หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.ท่าสองยาง >ต.แม่สอง > อุทยานแห่งชาติแม่เมย
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแม่เมย อยู่ที่ตำบลแม่สองและตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150 เปิดเปิดให้บริการท่องเที่ยวตามพื้นที่และฤดูกาลที่อุทยานแห่งชาติกำหนด.

ตาก

อุทยานแห่งชาติแม่เมย

อุทยานแห่งชาติแม่เมย

วันเปิดทำการ: เปิดให้บริการท่องเที่ยวตามพื้นที่และฤดูกาลที่อุทยานแห่งชาติกำหนด
 
อุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทิวทัศน์ภูเขา ทะเลหมอก ป่าไม้ น้ำตก ถ้ำ และภูมิประเทศบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 โดยมีแม่น้ำเมยเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศทางด้านตะวันตก และมีแนวเทือกเขาถนนธงชัยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีความสลับซับซ้อน
 
จุดเด่นที่ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่เมยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวคือทะเลหมอกที่ลอยปกคลุมหุบเขาในยามเช้า โดยเฉพาะบริเวณม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส และม่อนพูนสุดา ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญของพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแนวภูเขาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ทิวทัศน์ของผืนป่าที่ทอดยาวไปตามหุบเขา และแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ส่องผ่านกลุ่มหมอก บรรยากาศของสถานที่เหล่านี้มีความสงบและให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติของพื้นที่ชายแดนภาคตะวันตกอย่างชัดเจน
 
นอกจากจุดชมทะเลหมอกแล้ว อุทยานแห่งชาติแม่เมยยังมีแหล่งธรรมชาติที่น่าสนใจอีกหลายประเภท ได้แก่ ถ้ำแม่อุสุ น้ำตกแม่ระเมิง น้ำตกแม่สลิดน้อย น้ำตกชาวดอย และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่า แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของลักษณะภูมิประเทศ ตั้งแต่หน้าผาสูงและสันเขาที่เปิดรับทิวทัศน์กว้างไกล ไปจนถึงลำธารที่ไหลผ่านป่าและถ้ำธรรมชาติซึ่งเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา
 
ความพิเศษของอุทยานแห่งชาติแม่เมยอีกประการหนึ่งคือที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย–เมียนมา โดยมีแม่น้ำเมยเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ชายแดน แม่น้ำสายนี้มีลักษณะการไหลจากทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจทั่วไปที่มักมองว่าแม่น้ำทุกสายต้องไหลจากเหนือไปใต้ ทิศทางของแม่น้ำถูกกำหนดโดยระดับความสูงและความลาดเอียงของภูมิประเทศ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศเหนือหรือทิศใต้โดยตรง
 
เมื่อพิจารณาภาพรวมของอุทยานแห่งชาติแม่เมย จะเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดชมวิวที่มีทะเลหมอกสวยงาม เพราะยังทำหน้าที่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชีวิตของชุมชนในอำเภอท่าสองยาง การเที่ยวชมอุทยานจึงสามารถสัมผัสได้ทั้งความงดงามของภูมิประเทศและความสำคัญของการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
 
ประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีจุดเริ่มต้นจากการสำรวจพื้นที่ป่าในอำเภอท่าสองยางเพื่อพิจารณาจัดตั้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ตั้งแต่ปี 2532 ในช่วงเวลาดังกล่าว การดำเนินงานอยู่ภายใต้กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายในการสำรวจพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าในด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะโดดเด่นของจังหวัดตาก
 
พื้นที่ที่ได้รับการสำรวจในระยะแรกมีขนาดกว้างขวาง ครอบคลุมบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยางและพื้นที่ธรรมชาติหลายส่วนตามแนวเทือกเขาถนนธงชัย พื้นที่ศึกษาเดิมมีขนาดประมาณ 713,750 ไร่ หรือ 1,142 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมภูมิประเทศตั้งแต่บริเวณตำบลแม่ต้าน ผ่านตำบลแม่สอง ไปจนถึงตำบลท่าสองยาง ความกว้างใหญ่ของพื้นที่สำรวจสะท้อนถึงความสำคัญของผืนป่าตามแนวชายแดนและความจำเป็นในการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ที่มีขอบเขตเหมาะสม
 
การสำรวจไม่ได้พิจารณาเพียงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เกี่ยวข้องกับการประเมินสภาพป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ ภูมิประเทศ ความต่อเนื่องของระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์พื้นที่ของชุมชนโดยรอบ เนื่องจากภูเขาในอำเภอท่าสองยางมีความสลับซับซ้อนและหลายส่วนเข้าถึงได้ยาก การกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์จึงต้องคำนึงถึงทั้งความเหมาะสมทางธรรมชาติและการบริหารจัดการในระยะยาว
 
พื้นที่สำคัญส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่เมยคือวนอุทยานถ้ำแม่อุสุ ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากถ้ำขนาดใหญ่และความงดงามของภูมิประเทศภายใน การรวมพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติทำให้สามารถวางระบบการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น
 
ในที่สุดอุทยานแห่งชาติแม่เมยได้รับการประกาศจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยาง ในท้องที่ตำบลแม่สองและตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 40 ก ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 มีเนื้อที่ตามประกาศประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ใช้ในการอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
 
การประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติช่วยให้พื้นที่ป่าได้รับการดูแลภายใต้กฎหมายและระบบบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ โดยมุ่งรักษาสภาพธรรมชาติ ป้องกันการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม การดำเนินงานยังเกี่ยวข้องกับการดูแลลำน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อชุมชนและระบบนิเวศในพื้นที่ชายแดน
 
ชื่ออุทยานแห่งชาติแม่เมยมาจากแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา บางช่วงของแม่น้ำทำหน้าที่เป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศ การเลือกใช้ชื่อแม่น้ำเป็นชื่ออุทยานสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศและเอกลักษณ์ของพื้นที่ เนื่องจากแม่น้ำเมยเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน และการดำรงชีวิตของชุมชนในอำเภอท่าสองยางมาอย่างยาวนาน
 
ภูมิประเทศและลักษณะธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติแม่เมยประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นที่ลาดชัน หุบเขาลึก และพื้นที่ราบขนาดเล็กที่กระจายอยู่ตามแนวภูเขา ระดับความสูงเฉลี่ยของพื้นที่อยู่ประมาณ 680 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีจุดสูงสุดประมาณ 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพภูมิประเทศเช่นนี้มีผลโดยตรงต่ออุณหภูมิ การกระจายตัวของความชื้น การเกิดหมอก และการไหลของน้ำในลำห้วยธรรมชาติ
 
แนวเทือกเขาถนนธงชัยที่พาดผ่านภาคตะวันตกและภาคเหนือของประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญของภูมิประเทศบริเวณอุทยานแห่งชาติแม่เมย ภูเขาเหล่านี้มีลักษณะต่อเนื่องกันเป็นแนวยาว สลับกับหุบเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของลำน้ำในระยะเวลายาวนาน ความลาดชันของภูเขาทำให้การเดินทางภายในพื้นที่บางช่วงต้องผ่านถนนคดเคี้ยวและทางขึ้นลงเขาที่มีความแตกต่างของระดับความสูงอย่างชัดเจน
 
พื้นที่ป่าส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับแหล่งต้นน้ำสำคัญหลายสาย ได้แก่ ลำน้ำแม่สอง ลำน้ำแม่อุสุ และลำน้ำแม่สลิดหลวง รวมถึงลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำเมย ระบบลำห้วยเหล่านี้รับน้ำฝนจากพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ ก่อนรวบรวมเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านชุมชนและพื้นที่ต่ำ การคงอยู่ของผืนป่าจึงมีส่วนสำคัญต่อการรักษาสมดุลของน้ำและลดการพังทลายของดินตามพื้นที่ลาดชัน
 
ในช่วงฤดูฝน พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยได้รับความชื้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผืนป่ามีสีเขียวสด ลำธารมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น และมีเมฆหมอกปกคลุมตามแนวภูเขาอยู่บ่อยครั้ง น้ำฝนที่ไหลจากพื้นที่สูงผ่านชั้นดินและหินช่วยหล่อเลี้ยงพืชพรรณและระบบนิเวศโดยรอบ แต่ในขณะเดียวกันฝนที่ตกหนักก็เพิ่มความเสี่ยงจากดินลื่น น้ำหลาก และความเสียหายของเส้นทางธรรมชาติ
 
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ภูมิประเทศของแม่เมยมีบรรยากาศโดดเด่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณสันเขาและจุดชมวิวที่อยู่ในระดับสูง อากาศเย็นในตอนกลางคืนทำให้เกิดการลดลงของอุณหภูมิใกล้พื้นดิน เมื่อความชื้นในอากาศมีปริมาณเหมาะสม ไอน้ำจะควบแน่นกลายเป็นละอองหมอกที่สะสมตัวอยู่ตามหุบเขา เกิดเป็นทะเลหมอกสีขาวกว้างใหญ่ที่มองเห็นจากจุดชมวิวต่าง ๆ ของอุทยาน
 
ความงดงามของทะเลหมอกแม่เมยไม่ได้อยู่เพียงความหนาแน่นของหมอก แต่รวมถึงองค์ประกอบของภูเขาหลายชั้นที่ทอดตัวต่อเนื่องกัน เมื่อลำแสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องกระทบกับกลุ่มหมอก สีของท้องฟ้าและภูเขาจะเปลี่ยนไปตามมุมแสง บางวันมีหมอกขาวปกคลุมหุบเขาอย่างหนาแน่น บางวันมีหมอกบางลอยเคลื่อนไปตามกระแสลม และบางวันสามารถมองเห็นแนวภูเขาได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีหมอกบดบัง
 
ทะเลหมอกแม่เมยเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของภูเขาโดยตรง การเกิดหมอกเป็นกระบวนการที่อากาศชื้นเย็นตัวลงจนถึงจุดที่ไอน้ำควบแน่นเป็นหยดน้ำขนาดเล็ก เมื่อสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง อากาศเย็นสามารถสะสมอยู่ในพื้นที่ต่ำได้ง่าย จึงเกิดหมอกลอยปกคลุมหุบเขา และเมื่อมองจากบริเวณสันเขาจะเห็นเป็นทะเลหมอกกว้างใหญ่
 
ความแตกต่างระหว่างจุดชมวิวของแม่เมยขึ้นอยู่กับระดับความสูง ทิศทางที่เปิดรับทิวทัศน์ และรูปทรงของภูเขาแต่ละแห่ง ม่อนกิ่วลมเป็นจุดที่มีชื่อเสียงเรื่องการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก ขณะที่ม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดาให้บรรยากาศของทิวเขาและหุบเขาในมุมที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางหลายจุดจะได้เห็นว่าภูมิทัศน์ของอุทยานมีรายละเอียดมากกว่าการชมวิวจากจุดเดียว
 
ม่อนกิ่วลม เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงที่เปิดรับทิวทัศน์ของภูเขาและหุบเขาโดยรอบ ระยะทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 12 กิโลเมตรตามข้อมูลโซนบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ จุดชมวิวแห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายภาพทะเลหมอก และพักค้างคืนในบริเวณลานกางเต็นท์ที่จัดไว้
 
บรรยากาศยามเช้าของม่อนกิ่วลมมีเอกลักษณ์จากแนวภูเขาที่ทอดตัวลดหลั่นกันไปตามระยะสายตา เมื่อมีหมอกปกคลุมหุบเขา แสงแรกของวันจะค่อย ๆ ปรากฏเหนือยอดเขาและเปลี่ยนสีของกลุ่มเมฆหมอกจากสีเทาอ่อนไปเป็นสีทอง ทิวทัศน์ที่เกิดขึ้นมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้การชมทะเลหมอกมีความน่าสนใจแม้จะเดินทางกลับมาเยือนสถานที่เดิมหลายครั้ง
 
พื้นที่ม่อนกิ่วลมมีลานกางเต็นท์ในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนสามารถสัมผัสบรรยากาศของภูเขาในช่วงเย็นและรอชมทิวทัศน์ในตอนเช้าได้โดยไม่ต้องเดินทางขึ้นเขาตั้งแต่เช้ามืด การพักแรมบนพื้นที่สูงมีเสน่ห์จากอากาศเย็นและความสงบของธรรมชาติ แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการกางเต็นท์ การใช้พื้นที่ การทิ้งขยะ และการรักษาความปลอดภัยบริเวณจุดชมวิว
 
ชื่อม่อนกิ่วลมสะท้อนลักษณะภูมิประเทศแบบสันเขาที่เปิดรับกระแสลม คำว่า ม่อน ใช้เรียกเนินเขาหรือภูเขาขนาดย่อมในภาษาถิ่นเหนือ ขณะที่คำว่า กิ่ว มักเกี่ยวข้องกับบริเวณสันเขาหรือช่องเขาที่มีลักษณะแคบ การรวมคำเหล่านี้เข้าด้วยกันจึงให้ภาพของพื้นที่ภูเขาที่มีลมพัดผ่านและมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้กว้างไกล
 
ม่อนครูบาใส เป็นอีกจุดชมวิวที่มีความสำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตรตามข้อมูลกรมอุทยานแห่งชาติ พื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในโซนบริการที่มีลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีลักษณะเป็นพื้นที่บนแนวภูเขาที่สามารถมองเห็นผืนป่าและภูมิประเทศโดยรอบได้อย่างกว้างขวาง
 
ลักษณะเด่นของม่อนครูบาใสอยู่ที่บรรยากาศสงบและทิวทัศน์ที่เปิดรับแนวภูเขาหลายชั้น จุดชมวิวแห่งนี้มีความเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติและต้องการสัมผัสความเงียบสงบของพื้นที่สูง การชมวิวในช่วงเช้าและเย็นให้บรรยากาศแตกต่างกัน โดยแสงอ่อนช่วยเพิ่มมิติของแนวภูเขา ขณะที่ช่วงเย็นท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์
 
ม่อนครูบาใสยังเป็นจุดที่สามารถใช้เชื่อมโยงการเดินทางไปยังม่อนพูนสุดาได้อย่างสะดวก เนื่องจากจุดชมวิวทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กัน การเดินทางเที่ยวทั้งสองจุดจึงช่วยให้มองเห็นภูมิประเทศของแม่เมยจากมุมมองที่แตกต่างกันภายในช่วงเวลาไม่นาน การเที่ยวชมควรใช้พื้นที่ที่จัดไว้และระมัดระวังบริเวณขอบหน้าผาหรือพื้นที่ลาดชัน โดยเฉพาะเมื่อพื้นดินเปียกชื้นจากฝนหรือน้ำค้าง
 
ม่อนพูนสุดา เป็นจุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่ใกล้ม่อนครูบาใส โดยมีระยะห่างระหว่างจุดชมวิวประมาณ 200 เมตรตามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของหน่วยงานภาครัฐ ชื่อม่อนพูนสุดามีความเกี่ยวข้องกับอาจารย์พูน เกษจำรัส นักถ่ายภาพชั้นครูของประเทศไทย และคุณสุดา ภรรยาของท่าน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสถานที่เพื่อแสดงเกียรติแก่ผู้มีความสัมพันธ์กับการถ่ายภาพธรรมชาติบริเวณนี้
 
จุดชมวิวม่อนพูนสุดามีความโดดเด่นจากการมองเห็นหุบเขาและแนวภูเขาที่มีลักษณะสลับซับซ้อน เมื่อละอองหมอกสะสมอยู่ตามพื้นที่ต่ำ จะเกิดภาพของยอดเขาที่โผล่ขึ้นเหนือทะเลหมอกเป็นชั้น ๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ยังไม่แรง บรรยากาศเช่นนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้จุดชมวิวแห่งนี้มีความสำคัญในหมู่นักถ่ายภาพภูมิทัศน์และผู้ที่สนใจการชมธรรมชาติ
 
ความสำคัญของม่อนพูนสุดายังอยู่ที่เรื่องราวเบื้องหลังชื่อสถานที่ ซึ่งสะท้อนบทบาทของการถ่ายภาพในการเผยแพร่ความงดงามของพื้นที่ธรรมชาติ การบันทึกภาพภูเขา ทะเลหมอก และแสงยามเช้าช่วยทำให้สถานที่ที่อยู่ห่างไกลเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น และมีส่วนสร้างความสนใจให้ผู้คนเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแม่เมยด้วยตนเอง
 
ม่อนปุยหมอก เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ปรากฏในข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติแม่เมย และมีความเกี่ยวข้องกับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติและการชมทะเลหมอก จุดชมวิวลักษณะนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการสัมผัสภูเขาในมุมที่แตกต่างจากจุดชมวิวริมถนน โดยเฉพาะการชมทะเลหมอกจากพื้นที่สูงซึ่งต้องเดินผ่านสภาพป่าธรรมชาติ
 
การเดินป่าไปยังจุดชมวิวที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์มีลักษณะแตกต่างจากการเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังม่อนกิ่วลม เพราะจำเป็นต้องใช้ความพร้อมของร่างกาย อุปกรณ์ที่เหมาะสม และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ เส้นทางธรรมชาติบางช่วงผ่านพื้นที่ลาดชัน ลำห้วย และบริเวณที่สภาพพื้นดินเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การเดินทางลักษณะนี้จึงต้องดำเนินการภายใต้ระบบอนุญาตและการดูแลของอุทยานแห่งชาติ
 
น้ำตกแม่ระเมิง เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่เชื่อมโยงกับเส้นทางเดินทางไปยังจุดชมวิวภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะเป็นสายน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านบริเวณภูเขาและป่าไม้โดยรอบ การเที่ยวชมน้ำตกสามารถจัดรวมกับเส้นทางชมวิวของม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา และม่อนกิ่วลมได้ตามสภาพการเปิดพื้นที่
 
ความสวยงามของน้ำตกแม่ระเมิงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในแต่ละฤดูกาล ช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องจะทำให้สายน้ำมีปริมาณเพิ่มขึ้นและมีความชุ่มชื้นสูง ส่วนช่วงฤดูแล้งปริมาณน้ำอาจลดลงตามสภาพธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่สนใจน้ำตกจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ป่าต้นน้ำกับลำห้วยที่ไหลผ่านแนวภูเขา รวมถึงกระบวนการกัดเซาะของน้ำที่สร้างรูปร่างของชั้นหินและพื้นที่ลำธาร
 
บริเวณน้ำตกและลำห้วยมีความเสี่ยงจากน้ำหลากในช่วงฝนตกหนัก เนื่องจากกระแสน้ำบนภูเขาสามารถเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วโดยได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกในพื้นที่ต้นน้ำ การลงเล่นน้ำหรือเข้าใกล้โขดหินลื่นจึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ความปลอดภัยมีความสำคัญมากกว่าการเข้าใกล้สายน้ำเพื่อถ่ายภาพ
 
ถ้ำแม่อุสุ เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญทางประวัติการอนุรักษ์พื้นที่ เนื่องจากบริเวณถ้ำเคยได้รับการดูแลในฐานะวนอุทยานถ้ำแม่อุสุก่อนการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่เมย ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก และเป็นหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของพื้นที่ลุ่มน้ำเมย
 
ความโดดเด่นของถ้ำแม่อุสุอยู่ที่ลักษณะของถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีโถงและช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ รวมถึงองค์ประกอบทางธรณีวิทยาภายในถ้ำที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของหินและน้ำในระยะเวลายาวนาน บริเวณภายในมีลักษณะแตกต่างจากจุดชมทะเลหมอกบนภูเขาอย่างชัดเจน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธรรมชาติได้หลายรูปแบบภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเดียวกัน
 
ถ้ำยังมีความสำคัญในฐานะระบบนิเวศเฉพาะที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากป่าไม้ภายนอก อุณหภูมิ ความชื้น แสง และการเคลื่อนตัวของอากาศภายในถ้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตบางประเภท การอนุรักษ์ถ้ำจึงเกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพธรรมชาติของหิน โพรงถ้ำ และแหล่งน้ำภายใน ไม่ใช่เพียงการดูแลความสะอาดหรือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้น
 
ถ้ำแม่อุสุเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าชมตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักซึ่งส่งผลต่อปริมาณน้ำและความปลอดภัยภายในถ้ำ การเที่ยวชมจำเป็นต้องอยู่ในช่วงที่อุทยานเปิดพื้นที่และปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับเส้นทางและการใช้แสงสว่าง ไม่ควรเข้าไปภายในถ้ำโดยไม่มีการอนุญาตหรืออยู่นอกพื้นที่ที่กำหนด
 
น้ำตกแม่สลิดน้อยและน้ำตกชาวดอย เป็นแหล่งธรรมชาติที่ปรากฏในข้อมูลแนะนำการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติแม่เมย สายน้ำเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ป่าและภูเขาที่มีความชุ่มชื้นสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ลักษณะของน้ำตกแต่ละแห่งเกิดจากความแตกต่างด้านความลาดชัน ชั้นหิน และปริมาณน้ำที่ไหลผ่านลำห้วยตามธรรมชาติ
 
น้ำตกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีคุณค่าต่อระบบนิเวศมากกว่าการเป็นสถานที่พักผ่อน เนื่องจากลำธารและแอ่งน้ำเป็นแหล่งความชุ่มชื้นสำหรับพรรณไม้ รวมถึงเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่า สภาพพื้นที่ริมน้ำมักมีพืชที่ปรับตัวเข้ากับความชื้นได้ดี และเป็นบริเวณที่เกิดกระบวนการหมุนเวียนของสารอาหารตามธรรมชาติ การรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการรบกวนสภาพพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์
 
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความหลากหลายของระบบนิเวศแม่เมยอย่างใกล้ชิด เส้นทางบางส่วนพาผู้เดินทางผ่านพื้นที่ป่า ลำห้วย และภูมิประเทศที่มีความลาดชันแตกต่างกัน ทำให้สามารถสังเกตพรรณไม้ ความเปลี่ยนแปลงของดินและหิน รวมถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่พบในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
 
การเดินป่าศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ภูเขามีความแตกต่างจากการเดินเล่นตามทางเรียบ เพราะต้องใช้ความพร้อมด้านร่างกายและการวางแผน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีลำธารหรือพื้นที่เปียกชื้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องใช้รองเท้าที่เหมาะสม เตรียมน้ำดื่ม และปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน การเดินทางในเส้นทางที่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเป็นมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันการหลงทางและลดผลกระทบต่อพื้นที่ป่า
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติยังช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสภาพภูมิประเทศกับป่าไม้ ตัวอย่างเช่น บริเวณพื้นที่ลาดชันมีการระบายน้ำแตกต่างจากบริเวณหุบเขา พื้นที่ใกล้ลำธารมีความชื้นสูงกว่าแนวสันเขาที่เปิดรับแสงแดดและกระแสลม ความแตกต่างเหล่านี้ส่งผลให้พรรณไม้และสิ่งมีชีวิตมีการกระจายตัวตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 
ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ ของอุทยานแห่งชาติแม่เมยมีความสำคัญต่อการรักษาระบบนิเวศภูเขาตามแนวชายแดนภาคตะวันตก พื้นที่ป่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายกลุ่ม ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลง สภาพป่าที่มีทั้งพื้นที่สูง พื้นที่ชื้น และลำห้วยช่วยให้เกิดความหลากหลายของแหล่งอาหารและพื้นที่หลบภัยตามธรรมชาติ
 
ในข้อมูลการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติแม่เมยมีการกล่าวถึงสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กวาง ละมั่ง ไก่ป่า และนกชนิดต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนคุณค่าของพื้นที่ในการอนุรักษ์สัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม การพบเห็นสัตว์ป่าในระหว่างท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของสัตว์ สภาพแวดล้อม ช่วงเวลา และระดับการรบกวนของมนุษย์ การเที่ยวชมจึงควรเน้นการสังเกตธรรมชาติโดยไม่พยายามเข้าใกล้หรือให้อาหารสัตว์ป่า
 
ความหลากหลายของนกมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยนกบางกลุ่มช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช ขณะที่แมลงและสัตว์ขนาดเล็กมีส่วนร่วมในกระบวนการผสมเกสรและการหมุนเวียนสารอาหาร ความสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้ระบบนิเวศป่ามีความซับซ้อนและมีความสามารถในการฟื้นตัวตามธรรมชาติเมื่อพื้นที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
 
การอนุรักษ์ผืนป่าแม่เมยยังช่วยรักษาต้นน้ำและลดผลกระทบจากการพังทลายของดินในพื้นที่ลาดชัน ระบบรากของต้นไม้ช่วยยึดเกาะดิน ขณะที่ชั้นใบไม้และอินทรียวัตถุบนพื้นป่าช่วยชะลอการไหลของน้ำฝนและรักษาความชื้น การรักษาป่าไม้จึงมีความสำคัญทั้งต่อสัตว์ป่า ชุมชนบนภูเขา และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำด้านล่าง
 
แม่น้ำเมยกับความสำคัญของพื้นที่ชายแดน เป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติแม่เมยมีเอกลักษณ์ แม่น้ำเมยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับเมียนมา โดยไหลผ่านพื้นที่ชายแดนในจังหวัดตากและมีบทบาทต่อการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง และวิถีชีวิตของชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ
 
แม่น้ำเมยมีลักษณะการไหลไปทางทิศเหนือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความลาดเอียงของลุ่มน้ำ ความแตกต่างนี้ทำให้แม่น้ำเมยเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภูมิศาสตร์ธรรมชาติ เพราะแสดงให้เห็นว่าทิศทางการไหลของแม่น้ำขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นดินและลักษณะการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่
 
ในบริเวณอำเภอท่าสองยาง แม่น้ำเมยและลำน้ำสาขามีความเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำของชุมชน ขณะที่ภูเขาและผืนป่าของอุทยานแห่งชาติทำหน้าที่ช่วยรักษาระบบต้นน้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างลำน้ำกับผืนป่าจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของสภาพแวดล้อมชายแดน และเป็นเหตุผลที่การดูแลรักษาพื้นที่อนุรักษ์มีความสำคัญต่อชีวิตของประชาชนในบริเวณโดยรอบ
 
ชุมชนและวิถีชีวิตรอบอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความสัมพันธ์กับสภาพภูมิประเทศชายแดนและภูเขาอย่างใกล้ชิด อำเภอท่าสองยางเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนหลายกลุ่มอาศัยอยู่ตามหุบเขา ริมแม่น้ำ และเส้นทางคมนาคม ประชาชนมีการประกอบอาชีพหลากหลาย ทั้งเกษตรกรรม การค้าขาย และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในพื้นที่
 
ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงส่งผลต่อรูปแบบการตั้งถิ่นฐานและการใช้พื้นที่ทำกิน ชุมชนจำนวนหนึ่งตั้งอยู่ตามบริเวณที่มีแหล่งน้ำและเส้นทางคมนาคมเข้าถึงได้สะดวกกว่า ขณะที่พื้นที่ลาดชันและป่าไม้มีข้อจำกัดในการพัฒนา การรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์พื้นที่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนในอำเภอท่าสองยาง
 
การท่องเที่ยวธรรมชาติช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอุทยานแห่งชาติกับเศรษฐกิจชุมชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพื้นที่ต้องใช้บริการร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก และการเดินทาง ซึ่งมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น การรักษาความสะอาดและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การท่องเที่ยวดำเนินควบคู่กับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
 
ความสำคัญของแม่เมยต่อชุมชนยังเกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำและสภาพป่าที่ช่วยรักษาความสมดุลตามธรรมชาติ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทะเลหมอกหรือพักแรมบนสันเขา จึงเป็นการเข้ามาใช้พื้นที่ที่มีคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนโดยรอบโดยตรง การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณค่าของพื้นที่แห่งนี้
 
โซนท่องเที่ยวและพื้นที่ให้บริการ ของอุทยานแห่งชาติแม่เมยแบ่งตามระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ โซนม่อนกิ่วลม และโซนม่อนครูบาใส โดยแต่ละโซนมีลักษณะการให้บริการแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดไว้
 
โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่ศูนย์กลางการติดต่อและการบริการนักท่องเที่ยว มีข้อมูลบริการบ้านพัก ห้องประชุม เต็นท์ และลานกางเต็นท์ในระบบของกรมอุทยานแห่งชาติ พื้นที่นี้เหมาะกับการใช้เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทาง การพักค้างคืน และระเบียบการเข้าชมแหล่งธรรมชาติภายในอุทยาน
 
โซนม่อนกิ่วลมอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นพื้นที่บริการเต็นท์และลานกางเต็นท์ที่มีจุดเด่นด้านทิวทัศน์ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น พื้นที่กางเต็นท์ตั้งอยู่ในบริเวณภูเขาซึ่งเปิดรับทิวทัศน์โดยรอบ การพักค้างคืนในโซนนี้ช่วยให้เข้าถึงบรรยากาศยามเช้าได้สะดวก แต่ต้องปฏิบัติตามการจัดระเบียบพื้นที่และข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
โซนม่อนครูบาใสอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร มีบริการพื้นที่กางเต็นท์และเต็นท์ตามระบบบริการอุทยาน เป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์ภูเขากว้างไกล และอยู่ใกล้ม่อนพูนสุดา ทำให้เหมาะกับการจัดเส้นทางชมวิวหลายแห่งในบริเวณเดียวกัน ความสะดวกของพื้นที่พักแรมแต่ละโซนอาจแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศและการจัดบริการของอุทยาน
 
บ้านพักอุทยานแห่งชาติแม่เมย เป็นบริการอีกประเภทหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนโดยไม่ใช้เต็นท์ ระบบจองที่พักของกรมอุทยานแห่งชาติมีข้อมูลบ้านพักในโซนที่ทำการ ได้แก่ บ้านแม่เมย 101 ไพรพิมาน และบ้านแม่เมย 103 คู่พฤกษา ซึ่งเป็นชื่อบ้านพักที่ปรากฏในรายการจองบริการของอุทยานแห่งชาติ
 
นอกจากบ้านพักแล้ว ระบบยังมีข้อมูลพื้นที่กางเต็นท์ลานแม่เมย ลานม่อนกิ่วลม และลานม่อนครูบาใส รวมถึงเต็นท์สำหรับ 3 คนในโซนลานแม่เมย และอุปกรณ์ประกอบกิจกรรม เช่น ถุงนอน ที่รองนอน และหมอน การจัดบริการเหล่านี้ช่วยรองรับรูปแบบการพักผ่อนที่แตกต่างกัน ทั้งการพักแบบบ้านพักและการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วยการกางเต็นท์
 
การกางเต็นท์ที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมทะเลหมอกในช่วงเช้าและสัมผัสบรรยากาศบนภูเขาในช่วงกลางคืน จุดกางเต็นท์แต่ละแห่งมีข้อดีแตกต่างกัน โดยพื้นที่ใกล้ที่ทำการเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการติดต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนม่อนกิ่วลมและม่อนครูบาใสมีจุดเด่นด้านทิวทัศน์และบรรยากาศพื้นที่สูง
 
การพักแรมบนภูเขาต้องคำนึงถึงสภาพอากาศอย่างรอบคอบ เนื่องจากลมบนสันเขามีความแรงแตกต่างจากพื้นที่หุบเขา อุณหภูมิในเวลากลางคืนลดลงได้มากโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว และความชื้นจากหมอกหรือน้ำค้างสามารถทำให้พื้นเต็นท์และอุปกรณ์เปียกชื้นได้ การใช้เต็นท์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงช่วยให้การพักค้างคืนปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
 
พื้นที่กางเต็นท์ต้องได้รับการใช้ประโยชน์ตามระเบียบของอุทยาน ไม่ควรกางเต็นท์นอกเขตที่กำหนดหรือเข้าใกล้ขอบหน้าผา การรักษาความสงบในเวลากลางคืนเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้พักแรมรายอื่นและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ป่า ขยะจากอาหารและสิ่งของที่นำเข้ามาควรเก็บกลับหรือทิ้งในจุดที่จัดไว้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสัตว์ป่า
 
ฤดูกาลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีลักษณะแตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ ช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นระยะที่พื้นที่ภูเขามีฝนตกชุกและมีความชื้นสูง ผืนป่าจะมีความเขียวชอุ่มและลำธารหลายแห่งมีปริมาณน้ำมากขึ้น แต่การเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ถนนลื่น หมอกหนา และสภาพเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ปลอดภัย
 
ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นระยะที่ภูเขามีความเขียวสดและมีโอกาสเกิดหมอกในหุบเขาได้บ่อยจากความชื้นที่สะสมอยู่ในพื้นที่ เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงและท้องฟ้าเปิด จะเกิดภาพของหมอกสีขาวที่เคลื่อนตัวผ่านแนวป่าและยอดเขา อย่างไรก็ตามการเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่สามารถพบได้ตลอดเวลาหรือทุกวันที่เดินทางมา
 
ฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมและชมทะเลหมอก อากาศบนพื้นที่สูงมีความเย็นโดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากออกมารอชมแสงแรกของวันบริเวณจุดชมวิวต่าง ๆ เสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันลมจึงมีความสำคัญต่อการพักผ่อนในช่วงฤดูกาลนี้
 
ช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายนมีสภาพอากาศแตกต่างจากฤดูหนาว อุณหภูมิในช่วงกลางวันสูงขึ้นและปริมาณหมอกอาจลดลงตามสภาพความชื้น แต่การชมทิวทัศน์ภูเขายังมีเสน่ห์จากแนวสันเขาและแสงธรรมชาติที่เปิดให้เห็นภูมิประเทศได้ชัดเจน การเดินทางในช่วงนี้ควรพิจารณาสภาพอากาศและสถานการณ์ฝุ่นควันตามช่วงเวลา
 
กิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมยมีทั้งการชมทะเลหมอก การถ่ายภาพธรรมชาติ การศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ การพักแรม การเดินป่า และการชมแหล่งธรรมชาติประเภทน้ำตกหรือถ้ำตามพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม กิจกรรมแต่ละประเภทต้องใช้ความพร้อมและระยะเวลาแตกต่างกัน การวางแผนจึงควรพิจารณาตำแหน่งของสถานที่และสภาพเส้นทางควบคู่กัน
 
ผู้ที่สนใจการถ่ายภาพภูมิทัศน์จะพบว่าแม่เมยมีลักษณะแสงและบรรยากาศเปลี่ยนแปลงตลอดวัน ในช่วงเช้าแสงอ่อนช่วยเน้นชั้นของภูเขาและกลุ่มหมอก ช่วงกลางวันเหมาะกับการเห็นรายละเอียดของป่าไม้ ส่วนช่วงเย็นแนวสันเขาอาจปรากฏเป็นภาพเงาตัดกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนสี ภูเขาแห่งเดียวกันจึงมีบรรยากาศแตกต่างกันตามเวลาและสภาพอากาศ
 
การศึกษาธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ผู้ที่สนใจสามารถสังเกตลักษณะพรรณไม้ตามแนวภูเขา ความชื้นที่แตกต่างกันระหว่างสันเขากับหุบเขา และลักษณะทางน้ำธรรมชาติที่เกิดจากความลาดชันของพื้นที่ การเรียนรู้ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เห็นคุณค่าของป่าไม้ในฐานะระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อทั้งธรรมชาติและชุมชน
 
การเดินป่าระยะไกลภายในอุทยานมีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวตามจุดชมวิวริมถนน เพราะต้องประเมินความพร้อมของร่างกาย สภาพอากาศ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เส้นทางที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่นำทางควรดำเนินการตามระบบของอุทยานโดยตรง การรักษาระยะห่างจากสัตว์ป่า ไม่ออกนอกเส้นทาง และไม่นำทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่เป็นหลักปฏิบัติสำคัญ
 
สถานที่ท่องเที่ยวรอบอุทยานแห่งชาติแม่เมย สามารถเชื่อมโยงการเดินทางตามแนวอำเภอท่าสองยางได้หลายรูปแบบ แหล่งท่องเที่ยวภายในและใกล้อุทยานประกอบด้วยม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา น้ำตกแม่ระเมิง และถ้ำแม่อุสุ ขณะที่พื้นที่ชายแดนยังมีจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำเมยและชุมชนตามแนวถนนสายหลัก ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ของท่าสองยาง
 
การจัดเส้นทางท่องเที่ยวภายในพื้นที่อุทยานสามารถเริ่มต้นจากบริเวณที่ทำการ จากนั้นเดินทางไปยังม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดาที่อยู่ใกล้กัน ก่อนเดินทางต่อไปยังม่อนกิ่วลมตามเส้นทางที่เปิดให้สัญจร การเดินทางในลักษณะนี้ช่วยให้สัมผัสความแตกต่างของจุดชมวิวและสามารถจัดช่วงเวลาชมทิวทัศน์ตามแสงธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
 
สำหรับการเที่ยวถ้ำแม่อุสุและแหล่งธรรมชาติที่อยู่แยกจากเส้นทางชมวิว ควรจัดเวลาเดินทางให้เหมาะสมกับตำแหน่งของสถานที่ เนื่องจากเส้นทางภูเขาบางส่วนมีความคดเคี้ยวและต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าพื้นที่ราบ การวางแผนเที่ยวแบบไม่เร่งรีบช่วยให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการชมธรรมชาติและพักระหว่างการเดินทาง
 
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่เมย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมเส้นทางบริเวณชายแดนไปยังอำเภอท่าสองยาง เมื่อถึงบริเวณบ้านแม่สลิดหลวงสามารถใช้เส้นทางเชื่อมเข้าทางหลวงหมายเลข 1267 เพื่อเดินทางขึ้นไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติและจุดชมวิวบนภูเขา
 
ทางหลวงหมายเลข 1267 เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับเข้าถึงบริเวณที่ทำการอุทยานและจุดชมวิวต่าง ๆ ลักษณะถนนมีช่วงขึ้นลงเขา ทางโค้ง และพื้นที่ที่ระดับความสูงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ขับรถจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงฝนตก หมอกหนา หรือมีความชื้นบนผิวถนน การตรวจสอบระบบเบรก ยางรถ และความพร้อมของรถยนต์ก่อนเดินทางมีความสำคัญต่อความปลอดภัย
 
นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากตัวเมืองตากสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอแม่สอดแล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอท่าสองยาง ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนทางด้านอำเภอแม่สะเรียงสามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 105 ลงมาทางท่าสองยางได้ การเลือกเส้นทางควรคำนึงถึงสภาพถนนและจุดหมายจริง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางขึ้นเขาในช่วงเช้าตรู่หรือกลับลงมาหลังพระอาทิตย์ตก
 
สำหรับผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาจำเป็นต้องอาศัยการต่อรถจากชุมชนหรือจุดบริการขนส่งในพื้นที่ เนื่องจากจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานไม่ได้อยู่ติดกันทั้งหมด การใช้รถส่วนตัวหรือรถที่จัดเตรียมไว้จึงสะดวกต่อการเดินทางหลายจุดมากกว่า และช่วยให้สามารถควบคุมเวลาเดินทางตามสภาพอากาศได้เหมาะสม
 
ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่เมย เริ่มจากการเคารพกฎระเบียบของพื้นที่อนุรักษ์ ไม่เก็บพืชหรือทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่เข้าไปในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ห้ามเข้าหรือปิดชั่วคราว การดูแลพฤติกรรมการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญของการรักษาสภาพป่าและแหล่งน้ำให้คงความสมบูรณ์
 
บริเวณจุดชมวิวควรอยู่ภายในพื้นที่ที่จัดไว้ ไม่เดินเข้าใกล้ขอบหน้าผาหรือพื้นที่ลาดชันที่ไม่มีแนวกั้น โดยเฉพาะในวันที่มีลมแรงหรือฝนตก เพราะพื้นดินและหินอาจลื่นได้ง่าย การถ่ายภาพไม่ควรเสี่ยงเข้าไปยังตำแหน่งที่ไม่ปลอดภัย และไม่ควรปีนขึ้นไปบนสิ่งก่อสร้างหรือจุดที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
 
การพักแรมควรรักษาความสงบหลังช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่เปิดเสียงเพลงดังและไม่ทิ้งเศษอาหารไว้บริเวณเต็นท์ เพราะอาหารที่ถูกทิ้งอาจดึงดูดสัตว์ป่าให้เข้ามาใกล้พื้นที่พักแรม การเก็บขยะและจัดการสิ่งของให้เป็นระเบียบจึงช่วยลดทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงในการพักค้างคืน
 
ผู้ที่เดินทางในฤดูฝนควรให้ความสำคัญกับประกาศด้านความปลอดภัยของอุทยานเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ภูเขามีความเสี่ยงจากดินลื่น น้ำหลาก และหมอกที่บดบังทัศนวิสัย หากมีประกาศปิดเส้นทางหรือแหล่งท่องเที่ยวบางจุดควรปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
 
อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทะเลหมอกที่เกิดขึ้นตามหุบเขา ผืนป่าต้นน้ำ น้ำตก และถ้ำธรรมชาติ อีกทั้งยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่อนุรักษ์บริเวณชายแดนไทย–เมียนมา จุดชมวิวม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส และม่อนพูนสุดาเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนสัมผัสความงดงามของภูมิประเทศได้อย่างชัดเจน ขณะที่ถ้ำแม่อุสุ น้ำตกแม่ระเมิง และระบบนิเวศป่าไม้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ธรรมชาติให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น
 
คุณค่าที่แท้จริงของอุทยานแห่งชาติแม่เมยจึงอยู่ที่การรวมกันของความงามทางธรรมชาติ ความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และความสัมพันธ์กับชุมชนชายแดนของจังหวัดตาก การเดินทางมายังพื้นที่แห่งนี้เปิดโอกาสให้สัมผัสภูมิประเทศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป พร้อมเข้าใจว่าการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำมีบทบาทต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและผู้คนอย่างไร ความสงบของภูเขาและความงดงามของทะเลหมอกจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำคัญที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยมอบให้แก่ผู้มาเยือน
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก
ที่ตั้งตำบลแม่สองและตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150
ประเภทอุทยานแห่งชาติ พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและทะเลหมอก
พื้นที่115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร
ประกาศจัดตั้ง20 พฤษภาคม 2542
ผู้ดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ลักษณะภูมิประเทศภูเขาสูงสลับซับซ้อน หุบเขา ป่าไม้ ลำห้วย น้ำตก ถ้ำ และพื้นที่ชายแดนตามแนวแม่น้ำเมย
ระดับความสูงเฉลี่ยประมาณ 680 เมตร และจุดสูงสุดประมาณ 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ที่มาของชื่อตั้งชื่อตามแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา
จุดเด่นทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศน์ภูเขา จุดชมวิวม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา น้ำตก และถ้ำแม่อุสุ
โซนบริการหลัก1. โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ – บ้านพัก ห้องประชุม เต็นท์ และลานกางเต็นท์
2. โซนม่อนกิ่วลม – ประมาณ 12 กม. จากที่ทำการ มีเต็นท์และลานกางเต็นท์
3. โซนม่อนครูบาใส – ประมาณ 7 กม. จากที่ทำการ มีเต็นท์และลานกางเต็นท์
บ้านพักอุทยานบ้านแม่เมย 101 ไพรพิมาน และบ้านแม่เมย 103 คู่พฤกษา
พื้นที่กางเต็นท์ลานแม่เมย ลานม่อนกิ่วลม และลานม่อนครูบาใส
กิจกรรมชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายภาพธรรมชาติ เดินศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก เที่ยวถ้ำ และพักแรมในพื้นที่อนุญาต
ค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ค่าเข้าชมชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอกและพักแรม ส่วนฤดูฝนมีป่าไม้เขียวชอุ่มแต่พื้นที่ธรรมชาติบางแห่งมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สู่บริเวณบ้านแม่สลิดหลวง อำเภอท่าสองยาง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1267 เพื่อเดินทางขึ้นไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
โทรศัพท์ติดต่อ061-352-3703
เว็บไซต์ทางการhttps://booking.dnp.go.th/parksdetail.php?id=100
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและภายในอุทยาน1. ม่อนครูบาใส ประมาณ 7 กม. จากที่ทำการ
2. ม่อนพูนสุดา ประมาณ 7 กม. จากที่ทำการ
3. ม่อนกิ่วลม ประมาณ 12 กม. จากที่ทำการ
4. น้ำตกแม่ระเมิง
5. ถ้ำแม่อุสุ
6. จุดชมวิวแม่น้ำเมย
7. น้ำตกแม่สลิดน้อย
8. น้ำตกชาวดอย
ร้านอาหารในอำเภอท่าสองยาง1. ร้านอาหารนิวแม่สลิด ตำบลแม่สอง
2. ร้านวิวเมย คาเฟ่ ตำบลแม่ต้าน โทร. 098-797-8542
3. บ้านนันคาเฟ่ ตำบลแม่ต้าน
ที่พักในอำเภอท่าสองยางและพื้นที่ใกล้เคียง1. ท่าสองยางฮิลล์รีสอร์ท โทร. 082-882-8292
2. รีสอร์ทแม่สลิด โทร. 093-232-1198
3. บี.พี. รีสอร์ท โทร. 090-203-5509
4. บ้านท่านขุน โทร. 084-491-9787
5. วงศ์ตะวันรีสอร์ท โทร. 055-589-083
6. โอโซนโฮมสเตย์ โทร. 081-041-9029
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่เมยตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่เมยตั้งอยู่ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่สองและตำบลแม่อุสุ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาที่มีแม่น้ำเมยเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่เมยมีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนค่าบริการยานพาหนะ ที่พัก และการกางเต็นท์เป็นค่าใช้จ่ายแยกตามประเภทบริการ
 
ถาม: จุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติแม่เมยมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: จุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส และม่อนพูนสุดา โดยม่อนกิ่วลมเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก ส่วนม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดาอยู่ใกล้กันและมีทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงาม
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่เมยสามารถกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่เมยมีพื้นที่กางเต็นท์ในระบบบริการของกรมอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ ลานแม่เมย ลานม่อนกิ่วลม และลานม่อนครูบาใส โดยการใช้บริการต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการเปิดพื้นที่และระเบียบของอุทยาน
 
ถาม: ถ้ำแม่อุสุมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำแม่อุสุเป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญในอำเภอท่าสองยาง และเคยเป็นพื้นที่วนอุทยานถ้ำแม่อุสุก่อนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความโดดเด่นจากถ้ำขนาดใหญ่และลักษณะทางธรณีวิทยาภายในถ้ำ
 
ถาม: ควรเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่เมยช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอก ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาวมีความเขียวชอุ่มของป่าและความชื้นสูง การชมทะเลหมอกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่เมยเดินทางไปอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์จากอำเภอแม่สอดตามทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าอำเภอท่าสองยาง เมื่อถึงบริเวณบ้านแม่สลิดหลวงให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1267 ขึ้นไปยังบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติและจุดชมวิวต่าง ๆ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแม่เมยประกาศจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแม่เมยประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 40 ก มีเนื้อที่ประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร
 

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(22)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(11)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(9)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(23)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(6)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(4)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)