หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร >อ.ปางศิลาทอง >ต.ปางตาไว > อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อยู่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ ในเขตอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นหนึ่งในผืนป่าธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและเชื่อมต่อกับพื้นที่อนุรักษ์สำคัญหลายแห่ง ทั้งอุทยานแห่งชาติคลองลานทางทิศเหนือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งทางทิศใต้ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางทางทิศตะวันตก ความต่อเนื่องของพื้นที่ป่าเหล่านี้ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายาก พรรณไม้หลากหลายชนิด และระบบนิเวศภูเขาที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศ
หากต้องสรุปอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ให้เข้าใจง่าย ที่นี่คือจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าจริง น้ำตกจริง อากาศเย็นจริง และเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่างช่องเย็น จุดชมวิวกิ่วกระทิง แก่งผาคอยนาง น้ำตกผาคอยนาง น้ำตกแม่กระสา น้ำตกแม่รีวา น้ำตกแม่กี น้ำตกนางนวล น้ำตกเสือโคร่ง และยอดเขาโมโกจูซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก ด้วยความสูงประมาณ 1,964 เมตรจากระดับน้ำทะเล อุทยานแห่งนี้จึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติ นักดูนก นักถ่ายภาพ นักเดินป่าระยะไกล และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ความสำคัญของป่าต้นน้ำ
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2530 เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาผืนป่าตะวันตกตอนบน พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง พรรณไม้สำคัญที่พบในพื้นที่ ได้แก่ สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็ง และรัง ซึ่งล้วนเป็นไม้ที่มีคุณค่าทางระบบนิเวศและช่วยรักษาความสมดุลของผืนป่า ป่าที่สมบูรณ์ของแม่วงก์ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งผลิตออกซิเจน แหล่งอาหารของสัตว์ป่า และพื้นที่ศึกษาวิจัยด้านธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อทั้งนักวิชาการและประชาชนทั่วไป
ความโดดเด่นของแม่วงก์ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของวิวภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายทางชีวภาพที่พบได้ในพื้นที่ สัตว์ป่าที่มีรายงานพบในป่าแม่วงก์มีทั้งช้างป่า กระทิง กวาง เก้ง หมี หมูป่า ชะมด กระรอก แมวป่า และสัตว์ป่าขนาดเล็กอีกหลายชนิด พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งนกป่าที่สำคัญ โดยเฉพาะนกหายาก เช่น นกเงือกคอแดง นกพญาปากกว้างหางยาว นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกกางเขนดง นกโพระดกหูเขียว นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง และนกภูหงอนพม่า นักดูนกจำนวนมากจึงมองแม่วงก์เป็นหนึ่งในจุดหมายที่มีคุณค่าสูงของประเทศไทย
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีทั้งพื้นที่ราบเชิงเขา หุบเขา ลำห้วย น้ำตก หน้าผา และยอดเขาสูง ทำให้กิจกรรมท่องเที่ยวภายในอุทยานมีความหลากหลาย ตั้งแต่การเดินชมลำธารใกล้ที่ทำการอุทยาน การตั้งแคมป์ การดูดาว การดูนก การชมวิวที่ช่องเย็น ไปจนถึงการเดินป่าระยะไกลขึ้นยอดเขาโมโกจู นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวตามระดับความพร้อมของร่างกายและเวลาได้ หากมีเวลาเพียงครึ่งวันหรือ 1 วัน สามารถเที่ยวแก่งผาคอยนาง จุดชมวิว และพื้นที่ใกล้ที่ทำการอุทยานได้ หากมีเวลาหลายวันและมีร่างกายพร้อม จึงค่อยวางแผนเดินป่าระยะไกลตามรอบที่อุทยานกำหนด
หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้ง่ายคือ แก่งผาคอยนาง ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำคลองขลุง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 1,800 เมตร บริเวณนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะกับการเดินชมลำธาร ฟังเสียงน้ำ และสัมผัสบรรยากาศป่าริมน้ำ จากบริเวณแก่งสามารถเดินต่อไปยัง น้ำตกผาคอยนาง ได้อีกประมาณ 350 เมตร น้ำตกแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีทั้งหมด 4 ชั้น และให้บรรยากาศสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสัมผัสธรรมชาติของแม่วงก์แบบไม่ต้องเดินลึกเกินไป
พื้นที่ใกล้แก่งผาคอยนางและน้ำตกผาคอยนางยังเหมาะกับการพักแรมในบรรยากาศป่า โดยนักท่องเที่ยวควรใช้พื้นที่ที่อุทยานกำหนดเท่านั้น การกางเต็นท์ในพื้นที่ธรรมชาติควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน ไฟฉาย เสื้อกันหนาว และอาหารที่จัดเก็บง่าย การพักค้างคืนในแม่วงก์ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เพราะจะได้สัมผัสเสียงธรรมชาติในยามค่ำคืน อากาศเย็นในตอนเช้า และความสงบของผืนป่าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีตามแสงของวัน
จุดชมวิวกิ่วกระทิง เป็นจุดชมวิวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอุทยาน ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 81 บนเส้นทางสายคลองลาน-อุ้มผาง ห่างจากที่ทำการอุทยานไปตามถนนประมาณ 16 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นหน้าผาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาได้กว้างไกล เหมาะสำหรับการชมวิว ถ่ายภาพ และพักผ่อนระหว่างเดินทางขึ้นสู่พื้นที่สูง จุดชมวิวกิ่วกระทิงให้ภาพของแนวเขาสลับซับซ้อนและผืนป่าต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนความยิ่งใหญ่ของแม่วงก์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ชอบอากาศเย็นและบรรยากาศภูเขา ช่องเย็น คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ช่องเย็นเป็นจุดสูงสุดของถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 28 กิโลเมตร มีความสูงประมาณ 1,340 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณนี้มีอากาศเย็นเกือบตลอดปี ลมพัดแรง และมักมีหมอกปกคลุมในบางช่วง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส ทำให้ช่องเย็นเป็นพื้นที่กางเต็นท์และชมธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว
ช่องเย็นเป็นแหล่งดูนกและพรรณไม้สำคัญของแม่วงก์ พื้นที่โดยรอบมีลักษณะเป็นป่าดิบเขา มีเฟิร์น มหาสดำ กล้วยไม้ และพืชอิงอาศัยหลายชนิด นักดูนกมักเดินทางมาที่นี่เพื่อสังเกตนกป่าหายาก เช่น นกเงือกคอแดง นกพญาปากกว้างหางยาว นกภูหงอนพม่า และนกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง การพักแรมที่ช่องเย็นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะบางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบถ้วน นักท่องเที่ยวควรเตรียมไฟฉายหรือโคมไฟ เสื้อกันหนาว ผ้าพลาสติกกันฝน อาหาร น้ำดื่ม และถุงขยะส่วนตัว
นอกจากช่องเย็นแล้ว แม่วงก์ยังมีจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า โมโกจูน้อย ซึ่งเป็นเนินชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวเขาสลับซับซ้อนและทะเลภูเขาในมุมกว้าง จุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศคล้ายการชมวิวภูเขาสูง แต่ไม่ต้องเดินป่าระยะไกลเท่ายอดเขาโมโกจูจริง ภาพวิวที่มองเห็นจากบริเวณนี้ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผืนป่าแม่วงก์จึงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผืนป่าที่งดงามและทรงคุณค่าของประเทศไทย
ยอดเขาโมโกจู เป็นจุดหมายในฝันของนักเดินป่าจำนวนมาก เพราะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก มีความสูงประมาณ 1,964 เมตรจากระดับน้ำทะเล คำว่า “โมโกจู” มาจากภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “เหมือนฝนจะตก” สื่อถึงลักษณะอากาศบนยอดเขาที่มักมีเมฆ หมอก และความชื้นปกคลุม เส้นทางสู่โมโกจูเป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่ใช้เวลาประมาณ 5 วัน 4 คืน ต้องพักแรมในป่าตามจุดที่อุทยานกำหนด และต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางร่วมเดินทางตามระเบียบของอุทยาน
การเดินขึ้นโมโกจูไม่ใช่กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เตรียมร่างกาย เพราะเส้นทางมีระยะไกล มีช่วงทางชัน และต้องแบกสัมภาระหรือจัดการอุปกรณ์อย่างรอบคอบ จุดสูงชันบางช่วงมีความลาดชันมากกว่า 60 องศา ผู้ที่ต้องการพิชิตยอดเขาควรฝึกเดินขึ้นเขา ฝึกแบกเป้ เตรียมรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวและกันฝน และติดต่ออุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามรอบเปิดเส้นทาง การเดินป่าโมโกจูเปิดเฉพาะช่วงเวลาที่อุทยานกำหนด โดยทั่วไปอยู่ในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพื่อควบคุมความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
น้ำตกในพื้นที่แม่วงก์มีหลายแห่งและหลายระดับความยาก น้ำตกแม่กระสา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยาน มีทั้งหมด 9 ชั้น สูงรวมประมาณ 900 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 18 กิโลเมตร การเดินทางไปต้องใช้การเดินเท้าไปกลับประมาณ 3-4 วัน จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เดินป่าและเตรียมตัวอย่างรอบคอบ น้ำตกแห่งนี้แสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของระบบน้ำตกในผืนป่าแม่วงก์และเป็นจุดหมายสำหรับนักเดินป่าสายจริงจัง
น้ำตกแม่รีวา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมด 5 ชั้น ใช้เวลาเดินเท้าไปกลับประมาณ 2 วัน บริเวณเดียวกันยังมี น้ำตกแม่กี ซึ่งเกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย น้ำตกกลุ่มนี้เป็นตัวแทนของความสมบูรณ์ของป่าแม่วงก์ด้านใน การเข้าชมต้องเตรียมร่างกาย อุปกรณ์ และเวลาให้เพียงพอ รวมถึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เพราะเส้นทางธรรมชาติอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล น้ำหลาก ฝนตก หรือสภาพป่า
น้ำตกนางนวล และ น้ำตกเสือโคร่ง ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 99 บนถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง น้ำตกนางนวลต้องไต่ลงเขาประมาณ 200 เมตร ส่วนเส้นทางไปน้ำตกเสือโคร่งต้องเดินต่อไปประมาณ 1 กิโลเมตร การเข้าชมทั้งสองแห่งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานทุกครั้ง พื้นที่เหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติและชมน้ำตกที่ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การเดินทางควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพราะพื้นที่น้ำตกและเส้นทางป่ามีความเสี่ยงจากพื้นลื่น ระดับน้ำ และสภาพอากาศ
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายเส้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกนางนวล ระยะทางประมาณ 6.4 กิโลเมตร และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกธารบุญมีที่ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้พันธุ์ไม้ โครงสร้างป่า เสียงนก ร่องรอยสัตว์ป่า และความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ดิน และพืช การเดินเส้นทางธรรมชาติควรใช้ความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เก็บพืช ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ทิ้งขยะไว้ในป่า
ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่วงก์คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็นสบาย ทัศนียภาพภูเขาสวย เส้นทางบางจุดเหมาะกับการเดินป่า และพื้นที่สูงอย่างช่องเย็นมีบรรยากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ ช่วงฤดูฝนแม้ป่าจะเขียวและน้ำตกมีน้ำมาก แต่บางพื้นที่อาจมีทางลื่น น้ำหลาก หรือปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบประกาศของอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขึ้นช่องเย็น พักแรม หรือเดินป่าระยะไกล
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติแม่วงก์สามารถเริ่มจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าจังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองลาน-อุ้มผาง เมื่อถึงสี่แยกเข้าคลองลานให้ตรงไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตรจนถึงที่ทำการอุทยาน อีกเส้นทางหนึ่งสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1072 สายลาดยาว-คลองลาน เมื่อถึงสี่แยกตลาดคลองลานให้เลี้ยวซ้ายไปยังที่ทำการอุทยาน สำหรับผู้ใช้รถโดยสารประจำทาง สามารถนั่งรถปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-คลองลาน ลงที่ตลาดคลองลาน แล้วเหมารถสองแถวหรือรถจักรยานยนต์รับจ้างต่อไปยังอุทยาน
ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรตรวจสภาพรถก่อนขึ้นพื้นที่สูง โดยเฉพาะระบบเบรก ยาง น้ำมัน และไฟส่องสว่าง เพราะบางช่วงของถนนไปช่องเย็นเป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งต่อเนื่อง การขับรถในพื้นที่อุทยานควรใช้ความเร็วต่ำ เปิดไฟในช่วงหมอกลง และระวังสัตว์ป่าหรือผู้เดินเท้าริมทาง หากต้องพักแรมที่ช่องเย็นควรศึกษากฎการขึ้นลงพื้นที่และลงทะเบียนตามเวลาที่อุทยานกำหนด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม
สิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหารตามสั่ง และจุดบริการพื้นฐานในพื้นที่หลัก แต่พื้นที่สูงหรือพื้นที่ป่าลึกบางส่วนไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ที่เสถียร นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม เสื้อกันหนาว ไฟฉาย ยาประจำตัว และอุปกรณ์จำเป็นให้ครบ หากต้องการกางเต็นท์ควรจองหรือสอบถามพื้นที่ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูหนาวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เหมาะกับการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ครอบครัวสามารถเลือกพื้นที่ใกล้ที่ทำการอุทยานและจุดชมวิวที่เข้าถึงได้ง่าย ผู้ชื่นชอบการดูนกสามารถเลือกช่องเย็นและพื้นที่ป่าดิบเขา นักถ่ายภาพสามารถเก็บภาพวิวภูเขา หมอก แสงเช้า แสงเย็น และลำธารในป่า นักเดินป่าสามารถวางแผนเส้นทางระยะไกลตามช่วงเปิดของอุทยาน ส่วนผู้ที่ต้องการพักใจจากเมืองสามารถเลือกมานอนเต็นท์ ฟังเสียงลม และใช้เวลาช้า ๆ กับธรรมชาติได้เช่นกัน
การเที่ยวแม่วงก์ควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก การทิ้งขยะ การส่งเสียงดัง การให้อาหารสัตว์ การเก็บพันธุ์ไม้ หรือการออกนอกเส้นทางที่กำหนด ล้วนเป็นการรบกวนธรรมชาติและอาจก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว นักท่องเที่ยวควรนำขยะลงจากพื้นที่เอง ใช้ภาชนะที่ลดขยะพลาสติก ไม่ล้างภาชนะในลำธารโดยตรง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานทุกครั้ง
ในเชิงการเรียนรู้ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นเหมือนห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างป่า ต้นน้ำ สัตว์ป่า และมนุษย์ ป่าที่สมบูรณ์ทำให้เกิดลำธารและน้ำตก ลำธารช่วยหล่อเลี้ยงชุมชนและระบบนิเวศ สัตว์ป่าต้องพึ่งพาป่าเพื่ออาหารและที่อยู่อาศัย ส่วนมนุษย์ได้รับประโยชน์จากน้ำ อากาศ และความสมดุลของธรรมชาติ การมาเยือนแม่วงก์จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางไปเที่ยว แต่เป็นโอกาสในการเข้าใจว่าการอนุรักษ์ป่าหนึ่งผืนมีความหมายต่อชีวิตจำนวนมากเพียงใด
สำหรับนักเดินป่าที่ต้องการพิชิตโมโกจูหรือเส้นทางระยะไกลอื่น ๆ ควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อยหลายสัปดาห์ ทั้งการฝึกความแข็งแรงของขา การฝึกเดินขึ้นเนิน การเลือกเป้ที่เหมาะสม การเตรียมอาหารพลังงานสูง การกันฝน การจัดระบบน้ำดื่ม และการเรียนรู้มารยาทการเดินป่า การเดินป่าแม่วงก์ไม่ใช่การแข่งขันความเร็ว แต่เป็นการเดินทางที่ต้องเคารพธรรมชาติ เพื่อนร่วมทาง และข้อจำกัดของร่างกายตัวเอง
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่หนัก แม่วงก์ก็ยังมีทางเลือกที่ดี เช่น การมาช่องเย็นเพื่อกางเต็นท์และชมหมอก การแวะจุดชมวิวกิ่วกระทิง การเดินชมแก่งผาคอยนาง หรือการพักผ่อนบริเวณที่ทำการอุทยาน เส้นทางเหล่านี้ไม่ต้องใช้เวลา 5 วันเหมือนโมโกจู แต่ยังให้ประสบการณ์ป่าเขา อากาศเย็น และธรรมชาติที่ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นรู้จักแม่วงก์ก่อนค่อยขยับไปเส้นทางที่ยากขึ้นในอนาคต
บริเวณโดยรอบอุทยานยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนใกล้เคียง เช่น ตลาดคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน น้ำตกคลองลาน และพื้นที่อำเภอปางศิลาทอง นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหาร น้ำดื่ม หรือของใช้จำเป็นจากชุมชนก่อนเข้าอุทยานได้ การใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในพื้นที่ช่วยให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่ชุมชนรอบผืนป่า และทำให้คนท้องถิ่นมีแรงจูงใจในการรักษาธรรมชาติร่วมกับหน่วยงานอนุรักษ์
หากวางแผนเที่ยว 1 วัน ควรเน้นเส้นทางใกล้ที่ทำการอุทยาน แก่งผาคอยนาง จุดชมวิว และพื้นที่พักผ่อนที่เข้าถึงสะดวก หากวางแผน 2 วัน 1 คืน สามารถเพิ่มช่องเย็นและการกางเต็นท์เพื่อชมอากาศเย็นและวิวภูเขา หากมีเวลามากกว่า 3 วันและมีประสบการณ์เดินป่า จึงค่อยพิจารณาเส้นทางน้ำตกด้านในหรือโปรแกรมเดินป่าโมโกจูตามฤดูกาล การวางแผนตามเวลาที่มีจะช่วยให้เที่ยวได้ปลอดภัยและไม่เร่งรีบเกินไป
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์จึงเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าครบทั้งธรรมชาติ การผจญภัย การเรียนรู้ และการพักผ่อน ความงดงามของช่องเย็น ความท้าทายของโมโกจู ความสมบูรณ์ของน้ำตกและป่าไม้ รวมถึงความสำคัญของสัตว์ป่าหายาก ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นผืนป่าที่ควรได้รับการเคารพและดูแลอย่างจริงจัง ผู้มาเยือนที่เตรียมตัวดี ปฏิบัติตามกฎ และเปิดใจเรียนรู้ธรรมชาติ จะได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและน่าจดจำจากแม่วงก์อย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ |
| ที่ตั้ง | ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ ในเขตอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 7 บ้านคลองปลาสร้อย ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร 62120 |
| พิกัด | 16.06600, 99.22500 |
| ไฮไลต์ | ช่องเย็น จุดชมวิวกิ่วกระทิง แก่งผาคอยนาง น้ำตกผาคอยนาง ยอดเขาโมโกจู น้ำตกแม่กระสา น้ำตกแม่รีวา น้ำตกแม่กี น้ำตกนางนวล น้ำตกเสือโคร่ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่กางเต็นท์กลางป่า |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2530 มีพื้นที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อแม่วงก์สัมพันธ์กับพื้นที่ป่าและอำเภอแม่วงก์ในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตอุทยาน |
| ลักษณะเด่น | เป็นผืนป่าตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ยอดเขาสูง น้ำตก เส้นทางเดินป่าระยะไกล แหล่งดูนก และพื้นที่กางเต็นท์อากาศเย็น |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้ากำแพงเพชร แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองลาน-อุ้มผาง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1072 สายลาดยาว-คลองลาน เมื่อถึงสี่แยกตลาดคลองลานให้ต่อไปยังที่ทำการอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยวตามระเบียบของอุทยานแห่งชาติ โดยเส้นทางเดินป่าระยะไกลและบางพื้นที่เปิดเป็นช่วงฤดูกาลตามประกาศของอุทยาน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท / รถยนต์ 30 บาท / รถจักรยานยนต์ 20 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ ลานจอดรถ จุดชมวิว และพื้นที่พักผ่อนตามจุดที่อุทยานกำหนด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการอุทยาน แก่งผาคอยนาง น้ำตกผาคอยนาง จุดชมวิวกิ่วกระทิง ช่องเย็น ขุนน้ำเย็น ยอดเขาโมโกจู น้ำตกแม่กระสา น้ำตกแม่รีวา น้ำตกแม่กี น้ำตกนางนวล น้ำตกเสือโคร่ง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| ผู้ดูแล | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 061-048-4837, 055-766-027, 090-457-9291 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ Mae Wong National Park และเว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แก่งผาคอยนาง ประมาณ 2 กม. 2. จุดชมวิวกิ่วกระทิง ประมาณ 16 กม. 3. ช่องเย็น ประมาณ 28 กม. 4. ขุนน้ำเย็น ประมาณ 30 กม. 5. อุทยานแห่งชาติคลองลาน ประมาณ 36 กม. 6. น้ำตกคลองลาน ประมาณ 38 กม. 7. ตลาดคลองลาน ประมาณ 19 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารสวัสดิการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ประมาณ 0 กม. โทร. 061-048-4837 2. ร้านกาแฟสดอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ประมาณ 0 กม. โทร. 061-048-4837 3. Mae Wong Cafe & Cuisine ประมาณ 11 กม. 4. Ba LaLe Cafe บ๊ะ ลา เล คาเฟ่ ประมาณ 11 กม. 5. ร้านอาหารบริเวณตลาดคลองลาน ประมาณ 19 กม. 6. ร้านอาหารและของกินชุมชนปางตาไว ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ประมาณ 0 กม. โทร. 061-048-4837, 090-457-9291 2. ลานกางเต็นท์ช่องเย็น ประมาณ 28 กม. โทร. 061-048-4837 3. ลานกางเต็นท์ขุนน้ำเย็น ประมาณ 30 กม. โทร. 061-048-4837 4. บ้านพักรัตนะบดี บ้านในสวนย่าจิน ประมาณ 12 กม. 5. Mountain View คลองลาน ประมาณ 20 กม. 6. ที่พักและโฮมสเตย์บริเวณตลาดคลองลาน ประมาณ 19 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ โดยที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือช่องเย็น จุดชมวิวกิ่วกระทิง แก่งผาคอยนาง น้ำตกผาคอยนาง ยอดเขาโมโกจู น้ำตกแม่กระสา น้ำตกแม่รีวา น้ำตกนางนวล น้ำตกเสือโคร่ง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ถาม: ช่องเย็นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแม่วงก์เท่าไร?
ตอบ: ช่องเย็นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 28 กม. เป็นจุดสูงบนถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง มีอากาศเย็นและเป็นพื้นที่กางเต็นท์ยอดนิยม
ถาม: ยอดเขาโมโกจูเปิดให้ขึ้นตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: ยอดเขาโมโกจูไม่ได้เปิดให้ขึ้นตลอดปี โดยทั่วไปเปิดเฉพาะช่วงฤดูหนาวตามรอบที่อุทยานกำหนด และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อจองและเตรียมการเดินป่า
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีค่าเข้าเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท รถยนต์ 30 บาท และรถจักรยานยนต์ 20 บาท
ถาม: สามารถกางเต็นท์ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถกางเต็นท์ได้ในพื้นที่ที่อุทยานกำหนด เช่น ช่องเย็น ขุนน้ำเย็น และพื้นที่กางเต็นท์ใกล้ที่ทำการอุทยาน โดยควรติดต่อหรือจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่วงก์?
ตอบ: ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวที่สุด เพราะอากาศเย็น วิวภูเขาสวย และเป็นช่วงที่เหมาะกับการกางเต็นท์ ดูนก และเดินป่าตามเส้นทางที่อุทยานเปิด
ถาม: ต้องเตรียมอะไรเมื่อไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่วงก์?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าเดินป่า ไฟฉาย น้ำดื่ม อาหาร ยาประจำตัว ยากันแมลง ถุงขยะส่วนตัว และตรวจสอบประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากขึ้นช่องเย็นหรือเดินป่าระยะไกล
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




