หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส >อ.ยี่งอ >ต.จอเบาะ > อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี
TL;DR: อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี อยู่ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.

นราธิวาส

อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี

อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
 
อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นผืนป่าดิบชื้นเขตร้อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชายแดนใต้ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี มีจุดเริ่มต้นจากพื้นที่เทือกเขาบูโดและเทือกเขาสุไหงปาดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทิวเขาสันกาลาคีรีที่ทอดตัวเชื่อมต่อกับคาบสมุทรมลายู สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความชื้นสูง มีฝนตกชุก และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชุมชนรอบผืนป่า อุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวน้ำตก แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่มีความลึกทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์ไม้หายาก สัตว์ป่าคุ้มครอง และระบบนิเวศป่าฝนแบบอินโด-มาลายันที่หาได้เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
 
จุดท่องเที่ยวที่รู้จักมากที่สุดของอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี คือ น้ำตกปาโจ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ห่างจากตัวเมืองนราธิวาสประมาณ 26 กม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 42 สายนราธิวาส-ปัตตานี เมื่อถึงบริเวณสี่แยกเข้าตัวอำเภอบาเจาะให้เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. ก็ถึงพื้นที่น้ำตกและที่ทำการอุทยานฯ เส้นทางนี้เดินทางสะดวก เหมาะกับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองนราธิวาส และสามารถจัดร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอบาเจาะ เช่น มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น วัดเชิงเขา และแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมใกล้เคียงได้ในวันเดียว
 
ก่อนจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เข้าถึงได้ในปัจจุบัน เทือกเขาบูโด–สุไหงปาดีเคยเป็นพื้นที่ที่ผู้คนภายนอกไม่ค่อยได้เข้าไปสัมผัส เพราะอยู่ในเขตป่าดงดิบชายแดนใต้ที่มีความซับซ้อนทั้งด้านภูมิประเทศและสถานการณ์ความมั่นคงในอดีต ความห่างไกลและความเข้าถึงยากของพื้นที่กลับมีส่วนช่วยให้ผืนป่าหลายส่วนยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง กรมป่าไม้ได้จัดตั้งวนอุทยานน้ำตกปาโจในปี 2517 และต่อมาพื้นที่นี้ได้รับการพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง
 
ผืนป่าบูโดมีความสำคัญทางนิเวศอย่างมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของป่าดิบชื้นแบบอินโด-มาลายัน ป่าประเภทนี้พบในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร มีความชื้นสูง อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงรุนแรง และมีฝนมากตลอดปี สภาพดังกล่าวทำให้ป่าเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เถาวัลย์ ปาล์ม หวาย เฟิร์น มอส ไลเคน กล้วยไม้ และพืชอิงอาศัยหลากหลายชนิด ในพื้นที่ขนาดเท่ากัน ป่าดิบชื้นเขตร้อนมักมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่าป่าประเภทอื่น เพราะมีชั้นเรือนยอดหลายระดับ มีแสง ความชื้น และช่องว่างทางนิเวศจำนวนมากให้สิ่งมีชีวิตหลากหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน
 
หนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ทำให้อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ คือ “ใบไม้สีทอง” หรือ “ย่านดาโอ๊ะ” พืชไม้เถาขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงจากสีสันของใบอันงดงาม เมื่อยังเป็นใบอ่อน สีของใบจะออกชมพูหรือสีนาค ต่อมาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ทองแดง สีทอง และในระยะต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเงินหรือสีเขียว พื้นผิวใบมีขนละเอียดคล้ายกำมะหยี่ปกคลุม เมื่อกระทบแสงแดดจะสะท้อนประกายงามแตกต่างจากใบไม้ทั่วไป จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางธรรมชาติของนราธิวาสและผืนป่าบูโด
 
ใบไม้สีทองมีลักษณะใบคล้ายใบชงโคหรือใบเสี้ยว แต่มีขนาดใหญ่กว่า ขอบใบหยักเว้าเข้าทั้งบริเวณโคนใบและปลายใบ ทำให้รูปทรงใบดูคล้ายวงรีสองวงเชื่อมต่อกัน ความงามของใบไม่ได้เกิดจากสีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผิวใบที่นุ่ม หนา และมีขนละเอียดสะท้อนแสง เมื่อขึ้นในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ใบจะยิ่งดูนุ่มและมีมิติ สีทองหรือสีทองแดงเหลือบรุ้งจึงมองเห็นได้ชัดจากระยะไกล นักท่องเที่ยวที่เดินชมธรรมชาติใกล้สำนักงานอุทยานฯ มีโอกาสได้ชมต้นใบไม้สีทองในพื้นที่จัดไว้ให้ศึกษาโดยไม่ต้องเข้าไปในป่าลึก
 
นอกจากใบไม้สีทอง อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดียังมีพันธุ์ไม้สำคัญอีกหลายชนิด เช่น หวายตะค้าทอง ปาล์มบังสูรย์ ตะเคียนชันตาแมว หลุมพอ กะลอ และไม้ป่าดิบชื้นเขตร้อนอีกมาก พืชหลายชนิดมีบทบาททั้งในฐานะองค์ประกอบของป่า แหล่งอาหารสัตว์ป่า พืชเศรษฐกิจตามธรรมชาติ และพันธุกรรมหายากที่ควรอนุรักษ์ไว้ การเที่ยวที่นี่จึงควรเข้าใจว่าพื้นที่ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะความสวยงามของน้ำตก แต่เป็นคลังความหลากหลายของพรรณไม้ชายแดนใต้ที่มีความหมายต่อระบบนิเวศทั้งผืน
 
สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีสะท้อนความสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นได้อย่างชัดเจน ในอดีตพื้นที่นี้เคยมีรายงานสัตว์ป่าหายาก เช่น แรด สมเสร็จ เลียงผา ชะนีมือดำ และค่างแว่นถิ่นใต้ ส่วนสัตว์ที่นักท่องเที่ยวหรือผู้ศึกษาธรรมชาติอาจพบเห็นได้ง่ายกว่าคือค่างแว่นถิ่นใต้ นกกาฝากท้องสีส้ม ผีเสื้อ และนกป่าหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มนกเงือกที่เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า เพราะนกเงือกต้องอาศัยต้นไม้ใหญ่ โพรงไม้ และแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ในการดำรงชีวิต
 
ค่างแว่นถิ่นใต้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าดิบชื้น มักอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงชันและป่าดงดิบ อยู่รวมกันเป็นฝูง มีนิสัยค่อนข้างขี้อายและไม่ก้าวร้าวเหมือนลิงบางชนิด การพบค่างแว่นถิ่นใต้จึงควรเป็นการสังเกตจากระยะที่เหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหาร และไม่ไล่ตาม เพราะสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นเจ้าของพื้นที่ตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวเป็นเพียงผู้มาเยือนชั่วคราว การเคารพระยะห่างช่วยให้สัตว์ยังคงพฤติกรรมธรรมชาติและลดความเสี่ยงจากการรบกวนถิ่นอาศัย
 
นกเงือกเป็นอีกกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ผืนป่าบูโดมีชื่อเสียงในวงการอนุรักษ์ ป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้ใหญ่และโพรงไม้เหมาะสมเป็นที่อยู่อาศัยของนกเงือกหลายชนิด นกเงือกมีบทบาทเป็นผู้กระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า เพราะกินผลไม้แล้วพาเมล็ดไปตกในพื้นที่ต่าง ๆ ของป่า การรักษาต้นไม้ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการรักษาร่มเงา แต่เป็นการรักษาแหล่งทำรังของนกเงือกและรักษาวงจรการฟื้นตัวของป่าดิบชื้นในระยะยาว
 
น้ำตกปาโจเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวที่มาอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี คำว่า “ปาโจ” หรือ “บาโจ” ในภาษามลายูท้องถิ่นมีความหมายว่า “น้ำตก” ตัวน้ำตกมีลักษณะเป็นหน้าผาหินกว้าง สูงประมาณ 60 เมตร น้ำไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างท่ามกลางก้อนหินขนาดใหญ่และป่าดิบชื้นที่โอบล้อม ชั้นแรกเป็นจุดที่เข้าถึงง่ายและเป็นมุมที่คนส่วนใหญ่นิยมชมความงาม เพราะเห็นม่านน้ำตกกว้างชัดเจน เดินจากพื้นที่จอดรถและที่ทำการอุทยานฯ เข้าไปไม่ไกล จึงเหมาะทั้งสำหรับครอบครัว นักท่องเที่ยวทั่วไป และผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินป่าหนัก
 
น้ำตกปาโจมีน้ำตลอดปี แต่ปริมาณน้ำแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วงฝนหรือหลังฝนตก น้ำจะมากและม่านน้ำตกจะสวยเป็นพิเศษ ส่วนหน้าแล้งน้ำอาจลดลง ทำให้เห็นลานหินและโครงสร้างหน้าผาชัดขึ้น การเลือกช่วงเที่ยวจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เดินทาง หากต้องการเห็นพลังของน้ำตกควรเลือกช่วงที่มีน้ำมาก แต่ต้องตรวจสอบสภาพอากาศและความปลอดภัยก่อนเดินทาง หากต้องการเดินชมธรรมชาติอย่างสบาย ช่วงอากาศไม่ร้อนจัดและฝนไม่หนักจะเหมาะกว่า
 
บริเวณน้ำตกปาโจยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ ศาลาธารทัศน์ ซึ่งเคยเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จประพาสจังหวัดนราธิวาส และยังมีก้อนหินสลักพระปรมาภิไธยอยู่ในบริเวณน้ำตก รายละเอียดนี้ทำให้น้ำตกปาโจไม่ใช่เพียงน้ำตกธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และความทรงจำทางราชสำนักไว้ในจุดเดียวกัน ผู้ที่เดินเที่ยวควรเผื่อเวลาอ่านป้ายข้อมูล ชมสภาพแวดล้อม และทำความเข้าใจคุณค่าของพื้นที่มากกว่าการแวะเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว
 
พื้นที่สำคัญของอุทยานฯ ไม่ได้มีเฉพาะน้ำตกปาโจเท่านั้น แต่ยังมีน้ำตกภูแว น้ำตกปากอ น้ำตกฉัตรวาริน น้ำตกวังทอง และแหล่งธรรมชาติอื่น ๆ ที่กระจายอยู่รอบเทือกเขาบูโดและเทือกเขาสุไหงปาดี บางแห่งอยู่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ และต้องวางแผนเดินทางแยกเป็นอีกเส้นทาง บางแห่งควรประสานเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เพราะสภาพถนน สภาพน้ำ และสภาพอากาศมีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง การเที่ยวอุทยานแห่งนี้ให้คุ้มค่าจึงควรแยกเป็น 2 รูปแบบ คือเที่ยวจุดหลักที่น้ำตกปาโจแบบสะดวก หรือวางแผนลึกขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางธรรมชาติและน้ำตกอื่นในพื้นที่อุทยานฯ
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีต่างจากแหล่งน้ำตกทั่วไป คือบรรยากาศป่าฝนเขตร้อนที่ชัดเจน ตั้งแต่ทางเดินร่มครึ้ม ความชื้นในอากาศ เสียงแมลง เสียงนก กลิ่นดินและใบไม้เปียก ไปจนถึงก้อนหินที่มีตะไคร่และพืชเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามผิวหิน การเดินเข้าไปยังน้ำตกจึงเป็นการค่อย ๆ เข้าสู่โลกของป่าดิบชื้น ไม่ใช่เพียงการเดินจากลานจอดรถไปยังจุดชมวิว น้ำตกแต่ละชั้น ลำธารแต่ละช่วง และต้นไม้แต่ละกลุ่มช่วยเล่าความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ภูเขา และป่าอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ฤดูท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจะแตกต่างกัน ช่วงฤดูฝนผืนป่าจะเขียวชอุ่ม น้ำตกมีปริมาณน้ำมาก และธรรมชาติดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ แต่ต้องระวังน้ำป่า ทางลื่น และฝนตกหนัก ส่วนช่วงแล้งเดินทางสะดวกกว่า น้ำใสกว่า และเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสบาย ๆ แม้น้ำตกอาจมีปริมาณน้ำน้อยลง ผู้เดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการเล่นน้ำหรือเดินขึ้นไปยังชั้นน้ำตกตอนบน
 
การเตรียมตัวเที่ยวอุทยานฯ ควรเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดีและเปียกชื้นได้ รองเท้าควรยึดเกาะพื้นดีเพราะบริเวณน้ำตกและทางเดินอาจมีความลื่น ควรเตรียมน้ำดื่ม ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง และควรหลีกเลี่ยงการนำภาชนะโฟมและพลาสติกใช้ครั้งเดียวเข้าไปในอุทยานฯ เนื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศมีมาตรการลดขยะประเภทใช้ครั้งเดียว ผู้มาเยือนควรนำขยะออกจากพื้นที่ทุกครั้ง และใช้พื้นที่ธรรมชาติอย่างเคารพ
 
ผู้ที่ต้องการชมใบไม้สีทองควรสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ เพราะตำแหน่งที่เหมาะสมในการชมและสภาพใบอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาล อายุใบ และสภาพแสง ใบไม้สีทองจะสวยที่สุดเมื่อแสงกระทบในมุมที่เหมาะสม สีของใบเปลี่ยนไปตามระยะการเจริญเติบโต นักท่องเที่ยวจึงควรเข้าใจว่าการชมใบไม้สีทองไม่ใช่การดูวัตถุจัดแสดงตายตัว แต่เป็นการสังเกตสิ่งมีชีวิตจริงในป่าที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
 
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ น้ำตกปาโจเหมาะกับการถ่ายทั้งภาพมุมกว้างและภาพรายละเอียด มุมกว้างจะเก็บหน้าผาน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตรและแอ่งน้ำเบื้องล่าง ส่วนภาพรายละเอียดเหมาะกับการเก็บละอองน้ำ ก้อนหิน ตะไคร่ ใบไม้สีทอง ผีเสื้อ และแสงที่ลอดผ่านเรือนยอดป่า ช่วงเช้าหรือช่วงที่แสงไม่แข็งเกินไปจะช่วยให้ภาพมีมิติ ไม่สว่างจ้าจนเสียรายละเอียดของม่านน้ำตก หากฝนตกหรือพื้นเปียกควรระวังอุปกรณ์และไม่ปีนก้อนหินในจุดเสี่ยง
 
สำหรับครอบครัว น้ำตกปาโจเป็นจุดที่เที่ยวได้ง่ายกว่าน้ำตกป่าหลายแห่ง เพราะชั้นแรกเข้าถึงสะดวก มีทางเดินและพื้นที่พักผ่อน แต่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ลงเล่นน้ำในจุดที่ลึก กระแสน้ำแรง หรือมีหินลื่น ผู้สูงอายุควรเดินอย่างช้า ๆ และพักเป็นระยะ การเที่ยวแบบปลอดภัยจะทำให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติเต็มที่โดยไม่เสี่ยงเกินจำเป็น
 
ในเชิงการเรียนรู้ อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักพฤกษศาสตร์ นักดูนก และผู้สนใจธรรมชาติ เพราะสามารถใช้พื้นที่อธิบายเรื่องป่าดิบชื้นเขตร้อน พืชถิ่นหายาก ระบบต้นน้ำ ลำธาร นกเงือก ค่างแว่นถิ่นใต้ และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับผืนป่าได้ครบในพื้นที่เดียว หากเป็นการเดินทางแบบกลุ่มควรประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าใช้พื้นที่เหมาะสมกับจำนวนคนและไม่รบกวนธรรมชาติเกินจำเป็น
 
พื้นที่โดยรอบอุทยานฯ มีร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นในอำเภอบาเจาะ รวมถึงตัวเลือกที่พักทั้งบ้านพักอุทยานฯ และโรงแรมในตัวเมืองนราธิวาส หากต้องการเที่ยวแบบสะดวก สามารถพักในตัวเมืองนราธิวาสแล้วขับรถมาน้ำตกปาโจในช่วงเช้า ใช้เวลาเที่ยวครึ่งวันถึงหนึ่งวัน แล้วกลับไปพักในเมือง หากต้องการพักใกล้ธรรมชาติ ควรติดต่ออุทยานฯ เรื่องบ้านพักหรือพื้นที่กางเต็นท์ล่วงหน้า เพราะจำนวนบ้านพักมีจำกัดและเงื่อนไขการให้บริการอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา
 
สถานที่ใกล้เคียงที่ควรจัดร่วมกับทริป ได้แก่ มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็นหรือมัสยิดตะโละมาเนาะ วัดเชิงเขา หาดนราทัศน์ พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส ปากน้ำบางนรา และตัวเมืองนราธิวาส จุดเด่นของเส้นทางนี้คือสามารถรวมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถาปัตยกรรม ศาสนสถาน และอาหารพื้นเมืองไว้ในทริปเดียว ผู้ที่มีเวลา 1 วันสามารถเน้นน้ำตกปาโจและสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอบาเจาะ ส่วนผู้ที่มีเวลา 2 วัน 1 คืนควรพักในตัวเมืองนราธิวาสแล้วค่อยจัดเส้นทางเมืองและธรรมชาติให้ครบขึ้น
 
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีควรเน้นการเดินทางช่วงกลางวัน เพราะพื้นที่เป็นป่าเขาและน้ำตก การขับรถหรือเดินในช่วงเย็นมากเกินไปไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทาง หากฝนตกหนักหรือมีประกาศเตือนน้ำป่า ควรเลื่อนกิจกรรมเล่นน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อย่างเคร่งครัด ธรรมชาติของน้ำตกป่าดิบชื้นเปลี่ยนเร็ว น้ำที่ดูสงบอาจเพิ่มระดับได้ในเวลาไม่นานเมื่อฝนตกบนภูเขาต้นน้ำ
 
มารยาทสำคัญในการเที่ยวพื้นที่นี้คือไม่เก็บใบไม้สีทอง ไม่เด็ดพืชป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด ใบไม้สีทองและพืชหายากอื่น ๆ มีคุณค่ามากกว่าเป็นของที่ระลึก เพราะเป็นพันธุกรรมธรรมชาติของพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรเลือกซื้อของที่ระลึกที่ผลิตอย่างถูกต้องจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตแทนการเก็บจากป่าโดยตรง การรักษาธรรมชาติไว้ในพื้นที่จริงคือวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้คนรุ่นต่อไปยังได้เห็นความมหัศจรรย์ของป่าบูโด
 
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรให้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม เพราะมีทั้งน้ำตกปาโจ ป่าดิบชื้น ใบไม้สีทอง ค่างแว่นถิ่นใต้ นกเงือก ศาลาธารทัศน์ ก้อนหินสลักพระปรมาภิไธย และเส้นทางธรรมชาติที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน ที่นี่เหมาะกับผู้ที่ต้องการมากกว่าแค่ภาพถ่ายน้ำตก เพราะทุกก้าวในผืนป่าบูโดคือการเรียนรู้เรื่องน้ำ ป่า ภูเขา ประวัติศาสตร์ และชีวิตหลากหลายชนิดที่พึ่งพากันอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน
 
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีจากตัวเมืองนราธิวาส ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 มุ่งหน้าไปทางอำเภอบาเจาะตามเส้นทางนราธิวาส-ปัตตานี ระยะทางประมาณ 26 กม. เมื่อถึงบริเวณสี่แยกเข้าตัวอำเภอบาเจาะให้เลี้ยวเข้าไปตามถนนอีกประมาณ 2 กม. ถึงที่ทำการอุทยานฯ และน้ำตกปาโจ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอบาเจาะและตัวเมืองนราธิวาสได้ตามเวลา หากใช้รถโดยสารควรลงที่อำเภอบาเจาะแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าพื้นที่อุทยานฯ และควรนัดหมายรถกลับไว้ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี
ที่ตั้งอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี
ที่อยู่67 ถนนพิพิธปาโจ ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส 96170
พิกัด6.5003523, 101.6338574
ไฮไลต์น้ำตกปาโจ ป่าดิบชื้นอินโด-มาลายัน ใบไม้สีทองหรือย่านดาโอ๊ะ ค่างแว่นถิ่นใต้ นกเงือก ศาลาธารทัศน์ และก้อนหินสลักพระปรมาภิไธย
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มจากการจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกปาโจในปี 2517 ก่อนพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี เพื่ออนุรักษ์ป่าดิบชื้น เทือกเขา แหล่งต้นน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพของชายแดนใต้
ที่มาของชื่อมาจากเทือกเขาบูโดและเทือกเขาสุไหงปาดี ซึ่งเป็นแนวภูเขาสำคัญของชายแดนใต้และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศป่าดิบชื้นแบบอินโด-มาลายัน
ลักษณะเด่นเป็นผืนป่าดิบชื้นเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีน้ำตกหลายแห่ง พันธุ์ไม้หายาก สัตว์ป่าคุ้มครอง และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติใกล้ตัวเมืองนราธิวาส
การเดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ไปทางอำเภอบาเจาะ ระยะทางประมาณ 26 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนสู่ที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 2 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยมีน้ำตกปาโจเป็นจุดท่องเที่ยวหลักที่เข้าถึงสะดวก
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทางเดินศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก ชมพรรณไม้ ดูนก ดูผีเสื้อ พื้นที่พักผ่อน บ้านพักอุทยานฯ และพื้นที่กางเต็นท์ตามการให้บริการของอุทยานฯ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญที่ทำการอุทยานฯ น้ำตกปาโจ ศาลาธารทัศน์ ก้อนหินสลักพระปรมาภิไธย จุดชมใบไม้สีทอง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกภูแว น้ำตกปากอ น้ำตกฉัตรวาริน และน้ำตกวังทอง
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหลัก073-530-406
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. น้ำตกปาโจ ประมาณ 0.3 กม.
2. ศาลาธารทัศน์และก้อนหินสลักพระปรมาภิไธย ประมาณ 0.5 กม.
3. มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ ประมาณ 15 กม.
4. วัดเชิงเขาและหลวงพ่อแดง ประมาณ 16 กม.
5. หาดนราทัศน์ อำเภอเมืองนราธิวาส ประมาณ 29 กม.
6. พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส ประมาณ 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Cafe’ Intrend สาขาบาเจาะ ประมาณ 6 กม. โทร. 081-798-3803
2. Five Star Salam บาเจาะ ประมาณ 6 กม. โทร. 063-134-1857
3. ร้านกะยะห์เครป อาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว ประมาณ 7 กม. โทร. 082-265-4301
4. ห้องอาหารตันหยง นราธิวาส ประมาณ 29 กม. โทร. 073-511-477
5. ร้านครัวรายา นราธิวาส ประมาณ 30 กม. โทร. 098-940-1033
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดี ประมาณ 0.5 กม. โทร. 073-530-406
2. โรงแรมตันหยง นราธิวาส ประมาณ 29 กม. โทร. 073-511-477
3. โรงแรมดิ อิมพีเรียล นราธิวาส ประมาณ 30 กม. โทร. 073-515-041
4. อาร์ตนรา รีสอร์ท ประมาณ 32 กม.
5. Paksina Resort ประมาณ 33 กม.
6. ใจดี จริงจริง นราธิวาส ประมาณ 34 กม. โทร. 062-207-7662, 073-565-805
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีตั้งอยู่ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี โดยจุดท่องเที่ยวหลักที่เข้าถึงสะดวกคือบริเวณน้ำตกปาโจ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีมีอะไรเด่น?
ตอบ: มีน้ำตกปาโจ ป่าดิบชื้นแบบอินโด-มาลายัน ใบไม้สีทองหรือย่านดาโอ๊ะ ค่างแว่นถิ่นใต้ นกเงือก ศาลาธารทัศน์ และก้อนหินสลักพระปรมาภิไธยในบริเวณน้ำตก
 
ถาม: น้ำตกปาโจเดินทางเข้าถึงยากไหม?
ตอบ: น้ำตกปาโจเข้าถึงค่อนข้างสะดวก อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ และเดินจากบริเวณจอดรถเข้าไปยังชั้นแรกได้ไม่ไกล จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไปและครอบครัว
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีเสียค่าเข้าเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
 
ถาม: ใบไม้สีทองคืออะไร?
ตอบ: ใบไม้สีทองหรือย่านดาโอ๊ะเป็นพืชไม้เถาขนาดใหญ่ที่พบในผืนป่าบูโด มีใบขนาดใหญ่ ผิวคล้ายกำมะหยี่ และเปลี่ยนสีตามวัยของใบจากสีนาค สีทอง สีเงิน ไปจนถึงสีเขียว
 
ถาม: ควรไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีช่วงไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงฝนหรือหลังฝนตกน้ำตกจะสวยและป่าเขียวชอุ่ม ส่วนช่วงฝนน้อยเดินทางสะดวกกว่า แต่ควรตรวจสภาพอากาศและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีมีที่พักไหม?
ตอบ: มีบ้านพักอุทยานฯ และพื้นที่พักแรมตามการให้บริการของอุทยานฯ นักท่องเที่ยวควรติดต่อสอบถามล่วงหน้า ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกสามารถพักในตัวเมืองนราธิวาสแล้วเดินทางมาเที่ยวแบบวันเดียวได้
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติบูโด–สุไหงปาดีอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองนราธิวาสใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ไปทางอำเภอบาเจาะประมาณ 26 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนสู่ที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 2 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(8)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
วัด วัด(16)
มัสยิด มัสยิด(23)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(9)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(2)
น้ำตก น้ำตก(16)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(5)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)