
 
การจัดแบ่งพื้นที่บริการและหน่วยพิทักษ์อุทยานช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัย ควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ และดำเนินงานอนุรักษ์ได้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ นักท่องเที่ยวจึงควรวางแผนตามพื้นที่จริงของสถานที่ที่ต้องการไป ไม่ควรใช้เวลาเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยอ้างอิงเพียงชื่ออุทยานแห่งชาติ เพราะจุดท่องเที่ยวบางแห่งอยู่คนละอำเภอและต้องใช้เส้นทางถนนแตกต่างกัน
 
พื้นที่พักแรมและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่สัมพันธ์กับเสน่ห์ของเขาค้อมาอย่างยาวนาน อากาศเย็นและทิวทัศน์ภูเขาทำให้การพักค้างคืนได้รับความนิยม โดยอุทยานแห่งชาติเขาค้อมีข้อมูลบ้านพักและค่ายพักในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ ทั้งบริเวณที่ทำการและพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานบางแห่ง การพักภายในพื้นที่อนุรักษ์แตกต่างจากการพักรีสอร์ททั่วไป เพราะมีข้อกำหนดเรื่องการใช้พื้นที่ ความสะอาด ความปลอดภัย และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
 
การเข้าพักในพื้นที่อุทยานควรเคารพกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้เสียง การจัดการขยะ การประกอบอาหาร และการใช้พื้นที่ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด การรักษาความสงบมีความสำคัญต่อทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้อากาศบนภูเขาในเวลากลางคืนอาจเย็นลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ผู้เข้าพักจึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์ส่วนตัวให้เหมาะสม
 
การพักในเขาค้อยังมีทางเลือกเป็นรีสอร์ท บ้านพัก และที่พักเอกชนในตำบลสะเดาะพง ตำบลเขาค้อ และพื้นที่อื่นของอำเภอเขาค้อ โดยแต่ละแห่งมีลักษณะการให้บริการแตกต่างกัน บางแห่งเน้นวิวภูเขาและทะเลหมอก บางแห่งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และบางแห่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วหรือแหล่งท่องเที่ยวตามถนนสายหลัก
 
ประวัติศาสตร์เขาค้อและความทรงจำของพื้นที่ เป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติเขาค้อมีความหมายมากกว่าการชมธรรมชาติ พื้นที่ภูเขาของเขาค้อเคยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในช่วงความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับขบวนการคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง ป่าไม้หนาทึบ และเส้นทางคมนาคมที่เข้าถึงยากในอดีต ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
 
ในช่วงที่เขาค้อเป็นพื้นที่ความขัดแย้ง ภูเขาและป่าไม้มีความสำคัญต่อการเคลื่อนกำลัง การตั้งฐาน และการควบคุมพื้นที่ การปฏิบัติการทางทหารส่งผลต่อสภาพพื้นที่และชีวิตของชุมชนโดยรอบ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและความขัดแย้งยุติลง เขาค้อจึงเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูพื้นที่ การพัฒนาชุมชน การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
 
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อเป็นสถานที่สำคัญที่สะท้อนความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้น โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เขาค้อ อนุสรณ์สถานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และสถานที่แสดงความเคารพต่อผู้เสียสละ อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตกับภูมิประเทศจริงที่เคยเป็นสมรภูมิ
 
พิพิธภัณฑ์อาวุธเขาค้อและสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การสู้รบเป็นจุดเรียนรู้อีกประเภทหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถจัดรวมไว้ในเส้นทางได้ การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศของเขาค้อมีผลต่อเหตุการณ์ในอดีตอย่างไร และเหตุใดพื้นที่ที่ปัจจุบันมีชื่อเสียงเรื่องทิวทัศน์และการพักผ่อนจึงมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อประเทศไทย
 
ประวัติศาสตร์ดังกล่าวยังมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง การสร้างถนน การจัดระเบียบพื้นที่ทำกิน และการขยายบริการสาธารณะในพื้นที่ภูเขา ทำให้เขาค้อค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ที่เคยมีความขัดแย้งมาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนที่มีบทบาททางเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์ในปัจจุบัน
 
บทบาทของอุทยานแห่งชาติเขาค้อต่อชุมชน มีความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจท้องถิ่น ผืนป่าที่ได้รับการอนุรักษ์ช่วยรักษาแหล่งน้ำและระบบนิเวศ ขณะที่การท่องเที่ยวสร้างความต้องการบริการด้านอาหาร ที่พัก การเดินทาง และผลิตภัณฑ์ของชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างการอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวจึงเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่เขาค้ออย่างยั่งยืน
 
ชุมชนบนเขาค้อมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศและฤดูกาลอย่างใกล้ชิด การทำเกษตรกรรม การค้าขาย และการบริการนักท่องเที่ยวล้วนเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความจำเป็นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการขยะ น้ำเสีย และการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม
 
อุทยานแห่งชาติจึงมีบทบาทในการรักษาคุณค่าของผืนป่าควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ด้านธรรมชาติแก่ประชาชน การมีพื้นที่อนุรักษ์ช่วยให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำและเห็นความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบและภูเขา
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาค้อ แตกต่างกันตามกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจ ช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงที่พืชพรรณมีความเขียวชอุ่มและน้ำตกหลายแห่งมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ภูเขาจะมีความชื้นสูงและมีหมอกปรากฏตามสันเขากับหุบเขาอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามฝนตกหนักสามารถทำให้เกิดน้ำหลาก ดินลื่น และความเสี่ยงบนถนนภูเขาได้
 
ช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เขาค้อได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นและชมทิวทัศน์ยามเช้า ท้องฟ้าบางวันเปิดโล่งจนมองเห็นแนวภูเขาได้ไกล ขณะที่บางวันมีหมอกปกคลุมหุบเขา อากาศเย็นในช่วงเช้าตรู่และกลางคืนทำให้การเตรียมเครื่องแต่งกายมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่เดินทางมาพักแรม
 
ในฤดูร้อนประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน ทิวทัศน์ของเขาค้อจะมีลักษณะแตกต่างจากฤดูฝนและฤดูหนาว ป่าไม้บางประเภทผลัดใบและสภาพอากาศช่วงกลางวันอุ่นขึ้น แต่พื้นที่ภูเขายังมีทัศนียภาพที่สวยงามเหมาะสำหรับการเดินทางชมธรรมชาติและแหล่งประวัติศาสตร์ ผู้ที่เดินทางในช่วงนี้ควรพิจารณาสภาพอากาศ ฝุ่นควัน และประกาศเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ป่าตามสถานการณ์จริง
 
สำหรับการชมทะเลหมอก ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ เนื่องจากเป็นช่วงที่อุณหภูมิยังต่ำและความชื้นในหุบเขาสามารถรวมตัวเป็นหมอกได้ แต่ไม่ใช่ทุกวันที่จะมีทะเลหมอก การมองเห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน จุดชมวิวที่อยู่บนแนวสันเขาจึงให้ประสบการณ์แตกต่างกันตามมุมมอง ทิศทางแสง และระดับของหมอก
 
กิจกรรมท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติ การพักผ่อน และการศึกษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการชมทิวทัศน์ภูเขา การถ่ายภาพภูมิประเทศ การศึกษาพรรณไม้ การชมสายน้ำตก และการพักแรมในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ความหลากหลายของแหล่งธรรมชาติทำให้สามารถเลือกกิจกรรมได้ตามความเหมาะสมกับช่วงอายุ ความพร้อมด้านร่างกาย และระยะเวลาการเดินทาง
 
การถ่ายภาพธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม เพราะเขาค้อมีทิวทัศน์แตกต่างกันอย่างมากระหว่างช่วงเช้า กลางวัน และเย็น แสงอ่อนยามเช้าช่วยเน้นชั้นของภูเขาและหมอก ขณะที่แสงในช่วงบ่ายแสดงรายละเอียดของป่าไม้และสันเขาได้ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้าและเมฆยังทำให้จุดชมวิวเดียวกันมีบรรยากาศต่างกันในแต่ละครั้งที่เดินทางมา
 
ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถเรียนรู้เรื่องป่าต้นน้ำและระบบนิเวศจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ โดยสังเกตความแตกต่างของพรรณไม้ตามระดับความสูง ลักษณะการไหลของน้ำในลำธาร และการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตต่อสภาพภูเขา การเที่ยวชมในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มคุณค่าของการเดินทาง เพราะทำให้ธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงฉากสำหรับถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์ทางสิ่งแวดล้อมอย่างซับซ้อน
 
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สามารถเชื่อมโยงกับการเที่ยวธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ และพิพิธภัณฑ์อาวุธ เพื่อสัมผัสทั้งเรื่องราวความเป็นมาของพื้นที่และทิวทัศน์ภูเขาที่เคยมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์
 
สถานที่ท่องเที่ยวรอบอุทยานแห่งชาติเขาค้อ มีความหลากหลายทั้งด้านธรรมชาติ ศาสนา และประวัติศาสตร์ โดยพระตำหนักเขาค้อเป็นจุดสำคัญในบริเวณเขาย่า อนุสรณ์สถานผู้เสียสละและพิพิธภัณฑ์อาวุธช่วยบอกเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ภูเขาและทะเลหมอกที่ได้รับความนิยม ส่วนวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเป็นศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นท่ามกลางภูเขาของอำเภอเขาค้อ
 
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่มีชื่อเสียงจากการออกแบบสถาปัตยกรรมและการประดับตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ วัดตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ภูเขาและมีบรรยากาศแตกต่างจากอุทยานแห่งชาติอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่สนใจทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมสามารถจัดวัดแห่งนี้ไว้ในเส้นทางเดียวกับการเที่ยวเขาค้อ โดยควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาสนสถาน
 
ทุ่งกังหันลมเขาค้อเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนความแตกต่างของภูมิทัศน์บนพื้นที่สูง กังหันลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ภูเขาและพื้นที่เกษตรกรรม เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่ได้รับความนิยม โดยมีลักษณะบรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวจึงสามารถสัมผัสทั้งภูมิทัศน์ธรรมชาติและพื้นที่ใช้ประโยชน์ในเขตอำเภอเขาค้อได้ภายในทริปเดียวกัน
 
น้ำตกศรีดิษฐ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งในอำเภอเขาค้อที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์พื้นที่ภูเขาเพชรบูรณ์ น้ำตกและภูมิประเทศโดยรอบเป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องราวในอดีต แต่ควรแยกพื้นที่น้ำตกศรีดิษฐ์ออกจากน้ำตกธารทิพย์ เพราะเป็นคนละสถานที่และใช้เส้นทางเดินทางแตกต่างกัน
 
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาค้อ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ โดยใช้เส้นทางถนนขึ้นเขาค้อที่เชื่อมเข้าสู่อำเภอเขาค้อและตำบลสะเดาะพง นักท่องเที่ยวจากจังหวัดพิษณุโลกสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านบริเวณแคมป์สนก่อนเข้าสู่ถนนที่เชื่อมไปยังพื้นที่เขาค้อ ส่วนผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางผ่านจังหวัดสระบุรีเข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วเลือกเส้นทางขึ้นเขาค้อตามจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
 
เส้นทางขึ้นเขาค้อมีทั้งทางลาดชัน ทางโค้ง และถนนที่ผ่านแนวภูเขา ผู้ขับรถควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพทาง ตรวจสอบระบบเบรกและสภาพยางรถก่อนออกเดินทาง รวมทั้งใช้เกียร์ต่ำในช่วงทางลงเขาที่ยาวหรือมีความลาดชันสูง การขับรถในช่วงฝนตกหรือมีหมอกหนาต้องเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าและระมัดระวังบริเวณทางโค้งที่ทัศนวิสัยจำกัด
 
เนื่องจากอุทยานแห่งชาติเขาค้อมีพื้นที่กว้างขวาง นักท่องเที่ยวควรกำหนดจุดหมายให้ชัดเจนว่าต้องการเดินทางไปยังที่ทำการอุทยาน น้ำตกธารทิพย์ พระตำหนักเขาค้อ หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในเขาค้อ การค้นหาเพียงชื่ออุทยานแห่งชาติอาจนำทางไปยังที่ทำการ ซึ่งไม่ได้อยู่ติดกับน้ำตกหรือสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง
 
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สามารถเดินทางมายังจังหวัดเพชรบูรณ์หรืออำเภอหล่มสัก แล้วใช้บริการรถรับจ้างหรือรถที่จัดเตรียมไว้สำหรับเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่ภูเขา การเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่า เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวและบางจุดไม่มีบริการขนส่งสาธารณะเข้าถึงโดยตรง
 
ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาค้อ มีความสำคัญต่อการรักษาความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่า นักท่องเที่ยวไม่ควรเก็บพืชหรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่เข้าไปในเส้นทางหรือบริเวณที่มีป้ายห้ามเข้าของเจ้าหน้าที่ การท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อระบบนิเวศควบคู่กัน
 
บริเวณน้ำตกและลำธารควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในช่วงฝนตกหนัก รวมถึงไม่ยืนบนโขดหินที่ลื่นหรืออยู่ใกล้ขอบหน้าผาโดยไม่มีแนวกั้น ส่วนการเดินศึกษาธรรมชาติควรใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาตและเตรียมน้ำดื่ม รองเท้า และเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ การปฏิบัติตามประกาศของอุทยานจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ
 
การท่องเที่ยวเขาค้ออย่างมีคุณภาพยังรวมถึงการให้ความเคารพต่อชุมชนและสถานที่ประวัติศาสตร์ การใช้บริการร้านอาหารและที่พักในท้องถิ่นอย่างรับผิดชอบ การไม่จอดรถกีดขวางถนน และการรักษาความสะอาดตามจุดชมวิว ล้วนช่วยให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ต่อพื้นที่โดยไม่เพิ่มภาระให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชน
 
อุทยานแห่งชาติเขาค้อ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่าครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่ผืนป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศภูเขาหินทราย น้ำตกและลำธาร ความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่า ไปจนถึงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งและการฟื้นฟูพื้นที่ในอดีต ความโดดเด่นเหล่านี้ทำให้อุทยานแห่งชาติเขาค้อเป็นมากกว่าสถานที่ชมวิวหรือสัมผัสอากาศหนาว แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่า ภูเขา และผู้คนของเพชรบูรณ์อย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ที่ตั้งครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาค้อ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
ที่อยู่ที่ทำการ67 หมู่ 1 ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
ประเภทอุทยานแห่งชาติ พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์
พื้นที่301,698 ไร่ หรือประมาณ 482.71 ตารางกิโลเมตร
วันที่ประกาศจัดตั้ง18 พฤษภาคม 2555
ลำดับอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทย
หน่วยงานผู้ดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ลักษณะภูมิประเทศภูเขาสูง สันเขา หุบเขา หน้าผาหินทราย ป่าไม้ น้ำตก และลำธารธรรมชาติ
ระดับความสูงของพื้นที่ประมาณ 155–1,593 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ที่มาของชื่อมาจากต้นค้อซึ่งเป็นไม้ในกลุ่มปาล์มที่เคยพบขึ้นอยู่มากในบริเวณภูเขา
ความสำคัญอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศธรรมชาติ และพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
จุดเด่นทิวทัศน์ภูเขา ป่าไม้ น้ำตกธารทิพย์ เขาย่า พระตำหนักเขาค้อ และแหล่งประวัติศาสตร์ในพื้นที่เขาค้อ
โซนพื้นที่สำคัญ1. โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
2. โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานเขาย่า
3. โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานผาซ่อนแก้ว
4. โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานธารทิพย์
5. โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำเพียงดิน
กิจกรรมชมทิวทัศน์ภูเขา ศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก ถ่ายภาพ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และพักแรมในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
วันเปิดทำการทุกวัน สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้บริการตามปกติ
เวลาเปิดทำการ08.00–16.30 น. สำหรับบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
ค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ค่าเข้าชมชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำการเจ้าหน้าที่ พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ และพื้นที่พักแรมตามบริเวณที่จัดบริการ
บ้านพักของอุทยานมีข้อมูลบ้านพักและค่ายพักในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ ครอบคลุมพื้นที่ที่ทำการและหน่วยพิทักษ์อุทยานบางแห่ง
ช่วงท่องเที่ยวฤดูฝนเหมาะกับการชมป่าเขียวและน้ำตกเมื่อพื้นที่ปลอดภัย ฤดูหนาวเหมาะกับการชมภูเขา หมอก และสัมผัสอากาศเย็น
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ผ่านเส้นทางขึ้นเขาค้อสู่ตำบลสะเดาะพง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านแคมป์สนและเชื่อมเข้าสู่พื้นที่เขาค้อ
เบอร์โทรศัพท์081-284-5223
เว็บไซต์ทางการhttps://booking.dnp.go.th/parksdetail.php?id=77
สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เขาค้อและบริเวณใกล้เคียง1. พระตำหนักเขาค้อ
2. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ
3. พิพิธภัณฑ์อาวุธเขาค้อ
4. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ
5. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
6. ทุ่งกังหันลมเขาค้อ
7. น้ำตกศรีดิษฐ์
8. น้ำตกธารทิพย์
ร้านอาหารในพื้นที่เขาค้อ1. ร้านอาหารมาลี ตำบลสะเดาะพง โทร. 063-782-9353
2. ร้านอาหารครัวเขาค้อ
3. ร้านอาหารตั๊นรักทะเลหมอก
4. ร้านอาหารโบราณนิยม เขาค้อ
5. ร้านอาหารไร่จันทร์แรม
6. ร้านอาหารครัวม้งเม้ง
ที่พักในพื้นที่เขาค้อ1. บ้านจุฑามณี เขาค้อรีสอร์ท ตำบลสะเดาะพง โทร. 085-732-3264
2. สบายดี เขาค้อ รีสอร์ท ตำบลสะเดาะพง โทร. 088-496-9402
3. สกาย แกลมเปอร์ เขาค้อ ตำบลสะเดาะพง โทร. 061-229-5385
4. บ้านพักชาร์มทะเลหมอก เขาค้อ ตำบลสะเดาะพง โทร. 081-913-0728
5. อัญญาฮิลล์ เขาค้อ ตำบลสะเดาะพง โทร. 094-429-1581
6. บ้านเนินน้ำ รีสอร์ท เขาค้อ โทร. 080-684-3036
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาค้ออยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาค้อตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาค้อ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยที่ทำการตั้งอยู่เลขที่ 67 หมู่ 1 ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาค้อเปิดให้เที่ยวทุกวันหรือไม่?
ตอบ: บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติมีเวลาทำการปกติทุกวัน 08.00–16.30 น. ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติบางแห่งอาจมีข้อจำกัดหรือประกาศปิดชั่วคราวเมื่อสภาพอากาศไม่ปลอดภัย
 
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาค้อราคาเท่าไร?
ตอบ: อัตราค่าบริการเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อสำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท โดยการนำยานพาหนะเข้าพื้นที่และบริการบางประเภทมีค่าบริการแยกต่างหาก
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาค้อมีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นประกอบด้วยภูมิประเทศภูเขาสูง ป่าไม้ น้ำตกธารทิพย์ เขาย่า และพื้นที่ธรรมชาติในเขตอุทยาน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางเที่ยวสถานที่สำคัญของเขาค้อ เช่น พระตำหนักเขาค้อ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ และจุดชมวิวต่าง ๆ ได้
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาค้อมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: พื้นที่เขาค้อเคยเป็นพื้นที่สำคัญของความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับขบวนการคอมมิวนิสต์ในอดีต ปัจจุบันมีอนุสรณ์สถานผู้เสียสละและพิพิธภัณฑ์อาวุธเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาค้อประกาศจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาค้อได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 301,698 ไร่
 
ถาม: เที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาค้อช่วงไหนเหมาะที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการชมภูเขาและสัมผัสอากาศเย็น ส่วนฤดูฝนเหมาะกับการชมป่าเขียวและน้ำตกเมื่อสภาพพื้นที่ปลอดภัย การชมทะเลหมอกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
 
ถาม: สามารถพักค้างคืนในอุทยานแห่งชาติเขาค้อได้หรือไม่?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาค้อมีข้อมูลบ้านพักและพื้นที่พักแรมในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนสามารถตรวจสอบประเภทบ้านพัก พื้นที่ที่เปิดให้บริการ และการสำรองที่พักผ่านระบบของกรมอุทยานแห่งชาติ หรือโทรศัพท์ 081-284-5223

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(31)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(11)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(21)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(12)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(13)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)