หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.แม่สาย >ต.โป่งผา > อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน
TL;DR: อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน อยู่ที่เลขที่ 345 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 57130 เปิดทุกวันสำหรับพื้นที่บริการท่องเที่ยวทั่วไปที่ได้รับอนุญาต เวลา 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป.

เชียงราย

อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน

อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน

วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่บริการท่องเที่ยวทั่วไปที่ได้รับอนุญาต โดยมีการปิดพักฟื้นพื้นที่ประจำปีและอาจจำกัดการเข้าชมถ้ำตามสภาพอากาศ
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีความโดดเด่นจากระบบถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ เทือกเขาดอยนางนอน ป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติสีเขียวมรกต และสถานที่รำลึกถึงปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน เมื่อปี 2561 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ถ้ำหลวงกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วโลกจดจำ และเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงรายให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา การกู้ภัย ความร่วมมือระหว่างประเทศ และคุณค่าของชีวิตมนุษย์
 
พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญแบ่งออกเป็นบริเวณถ้ำหลวงและบริเวณขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีลักษณะทางธรรมชาติและรูปแบบการเที่ยวชมแตกต่างกัน ถ้ำหลวงเป็นระบบถ้ำขนาดใหญ่ที่มีทางเดินใต้ภูเขาหินปูนและธารน้ำใต้ดิน ส่วนขุนน้ำนางนอนเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีสระน้ำสีเขียวมรกตและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งสองพื้นที่เชื่อมโยงกันด้วยระบบภูเขาและน้ำใต้ดิน ทำให้การเที่ยวชมสามารถเรียนรู้ทั้งความงดงามของธรรมชาติและกระบวนการที่สร้างภูมิประเทศของบริเวณนี้ได้อย่างชัดเจน
 
ภูมิทัศน์โดยรอบเป็นแนวเขาหินปูนที่ทอดตัวยาวและมีรูปร่างคล้ายหญิงสาวกำลังนอนหงาย เมื่อมองจากพื้นที่ราบจะเห็นส่วนของภูเขาคล้ายศีรษะ ลำตัว และช่วงขาที่เรียงตัวต่อเนื่องกัน ลักษณะดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อดอยนางนอน และมีเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับเจ้าหญิงที่กลายเป็นภูเขา ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับตำนานช่วยให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านธรณีวิทยาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนอยู่ในสถานะเตรียมการภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีที่ตั้งสำนักงานบริเวณเลขที่ 345 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พื้นที่นี้เคยอยู่ภายใต้การจัดการในฐานะวนอุทยานถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน ก่อนมีการดำเนินงานเตรียมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ การบริหารจัดการจึงเกี่ยวข้องกับการรักษาถ้ำและระบบนิเวศ การดูแลแหล่งน้ำ การรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการอนุรักษ์สถานที่ที่มีความหมายต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปี 2561
 
ประวัติความเป็นมาของถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน เริ่มต้นจากความสำคัญของพื้นที่ป่าดอยนางนอน ซึ่งได้รับการดูแลในฐานะแหล่งธรรมชาติของอำเภอแม่สายมาเป็นเวลาหลายสิบปี กรมป่าไม้ได้จัดตั้งวนอุทยานถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 เพื่อคุ้มครองระบบถ้ำและป่าไม้โดยรอบ พื้นที่ที่เคยเผยแพร่สำหรับวนอุทยานเดิมมีขนาดประมาณ 12,000 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอนและมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูนต่อเนื่องกัน
 
ก่อนเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่า พื้นที่ถ้ำหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายและผู้เดินทางผ่านอำเภอแม่สายรู้จักกันอยู่แล้ว ภายในถ้ำมีโถงขนาดใหญ่ ทางเดินคดเคี้ยว หินงอกหินย้อย และลักษณะหินปูนที่เกิดจากกระบวนการธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน ส่วนพื้นที่ขุนน้ำนางนอนมีแหล่งน้ำใสและป่าไม้ร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนและศึกษาธรรมชาติ
 
พื้นที่ถ้ำหลวงเปลี่ยนเป็นจุดสนใจของโลกในเดือนมิถุนายน 2561 เมื่อสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 12 คน พร้อมผู้ช่วยผู้ฝึกสอนอีก 1 คน เข้าไปในถ้ำหลวงแล้วไม่สามารถกลับออกมาได้ตามปกติ เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำไหลเข้าสู่ระบบถ้ำจนท่วมทางเดินหลายช่วง เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือขนาดใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยกำลังจากหน่วยงานไทยและผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ
 
การค้นหาเริ่มต้นท่ามกลางปัญหาสำคัญหลายด้าน ทั้งระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ความมืดสนิทภายในถ้ำ ช่องทางเดินที่แคบ กระแสน้ำแรง และเส้นทางที่มีความซับซ้อน เจ้าหน้าที่ต้องประสานงานทั้งด้านการดำน้ำ การสูบน้ำ การสำรวจโพรงและปล่องถ้ำ การจัดหาออกซิเจน การขนส่งอุปกรณ์ และการสนับสนุนอาหารกับเวชภัณฑ์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
 
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 นักดำน้ำชาวอังกฤษพบสมาชิกทีมหมูป่าและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทั้งหมด 13 คนยังมีชีวิตอยู่ภายในถ้ำ หลังจากขาดการติดต่อไปเป็นเวลาหลายวัน การค้นพบดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความหวังให้แก่ครอบครัวและผู้ติดตามข่าวทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การพบตัวไม่ได้หมายความว่าการช่วยเหลือสิ้นสุดลง เพราะยังต้องเผชิญความยากลำบากในการนำทุกคนผ่านเส้นทางน้ำท่วมกลับออกมาอย่างปลอดภัย
 
ปฏิบัติการช่วยเหลือต้องใช้การวางแผนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยผ่านโถงถ้ำและช่องทางเดินใต้น้ำ ผู้ปฏิบัติงานต้องควบคุมอุปกรณ์ดำน้ำ จัดวางเชือกนำทาง และสร้างระบบช่วยเหลือในแต่ละช่วงของถ้ำ รวมถึงเตรียมทีมแพทย์และบุคลากรสนับสนุนบริเวณด้านนอกเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา
 
นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมของกองทัพเรือไทย เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมภารกิจและเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานสนับสนุนภายในถ้ำเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 การเสียชีวิตของเขากลายเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความเสียสละของผู้เข้าร่วมกู้ภัย และได้รับการรำลึกผ่านอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน
 
การนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำดำเนินการระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2561 โดยใช้การปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างนักดำน้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่สนับสนุนจากหลายฝ่าย สมาชิกทั้ง 13 คนได้รับการนำออกจากถ้ำอย่างปลอดภัยครบทุกคนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกและกลายเป็นหนึ่งในปฏิบัติการกู้ภัยในถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
 
หลังเหตุการณ์ช่วยเหลือ พื้นที่ถ้ำหลวงได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาระบบรองรับผู้มาเยือน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพถ้ำ การป้องกันอันตรายจากน้ำท่วม การจัดพื้นที่รำลึก และการอธิบายบทเรียนจากปฏิบัติการกู้ภัย ในเวลาต่อมาอุทยานได้จัดการเข้าชมภายในถ้ำเป็นระดับตามความเหมาะสมของแต่ละโถง แยกการเที่ยวชมพื้นที่ทั่วไปออกจากกิจกรรมเดินถ้ำที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์เฉพาะทาง
 
สถานะของอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ระหว่างเตรียมการประกาศจัดตั้ง การใช้ชื่อนี้ช่วยแยกความแตกต่างจากวนอุทยานเดิมและจากอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการประกาศจัดตั้งสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ควบคุมการใช้พื้นที่ตามระเบียบของเขตอนุรักษ์ รวมถึงประกาศเปิดหรือปิดพื้นที่ท่องเที่ยวตามสภาพฤดูกาลและความปลอดภัย
 
ในปี 2569 อุทยานกำหนดปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกพื้นที่ระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและลดความเสี่ยงในฤดูฝน การกำหนดช่วงปิดพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสถานที่ซึ่งมีระบบน้ำใต้ดินและพื้นที่ป่าที่อ่อนไหวต่อปริมาณฝน โดยพื้นที่ทั่วไปมีเวลาบริการที่เผยแพร่ 08.30–16.30 น. และการเปิดเส้นทางเข้าถ้ำขึ้นอยู่กับการอนุญาตของเจ้าหน้าที่
 
ถ้ำหลวง เป็นระบบถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีความยาวของแนวทางถ้ำซึ่งมีการสำรวจเผยแพร่ประมาณ 10.3 กิโลเมตร ลักษณะภายในประกอบด้วยโถงกว้าง ทางเดินที่ค่อย ๆ แคบลง โพรงถ้ำ ช่องลอด และลำธารใต้ดินที่สัมพันธ์กับระบบน้ำของเทือกเขาดอยนางนอน การเปลี่ยนแปลงระดับพื้นถ้ำทำให้บางส่วนอยู่สูงกว่าระดับน้ำในช่วงแล้ง ขณะที่บางช่วงกลายเป็นทางน้ำหรือแอ่งน้ำเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
 
ความซับซ้อนของถ้ำหลวงเกิดจากการที่น้ำไหลผ่านรอยแตกและช่องว่างของหินปูนเป็นเวลายาวนาน น้ำที่มีคุณสมบัติละลายหินปูนอย่างช้า ๆ ทำให้รอยแตกขยายตัวจนกลายเป็นทางน้ำและโพรงถ้ำ เมื่อกระบวนการดำเนินต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลามาก ระบบถ้ำจึงเกิดโถงและทางเดินที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ บางส่วนมีเพดานสูงและกว้าง ขณะที่บางช่วงต้องผ่านทางแคบและพื้นหินที่มีความลาดชัน
 
หินงอกและหินย้อยภายในถ้ำหลวง เกิดจากการสะสมของแร่แคลเซียมคาร์บอเนตในน้ำที่ซึมผ่านชั้นหินปูน เมื่อน้ำหยดจากเพดานถ้ำ แร่ธาตุส่วนหนึ่งจะตกตะกอนสะสมเป็นหินย้อย ส่วนหยดน้ำที่ตกลงสู่พื้นสามารถก่อให้เกิดหินงอกที่ค่อย ๆ เติบโตสูงขึ้น กระบวนการนี้ดำเนินอย่างช้า ๆ จึงทำให้รูปร่างของหินงอกหินย้อยเป็นหลักฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
 
ผนังถ้ำบางส่วนมีลักษณะเป็นชั้นหินที่สะท้อนแสงและมีร่องรอยของการไหลของน้ำ เมื่อใช้แสงส่องในบริเวณที่ได้รับอนุญาต จะมองเห็นรายละเอียดของพื้นผิวหินและลวดลายตามธรรมชาติ ภายในถ้ำยังมีความแตกต่างด้านอุณหภูมิ ความชื้น และการไหลเวียนของอากาศเมื่อเทียบกับพื้นที่ภายนอก จึงเป็นสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างระมัดระวัง
 
โถงที่ 1 ของถ้ำหลวง เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้ปากถ้ำและมีการจัดการให้เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงที่เปิดบริการ เส้นทางส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำความเข้าใจลักษณะทางเข้าถ้ำ พื้นหิน และสภาพภายในภูเขา ข้อมูลการเปิดชมก่อนหน้านี้กล่าวถึงระยะทางจากปากถ้ำถึงบริเวณโถงแรกประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นส่วนที่แยกจากการเดินถ้ำลึกแบบมีผู้นำทาง
 
บริเวณปากถ้ำและโถงแรกมีความสำคัญต่อการสื่อสารประวัติศาสตร์การกู้ภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำความเข้าใจสภาพภูมิประเทศจริงซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำอุปกรณ์และกำลังคนเข้าไปช่วยเหลือทีมหมูป่า การมองจากปากถ้ำเข้าสู่ภายในยังช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพื้นที่กลางแจ้งที่มีแสงธรรมชาติกับเส้นทางใต้ดินซึ่งต้องพึ่งพาอุปกรณ์ส่องสว่าง
 
โถงที่ 2 และโถงที่ 3 ของถ้ำหลวง เป็นพื้นที่ที่เคยเปิดกิจกรรมเดินถ้ำแบบพิเศษโดยมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญนำทาง เส้นทางดังกล่าวมีพื้นที่แคบ หินลาดชัน และช่วงที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงหรือปีนผ่าน จุดเข้าชมได้รับการออกแบบให้มีการควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมเพื่อรักษาความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสภาพถ้ำ
 
เมื่อเริ่มเปิดกิจกรรมเดินถ้ำโถงที่ 2 และ 3 ในเดือนธันวาคม 2566 อุทยานกำหนดค่าร่วมกิจกรรมชาวไทย 950 บาทและชาวต่างชาติ 1,500 บาท มีการจำกัดผู้เข้าร่วมเป็นรอบขนาดเล็กและต้องจองล่วงหน้า ราคาดังกล่าวเป็นค่าบริการเฉพาะกิจกรรมที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญนำทางและอุปกรณ์ความปลอดภัย ไม่ใช่อัตราค่าเข้าชมพื้นที่ทั่วไปของอุทยาน และการจัดกิจกรรมในแต่ละช่วงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเปิดเส้นทาง
 
การเดินทางเข้าไปในโถงถ้ำที่อยู่ลึกกว่าโถงแรกมีข้อจำกัดอย่างมาก เพราะสภาพถ้ำสามารถเปลี่ยนจากพื้นที่เดินได้เป็นพื้นที่น้ำท่วมเมื่อฝนตกหนัก การเข้าถ้ำจึงต้องผ่านการประเมินระดับน้ำ สภาพอากาศ ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ และความสามารถของผู้ร่วมกิจกรรม การปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวถ้ำอย่างปลอดภัย
 
ขุนน้ำนางนอน เป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีชื่อเสียงจากสระน้ำสีเขียวมรกตและสภาพป่าที่ร่มรื่น ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย เช่นเดียวกับถ้ำหลวง พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศหินปูนที่มีน้ำผุดและระบบน้ำใต้ดินซึ่งสัมพันธ์กับการรับน้ำฝนจากภูเขาดอยนางนอน จุดเด่นคือสีของน้ำที่เปลี่ยนแปลงตามแสง ความลึก ตะกอน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
 
สระขุนน้ำมรกตเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีภาพจำจากสีเขียวใสและเงาสะท้อนของต้นไม้ ผิวน้ำในช่วงสงบสามารถสะท้อนท้องฟ้าและพรรณไม้ที่อยู่โดยรอบได้อย่างชัดเจน เมื่อแสงอาทิตย์เปลี่ยนทิศทาง สีของน้ำที่มองเห็นอาจเข้มหรืออ่อนต่างกัน ทำให้สถานที่มีบรรยากาศที่แตกต่างไปตามเวลาและฤดูกาล
 
สีเขียวมรกตของแหล่งน้ำเป็นผลจากคุณสมบัติทางกายภาพของน้ำ พื้นท้องน้ำ การกระเจิงของแสง และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ไม่ใช่สิ่งที่คงความเข้มของสีเท่ากันทุกวัน ปริมาณน้ำฝนและการพัดพาตะกอนจากภูเขามีผลต่อความใสและรูปลักษณ์ของสระน้ำ การรักษาป่าต้นน้ำจึงมีความสำคัญต่อคุณภาพและความงดงามของแหล่งน้ำแห่งนี้โดยตรง
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติขุนน้ำนางนอน เป็นพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับป่าไม้ แหล่งน้ำ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในระบบนิเวศชื้น พื้นที่บางส่วนมีลักษณะเป็นป่าพรุหรือบริเวณที่ดินมีน้ำสะสมสูง สภาพดังกล่าวรองรับพืชและสัตว์ที่แตกต่างจากบริเวณลาดเขาแห้ง การเดินตามทางที่จัดไว้ช่วยให้สังเกตความสัมพันธ์ของน้ำ ดิน และพรรณไม้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ป่าลึก
 
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ได้รับความสนใจจากนักธรรมชาติวิทยาคือปูดอกข้อแดง ซึ่งเป็นสัตว์น้ำจืดขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำในพื้นที่ การมีสัตว์และพืชที่พึ่งพาสภาพแวดล้อมเฉพาะแสดงให้เห็นว่าแหล่งต้นน้ำมีความสำคัญมากกว่าการเป็นจุดพักผ่อนริมสระ เพราะยังเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำเลียงผา–ถ้ำพญานาค เป็นอีกเส้นทางที่มีการกล่าวถึงในข้อมูลการท่องเที่ยวของอุทยาน เส้นทางเชื่อมโยงสภาพป่าและภูมิประเทศหินปูนกับความรู้เกี่ยวกับถ้ำธรรมชาติ ลักษณะของพื้นที่ช่วยให้ผู้สนใจธรณีวิทยาได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผนังหิน รอยแตก ลำห้วย และพืชพรรณที่ขึ้นอยู่ตามบริเวณซึ่งมีความชื้นแตกต่างกัน
 
การเดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่หินปูนต้องรักษาเส้นทางที่กำหนด เนื่องจากพื้นบางช่วงเป็นหินที่มีความขรุขระและอาจลื่นเมื่อเปียกฝน การรักษาพื้นที่ตามทางเดินยังช่วยป้องกันการเหยียบย่ำพืชขนาดเล็กและลดการรบกวนสัตว์ที่อาศัยในซอกหินหรือใต้เศษใบไม้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมควรเดินอย่างระมัดระวังและเคารพข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
ธรณีวิทยาหินปูนดอยนางนอน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดทั้งถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอน หินปูนสามารถถูกน้ำที่มีความเป็นกรดอ่อนละลายได้อย่างช้า ๆ เมื่อเกิดการซึมผ่านตามรอยแตกเป็นเวลานาน รอยแตกจะขยายเป็นโพรงและทางน้ำใต้ดิน กระบวนการดังกล่าวเรียกว่าการเกิดภูมิประเทศหินปูนแบบคาสต์ ซึ่งทำให้พื้นที่มีลักษณะเด่น เช่น ถ้ำ หลุมยุบ แหล่งน้ำผุด และหน้าผาหินปูน
 
ระบบถ้ำและน้ำใต้ดินมีความสัมพันธ์กับฤดูกาลฝนอย่างใกล้ชิด ในช่วงฝนตกหนัก น้ำผิวดินสามารถไหลผ่านรอยแตกและช่องทางใต้ภูเขาเข้าสู่ถ้ำได้รวดเร็ว ถ้ำบางแห่งจึงมีน้ำท่วมเฉพาะฤดูกาล และทางเดินที่สามารถใช้ได้ในช่วงแล้งอาจกลายเป็นทางน้ำในช่วงฝนตก การเข้าใจลักษณะนี้เป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความปลอดภัยของถ้ำหลวง
 
การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดินไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝนที่ตกบริเวณปากถ้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับฝนบนพื้นที่รับน้ำของภูเขาทั้งระบบ น้ำสามารถเดินทางจากพื้นที่สูงลงสู่โพรงใต้ดินและปรากฏในตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปได้ จึงเป็นเหตุผลที่การประเมินความปลอดภัยจำเป็นต้องใช้ข้อมูลสภาพอากาศและการตรวจวัดระดับน้ำมากกว่าการสังเกตท้องฟ้าเฉพาะจุด
 
การอนุรักษ์ระบบถ้ำหลวง ครอบคลุมการป้องกันความเสียหายต่อหินงอกหินย้อย การควบคุมปริมาณผู้เข้าถ้ำ การรักษาทางน้ำใต้ดิน และการจัดการสิ่งปฏิกูลกับขยะจากกิจกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากสิ่งแวดล้อมภายในถ้ำเปลี่ยนแปลงช้า ความเสียหายต่อหินที่สะสมตัวมานานไม่สามารถฟื้นคืนได้อย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวจึงต้องจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการจัดการและกำหนดมาตรการไว้แล้ว
 
การใช้ไฟส่องสว่างและอุปกรณ์ภายในถ้ำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสัมผัสหรือปีนบนหินงอกหินย้อยอาจทำให้โครงสร้างเสียหายและส่งผลต่อการสะสมแร่ตามธรรมชาติ ขณะที่การทิ้งขยะในถ้ำอาจปนเปื้อนแหล่งน้ำใต้ดิน การรักษาพื้นถ้ำและผนังถ้ำให้อยู่ในสภาพเดิมจึงเป็นหลักปฏิบัติสำคัญ
 
อนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน เป็นสถานที่สำคัญด้านการรำลึกภายในพื้นที่อุทยาน สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูความเสียสละของจ่าแซม ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าในปี 2561 อนุสาวรีย์ไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนได้รำลึกถึงการทำงานของผู้เสียสละและผู้เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน
 
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 มีการจัดกิจกรรมครบรอบ 7 ปีเหตุการณ์กู้ภัยถ้ำหลวงบริเวณอนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน โดยมีพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวน 99 รูป รวมถึงกิจกรรมรำลึกถึงผู้มีส่วนร่วมในภารกิจ การจัดงานสะท้อนว่าถ้ำหลวงยังเป็นสถานที่สำคัญทางความทรงจำของจังหวัดเชียงรายและประชาชนทั่วประเทศ
 
ศาลเจ้าแม่นางนอนและความเชื่อท้องถิ่น เป็นอีกองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ผู้คนในชุมชนมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าหญิงที่กลายเป็นเทือกเขาดอยนางนอน และมีการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สัมพันธ์กับภูเขา ตำนานดังกล่าวทำให้ภูมิประเทศมีความหมายในมิติของความเชื่อและความทรงจำของชุมชน ควบคู่กับคำอธิบายทางธรณีวิทยาเกี่ยวกับการเกิดแนวเขาหินปูน
 
ตำนานดอยนางนอนเล่าถึงหญิงสาวผู้มีความรักและเผชิญความทุกข์จนสิ้นชีวิต ก่อนร่างกายของนางจะกลายเป็นภูเขาที่เห็นในปัจจุบัน เรื่องเล่ามีรายละเอียดแตกต่างกันตามท้องถิ่น แต่สาระสำคัญอยู่ที่การอธิบายรูปร่างภูเขาซึ่งคล้ายหญิงสาวกำลังนอน และแสดงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับจินตนาการและความเชื่อของผู้คนในอดีต
 
เส้นทางท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์การกู้ภัย สามารถเริ่มต้นจากพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวและนิทรรศการเกี่ยวกับเหตุการณ์ปี 2561 ก่อนเดินชมบริเวณอนุสาวรีย์จ่าแซมและจุดที่ได้รับอนุญาตใกล้ปากถ้ำ การเดินชมในลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การค้นหาผู้ประสบภัย การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ การระดมกำลังช่วยเหลือ และผลสำเร็จของภารกิจ
 
ความสำคัญของการเรียนรู้เหตุการณ์ถ้ำหลวงอยู่ที่การเห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลายประเภท ทั้งทหาร ตำรวจ นักดำน้ำ กู้ภัย แพทย์ วิศวกร อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ ความสำเร็จของภารกิจไม่ใช่ผลจากความสามารถของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการประสานความรู้เฉพาะทาง การจัดการทรัพยากร และการทำงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง
 
เรื่องราวของถ้ำหลวงยังมีคุณค่าต่อการศึกษาด้านการสื่อสารในภาวะวิกฤต การจัดการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา การที่มีผู้คนจากหลายประเทศเข้าร่วมภารกิจแสดงให้เห็นว่าความรู้และทักษะจากต่างสาขาสามารถเชื่อมโยงกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้
 
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้สำหรับครอบครัว เป็นรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับพื้นที่ทั่วไปของอุทยาน เพราะสามารถผสมผสานการเรียนรู้ธรรมชาติกับประวัติศาสตร์ได้ในวันเดียว เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับหินปูน ถ้ำ น้ำใต้ดิน ระบบป่าต้นน้ำ และเรื่องราวความสามัคคีจากเหตุการณ์กู้ภัย ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถใช้พื้นที่ชมวิวและเส้นทางที่จัดไว้สำหรับการพักผ่อนอย่างสงบ
 
พื้นที่บริการทั่วไปมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว เช่น จุดจอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าและพื้นที่เดินชม โดยความพร้อมของแต่ละจุดขึ้นอยู่กับการเปิดใช้งานในช่วงเวลานั้น การจัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มมีความสำคัญต่อการลดความแออัด และช่วยให้สามารถเข้าถึงสถานที่เรียนรู้โดยไม่ต้องเข้าไปในโถงถ้ำที่มีความเสี่ยงสูง
 
ฤดูหนาวที่ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและฝนลดลงเมื่อเทียบกับฤดูฝน บริเวณป่าและแนวเขามีบรรยากาศเหมาะกับการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง ส่วนระบบถ้ำจะมีเงื่อนไขด้านระดับน้ำที่แตกต่างกันตามสภาพฝนก่อนหน้า การเที่ยวในช่วงนี้จึงมีโอกาสสัมผัสทิวทัศน์และกิจกรรมการเรียนรู้หลายประเภทตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิด
 
ฤดูร้อนบริเวณดอยนางนอน มีอุณหภูมิช่วงกลางวันสูงขึ้นและสภาพอากาศค่อนข้างแห้งในบางช่วง แนวภูเขาหินปูนและพื้นที่ป่าจึงมีบรรยากาศแตกต่างจากฤดูหนาว การเดินเที่ยวกลางแจ้งควรคำนึงถึงแดดและความร้อน ส่วนการดูแลพื้นที่ป่าต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงไฟป่าและการรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ
 
ฤดูฝนของถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน เป็นช่วงที่การจัดการความปลอดภัยมีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากภูเขาหินปูนสามารถรับน้ำฝนและระบายน้ำลงสู่ทางน้ำใต้ดินได้รวดเร็ว ระดับน้ำในถ้ำอาจสูงขึ้นจนปิดเส้นทางเดิน และเส้นทางกลางแจ้งบางแห่งอาจลื่นหรือได้รับผลกระทบจากน้ำหลาก การปิดพื้นที่บางส่วนหรือทั้งพื้นที่ตามประกาศของอุทยานจึงเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงและให้ธรรมชาติฟื้นตัว
 
การปิดพื้นที่ในช่วงฝนมากไม่ใช่เพียงมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยลดผลกระทบจากกิจกรรมมนุษย์ในช่วงที่ระบบนิเวศมีความเปราะบาง เส้นทางดินและพื้นที่ป่าที่ชื้นแฉะสามารถเสียหายจากการเดินย่ำซ้ำ ๆ ส่วนการเข้าไปในถ้ำที่มีน้ำเพิ่มระดับอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง การบริหารจัดการจึงต้องคำนึงถึงทั้งผู้มาเยือนและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
 
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แล้วเข้าสู่ถนนท้องถิ่นในตำบลโป่งผาตามป้ายไปถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอน พื้นที่ท่องเที่ยวอยู่ทางด้านตะวันตกของเส้นทางสายหลักเข้าสู่แม่สาย การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่นช่วยให้เดินทางเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวที่อยู่คนละบริเวณได้สะดวก
 
ผู้เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอแม่จันมุ่งหน้าสู่แม่สาย ก่อนเข้าสู่เส้นทางตำบลโป่งผา ระหว่างทางเป็นพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการเกษตร และภูมิประเทศที่เริ่มเห็นแนวเขาดอยนางนอนอยู่ทางด้านตะวันตก จุดสังเกตสำคัญคือแนวภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายหญิงสาวนอน ซึ่งมองเห็นได้จากหลายตำแหน่งตามถนนสายหลัก
 
การเดินทางจากอำเภอแม่สายสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยววัดถ้ำปลา ดอยผาหมี ดอยผาฮี้ และพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงได้ โดยแต่ละแห่งมีลักษณะทางภูมิประเทศและรูปแบบกิจกรรมแตกต่างกัน การใช้แม่สายเป็นฐานที่พักช่วยให้สามารถวางเส้นทางชมธรรมชาติและวัฒนธรรมของตอนเหนือจังหวัดเชียงรายได้หลากหลาย
 
ดอยผาหมี เป็นชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาในอำเภอแม่สาย มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์ภูเขา ร้านกาแฟ และการดำรงชีวิตของชุมชนอาข่า พื้นที่นี้อยู่ในแนวภูเขาทางด้านตะวันตกของแม่สายและสามารถจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางเดียวกับถ้ำหลวงได้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการเปลี่ยนจากภูมิประเทศถ้ำและแหล่งน้ำใต้ดินไปสู่ชุมชนบนพื้นที่สูงที่มีความสัมพันธ์กับการปลูกกาแฟ
 
ดอยผาฮี้ เป็นอีกชุมชนบนภูเขาที่มีเอกลักษณ์จากวัฒนธรรมอาข่าและกาแฟท้องถิ่น บริเวณหมู่บ้านมีมุมชมทิวทัศน์ของแนวภูเขาและร้านกาแฟที่ใช้ผลผลิตจากพื้นที่ การท่องเที่ยวดอยผาฮี้จึงให้ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและวิถีชุมชนแตกต่างจากการเรียนรู้ธรณีวิทยาภายในถ้ำหลวง
 
วัดถ้ำปลา เป็นศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอแม่สาย มีภูเขาหินปูน ถ้ำ และแหล่งน้ำอยู่ในบริเวณวัด สภาพพื้นที่สะท้อนความสัมพันธ์ของศาสนสถานกับภูมิประเทศหินปูนในภาคเหนือ การเที่ยวชมวัดถ้ำปลาช่วยให้สามารถเปรียบเทียบลักษณะถ้ำและภูเขากับพื้นที่ถ้ำหลวงได้ พร้อมเรียนรู้บทบาทของวัดในชุมชนท้องถิ่น
 
พระธาตุดอยตุงและโครงการพัฒนาดอยตุง เป็นจุดหมายสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งในตอนเหนือของจังหวัดเชียงราย พระธาตุดอยตุงมีความสำคัญด้านพระพุทธศาสนาและความศรัทธาของชาวล้านนา ส่วนโครงการพัฒนาดอยตุงมีสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์ป่าไม้ และการปลูกพืชบนพื้นที่สูง ทำให้สามารถจัดการเดินทางเชื่อมโยงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการพัฒนาท้องถิ่นได้
 
วัดพระธาตุดอยเวาและตลาดแม่สาย เป็นสถานที่ที่อยู่ในเขตเมืองแม่สาย วัดพระธาตุดอยเวาตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถชมทิวทัศน์เมืองชายแดน ส่วนตลาดแม่สายเป็นย่านการค้าและชุมชนที่สะท้อนบทบาทของอำเภอแม่สายในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน ทั้งสองแห่งมีลักษณะแตกต่างจากถ้ำหลวง แต่สามารถอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกันได้
 
ที่พักบริเวณโป่งผาและแม่สาย มีทั้งรีสอร์ตขนาดเล็ก เกสต์เฮาส์ โรงแรม และที่พักชุมชนกระจายอยู่ตามถนนสายหลักและย่านใกล้ภูเขาดอยนางนอน ผู้ที่ต้องการเที่ยวชมถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนในวันเดียวสามารถเลือกพักในตำบลโป่งผาหรืออำเภอแม่สาย ส่วนผู้ที่เดินทางเชื่อมกับดอยตุงหรือชุมชนบนภูเขาสามารถเลือกที่พักตามเส้นทางที่ต้องการเดินทางต่อได้
 
ร้านอาหารบริเวณถ้ำหลวงและแม่สาย มีทั้งร้านอาหารพื้นเมือง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารตามสั่งในชุมชนตำบลโป่งผาและบริเวณถนนสายหลัก พื้นที่แม่สายมีอาหารที่สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมชายแดนและอาหารล้านนา โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการอาหารในย่านชุมชนหลังเที่ยวชมพื้นที่อุทยาน และเลือกแวะร้านกาแฟบนดอยผาหมีหรือดอยผาฮี้เมื่อเดินทางต่อไปยังชุมชนบนภูเขา
 
ข้อปฏิบัติในการเที่ยวถ้ำหลวง เริ่มจากการปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่เข้าไปในโถงถ้ำที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนหรือสัมผัสหินงอกหินย้อย และไม่ออกจากเส้นทางที่จัดไว้ การเข้าไปในถ้ำลึกต้องใช้การนำทางและอุปกรณ์ตามข้อกำหนด เพราะสภาพถ้ำมีความมืด ช่องทางเดินแคบ และอาจมีน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วเมื่อฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ
 
ผู้ที่เข้าชมบริเวณขุนน้ำนางนอนต้องรักษาความสะอาดของสระน้ำและพื้นที่ป่า ไม่ทิ้งอาหารหรือสิ่งของลงแหล่งน้ำ และไม่รบกวนสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชื้น การเดินตามทางศึกษาธรรมชาติต้องใช้เส้นทางที่จัดไว้เพื่อลดการเหยียบย่ำพืชพรรณและหลีกเลี่ยงอันตรายจากพื้นลื่นหรือบริเวณที่มีน้ำสะสม
 
การเยี่ยมชมอนุสาวรีย์และพื้นที่รำลึกควรปฏิบัติด้วยความสำรวมและเคารพสถานที่ เพราะเป็นบริเวณที่มีความสัมพันธ์กับการเสียสละของผู้เข้าร่วมภารกิจกู้ภัยปี 2561 นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และถ่ายภาพในพื้นที่ที่อนุญาตได้ โดยไม่รบกวนการจัดกิจกรรมรำลึกหรือผู้ที่เดินทางมาแสดงความเคารพ
 
ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนต่อชุมชน มีทั้งมิติการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว พื้นที่ป่าหินปูนทำหน้าที่เป็นแหล่งรับน้ำและเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ร้านอาหาร ที่พัก และผู้ประกอบการในตำบลโป่งผาและอำเภอแม่สาย การรักษาคุณภาพของพื้นที่จึงเกี่ยวข้องกับทั้งทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตของชุมชนโดยรอบ
 
เหตุการณ์กู้ภัยทีมหมูป่ายังทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นตัวแทนของความร่วมมือระหว่างประเทศ ความกล้าหาญ และการใช้ความรู้เพื่อปกป้องชีวิต ความทรงจำจากเหตุการณ์ดังกล่าวช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวถ้ำ เพราะผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ทั้งการเกิดถ้ำตามธรรมชาติและเรื่องราวของมนุษย์ที่เกิดขึ้นภายในสถานที่จริง
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการศึกษา ถ้ำหลวงเป็นตัวอย่างของระบบถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน ขุนน้ำนางนอนเป็นพื้นที่ต้นน้ำและสระน้ำมรกตที่งดงาม ส่วนอนุสาวรีย์จ่าแซมและสถานที่รำลึกการกู้ภัยเป็นหลักฐานของเหตุการณ์สำคัญที่ผู้คนทั่วโลกจดจำ การเที่ยวชมอย่างเคารพธรรมชาติและข้อกำหนดความปลอดภัยช่วยรักษาความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) จังหวัดเชียงราย
ที่อยู่เลขที่ 345 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 57130
พิกัดอ้างอิงบริเวณถ้ำหลวงรหัสตำแหน่ง 9VJ9+G5V ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
สถานะทางราชการอุทยานแห่งชาติ (เตรียมการ)
หน่วยงานผู้ดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย)
ประวัติการจัดตั้งเดิมวนอุทยานถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จัดตั้งวันที่ 1 ตุลาคม 2529
ขนาดพื้นที่วนอุทยานเดิมประมาณ 12,000 ไร่
วันเปิดทำการทุกวันในเขตบริการที่เปิดให้เข้าชม โดยมีการปิดตามฤดูกาล
เวลาบริการทั่วไป08.30–16.30 น.
ประกาศปิดพื้นที่ปี 25691–30 กันยายน 2569 ทุกพื้นที่ท่องเที่ยวและพักแรม
การเข้าชมพื้นที่ทั่วไปพื้นที่โถงแรกของถ้ำเคยเปิดให้เข้าชมโดยไม่เก็บค่าเข้าร่วมกิจกรรมเดินถ้ำพิเศษ
ค่ากิจกรรมเดินถ้ำโถงที่ 2–3 ที่ประกาศในปี 2566ชาวไทย 950 บาทต่อคน ชาวต่างชาติ 1,500 บาทต่อคน เป็นอัตรากิจกรรมพิเศษในปี 2566 ไม่ใช่ค่าเข้าชมทั่วไป
โทรศัพท์อุทยาน061-606-5101
ความยาวระบบถ้ำประมาณ 10.3 กิโลเมตรตามข้อมูลการสำรวจที่เผยแพร่
ลักษณะทางธรรมชาติเทือกเขาหินปูน ระบบถ้ำหินปูน ธารน้ำใต้ดิน ป่าต้นน้ำ สระน้ำมรกต และพื้นที่ชุ่มน้ำ
โซนท่องเที่ยว1. เขตบริการถ้ำหลวงและบริเวณปากถ้ำ
2. โถงที่ 1 ของถ้ำหลวง
3. โถงที่ 2–3 สำหรับกิจกรรมพิเศษตามการอนุญาต
4. อนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน และพื้นที่รำลึก
5. เขตขุนน้ำนางนอนและสระขุนน้ำมรกต
6. เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำเลียงผา–ถ้ำพญานาค
สถานที่สำคัญภายในอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน สระขุนน้ำมรกต อนุสาวรีย์จ่าแซม ศาลเจ้าแม่นางนอน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เหตุการณ์สำคัญปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ระหว่างมิถุนายน–กรกฎาคม 2561
วันที่ช่วยเหลือสำเร็จ10 กรกฎาคม 2561
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดติดต่อเจ้าหน้าที่ พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้า และทางเดินในเขตบริการที่เปิดให้เข้าชม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ขุนน้ำนางนอน – ภายในพื้นที่อนุรักษ์
2. ดอยนางนอน – เทือกเขาที่เชื่อมกับพื้นที่ถ้ำหลวง
3. วัดถ้ำปลา – ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย โทร. 065-718-1344
4. ดอยผาหมี – อำเภอแม่สาย
5. ดอยผาฮี้ – พื้นที่ภูเขาอำเภอแม่สาย
6. วัดพระธาตุดอยเวา – เขตเมืองแม่สาย
7. พระธาตุดอยตุง – อำเภอแม่ฟ้าหลวง
8. สวนแม่ฟ้าหลวงและพระตำหนักดอยตุง – พื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง
ร้านอาหารและร้านกาแฟในพื้นที่เชื่อมโยง1. น้ำเงี้ยวป้าลี – ซอยขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา โทร. 086-430-2653
2. ภูรดา – บ้านสันทรายปูยี่ ตำบลโป่งผา โทร. 083-463-6459
3. แบร์เฮาส์คาเฟ่ – ตำบลโป่งผา ถนนหมายเลข 1149
4. ดอยผาหมีคอฟฟี่ – ชุมชนดอยผาหมี
5. โอโซนผาหมี – ชุมชนดอยผาหมี
ที่พักในตำบลโป่งผาและพื้นที่เชื่อมโยง1. นางนอนเมาน์เทนรีสอร์ต – บ้านสันทรายปูยี่ ตำบลโป่งผา โทร. 084-279-3417
2. นางนอนภูวิวรีสอร์ต – ตำบลโป่งผา โทร. 090-673-1158
3. นางนอนแคมป์ปิงวิลล์ – อำเภอแม่สาย โทร. 091-010-0153
4. บ้านถ้ำฮิลล์ฟาร์มเฮาส์ – ตำบลโป่งผา
5. ฮิลล์เคฟเฮาส์ – ตำบลโป่งงาม โทร. 061-294-4236
6. ณัฐชาพล – ตำบลโป่งผา โทร. 095-982-3294
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอแม่สาย แล้วเข้าถนนท้องถิ่นตำบลโป่งผาไปยังถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนตามป้ายบอกทาง
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 345 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญคือถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอน
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนเปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาบริการทั่วไปคือ 08.30–16.30 น. ทุกวันในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิด โดยอุทยานมีมาตรการปิดพื้นที่ตามฤดูกาล และการเข้าถ้ำบางโถงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ
 
ถาม: ปี 2569 อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนปิดช่วงไหน?
ตอบ: อุทยานประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกพื้นที่ระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน 2569 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและความปลอดภัยในฤดูฝน
 
ถาม: ถ้ำหลวงมีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: การเที่ยวชมบริเวณโถงแรกเคยเปิดโดยไม่เก็บค่ากิจกรรมพิเศษ ส่วนกิจกรรมเดินถ้ำโถงที่ 2–3 เคยประกาศอัตราในปี 2566 สำหรับชาวไทย 950 บาท และชาวต่างชาติ 1,500 บาทต่อคน โดยเป็นกิจกรรมที่ต้องมีผู้นำทางและอุปกรณ์ความปลอดภัย การเปิดกิจกรรมและอัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยาน
 
ถาม: ถ้ำหลวงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: ถ้ำหลวงเป็นสถานที่ปฏิบัติการช่วยเหลือสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนรวม 13 คนในปี 2561 โดยสามารถนำทุกคนออกจากถ้ำได้ครบเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561
 
ถาม: ขุนน้ำนางนอนมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: ขุนน้ำนางนอนมีสระขุนน้ำมรกตที่มีน้ำสีเขียวใส พื้นที่ป่าต้นน้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบภูเขาหินปูนดอยนางนอน
 
ถาม: สามารถเข้าไปในถ้ำหลวงได้ทุกโถงหรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถเข้าไปทุกโถงได้อย่างอิสระ พื้นที่ถ้ำบางช่วงมีอันตรายจากน้ำท่วม ทางแคบ และความลาดชัน การเข้าชมต้องอยู่ในบริเวณที่อุทยานเปิดให้บริการ และโถงลึกต้องใช้การอนุญาตพร้อมผู้นำทางตามข้อกำหนด
 
ถาม: มีสถานที่เที่ยวใกล้ถ้ำหลวงที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่สำคัญที่เชื่อมโยงกันได้ ได้แก่ ขุนน้ำนางนอน ดอยผาหมี ดอยผาฮี้ วัดถ้ำปลา วัดพระธาตุดอยเวา พระธาตุดอยตุง และสวนแม่ฟ้าหลวง

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(8)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(38)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(9)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(20)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(20)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(16)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(6)
ถ้ำ ถ้ำ(8)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(10)
ทะเล และหาด ทะเล และหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(9)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(1)